Share

บทที่ 2 14:38

last update Tanggal publikasi: 2026-04-14 16:03:00

รถยนต์ยุโรปสีเข้มแล่นเข้ามาจอดหน้ามุกบ้านตระกูลวงศ์อนุชิต บ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์น บนที่ดินกว่า 2ไร่ ในซอยสุขุมวิท เงียบสงบ ร่มรื่น และเต็มไปด้วยกลิ่นของบ้าน

นงนาทเดินลงจากรถช้า ๆ กระเป๋านักเรียนสะพายอยู่ข้างหนึ่ง มืออีกข้างยังจับชายเสื้อของพรพรรณไว้หลวม ๆ อย่างเด็กที่เพิ่งเสียศูนย์ในชีวิต

เมื่อเข้ามาภายในบ้าน พรพรรณก็พาเธอไปนั่งที่โซฟาตัวยาวในห้องรับแขก หญิงสาววัยกลางคนห่มผ้าคลุมไหล่ให้นงนาทเบา ๆ ก่อนเอ่ยขึ้น

“หนูนาท หนูฟังป้าดีๆนะลูก ป้าอยากให้หนูย้ายมาอยู่กับป้าและลุงเพิ่มที่นี่…”

นงนาทช้อนสายตาขึ้นช้า ๆ

“เพื่อความปลอดภัยของตัวหนูเอง และเพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สินทั้งหมดที่แม่ของหนูทิ้งไว้ให้…”

คุณเพิ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพูดต่อทันที

“ชัยวัตมันเริ่มมีความเคลื่อนไหวแล้ว เราได้ข่าวมาว่ามันกำลังจะขออำนาจศาลชั่วคราวเป็นผู้จัดการมรดกในกรณีฉุกเฉิน”

พรพรรณเม้มปากแน่นก่อนจะเอ่ยเสริมอย่างจริงจัง

“เราจะไม่ยอมให้มันแตะต้องอะไรของแม่อรเด็ดขาด!” เธอกุมมือนงนาทแน่นอีกครั้ง

“หนูไม่ต้องรับมือกับมันคนเดียว ลุงกับป้าจะจัดการเรื่องนี้เอง”

“สิ่งที่แม่อรเขาทำไว้ในพินัยกรรม เขาเขียนชัดเจนว่า เมื่อหนูอายุครบ 18 ปี เมื่อไหร่ ทรัพย์สินทุกอย่างจะตกเป็นของหนูโดยสมบูรณ์”

นงนาทนิ่งเงียบริมฝีปากสั่นเล็กน้อย

พรพรรณยิ้มให้เธออย่างมั่นใจ

“ป้าจะเป็นคนเซ็นอนุมัติโอนลอยทุกอย่างไว้เลย ตั้งแต่ตอนนี้ เมื่อถึงเวลานั้น ทุกอย่างจะกลายเป็นของหนูโดยไม่ต้องรอคำอนุญาตอะไรทั้งสิ้น”

“อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทุกอย่างของแม่อรจะกลายเป็นของหนูทันทีนะลูก“

คุณเพิ่มเสริมเสียงนิ่ง “หนูจะมีสิทธิ์เต็มตามกฎหมาย ไม่มีใครมาแตะต้องได้”

นงนาทเงียบไปนาน ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่น

“แล้ว…แล้วหนูต้องทำอะไรบ้างคะ?”

พรพรรณลูบหัวเธอเบา ๆ

“หนูไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ตั้งใจเรียน ใช้ชีวิตให้ปลอดภัย และอยู่กับเราที่นี่ ที่นี่จะเป็นบ้านของหนูนับจากวันนี้เป็นต้นไป”

ดวงตานงนาทรื้นน้ำตาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มีแววอุ่นขึ้นกว่าเดิม เธอพยักหน้าช้า ๆ

“ค่ะ…ป้าพร…หนูจะอยู่ที่นี่”

นงนาทยังนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิมในห้องรับแขก ดวงตายังแดงช้ำจากการร้องไห้ แต่เธอก็เริ่มตั้งสติได้มากขึ้น ภายในบ้านเงียบสงบ มีเพียงเสียงนาฬิกาและเสียงลมจากเครื่องปรับอากาศ

