LOGINค่ำคืนที่ภัครวัตรจัดงานหรูหราโอ่อ่าอีกครั้ง วันนี้เป็นงานเปิดตัวโปรเจคสำคัญที่ภัครวัตรทำขึ้นด้วยเงินลงทุนมหาศาลที่ได้มาจากพิพัตรตราและผู้ร่วมทุนคนอื่นที่ถูกส่งผ่านทางพิพัตรตรามาเช่นกัน เขตถกรในชุดสุทสุดหรูยืนจิบไวน์แดงอยู่ด้านข้างพร้อมกับนพดลและกิตติธร เขามองไปรอบบริเวณงานอย่างใจเย็น แม้จะเบื่อหน่ายแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธการออกงานได้
เขายังคงอยู่ในสถานะของลูกเขยบ้านภัครวัตร ถ้าแสดงให้คนภายนอกเห็นว่าเขาปฏิบัติตัวอย่างรังเกียจเพียงใดกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยา ชื่อเสียงของพิพัตรตราอาจปล่นปรี้ได้ ที่สำคัญไปกว่านั้นแผนการที่วางไว้ของเขาอาจจะไม่สำเร็จ
"จัดงานหรูชิบหาย นักข่าวนี่มาทุกช่องแล้วมั้ง" นพดลเอ่ยแล้วยกไวน์ขึ้นจิบด้วยอีกคน เขตถกรแค่แค่นหัวเราะแล้วก้มมองดูไวน์ในแก้วเขา เงินที่เขามอบให้ภัครวัตรจัดงานนี้ขึ้นมา เทียบไม่ได้เลยกับมูลค่าของบรฺษัทที่ภัครวัตรเอาไปจากปู่เขา
"แล้ววันนี้เด็กมึงไม่มาหรอว่ะ?"
"มึงก็พูดตลกเนอะไอกิต ภัครวัตรทำกับนิลินยังไงมึงก็รู้ แล้วมึงคิดว่านิลินจะได้มางานนี้ไหม?" เขาส่ายหัวก่อนจะหยิบโทรศัพท์แล้วเดินออกไปที่ระเบียง พอนึกถึงนิลินเขาก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้ยังไม่ได้โทรหาเธอเลยแม้แต่สายเดียว แต่แล้วเขตถกรก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเขาโทรหาเธอเท่าไหร่ก็ไม่มีการตอบรับจากปลายสาย เขาเลยเปลี่ยนเป็นโทรออกหาเก่งกาจที่ยืนรออยู่หน้างานแทน"
(ครับคุณเขต)
"มึงเช็คกับคนของเราที่โรงพยาบาลทีว่านิลินอยู่ที่นั่นไหม กูติดต่อนิลินไม่ได้"
(ครับ ผมจะจัดการเดี๋ยวนี้)
เขตถกรอดที่จะร้อนใจไม่ได้แต่ก็ยังควบคุมตัวเองให้เรียบนิ่งที่สุด เขาเดินกลับเข้าไปในงานมองนภัทรกับนิราที่ตั้งใจรับแขกด้วยรอยยิ้มเสแสร้งนั้น อย่างน้อยสองพ่อลูกนี่ก็วุ่นอยู่กับงานนี้ คงไม่มีเวลาไปทำร้ายคนของเขาได้หรอก
งานเลี้ยงดำเนินไปจนถึงเวลาอันสมควรที่เจ้าของงานจะขึ้นกล่าวคำของคุณ เขตถกรนั่งอยู่ที่โต๊ะกับเพื่อนของเขาอีกสองคนที่โซนวิไอพี เขาแสร้งยิ้มรับเมื่อนิราเอ่ยคำขอบคุณถึงเขาที่อยู่ในเบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ เขตถกรลุกขึ้นแล้วโค้งลงรับการตบมืออย่างมีมารยาท
