Masukวรัลฌาลืมตาขึ้นช้า ๆ แม้ว่าเปลือกตาจะหนักอึ้งแต่เพราะเสียงที่คุ้นเคยของเพื่อนทำเธอรู้สึกปลอดภัยจึงพยายามลืมตาขึ้น
“กวางเป็นไงบ้างเจ็บมากใช่ไหม”
“อือ” เสียงตอบแผ่วเบา เธอพยายามจะขยับตัวแต่ความเจ็บไม่อาจทำได้
“แกเพิ่งผ่าตัดมาอย่าเพิ่งขยับตัวเลย จะเอาอะไรเดี๋ยวฉันเอาให้” เมื่อเห็นเพื่อนมองไปรอบ ๆ ห้องก็คิดว่าเพื่อกำลังต้องการอะไรสักอย่าง
คนเจ็บถอนหายใจเมื่อไม่เห็นคนอื่นอยู่ในห้องโดยเฉพาะผู้ชายสองคนที่คุยกันก่อนหน้านี้
“โบว์ฉันโดนยิง”
“คุณชวินทร์เขาเล่าให้ฉันฟังแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง”
“ใครเหรอ”
“ก็คนที่แกไปช่วยเขาไว้ไงล่ะ แกไม่รู้จักเขาเหรอ”
หญิงสาวส่ายหน้า เธอไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครแต่ในตอนนั้นเธอแค่ไม่อยากเห็นใครตายต่อหน้าแต่ก็ไม่คิดว่าพวกนั้นจะทำร้ายคนที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างเธอด้วย
“เขาบอกว่าถ้าแกฟื้นเขาจะถามแกว่าจำคนที่ทำร้ายได้ไหม แกเป็นพยานสำคัญเลยนะ สักพักตำรวจก็คงมาสอบปากคำแก”
“ขอโทรศัพท์หน่อย”
“ได้สิ” ณิชากานต์รีบส่งโทรศัพท์ให้ตามที่เพื่อนขอ
วรัลฌารับโทรศัพท์มาแล้วเปิดแอปพลิเคชันไลน์ก่อนจะพิมพ์ข้อความส่งไปให้เพื่อนเพราะรู้สึกเจ็บแผลทุกครั้งที่พูด
“ฉันดีใจที่ตื่นมาเจอแกนะ ขอบใจมากที่มาอยู่กับฉัน”
“แกอยากได้อะไรไหม” ณิชกานต์ถามกลับ
“ไม่ล่ะ”
“จะให้โทรบอกที่บ้านไหม”
“ไม่ดีกว่าบอกไปก็แค่นั้น” หญิงสาวพิมพ์ไปด้วยอารมณ์น้อยใจเพราะทางบ้านไม่ค่อยสนใจเธออยู่แล้ว
“เจ็บแผลไหม”
“อือ”
“เดี๋ยวฉันตามหมอให้นะ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไร พอทนได้ ฉันเหนื่อยอยากนอนพัก แกอย่าเพิ่งบอกใครนะว่าฉันฟื้นแล้ว”
“ทำไมล่ะ มีอะไรหรือเปล่า บอกฉันได้นะ”
“ไม่มีอะไรหรอก”
“แกจะนอนนิ่ง ๆ แบบนี้ถึงเมื่อไหร่ล่ะ เดี๋ยวหมอก็คิดว่าแกเป็นอะไรแล้วจับแกไปผ่าตัดอีกรอบจะยุ่งเอานะ”
“งั้นแกบอกแค่พยาบาลได้ไหม อย่าให้ผู้ชายพวกนั้นรู้”
“หรือคนพวกนั้นทำร้ายแก บอกฉันมาเลยนะเดี๋ยวฉันจะบอกพ่อฉันให้” บิดาของณิชกานต์เป็นตำรวจจึงคิดว่าน่าจะช่วยเพื่อนได้
“ไม่ใช่ ฉันแค่ยังไม่อยากคุยเรื่องคืนนั้น”
“แต่พวกเขาบอกว่าจะให้แกเป็นพยานเพื่อช่วยจับตัวคนร้ายเพราะถ้ายังจับไม่ได้แกก็จะเป็นอันตรายนะ”
“แต่ฉันจำไม่ได้เลยว่าใครทำร้าย จำได้แค่ว่าถูกยิงแล้วก็หมดสติไป ตอนนี้ฉันเหนื่อยมาก”
“แกนอนพักเถอะ เดี๋ยวฉันจะบอกพยาบาลแล้วจะไปเก็บกระเป๋าคืนนี้จะมานอนเป็นเพื่อนแกที่นี่”
“ฉันทำให้แกลำบากหรือเปล่า ที่นี่นอนไม่สบายหรอกนะ” หญิงสาวยังคงใช้วิธีพิมพ์เพื่อคุยกับเพื่อน
