Mag-log inทั้งสามเดินออกมาจากศาลาแปดเหลี่ยม บทสนทนาที่เหมือนเป็นฉากแก้สถานการณ์ ทั้งที่ในใจของแต่ละคนรับรู้ว่ามีใครบางคนอยู่ใต้ฐานศาลาแปดเหลี่ยม หากแต่ผู้มาเป็นใครเหตุใดจึงปีนขึ้นมาในยามวิกาล ตอนนี้ยังไม่มีใครอยากจะหาคำตอบ
“เสี่ยวเถาเจ้าไปบอกสาวใช้เมื่อครู่ว่าไม่ต้องนำชาและของว่างมาแล้ว ข้าจะกลับห้องพัก หลังจากส่งคุณชายท่านนี้ออกไป”
ลี่ชิงหย่าส่งสายตาบอกเสี่ยวเถาให้ลอบไปบอกคนคุ้มกันเงียบๆ เสี่ยวเถารีบทำตามโดยดี
“คุณชายท่านนี้ข้าจะชี้ทางออกให้ เชิญ” นางใช้น้ำเสียงเรียบเรื่อยทั้งที่ดวงตาแตกตื่น มือทั้งสองข้างกุมกันแน่น
“รบกวนจริงๆ ข้าเพียงปลีกตัวออกมาสูดอากาศ ไม่คิดว่าจะเดินเลยเข้ามาไกลถึงเพียงนี้”
คนทั้งสองก้าวออกไปช้าๆ กระนั้นลางสังหรณ์กลับบอกลี่ชิงหย่าว่ามีคนกำลังตามมา นางหันกลับไปมองเยี่ยสวินที่เดินอยู่ด้านหลัง แต่เขากลับกระซิบบอกเสียงเบา
“เดินต่อไป ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นอย่าได้หันกลับมา อย่าขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้า เดินตรงเข้าไปในหอสูง”
นางทำตามที่เขาว่าโดยเดินไปเรื่อยๆ เสียงการต่อสู้ดังขึ้น แต่กลับไร้เสียงกระทบของกระบี่ มีเพียงเสียงทึบราวกับของหนักร่วงหล่นลงบนพื้น ลี่ชิงหย่าหวาดหวั่นจนตัวสั่น หากแต่ก็พยายามเดินต่อไป
สายลมหอบหนึ่งพัดผ่านแผ่นหลังของนาง เส้นผมยาวสลวยปลิวไสว นางรับรู้ว่ามีบางอย่างวูบผ่านร่างของนางไป
“เดินต่อไป”
น้ำเสียงของเยี่ยสวินทำให้นางโล่งอก หญิงสาวเร่งฝีเท้าขึ้นอีกเล็กน้อย กระทั่งเงาดำวูบหนึ่งโฉบลงมาขวาง แสงวูบไหวจากกระบี่คมกริบตวัดมาเบื้องหน้า
ลี่ชิงหย่าทำได้เพียงหลับตาลง แม้อยากกรีดร้องแต่กลับร้องไม่ออก ร่างเล็กสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
จังหวะที่ปลายกระบี่กำลังตวัดลงมา ไหล่เล็กกลับถูกคว้าเอาไว้ ร่างของหญิงสาวหมุนกลับไปด้านหลัง แม้ทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตา แต่คล้ายเนิ่นนานในความรู้สึก
ภาพบางอย่างปรากฏขึ้น ทำให้หญิงสาวตื่นตะลึง สิ่งที่นางเห็นชัดเจนกระทั่งรับรู้ถึงคมกระบี่ที่จ้วงแทงเข้าไปในอก ราวกับว่ามันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ
ภาพตัวนางที่นั่งอยู่บนเตียงนอน สวมชุดเจ้าสาวสีแดงซึ่งหลุดลุ่ยฉีกขาด รอบกายไม่มีแม้แต่กลิ่นอายมงคล ตรงกันข้ามกลับดูเหมือนจวนร้างซึ่งเต็มไปด้วยฝุ่นหยากไย่
