LOGINนิลินเดินวนไปมาอยู่ในห้องผู้ป่วยพิเศษอย่างช่างใจ ตั้งแต่เขตถกรออกไปเธอก็รู้สึกอยู่ไม่สุขตั้งแต่วินาทีนั้น เธอรู้ดีอยู่แล้วว่าเขตถกรจะจัดการเรื่องนี้ได้ แต่เธอแค่อยากรู้ว่าเขาจะจัดการด้วยวิธีไหน แม้พิพัตรตราจะมีอำนาจมาก แต่พ่อของเธอกับนิราก็ไม่ใช่พวกเลิกตอแยอะไรง่ายๆ
ตราบใดที่ภัครวัตรยังคงต้องการพิพัตรตราหนุนหลัง พ่อของเธอจะต้องหาทางกำจัดตัวถ่วงที่ทำให้ภัครวัตรพลาดโอกาสนั้น และในเวลานี้คนคนนั้นก็คือเธอ
นิลินไม่ได้รู้สึกกลัวเลยแม้สักนิด เพียงแต่เธอไม่อยากให้แม่เดือดร้อนไปด้วยกับเรื่องนี้ก็เท่านั้น ยิ่งดวงตากลมมองแม่ที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงผู้ป่วยก็ยิ่งคิดไม่ตก
"ทำไมถึงไม่รับสายนะ"
เธอบ่นกับตัวเองแผ่วเบาเมื่อกดโทรออกไปเท่าไหร่เขตถกรก็ไม่ยอมรับสาย คนตัวเล็กตัดสินใจหยิบเอากระเป๋าแล้วเดินออกไปจากโรงพยาบาลทั้งที่ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสามทุ่มกว่า
นิลินตรงมาที่คอนโดมิเนียมหรูของเขตถกรที่เธอมาประจำ พนักงานปล่อยให้เธอเข้าไปอย่างว่าง่ายเพราะเป็นคำสั่งของเขตถกรว่าเธอสามารถมาที่นี่ได้ทุกเมื่อ ทันทีที่มาถึงชั้นส่วนตัวที่ภัครวัตรซื้อไว้แล้วทั้งหมดก็เห็นลูกน้องของเขายืนอยู่ตั้งแต่หน้าประตูลิฟต์
"คุณนิลินมาได้ยังไงครับ?"
"พอดีลินโทรหาคุณเขตแล้วคุณเขตไม่รับสาย คุณเขตอยู่ข้างในใช่ไหมคะ?" เธอชะงักค้างไปแล้วขมวดคิ้วสงสัยทันทีเมื่อพยายามจะก้าวเข้าไปแล้วถูกเก่งกาจยกแขนขวางเอาไว้
"คุณนิลินกลับไปก่อนดีกว่าครับ คุณเขตกำลังคุยธุระอยู่"
นั่นยิ่งทำให้ความสงสัยปะทุขึ้นมามากกว่าเก่า ปกติไม่ว่าเธอจะมาที่นี่เมื่อไหร่ ไม่มีครั้งไหนเลยที่เก่งกาจจะกล้าไม่ยอมให้เธอเข้าไป และไม่ว่ากี่ครั้งที่เขาคุยเรื่องสำคัญ เธอก็อยู่ข้างๆเขาไม่ได้ถูกไล่ไปไหน แต่ในตอนนี้คนตรงหน้ากลับไม่ยอมให้เธอเข้าไป มันจะเป็นอะไรไปได้ถ้าด้านในไม่ได้มีสิ่งที่เธอรู้ไม่ได้
"มีอะไรกันแน่คะพี่เก่ง ทำไมลินถึงเข้าไปไม่ได้"
