Share

หยางจิวหรง 1

บทที่ 1 หยางจิวหรง

            สิบห้าปีต่อมา...

            เรือนหอมเบญจมาศทอง (จินจวี๋เซียง) จวนสกุลหยาง

หยางกงสร้างเรือนอันงดงามเป็นพิเศษให้แก่หลานสาว และเป็นเรือนเดียวที่มีสวนส่วนตัวเพื่อให้นางฝึกหัดเป็นกุลสตรีที่งามพร้อมแบบสตรีในราชสำนัก ในสวนมีแนวกำแพงหินอ่อนหลังคากระเบื้องสีทอง เจาะช่องเป็นประตูพระจันทร์ วาดโค้งวงกลม ประดับลวดลายเข้ากันกับระเบียงทางเดินลงสู่ศาลากลางน้ำอันสวยงาม สาวใช้ของเรือนอื่นมักจะชอบมาอ้อยอิ่งแถวนี้เพื่อฟังเพลงพิณของคุณหนูและทายกันว่านายใหญ่จะส่งตัวคุณหนูเข้าวังเมื่อไร

“คุณหนูบอบบาง น่ารักเหมือนตุ๊กตางานฝีมือ ฝีมือดีดพิณเป็นหนึ่ง เฮ้อ อยากรู้เหลือเกินว่าคุณชายบ้านไหนจะโชคดีได้คุณหนูไปเป็นศรีภรรยา”

“คุณหนูช่างงามเหมือนเทพธิดา ท่านหยางกงย่อมรักเหมือนแก้วตาดวงใจ ข้าเป็นหญิงยังใจเต้นทุกทีที่เห็นรอยยิ้มแสนหวานของคุณหนู”

พวกสาวใช้จากเรือนอื่นชะเง้อชะแง้อยากชมโฉมคุณหนูคนงาม สาวใช้ของเรือนจินจวี๋เซียงได้ยินเข้า จึงเข้ามาถามด้วยสีหน้าขบขัน “พวกเจ้าเอ่ยถึงคุณหนูจิวหรงอยู่หรือ”

“ใช่ ทำไมล่ะ ก็คุณหนูจิวหรงเป็นกุลสตรีที่หาได้ยากยิ่ง ข้าได้พบคุณหนูเฉพาะแค่ตอนคารวะนายท่านทุกเช้า กิริยามารยาทช่างอ่อนช้อยงดงาม ข้ายังเผลอคิดว่าคุณหนูเป็นองค์หญิงด้วยซ้ำ ฟังเสียงพิณสิ ยิ่งฟังใจข้ายิ่งเคลิบเคลิ้มล่องลอย”

“เจ้าเพิ่งเข้ามาใหม่สินะ”

“ทำไมถึงรู้ล่ะ”

พวกนางคุยกันอยู่ดีๆ เสียงพิณที่ลอยแว่วมาจากเรือนจินจวี๋เซียงพลันหยุดชะงัก บรรดาสาวใช้ต่างเห็นคุณหนูหยางจิวหรงกำลังวิ่งเร็วเป็นพายุ รองเท้าก็ไม่ใส่ ปากหัวเราะร่าโดยที่มีพี่ชายวิ่งตามไล่หลังมาติดๆ พวกสาวใช้หน้าใหม่ต่างอ้าปากค้างเพราะเห็นคุณหนูผู้เรียบร้อยคนนั้นแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ทุกคน

“แบร่ๆ แน่จริงก็จับให้ได้สิเจ้าคะ”  

            “จิวหรง! ข้าบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ายุ่งกับม้าของข้า!”

“ฮ่าๆ ข้าขอขี่เล่นบ้างจะเป็นไรไป พี่เส้าหมิงขี้งก” หยางจิวหรง หลานสาวคนโตของหยางกงมีรูปโฉมงดงามมาตั้งแต่เยาว์วัย ไม่เพียงเชี่ยวชาญทั้งการขับขานและระบำรำฟ้อน ยังชำนาญการเป่าขลุ่ยขวางและพิณโบราณ แม้ว่านางจะได้รับยกย่องว่าเป็นคุณหนูผู้งามโดดเด่นกว่าใคร แต่หยางเส้าหมิงผู้เป็นพี่ชายรู้ดีว่าน้องสาวคนนี้แก่นแก้วเหลือร้ายเพียงใด ดังนั้นจึงควงไม้เรียวมาด้วย

“องค์ชายจ้าวลู่ยกมันให้ข้าดูแล ถ้ามันเป็นอะไรไปใครจะรับผิดชอบ จิวหรง!”