พรพรรณยื่นแก้วน้ำให้นงนาท ก่อนจะนั่งลงข้างเธออีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน

“พี่พร้อมรู้หรือเปล่าคะ…ว่าหนูจะมาอยู่ที่นี่”

พรพรรณหัวเราะนิดหนึ่งอย่างเอ็นดู

“รู้แล้วจ้ะ ป้าโทรบอกพี่เขาแล้ว ตั้งแต่ก่อนจะไปรับหนูเสียอีก”

นงนาทพยักหน้าเบา ๆ ใจเต้นขึ้นมานิดหน่อยโดยไม่รู้สาเหตุ กับชื่อของผู้หญิงอีกคนที่แม้ไม่ค่อยได้ใกล้ชิด แต่ก็ดูสำคัญเหลือเกินในบ้านหลังนี้

“อีกเรื่องนะลูก ป้าอยากถามเรื่องเรียนของหนูไว้ก่อน…หนูคิดหรือยังว่า อยากเรียนมหาลัยที่เมืองไทย หรือจะไปเรียนเมืองนอก?”

นงนาทเบิกตานิดหนึ่งก่อนจะรีบส่ายหน้า

“ยังไม่ได้คิดเลยค่ะ…มันเร็วไปหน่อย”

พรพรรณหัวเราะ “ไม่เป็นไรลูก ป้าตามใจหนูเลยนะ ถ้าหนูอยากไปเรียนเมืองนอก ก็ไปได้เลย เงินที่แม่อรทิ้งไว้ให้ ส่งหนูเรียนจนจบปริญญาเอกได้สบาย ๆ”

“ป้ากับลุงเพิ่มจะเป็นคนติดต่อเรื่องมหาลัยให้เองทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องเอกสาร ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ไปจนถึงระบบวีซ่า”

“แต่เรื่องค่าใช้จ่าย…หนูต้องจัดการเองนะลูก”

นงนาทชะงัก เลิกคิ้วนิด ๆ

พรพรรณมองเธอตรง ๆ “ป้ากับลุงอยากให้หนูรู้ว่า คุณค่าและราคาของการใช้ชีวิตจริงๆ มันเป็นยังไง”

“ค่าเทอม ค่าหอพัก ค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าประกันทั้งหมดนั้น ป้าจะให้หนูเป็นคนดูแลจากบัญชีของตัวเอง หนูจะได้รู้ว่า ทุกบาททุกสตางค์ที่แม่อรของหนูหามามันมีค่ามากขนาดไหน”

เพิ่มที่นั่งเงียบมาตลอดเอ่ยขึ้น “และที่สำคัญที่สุด หนูจะได้ฝึกเป็นเจ้าของทรัพย์สินอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่คนที่ถือครองกรรมสิทธิ์ในใบกระดาษเปล่าแผ่นเดียว”

พรพรรณยิ้มอย่างอ่อนโยน แต่น้ำเสียงจริงจังยิ่งกว่าเดิมเมื่อพูดประโยคสุดท้าย

“ป้ากับลุงเพิ่ม…จะไม่เอาสมบัติของแม่หนูมาถือไว้เด็ดขาด ทุกอย่างจะอยู่ในมือของหนู“

“เราไม่ได้ต้องการอะไรจากหนูเลยลูก…”

“เราทำทั้งหมดนี้เพราะอยากช่วยหนูจริง ๆ เท่านั้น”

นงนาทนิ่งงันไปหลายวินาที ก่อนน้ำตาจะไหลออกมาอีกครั้ง เธอไม่ได้ร้องไห้เหมือนเด็กขาดที่พึ่ง แต่เธอร้องไห้ เหมือนคนที่เพิ่งได้พบแสงสว่างจากความมืดสนิท

“ขอบคุณนะคะป้าพร ลุงเพิ่มหนูจะไม่ลืมเลย”

หลังจากที่บทสนทนาเรื่องอนาคตและการเรียนจบลง ห้องรับแขกก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งพรพรรณยังคงจับมือนงนาทไว้แน่น เธอหลุบตาลงต่ำ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยจากความอบอุ่น เป็นเคร่งขรึม คำต่อไปที่เธอจะพูดนั้นไม่ใช่เรื่องที่อยากพูด แต่มันสำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

“มีอีกเรื่องนะลูก…หนูนาท”

