ログイン“ดึกแล้วไปนอนพักเถิด ข้าวของทั้งหมดข้าจะจัดการขนเอาไว้ในนี้ให้”
“...ไม่ต้องเอามาให้ก็ได้ ความจริงต้องเป็นข้าที่คืนให้” เหยียนหรานท้วงติง เมื่อคลื่นเห็นความตึงเครียดผ่านพ้นไป “เงินที่ทิ้งไว้ก่อนจะออกจากบ้านไปหากไม่ถูกหลอกข้าคงตั้งหลักได้ไม่ยากเย็น”
“ถูกหลอกหรือ?”
“ใช่” ความจริงอีกเรื่องที่นางเพิ่งจะเรียบเรียงได้หลังจากได้ยินคำบอกเล่าจากจางต้าเหลียนคือนางถูกหลอกอย่างสิ้นท่าไม่ต่างจากผู้เป็นสามีที่หวงตี้หลอกเลย “ตอนที่ท่านจากไปได้สามเดือนมีบุรุษผู้หนึ่งมาหาข้าบอกว่าท่านติดหนี้เขาเอาไว้ และได้ไปเจอท่านที่ต่างเมืองแล้วบอกให้มาเอาเงินที่ติดไว้กับข้า”
หลานหลินอ๋องนิ่วหน้า เขาน่ะหรือจะไปติดหนี้ใครเข้ามิหนำซ้ำยังให้มาเอาเงินจากภรรยาที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอีก
“อ้อ... บุรุษผู้นั้นยังบอกอีกว่าเจอท่านกับสตรีนางหนึ่งกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ด้วยกัน พร้อมกับคำเสี้ยมอีกนักต่อนัก จนข้าต้องให้เงินจำนวนหนึ่งไปเพราะไม่อาจทนฟังคนผู้นั้นป่าวประกาศเรื่องของเจ้าให้ข้าหรือชาวบ้านในเมืองฉุ่ยเฉียงได้
“อาเหนียง! ”เหยียนหรานสะดุ้งเมื่ออยู่ ๆ ร่างป้อมของบุตรชายก็วิ่งเข้ามาในห้องพร้อมทั้งกอดนางเอาไว้แน่นอย่างออดอ้อนเหลือประมาณ แม้ไม่ผิดวิสัยขี้อ้อนของเหยียนเฟิงแต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ฉายชัดจนนางทราบได้ทันทีว่าการออดอ้อนนี้อาเฟิงย่อมหวังผลบางประการ“มีอะไรร้องเสียงดังเชียวเจ้าปีศาจน้อย”เจ้าปีศาจน้อยยู่หน้า ซบหน้ากับหน้าท้องของมารดาครู่หนึ่งก่อนจะเอื้อนเอ่ยที่มาของการเอะอะเสียงดังจนมารดาตกใจ “อาเตี่ยมาหาขอรับ... มีของกินเยอะแยะเลย แต่เฟิงเฟิงกินไม่ได้ถ้าอาเหนียงไม่ลงไป อาเตี่ยบอกว่าต้องกินพร้อมกัน เฟิงเฟิงกินก่อนไม่ได้”เหยียนหรานร้องอ๋อเมื่อทราบที่มีของความกระตือรือร้นของลูกชาย จะมีสักกี่เรื่องกันเล่าที่จะทำให้เจ้าปีศาจน้อยที่แสนจะเอื่อยเฉื่อยมาตาลุกวาวได้หากไม่ใช่เรื่องของกิน เหยียนหรานจึงจับมือป้อม ๆ ของเหยียนเฟิงลงไปด้านล่างเพื่อพบกับ ‘อาเตี่ย’ ที่อีกฝ่ากล่าวถึงจางต้าเหลียนจัดแจงอาหารนานาเสร็จสรรพ บัดนี้นั่งรอให้นางและเหยียนเฟิงมาร่วมโต๊ะด้วยสีหน้ายินดีปรีดาเท่านั้น“ไปค่ายทหารแต่กลับได
“อาเฟิงเหมือนบิดาไม่มีผิด” เกาอี้ชิงคล้ายจะพูดประจบประแจง แต่ทว่านั่นคือความจริง เด็กตัวกลมที่เดินไปทั่วเมืองเปี้ยนเหลียงเพื่อกินอาหารตามท้องถนนนั้นช่างคล้ายกับหลานหลินอ๋องเหลือเกิน“ก็ภาวนาว่าอย่าให้เหมือนมากเกินไป ไม่เช่นนั้นข้าคงได้ปวดหัวไม่เว้นวัน”“อาเฟิงฉลาด ย่อมไม่สร้างเรื่องปวดหัวให้นายหญิงเป็นแน่”“เอาเถอะ ว่าแต่ร้านค้านี่ไม่ใหญ่ไปหน่อยหรือ ข้าวของตอนนี้ใช่ว่าจะมีขายมากมาย”เหยียนหรานปล่อยเรื่องของพ่อลูกที่นับวันยิ่งเหมือนกันจนน่าปวดหัว