Beranda / LGBTQ+ / นาทจะหย่ากับพี่พร้อม / บทที่ 1 ขอร้องเพื่อน

Share

บทที่ 1 ขอร้องเพื่อน

last update Tanggal publikasi: 2026-04-14 16:00:16

เสียงเครื่องวัดชีพจรในห้องพักคนป่วยพิเศษดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ภายในห้องขนาดใหญ่ของโรงพยาบาลเอกชนหรูใจกลางกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นยาและบรรยากาศเงียบงัน มีเพียงโซฟาขนาดใหญ่ตัวยาววางอยู่ข้างเตียง และผู้ที่นั่งอยู่ตอนนี้คือ คุณเพิ่ม และ คุณพรพรรณ วงศ์อนุชิต

พวกเขานั่งประสานมือกันนิ่งๆ ข้างเตียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่ผิวพรรณซีดเหลือง เส้นผมบางลงมากจนต้องโพกผ้าไว้หลวมๆ ผู้หญิงคนนั้นก็คือ อรอนงค์ แสงชัย

อรอนงค์พยายามยกตัวขึ้นจากเตียง สีหน้าทั้งเจ็บปวดและจริงจัง ก่อนจะพูดช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงที่แทบไม่เป็นเสียง

“เพิ่ม…พรพรรณ…ช่วยฉันด้วยเถอะ ฉันมีบางอย่างอยากจะขอร้อง”

คุณพรพรรณจับมืออรอนงค์ไว้แน่น น้ำตาคลอทันทีที่เห็นแววตาของเพื่อนรัก

“เธออย่าพูดแบบนี้สิอร อย่าคิดมากนะ เดี๋ยวหมอก็หาวิธีรักษาได้”

“เวลาของฉันไม่เหลือแล้วพร ฉันรู้ตัวดี โรคพวกนี้มันไม่ให้โอกาสฉันอีกแล้ว“

อรอนงค์หันไปมองเพิ่มอย่างแน่วแน่

“ฉันไม่มีใครนอกจากนงนาท และนงนาทก็ไม่มีใครนอกจากฉัน“

คุณเพิ่มพยักหน้า “พวกเรารู้ ลูกเธอนิสัยดี เรียบร้อยมาก หนูนาทเป็นเด็กดี…“

“แต่นงนาทไม่เข้มแข็งพอ ไม่ทันคนด้วย ยัยนาทไว้ใจคนอื่นง่ายเกินไป ฉันกลัวว่าพอฉันตาย ชัยวัตมันจะหาทางฮุบทุกอย่างไปจากยัยนาท“

คุณเพิ่มชะงักไปครู่ก่อนพูดอย่างรอบคอบ

“ทรัพย์สินตระกูลแสงชัยยังอยู่ในชื่อเธอใช่มั้ย?”

“ใช่…แต่ฉันเตรียมพินัยกรรมไว้แล้ว ให้ทั้งหมดตกเป็นของนงนาททันทีที่ฉันตาย แต่ฉันอยากให้มีคนดูแล มีคนที่ปกป้องนงนาทได้ และเป็นคนที่ฉันไว้ใจได้จริง ๆ”

“คนๆนั้นก็คือ เจ้าพร้อม ลูกสาวของพวกเธอ พรพรรณ เพิ่ม!“

พรพรรณเหลือบมองสามี ก่อนจะเอ่ยออกมา

“เธอหมายถึงให้ลูกของเรากับลูกเธอ…?”

อรอนงค์พยักหน้า “แต่งงานกัน! ในนามก็ได้ ไม่ต้องรักก็ได้ ขอแค่อยู่ด้วยกันตามกฎหมาย ห้าปี แค่นั้นก็พอให้ทรัพย์สินทั้งหมดปลอดภัยจากชัยวัต”

เพิ่มหลับตาแน่น นิ่งงันไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยต่อ

“ถ้าเจ้าพร้อมยินดี ฉันจะจัดการให้ทุกอย่างและทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย”

พรพรรณมองหน้าอรอนงค์ด้วยน้ำตา “แต่ลูกลูกของเรายังไม่รู้เรื่องนี้เลยนะอร“

อรอนงค์ยิ้มจางเหมือนคนที่เหนื่อยเต็มที “อย่าเพิ่งบอกเจ้าพร้อมเลย ฉันกลัวว่ารายนั้นจะปฏิเสธ ถ้ารู้ว่ามันคือภาระ”