พรพรรณหันไปสบตานงนาทตรง ๆ ราวกับกำลังพูดกับคนที่โตพอจะเข้าใจความอันตราย

“เรื่องของ ไอ้ชัยวัต“

นงนาทชะงักเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความตึงเครียดและหวาดระแวงทันทีที่ได้ยินชื่อ

พรพรรณพยักหน้าอย่างช้า ๆ

“ป้ากับลุงจะคอยจับตามองมันเอง ไม่ต้องห่วง”

“แต่หนูก็ต้องระวังตัวด้วยนะลูก…ฟังป้าให้ดี”

คุณเพิ่มที่นั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ เอ่ยด้วยเสียงเคร่งขรึม “มันไม่ใช่คนที่ควรมองข้าม!“

พรพรรณหันกลับมาหานงนาทอีกครั้ง จับมือแน่นขึ้น “เดี๋ยวมันจะเริ่มตามหาว่าหนูอยู่ที่ไหน…”

“มันจะเริ่มพยายามเข้าหา…ตีสนิท…ทำทีเหมือนเป็นห่วง”

“แต่หนูต้องฟังป้านะ…อย่าไว้ใจมันเด็ดขาด”

เสียงคำว่า “เด็ดขาด” หนักแน่นกว่าทุกคำก่อนหน้า พรพรรณพูดเหมือนมีภาพบางอย่างย้อนเข้ามาในหัว เหมือนเคยเห็น เคยรู้และไม่อยากให้เด็กสาวตรงหน้าเจ็บเหมือนใครบางคนจากที่ผ่านมา

“มันมีแผนอยู่เสมอ มันไม่เคยมองใครด้วยใจจริง มันมองแต่เงิน กับประโยชน์ของมันเอง”

“เข้าใจมั้ยลูก?”

นงนาทพยักหน้าเบาๆ แววตาจริงจัง

“เข้าใจค่ะป้า หนูจะไม่ไว้ใจมันเด็ดขาด!”

พรพรรณผ่อนลมหายใจยาว ก่อนจะลูบผมนงนาทอีกครั้งอย่างปลอบประโลม

“ดีมากลูก พวกเราจะปกป้องหนูทุกทาง แต่หนูต้องช่วยตัวเองก่อน ด้วยการไม่เปิดประตูใจให้มันตั้งแต่แรก เข้าใจมั้ย?”

นงนาทตอบเสียงเบา “ค่ะ หนูเข้าใจแล้ว”

พรพรรณยิ้มพลางตบหลังมือนงนาทเบา ๆ แล้วลุกขึ้นยืน

“เดี๋ยวป้าจะเรียกแม่บ้านกับคนสวนเข้ามา เพื่อแนะนำหนูให้พวกเขารู้จักนะลูก”

“จากนี้ไป…หนูคือ ‘ลูกสาวของบ้านนี้’ อีกคน”

นงนาทยิ้มพร้อมพยักหน้าหงึกหงัก

“ค่ะป้าพร”

พรพรรณเดินออกไปทางโถงหน้าบ้าน ก่อนจะส่งเสียงเรียกดังพอให้ได้ยินทั่วบ้าน

“ตุ้ม! ตุ้ม! เข้ามานี่หน่อยลูก!”

เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังตึงตังมาตามพื้นหินอ่อนไม่กี่อึดใจ

แล้วร่างของ “ตุ้ม” แม่บ้านตัวกลม ผิวสองสี ใบหน้าแจ่มใสประจำบ้านวงศ์อนุชิต ก็ปรากฏตัวที่ขอบประตูอย่างรวดเร็ว

“ค่าาาาาา คุณพร!” ตุ้มวิ่งเข้ามาแบบเกือบจะกลิ้งได้ รวบชายผ้ากันเปื้อนแล้วหยุดยืนตัวตรงหอบน้อย ๆ

“มีอะไรเหรอคะคุณพร?”