"ต้องขอบคุณพี่เขต สามีที่ดี" เขากระทุ้งแขนใส่กิตติธรที่ทำเสียงสองเสียงสามเพื่อล้อเลียนสิ่งที่นิราพูด ก่อนจะชะงักหันไปฟังสิ่งที่นภัทรกำลังจะพูด เขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ในบทพูดที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้มาก่อน
"อย่างที่ทุกคนรู้ว่านิราได้คู่ครองที่ดีมาก งานแต่งก็เกิดขึ้นไปแล้ว ผมก็หมดห่วง แต่ว่าผมยังมีลูกสาวอีกคนครับ" เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับนิลินที่โดนพาขึ้นมาบนเวที เธออยู่ในชุดราตรีหรูสีขาวสะอาตตาแต่ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล เขตถกรยืนเต็มความสูงด้วยความตกใจแล้วถูกนพดลดึงให้นั่งลงเพื่อไม่ให้แสดงออกมากเกินไป
"นี่คือ นิลิน ภัครวัตร ลูกสาวอีกคนของผมครับ ผมขอใช้โอกาสนี้ในการเรียนเชิญทุกท่าน ผมยินดียิ่งที่ลูกสาวของผมกำลังจะแต่งงานอีกคนในเดือนหน้านี้..." เขตถกรเบิกตากว้างด้วยความตกใจไม่ต่างกัน ยิ่งเห็นปราณที่เดินขึ้นไปโอบรอบเอวของคนตัวเล็กยิ่งทำให้เขากำมือแน่น เขากำลังรอคอยให้เธอเอ่ยปากปฏิเสธแต่เธอกลับไม่ทำอย่างนั้น มันยิ่งทำให้เขาหัวเสียมากกว่าเดิม
"ไอเขตใจเย็น ไว้ค่อยจัดการทีหลัง" กิตติธรลูบหลังเพื่อนให้คลายความโกรธลง เขารู้ว่าถ้าเขตถกรโกรธจนควบคุมไม่ได้มันจะเกิดอะไรขึ้น งานวันนี้ทั้งหมดคงพังไม่เป็นท่าแน่
หลังงานเลี้ยงจบลงนิลินถูกพามาที่ห้องสำหรับแขกเจ้าของงาน เธอสะบัดแขนปราณที่โอบเอวมาจนถึงที่นี่ออก ก่อนจะมองพ่อกับพี่สาวอย่างไม่สบอารมณ์ ใบหน้าของทุกคนมีแต่ความพึงพอใจยกเว้นเธอ
"ลินไม่คิดว่าพี่จะทำแบบนี้กับลินนะคะพี่ปราณ"
"พี่ก็แค่อยากช่วยลิน ไอ้คุณเขตอะไรนั่นมันเป็นพี่เขยลินนะ ลินเลิกยุ่งกับมันเถอะ แต่งกับพี่ซะ ทุกอย่างจะได้จบ" เธอส่ายหัวอย่างไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน ก่อนหน้านี้เธอเองมองเขาเหมือนเป็นพี่ชายคนหนึ่ง ไม่คิดว่าปราณจะยอมไปร่วมมือกับพ่อและพี่สาวเธอเพื่อบีบบังคับเธออย่างนี้
"ทั้งที่ก่อนหน้านี้แม่พี่ไม่ยอมเพราะภัครวัตรไม่ให้ความสำคัญกับลิน แต่ทำไมตอนนี้ถึงยอมได้ พ่อยื่นข้อเสนออะไรให้บ้านพี่กันแน่!!" ปราณหน้าเจื่อนไปเมื่อนิลินพูดสิ่งที่แทงใจดำเขา ตาคมมองพ่อของนิลินแล้วได้แต่นึกถึงข้อตกลงนั้นที่ภัครวัตรมอบให้