และหันมาสนใจเรื่องร้านค้าที่กำลังก่อสร้าง และดูเหมือนว่าจะใหญ่โตกว่าร้านค้าทั้งหมดที่นางเคยมี“ร้านค้าเช่นนี้จำต้องใหญ่ เพราะจะได้ให้คนมาเลือกดูได้สะดวก อีกอย่างต้องคอยตุนสินค้าเอาไว้ไม่ให้ขาด เลยต้องสร้างห้องเก็บของเอาไว้ต่างหากเลยใหญ่โตแบบนี้” เกาอี้ชิงอธิบาย ส่วนสตรีที่ได้รับคำตอบก็พยักหน้ารับอย่างไม่ท้วงติง จะสร้างเล็กสร้างใหญ่นางก็ไม่เกี่ยงหากแต่ต้องรู้ว่าเงินที่เสียไปนั้นเสียไปเพื่ออะไร หากเสียไปในเรื่องไม่ใช่เรื่องนางคงต้องระงับทุกอย่างเอาไว
“แต่งตั้งแม่ทัพใหญ่... ทรงเลือกแล้วจริง ๆ ” หลานหลินอ๋องกล่าวหลังจากรับข่าวจากม้าเร็วที่เข้าไปสอดแนมเรื่องต่าง ๆ ภายในเมืองหลวง เรื่องการแต่งตั้งแม่ทัพใหญ่เป็นข่าวครึกโครมจนคนทั้งแคว้นต่างนั่งไม่ติดที่ แน่นอนว่าการแต่งตั้งตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับกองทัพย่อมเป็นเรื่องใหญ่ และหวงตี้ก็ทรงเลือกแล้วว่าจะให้ใครดูแลเรื่องใหญ่นี้ และพระองค์ไม่ได้เลือกหลานหลินอ๋อง...ความชัดเจนของการตัดสินใจในครั้งนี้ช่างแน่วแน่นักว่าพระองค์จะกำลังกำจัดหลานหลินอ๋อง และแสดงให้ขุนนางทั้งหลายได้เห็นถึงพระราชอำนาจของพระองค์...อำนาจมารดาเจ้าเถอะ!คนพรรค์นั้นจะต่างอะไรจากหมากตัวหนึ่งที่ถูกหลอกใช้และกำลังหาทางรอดอยู่เล่า ทุกครั้งที่หลานหลินอ๋องยื่นมือเข้าไปช่วยก็เพราะเห็นว่าเป็นพี่น้องร่วมโลหิต ดิ้นรนทำทุกอย่างเอาชีวิตไปขวางทางคนที่คิดร้าย แต่สุดท้ายในเมื่อพระองค์ไม่เห็นแก่ความดีที่ทำมาก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ หากครั้งนี้พระองค์จะเดินไปหาจุดจบของตัวเอง เพราะหลานหลินอ๋องพยายามยื้อทุกอย่างไว้แล้วอย่างสุดความสามารถแล้วจริง ๆหลานหลินอ๋องไม่ได้เร่ง
“เช่นนั้นหรือเพคะ ความจริงหม่อมฉันไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นหญิงหรือชาย... แต่หม่อมฉันเพิ่งจะได้ข่าวว่าหลานหลินอ๋องมีบุตรชายคนหนึ่งอยู่ที่เปี้ยนเหลียงน่ารักน่าเอ็นดู หม่อมฉันก็พลอยอยากมีลูกชายเหมือนหลานหลินอ๋องไปด้วย หม่อมฉันช่างเป็นคนโลภมากเหลือเกินว่าหรือไม่เพคะ”สตรีงามเหยียดยิ้มเย้ยหยันบุรุษตรงเบื้องหน้า หากไม่โง่เขลาจนเกินไปหวงตี้คงจะตระหนักได้ว่าการที่นางพูดออกไปเช่นนี้นั้นหมายความว่าอย่างไร และพระพักตร์ของโอรสสวรรค์ในบัดนี้ก็ชัดเจนว่าพระองค์ไม่ได้โง่เขลากลับกันพระองค์เข้าใจสิ่งที่นางต้องการจะสื่อเช่นเดียวกับที่นางเข้าใจว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด“จะหญิงหรือชาย อย่างไรก็ลูกเรา” กัวอิ่งหรงอยากจะหัวเราะให้กับโอรสสวรรค์ ที่เอ่ยราวกับว่าเป็นบิดาที่รักบุตรทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แต่สุดท้ายก็ได้แต่ยิ้มรับ กลั้นก้อนความไม่เห็นด้วยลงคอและเอ่ยรับอย่างเสียไม่ได้“เพคะ หม่อมฉันดีใจที่ฝ่าบาทคิดได้เช่นนั้น”“แต่เราไม่ได้มีลูกคนเดียว เขาเกิดมาท่ามกลางพี่น้องมากมาย และนั่นคือความเป็นจริงของชีวิต”“อย่าก