"ไม่ได้จริงๆครับคุณนิลิน คุณเขตสั่งว่าไม่ให้ใครรบกวน เอาไว้ผมจะบอกคุณเขตว่าคุณมาหาแล้วให้คุณโทรกลับนะครับ" คนตัวเล็กทำท่าทียอมแพ้แล้วเตรียมเดินจากไป อาศัยจังหวะที่เก่งกาจหันไปคุยกับลูกน้องคนอื่นแล้วรีบพุ่งผ่านประตูเข้าไปทันที เธอไม่ได้สนใจเสียงเรียกของเก่งกาจที่วิ่งตามหลังมาแม้สักนิด
"คุณนิลินไม่ได้นะครับ"
นิลินยืนนิ่งชะงักค้างไปเมื่อเห็นเขาเดินออกมาจากห้องนอนทั้งนุ่งแค่ผ้าขนนูรอบเอาเท่านั้น นั่นยังไม่บีบรัดความรู้สึกเท่าชุดเดรสสีแดงสดกับบราเซียสีดำที่กองอยู่ที่พื้น ไม่ทันได้สงสัยนานนักสาวสวยหุ่นดีคนหนึ่งที่นุ่งแค่ผ้าขนหนูพันรอบตัวก็เดินออกมา
"ไอ้เก่งหันไป!!" เขตถกรเอ่ยปากสั่งลูกน้องดังลั่นยิ่งบีบรัดให้ใจดวงน้อยเจ็บไปทั้งดวง เขาไม่เพียงแค่ปกป้องด้วยคำพูดแต่ยังเอาตัวมาบังไว้ด้วย ทุกการกระทำของเขาตอนนี้มันอบอุ่นแบบเดียวกับที่เธอเคยได้รับ หรือว่าเขาจะมีผู้หญิงคนใหม่แล้ว ทุกความคิดประเดประดังในหัวเธอตีกันให้วุ่น
"กูบอกไม่ให้มึงเข้ามา มึงเข้ามาทำไม"
"คือผมตามคุณนิลิน...." เก่งกาจพูดอึกอักออกมาเมื่อได้ยินเสียงเย็นเยียบของผู้เป็นนายที่เอ่ยถาม
"หนูผิดเองค่ะ อย่าว่าพี่เก่งเลย หนูไม่รู้ว่าคุณมีแขกสำคัญ ขอโทษที่รบกวนนะคะ" คนตัวเล็กเอ่ยพูดทุกอย่างด้วยความรวดเร็วจนเขตถกรอ้าปากค้างยังไม่ทันได้พูดอะไร เธอหมุนตัวก้าวเดินออกไปอย่างรวดเร็วจนเขาต้องรีบคว้าเสื้อเชิ้ตมาสวมทับแล้ววิ่งติดกระดุมตามออกไป บานประตูลิฟต์เปิดออกแต่นิลินยังไม่ทันได้ก้าวเข้าไปเขตถกรก็วิ่งมารั้งข้อมือเอาไว้ซะก่อน
"จะไปไหน?"
"หนูจะกลับแล้วค่ะ" เขตถกรถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาเชยคางมลให้เธอเงยหน้าขึ้นมาหาเขา ใบหน้าเปื้อนน้ำตาที่พยายามจะหันหนีนั้นกลับทำให้เขตถกรยิ้มอย่างเอ็นดูขึ้นมา
"ทำไมถึงมาที่นี่ได้?"
"ต่อไปหนูจะไม่มาอีกแล้วค่ะ ขอโทษนะคะ" เขาไม่พูดอะไรออกมาแค่ยิ้มแล้วรั้งเธอเข้ามาจูบแทนการเอ่ยปลอบ เขตถกรผละออกแล้วขยับไปจูบอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเธอยังคงไม่หยุดร้องไห้ ดวงตากลมรับพริ้มรับสัมผัสจากริมฝีปากของเขา หลังจากผละออกอีกครั้งเขาก็ลูบหัวเธอแผ่วเบา
"ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย ร้องไห้ทำไม"
"คุณไม่รับสายหนู เพราะผู้หญิงคนนั้นหรอคะ?"