เบื้องหน้าคือเยี่ยสวินที่สวมชุดเจ้าบ่าว หากแต่ในมือของเขากลับกุมกระบี่สีน้ำเงินรูปร่างแปลกประหลาด กระบี่เล่มนั้นจ้วงแทงเข้ามายังอกของนาง ดวงตาของเยี่ยสวินแดงก่ำ ทั่วทั้งร่างแผ่ประกายของความดำมืดอันโหดเหี้ยม
ลี่ชิงหย่าสะท้านไปทั้งกาย รับรู้ความเจ็บปวดจากปลายกระบี่ กระทั่งร่างทั้งร่างสั่นเทาจนแทบไม่อาจทรงตัว หากมิใช่ว่าท่อนแขนแกร่งของเยี่ยสวินประคองเอาไว้ นางคงทรุดลงไปกองกับพื้นแล้วเป็นแน่
ท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มสอดเข้ารัดเอวคอด รั้งนางเข้าหาตัวกระทั่งนางตัวลอยขึ้น พร้อมกันนั้นก็หลบหลีกการโจมตีของรังสีกระบี่
กลุ่มคนสวมชุดสีดำอำพรางใบหน้า จู่โจมเข้ามาหมายแย่งชิงตัวคน พวกเขาแม้จู่โจมหากแต่ก็มิได้มุ่งเอาชีวิต เรื่องนี้แม้แต่ลี่ชิงหย่าที่มิใช่ชาวยุทธ์ยังรับรู้ได้
นางที่ถูกเยี่ยสวินปกป้องเอาไว้เบื้องหลัง ได้แต่พยายามไม่ขยับตัว เพราะไม่อยากเป็นภาระของเขามากนัก เมื่อเขาดันร่างนางชิดขอบกำแพง หญิงสาวก็ได้แต่ยืนนิ่ง เพราะคมกระบี่นั้นไร้ตา หากพลาดพลั้งคงไม่อาจกลับจีชาง ไม่อาจกลับไปหาบิดามารดาเป็นแน่
มองดูแผ่นหลังองอาจที่ปกป้องมิให้กลุ่มคนชุดดำมีโอกาสเข้าใกล้ ลี่ชิงหย่าพลันสงสัยขึ้นมาอย่างไม่อาจห้าม
ภาพที่นางเห็นนั้นคือสิ่งใดกันแน่ เขากับนางแม้สวมชุดแต่งงานสีแดง แต่รอบกายกลับไม่มีกลิ่นอายมงคล ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย
คนคุ้มกันของสำนักเมฆหวนมาถึงแล้ว เยี่ยสวินละสายตาจากกลุ่มคนชุดดำก่อนหันมามองลี่ชิงหย่า นางเงยหน้าขึ้นมองเขา กระทั่งมองมือของตัวเองที่กุมชายเสื้อตัวยาวสีขาวของชายหนุ่ม
เยี่ยสวินก้มลงมองตามมือของนาง ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสงสัย หากแต่เขาก็ไม่ได้ห้ามการกระทำของนาง ตรงกันข้ามดูเหมือนเขาเองก็มีเรื่องสงสัยเช่นกัน
มือน้อยที่เห็นชัดว่าสั่นเทาเลื่อนไปแตะลงยังหลังมือของชายหนุ่ม ดวงตาของนางหลับลงร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน ภาพที่ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทำให้นางทรุดตัวลงพร้อมกับหมดสติไปในทันที