อรอนงค์เงยหน้ามองเพดานห้อง ใจลอยไปไกล “แต่ถ้าเจ้าพร้อมเจอกับยัยนาท ได้อยู่ด้วยกันจริงๆ บางทีเจ้าพร้อมอาจจะรักลูกสาวของฉันขึ้นมาก็ได้ เพราะเด็กสองคนนั้นชอบพอกันมาตั้งนาน แต่ความห่างไกลจากระยะทาง ทำให้เจ้าพร้อมกับยัยนาทเริ่มห่างกันมากขึ้น ความผูกพันก็อาจจะลดน้อยลง”

เสียงเครื่องวัดชีพจรยังดังสม่ำเสมอในห้องพักพิเศษของโรงพยาบาล หลอดน้ำเกลือค่อย ๆ หยดลงผ่านสายนำเข้าสู่ร่างกายของหญิงวัยกลางคน

คุณเพิ่มและคุณพรพรรณก็ยังนั่งอยู่ข้างเตียงที่เดิม มือของอรอนงค์อ่อนแรงนัก แต่ยังพยายามยกขึ้นแตะหลังมือของเพื่อนสนิททั้งสองคน

น้ำตาที่หางตาของอรอนงค์ไหลช้าๆ ก่อนเปล่งเสียงแผ่วเบา “เพิ่ม…พรพรรณ…ได้โปรด…รับปากฉันที…”

อรอนงค์กัดฟันแน่น สูดลมหายใจลึก เจ็บที่อก แต่ฝืนพูดต่อด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่กว่าโรคร้ายในร่างกาย

“ช่วยดูแลนงนาทลูกสาวของฉันและช่วยดูแลทรัพย์สินทั้งหมดของฉัน อย่าให้ชัยวัตมันแตะต้องยัยนาทและทรัพย์สินได้เป็นอันขาด“

เสียงเงียบลงชั่วขณะ ก่อนที่อรอนงค์จะยื่นข้อเสนอที่เธอเก็บไว้ในใจมาตลอด

“ฉันรู้ว่านี่มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ฉันให้พวกเธอ 30% จากทรัพย์สินทั้งหมดของฉัน เป็นค่าตอบแทนไม่ใช่การขอเปล่า ๆ …”

“ฉันเขียนเพิ่มไว้ในพินัยกรรมหมดแล้ว และทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพิ่มนายช่วยฉันได้ใช่มั้ย? นายเป็นนักกฎหมาย นายทำได้อยู่แล้ว…”

เสียงของอรอนงค์สั่นเครือ…

“อย่าให้ฉันตายไปแล้วต้องมานั่งห่วงลูก ฉันไม่อยากตายแบบนี้ ฉันขอร้อง ได้โปรด ช่วยให้ฉันได้ตายตาหลับทีเถอะ…”

คุณพรพรรณถึงกับต้องเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นปาดน้ำตา เธอพยักหน้าทั้งน้ำตาจับมืออรอนงค์แน่น

“อร…พวกเราจะไม่ทอดทิ้งนงนาทแน่นอน เธอวางใจได้เลยนะ”

คุณเพิ่มวางมือของตัวเองทับมือทั้งสองคน

“ฉันจะจัดการทุกอย่างให้รัดกุมที่สุด ทั้งเรื่องทรัพย์สินและเรื่องชีวิตของลูกเธอ…เธอเชื่อในตัวเราได้เสมอนะอร”

อรอนงค์ยิ้ม ดวงตาเริ่มพร่ามัว แต่หัวใจของเธอเหมือนได้ปลดภาระสุดท้าย เธอพูดเสียงเบา แทบกลายเป็นเสียงลมหายใจสุดท้ายของผู้หญิงคนหนึ่ง

“ขอบใจนะ…เพื่อนรัก…ขอบใจจริงๆ…“

หลังคำพูดสุดท้ายของอรอนงค์จบลง เสียงในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงัน…

คุณพรพรรณยังคงกุมมือเพื่อนรักไว้แน่น น้ำตาหยดหนึ่งหล่นลงบนหลังมือที่เริ่มเย็นลงช้า ๆ ส่วนคุณเพิ่ม แม้ภายนอกจะสงบนิ่ง แต่หัวใจกลับรู้สึกหนักอึ้งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

…แล้วทันใดนั้น

ปี๊ดดดดดดด…ดดดดดด!!!!