“ไม่หรอกน่า อยู่ที่บ้านก็ไม่มีอะไรทำ แล้วฉันก็เป็นห่วงแกด้วย”
“ฉันฝากแกโทรลางานให้ฉันด้วยนะ เบอร์โทรอยู่บนบัตรพนักงานในกระเป๋า บอกพี่นุ่นว่าฉันเป็นไข้หวัดใหญ่”
“ไข้หวัดใหญ่เหรอ”
“อือ ถ้าป่วยด้วยโรคแบบนี้จะลางานได้นานจนกว่าจะหาย”
“โอเคเดี๋ยวฉันจัดการให้นะ แกก็นอนพักเถอะ อยากได้อะไรไลน์ไปบอกนะ”
เมื่อณิชกานต์เดินออกไปแล้วววัลฌาก็หลับตาลงแต่ยังไม่ทันหลับพยาบาลก็เดินเข้ามา
“คุณคะ เพื่อนคุณบอกว่าคุณรู้สึกตัวแล้ว เจ็บแผลไหมคะ ในระดับหนึ่งถึงสิบคุณเจ็บประมาณไหนคะ” พยาบาลถามอาการขณะที่วัดความดันไปด้วย
หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะลืมตาขึ้นมาช้า ๆ ใบหน้าซีดเผือด
“เจ็ดค่ะ” หญิงสาวรู้สึกเจ็บแผลตั้งแต่รู้สึกตัวแต่ไม่ได้พูดออกมาเพราะกลัวว่าเพื่อนจะเป็นห่วง
“เดี๋ยวฉันจะให้ยาแก้ปวดเพิ่มนะคะ”
พยาบาลฉีดยาแก้ปวดให้บริเวณสายน้ำเกลือจากนั้นก็เปิดดูบริเวณแผลเปลี่ยนผ้าก็อซที่มีเลือดซึมจนเรียบร้อยในเวลาไม่นาน
“ยาแก้ปวดที่ให้จะทำให้คุณง่วง คุณนอนพักให้เต็มที่เลยนะคะ ถ้ารู้สึกปวดแผลมากขึ้นหรืออยากให้ฉันทำอะไรให้คุณกดตรงนี้นะคะ” พยาบาลเอาปุ่มสำหรับกดเรียกมาวางใกล้มือของหญิงสาวมากที่สุดก่อนจะห่มผ้าจัดท่านอนให้วรัลฌาจากนั้นก็โทรไปรายงานอาการกับแพทย์เจ้าของไข้
....
ณิชกานต์กลับมาอีกครั้งในตอนค่ำพร้อมกับกระเป๋าเป้หนึ่งใบ
“เพื่อนโบว์ตื่นหรือยังคะ” เธอถามผู้ชายที่ยืยเฝ้อยู่หน้าห้อง
“ยังครับ”
หยิงสาวพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปในห้องซึ่งพยาบาลพิเศษคนเดิมยังอยู่ด้ายใน
“เพื่อนฉันเป็นยังไงบ้างคะ”
“เมื่อกี้เธอเจ็บแผลฉันเลยให้ยาแก้ปวดไป เธอน่าจะนอนยาวถึงเช้าเลยค่ะ ตอนนี้คงยังไม่มีอะไรไรถ้าคุณจะไปทานข้าวก็ได้นะคะ”
“คุณจะอยู่กับเธอตลอดใช่ไหมคะ”
“ฉันจะเปลี่ยนเวรกับพยาบาลอีกคนตอนสองทุ่มค่ะ ฉันจะบอกพยาบาลคนใหม่เองว่าคนไข้ยังไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอรู้สึกตั้วแล้ว”
“ขอบคุณนะคะ”
“แล้วคุณหมอว่ายังไงบ้าง”
“ตอนที่คุณไม่อยู่หมอเข้ามาตรวจแล้วค่ะ เพื่อนคุนอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ แผลไม่มีการติดเชื้อ วันพรุ่งนี้จะประเมินอาการอีกทีถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนวันมะรืนก็จะเริ่มจิบน้ได้ค่ะ ตอนนี้ยังคงต้องให้น้ำเกลืออยู่”
“คนที่อยู่นอกห้องยังไม่รู้ใช่ไหมคะ”
“ค่ะ เราทำตามที่คุณบอกเรื่องนี้จะรู้แค่ฉัน หมอ และพยาบาลอีกคนที่จะเข้ามาเปลี่ยนเวร”
“ขอบคุณมากนะคะ เดี๋ยวฉันจะลงไปกินข้าวก่อนฝากเพื่อนฉันด้วยนะคะ”
“คุณจะซื้ออาหารขึ้นมาทานในห้องก็ได้นะ แต่งดอาหารที่มีกลิ่นนะคะเพราะตอนนี้คนไข้ยังทานอะไรไม่ได้”