เยี่ยสวินประคองร่างของหญิงสาวเอาไว้ คิ้วเข้มขมวดมุ่น ดวงตาคมจ้องเขม็งไปยังใบหน้าขาวซีดของลี่ชิงหย่า ความสงสัยผุดขึ้นมาในดวงตาดุดัน กระนั้นเสียงของผู้มาใหม่ก็ทำให้เขาจำต้องละสายตามาจากใบหน้าของหญิงสาว
เสิ่นซีและฮูหยินกำลังก้าวมาทางนี้ด้วยท่าทีรีบร้อน ชายหนุ่มมองเห็นลี่หลันเยว่ตกใจจนหน้าซีด เมื่อมองเห็นน้องสาวของตนหมดสติในอ้อมแขนของเขา
“นั่นเพราะอาจารย์เคยกินของไม่ดีเข้าไป ดังนั้นจึงได้รับพิษ ดวงตาข้างหนึ่งจึงกลายเป็นสีแดง หากพวกเจ้าไม่อยากเป็นอย่างอาจารย์ คราวหน้าคราวหลังอย่าได้หยิบอะไรเข้าปากสุ่มสี่สุ่มห้าโดยเด็ดขาด”ลี่ชิงหย่าหัวเราะ เช่นกันกับคนในหมู่บ้านหญิงสาวมองบรรยากาศเป็นกันเองของชาวบ้านที่นี่ หัวใจของนางอบอุ่นและสงบลงเป็นอย่างมาก คราแรกยังกังวลว่าทุกคนที่นี่จะรังเกียจและหวาดกลัว ถึงอย่างนั้นนางกลับพบว่านางคิดมากไปเองระหว่างเดินเท้ากลับไปยังกระท่อม เยี่ยสวินจูงมือลี่ชิงหย่าก้าวเดินไปตามทางเดินช้าๆ มือข้างหนึ่งของเขาถือโคมไฟเพื่อส่องทาง“ข้าชอบที่นี่” เขากล่าว “เจ้าเล่า”“ข้าเองก็เช่นกัน ข้าชอบผู้คนที่นี่ ชอบบรรยากาศสงบเงียบ ชอบที่พวกเขาต่างก็ถ้อยทีถ้อยอาศัย ไร้ซึ่งการแก่งแย่ง”เยี่ยสวินพยักหน้าเห็นด้วย “ข้าว่าจะสร้างเล้าไก่ จะเลี้ยงแม่ไก่เอาไว้สักหลายตัว เจ้าชอบกินไข่ไก่หรือไม่ หากเรามีไก่ตัวผู้หลายตัวข้าจะทำน้ำแกงให้เจ้าในหน้าหนาว”“ข้าชอบกินน้ำแกง” ลี่ชิงหย่ายิ้มกว้าง “หากท่านเลี้ยงไก่ ข้าจะปลูกผัก ลำธารใกล้แค่นั้นคงไม่ลำบากเท่าไรนัก ยังมีบรรดาฮูหยินทั้งบอกข้าว่าด้านหลังไม่ไกลมีไผ่หวาน ข้าจะไปนำมาผัด ท่
จดหมายฉบับหนึ่งถูกส่งมาจนถึงมือของลี่หลันเยว่ นางที่ครรภ์นูนป่องเปิดออกอ่านในทันที ในนั้นคือเรื่องที่นางส่งคนไปสืบ หลังจากได้รับข่าวจากบิดามารดาว่าผู้เป็นน้องสาวออกเรือนไปกับบุตรชายคหบดีตระกูลหลี่หลี่เฟิ่ง บุตรชายคนรองของตระกูลหลี่แห่งฉีซาน เมืองเล็กๆ ที่อยู่ห่างไปจากหานซาน เขาแต่งลี่ชิงหย่าเป็นฮูหยินจากนั้นทั้งสองก็ย้ายไปตั้งถิ่นฐานยังแดนใต้ของแคว้น เลี้ยงแกะในทุ่งหญ้า ใช้ชีวิตอย่างชนเผ่าที่ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งนอกเหนือไปจากนั้นก็ไร้ซึ่งร่องรอยอื่น ไม่มีผู้พบเห็นเพราะนานๆ ครั้งขบวนชนเผ่าที่เต็มไปด้วยฝูงแกะจะเข้ามาในเมืองพร้อมกัน ทั้งนี้ก็เพื่อกักตุนเสบียง ทำให้แยกไม่ออกว่าใครเป็นใครลี่หลันเยว่หลับตาลงแน่นเพื่อไล่หยาดน้ำตา