“ตอนข้าทาแก้มให้เจินเจิน มันก็ชอบนี่นา พี่เส้าหมิงไม่ใช่ผู้หญิง พี่เส้าหมิงไม่เข้าใจหรอก”

“จิวหรง! เจินเจินมันตัวผู้!” หยางเส้าหมิงหมดความอดทน ถ้านางขี่ม้าแบบธรรมดาๆ เหมือนคนทั่วไปเขาไม่ว่าหรอก แต่นางเล่นขี่ม้าลุยลงน้ำไปเก็บดอกบัวกลางสระ ทำเอาม้าสีขาวแสนสวยเปรอะขี้โคลนไม่พอ นางยังเล่นพิเรนทร์นำชาดมาทาหน้าเจ้าม้าเป็นดวงๆ อีกต่างหาก หยางเส้าหมิงไล่ตามหลังน้องตัวแสบมาติดๆ นึกไม่ถึงว่านางจะหมุนปลายเท้ากลับมา ปรบมือแล้วร้องเพลงราวกับนกน้อย

“พี่ชายจ๋า พี่ชายจ๋า จิวหรงซุกซน อย่าโกรธเลยหนา อย่าโกรธเลยหนา อ่ะแฮ่ม เรามาเป็นเพื่อนกันเถอะ ยิ้มให้จิวหรงสักนิด ดูสิ เจ้ากระต่ายยังหัวเราะเลยนะ อ่ะแฮ่ม หัวเราะตามจิวหรงสามครั้ง ฮะๆ ฮ่าๆ”

นางหัวเราะเดี๋ยวเบาเดี๋ยวดังกลายเป็นเสียงดนตรี ไม่ว่าใครก็อดหัวเราะตามไม่ได้

“เจ้านี่น้า... ยังทำตัวเป็นเด็กๆ ไม่เลิก อีกหน่อยก็ต้องแต่งงานแล้วแท้ๆ”

“จิวหรงไม่แต่งหรอก จิวหรงจะอยู่กับท่านปู่”

หยางจิวหรงสดใสดุจดอกไม้แรกแย้มที่ไม่เคยมีความทุกข์ใดๆ มาแผ้วพาน  ต่อให้เขาโกรธแค่ไหนก็ใจอ่อนยวบ สุดท้ายหยางเส้าหมิงซึ่งได้ชื่อว่าเป็นทหารองครักษ์แสนจะน่ากลัวก็แค่ดุน้องสาวนิดหน่อย แล้วกำชับสาวใช้ให้ดูแลคุณหนูจิวหรงให้ดี อย่าปล่อยให้หนีออกไปเล่นซนอีก แต่คล้อยหลังพี่ชายแสนดุไปได้ไม่เท่าไร หยางจิวหรงก็มาชวนน้องๆ ตัวเล็กตัวน้อยไปเล่นสนุกกัน

“เป่าอวี้ ฉูฉู่ เรามาเล่นไล่จับกัน ถ้าข้าจับพวกเจ้าได้ พวกเจ้าต้องช่วยข้าเก็บดอกไม้นะ”

“ถ้าพี่หญิงจับพวกเราไม่ได้ พี่หญิงต้องทำขนมให้กินอีกนะ”

“ฮิๆ ได้ ถ้าพวกเจ้าหลบข้าได้ ข้าจะทำขนมให้กิน” เด็กๆ ลูกหลานของสกุลหยางล้วนชอบอยู่กับหยางจิวหรง เพราะนางใจดี เล่านิทานเก่งและมักจะมีขนมอร่อยๆ ให้น้องทาน รวมทั้งเป็นเพื่อนวิ่งเล่นอีกด้วย ในขณะที่พี่น้องรุ่นเดียวกันต่างถือตัวเป็นผู้ใหญ่ ไม่เล่นเหมือนเด็กๆ อีกแล้ว

“พี่หญิงทางนี้ๆ ฮ่าๆ” นางคลุมผ้าเหมือนผีร้ายแล้วไล่ตะครุบน้องๆ ส่งเสียงวี้ดว้ายตึงตังดังไปถึงเรือนรับรองแขกที่หยางกงกำลังสนทนาอยู่กับแขกผู้ใหญ่ แม่นมเกรงว่าจะเกิดเรื่องจึงรีบตามไปห้ามปราม