"แกไม่จำเป็นต้องรู้ว่าฉันยื่นข้อเสนออะไร หน้าที่แกคือแต่งกับปราณซะ แล้วหายไปจากชีวิตของผัวพี่สาวแกสักที!!" นิลินกำมือแน่น เธอทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการยืนเงียบเพราะพ่อส่งคนของภัครวัตรไปเฝ้าแม่ของเธอที่โรงพยาบาล วันนี้คนของเขตถกรอยู่เฝ้าเพียงไม่กี่คน ถึงได้ทำให้เธอถูกพาตัวมาที่นี่ได้
เสียงโหวกเหวกดังจากด้านนอกก่อนเขตถกรจะฝ่าคนของภัครวัตรเข้ามาได้ เขาถีบประตูที่ล็อกเอาไว้เต็มแรงแล้วกระชากให้นิลินมาอยู่ในอ้อมแขนเขา ดวงตาคมกริบมองอย่างเยือกเย็นจนเธอเองยังต้องหลบตาหนี เขาเดินเข้าไปหานิราใกล้ขึ้นแต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรนักข่าวก็กรูเข้ามาอย่างกลับถูกเตรียมไว้ นิรากอดแขนของเขตถกรแน่น ส่วนเขาเองก็ต้องปั้นหน้ายิ้มแล้วเสมองนิลินที่ถูกปราณดึงไปโอบกอดไว้เช่นกัน
คำถามเกี่ยวกับงานแต่งของนิลินและปราณดังขึ้นไม่หยุด นิรายิ่งยิ้มอย่างผู้ชนะ เมื่อข่าวนี้ถูกป่าวประกาศออกไปแล้ว ถ้าจู่ๆมีการประกาศยกเลิกแต่งงาน คนก็คงเอาข่าวพวกนั้นมาพูดจนสนุกปาก ชื่อเสียงของนิลินเองก็จะเสียหายไปด้วย เขตถกรได้แต่เก็บงำความรู้สึกของเขาเอาไว้ ทั้งที่เขาอยากจะเอาปืนยิงแขนที่โอบกอดเอวเธอไว้ซะตั้งแต่ตอนนี้
"แผนของเธอใช่ไหม?" เขาหันไปถามนิราเสียงเรียบเมื่อนักข่าวเดินออกไป เขตถกรหลับตาแน่นอย่างคุมอารมณ์ เขาคิดว่าด้านนอกยังมีนักข่าวและแขกที่หลงเหลือ ไม่อาจแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งได้
"เปล่านะคะพี่เขต นิลินเป็นคนยินยอมแต่งเอง" เขตถกรแค่นหัวเราะให้กับคำนั้นที่นิราพูด เขาส่งมือไปบีบคอสวยเต็มแรง นิลินนอนกับเขาอยู่ทุกคืนแม้กระทั่งเมื่อคืนเธอก็ยังอยู่กับเขา แล้วจะยินยอมไปแต่งงานกับคนอื่นได้ยังไง คนตรงหน้าคิดว่าเขาโง่มากหรือไง
"ฉันเตือนเธอหลายครั้งแล้วนะว่าอย่ามายุ่งกับนิลิน"
"นิลินยอมเองจริงๆนะคะ" นิรากับนภัทรส่งสัญญาณให้นิลินรีบเอ่ยปากยืนยันก่อนที่เขตถกรจะบีบคอนิราจนขาดอากาศหายใจ นิลินกลืนน้ำลายอึกใหญ่กำมือแน่นอย่างไม่รู้ว่าควรจะต้องทำอย่างไร ปราณยิ่งโอบรัดเธอแน่นขึ้นแล้วกระซิบถึงแม่เธอที่ยังอยู่ในเงื้อมมือของพ่อ เธอก็ยิ่งไม่กล้าที่จะพูดปฏิเสธอะไรออกไป
"ถ้าเธอพูดออกมาว่ายอม ฉันจะโกรธจริงๆ" เขตถกรยื่นคำขาดเสียงแข็งจนเด็กสาวชะงักไป ก่อนความตึงเครียดจะมากไปกว่านี้กิตติธรกับนพดลก็เดินเข้ามาพร้อมกับโยนคนของภัครวัตรล้มลงตรงหน้าทุกคน เขาปล่อยมือออกจากคอของนิราแล้วเดินไปกระชากนิลินออกมาจากอ้อมกอดปราณ
