Share

04 ชัยชนะ

last update Tanggal publikasi: 2025-09-17 15:13:21

ความเดือดดาลเปรียบเสมือนน้ำมันเชื้อเพลิงชั้นดี มันแปรเปลี่ยนความอ่อนล้าของลินินให้กลายเป็นพลังงานมหาศาล หญิงสาวไม่เสียเวลาฟูมฟายแม้แต่วินาทีเดียว เธอกางแผนผังความคิดขนาดใหญ่ออกเต็มโต๊ะทำงาน เปลี่ยนมันให้กลายเป็นห้องบัญชาการรบส่วนตัว

‘อยากได้ไทม์ไลน์เหรอ ได้เลย ! จะจัดให้แบบละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว !’ เธอคิดในใจอย่างมาดร้าย

ครั้งนี้เธอไม่ได้ทำงานอย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป ในเมื่อเขาแต่งตั้งให้เธอเป็นผู้นำ เธอก็จะใช้สิทธิ์นั้นให้เต็มที่ !

นิ้วเรียวรัวบนคีย์บอร์ดอย่างไม่คิดชีวิต ข้อความถูกส่งไปยังทุกแผนกที่เกี่ยวข้องราวกับกระสุนปืนกล

‘พี่แอนฝ่ายโปรดักชั่นคะ ขอราคาประเมินงานพรินต์ติ้งสำหรับ OOH¹ สามเวอร์ชั่น ด่วนที่สุดค่ะ’ ‘คุณสมชายฝ่ายมีเดีย แพลนเนอร์ ขอเดดไลน์สำหรับจองพื้นที่สื่อทั้งหมดภายในวีคนี้ค่ะ’

‘มิ้นท์ ! มึงช่วยตามบรีฟจากลูกค้าเรื่องช่องทางโปรโมทออนไลน์ทั้งหมดให้กูที !’

โต๊ะทำงานของเธอกลายเป็นศูนย์กลางของพายุข้อมูล ทุกอย่างหมุนคว้างรอบตัวเธอ แต่ลินินกลับควบคุมมันได้อย่างน่าทึ่ง เธอไม่ได้แค่สร้างตารางเวลาที่ว่างเปล่า แต่เธอกำลังสร้างแผนการรบที่รัดกุมและสมจริงที่สุดเท่าที่จะทำได้

มิ้นท์มองเพื่อนรักสลับกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยแววตาทึ่งจัด

“มึง นี่มึงกำลังสร้างไทม์ไลน์หรือกำลังวางแผนยึดครองโลกวะเนี่ย โคตรเทพ !”

ลินินไม่มีเวลาแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมายิ้ม เธอทำงานแข่งกับเวลาที่เดินไปข้างหน้าอย่างไม่ปรานี เข็มนาฬิกาบนผนังคือแส้ที่คอยเฆี่ยนตีให้เธอต้องเร่งมือ

หนึ่งนาฬิกาห้าสิบแปดนาที

เอกสารหนาเกือบสิบหน้าถูกพิมพ์ออกมาจากเครื่องพรินเตอร์ กระดาษยังอุ่น ๆ อยู่ในมือของเธอ ลินินมองผลงานตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งเหนื่อยล้าจนแทบจะยืนไม่ไหว แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

เธอสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมพลังงานเฮือกสุดท้าย เดินตรงไปยังกรงแก้วของราชสีห์

ก๊อก

เธอเคาะประตูเพียงครั้งเดียวเป็นมารยาท แล้วเปิดประตูเข้าไปโดยไม่รอคำอนุญาต

ธันวาเงยหน้าขึ้นจากจอแล็ปท็อป ดวงตาคมกริบฉายแววประหลาดใจอย่างไม่ปิดบังที่เห็นเธอเดินเข้ามาอย่างอาจหาญ

ลินินเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของเขา กลิ่นกาแฟเข้มข้นและกลิ่นกระดาษลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ เธอบรรจงวางเอกสารในมือลงตรงหน้าเขา เสียงกระดาษที่วางลงบนโต๊ะไม้ราคาแพงดัง ตุบ เบา ๆ แต่กลับหนักแน่นราวกับเสียงกลองรบ

“ไทม์ไลน์โปรเจกต์ Rebirth ค่ะ ตามที่สั่ง” น้ำเสียงของเธอราบเรียบและเป็นมืออาชีพ แต่ดวงตากลับทอประกายท้าทายอย่างชัดเจน

สายตาของทั้งสองประสานกันกลางอากาศราวกับกระบี่ที่ถูกชักออกจากฝัก เขามองเธอด้วยแววตาที่พยายามค้นหาจุดอ่อน ส่วนเธอก็จ้องตอบกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว ท้าทายให้เขาหาข้อผิดพลาดในงานของเธอ

ในวินาทีที่จ้องตากันนั้นเอง โลกของลินินก็หมุนคว้างไปชั่วขณะ ร่างกายที่ถูกใช้งานหนักเกินขีดจำกัดเริ่มประท้วง เธอรู้สึกหน้ามืดวูบหนึ่งจนต้องเผลอยกมือยันพนักเก้าอี้ที่อยู่ตรงหน้าโต๊ะเขาไว้เพื่อทรงตัว

มันเป็นเพียงการกระทำเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา แต่คนอย่างธันวามีหรือจะมองไม่เห็น

ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย เขาสังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ตาที่ชัดเจนของเธอ ริมฝีปากที่เคยมีสีระเรื่อบัดนี้ซีดเซียว และแรงสั่นเพียงเล็กน้อยที่ปลายนิ้วของเธอ

เขาเป็นฝ่ายละสายตาก่อน

ธันวาก้มลงมองเอกสารตรงหน้า พลิกเปิดมันไปทีละหน้าอย่างรวดเร็ว สายตาคมกวาดอ่านทุกรายละเอียด ทุกตัวเลข ทุกเดดไลน์ที่เธอวางไว้ เขาพยายามหาช่องโหว่ แต่กลับหาไม่เจอแม้แต่จุดเดียว

มันคือแผนงานที่สมบูรณ์แบบ รัดกุม และเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง มันเป็นความเงียบที่แตกต่างออกไป ไม่ได้อึดอัด แต่เต็มไปด้วยแรงปะทะที่มองไม่เห็น

ในที่สุด เขาก็ปิดเอกสารลง แล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธออีกครั้ง

“ออกไปได้”

นั่นคือทั้งหมดที่เขาพูด ไม่มีคำชม ไม่มีคำขอบคุณ ไม่มีคำวิจารณ์ใด ๆ

แต่สำหรับลินินแล้ว ความเงียบของเขานั้นดังยิ่งกว่าคำชื่นชมใด ๆ มันคือการยอมรับความพ่ายแพ้โดยดุษฎี

หญิงสาวหมุนตัวเดินออกจากห้องอย่างผู้ชนะที่แท้จริง แผ่นหลังของเธอยังคงตั้งตรง แต่ทันทีที่พ้นจากสายตาของเขา เรี่ยวแรงทั้งหมดก็เหมือนจะหมดลงดื้อ ๆ เธอก้าวขาแทบไม่ออกจนต้องใช้มือเกาะผนังทางเดินเพื่อพยุงตัวเองกลับโต๊ะ

ธันวามองตามร่างบางที่เดินโซซัดโซเซนั้นไปจนลับสายตา ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินตรงไปยังตู้เย็นเล็ก ๆ ที่มุมห้อง หยิบขวดน้ำแร่เย็นเฉียบออกมาถือไว้ในมือ แล้วนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง

ลินินทรุดตัวลงบนเก้าอี้ทำงานราวกับร่างที่ไร้วิญญาณ โลกทั้งใบกำลังหมุนคว้างอยู่รอบตัวเธอ ภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์พร่าเลือนไปหมด เสียงหึ่ง ๆ ดังอยู่ในหูราวกับมีแมลงนับร้อยตัวบินวนเวียนอยู่ข้างใน ชัยชนะเมื่อครู่ให้ความรู้สึกห่างไกลราวกับเกิดขึ้นเมื่อชาติที่แล้ว ตอนนี้ร่างกายของเธอเหลือเพียงความว่างเปล่าและอาการปวดตุบ ๆ ที่ขมับทั้งสองข้าง

คลิก

เสียงประตูห้องทำงานของธันวาที่เปิดออก ทำให้ลินินสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณการป้องกันตัวสั่งให้เธอยืดหลังตรงขึ้นทันที เตรียมพร้อมรับมือกับพายุลูกใหม่ที่อาจจะถาโถมเข้ามาได้ทุกเมื่อ

เธอเห็นเงาร่างสูงของเขาเดินออกมา และกำลังตรงมาในทิศทางนี้

หัวใจของลินินเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง ‘จะเอาอะไรอีก ! แค่นี้ยังไม่พอใจอีกหรือไง ?!’

แต่เขากลับเดินผ่านโต๊ะของเธอไป

ตุบ

เสียงวัตถุบางอย่างถูกวางลงบนโต๊ะข้างคีย์บอร์ดของเธอเบา ๆ พร้อมกับไอเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจนสัมผัสได้ ลินินก้มลงมองอย่างไม่เชื่อสายตา

ขวดน้ำแร่ยี่ห้อนำเข้าราคาแพงที่เธอรู้ดีว่ามีติดตู้เย็นในห้องของเขาเสมอ หยดน้ำเย็นเฉียบเกาะอยู่รอบขวดราวกับหยาดเหงื่อ

เธอเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง แผ่นหลังกว้างของเขาอยู่ห่างออกไปเกือบจะถึงลิฟต์แล้ว เขาไม่ได้หันกลับมามอง ไม่ได้พูดอะไรสักคำ ราวกับว่าการกระทำเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น

ลินินนั่งนิ่งแข็งเป็นหิน จ้องมองขวดน้ำแร่นั้นราวกับมันเป็นวัตถุจากนอกโลก มันเป็นแค่ขวดน้ำธรรมดา แต่ในสถานการณ์นี้ มันคือปริศนาธรรมที่ซับซ้อนที่สุดในจักรวาล

ทำไมล่ะ ?

คำถามนี้ดังก้องอยู่ในหัวที่กำลังปั่นป่วนของเธอ

นี่คือการเยาะเย้ย ?

หรือการบอกเป็นนัยๆ ว่าให้เธอใจเย็น ๆลงหน่อยงั้นเหรอ หรือมันคือการแสดงความสมเพช หรือเป็นไปได้ไหมว่ามันคือความห่วงใยจากเขา ?

ความคิดสุดท้ายทำให้เธอแทบจะหัวเราะออกมา มันเป็นไปไม่ได้ ผู้ชายที่เหยียบย่ำผลงานและจิตใจของเธอมาตลอดหลายวัน จะมาห่วงใยเธองั้นหรือ ? มันเป็นเรื่องที่เหลวไหลสิ้นดี แต่ถึงอย่างนั้นความคิดนั้นก็ยังคงวนเวียนอยู่ไม่ยอมหายไปไหน

“เฮ้ย ! เดี๋ยวนะ กูตาฝาดไปรึเปล่าวะ”

เสียงของมิ้นท์ดังขึ้นจากแผงกั้นข้าง ๆ ก่อนที่เพื่อนรักจะโผล่หน้ามายืนข้างโต๊ะเธอ จ้องมองขวดน้ำแร่ด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ

“อย่าบอกนะว่า ไอ้บอสปีศาจนั่นเป็นคนให้มึง”

ลินินทำได้แค่พยักหน้าช้า ๆ สมองของเธอยังคงประมวลผลไม่เสร็จสิ้น

“เชี่ย” มิ้นท์อุทานออกมา “มึงอย่าเพิ่งกินนะเว้ย ! เผื่อมันแอบผสมยาพิษล้างสมองมาให้มึงกลายเป็นทาสผู้ซื่อสัตย์ของมัน !”