พรพรรณกลั้นยิ้มน้อย ๆ กับความกระตือรือร้น ก่อนจะเอ่ยชัดเจน

“ไปตามแม่บ้านทั้งหมดในบ้าน คนรถ คนสวน ป้าน้อย ป้ายา ด้วย…ให้มารวมที่ห้องรับแขก ฉันจะแนะนำลูกสาวของฉันอีกคนให้ทุกคนรู้จัก”

ตุ้มเบิกตากว้างขึ้นในทันที

“ลูกสาว!? อุ้ย! ได้ค่า! เดี๋ยวตุ้มไปตามให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะคุณพร!” พูดจบก็หันหลังวิ่งป้าบ ๆ ออกไปเสียงดังตามสไตล์

พรพรรณหัวเราะก่อนจะหันกลับมาและเดินเข้าไปนั่งข้างนงนาทอีกครั้ง มือของเธอวางบนไหล่ของเด็กสาวอย่างอ่อนโยน

“อีกไม่นาน…หนูจะรู้ว่าบ้านนี้อบอุ่นยังไง”

“ทุกคนในบ้าน…จะรักหนูเหมือนที่เรารักหนู”

นงนาทพยักหน้า หัวใจที่บอบบางเหมือนจะเข้มแข็งขึ้นทุกวินาทีที่อยู่ที่นี่…

ไม่ถึงสิบห้านาทีหลังจากตุ้มวิ่งออกไป เสียงฝีเท้า และเสียงพูดคุยกุกกักเริ่มดังแว่วมาจากหน้าทางเดิน

ไม่นาน…ตุ้มก็พุ่งเข้ามาทางห้องรับแขกอีกครั้งตามหลังมาคือกลุ่มคนที่เป็นหัวใจของบ้านวงศ์อนุชิต

“มาแล้วค่าาาาาา คุณพรรรรรร!!”

เสียงลากยาวของตุ้มทำให้พรพรรณยิ้มก่อนจะลุกขึ้นต้อนรับคนทั้งหมดอย่างอบอุ่น

ข้างหลังตุ้มมี…ป้าน้อย ป้ายา แม่ครัวใหญ่ ผู้มีรูปร่างเจ้าเนื้อกับผ้ากันเปื้อนลายสตรอว์เบอร์รี่สีชมพูเข้ม ใบหน้าคมเข้มแฝงรอยใจดี

ลุงริด กับ ลุงจื่อ คนสวนวัยห้าสิบต้นๆ ที่ใส่เสื้อแขนยาวมีรอยดินจาง ๆ ตามปลายแขน

สมหมาย กับ ศักดิ์ คนขับรถประจำบ้าน วัย40+ ผิวคล้ำ ใส่เสื้อเชิ้ตพับแขน

และสองแม่บ้าน ป้าไพร กับ ป้าอึ่ง ที่มาในชุดสีครีมสะอาด เดินยิ้มมาอย่างเรียบร้อย

ทุกคนยืนเข้าแถวเรียงหน้ากระดานอย่างรู้หน้าที่ พรพรรณหันไปหานงนาทที่ยังนั่งอยู่ตรงโซฟา เธอกวักมือเบา ๆ “ลูก…หนูนาทมานี่สิ มาแนะนำตัวกับทุกคน”

นงนาทลุกขึ้นช้า ๆ เดินมาข้างพรพรรณอย่างประหม่าเล็กน้อย แต่ดวงตาเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกใหม่ อบอุ่น ปลอดภัย และไม่เดียวดาย

พรพรรณยิ้มกว้าง ก่อนจะพูดขึ้นเสียงชัด

“ทุกคน…ฟังฉันให้ดีนะ”

“เด็กสาวคนนี้ชื่อนงนาท ตั้งแต่วันนี้ไป หนูนาทคือ ลูกสาวของฉันอีกคน เข้าใจมั้ย?”

“ทุกคนเคารพ ฉันกับคุณเพิ่ม คุณพร้อม ยังไง ก็ทำแบบเดียวกัน เคารพและให้เกียรติหนูนาทด้วย ให้ดูแล ให้ช่วย ให้ทำเหมือนที่ทุกคนดูแลคนในบ้านหลังนี้”

ทุกคนในห้องนิ่งไปครู่ ก่อนจะยิ้มกันถ้วนหน้า

ป้าน้อยพยักหน้าแล้วพูดเสียงอ่อน “ยินดีต้อนรับนะลูก อยู่ที่นี่เหมือนอยู่บ้านตัวเองเลยนะ มีอะไรก็เรียกป้าน้อยได้ตลอด”

ลุงริดกับลุงจื่อพยักหน้า “ฝากตัวด้วยนะคุณหนู เดี๋ยวลุงจะพาเดินดูสวน เผื่อชอบดอกไม้ต้นไม้”

ตุ้มยิ้มกว้างสุด พูดเสียงดังลั่น “ต่อไปนี้คุณนาทเป็นคุณหนูของพวกเราทุกคนแล้วนะคะ!”