"เป็นไงบ้างว่ะ?" เขาถามเพื่อนอย่างต้องการรู้ความคืบหน้า ทันทีที่เห็นว่าทั้งสองคนพยักหน้าส่วนนพดลก็ตบไหล่เขาแผ่วเบาด้วยเขาก็เผยรอยยิ้มเย็นยะเยือก
"แม่เธออยู่กับคนของไอ้กิตแล้ว ไม่ต้องห่วง" ดวงตากลมมองเขาอย่างลึกซึ้ง เขตถกรลูบแผ่นหลังบางด้วยความเข้าใจ ก่อนหน้านี้เธอคงห่วงแม่ของเธอมาก และเขาไม่ต้องการให้เธอรู้สึกกังวลมากไปกว่านี้อีก นภัทรกับลูกสาวขยับเข้าไปชิดกันด้วยตัวสั่นเทา มองลูกน้องที่นอนระเนระนาดอยู่ที่พื้นแล้วกลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว
เขาพยักหน้าให้เก่งกาจสั่งทุกคนให้ปิดทางเข้าออกของห้องนี้ เขตถกรโอบนิลินเอาไว้ เขาออกแรงเตะดนัยที่นอนทรุดอยู่ที่พื้นอย่างระบายอารมณ์ ก่อนจะประคองนิลินไปนั่งลงบนโซฟา เพียงแค่เขาสะบัดหน้า กิตติธรกับนพดลก็ช่วยกันพาสองพ่อลูกทั้งปราณเดินมานั่งลงที่โซฟาฝั่งตรงข้าม
"ผมเตือนภัครวัตรไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วนว่าอย่าไปยุ่งกับคนของผม แต่ดูเหมือนพวกคุณจะไม่ฟัง หรือว่าเห็นว่าโปรเจคใหญ่สำเร็จแล้ว เลยจะแข็งข้อกับผมยังไงก็ได้"
"ตาเขตฟังลุงก่อนนะ คือเดิมทีนิลินก็เป็นคู่หมั้นของปราณอยู่แล้ว ตอนนี้เราก็แค่ทำให้คำสัญญาของสองบ้านเป็นจริงก็เท่านั้นเอง"
"หุบปาก!!!" เขตถกรตะโกนออกไปอย่างไม่เกรงกลัว เขารู้สึกว่าคำพูดของนภัทรทำให้อารมณ์ของเขายิ่งครุกกรุ่นขึ้นมา ถ้าปล่อยให้พูดมากไปกว่านี้ เห็นทีเขาคงได้ฆ่าคนตายแน่
"แต่งานแต่งประกาศออกสื่อไปแล้ว ยังไงก็ต้องจัดนะคะ ไม่งั้นนิลินเองนั่นแหละ ที่จะถูกวิจารณ์" นิราออกความคิดเห็นที่เขตถกรไม่ได้ต้องการเลยสักนิด เขาหันไปกวักมือเรียกเก่งกาจให้เข้ามาใกล้
"ไปดูว่าข่าวแต่งงานของนิลินแพร่ออกไปหรือยัง ถ้ายัง...มึงจัดการให้ได้ อย่าให้มีเรื่องนี้ออกไปเด็ดขาด"
"แต่ไอ้เขต ครั้งนี้ยากนะเว่ย ในงานไม่ใช่แค่นักข่าว ยังมีคนใหญ่คนโตในแวดวงอีก เกิดงานแต่งไม่ได้จัดขึ้นมาจริงๆ กูว่านิลินนั่นแหละที่จะลำบาก" เขาหยุดชะงักเมื่อได้ยินสิ่งที่นพดลพูด เขตถกรหลับตาแน่นอย่างครุ่นคิด หันไปมองนิลินที่มองมาราวกับขอความช่วยเหลือ เดิมทีตัวเขาไม่เคยกลัวอะไร แต่ถ้าเรื่องนี้ทำให้นิลินได้รับผลกระทบมันคงไม่ดีแน่....