คำพูดติดตลกของมิ้นท์ไม่ได้ทำให้ลินินขำเลยสักนิด เธอยื่นมือที่สั่นเทาเล็กน้อยออกไปสัมผัสขวดน้ำ ความเย็นเฉียบที่ปลายนิ้วคือเครื่องยืนยันว่าทุกอย่างคือความจริง

การกระทำนี้มันไม่เข้าพวกเลย มันไม่สามารถจัดอยู่ในหมวดหมู่ของเจ้านายจอมเผด็จการ หรือเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ตัวพ่อที่เธอเคยสร้างไว้ให้เขาได้เลย

เธออยู่ที่ออฟฟิศต่อไม่ไหวแล้ว

ลินินเก็บของลงกระเป๋าอย่างเชื่องช้า สมองตื้อไปหมด มือของเธอชะงักเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจหยิบขวดน้ำแร่นั้นติดมือไปด้วย

ขณะที่เดินออกจากอาคารสูงระฟ้า ก้าวเข้าสู่ลมยามเย็นของกรุงเทพมหานคร เธอก็ยังคงกำขวดน้ำนั้นไว้แน่น ความเย็นของมันกลายเป็นสิ่งเดียวที่จับต้องได้ท่ามกลางความสับสนอลหม่านในใจ

เธอเปิดฝาขวดออก แล้วยกขึ้นดื่ม

น้ำแร่บริสุทธิ์และเย็นชื่นใจไหลผ่านลำคอที่แห้งผาก มันช่วยดับความกระหายในร่างกายได้ก็จริง แต่มันกลับไม่อาจชะล้างความสับสนที่ก่อตัวขึ้นในหัวใจของเธอได้เลยแม้แต่น้อย

————————

¹OOH (Out-of-home media) แปลเป็นภาษาไทยว่า สื่อนอกบ้าน หรือสื่อโฆษณานอกบ้าน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บรีฟรักเดิมพันใจ   17 เผชิญหน้า

    รุ่งเช้าในป้อมปราการของธันวานั้นเงียบสงบ แต่เป็นความสงบก่อนพายุจะเข้าอย่างแท้จริงพวกเขาตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของกันและกัน ไม่มีความปรารถนาทางกายหลงเหลืออยู่แล้ว มีเพียงความแน่วแน่และมุ่งมั่นที่จะเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่กำลังจะมาถึง ทั้งสองคนต่างรู้ดีว่าสิ่งที่ทำลงไปเมื่อคืน มันคือการจุดระเบิดเวลาที่นับถอยหลังสู่หายนะทางอาชีพพวกเขาอาบน้ำแต่งตัว สวมใส่เสื้อผ้าชุดทำงานที่เปรียบเสมือนชุดเกราะสำหรับออกรบแล้วโทรศัพท์ของธันวาก็ดังขึ้น ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอคือ ‘พี่เจต’ธันวากดรับแล้วเปิดลำโพง ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยคำทักทาย เสียงที่เหมือนเสียงคำรามของพยัคฆ์บาดเจ็บก็ดังลั่นออกมาจากปลายสาย“พวกแกสองคนอยู่ที่ไหนกันหา?! รีบเข้ามาที่ออฟฟิศ!!!! เดี๋ยว!!!! นี้!!!!”ตู๊ด...สายถูกตัดไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบและคำตัดสินที่ชัดเจน“ได้เวลาแล้วสินะ” ธันวาพูดเสียงเรียบ แต่แววตากลับแน่วแน่“ค่ะ” ลินินตอบกลับไป เอื้อมมือไปกุมมือของเขาไว้แน่น “ลินพร้อมแล้ว”