“พวกเจ้ารีบไปทางนั้น ขวางทางไว้ ขืนนายท่านโกรธขึ้นมาจะหัวขาดกันทุกคน! รีบไปห้ามเร็วเข้า”

“เจ้าค่ะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บรรณาการแสนรัก   บทส่งท้าย 2

    พระสนมที่ต้องโทษมีทางเลือกไม่มากนัก ทางแรกคือถูกส่งไปใช้ชีวิตในตำหนักเย็น ทางที่สองคือความตาย เจียวเจียวขอเลือกความตาย หยางจิวหรงจึงประทานให้ด้วยเมตตา และการลงโทษนี้จะต้องกระทำต่อหน้าพระสนมทั้งมวลเพื่อส่งคำเตือน “เหตุใดจึงไม่ใช่สุราพิษ” “ฮองเฮารับสั่งว่าสุราพิษจะสบายเกินไป” ต้วนชิงตอบพลางจัดแจงนำผ้าขาวผืนเล็กหลายผืนมาพร้อมอ่างน้ำ “ทรงมอบทัณฑ์ผ้าขาวแด่พระสนมพ่ะย่ะค่ะ วิธีการนี้จะถนอมพระศพให้งดงามกว่าวิธีอื่น” เจียวเจียวเริ่มหวาดกลัวเมื่อถูกจับมัดกับเก้าอี้ยาว ต้วนชิงก็นำผ้าขาวจุ่มลงน้ำจนเปียกชุ่มแล้วนำมาวางบนใบหน้าทีละผืน ขั้นตอนคล้ายทำหน้ากาก ต้วนชิงจะค่อยๆ นำผ้าเปียกว่าคลุมหน้าทีละชั้นๆ จนกระทั่งเจียวเจียวขาดใจตายเพราะหายใจไม่ออก สิ้นใจขณะอายุเพียงยี่สิบปี------------------ หลายปีผ่านไป “ลูกหลับแล้วเพคะ” หยางจิวหรงกระซิบขณะย่องขึ้นมาบนเตียง หลังจากได้ยินเสียงลูกชายคนโตร้องไห้ตามด้วยเสียงร้องจ้าของลูกชายคนเล็ก นางจึงลุกขึ้นไปดูความเรียบร้อยและกล่อมเด็กๆ แทนแม่นม แม้ว่าทั้งสองจะเป็นถึงผู้ปกครองใต้หล้า แต่การเป็นพ่อแม่ก็สำคัญไม่แพ้สิ่งอื่นใด

  • บรรณาการแสนรัก   บทส่งท้าย 1

    “บอกเหตุผลที่ข้าควรไว้ชีวิตนางสักข้อสิ” จ้าวเฉินฟงตัดเข้าประเด็น “ใกล้เวลานอนกลางวันของฮองเฮาของข้าแล้ว มีอะไรก็รีบๆ พูดมา”“พะ...เพคะ” เสิ่นเหนียงจื่อเคยเข้าออกวังหลายครั้งแต่ก็ยังรู้สึกประหม่า กริ่งเกรงหยางจิวหรงจนหน้าซีดขาว “ได้โปรดเห็นแก่ความเป็นพี่น้อง ทรงเมตตาเจียวเจียวด้วยเถิด นางถูกใส่ร้าย ไม่มีทางที่นางจะกล้าทำเรื่องอุกอาจเช่นนั้นแน่เพคะ”เมื่อได้ยินคำว่า ‘พี่น้อง’ มุมปากของจ้าวเฉินฟงและหยางจิวหรงก็ยกยิ้มขึ้นพร้อมกัน “หากฮองเฮายินดีละเว้นโทษตาย ข้าก็ไม่ขัดข้อง” ความนัยของจ้าวเฉินฟงคือเขาจะไม่ยุ่ง หยางจิวหรงเองก็ต้องการเช่นนั้น นางจึงรับลูกต่อจากเขาอย่างไหลลื่น “เอาเถอะ เพื่อเห็นแก่ความเป็นพี่น้อง ข้าจะยอมช่วยนางก็ได้” เสิ่นเหนียงจื่อดีใจจนน้ำตาไหลพราก รีบโขกศีรษะคำนับ “ขอบพระทัย... ขอบพระทัยเพคะ” “แต่ข้ามีเงื่อนไขนะ” “ฮองเฮารับสั่งมาเถิด หม่อมฉันยินดีทำทุกอย่างเพคะ” “ท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าสิ้นก่อนวัยอันควร นึกดูแล้วก็น่าเศร้ายิ่งนัก ตั้งแต่ข้าจำความได้พวกท่านรักกันมาก ขนาดท่านแม่อายุล่วงสี่สิบแล้วยังตั้งครรภ์น้องฉูฉู่ หากชาต