"ใช่" คำตอบแสนสั้นแต่กลับบาดลึกในใจเธอจนเธอปล่อยหยาดตาให้ไหลลงมาอีกครั้ง เสียงสะอื้นทำให้เขาต้องดึงมากอดแล้วหัวเราะร่าออกมา นิลินที่กำลังเสียใจไม่ได้ยินเสียงอะไรรอบข้างอีกต่อไป เธอไม่เห็นด้วยซ้ำว่าใบหน้าของเขตถกรเจ้าเล่ห์แค่ไหน
"หยุดร้องได้แล้ว" เขาผละเธอออกมาแล้วเช็ดน้ำตาที่อาบแก้มให้ เขาจับมือเธอออกแรงดึงให้เธอเดินตามกลับไปที่ห้อง แม้นิลินจะขัดขืนในตอนแรกแต่สุดท้ายก็ยอมทำตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย เธอมองดูผู้หญิงคนนั้นที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก่อนจะก้มหน้าลง คนตรงหน้าสวยขนาดนี้ ถ้าเขตถกรจะชอบก็คงไม่แปลก
"ผมบอกพี่แล้วใช่ไหมว่าให้ถอดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ดูสิ ร้องไห้จนตาบวมหมดแล้ว"
"สวัสดีสาวน้อย พี่ชื่อขวัญ ..... ขวัญนรี พิพัตรตรา"
"พิพัตรตรา?" เขตถกรขำในลำคอเมื่อคนข้างกายเขาทวนนามสกุลของคนตรงหน้าแล้วขมวดคิ้วอย่างงุนงง เด็กสาวหันมองเขาสลับกับขวัญนรีไปมาก่อนจะยกมือขึ้นเกาที่ต้นคอ
"ก็ว่าทำไมช่วงนี้น้องชายพี่ถึงได้กระปรี้กระเปร่า ที่แท้ก็กินเด็กนี่เอง" คำพูดของขวัญนรียิ่งทำให้แก้มเธอร้อนเห่อขึ้นมาจนขึ้นสี คนตัวเล็กขยับไปหลบหลังเขตถกรอย่างเขินอาย
"พี่จะกลับก่อน ฝากส่งคนไปจัดการเรื่องนั้นต่อด้วยนะ"
"อืม ให้ไปส่งไหม?"
"ไม่ต้อง อยู่ปลอบใจนิลินเถอะ ไว้มีโอกาสพี่จะอยู่คุยด้วยให้มากกว่านี้นะสาวน้อย" นิลินยกมือขึ้นสัมผัสผมที่ขวัญนรีทิ้งสัมผัสที่ลูบแผ่วเบาอย่างเอ็นดูเอาไว้ ดวงตากลมมองตามจนอีกคนออกไปจากห้อง หันมาอีกทีก็เห็นเขตถกรนั่งลงบนโซฟาแล้ว ใบหน้าน่ารักก้มลงอย่างรู้สึกผิดที่เข้าใจ
"มานี่มา" เขาเอ่ยเรียกแล้วคว้ามือเล็กออกแรงดึงให้เธอมานั่งลงบนตัก มือหนาเช็ดซับน้ำตาที่เปอะเปื้อนข้างแก้มอยู่แล้วหอมลงบนแก้มนิ่มฟอดใหญ่ ใบหน้ารู้สึกผิดของเธอกลับทำให้เขารู้สึกดีอย่างน่าประหลาด ท่าทีหึงหวงก่อนหน้าถ้าเป็นคนอื่นเขาคงนึกรำคาญ แต่กับนิลินแล้วเขาดันไม่มีความรู้สึกรำคาญนั้นแม้สักนิด
"หนูขอโทษค่ะ หนูเข้าใจผิด"
"เห็นฉันเป็นคนยังไงกัน" เขตถกรถามเสียงเรียบแต่ไม่ได้แสดงออกถึงการตำหนิเลยแม้แต่น้อย
"ก็พี่เก่งไม่ให้หนูเข้ามา หนูก็เลย...."
"ไอ้เก่ง!! มึงเข้ามานี่!" เก่งกาจรีบกูลีกูจอเข้ามาด้วยความรวดเร็วเพราะน้ำเสียงที่เขตถกรใช้เรียกนั้นไม่ธรรมดา พอเข้ามาถึงก็รีบอธิบายขอโทษขอโพยที่ปล่อยให้นิลินเข้ามาได้ แต่สุดท้ายกลับโดนเขตถกรปาหมอนใส่เต็มแรง
"กูบอกว่าไม่ให้พวกมึงแล้วก็คนอื่นเข้ามา เพราะพี่กูจะอาบน้ำเปลี่ยนชุด ไม่ได้ห้ามนิลิน"
"ก็คุณเขตสั่งว่า 'ห้ามให้ใครเข้ามา' เลยนี่ครับ" เขตถกรขมวดคิ้วใส่คนที่ยังเถียงเขาแล้วยกหมอนอีกใบขึ้นเตรียมปาออกไป จนเก่งกาจต้องรีบยกมือห้ามแล้วเอ่ยขอโทษยกใหญ่ นิลินหลุดหัวเราะออกมานิดหน่อยกับท่าทางตลกของสองคนนี้ ดวงตาคมมองรอยยิ้มนั้นแล้วพยักเพยิดหน้าให้เก่งกาจออกไปจากห้อง
"หนูรู้ว่าคุณมีพี่สาว แต่ไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นยังไง ก็เลย...."