  • บรีฟรักเดิมพันใจ   16 หน้ากากที่ถูกฉีก

    เวลาในห้องนั้นคล้ายจะหยุดเดิน...ริมฝีปากของลินินสัมผัสเข้ากับขอบแก้วที่เย็นเฉียบ เสียงของธันวาที่เคยเตือนไว้ดังก้องอยู่ในหัว‘ห้ามรับเครื่องดื่มจากใครก็ตามที่ไม่ใช่ผม’ภาพรอยยิ้มที่เหมือนผู้ชนะของเสี่ยวิวัฒน์ แววตาสะใจของแพรวา รวมถึงสายตากังวลของธันวาที่มองมาจากอีกฟากของห้อง ทุกอย่างประดังเข้ามาในเสี้ยววินาทีเธอต้องทำอะไรสักอย่าง!ในจังหวะที่ลินินกำลังจะแกล้งทำเป็นสะดุดเพื่อสาดแชมเปญในแก้วทิ้ง...“ลินิน! อย่า!”เสียงตะโกนที่ดังลั่นราวกับเสียงคำรามของราชสีห์ ทำให้ทุกคนในห้องหันไปมองเป็นตาเดียวธันวาทิ้งโทรศัพท์ในมืออย่างไร้ค่า ก้าวพรวด ๆ ฝ่าวงล้อมของแขกเหรื่อตรงมาที่เธอด้วยความเร็วที่น่าตกใจทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ก่อนที่ลินินจะได้ทันตั้งตัว มือแข็งแรงของเขาก็เอื้อมมาคว้าแก้วแชมเปญไปจากมือของเธออย่างแรงจนแชมเปญหกกระเซ็นไปเล็กน้อยทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน เงียบเสียจนได้ยินเสียงฟองอากาศที่แตกตัวในแก้วแชมเปญของคนอื่น ๆหน้ากากของธันวาได้ถูกฉีกอ

  • บรีฟรักเดิมพันใจ   15 กับดักในงานเลี้ยง

    การแสดงละครตบตาในออฟฟิศยังคงดำเนินต่อไป แต่ฉากรักร้อนแรงหลังม่านยังคงถูกจุดไฟให้ลุกโชนขึ้นทุกครั้งที่มีโอกาส ความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่แสนอันตรายนี้กลายเป็นสิ่งเสพติดสำหรับคนทั้งสองไปเสียแล้ว...แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าทุกการกระทำของตนเองนั้น กำลังตกอยู่ในสายตาของอสรพิษสองตัวที่เฝ้ารอจังหวะตะครุบเหยื่อความสงสัยที่ถูกจุดขึ้นในงานเลี้ยงคืนนั้น กลายเป็นเปลวไฟที่เผาไหม้จิตใจของแพรวา เธอเริ่มสืบเสาะหาความจริงอย่างเงียบ ๆ ราวกับนักสืบเอกชนเธอย้อนดูใบเบิกค่าใช้จ่ายทั้งหมดของทริปภูเก็ต ตรวจสอบเวลาการจองตั๋วเครื่องบิน เวลาเช็กอินเข้าโรงแรม ทุกอย่างดูเหมือนจะปกติในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับคนที่จับจ้องหาความผิดปกติอย่างเธอแล้ว มันมีช่องโหว่เล็ก ๆ อยู่‘ทำไมต้องจองตั๋วแยกกัน แต่กลับได้ที่นั่งติดกัน?’‘ทำไมถึงเช็กเอาท์ออกจากโรงแรมช้ากว่ากำหนดการเดิมไปหลายชั่วโมง?’มันยังไม่ใช่หลักฐานที่มัดตัวได้ แต่สำหรับแพรวาแล้ว มันคือเส้นด้ายเล็ก ๆ ที่เธอพร้อมจะสาวไปให้ถึงต้นตอ***ชายแก่เจ้าเล่ห์ที่ถูกหักหน้าอย่างรุนแรง