“ค่ะ”
หญิงสาวเดินออกมาจากห้องก็เจอกับปิติที่ออกมาจากห้องของชวินทร์พอดี
“จะกลับแล้วเหรอครับ”
“เปล่าค่ะ โบว์จะไปกินข้าวแล้วคืนนี้จะกลับมานอนเป็นเพื่อนกวางค่ะ คุณล่ะคะจะกลับแล้วเหรอ”
“เปล่าครับ ผมว่าจะเข้าไปดุอาการเพื่อนคุณสักหน่อย หมอบอกว่าเธอจะรู้สึกตั้งแต่บ่ายแต่นี่มันก็เย็นแล้ว”
“กวางขยับตัวได้แล้วค่ะ ไม่น่าห่วงอะไรแต่ที่ยังไม่ตื่นขึ้นมาอาจเป็นเพราะยาแก้ปวดค่ะ เมื่อกี้พยาบาลก็เพิ่งจะให้เพิ่มไป” เธอเลือกที่จะบอกความจริงไปบางส่วนเพราะถ้าบอกว่าไม่รู้สึกตัวเลยก็กลัวว่าพวกเขาจะสงสัย
“จริงเหรอครับ”
“ค่ะ ถ้าพรุ่งนี้กวางตื่นขึ้นมาฉันจะรีบไปบอกคุณเลยค่ะ ฉันขอตัวหก่อนนะคะ” ณิชกานต์รีบเดินออกมาจากหน้าห้องและหวังว่าเขาจะเชื่อ
เช้าวันใหม่วรัลฌาไปทำงานด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เธอไม่ได้มีความกังวลอีกต่อไป แม้ตอนที่เดินเข้าแผนกจะเห็นปวริศายืนมองอยู่ด้วยสายตาจิกกัดเหมือนเดิมก็ตาม“ดูอารมณ์ดีจังนะกวาง แน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะทำงานที่นี่ต่อ” ปวริศาเดินเข้ามาทักพร้อมรอยยิ้มเยาะวรัลฌาหยุดฝีเท้าแล้วหันไปยิ้มตอบอย่างสุภาพ“ค่ะพี่ริศา กวางตัดสินใจแล้วว่าจะทำงานที่นี่ บ่ายนี้ก็จะเซนต์สัญญาแล้วค่ะ เพราะกวางรู้แล้วว่าความจริงมันเป็นยังไงส่วนความหวังดีของพี่ริศา กวางรับรู้ด้วยใจจริงค่ะ” เธอยิ้มอ่อนแต่แววตาแฝงไปด้วยความสะใจใบหน้าที่เคยยิ้มเยาะของปวริศาชาวาบและซีดลงทันทีเมื่อแผนทำให้ทั้งสองผิดใจกันไม่ได้ผล ยังไม่ทันที่ปวริศาจะได้พูดอะไรเสียงเย็นเฉียบของชวินทร์ก็ดังขึ้นมาเสียก่อน“ริศา เข้าไปพบผมที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้”ชวินทร์เดินผ่านไปโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าปวริศา เขาปรายตามองวรัลฌาด้วยความอ่อนโยนเพียงชั่วครู่ก่อนจะเดินเข้าห้องทำงานไป ปวริศาจำต้องเดินตามเข้าไปด้วยหัวใจที่เริ่มสั่นระรัวภายในห้องทำงานที่เงียบสงัด ชวินทร์นั่งลงที่เก้าอี้ประจำตำแหน่งสายตาที่มองดูรุ่นน้องเยือกเย็น“ท่านรองเรียกริศามาแต่เช้า มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล
ชวินทร์เปิดประตูรถให้เธอตามปกติ ก่อนจะเดินอ้อมกลับเข้าไปนั่งยังตำแหน่งคนขับ“กวาง” เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ“มีอะไรคะ” วรัลฌาเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาที่สั่นไหวของเธอกำลังพยายามปิดบังความรู้สึกเอาไว้ เธออยากถามว่าสิ่งที่ปวริศาพูดเป็นความจริงไหม แต่ก็ไม่กล้า“อย่าสนใจคำพูดของคนอื่น เรื่องความรักกับหนี้บุญคุณไม่เกี่ยวกัน”วรัลฌาหันไปมองหน้าเขาทันที