"ไม่เป็นไร แต่ความจริงฉันก็น้อยใจนิดหน่อยนะที่เธอมองฉันแง่ร้ายขนาดนั้น" เขตถกรปล่อยแขนที่โอบรอบตัวเธอไว้แล้วทิ้งตัวพิงกับโซฟา เขารอดูว่าเธอจะมีปฏิกิริยายังไงเมื่อเขาพูดอย่างนี้
เด็กสาวขยับนั่งบนตัวเขาให้มั่นคงมากขึ้น มือเล็กนั้นส่งมาประคองหน้าเขาแล้วกดจูบก่อนจะผละออก ทันทีที่เห็นว่าเขายังคงตีหน้านิ่งเธอก็ก้มลงไปจูบอีกรอบ นิลินขยับเอาหัวถูไถที่อกเขาอย่างออดอ้อน แล้วเขตถกรก็เหมือนจะแพ้วิธีนี้ของเธอจนราบคาบ
"แล้วมาที่นี่ได้ยังไง? นั่งรถมาคนเดียวหรอ? คนที่ฉันให้เฝ้าหน้าห้องไปไหนกันหมด?"
"หนูแอบหนีออกมาค่ะ" เขตถกรขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่ชอบใจเท่าไหร่ เขาบีบจมูกรั้นของเด็กดื้อแทนการลงโทษ เขาไม่ได้รู้สึกโกรธแต่แค่เป็นห่วงเธอมากกว่า
"ทำไมจู่ๆถึงอยากมาหาขนาดนี้ คิดถึงหรอ?" ปลายนิ้วของเขาไล้ไปตามขาอ่อนของนิลินอย่างกลั้นแกล้ง ก่อนจะหยุดชะงักตอนที่ได้ยินคำถามที่เธอถามออกมา
"คุณเขตไปจัดการเรื่องข่าวมาหรอคะ?" เขาถอนหายใจเฮือกอยู่ ถึงรู้ดีอยู่แล้วว่ายังไงนิลินจะรู้เรื่องข่าว แต่เขาไม่อยากให้คนที่สดใสอย่างเธอเอาเรื่องพวกนี้มาใส่ใจ เขตถกรไม่ตอบคำถาม เขาเลือกจะรั้งเธอเข้ามาจูบแล้วดึงผ้าขนหนูที่พันช่วงล่างของเขาออก
"เรื่องนั้นไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลย มาคุยเรื่องอื่นกันดีกว่า" กายเล็กถูกเขายกขึ้นเพื่อให้ขยับมานั่งทาบทับแก่นกายเอาไว้อย่างพอดิบพอดี เอวบางถูกเขาจับให้โยกไปมาเพื่อให้ส่วนนั้นเสียดสีกันจนเขาหอบหายใจแรงด้วยความปราถนา และคืนนี้ตลอดคืนเธอก็ถูกเขาครอบครองซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
เขตถกรนั่งอยู่ในห้องทำงานของคอนโดมิเนียมหรูตลอดอาทิตย์มานี้เขาใช้เวลาอยู่กับนิราตลอดในช่วงเย็นของวัน เขาหลอกอีกคนว่าเขาความจำเสื่อมและจำอะไรไม่ได้ ดูเหมือนภัครวัตรเองก็ไม่นึกสงสัยอะไร ร่วมสัปดาห์แล้วที่เขาไม่ได้เจอกับนิลินเลย บางวันโทรคุยกับเธอสองสามนาที แต่บางวันก็ไม่ได้พูดคุยกันแม้สักคำเขาพลิกเอกสารในมือไปมาอ่านดูข้อมูลต่างๆอย่างละเอียดและถี่ถ้วน หยิบเอาบิลค่าบัตรเครดิตเทียบกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่นิราไปใช้รูดซื้อของแล้วก็ทำความเข้าใจ เพราะไม่สามารถหาเงินสดหรือใช้บัตรถอนเงินได้ ภัครวัตรเลยใช้วิธีเอาบัตรเขาไปรูดซื้อของและปล่อยขายเพื่อเอาเงินสดมาแทน"มึงยื่นเรื่องขอร่วมทุนกับนุกูลไปรึยัง?" เขาหันไปถามเก่งกาจในขณะที่ยังมองจดจ้องอยู่ที่เอกสารในมือ นุกุลเป็นอีกหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ถือหุ้นของบริษัทที่เขาต้องการเอาไว้ ถ้าเขาได้มันมาและหลอกเอาจะภัครวัตรมาได้อีกแค่สิบเปอร์เซ็นต์ เขาก็จะกลายเป็นประธานบริษัทใหญ่ในทันที"ยื่นแล้วครับคุณเขต ทางนั้นตอบรับมาแล้วเมื่อวาน""บอกหรือเปล่าว่ากูยื่นในนามสามีของนิรา""ครับ พอทางนั้นเห็นว่าเป็นคุณเขตและเห็นว่าเป็นสามีของคุณนิราก็ไม่มีคำถามอะไรเลย" เขาพยัก
ตลอดทางแม้เธอพยายามเอ่ยถามถึงเขตถกรแค่ไหนแต่กิตติธรและนพดลก็ไม่ตอบเธอเลยสักคำ เธอถูกพามาที่พิพัตรตรา ภายในบ้านหลังใหญ่เงียบสนิทและเต็มไปด้วยความอึมครึมจนใจดวงน้อยเริ่มเต้นแรงอย่างกังวลเมื่อก้าวมาถึงห้องนั่งเล่นก็เจอคุณหฤทัยกับขวัญนรีนั่งอยู่ ดวงตากลมพยายามกวาดมองหาคนที่เธอรอคอยแต่กลับไม่พบเขา นั่นยิ่งทำให้ความคิดเธอเตลิดไปไกล"คุณเขตละคะ?" ฉันถามเสียงสั่น รอบดวงตายังคงบวมช้ำจากการร้องไห้ พยายามกวาดสายตามองทุกคนเพื่อหาคำตอบแต่ได้รับมาเพียงแค่การหลบตาของทุกคนเท่านั้น"ปลอดภัยดีใช่ไหมสาวน้อย?" ขวัญนรีเอ่ยถามเธอแต่กลับไม่ยอมตอบคำถาม ยิ่งทำให้ความคิดในหัวของนิลินตีรวนไปไกล เธอส่ายหัวไปมาอย่างไม่เชื่ออะไรทั้งนั้น"คุณขวัญ ฮึก คุณเขตละคะ...""......""ทำไมทุกคนถึงเงียบกันหมด ฮึก คุณเขตละคะ ฮืออ" หยาดน้ำตาไหลลงมาพร้อมกับเสียงสะอื้นที่ไม่อาจปิดกลั้น เธอไม่อยากเสียเขาไป เธออยากให้เขตถกรกลับมาดูแลอย่างที่เคยเป็นมาเสมอ"นิลิน!..." เสียงเรียกแสนคุ้นหูปนความกระหืดกระหอบจากการวิ่งมาทำให้เธอหันไปมอง ตาเธอเบิกกว้างแล้วยิ่งร้องไห้หนักกว่าเก่าเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่กำลังยืนหอบอยู่ตรงนั้น เขาคงจะรีบวิ่งม
นิลินกดโทรออกและวางสายอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า สามวันผ่านไปแต่เธอกลับไม่ได้รับการติดต่อมาเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นคุณหฤทัย ขวัญนรี หรือแม้แต่เก่งกาจไม่มีใครเลยสักคนที่รับสายของเธอ เมื่อเช้าเธอตัดสินใจไปหานพดลและกิตติธรเพื่อนของเขา เพียงหวังว่าจะได้คำตอบอะไรที่น่าพอใจ แต่ก็พบเพียงความผิดหวัง ทั้งสองคนนั้นก็ไปมาเก๊าตั้งแต่วันที่เขตถกรเกิดเรื่องแล้ว