LOGINตอนแรก ฉันคิดว่าตัวเองฝัน ฝันว่าเจออุบัติเหตุแล้วสลบไปพอตื่นขึ้นมาก็ควรอยู่บ้าน หรืออย่างน้อยก็ในสำนักงานที่คุ้นเคย
แต่ความเจ็บปวดที่แล่นไปทั่วร่าง มันชัดเจนเกินกว่าจะหลอกตัวเองได้
‘ไม่ใช่ฝัน…’
‘ฉันโดนจับมาทรมานจริง ๆ’
“เจ้าจะไม่ตอบก็ได้”
เสียงดุดันทำให้ฉันตื่นจากภวังค์ และยิ่งตอกย้ำว่ามันไม่ใช่ความฝัน
ชายร่างใหญ่ยังคงสอบสวนฉันไม่เลิก เขาหยิบเหล็กที่ถูกเผาจนแดงเดินตรงมาที่ฉัน ประกายสีส้มแดงสะท้อนแสงไฟ
ฉันรับรู้ได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมา มันทำให้ฉันกลัวจนลมหายใจติดขัด
“ข้ามีวิธีง้างปากเจ้าได้อีกนับร้อย”
เขาเล็งเหล็กร้อนมาที่ใบหน้าฉัน
“ดะ.. เดี๋ยวก่อน!!”
“ไม่นะ! ไม่!”
ฉันร้องเสียงดัง ก็ฉันกลัวนี่ มันเจ็บนะนั่น
คนพวกนี้เป็นบ้าอะไรกัน จับคนมาทรมานตามใจชอบ ไม่กลัวกฎหมายแล้วหรือไง
ฉันกลัวจนฉี่จะราดแล้ว แม่จ๋า พ่อจ๋า ช่วยด้วย!
น้ำตาฉันไหลเป็นน้ำก๊อก
“ฉัน..ไม่มีใครส่งฉันมาทั้งนั้นแหละ!”
“แค่หลงทางมา!”
“ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย!”
กลัวก็กลัว น้ำมูกน้ำตาก็ไหลไม่หยุด
‘โลกบ้าอะไรกัน!’
‘จับคนมาทรมานแบบนี้!’
‘ไม่มีกฎหมาย ไม่มีสิทธิมนุษยชนเลยหรือไง!’
จริงด้วย! คนพวกนี้แปลกๆ สมองประมวลผลอัตโนมัติด้วยความเร็วแสง
‘หรือฉันหลงยุค’ ใจฉันหล่นตุ๊บไปอยู่ตาตุ่มทันที
“บอกมา เจ้ามาจากแคว้นใด”
“ข้า… ข้าไม่รู้จำอะไรไม่ได้เลย”
ฉันรีบเปลี่ยนสรรพนามตามภาษาที่พวกเขาใช้กัน
“หัวข้ากระแทกแรงมาก…”
“ความทรงจำ… ว่างเปล่าไปหมด”
ความจำเสื่อม คำโกหกคลาสสิกที่ใช้กันเกลื่อนแต่ปลอดภัยขั้นสุดเท่าที่นึกได้ในตอนนี้
เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์มากในความรู้สึกฉันดังมาจากคนหล่อที่เป็นหัวหน้า
“เจ้าจะบอกว่าความจำเสื่อม?”
บุรุษรูปงามลุกขึ้นยืน สายตาคมกริบราวมีดโกนจ้องมองราวกับอ่านใจทะลุ ฉันเริ่มลนลานกลัวเขาจับได้รู้สึกเย็นวาบไปทั้งสันหลัง
“ใช่… ขอรับนายท่าน ข้าจำอะไรไม่ได้จริง ๆ”
น้ำตาคลอหยดไหลลงมาอย่างไม่ต้องฝืน มันไม่ใช่การแสดงเสียทั้งหมด
ความกลัว… ของจริง
ความเจ็บ… ของจริง
จำเป็นต้องเล่นให้สุด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตน้อยๆ ของฉัน
แล้วคำหนึ่ง… ก็หลุดออกมาทำฉันแทบช็อค
“ฆ่า!!”
มู่เฉิน สั่งอย่างไร้สิ้นความปราณีใด เขาไม่ลังเลที่จะเอาชีวิตของศัตรู
“ไม่ต้องเสียเวลา”
สายตาที่มองฉันเหมือนมองไส้เดือนกิ้งกือที่ไร้ค่า
โลกทั้งใบของฉันแทบถล่ม
‘อะไรนะ… แค่นี้… ก็ฆ่าเลย? โหดร้ายไปมั้ย!’