เสียงเครื่องวัดชีพจรที่เคยดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลับเปลี่ยนเป็นเสียงยาวที่เย็นเยียบ ทะลุผ่านผนังห้องและแทงเข้าไปกลางหัวใจของทั้งคู่

พรพรรณหันขวับไปมองจอหัวเตียง เส้นกราฟหัวใจกลายเป็นเส้นตรง

“อร…! อร!!!” เธอเรียกชื่อเพื่อนรักอย่างสิ้นหวัง

เพิ่มรีบลุกขึ้น กดปุ่มเรียกพยาบาลอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าวิ่งวุ่นดังขึ้นจากทางเดินข้างนอก

แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง มือของอรอนงค์ยังเย็นลงเรื่อย ๆ เปลือกตาของเธอปิดสนิท ดวงหน้าไร้สีเลือด ริมฝีปากที่เคยสั่นไหวจากความเจ็บปวด ตอนนี้สงบนิ่งราวกับหลับไป ไม่เหลือแม้แต่เสียงหายใจสุดท้าย

พรพรรณทรุดตัวลงข้างเตียง กอดแขนอรอนงค์ไว้แน่นน้ำตาไหลอาบแก้ม “หลับให้สบายนะอร พวกเราจะทำตามที่เธอขอ พวกเราสัญญา…”

เพิ่มยืนนิ่ง มองเพื่อนที่ลมหายใจดับไปต่อหน้าต่อตา “จากนี้ไป หนูนงนาทจะไม่ถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง ฉันกับพรพรรณจะเป็นพ่อและแม่ให้ลูกของเธอเองอรอนงค์…ฮืออออ~~ ฮืออออ~~“

14:38 น.

เสียงนาฬิกาบอกเวลา 14:38 น. ภายในโรงเรียนเอกชนชื่อดังย่านสุขุมวิท บรรยากาศยามบ่ายยังเต็มไปด้วยเสียงนักเรียนที่เพิ่งเลิกเรียนวิชาหลัก และพักเบรควิ่งเล่น พูดคุยกันทั่วบริเวณ

ตรงห้องพักครูบนอาคารเรียนมัธยมตอนปลายกลับเงียบสงบเป็นพิเศษ เมื่อ นงนาท แสงชัย เดินเข้ามาพร้อมกับอาจารย์ที่ปรึกษา

เด็กสาวร่างบาง ผิวขาวจัด ผมยาวตรง มัดผมทรงหางม้าเรียบร้อยในชุดนักเรียนกระโปรงจีบสีกรมเข้มกับเสื้อเชิ้ตขาว สายตาเธอสงสัยเล็กน้อยเมื่อเห็น คุณเพิ่ม และ คุณพรพรรณ นั่งรออยู่ในห้อง

“หนูนาท” พรพรรณเอ่ย

“ลุงเพิ่ม ป้าพร สวัสดีค่ะ” นงนาทยกมือไหว้อย่างเรียบร้อย รอยยิ้มจางยังประดับอยู่บนหน้า แม้แววตาจะแอบกังวล

เพิ่มพยักหน้ายิ้มให้นงนาทด้วยความเมตตา “หวัดดีลูก“ น้ำเสียงหนักใจ

คุณพรพรรณหันไปบอกอาจารย์

“เดี๋ยวขอยืมตัวนงนาทสักครู่นะคะ มีเรื่องสำคัญต้องคุยกับหลานค่ะ”

อาจารย์พยักหน้าก่อนจะปิดประตูเบา ๆ เหลือเพียงเสียงแอร์และความเงียบที่หนักอึ้ง

คุณพรพรรณลูบศีรษะของนงนาท ก่อนจะพูดช้า ๆ

“หนูรู้ใช่มั้ย ว่าแม่ของหนูไม่สบายมาสักพักแล้ว…”

นงนาทพยักหน้า แววตาเริ่มสั่นระริก

คุณเพิ่มพูดต่อ ชัดถ้อยชัดคำ แต่แฝงด้วยความอ่อนโยน “แม่อรของหนู เขาไปสบายแล้วนะลูก”

เพียงประโยคนั้นจบลง โลกของนงนาทก็พังทลายลงทันที!!

“มะ…ไม่จริง…”

“มะ…แม่…มะ…ไม่ใช่…ไม่ใช่ตอนนี้…!”

เสียงร้องไห้หลุดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

“ฮือออ! ฮือออ! แม่อร!”