และแม้แต่ที่บ้านของพวกเขาก็ยังติดต่อไม่ได้เด็กสาวมองแก้วนมชมพูที่เลื่อนมาให้ตรงหน้า เธอเห็นใบหน้าแสนมีความสุขของปราณแล้วก็ได้แต่เสมองไปทางอื่น ในตอนนี้ที่เขตถกรหายตัวไปทั้งคนตรงหน้าเธอและภัครวัตรก็ไม่ได้ดูเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรแม้สักนิด อาจเพราะหลายอย่างถือเป็นสินสมรส ถ้าเขตถกรเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ หลายอย่างของเขาก็คงตกเป็นของนิราอย่างปฏิเสธไม่ได้"ดูไม่มีความสุขเลยนะ ยังคิดถึงมันอยู่อีกหรอ" "อย่าเรียกคุณเขตแบบนั้นนะคะพี่ปราณ" เธอพูดเสียงแข็งก่อนจะถูกเขากระชากแขนไปเต็มแรง แต่ทันทีที่เธอแสดงออกถึงความเจ็บ เขาก็คลายแรงบีบลงทันที"อีกไม่กี่วันก็จะแต่งงานกับพี่แล้ว เลิกคิดถึงมันสักที" นิลินถอนหายใจเฮือกใหญ่ เรื่องที่เธอกังวลที่สุดตอนนี้คือเรื่องของเขตถ
เสียงคลื่นซัดสาดชายฝั่งทำให้คนตัวเล็กที่พึ่งเดินลงจากรถยืนมองนิ่งอย่างสงบ เธอหยิบโทรศัพท์ที่มีสายเรียกเข้าดังอยู่หลายครั้งขึ้นมาดู ตลอดทางมีเสียงเรียกเข้าจากปราณดังขึ้นมาตลอด คงเพราะเธอไม่ได้ให้ความชัดเจนกับเขาว่าจะไปไหน เพียงแค่บอกเขาว่ามีธุระที่ต่างจังหวัดกับเพื่อนเท่านั้น"ถ้ามันกวนใจก็ปิดเครื่องไปก่อน" เขตถกรที่เดินมาโอบกอดจากด้านหลังพูดแล้วกดจูบลงบนต้นคอสวย มือเล็กส่งไปลูบแขนแกร่งของเขาแผ่วเบาแล้วกดปิดหน้าจอเพื่อให้เสียงเงียบลง"หนูพึ่งรู้ว่าคุณมีบ้านพักริมหาดส่วนตัวด้วย""ฉันมีมากกว่านี้อีกเยอะ เอาไว้จะค่อยๆพาเธอไปเที่ยวนะ" เขากระซิบที่ข้างหู ปล่อยให้ลมหายใจอุ่นรดรินที่ใบหูจนเธอสะดุ้งเฮือกเขาจับจูงมือเธอเข้ามาที่ตัวบ้านพัก พยักเพยิดหน้าให้คนเอาของขึ้นไปเก็บบนห้องนอน แล้วไม่ลืมที่จะสั่งเก่งกาจให้ดูแลความเรียบร้อยโดยรอบให้ดี แม้ที่นี่จะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขา แต่ก็ประมาทไม่ได้"เธอขึ้นไปพักก่อนนะ ฉันมีเรื่องงานจะคุยกับไอ้เก่งหน่อย" นิลินพยักหน้ารับแล้วไม่ถามอะไรต่อ เขตถกรมองตามหลังเธอที่เดินขึ้นไปชั้นบนจนลับสายตา เขาพยักหน้าให้เก่งกาจมานั่งลงบนโซฟาเพื่อพูดคุยเรื่องสำคัญเอกสารกา