นงนาทยิ้มทั้งน้ำตา เธอประนมมือไหว้ทุกคน

“ขอบคุณค่ะ…ทุกคน…“

พรพรรณยิ้มเต็มหน้า กอดไหล่นงนาทอย่างภูมิใจ “ดีมากลูก แม่อรต้องดีใจแน่ ๆ ถ้าได้เห็นหนูวันนี้”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 32 ร้องเพลงให้ตาเด่นกับยายอรฟัง

    งานบุญที่บ้านแสงชัยรุ่งสางของวันใหม่พัดพาละอองความเย็นสดชื่นมาสู่ บ้านแสงชัย กลิ่นหอมกรุ่นของควันธูปและเทียนหอมลอยละล่อง ผสานกับเสียงสวดมนต์อันกังวานต่ำและเป็นจังหวะจากพระสงฆ์ที่ดังแว่วไปทั่วทั้งบริเวณ บรรยากาศรอบบ้านถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และเงียบสงบ เพื่อรองรับงานทำบุญใหญ่ที่จัดขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ อรอนงค์ แสงชัย และ เด่นภูมิ แสงชัย ผู้ซึ่งเป็นดั่งรากแก้วที่แข็งแกร่งของตระกูลบริเวณโถงกลางบ้านถูกประดับประดาด้วยผ้าสีขาวบริสุทธิ์ ผูกริบบิ้นสีทองอ่อนอย่างวิจิตรบรรจง แขกเหรื่อและญาติสนิทมิตรสหายต่างพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดสีขาวสะอาดตา เรียบง่ายทว่าสุภาพดูดี ทุกคนนั่งเรียงกันเป็นแถวหน้าอาสนะพระสงฆ์ทั้ง 9 รูป ด้วยความนอบน้อมและระลึกถึงผู้จากไปอย่างสุดหัวใจทว่า... ท่ามกลางภาพลักษณ์ที่ดูเคร่งขรึมและขาวโพลนไปทั้งงาน กลับมีจุดสีสันสดใสที่ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้ต้องเหลียวมอง นั่นคือ น้องเพชร เด็กหญิงตัวป้อมในวัย 4 ขวบ ที่วันนี้ยืนยันหนักแน่นว่าจะสวม ชุดซุปเปอร์แมน สีแดงสลับน้ำเงินสดใส เพื่อเตรียมตัวบินไปหาคุณตาคุณยายตามความเชื่อใสซื่อของเด็กน้อยน้องเพรชนั่งขัดสมาธิอย

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 31 แม่นาทของเพรช

    22:00 บ้านแสงชัยท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืนที่ควรจะเป็นเวลาพักผ่อนอันแสนหวาน ภายในห้องนอนกว้างกลับมีบรรยากาศประหลาดบางอย่างเกิดขึ้น พี่พร้อม ที่กำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทราเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ร่างกายของเขาหนักอึ้งเหมือนมีกระสอบทรายมาทับไว้บนอก แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคืออากาศรอบตัวกลับเบาบางลงเรื่อย ๆ จนเขารู้สึกเหมือนกำลังดำดิ่งลงไปใต้บาดาลที่ไร้ทางออก“อ๊ากกก!! เฮือก!!!”พี่พร้อมสะดุ้งสุดตัวลืมตาโพลงขึ้นมาในความสลัว ร่างกายตอบสนองด้วยการกอบโกยเอาอากาศเข้าปอดอย่างบ้าคลั่งราวกับคนเพิ่งรอดตายจากการจมน้ำ และเมื่อสายตาเริ่มปรับโฟกัสได้ เขาก็ต้องตะลึงกับภาพที่ปรากฏตรงหน้า ภาพที่ทำให้เขาไม่รู้ว่าจะขำหรือจะช็อกดี!ฝ่าเท้าน้อยๆนุ่มนิ่มทั้งสองข้างอุดรูจมูกของเขาไว้มิดสนิท!นงนาท เดินเข้ามาใกล้เตียงพอดี เธอรีบก้มลงอุ้มยัยหนูตัวอ้วนออกจากอกของคนเป็นพ่ออย่างเบามือ สภาพของน้องเพชรเมื่อครู่คือการนอนหงายทับอยู่บนตัวพี่พร้อมแบบเต็มรัก แต่ประเด็นคือเจ้าตัวเล็กหันหัวไปคนละทางกับพ่อ ผลก็คือเท้าน้อย ๆ สองข้างนั่นแหละที่ทำหน้าที่เป็นปลั๊กอุดช่องทางหายใจของคนเป็นพ่อเสียสนิทพี่พร้อมยังคงหอบหายใจรุนแรง