คำพูดของชวินทร์ทำให้น้ำตาที่เธอกลั้นไว้พังทลายลงมาทันที ชวินทร์ดึงเธอเข้ามากอดด้วยความรักความอบอุ่นที่เขามีให้เธอเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น“คุณชวินทร์ได้ยินเหรอคะ”“ใช่ครับ ผมได้ยินทั้งหมด กวางอย่าคิดมากนะ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ดีกว่าเราสองคนหรอกนะ”“กวางแค่กลัวค่ะ กลัวว่าคุณจะทำเพราะหน้าที่”“ถ้ามันเป็นแค่บุญคุณผมคงไม่พากวางไปที่บ้าน ผมคงไม่ไปคุยกับแม่ของกวางหรอกนะ ผมมีแฟนมาหลายคนแต่ไม่เคยให้พ่อกับแม่ไปเจอครอบครัวของฝ่ายหญิงเลยนะ” เขาพูดอย่างจริงจังแล้วเช็ดน้ำตาเธอออกเบา ๆ“แล้วพี่ริศารู้เรื่องเราได้ยังไงคะ”“ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”“ไม่ใช่ว่าคุณเล่าให้พี่เขาฟังนะคะ เมื่อกี้เขาเรียกคุณว่าพี่ชวินทร์ด้วยนะคะ คุณสนิทกันมากกว่าที่เล่าให้กว
บรรยากาศหลังเลิกงานในออฟฟิศค่อนข้างเงียบ วรัลฌานั่งทำงานอยู่เดียวด้วยความใจเย็น แม้ว่าจะเลยเวลาเลิกงานมาพักใหญ่แล้ว แต่เธอก็ยังเลือกที่จะนั่งรอชวินทร์ที่กำลังประชุมอยู่สำหรับหญิงสาวแล้วการได้นั่งรอคนรักและกลับออกไปจากบริษัทพร้อมกันไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ ความสัมพันธ์ที่มั่นคงและเปิดเผยทำให้เวลาในแต่ละวันเต็มไปด้วยความสุขโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นทำให้วรัลฌาละสายตาจากหน้าจอ เธอยิ้มออกมาทันทีเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ“ประชุมเสร็จแล้วเหรอคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเพราะรู้ว่างานของเขามันเครียดมาก“เสร็จแล้วครับกวาง แต่ผมขอเวลาจัดการอีเมลด่วนอีกสักสิบนาทีนะเสร็จแล้วจะเดินไปหานะ” ปลายสายตอบกลับมาด้วยเสียงที่ฟังดูเหนื่อยแต่ยังคงมีความอบอุ่นเสมอ“ได้ค่ะ กวางรอได้คุณชวินทร์ไม่ต้องรีบนะคะ”วรัลฌายังไม่ทันได้กดวางสาย เสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นกระเบื้องดังอย่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอก็ใกล้เข้ามาเสียก่อน เธอเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะพบกับปวริศาเดินมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“กวางยังไม่กลับเหรอ”“ยังค่ะ”“งั้นเข้าไปคุยกับพี่ในห้องหน่อยสิ มีเรื่องงานจะแจ้งน่ะ”“ได้ค่ะพี่ริศา” เธอยังไม่ได้กดตัดสาย