  • บรรณาการแสนรัก   บทที่ 33 ฮองเฮาคู่บัลลังก์ 4

    และแล้วหญิงสาวผู้มีชะตาต่ำต้อย ก็ก้าวสู่บัลลังก์พญาหงส์ผู้ครอบครองพระทัยมังกร วันอภิเษกกำหนดขึ้นช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ จ้าวเฉินฟงไม่ใช่คนที่จะยอมสวมมงกุฎให้นางอย่างเงียบๆ หรือหลบๆ ซ่อนๆ ดังนั้นจึงสั่งให้จัดงานอย่างใหญ่โต เฉลิมฉลองรื่นเริงกว่างานขึ้นครองราชย์ของเขาเสียอีกโลกจะต้องรู้ว่าเจ้าคือคู่ครองที่ถูกต้องเหมาะสมของข้า จ้าวเฉินฟงกระซิบบอกเช่นนั้นวันงาน เสียงกลองและระฆังกังสดาลดังขึ้น โถงตำหนักเฉียนชิงแออัดเต็มไปด้วยสมาชิกราชวงศ์ ขุนนางตำแหน่งสูงและบรรดาภริยาของพวกเขา หยางจิวหรงสวมฉลองพระองค์สีทองปักลายหงส์สีสันดุจสายรุ้ง รองเท้าที่นางสวมปักด้วยเส้นทองประดับไข่มุกและอัญมณีนานาชนิด นางก้าวเดินช้าๆ ไปตามทางเดินปูพรมลาด...ก้าวขึ้นบันไดมังกรทีละขั้น... ก้าวขึ้นไปเคียงคู่เขาในฐานะคู่ชีวิต“ชินอ้ายเตอ” จ้าวเฉินฟงกระซิบขณะสวมมงกุฎศิราภรณ์ทรงหงส์แด่นาง ไข่มุกราตรีเม็ดโตเท่าไข่ไก่ที่ประดับเด่นเป็นสง่านั้นเป็นมรดกตกทอดเก่าแก่ ทรงสวมสร้อยคอมุกเฟื่องซ้อนหกชั้น ของขวัญเนื่องในงานอภิเษกและมอบหรูอี้ตราตั้งอย่างเป็นทางการ ดนตรีโบราณดังก้องกังวาลจ้าวเฉินฟงประทับบนบัลลังก์เดียวกับนาง กุมมือข้างหนึ่งข

  • บรรณาการแสนรัก   บทที่ 33 ฮองเฮาคู่บัลลังก์ 3

    “ข้าหึง”“พี่ฟงอี้เขาแค่มาลา หม่อมฉันก็เลยคุยด้วยเท่านั้นเอง” “ไม่ได้ บอกแล้วใช่ไหมว่าข้าหึง” “โธ่ อย่าเพิ่งหงุดหงิดสิเพคะ”“ต่อให้มันบอกรักเจ้าก่อน ข้าก็ไม่ยอมให้เจ้ารักมันหรอกนะ” จ้าวเฉินฟงรวบนางมากอดแน่นแล้วอุ้มพากลับตำหนัก สีหน้าหึงหวงจนหยางจิวหรงเหวอ ยิ่งนางหัวเราะเขาก็ยิ่งหน้าบึ้ง“ที่รัก” นางเรียกเขา ใช้ปลายจมูกเกลี่ยกันไปมา “หม่อมฉันก็แน่ใจว่าต่อให้ย้อนเวลากลับไปกี่ครั้ง หม่อมฉันก็รักท่านอยู่ดี”“รักแค่ไหน”“รักมากที่สุด หม่อมฉันรักจ้าวเฉินฟงจนบางทีก็รำคาญตัวเองว่ารักไปได้อย่างไร นิสัยก็เสีย ปากก็ร้าย ชอบทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดแล้วไม่อธิบาย เฮ้อ... แน่ะ คนที่หม่อมฉันรักชอบทำตาขวางแบบนี้เปี๊ยบเลย แล้วเขาคนนั้นรักหม่อมฉันไหมหนอ”“รักสิ... รักจากก้นบึ้งหัวใจของเขาเลย” กระซิบแล้วอุ้มนาง ใช้เท้าถีบประตูตำหนักเข้าไปด้านใน ต่างฝ่ายต่างแลกจุมพิตอย่างร้อนแรง สัมผัสกันและกัน พริบตาเดียวเสื้อผ้าก็กระจัดกระจายไปรอบๆ ห้อง จ้าวเฉินฟงบรรจงโลมไล้ด้วยปลายลิ้นอุ่นจัดไปตามหน้าอกและเนินหน้าท้อง ดูดกลืนยอดถันสีกุหลาบจนกระทั่งมันชูชันตอบสนอง“หน้าอกเจ้าใหญ่ขึ้นนะ”“นิดหน่อยเพคะ... มันตึงๆ”“แล้วก็อ