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 30 เล่นเกมกับลูก

    บ้านวงศ์อนุชิต 18:30 น.ช่วงค่ำของวัน…เสียงเพลงเด็กใส ๆ ดังลอดประตูห้องน้ำมาเป็นระยะ จังหวะไม่ตรงคีย์แต่เต็มไปด้วยความน่ารัก ภายในห้องน้ำ อ่างอาบน้ำสีขาวสะอาดมีฟองสบู่ฟูฟ่องลอยอยู่รอบตัว เด็กหญิงตัวกลมแก้มยุ้ยนั่งแช่น้ำอยู่ในอ่างอย่างสบายใจ หัวเปียกชื้นเป็นหย่อม ๆ ดวงตากลมโตลุกวาวขณะตบผิวน้ำเบา ๆ ให้เกิดคลื่น“พ่อพ้อม เพรชจะเล่นเกมนะคะ!!” เสียงใสแจ๋วร้องขึ้นพลางยกมืออ้วน ๆ ชูสองนิ้วป้อม ๆ อย่างมั่นใจพี่พร้อมที่ยืนพิงกรอบประตูห้องน้ำด้วยสีหน้าเอ็นดู ตอบกลับด้วยน้ำเสียงใจดี“เล่นได้ค่ะ แต่ต้องทำการบ้านให้เสร็จ แล้วก็กินข้าวก่อนนะคะ ไม่งั้นอดค่ะลูก”เด็กน้อยทำตาโตใส่ทันที “โอเคค่า!! เพรชจะทำการบ้านค่ะ! แล้วจะกินข้าวหมดจานเลย!”“เก่งมากค่ะ ยัยหนูของพ่อ” พี่พร้อมเดินเข้าไปย่อตัวลง ใช้ผ้าขนหนูเล็ก ๆ เช็ดหัวลูกสาวเบา ๆ แล้วหัวเราะเมื่อโดนน้องเพรขสาดน้ำใส่แบบไม่ตั้งใจน้องเพรชยิ้มแป้น แก้มแดง ๆ จากไอน้ำอุ่นดูสดใสเป็นพิเศษ เด็กน้อยยื่นมือขึ้นมาจับมือของพ่อแล้ว กระซิบเสียงเบา“พ่อพ้อม! เพรชมีแฟนแล้ว ห้ามบอกแม่นาทนะ! เดี๋ยวแม่นาทจะรู้!”“โอ้โห…ตัวกลมดิ๊กมีแฟนด้วยเหรอค่ะ ฮ่าๆ”“มี!! แฟนเพรชขายเ