“หายเหนื่อยหรือยังคะ” วรัลฌาถามเสียงแผ่ว พลางซบหน้ากับอกอุ่น“หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยครับ แต่เหมือนจะเริ่มหิวใหม่อีกรอบแล้วสิ” เขาแกล้งแหย่จนหญิงสาวต้องตีแขนเขาเบาๆ“ไม่ได้นะคะ กวางไม่อยากไปทำงานสาย”“เมียจ๋า ผัวขอได้ไหม” เขาอ้อนอีกครั้ง“คุณชวินทร์....เรียกแบบนี้กว่ากลัวคนอื่นได้ยิน”“ไม่ชอบเหรอหรือไม่อยากเป็นเมียผม”คำถามนั้นทำให้วรัลฌาหัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาที่เคยมองเขาอย่างระวังกลับเริ่มสั่นไหว“อย่าพูดแบบนี้สิคะ….” เสียงเธอแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว“แต่ผมว่าสถานะที่เราเป็นอยู่นี้มันชัดเจนมากนะ”“กวางรู้ค่ะ”“แล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะหืม….”มือของเขาเลื่อนมาจับปลายคางเธออย่างอ่อนโยน ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้ทุกประสาทสัมผัสตื่นตัวอีกครั้ง“อย่าหลบสายตาผมสิ”เธอเผลอกลืนน้ำลาย เมื่อสบตาเขาอีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบไปทั้งตัว“ก็คุณเอาแต่จ้อง รีบนอนกันดีกว่านะคะ”“เคยมีครั้งไหนที่ผมพอแค่ครั้งเดียวหรือเปล่า”“คุณกินดุตลอด” หญิงสาวค้อนเบา ๆ“ก็กวางน่ากิน ว่าแต่กวางอยากกินไอติมผมบ้างไหมล่ะ จะได้รู้ว่าผมเองก็อร่อยไม่แพ้กวางเลยนะ”วรัลฌามอ
บรรยากาศในร้านอาหารดูผ่อนคลาย ชวินทร์ตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นฝนวันนี้ให้วรัลฌาฟังอย่างละเอียด“กวางรู้ไหมครับที่แม่ต้องเข้มงวดและมองเรื่องเงินเป็นใหญ่ เพราะท่านไม่อยากให้กวางลำบากเหมือนท่าน ท่านรักกวางมากนะแต่แค่แสดงออกไม่เป็น” ชวินทร์กุมมือหญิงสาวไว้แน่น“วันนี้แม่ก็โทรมาค่ะ เราปรับความเข้าใจกันแล้ว ถ้าคุณชวินทร์ไม่ไปพูดกับแม่กวางก็คงยังน้อยใจเรื่องแม่อยู่ ขอบคุณนะคะที่ทำให้ปมในใจของกวางคลายออกมาจนหมด”“ผมดีใจนะที่กวางยิ้มเวลาพูดถึงแม่” เขาส่งยิ้มอบอุ่นให้“กวางโชคดีมากที่มีคุณอยู่ข้าง ๆ แบบนี้ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”“ถ้าอยากขอบคุณจริงคืนนี้ไปค้างที่คอนโดผมได้ไหมล่ะครับ”“ได้สิ วันนี้คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้วเดี๋ยวกวางจะนวดให้ดีไหมคะ”“ดีสิครับ งั้นเรารีบไปกันเถอะ ผมเองก็อยากพักเหมือนกัน”ชวินทร์ขับรถพาคนรักมายังคอนโดมิเนียมของตนเองซึ่งตอนนี้เขาเตรียมของใช้ส่วนตัวรวมถึงชุดต่าง ๆ ของวรัลฌาไว้พร้อมหมดแล้วทันทีที่ประตูห้องปิดลงชวินทร์ก็สวมกอดเธอจากทางด้านหลัง“วันนี้ผมโดดประชุม... แถมยังต้องขับรถไปกลับตั้งหลายชั่วโมง เหนื่อยไปหมดเลยครับ” เขาอ้อนเสียงเบาซุกหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ
“เป็นอะไรหรือเปล่ากวางพี่เห็นวันนี้เอาแต่จ้องโทรศัพท์” ปัทมาอดถามไม่ได้เพราะดูเหมือนว่าวันนี้วรัลฌาจะไม่ค่อยมีสมาธิในการทำงานเท่าไหร่“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่วันนี้เพื่อนในกลุ่มคุยกันเยอะกวางเลยเสียสมาธินิดหน่อย ขอโทษด้วยนะคะพี่ปัท พี่รุ้ง”“ที่พี่ถามไม่ใช่จะเอาผิดหรอกนะ แค่เป็นห่วงกลัวว่ากวางจะมีเรื่องไม่สบายใจ” ปัทมารีบอธิบาย“ขอบคุณค่ะพี่ปัท พี่ทั้งสองคนเป็นทั้งรุ่นพี่และเพื่อนร่วมงานที่ดีมาก ๆ เลยค่ะ กวางโชคดีมากเลยที่ได้ทำงานทีมเดียวกับพี่”“พี่ก็คิดว่าพี่โชคดีนะที่ได้กวางมาร่วมงาน ถึงกวางจะเพิ่งเรียนจบแต่ก็ทำงานได้ดี มีความขยันแม้จะเป็นแฟนรองประธานแต่กวางก็ไม่เคยถือตัวหรือทำตัวเหนือกว่าคนอื่น พี่ไม่แปลกใจเลยที่ท่านรองเลือกกวางมาเป็นแฟน” กนกวรรณพูดเสริมขึ้น“ชมกันแบบนี้กวางก็เขินแย่เลยสิคะ” วรัลฌาหัวเราะก่อนจะกลับมาตั้งใจทำงานต่อแต่ก็แอบมองโทรศัพท์อยู่บ่อย ๆเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในเวลา 15.45 น. วรัลฌาขมวดคิ้วเพราะไม่ใช่สายที่เธอกำลังรออยู่หากแต่เป็นสายจากมารดาที่โทรหาเธอแทบจะนับครั้งได้“กวางขอตัวไปคุยธุระก่อนนะคะ” หญิงสาวบอกรุ่นพี่ทั้งสองก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปคุยโทรศัพท์ที่บันไดหนีไฟ
ตลอดสองสัปดาห์ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลชวินทร์มักจะมาเยี่ยมวรัลฌาทุกวัน ถึงแม้เขาจะออกจากโรงพยาบาลไปแล้วแต่พอเลิกงานชายหนุ่มก็ยังแวะมาหาและชวนคุยทำให้หญิงสาวรู้สึกคุ้นเคยและปลอดภัยมากขึ้น แต่เรื่องที่จำคนร้ายไม่ได้มันก็ยังเป็นอย่างเดิมและตอนนี้ชวินทร์ก็ไม่ได้ถามเธอเรื่องนั้นแล้วทำให้เธอรู้สึกคลายค
เมื่อชวินทร์เดินออกจากห้องไปแล้ววรัลฌาก็ถอนหายใจ เธอหวังว่าเขาจะเชื่อที่เธอพูด หญิงสาวอยากหายไปจากตรงนี้เพราะอยากกลับไปทำงานและกลับไปเรียนแต่หมอก็บอกว่าเธอยังต้องอยู่ที่นี่จนกว่าจะมั่นใจว่าแผลจะหายดีในระดับหนึ่งเธอเริ่มเบื่อกับการนอนอยู่บนเตียงมาหลายวันแม้ว่าณิชกานต์จะมาอยู่เป็นเพื่อนหลังเลิกเรียน
เช้าวันที่สามชวินทร์ก็ได้รับข่าวดีว่าตอนนี้วรัลฌา รู้สึกตัวแล้วเขารีบให้ปิติพานั่งรถเข็นไปยังห้องพักของหญิงสาวทันที เมื่อประตูเปิดออกก็เห็นว่าเธอกำลังนั่งพิงหัวเตียงคุยอยู่กับเพื่อนสนิทซึ่งเขารู้จากปิติว่าเธอมาอยู่กับวรัลฌาทุกวัน“สวัสดีครับคุณวรัลฌาผมชื่อชวินทร์เป็นคนที่คุณช่วยไว้”“สวัสดีค่ะเรีย
“มีอะไรปิติ เธอรู้นึกตัวแล้วเหรอ” ชวินทร์เงยหน้าจากจอแท็บเล็ตแล้วถามขึ้นเมื่อลูกน้องคนสนิทเดินเข้ามาอีกครั้ง“เปล่าครับ แต่เมื่อกี้เพื่อนเธอโทรมา ผมเลยให้พยาบาลรับแล้วแจ้งว่าเธอเกิดอุบัติเหตุ อีกสักพักเธอคงมาเยี่ยมแต่ผมสั่งไว้แล้วว่าให้พาเธอมาเจอผมก่อน คุณชวินทร์อยากเจอเธอด้วยไหมครับ”“ก็ดีนะ ฉันอย