  • บรรณาการแสนรัก   บทที่ 33 ฮองเฮาคู่บัลลังก์ 2

    ไม่นานนักเหล่าขุนนางก็ช่วยกันเสนอชื่อเจียวเจียวเป็นฮองเฮา และไม่กี่วันหลังจากนั้นนางก็ล้มป่วยด้วยพิษสารหนู“โอย... เสิ่นกุ้ยเฟยวางยาข้า... ฝ่าบาท... ฝ่าบาท... ทรงมอบความเป็นธรรมด้วยเพคะ”เจียวเจียวยอมดื่มชาผสมพิษสารหนูเข้าไปแล้วประกาศว่านางกำลังถูกปองร้าย เพราะใบชานั้นได้รับมาจากขันทีห้องเครื่องซึ่งเป็นคนของหยางจิวหรง ข่าวเรื่องนี้ถูกโหมกระพือไปอย่างรวดเร็ว จ้าวเฉินฟงจึงปล่อยให้พวกขุนนางเต้นกันให้พอ ผู้ที่ช่วยคลี่คลายสถานการณ์นี้กลับเป็นเสิ่นฟงอี้ ผู้ซึ่งหายหน้าไปนาน หน้าตาเขาดูซูบผอมลงแต่แววตาเป็นประกายดังเดิมเขากราบทูลเบื้องหน้าโถงว่าราชการว่า “เรื่องในครอบครัวจะทรงสนพระทัยผู้อื่นไปไย ชาวนายังมีสิทธิ์เลือกเมียเอก โอรสสวรรค์ทรงเลือกฮองเฮาก็หาใช่กงการของผู้อื่น เหตุไฉนจึงเฝ้าตอแยกันอย่างไร้สติปัญญา ระคายเคืองเบื้องสูง”ฝีปากของเขายังคมกริบดุจใบมีดโกน ในท้องพระโรงมีเสียงอาวุธต่างๆ ที่บรรดาทหารองครักษ์และแม่ทัพคนสนิทห้อยติดตัวดังกระทบกันเป็นครั้งคราว เตือนให้พวกขุนนางเลือดเก่าได้สะดุ้งรู้สึกตัวบ้างว่าฟ้าเปลี่ยนสีแล้ว คลื่นลูกหลังย่อมกระแทกคลื่นลูกหน้า เบื้องบนจึงตัดสินพระทัยเด็ดขาดตามค