นางลูบครรภ์ของตนเองด้วยหัวใจบีบรัด เป็นนางเองที่บีบให้น้องสาวต้องแต่งออกไปไกลถึงขนาดนั้น เพียงเพื่อให้ลืมเลือนเยี่ยสวิน บุรุษซึ่งเป็นรักแรกของลี่ชิงหย่าถึงตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าน้องสาวจะมีความสุข หวังว่าบุตรชายตระกูลหลี่ผู้นั้นจะดีต่อน้องสาวของตนให้มาก ชดเชยความรู้สึกผิดในใจของนางบนรถม้ากลางเก่ากลางใหม่ที่แล่นไปตามถนนขรุขระ ลี่ชิงหย่านั่งพิงไหล่เยี่ยสวินซึ่ง
พูดจบเขาก็จุมพิตริมฝีปากอิ่ม ดูดกลืนปลายลิ้นอ่อนนุ่มที่กำลังกล่าวบางอย่าง รับรู้ว่านางกำลังดิ้นรนเพราะตระหนักว่านี่หาใช่ความฝันไม่หญิงสาวถูกเขากอดและพลิกร่างขึ้นทาบทับ ความอบอุ่นจากร่างนางส่งไปยังร่างเย็นเยียบ กระทั่งไม่นานร่างทั้งร่างของเขาก็เริ่มอบอุ่น นางกอดเขาเอาไว้แน่น ราวกับหากปล่อยเขาจะหายตัวไปเยี่ยสวินจุมพิตปลายจมูกเล็ก แนบหน้าผากลงไปยังหน้าผากนวล “ข้ากลับมาแล้ว ชิงชิง เจ้า...แต่งให้ข้าเถิดนะ เราสองคนออกไปตามหาสถานที่แห่งนั้นด้วยกัน”ลี่ชิงหย่าน้ำตาซึมค่อยๆ รับรู้ความจริงว่าเขากลับมาจริงๆ นี่หาใช่ความฝันไม่“ท่านหายไปไหนมา เหตุใดกลับมาช้าเช่นนี้ สองเดือนมานี้ข้า...ข้าเห็นชัดว่าท่าน” นางสะอื้นไม่อาจพูดต่อจนจบ“เยี่ยสวินตายไปแล้วจริงๆ” เขากระซิบ “ท่านพ่อของข้าเป็นคนพาข้ากลับมา”“ท่านพ่อ” ลี่ชิงหย่าทวนอย่างเหม่อลอย “ท่านพ่อของท่านมาที่นี่ เขายังนำกระบี่อวิ๋นเฟิงมามอบให้ข้า”“ข้ารู้”“เกิดอะไรขึ้นกันแน่”เยี่ยสวินพลิกร่างนอนลงกับเตียง สองแขนรั้งลี่ชิงหย่าขึ้นนอนทาบทับเขาเอาไว้ด้านบน ยังไม่ลืมที่จะดึงผ้านวมขึ้นห่มให้นางอีกทอดหนึ่งเพื่อให้ความอบอุ่น“ชิงชิง หากข้ากลายเป็นกึ่งมนุษย
ในยามที่กล่าวประโยคนั้น นางเหลือบมองกระบี่ในมือของชายวัยกลางคนแล้วอดขมวดคิ้วไม่ได้ กระบี่ที่อีกฝ่ายถืออยู่นั้น คล้ายกระบี่อวิ๋นเฟิงของเยี่ยสวิน เพียงแต่มีขนาดใหญ่กว่าลึกๆ แล้วในใจหวังว่าในกล่องไม้จะเป็นกระบี่อวิ๋นเฟิง ทั้งที่ตระหนักว่าเป็นไปไม่ได้ กระบี่อวิ๋นเฟิงนับเป็นสมบัติล้ำค่าของสำนักเฟิงเยี่ยน ดังนั้นพวกเขาจะมอบให้นางได้อย่างไร“ข้ารั้งอยู่ที่ซีโจวนับเดือน แต่กลับไม่เคยพบท่านสักครั้ง”“ข้าเพิ่งกลับมาหานซานเมื่อไม่นานมานี้” เขากล่าว“ข้าขอละลาบละล้วงได้หรือไม่ ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสเดินทางไปที่ใดหรือ” “ข้าหรือ” เขาหัวเราะ ท่าทางดูใจดีจนลี่ชิงหย่ารู้สึกผิดที่หวาดระแวงอีกฝ่าย “ข้าก็...