  • บรีฟรักเดิมพันใจ   14 สงครามบนโต๊ะอาหาร

    ลินินกลับมาถึงห้องพักในสภาพที่จิตใจห่อเหี่ยวราวกับดอกไม้ที่ขาดน้ำ สัมผัสที่น่ารังเกียจของเสี่ยวิวัฒน์และสายตาที่ราวกับจะเปลื้องผ้าของเขายังคงติดตรึงอยู่ในความรู้สึกจนน่าขยะแขยง เธอพยายามจะนั่งทำงานต่อ แต่ก็ไม่มีสมาธิเลยแม้แต่น้อย ภาพใบหน้าเลื่อมใสของเขายังคงตามมาหลอกหลอนก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดระแวง แต่แล้วเสียงทุ้มที่คุ้นเคยก็ดังลอดเข้ามา“ลิน... ผมเอง”เธอรีบวิ่งไปเปิดประตูทันที ภาพที่เห็นคือธันวาในสภาพที่ดูอิดโรยและเคร่งเครียดไม่แพ้กัน เขาก้าวเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูลง ก่อนจะดึงร่างของเธอเข้าไปกอดไว้ในอ้อมแขนที่แข็งแกร่งอย่างแนบแน่นโดยไม่พูดอะไรสักคำอ้อมกอดของเขาเป็นที่หลบภัยที่ดีที่สุดในโลก“คุณโอเคไหม?” เขากระซิบถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างแท้จริงลินินส่ายหน้าช้า ๆ พลางซบใบหน้าลงกับแผงอกของเขา ปล่อยให้น้ำตาที่อัดอั้นไว้ตลอดทั้งวันไหลรินออกมาอย่างเงียบ ๆ เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

  • บรีฟรักเดิมพันใจ   13 คำสารภาพ

    หลังจากบทร่วมรักอันน่าพิศวาสได้จบสิ้นลง เหลือทิ้งไว้เพียงสองร่างที่เปลือยเปล่าและอ่อนล้าอยู่บนโซฟาธันวายังคงกอดเธอไว้แน่น ซบใบหน้าอยู่กับซอกคอของเธอราวกับเด็กที่หลงทางและเพิ่งจะหาทางกลับบ้านเจอ คำขอโทษของเขายังคงวนเวียนอยู่ในอากาศที่หนักอึ้ง แต่สำหรับลินินแล้ว บาดแผลครั้งนี้มันลึกเกินกว่าที่คำขอโทษจะเยียวยาได้ในทันทีเธอค่อย ๆ ดันตัวเขาออกอย่างแผ่วเบา แล้วเผชิญหน้ากับเขาในความเงียบ ดวงตาของเธอยังคงแดงก่ำ แต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมาอีกแล้ว“มันไม่ใช่แค่ความโกรธหริกค่ะ พี่คิน” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่ก็หนักแน่น “แต่มันคือคำพูดของพี่ที่ว่าลินใช้ร่างกายเพื่อให้ได้งาน ที่พี่ไม่ไว้ใจลินเลยแม้แต่นิดเดียว”คำพูดของเธอเหมือนมีดที่กรีดซ้ำลงไปบนแผลในใจของเขา ธันวาหลบสายตาเธอเป็นครั้งแรก แววตาเต็มไปด้วยความละอายใจอย่างปิดไม่มิด“ผม... ผมมันเลวเอง” เขาพูดเสียงแผ่ว “มันไม่ใช่ความผิดของคุณเลยลินิน มันเป็นปมของผมเอง”เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวที่เขาไม่เคยบอกใครมาก่อน เรื่องราวของความรักในอดีตท