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 29 แยกกันกินข้าว

    ช่วงค่ำของวันนั้น บ้านที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาหวาน ๆ กลับเงียบเหงาอย่างบอกไม่ถูก บนโต๊ะอาหารไม้โอ๊คที่ชั้นล่าง พี่พร้อมนั่งตรงมุมประจำของเขา มองถ้วยข้าวต้มปลาที่พี่ไก่จัดมาเสิร์ฟให้อย่างดี แม้จะเป็นเมนูโปรด แต่วันนี้เขากลับตักแค่ไม่กี่คำ เพราะใจมันไม่อยู่กับรสชาติเลยเสียงช้อนกระทบถ้วยเบา ๆ ดังขึ้นเป็นระยะ ขณะที่เขาเงยหน้าขึ้นมองเพดานบ้าง มองบันไดบ้าง ลอบคิดอยู่ในใจ“ตอนนี้นาทคงกำลังกินข้าวอยู่ชั้นบนคนเดียวเหมือนกันสินะ“ตัดภาพไปที่ชั้นสองที่ห้องนั่งเล่นเล็กๆ บริเวณชั้นสอง นงนาทนั่งทอดถอยหายใจอยู่บนโซฟาเบาะนุ่ม เบื้องหน้ามีถ้วยข้าวต้มปลาวางอยู่ แต่เธอกลับตักกินไปได้เพียงไม่กี่คำเท่านั้น แม้จะพยายามฝืนเคี้ยวเพื่อลูกในท้อง แต่ความรู้สึกพะอืดพะอมก็ตีตื้นขึ้นมาจนต้องยกน้ำขึ้นจิบดับอาการคลื่นไส้เป็นระยะ โดยมีพี่ไก่คอยนั่งเฝ้าดูอาการอยู่ข้างๆ ด้วยความห่วงใย“พี่ไก่เก็บไปเถอะค่ะ นาทอิ่มแล้วจริงๆ” เธอเอ่ยเสียงแผ่วพลางลูบท้อง“คุณนาทจะเข้านอนเลยไหมคะ เดี๋ยวพี่ช่วยพยุงไปที่เตียง” พี่ไก่ถามพลางขยับเข้ามาใกล้“ไม่เป็นไรค่ะพี่ไก่ นาทเดินไหว นาทจะเข้านอนเลย พี่ไก่ไปพักผ่อนเถอะค่ะ”นง

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 28 เหม็นผัว

    กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคงจนกระทั่งอายุครรภ์ของ นงนาท ล่วงเข้าสู่เดือนที่ 7 ทว่าแทนที่อาการแพ้ท้องจะทุเลาลงเหมือนที่คุณแม่ท่านอื่นเป็น นงนาทกลับต้องเผชิญกับพายุทางร่างกายที่โหมกระหน่ำหนักยิ่งกว่าช่วงแรกเสียอีก อาการเวียนศีรษะจู่โจมเธอทุกครั้งที่ขยับกาย กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดที่เคยหลงใหลกลับกลายเป็นกลิ่นฉุนกึกจนน่าสะอิดสะเอียน แม้แต่กลิ่นข้าวหุงสุกใหม่ๆ ก็ยังทำให้เธอรู้สึกพะอืดพะอมจนแทบขาดใจ แต่สิ่งที่ร้ายแรงกว่ากายคือ พายุอารมณ์ ที่แปรปรวนจนบางครั้งเธอก็แอบตกใจในความเปราะบางของตัวเอง ท่ามกลางความอ่อนไหวนี้ แม้รอยร้าวในอดีตกับพี่พร้อมจะได้รับการประสานด้วยความเข้าใจและการให้อภัยจนเธอกลับมาสู่อ้อมกอดที่คุ้นเคยอีกครั้ง แต่ลึกๆ ในก้นบึ้งของหัวใจ สถานที่ที่เธอรู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจที่สุดกลับไม่ใช่คฤหาสน์หรูหราที่ไหน แต่เป็นบ้านหลังเดิม บ้านที่เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตเธอ บ้านที่เคยมีกลิ่นอายความรักของ พ่อเด่นภูมิและแม่อรอนงค์ ผู้ล่วงลับ ในคืนหนึ่งที่แสงจันทร์นวลตาลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา นงนาทนั่งพิงหมอนอยู่ที่หัวเตียงด้วยท่าทางอิดโรย มือบางลูบไล้หน้าท้องที่กลมกลึงนูนเด่นขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ด

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 27 บะหมี่ผัดซีอิ๊ว+ลาบไข่มดแดง