ออกเดินทางท่องเที่ยวทั่วหล้า ถึงคราวข้าถามเจ้าบ้าง ข้าไม่ยอมเสียเปรียบเจ้าหรอกนะ”“เจ้าค่ะ” ลี่ชิงหย่ายิ้มกับอารมณ์ขันของชายวัยกลางคน“เพราะอะไรในวันนั้นจึงเลือกเดินออกมาจากสำนักเมฆหวนมา ทั้งยังกล้าติดตามคนของสำนักเฟิงเยี่ยนไป กล้ารั้งอยู่จนเสร็จสิ้นงานศพ เจ้ามิใช่ไม่กระจ่างหรือว่าในวันหน้าอาจสร้างความบาดหมางกับพี่สาว”ลี่ชิงหย่าชะงักไปครู่ใหญ่กระทั่งรอยยิ้มระบายทั่วใบหน้า “ข้าไม่อยากทำสิ่งที่ข้าจะเสีย
หวังว่าเวลาจะเยียวยาหัวใจที่เจ็บปวดและรู้สึกผิดของข้า ท่านเป็นพี่สาวของข้า เป็นคนในครอบครัว เรื่องนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยน แต่ถึงอย่างนั้นแม้ข้าเพิ่งได้พบกับเยี่ยสวิน ทว่าข้าตระหนักว่าเขาคืออนาคตของข้า เขาทำเพื่อปกป้องผู้คนมากมาย แต่ทุกอย่างกลับกลายเป็นว่าเขาเป็นจอมมารที่ผู้คนคิดสังหาร แม้เขาสิ้นใจชาวยุทธ์ทั้งหลายที่เขาคิดปกป้อง กลับไม่ละเว้นแม้แต่ศพของเขา เรื่องในครั้งนี้สั่นคลอนความศรัทธาในใจข้าหลายๆ เรื่อง การทำความดีบางครั้งผลตอบแทนที่ได้รับก็เป็นสิ่งตรงกันข้าม ข้าเข้าใจการกระทำของเยี่ยสวิน เพราะไม่ว่าเขาจะทำอย่างไร ความจริงที่ว่าเขามีสายเลือดของจอมมารก็ไม่อาจเปลี่ยน แม้เรื่องในวันนี้แพร่ออกไป ทุกคนล่วงรู้ถึงการกระทำของเขา แต่ใครรับประกันได้เล่าว่าเรื่องที่เขามีสายเลือดจอมมาร จะไม่ย้อนกลับมาทำร้ายเขาและคนตระกูลเยี่ย รวมไปถึงคนของสำนักเฟิงเยี่ยนอีกครั้ง หากเป็นเช่นนั้นมิสู้ในวันนี้จบสิ้นทุกสิ่ง ให้ทุกคนจดจำเขาในฐานะคุณชายใหญ่ตระกูลเยี่ย บุรุษที่ถูกจอมมารสิงสู่ กระทั่งสิ้นใจภายใต้คมกระบี่ชิงเสวี่ยทั้งหมดนั้นคือสิ่งที่นางอยากจะบอกผู้เป็นพี่สาว แต่ถึงอย่างนั้นแม้จะบอกออกไป ก
ลี่ชิงหย่ากรีดร้องอย่างโศกเศร้า นางกอดศีรษะของเยี่ยสวินเอาไว้กับอก สองมือเหนี่ยวรั้งร่างสูงเอาไว้ ราวกับทำเช่นนั้นแล้ว เขาอาจได้ยินและรับรู้ถึงคำอ้อนวอนของนางชาวยุทธ์หลายคนกรูเข้ามาล้อมรอบ ใบหน้าลังเลมองกันไปมา “เขาเป็นจอมมาร ไม่แน่ว่ายังไม่ตาย”“นั่นสิ ต้องแน่ใจว่าเขาตายแล้ว หาไม่...”