นงนาททรุดลงกับพื้นทันที น้ำตาไหลทะลักเหมือนเขื่อนแตก เธอไม่สนว่าตอนนี้เธออยู่ในโรงเรียน อยู่ต่อหน้าครู หรือแม้แต่ต่อหน้าคนอื่น เธอคือเด็กอายุ 17 ปี ที่เพิ่งสูญเสียคนที่เธอรักที่สุดในชีวิตไปอย่างไม่หวนคืน

เด็กสาววัยเพียง 17 ปี ที่เพิ่งกำลังจะก้าวข้ามผ่านรั้วโรงเรียนมัธยมสู่โลกกว้าง การสูญเสียอรอนงค์ไม่ได้เป็นเพียงการสูญเสียบุพการี แต่มันคือการสูญเสียเกราะกำบังเดียวที่เธอเคยมีมาตลอดชีวิต ความทรงจำเกี่ยวกับรอยยิ้ม กลิ่นหอมจางๆของแม่ และมือที่คอยลูบปลอบประโลมยามเธออ่อนแอ บัดนี้ได้กลายเป็นเพียงภาพฝันที่ไม่มีวันเรียกกลับคืนมาได้อีก

ในชั่วขณะที่เธอทรุดตัวลงกับพื้นห้องพักครู ความอ้างว้างแผ่ซ่านเข้ามาเกาะกินหัวใจจนเย็นเยียบ เธอตั้งคำถามกับตัวเองซ้ำๆ ผ่านหยดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มว่า 'หลังจากนี้ชีวิตจะไปทางไหน?' ความโดดเดี่ยวที่เธอกลัวที่สุดในชีวิตได้มาถึงเร็วกว่าที่คิด บ้านที่เคยอบอุ่นจะเงียบเหงาเพียงใดเมื่อไม่มีเสียงของแม่ และโลกใบนี้จะกว้างใหญ่และน่ากลัวแค่ไหนสำหรับเด็กสาวตัวเล็กๆอย่างเธอ

“แม่…ฮึก…แม่อย่าทิ้งหนูไปนะ…”

“หนูจะอยู่กับใคร ฮือออ! แม่!…หนูรักแม่…”

เพิ่มรีบก้าวเข้ามารับร่างของนงนาทไว้ในอ้อมแขน ร่างบางสั่นสะอื้นอยู่ในอ้อมอกเขาเหมือนเด็กน้อยที่กลัวจะถูกทอดทิ้งกลางพายุลูกใหญ่

พรพรรณนั่งลงข้าง ๆ ลูบผมนงนาทเบา ๆ พลางพูดเสียงสั่น “ไม่ต้องห่วงนะลูก ป้ากับลุงจะไม่ทิ้งให้หนูอยู่คนเดียว จากนี้ไปหนูนาทจะเป็นคนในครอบครัวของพวกเรานะคะ“

เสียงสะอื้นยังไม่หยุดลง ร่างเล็กของนงนาทยังสั่นไหวอยู่ในอ้อมแขนของเพิ่ม น้ำตาของเด็กสาวเปียกเสื้อสูทของเขาจนชุ่ม ไม่มีใครว่า ไม่มีใครห้าม ไม่มีใครรีบเร่งให้เธอหยุดร้องไห้

พรพรรณกุมมือของนงนาทไว้แน่น มองหน้าเด็กสาวที่เหมือนโลกพังทลายลงไปทั้งใบ แล้วเธอก็พูดเบา ๆ ด้วยเสียงที่สั่นๆ

“หนูนาท…ไปอยู่กับป้านะลูกนะ…”

นงนาทเงยหน้าขึ้นมาทั้งน้ำตา สบตาพรพรรณอย่างไม่แน่ใจ

“ป้ากับลุงจะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับหนูเอง”

พรพรรณยิ้มให้ทั้งน้ำตา เธอยกมือปาดแก้มให้นงนาทเบาๆ นิ้วเรียวสั่นน้อยๆ แต่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น

“หนูไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นนะลูก บ้านวงอนุชิตของเราจะเป็นบ้านของหนูด้วย”

นงนาทร้องไห้อีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เพียงเพราะเสียใจ มันคือเสียงร้องไห้ของคนที่ยังมีใครเหลืออยู่

…ยังมีที่ให้กลับไป

…และยังมีมือที่อบอุ่นคอยรับเธอไว้ทันก่อนจะล้ม

เพิ่มลูบหัวนงนาท เขาพูดเรียบๆ “หนูไม่ต้องห่วงเรื่องอะไรทั้งนั้นนะนงนาท ลุงจะดูแลทุกอย่างให้ รวมถึงทรัพย์สินของแม่หนู สิ่งสำคัญที่สุด พวกเราจะดูแลหัวใจของหนูและจะปกป้องหนูจากภัยอันตรายร้ายๆทั้งปวง“

พรพรรณสวมกอดนงนาทแน่นขึ้น “แม่อรเขารักหนูมากนะลูก เขาฝากหนูไว้กับพวกเรา เพราะเขาเชื่อว่าเราจะไม่มีวันทอดทิ้งหนู และป้าก็ให้สัญญากับแม่อรแล้วว่าจะไม่ปล่อยมือจากหนูเด็ดขาด”

ท่ามกลางความมืดมิดที่ดูเหมือนจะไร้ทางออก...