เขตถกรนั่งอยู่ในห้องทำงานของคอนโดมิเนียมหรูตลอดอาทิตย์มานี้เขาใช้เวลาอยู่กับนิราตลอดในช่วงเย็นของวัน เขาหลอกอีกคนว่าเขาความจำเสื่อมและจำอะไรไม่ได้ ดูเหมือนภัครวัตรเองก็ไม่นึกสงสัยอะไร ร่วมสัปดาห์แล้วที่เขาไม่ได้เจอกับนิลินเลย บางวันโทรคุยกับเธอสองสามนาที แต่บางวันก็ไม่ได้พูดคุยกันแม้สักคำเขาพลิกเอกสารในมือไปมาอ่านดูข้อมูลต่างๆอย่างละเอียดและถี่ถ้วน หยิบเอาบิลค่าบัตรเครดิตเทียบกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่นิราไปใช้รูดซื้อของแล้วก็ทำความเข้าใจ เพราะไม่สามารถหาเงินสดหรือใช้บัตรถอนเงินได้ ภัครวัตรเลยใช้วิธีเอาบัตรเขาไปรูดซื้อของและปล่อยขายเพื่อเอาเงินสดมาแทน"มึงยื่นเรื่องขอร่วมทุนกับนุกูลไปรึยัง?" เขาหันไปถามเก่งกาจในขณะที่ยังมองจดจ้องอยู่ที่เอกสารในมือ นุกุลเป็นอีกหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ถือหุ้นของบริษัทที่เขาต้องการเอาไว้ ถ้าเขาได้มันมาและหลอกเอาจะภัครวัตรมาได้อีกแค่สิบเปอร์เซ็นต์ เขาก็จะกลายเป็นประธานบริษัทใหญ่ในทันที"ยื่นแล้วครับคุณเขต ทางนั้นตอบรับมาแล้วเมื่อวาน""บอกหรือเปล่าว่ากูยื่นในนามสามีของนิรา""ครับ พอทางนั้นเห็นว่าเป็นคุณเขตและเห็นว่าเป็นสามีของคุณนิราก็ไม่มีคำถามอะไรเลย" เขาพยัก
ตลอดทางแม้เธอพยายามเอ่ยถามถึงเขตถกรแค่ไหนแต่กิตติธรและนพดลก็ไม่ตอบเธอเลยสักคำ เธอถูกพามาที่พิพัตรตรา ภายในบ้านหลังใหญ่เงียบสนิทและเต็มไปด้วยความอึมครึมจนใจดวงน้อยเริ่มเต้นแรงอย่างกังวลเมื่อก้าวมาถึงห้องนั่งเล่นก็เจอคุณหฤทัยกับขวัญนรีนั่งอยู่ ดวงตากลมพยายามกวาดมองหาคนที่เธอรอคอยแต่กลับไม่พบเขา นั่นยิ่งทำให้ความคิดเธอเตลิดไปไกล"คุณเขตละคะ?" ฉันถามเสียงสั่น รอบดวงตายังคงบวมช้ำจากการร้องไห้ พยายามกวาดสายตามองทุกคนเพื่อหาคำตอบแต่ได้รับมาเพียงแค่การหลบตาของทุกคนเท่านั้น"ปลอดภัยดีใช่ไหมสาวน้อย?" ขวัญนรีเอ่ยถามเธอแต่กลับไม่ยอมตอบคำถาม ยิ่งทำให้ความคิดในหัวของนิลินตีรวนไปไกล เธอส่ายหัวไปมาอย่างไม่เชื่ออะไรทั้งนั้น"คุณขวัญ ฮึก คุณเขตละคะ...""......""ทำไมทุกคนถึงเงียบกันหมด ฮึก คุณเขตละคะ ฮืออ" หยาดน้ำตาไหลลงมาพร้อมกับเสียงสะอื้นที่ไม่อาจปิดกลั้น เธอไม่อยากเสียเขาไป เธออยากให้เขตถกรกลับมาดูแลอย่างที่เคยเป็นมาเสมอ"นิลิน!..." เสียงเรียกแสนคุ้นหูปนความกระหืดกระหอบจากการวิ่งมาทำให้เธอหันไปมอง ตาเธอเบิกกว้างแล้วยิ่งร้องไห้หนักกว่าเก่าเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่กำลังยืนหอบอยู่ตรงนั้น เขาคงจะรีบวิ่งม
นิลินกดโทรออกและวางสายอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า สามวันผ่านไปแต่เธอกลับไม่ได้รับการติดต่อมาเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นคุณหฤทัย ขวัญนรี หรือแม้แต่เก่งกาจไม่มีใครเลยสักคนที่รับสายของเธอ เมื่อเช้าเธอตัดสินใจไปหานพดลและกิตติธรเพื่อนของเขา เพียงหวังว่าจะได้คำตอบอะไรที่น่าพอใจ แต่ก็พบเพียงความผิดหวัง ทั้งสองคนนั้นก็ไปมาเก๊าตั้งแต่วันที่เขตถกรเกิดเรื่องแล้ว และแม้แต่ที่บ้านของพวกเขาก็ยังติดต่อไม่ได้เด็กสาวมองแก้วนมชมพูที่เลื่อนมาให้ตรงหน้า เธอเห็นใบหน้าแสนมีความสุขของปราณแล้วก็ได้แต่เสมองไปทางอื่น ในตอนนี้ที่เขตถกรหายตัวไปทั้งคนตรงหน้าเธอและภัครวัตรก็ไม่ได้ดูเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรแม้สักนิด อาจเพราะหลายอย่างถือเป็นสินสมรส ถ้าเขตถกรเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ หลายอย่างของเขาก็คงตกเป็นของนิราอย่างปฏิเสธไม่ได้"ดูไม่มีความสุขเลยนะ ยังคิดถึงมันอยู่อีกหรอ" "อย่าเรียกคุณเขตแบบนั้นนะคะพี่ปราณ" เธอพูดเสียงแข็งก่อนจะถูกเขากระชากแขนไปเต็มแรง แต่ทันทีที่เธอแสดงออกถึงความเจ็บ เขาก็คลายแรงบีบลงทันที"อีกไม่กี่วันก็จะแต่งงานกับพี่แล้ว เลิกคิดถึงมันสักที" นิลินถอนหายใจเฮือกใหญ่ เรื่องที่เธอกังวลที่สุดตอนนี้คือเรื่องของเขตถ
เสียงคลื่นซัดสาดชายฝั่งทำให้คนตัวเล็กที่พึ่งเดินลงจากรถยืนมองนิ่งอย่างสงบ เธอหยิบโทรศัพท์ที่มีสายเรียกเข้าดังอยู่หลายครั้งขึ้นมาดู ตลอดทางมีเสียงเรียกเข้าจากปราณดังขึ้นมาตลอด คงเพราะเธอไม่ได้ให้ความชัดเจนกับเขาว่าจะไปไหน เพียงแค่บอกเขาว่ามีธุระที่ต่างจังหวัดกับเพื่อนเท่านั้น"ถ้ามันกวนใจก็ปิดเครื่องไปก่อน" เขตถกรที่เดินมาโอบกอดจากด้านหลังพูดแล้วกดจูบลงบนต้นคอสวย มือเล็กส่งไปลูบแขนแกร่งของเขาแผ่วเบาแล้วกดปิดหน้าจอเพื่อให้เสียงเงียบลง"หนูพึ่งรู้ว่าคุณมีบ้านพักริมหาดส่วนตัวด้วย""ฉันมีมากกว่านี้อีกเยอะ เอาไว้จะค่อยๆพาเธอไปเที่ยวนะ" เขากระซิบที่ข้างหู ปล่อยให้ลมหายใจอุ่นรดรินที่ใบหูจนเธอสะดุ้งเฮือกเขาจับจูงมือเธอเข้ามาที่ตัวบ้านพัก พยักเพยิดหน้าให้คนเอาของขึ้นไปเก็บบนห้องนอน แล้วไม่ลืมที่จะสั่งเก่งกาจให้ดูแลความเรียบร้อยโดยรอบให้ดี แม้ที่นี่จะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขา แต่ก็ประมาทไม่ได้"เธอขึ้นไปพักก่อนนะ ฉันมีเรื่องงานจะคุยกับไอ้เก่งหน่อย" นิลินพยักหน้ารับแล้วไม่ถามอะไรต่อ เขตถกรมองตามหลังเธอที่เดินขึ้นไปชั้นบนจนลับสายตา เขาพยักหน้าให้เก่งกาจมานั่งลงบนโซฟาเพื่อพูดคุยเรื่องสำคัญเอกสารกา