“ใครกล้าก้าวเข้ามาใกล้อีกก้าวเดียว...” เหวินหลานสะบัดกระบี่ออกเตรียมรับมือเยี่ยหลันเองก็เดินเข้ามายืนเคียงข้างเขา เยี่ยอวิ๋นถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง กระนั้นเขาก็เดินเข้ามาเคียงข้างศิษย์ของตน“นำศพของเขากลับสำนักเฟิงเยี่ยนเถิด”“แต่ท่านเจ้าสำนัก ทำเช่นนี้ท่านอาจไม่ได้รับการเชื่อถือจากชาวยุทธ์” มีเสียงหนึ่งไม่เห็นด้วย“นั่นสิ ท่านทำเช่นนี้ต้องการปกป้องจอมมารหรือ”“หรือว่าท่านเองก็มีส่วนในแผนการครั้งนี้”“นั่นสิหาไม่คุณชายเยี่ยเก่งกาจถึงเพียงนั้นจะถูกจอมมารสิงสู่ได้โดยง่ายหรือ”“เช่นนั้นหากมีจอมยุทธ์ท่านใดข้องใจเชิญที่สำนักเฟิงเยี่ยน ข้าเยี่ยอวิ๋นและคนของสำนักเฟิงเยี่ยนยินดีรับการชี้แนะ!!”เยี่ยอวิ๋นประกาศด้วยเสียงกร้าวแผนการนี้ก็เพื่อช่วยหยุดหายนะที่จะเกิดขึ้นในยุทธภพ แต่ถึงตอนนี้คนที่เสียสละกลับถูกกล่าวห
ลี่ชิงหย่าปล่อยมือพร้อมกับมองอีกฝ่ายจากไป ในใจเต็มไปด้วยความกังวล ใจหนึ่งอยากเอ่ยเตือนให้อีกฝ่ายระวังตัว ทว่ายังไม่ทันได้ตัดสินใจอีกฝ่ายกลับหายตัวไปเสียแล้วผ่านไปหลายวันกระทั่งลี่ชิงหย่าเองก็แทบจะลืมเลือน ไม่คิดว่านางจะเริ่มฝันประหลาด หญิงสาวแปลกหน้าผู้หนึ่งร้องขอให้นางช่วยเหลือ นางยืนอยู่ข้างแท่น
ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายยามบ่าย รถม้าหรูหราท่ามกลางการคุ้มกันอันแน่นหนา กำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้าขึ้นไปยังหนึ่งในยอดเขาแห่งหานซานมองจากจุดที่ต่ำกว่าทุกคนในขบวนเดินทางสามารถชื่นชมทิวทัศน์อันงดงาม ซึ่งมีเพียงสำนักเมฆหวนเท่านั้นที่ครอบครองสำนักเมฆหวนคือหนึ่งในสามสำนักใหญ่ที่มีชื่อเสียงในใต้หล้า ศิษย์ทุกค
“นางเพียงตกใจจนหมดสติไปเท่านั้น ขอฮูหยินน้อยอย่าได้กังวล”เขาบอกแม้ว่าตัวเองจะไม่มั่นใจ กระนั้นจังหวะหัวใจและชีพจรของลี่ชิงหย่าก็หาได้โกหกไม่ แม้ว่าเขาจะยังกังขาในสิ่งที่เพิ่งรับรู้ก็ตามใช่...เขาเองก็มองเห็นภาพเหล่านั้นเช่นกัน ทั้งยังตระหนักดีว่าเห็นภาพนั้น ทันทีที่เขาคว้าไหล่ของหญิงสาว กระทั่งมั่
โต๊ะที่หญิงสาวนั่งอยู่เยื้องไปด้านหลังเสิ่นอิง ด้านหน้ายังมีพี่สาวนั่งอยู่อีกต่อหนึ่ง ทำให้มองเห็นเหล่าชาวยุทธ์ไม่ใคร่จะถนัดนัก ถึงอย่างนั้นจากหางตากลับมองเห็นกลุ่มชาวยุทธ์ในชุดสีขาวโดดเด่น นั่งรวมตัวกันอยู่ฝั่งซ้ายมือของจ้าวยุทธจักรลี่ชิงหย่าพยายามไม่หันไปมอง แต่ถึงอย่างนั้นกลับรับรู้ถึงสายตาคมที