สัมผัสจากอ้อมกอดของ คุณเพิ่ม และมือที่อบอุ่นของ คุณพรพรรณ กลับกลายเป็นเสมือนแสงเทียนเพียงเล่มเดียวที่ยังคงส่องสว่างในใจของนงนาท ในวินาทีที่เธอกำลังจะจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความสิ้นหวัง การที่มีมือคู่หนึ่งโอบอุ้มเธอไว้ไม่ให้ล้มฟาดลงไปกับความจริงที่โหดร้าย ทำให้เธอได้รับรู้ว่าในความโชคร้ายที่แสนสาหัส เธอยังไม่ถูกทอดทิ้งให้เผชิญโชคชะตาเพียงลำพัง

ความรู้สึกของนงนาทตอนนี้นั้นช่างซับซ้อน ทั้งเศร้าโศกจนใจแทบขาด แต่ในขณะเดียวกันเธอกลับรู้สึกถึงไออุ่นของความเมตตาที่แผ่ซ่านมาจากผู้ใหญ่ทั้งสอง สายตาของลุงเพิ่มที่เปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยวแต่เต็มไปด้วยความเมตตา และหยดน้ำตาของป้าพรที่ไหลรินไปพร้อมกับเธอ ทำให้เธอมั่นใจว่าคำมั่นสัญญาที่ว่าจะรักเธอเหมือน "ลูกสาวในไส้" นั้นไม่ใช่เพียงแค่คำปลอบใจ แต่คือพันธสัญญาแห่งความรักที่จะปกป้องเธอไปตลอดกาล

ในอ้อมกอดนั้น…นงนาทหลับตาลงช้า ๆ เธอยังร้องไห้ แต่ไม่ใช่เพราะหวาดความกลัวอีกแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 32 ร้องเพลงให้ตาเด่นกับยายอรฟัง

    งานบุญที่บ้านแสงชัยรุ่งสางของวันใหม่พัดพาละอองความเย็นสดชื่นมาสู่ บ้านแสงชัย กลิ่นหอมกรุ่นของควันธูปและเทียนหอมลอยละล่อง ผสานกับเสียงสวดมนต์อันกังวานต่ำและเป็นจังหวะจากพระสงฆ์ที่ดังแว่วไปทั่วทั้งบริเวณ บรรยากาศรอบบ้านถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และเงียบสงบ เพื่อรองรับงานทำบุญใหญ่ที่จัดขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ อรอนงค์ แสงชัย และ เด่นภูมิ แสงชัย ผู้ซึ่งเป็นดั่งรากแก้วที่แข็งแกร่งของตระกูลบริเวณโถงกลางบ้านถูกประดับประดาด้วยผ้าสีขาวบริสุทธิ์ ผูกริบบิ้นสีทองอ่อนอย่างวิจิตรบรรจง แขกเหรื่อและญาติสนิทมิตรสหายต่างพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดสีขาวสะอาดตา เรียบง่ายทว่าสุภาพดูดี ทุกคนนั่งเรียงกันเป็นแถวหน้าอาสนะพระสงฆ์ทั้ง 9 รูป ด้วยความนอบน้อมและระลึกถึงผู้จากไปอย่างสุดหัวใจทว่า... ท่ามกลางภาพลักษณ์ที่ดูเคร่งขรึมและขาวโพลนไปทั้งงาน กลับมีจุดสีสันสดใสที่ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้ต้องเหลียวมอง นั่นคือ น้องเพชร เด็กหญิงตัวป้อมในวัย 4 ขวบ ที่วันนี้ยืนยันหนักแน่นว่าจะสวม ชุดซุปเปอร์แมน สีแดงสลับน้ำเงินสดใส เพื่อเตรียมตัวบินไปหาคุณตาคุณยายตามความเชื่อใสซื่อของเด็กน้อยน้องเพรชนั่งขัดสมาธิอย