  • บรรณาการแสนรัก   บทที่ 33 ฮองเฮาคู่บัลลังก์ 1

    เมื่อเสิ่นเหนียงจื่อมีโอกาสเข้าวัง นางจึงแอบยัดห่อสารหนูห่อเล็กๆ ใส่มาในขนมเปี๊ยะซึ่งทำสัญลักษณ์ไว้ ก่อนจะกลับออกไปจากวัง นางก็กำชับให้บุตรสาวหาโอกาสให้ได้“ท่านแม่ ลูกเป็นแค่ซงหยวน ส่วนนังนั่นเป็นถึงกุ้ยเฟย ตอนนี้ไม่มีใครสู้นางได้ หูตาของนางมากมายเต็มไปหมด ลูกจะเข้าไปในตำหนักของนางแล้วลอบใส่ยาโดยไม่ให้ใครรู้เห็นได้อย่างไร”“ท่านแม่ ดื่มน้ำชาเจ้าค่ะ” อู๋ซวงยกถาดน้ำชาเข้ามา เสิ่นเหนียงจื่อก็ยกชาขึ้นจิบโดยไม่สนใจไต่ถามสารทุกข์สุกดิบของลูกสาวคนเล็ก นางจึงพยายามทักทาย“ท่านแม่...”“เงียบเถอะนะ เป็นแค่ขี้ข้าก็ยืนสงบเสงี่ยมไปมุมห้องโน่นไป”“อู๋ซวงเจ้าอย่าเพิ่งขัดใจเจียวเจียว ไปทางโน้นก่อนเถอะไป”“ข้าอยากจะทัดทานพวกท่าน ตอนนี้จิวหรงเปรียบเหมือนกระแสน้ำรุนแรง ยิ่งเราเข้าไปขวาง กระแสน้ำก็จะยิ่งพังทลายทุกสิ่ง เราควรจะ...”“เจ้าจะไปรู้เรื่องอะไร ไปๆ” เสิ่นเหนียงจื่อโบกมือไล่ อู๋ซวงจึงเก็บความน้อยใจแล้วเดินออกไป“ฟังนะลูกแม่ ถ้าเจ้าใส่ยาให้นางกินไม่ได้ เจ้าก็กินเองเสียสิ ใส่ความว่ามันซะเลยว่านางเห็นแก่ตัว คิดฆ่าสนมทุกคนเพื่อเป็นหนึ่ง ตอนนี้พวกขุนนางก็กำลังไม่พอใจที่ฝ่าบาทโปรดปรานหญิงคณิกาอย่างมัน

  • บรรณาการแสนรัก   บทที่ 3 สองตระกูลแข่งประชัน 1

    บทที่ 3 สองตระกูลแข่งประชัน ทุกอย่างเป็นไปตามที่อู๋ซวงคาดการณ์ไว้เมื่อหยางจิวหรงหลบมาพักกับญาติผู้พี่ได้ประมาณวันสองวัน หยางกงก็คลายโกรธและส่งคนให้มาตามตัวหลานสาวกลับบ้านโดยด่วน อู๋ซวงกับเจียวเจียวเองก็ถูกมารดาตามตัวให้มาวัดผ้าเพื่อตัดชุดใหม่อย่างเร่งด่วนเช่นกัน นั่นเพราะฮ่องเต้ทรงจัดงานเลี

  • บรรณาการแสนรัก   บทที่ 2 วาสนาพานพบ 5

    “ท่านอาหลัน ข้าเป็นคนชวนนางมาเอง ทางน้าเซียงก็รับรู้ ท่านปู่ก็อนุญาต ตอนนี้มืดค่ำแล้วเดินทางไม่สะดวก ท่านอาหลันอย่าไล่นางเลยเจ้าค่ะ” “เฮ้อ วาจาของเจ้ามันลูกแม่เสียจริงๆ น่าจะฉลาดได้สักครึ่งของเจียวเจียวบ้าง ข้าก็แค่ถามเล่นๆ ใครจะกล้าแตะต้องหลานท่านหยางกงกันเล่า แล้วหลานรักของข้าจะมาอยู่ที่น

  • บรรณาการแสนรัก   บทที่ 2 วาสนาพานพบ 4

    จวนสกุลซือหม่าอยู่ทางทิศเหนือของเมืองและอยู่ใกล้วังหลวงมากที่สุด นั่นเพราะหากลองนับย้อนบรรพบุรุษของตระกูลซือหม่าขึ้นไปสิบรุ่นก็ล้วนมีชื่อบันทึกในฐานะขุนนางคนสำคัญของแคว้นจ้าวทั้งสิ้นในเวลานี้ประมุขของจวนแห่งนี้ก็คือซือหม่าจ้าว มีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาคนสนิทของฮ่องเต้และเป็นผู้ผลักดันเรื่ององค์ชายจ้า

  • บรรณาการแสนรัก   บทที่ 2 วาสนาพานพบ 3

    “พี่อู๋ซวง”“เอาล่ะๆ ข้าไม่ล้อเจ้าแล้วก็ได้ เจ้ามานั่งเจ็บอยู่ตรงนี้คนเดียวแสดงว่าแอบหนีมาเล่นซนอีกแล้วสินะ กลับไปเจ้าโดนท่านน้าตีแน่”“ท่านแม่ไม่ตีข้าหรอก แต่ท่านปู่ก็ไม่แน่” หยางจิวหรงถอนหายใจยาวและพอจะมีแรงเดินแล้ว อู๋ซวงจึงพาลงมาจากเนินเขาเพื่อไปส่งที่จวนสกุลหยาง “พี่อู๋ซวงก็มาสวดมนต์ไหว้พระหรื

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status