สตรีนางนั้นไม่ลังเลที่จะดื่มสุราพิษลงคอไปโดยไม่ยั้งคิด หลังจากนั้นนางก็ล้มลงดวงตาทั้งสองมองไปยังหวงตี้คล้ายกับจะให้พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นถึงความเป็นจริง และหลังจากที่นางล้มลงหวงตี้ก็สั่งให้คนของพระองค์ตามหมอหลวงที่ติดตามมาด้วยรักษานาง...หลังจากเรื่องราวในวันนั้นหวงตี้ก็ติดค้างหนี้ชีวิตกับแม่นางหวังลี่ ทั้งสองใกล้ชิดกันจนเกิดเป็นความสัมพันธ์ต้องห้าม และบุรุษที่เข้ามาช่วยจัดแจงเรื่องยุ่งยากทั้งหมดก็คือหลานหลินอ๋อง... ตอนนั้นหวงตี้ยอมลดเกียรติคุกเข่าขอร้องเพื่อให้น้องชายต่างมารดาช่วยเหลือ และหลานหลินอ๋องก็ยินยอมโดยไม่คิดแย้ง แต่ช่างน่าขันที่บัดนี้หลานหลินอ๋องกลับกลายเป็นคนที่หวงตี้เริ่มตั้งตนเป็นศัตรู คล้ายว่าที่ผ่านมาเป็นเพียงการแสแสร้งของทั้งสองพี่น้องที่รักกันปานจะกลืนกินเท่านั้น“เจ้ากลับไปดูหลานหลินอ๋องเอาไว้ตามเดิม อีกไม่เกินครึ่งเดือนหลานหลินอ๋องต้องกลับมายังเมืองหลวงเพื่อฟังราชโองการที่ข้าแต่งตั้งแม่ทัพตระกูลหลิน หากมีโอกาสเมื่อใดก็กำจัดสตรีและเด็กคนนั้นทิ้ง”ราชองครักษ์ที่ได้รับคำสั่งเงยหน้าสบพระพักตร์ของหวงตี้ เรื่องเช่นนี้แม้ไม่อยากจะทำแต่
“อาจมีการเคลื่อนย้ายกำลังที่ฉุ่ยเฉียง ทหารหลายนายฝึกกันหนักขึ้นและเริ่มตระเตรียมของหลายประการราวกับจะเคลื่อนทัพ” ราชองครักษ์นายหนึ่งที่ไปเฝ้าสอดแนมอยู่เปี้ยนเหลียงรายงานต่อหวงตี้ที่มีพระพักตร์ไม่สู้ดีนัก“เคลื่อนย้ายกำลังพล คงจะย้ายไปยังเปี้ยนเหลียงกระมัง ย้ายทุกอย่างไปที่นั่นคงจะตั้งใจตั้งตัวใหม่และตั้งตนเป็นปรปักษ์กับข้าแล้วกระมัง” หวงตี้เอื้อนเอ่ยคล้ายกับไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ นี่เป็นสิ่งที่ที่พระองค์ล่วงรู้ตั้งแต่หลานหลินอ๋องเดินหันหลังออกจากวังไปตั้งแต่วันนั้น“ทหารที่ฉุ่ยเฉียงเป็นอำนาจเดิมของหลานหลินอ๋องข้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้” หวงตี้พลางทบทวนกำลังพลของหลานหลินอ๋องในตอนนี้ก่อนจะตระหนักว่าตนนั้นต้องจัดการกับกำลังพลในมือเสียใหม่ อาจจะต้องเริ่มต้นด้วยการ...“ตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ข้าตั้งใจจะให้กับหลานหลินอ๋อง แต่มาบัดนี้คงไม่ได้แล้ว ตำแหน่งที่ว่างเว้นย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ควร ฉะนั้นข้าควรจะแต่งตั้งคนที่คู่ควรเสียที”“ฝ่าบาทจะแต่งตั้งใครหรือพ่ะย่ะค่ะ หากไม่ใช่หลานหลินอ๋อง” แม้เป็นเพียงองครักษ์แต่ก็ทราบดีว่าคนทั้งใต้หล้าคาดหวังว่าตำแหน่งนี้ย่อมเป็นของหลานหลินอ๋อง ขุนศึกเคียงบัลลังก์ของหวงตี้แ