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 31 แม่นาทของเพรช

    22:00 บ้านแสงชัยท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืนที่ควรจะเป็นเวลาพักผ่อนอันแสนหวาน ภายในห้องนอนกว้างกลับมีบรรยากาศประหลาดบางอย่างเกิดขึ้น พี่พร้อม ที่กำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทราเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ร่างกายของเขาหนักอึ้งเหมือนมีกระสอบทรายมาทับไว้บนอก แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคืออากาศรอบตัวกลับเบาบางลงเรื่อย ๆ จนเขารู้สึกเหมือนกำลังดำดิ่งลงไปใต้บาดาลที่ไร้ทางออก“อ๊ากกก!! เฮือก!!!”พี่พร้อมสะดุ้งสุดตัวลืมตาโพลงขึ้นมาในความสลัว ร่างกายตอบสนองด้วยการกอบโกยเอาอากาศเข้าปอดอย่างบ้าคลั่งราวกับคนเพิ่งรอดตายจากการจมน้ำ และเมื่อสายตาเริ่มปรับโฟกัสได้ เขาก็ต้องตะลึงกับภาพที่ปรากฏตรงหน้า ภาพที่ทำให้เขาไม่รู้ว่าจะขำหรือจะช็อกดี!ฝ่าเท้าน้อยๆนุ่มนิ่มทั้งสองข้างอุดรูจมูกของเขาไว้มิดสนิท!นงนาท เดินเข้ามาใกล้เตียงพอดี เธอรีบก้มลงอุ้มยัยหนูตัวอ้วนออกจากอกของคนเป็นพ่ออย่างเบามือ สภาพของน้องเพชรเมื่อครู่คือการนอนหงายทับอยู่บนตัวพี่พร้อมแบบเต็มรัก แต่ประเด็นคือเจ้าตัวเล็กหันหัวไปคนละทางกับพ่อ ผลก็คือเท้าน้อย ๆ สองข้างนั่นแหละที่ทำหน้าที่เป็นปลั๊กอุดช่องทางหายใจของคนเป็นพ่อเสียสนิทพี่พร้อมยังคงหอบหายใจรุนแรง

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 30 เล่นเกมกับลูก

    บ้านวงศ์อนุชิต 18:30 น.ช่วงค่ำของวัน…เสียงเพลงเด็กใส ๆ ดังลอดประตูห้องน้ำมาเป็นระยะ จังหวะไม่ตรงคีย์แต่เต็มไปด้วยความน่ารัก ภายในห้องน้ำ อ่างอาบน้ำสีขาวสะอาดมีฟองสบู่ฟูฟ่องลอยอยู่รอบตัว เด็กหญิงตัวกลมแก้มยุ้ยนั่งแช่น้ำอยู่ในอ่างอย่างสบายใจ หัวเปียกชื้นเป็นหย่อม ๆ ดวงตากลมโตลุกวาวขณะตบผิวน้ำเบา ๆ ให้เกิดคลื่น“พ่อพ้อม เพรชจะเล่นเกมนะคะ!!” เสียงใสแจ๋วร้องขึ้นพลางยกมืออ้วน ๆ ชูสองนิ้วป้อม ๆ อย่างมั่นใจพี่พร้อมที่ยืนพิงกรอบประตูห้องน้ำด้วยสีหน้าเอ็นดู ตอบกลับด้วยน้ำเสียงใจดี“เล่นได้ค่ะ แต่ต้องทำการบ้านให้เสร็จ แล้วก็กินข้าวก่อนนะคะ ไม่งั้นอดค่ะลูก”เด็กน้อยทำตาโตใส่ทันที “โอเคค่า!! เพรชจะทำการบ้านค่ะ! แล้วจะกินข้าวหมดจานเลย!”“เก่งมากค่ะ ยัยหนูของพ่อ” พี่พร้อมเดินเข้าไปย่อตัวลง ใช้ผ้าขนหนูเล็ก ๆ เช็ดหัวลูกสาวเบา ๆ แล้วหัวเราะเมื่อโดนน้องเพรขสาดน้ำใส่แบบไม่ตั้งใจน้องเพรชยิ้มแป้น แก้มแดง ๆ จากไอน้ำอุ่นดูสดใสเป็นพิเศษ เด็กน้อยยื่นมือขึ้นมาจับมือของพ่อแล้ว กระซิบเสียงเบา“พ่อพ้อม! เพรชมีแฟนแล้ว ห้ามบอกแม่นาทนะ! เดี๋ยวแม่นาทจะรู้!”“โอ้โห…ตัวกลมดิ๊กมีแฟนด้วยเหรอค่ะ ฮ่าๆ”“มี!! แฟนเพรชขายเ