    แสงแดดอ่อนละมุนยามเช้าทอแสงผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอนที่กว้างขวาง บรรยากาศรอบตัวยังคงอบอวลไปด้วยกรุ่นกลิ่นแห่งความสุขและความอ่อนโยนจากค่ำคืนที่ผ่านมา นงนาทขยับกายอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกอุ่นซ่านยังคงวนเวียนอยู่ใต้ผิวสัมผัส เมื่อเธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่ต้อนรับการตื่นนอนของเธอก็คือใบหน้าคมคายของ พี่พร้อม ที่นอนตะแคงข้างเฝ้ามองเธออยู่ก่อนแล้วด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเทิดทูน“เมียพี่ตื่นแล้วเหรอคะ”“พี่พร้อมตื่นนานแล้วเหรอคะ?” เธอถามกลับเสียงแผ่ว พยายามหลบสายตาคมปลาบที่มองมาอย่างมีความหมาย คนอะไรตื่นมาก็จู่โจมหัวใจกันแต่เช้า ไม่ว่าจะเป็นแววตาที่เชื่อมปรอยหรือคำเรียกขานว่า ‘เมีย’ ที่เขาขยันหยิบมาใช้จนเธอแทบจะต้านทานไม่ไหว“พี่ตื่นได้สักพักแล้วค่ะ ตื่นมานอนมองหน้าเมียกับยัยหนูในท้อง พี่มีความสุขจนไม่อยากลุกไปไหนเลย นาทเหนื่อยมากมั้ยคะ อยากนอนพักต่ออีกหน่อยมั้ยคนดี?”เขาเลื่อนปลายนิ้วไปเกลี่ยเส้นผมที่ระใบหน้าของเธออย่างเบามือ ก่อนจะก้มลงประทับจูบที่หน้าผากมนอย่างแสนรัก สัมผัสนั้นไม่ได้มีความเร่าร้อนเจือปนเหมือนค่ำคืนที่ผ่านมา แต่มันกลับหนักแน่นและอุ่นลึกซึ้งเสียจนนงนาทต

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 9 256GB

    ห้างสรรพสินค้า ปลายปี 2560ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำกลางกรุงเทพฯ เสียงเพลงบรรเลงเบา ๆ เคล้ากับแสงไฟสว่างนวลที่สะท้อนบนพื้นกระเบื้องเงาวับ อรอนงค์ กับ พรพรรณ เดินนำอยู่หน้าสุด มือถือถุงจากร้านสุกี้ข้างหลังคือ นงนาท ที่เดินแกว่งแขนไปมาด้วยสีหน้าเริงร่า กับ พี่พร้อม ที่ยังคงสงบและสุขุมเช่นเคย แต่ในแววตา

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 8 เขินจนกระโดดลงน้ำ

    ปลายปี 2560 บ้านแสงชัย ศาลาริมสระยังคงเงียบสงบ เสียงลมพัดใบไม้ไหวเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พี่พร้อมนั่งพิงเบาะอย่างผ่อนคลาย มือวางอยู่ข้างตัวใกล้กับมือถือ iPhone X สีขาว ที่วางคว่ำหน้าบนผ้าเช็ดมือสายตาของนงนาทที่นั่งข้าง ๆ ลอบมองพี่พร้อมเป็นระยะ แต่จังหวะหนึ่ง เธอเหลือบลงมาเห็นมือถือเครื่องนั้นชัด ๆ เข้

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 7 เด็กสาววัย 15

    ย้อนกลับไป (ปลายปี พ.ศ. 2560)บ่ายวันหนึ่งของเดือนกันยายน ภายในบ้านของตระกูลแสงชัย อากาศเย็นสบายด้วยสายลมพัดแผ่วๆ”นงนาท แสงชัย“ เด็กสาววัย 15 ปี กำลังนั่งอยู่หน้ากระจกในห้องนอนชั้นบน มือหนึ่งสางผมยาวตรงของตัวเองอย่างตั้งใจ อีกมือหยิบกิ๊บมุกเล็ก ๆ มาติดอย่างประณีต“วันนี้…ป้าพรจะพาพี่พร้อมมาด้วย”เ

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 6 กลับเมืองไทย

    18:00 น. สนามบินสุวรรณภูมิท่ามกลางเสียงผู้โดยสารขวักไขว่ รถเข็นกระเป๋า เสียงประกาศเที่ยวบิน และบรรยากาศคึกคักของผู้คนที่เพิ่งเดินทางกลับถึงบ้านเกิดพร้อม วงศ์อนุชิต หญิงสาวสวยเท่ ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ ผมยาวสลวยถูกรวบไว้อย่างเรียบง่ายใบหน้าสงบ ทว่าสายตาเปี่ยมพลัง ก้าวเท้าออกจากประตู arrivals int

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status