Rosé weddingปราณรีบวิ่งไปเปิดประตูให้นิลินทันทีเมื่อรถแล่นมาถึงร้านสำหรับลิงชุดแต่งงานเขานัดเอาไว้ ใบหน้าหล่อฉายแววดีใจปิดไม่มิด ต่างจากเธอที่สีหน้าเรียบนิ่ง แม้จะรู้ว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามที่เขตถกรวางไว้ แต่คนที่ไม่ชอบเสแสร้งอย่างเธอก็รู้สึกอึดอัดกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ไม่นานนักรถคันหรูก็จอดเทียบรถของปราณ เป็นเขตถกรที่เดินลงมาจากรถ นิรารีบก้าวจ้ำไปคล้องแขนเข้าเอาไว้ในทันที นิลินมองภาพนั้นอย่างช่างใจแล้วเม้มปาก แต่เมื่อเห็นว่าเขตถกรสะบัดแขนของนิราออกไปเธอก็รู้สึกอุ่นวาบไปทั้งใจดวงตาสองคู่ที่สบกันสื่อความหมายถึงกันโดยไม่ต้องพูด เธอถูกปราณดึงรั้งข้อมือเพื่อให้เดินตามเข้าไปในร้าน ทันที่เข้ามาถึงทุกอย่างก็ถูกจัดเตรียมไว้ให้เลือกสรรแล้ว"แบบนี้ลินชอบไหม?" เสียงของปราณเอ่ยถามตลอดเวลาแต่กลับไม่ได้ทำให้นิลินสนใจ เธอเอาแต่มองเขตถกรที่ยืนคู่กับนิราและช่วยเลือกการ์ดงานแต่งให้"ขอลองชุดนี้แล้วกันค่ะ" นิ้วเรียวจิ้มลงไปทั้งที่ไม่ได้ก้มมองดูด้วยซ้ำว่าเป็นแบบไหน เธอเดินตามพนักงานแล้วรับชุดแต่งงานเข้าไปเพื่อลองนิลินเอื้อมมือจะรูดซิปด้านหลังอยูาพักใหญ่แต่ก็ไม่เป็นผล เธอแง้มประตูออกไปอล้วเรียกหาพ
"นิลินหยุดก่อน" เขตถกรลงจากรถแล้ววิ่งตามคนที่หนีขึ้นแท็กซี่กลับมาก่อนหลังจากบทสนทนาที่งานเลี้ยงเปิดตัวโปรเจคของภัครวัตรจบลง เขารู้ดีว่าเธอคงโกรธมาก แต่อย่างน้อยก็น่าจะฟังเขาสักหน่อย ไม่ใช่หนีกลับมาที่บ้านพักของตัวเองแบบนี้เขายังคงก้าวตามเธอเข้าไป เจ้าของบ้านพักเพียงแค่เห็นเขาก็ไม่กล้าวิ่งเข้ามาห้าม เขตถกรตามมาคว้าแขนเรียวได้ทัน เขาดึงรั้งไว้แต่เธอก็ยังออกแรงผลักเขาก่อนจะเดินหนีไปอีก"นิลิน!! อย่ามาเดินหนีแบบนี้นะ!" เสียงแข็งของเขาทำให้นิลินหยุดชะงัก เธอหันมามองเขาด้วยดวงตาวูบไหว เขตถกรพรูลมหายใจออกมาแล้วเดินเข้าไปหา "คุณจะยอมให้หนูแต่งงานกับพี่ปราณจริงๆหรอคะ?""เด็กโง่" เขาลูบหัวเธอแผ่วเบาแล้วหอมลงบนหน้าผากมลด้วยความรักใคร่ ทำไมเธอถึงได้ไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของเขาเลยนะ ว่าที่เขาทำอย่างนี้ ทุกอย่างก็เพื่อเธอทั้งนั้น"คุณเบื่อหนูแล้วหรอ""คิดว่าฉันจะยอมเสียเธอให้ใครหรอ ก็บอกแล้วไงว่าเธอคือของฉัน แต่ถ้าเราประกาศยกเลิกงานแต่งตอนนี้ ชื่อเสียงของเธอต่างหากที่จะเสียหาย""แต่หนูไม่ได้สนใจชื่อเสียงพวกนั้นเลย""แต่ฉันสนใจ" เขตถกรมองนิิลินที่มองเขามาด้วยความผิดหวัง เธอส่ายหน้าแล้วพยายามจะถอ