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 29 แยกกันกินข้าว

    ช่วงค่ำของวันนั้น บ้านที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาหวาน ๆ กลับเงียบเหงาอย่างบอกไม่ถูก บนโต๊ะอาหารไม้โอ๊คที่ชั้นล่าง พี่พร้อมนั่งตรงมุมประจำของเขา มองถ้วยข้าวต้มปลาที่พี่ไก่จัดมาเสิร์ฟให้อย่างดี แม้จะเป็นเมนูโปรด แต่วันนี้เขากลับตักแค่ไม่กี่คำ เพราะใจมันไม่อยู่กับรสชาติเลยเสียงช้อนกระทบถ้วยเบา ๆ ดังขึ้นเป็นระยะ ขณะที่เขาเงยหน้าขึ้นมองเพดานบ้าง มองบันไดบ้าง ลอบคิดอยู่ในใจ“ตอนนี้นาทคงกำลังกินข้าวอยู่ชั้นบนคนเดียวเหมือนกันสินะ“ตัดภาพไปที่ชั้นสองที่ห้องนั่งเล่นเล็กๆ บริเวณชั้นสอง นงนาทนั่งทอดถอยหายใจอยู่บนโซฟาเบาะนุ่ม เบื้องหน้ามีถ้วยข้าวต้มปลาวางอยู่ แต่เธอกลับตักกินไปได้เพียงไม่กี่คำเท่านั้น แม้จะพยายามฝืนเคี้ยวเพื่อลูกในท้อง แต่ความรู้สึกพะอืดพะอมก็ตีตื้นขึ้นมาจนต้องยกน้ำขึ้นจิบดับอาการคลื่นไส้เป็นระยะ โดยมีพี่ไก่คอยนั่งเฝ้าดูอาการอยู่ข้างๆ ด้วยความห่วงใย“พี่ไก่เก็บไปเถอะค่ะ นาทอิ่มแล้วจริงๆ” เธอเอ่ยเสียงแผ่วพลางลูบท้อง“คุณนาทจะเข้านอนเลยไหมคะ เดี๋ยวพี่ช่วยพยุงไปที่เตียง” พี่ไก่ถามพลางขยับเข้ามาใกล้“ไม่เป็นไรค่ะพี่ไก่ นาทเดินไหว นาทจะเข้านอนเลย พี่ไก่ไปพักผ่อนเถอะค่ะ”นง

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 28 เหม็นผัว

    กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคงจนกระทั่งอายุครรภ์ของ นงนาท ล่วงเข้าสู่เดือนที่ 7 ทว่าแทนที่อาการแพ้ท้องจะทุเลาลงเหมือนที่คุณแม่ท่านอื่นเป็น นงนาทกลับต้องเผชิญกับพายุทางร่างกายที่โหมกระหน่ำหนักยิ่งกว่าช่วงแรกเสียอีก อาการเวียนศีรษะจู่โจมเธอทุกครั้งที่ขยับกาย กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดที่เคยหลงใหลกลับกลายเป็นกลิ่นฉุนกึกจนน่าสะอิดสะเอียน แม้แต่กลิ่นข้าวหุงสุกใหม่ๆ ก็ยังทำให้เธอรู้สึกพะอืดพะอมจนแทบขาดใจ แต่สิ่งที่ร้ายแรงกว่ากายคือ พายุอารมณ์ ที่แปรปรวนจนบางครั้งเธอก็แอบตกใจในความเปราะบางของตัวเอง ท่ามกลางความอ่อนไหวนี้ แม้รอยร้าวในอดีตกับพี่พร้อมจะได้รับการประสานด้วยความเข้าใจและการให้อภัยจนเธอกลับมาสู่อ้อมกอดที่คุ้นเคยอีกครั้ง แต่ลึกๆ ในก้นบึ้งของหัวใจ สถานที่ที่เธอรู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจที่สุดกลับไม่ใช่คฤหาสน์หรูหราที่ไหน แต่เป็นบ้านหลังเดิม บ้านที่เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตเธอ บ้านที่เคยมีกลิ่นอายความรักของ พ่อเด่นภูมิและแม่อรอนงค์ ผู้ล่วงลับ ในคืนหนึ่งที่แสงจันทร์นวลตาลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา นงนาทนั่งพิงหมอนอยู่ที่หัวเตียงด้วยท่าทางอิดโรย มือบางลูบไล้หน้าท้องที่กลมกลึงนูนเด่นขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ด

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 27 บะหมี่ผัดซีอิ๊ว+ลาบไข่มดแดง