  • บรีฟรักเดิมพันใจ   12 พิศวาส

    “เรา... เราต้องบ้ากันไปแล้วแน่ ๆ” ลินินหัวเราะออกมาเบา ๆ ขณะที่พยายามจัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ของตัวเองให้เข้าที่บนโต๊ะทำงานที่เคยศักดิ์สิทธิ์ของเขาธันวาช่วยเธอจัดปกเสื้อเบลาส์ให้เข้าที่อย่างอ่อนโยน ปลายนิ้วของเขาสัมผัสผิวเนื้อบริเวณลำคอของเธอแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่ทำให้หัวใจของเธอกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง“บ้าที่สุด แต่ก็ดีที่สุด” เขากระซิบตอบ ก่อนจะขโมยจูบจากเธอไปอีกหนึ่งฟอดเป็นการทิ้งท้ายพวกเขาช่วยกันเก็บกวาดสนามรบอย่างรวดเร็ว จัดเอกสารที่กระจัดกระจายให้กลับเข้าที่ ทุกการกระทำเต็มไปด้วยความใกล้ชิดและความลับที่อบอวลอยู่รอบตัว ราวกับคู่รักที่กำลังทำเรื่องผิดศีลธรรมที่น่าตื่นเต้นคืนนั้น หลังจากแยกย้ายกันกลับบ้าน ลินินนอนหลับไปพร้อมกับรอยยิ้มและร่างกายที่ยังคงอุ่นซ่านจากสัมผัสของเขาเช้าวันต่อมา ธันวาก็กลับไปสวมหน้ากากเจ้านายจอมโหดได้อย่างแนบเนียน เขายังคงวิจารณ์งานเธออย่างเผ็ดร้อน สั่งแก้ไขโปรเจกต์อย่างไม่หยุดหย่อน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือแววตาของเขาในทุกครั้งที่สายตาของพวกเขาประสานกันกลางที่ประชุม หรือเดิน

  • บรีฟรักเดิมพันใจ   07 รอยยิ้มแรก

    เธอทำได้เพียงพยักหน้ารับเบา ๆ ด้วยหัวใจที่เต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก“ขะ ขอบคุณค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่ว รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่หันกลับไปมองทะเลอีกครั้ง ปล่อยให้ความเงียบและความงามของธรรมชาติเข้ามารับช่วงต่อบทสนทนา แต่ลินินรู้ด

  • บรีฟรักเดิมพันใจ   06 ตั๋วเดินทาง

    ลินินก้าวออกจากออฟฟิศในสภาพที่เหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างคำพูดของชายหนุ่มยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง ทันทีที่พ้นรัศมีของตึกสูงระฟ้า เธอก็ต่อสายหาที่พึ่งหนึ่งเดียวของเธอทันที[มึงงงงงงงงงงงง !] เสียงโหยหวนของมิ้นท์ดังทะลุโทรศัพท์ออกมาจนเธอต้องรีบดึงออกห่างจากหู [กูได้ย

  • บรีฟรักเดิมพันใจ   02 อารมณ์

    แผ่นหลังกว้างของธันวาที่เดินนำหน้าคือภาพแทนของกำแพงเบอร์ลินที่ลินินไม่มีวันข้ามผ่านไปได้ เธอเดินตามเขาเข้าไปในห้องทำงานรูปทรงสี่เหลี่ยมที่ผนังสามด้านเป็นกระจกใส เผยให้เห็นทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครยามเย็นที่เริ่มพร่างพราวไปด้วยแสงไฟมันคือกรงแก้วที่สวยงาม และเป็นบัลลังก์ของเขาภายในห้องถูกคุมโทนด้วยส

  • บรีฟรักเดิมพันใจ   01 สงครามเย็น

    เสียงคีย์บอร์ดที่เคยประสานกันราวกับวงออร์เคสตราย่อม ๆ ของเหล่าคนสร้างสรรค์ บัดนี้กลับเงียบงันลงทีละตัว จนเหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ส่งเสียงครางแผ่วเบา สาดความเย็นยะเยือกลงมาอาบไล้บรรยากาศที่หนักอึ้งราวกับมีใครสูบเอาออกซิเจนออกไปจนหมดสิ้นทุกคู่สายตา ไม่ว่าจะลอบมองผ่านแผงกั้นโต๊ะ หรือชำเลือง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status