Rosé weddingปราณรีบวิ่งไปเปิดประตูให้นิลินทันทีเมื่อรถแล่นมาถึงร้านสำหรับลิงชุดแต่งงานเขานัดเอาไว้ ใบหน้าหล่อฉายแววดีใจปิดไม่มิด ต่างจากเธอที่สีหน้าเรียบนิ่ง แม้จะรู้ว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามที่เขตถกรวางไว้ แต่คนที่ไม่ชอบเสแสร้งอย่างเธอก็รู้สึกอึดอัดกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ไม่นานนักรถคันหรูก็จอดเทียบรถของปราณ เป็นเขตถกรที่เดินลงมาจากรถ นิรารีบก้าวจ้ำไปคล้องแขนเข้าเอาไว้ในทันที นิลินมองภาพนั้นอย่างช่างใจแล้วเม้มปาก แต่เมื่อเห็นว่าเขตถกรสะบัดแขนของนิราออกไปเธอก็รู้สึกอุ่นวาบไปทั้งใจดวงตาสองคู่ที่สบกันสื่อความหมายถึงกันโดยไม่ต้องพูด เธอถูกปราณดึงรั้งข้อมือเพื่อให้เดินตามเข้าไปในร้าน ทันที่เข้ามาถึงทุกอย่างก็ถูกจัดเตรียมไว้ให้เลือกสรรแล้ว"แบบนี้ลินชอบไหม?" เสียงของปราณเอ่ยถามตลอดเวลาแต่กลับไม่ได้ทำให้นิลินสนใจ เธอเอาแต่มองเขตถกรที่ยืนคู่กับนิราและช่วยเลือกการ์ดงานแต่งให้"ขอลองชุดนี้แล้วกันค่ะ" นิ้วเรียวจิ้มลงไปทั้งที่ไม่ได้ก้มมองดูด้วยซ้ำว่าเป็นแบบไหน เธอเดินตามพนักงานแล้วรับชุดแต่งงานเข้าไปเพื่อลองนิลินเอื้อมมือจะรูดซิปด้านหลังอยูาพักใหญ่แต่ก็ไม่เป็นผล เธอแง้มประตูออกไปอล้วเรียกหาพ
"นิลินหยุดก่อน" เขตถกรลงจากรถแล้ววิ่งตามคนที่หนีขึ้นแท็กซี่กลับมาก่อนหลังจากบทสนทนาที่งานเลี้ยงเปิดตัวโปรเจคของภัครวัตรจบลง เขารู้ดีว่าเธอคงโกรธมาก แต่อย่างน้อยก็น่าจะฟังเขาสักหน่อย ไม่ใช่หนีกลับมาที่บ้านพักของตัวเองแบบนี้เขายังคงก้าวตามเธอเข้าไป เจ้าของบ้านพักเพียงแค่เห็นเขาก็ไม่กล้าวิ่งเข้ามาห้าม เขตถกรตามมาคว้าแขนเรียวได้ทัน เขาดึงรั้งไว้แต่เธอก็ยังออกแรงผลักเขาก่อนจะเดินหนีไปอีก"นิลิน!! อย่ามาเดินหนีแบบนี้นะ!" เสียงแข็งของเขาทำให้นิลินหยุดชะงัก เธอหันมามองเขาด้วยดวงตาวูบไหว เขตถกรพรูลมหายใจออกมาแล้วเดินเข้าไปหา "คุณจะยอมให้หนูแต่งงานกับพี่ปราณจริงๆหรอคะ?""เด็กโง่" เขาลูบหัวเธอแผ่วเบาแล้วหอมลงบนหน้าผากมลด้วยความรักใคร่ ทำไมเธอถึงได้ไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของเขาเลยนะ ว่าที่เขาทำอย่างนี้ ทุกอย่างก็เพื่อเธอทั้งนั้น"คุณเบื่อหนูแล้วหรอ""คิดว่าฉันจะยอมเสียเธอให้ใครหรอ ก็บอกแล้วไงว่าเธอคือของฉัน แต่ถ้าเราประกาศยกเลิกงานแต่งตอนนี้ ชื่อเสียงของเธอต่างหากที่จะเสียหาย""แต่หนูไม่ได้สนใจชื่อเสียงพวกนั้นเลย""แต่ฉันสนใจ" เขตถกรมองนิิลินที่มองเขามาด้วยความผิดหวัง เธอส่ายหน้าแล้วพยายามจะถอ