    แสงแดดอ่อนละมุนยามเช้าทอแสงผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอนที่กว้างขวาง บรรยากาศรอบตัวยังคงอบอวลไปด้วยกรุ่นกลิ่นแห่งความสุขและความอ่อนโยนจากค่ำคืนที่ผ่านมา นงนาทขยับกายอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกอุ่นซ่านยังคงวนเวียนอยู่ใต้ผิวสัมผัส เมื่อเธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่ต้อนรับการตื่นนอนของเธอก็คือใบหน้าคมคายของ พี่พร้อม ที่นอนตะแคงข้างเฝ้ามองเธออยู่ก่อนแล้วด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเทิดทูน“เมียพี่ตื่นแล้วเหรอคะ”“พี่พร้อมตื่นนานแล้วเหรอคะ?” เธอถามกลับเสียงแผ่ว พยายามหลบสายตาคมปลาบที่มองมาอย่างมีความหมาย คนอะไรตื่นมาก็จู่โจมหัวใจกันแต่เช้า ไม่ว่าจะเป็นแววตาที่เชื่อมปรอยหรือคำเรียกขานว่า ‘เมีย’ ที่เขาขยันหยิบมาใช้จนเธอแทบจะต้านทานไม่ไหว“พี่ตื่นได้สักพักแล้วค่ะ ตื่นมานอนมองหน้าเมียกับยัยหนูในท้อง พี่มีความสุขจนไม่อยากลุกไปไหนเลย นาทเหนื่อยมากมั้ยคะ อยากนอนพักต่ออีกหน่อยมั้ยคนดี?”เขาเลื่อนปลายนิ้วไปเกลี่ยเส้นผมที่ระใบหน้าของเธออย่างเบามือ ก่อนจะก้มลงประทับจูบที่หน้าผากมนอย่างแสนรัก สัมผัสนั้นไม่ได้มีความเร่าร้อนเจือปนเหมือนค่ำคืนที่ผ่านมา แต่มันกลับหนักแน่นและอุ่นลึกซึ้งเสียจนนงนาทต

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 9 256GB

    ห้างสรรพสินค้า ปลายปี 2560ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำกลางกรุงเทพฯ เสียงเพลงบรรเลงเบา ๆ เคล้ากับแสงไฟสว่างนวลที่สะท้อนบนพื้นกระเบื้องเงาวับ อรอนงค์ กับ พรพรรณ เดินนำอยู่หน้าสุด มือถือถุงจากร้านสุกี้ข้างหลังคือ นงนาท ที่เดินแกว่งแขนไปมาด้วยสีหน้าเริงร่า กับ พี่พร้อม ที่ยังคงสงบและสุขุมเช่นเคย แต่ในแววตา

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 8 เขินจนกระโดดลงน้ำ

    ปลายปี 2560 บ้านแสงชัย ศาลาริมสระยังคงเงียบสงบ เสียงลมพัดใบไม้ไหวเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พี่พร้อมนั่งพิงเบาะอย่างผ่อนคลาย มือวางอยู่ข้างตัวใกล้กับมือถือ iPhone X สีขาว ที่วางคว่ำหน้าบนผ้าเช็ดมือสายตาของนงนาทที่นั่งข้าง ๆ ลอบมองพี่พร้อมเป็นระยะ แต่จังหวะหนึ่ง เธอเหลือบลงมาเห็นมือถือเครื่องนั้นชัด ๆ เข้

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 7 เด็กสาววัย 15

    ย้อนกลับไป (ปลายปี พ.ศ. 2560)บ่ายวันหนึ่งของเดือนกันยายน ภายในบ้านของตระกูลแสงชัย อากาศเย็นสบายด้วยสายลมพัดแผ่วๆ”นงนาท แสงชัย“ เด็กสาววัย 15 ปี กำลังนั่งอยู่หน้ากระจกในห้องนอนชั้นบน มือหนึ่งสางผมยาวตรงของตัวเองอย่างตั้งใจ อีกมือหยิบกิ๊บมุกเล็ก ๆ มาติดอย่างประณีต“วันนี้…ป้าพรจะพาพี่พร้อมมาด้วย”เ

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 6 กลับเมืองไทย

    18:00 น. สนามบินสุวรรณภูมิท่ามกลางเสียงผู้โดยสารขวักไขว่ รถเข็นกระเป๋า เสียงประกาศเที่ยวบิน และบรรยากาศคึกคักของผู้คนที่เพิ่งเดินทางกลับถึงบ้านเกิดพร้อม วงศ์อนุชิต หญิงสาวสวยเท่ ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ ผมยาวสลวยถูกรวบไว้อย่างเรียบง่ายใบหน้าสงบ ทว่าสายตาเปี่ยมพลัง ก้าวเท้าออกจากประตู arrivals int

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status