หากตอนนี้ไม่ถูกมัดติดเสาอยู่ ฉันขอกระโดนถีบยอดอกสักทีเถอะ
“ไม่! เดี๋ยวก่อน!”
“คุณมีอำนาจแล้วไง!”
“ใช้ข่มเหงคนไร้ทางสู้แบบนี้!”
ฉันคำพูดหลุดออกมารัวเร็วด้วยความโกรธที่กลบความกลัวไปชั่วขณะ
“คนแบบคุณไม่สมควรเป็นผู้นำ!”
“บ้าอำนาจ! ป่าเถือน!”
“ตาบอดหรือไง!”
เสียงแหบแห้งแผ่วเบา แต่กลับชัดเจนทุกคำพูด
เท้าของมู่เฉินเป่ยเหลียงอ๋อง ที่กำลังก้าวออกจากห้องขังหยุดชะงัก
บรรยากาศ… แข็งตัวราวน้ำแข็ง ความเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาจากร่างเขา
แรงกดดันรุนแรงจนแทบทำให้หายใจไม่ออก
ไม่มีใครกล้าขยับ
ไป๋หลิง มองเธอด้วยแววตาสงสาร
เฉินเฟิง ชายร่างใหญ่ถือเหล็กร้อนนิ่งค้าง เขาไม่เคยเห็นใครทำให้ท่านอ๋องพิโรธได้ถึงเพียงนี้
‘มังกรปีศาจ… ไม่ใช่ฉายาที่ได้มาฟรี ๆ นะ’
เมื่อได้ระบาย ก็รู้ตัวว่าได้พูดสิ่งที่ไม่ควรพูด ความร้อนตัวบังเกิดแก่ฉันทันที
แย่แล้ววว!!! ฉันพูดอะไรออกไป! เพราะความโมโหทำให้ไม่กลัวตายไปชั่วขณะ!
‘โอ้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ถ้าท่านมีตัวตนจริงโปรดช่วยให้ฉันมีชีวิตรอดด้วยเถอะ! ไม่ว่าท่านจะขออะไรหากสามารถให้ได้ฉันจะให้ทุกอย่าง!’
ฉันหลับตาภาวนาในใจด้วยความเคยชิน
‘โปรดช่วยฉันทีเถอะ’
‘ฉันยังอยากกลับบ้าน’
‘ยังอยากเห็นสะพานแขวนของฉัน’
‘ฉันยังไม่อยากตาย…’
"ทุกอย่างแน่นะ?"
“ทุกคนรู้ว่าข้าเป็นสตรีกันหมดแล้วหรือ”จากความอายเริ่มกลายเป็นความกลัว ฉันกลัวถูกตัดหัวเสียบประจาน ข้อหาโกหกราชวงศ์ น้ำตาเริ่มคลอเบ้า“ไม่เจ้าค่ะ ไม่ร้องนะเจ้าคะ” ป้าหยงรีบเช็ดน้ำตาให้ฉันเบา ๆนางคงคิดว่าฉันเสียใจเรื่องเสียตัวสินะ“เมื่อคืนท่านอ๋องสั่งห้ามมิให้ผู้ใดเข้าใกล้กระโจมอย่างเด็ดขาด มีเพียงข้าน้อยที่คอยรับใช้อยู่นอกกระโจมตามคำสั่งท่านอ๋องเจ้าค่ะ”“หมายความว่ามีแค่ท่านอ๋องกับท่านป้าที่รู้อย่างนั้นหรือเจ้าคะ”“เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ” ป้าหยงยืนยันอย่างหนักแน่น“คุณชายเยว่พักผ่อนเถิดนะเจ้าคะ ประเดี๋ยวข้าน้อยจะนำอาหารเช้ามาให้”ป้าหยงออกไป ความเงียบปกคลุมกระโจมอีกครั้ง อยู่ไม่ได้แล้ว ต้องหนีแต่พอขยับตัวช่วงล่างกลับประท้วงจนต้องนิ้วหน้าด้วยความปวด จะหนียังไงละ ลากขาไปก็โดนตามจับกลับมาอยู่ดี จนต้องกุมขมับตัวเองร้องไห้ให้กับชะตาชีวิตที่ไม่อาจควบคุมได้ฉันจะตายยังไง มู๋มู่ เจ้าอยู่ที่ไหน ออกมาช่วยฉันด้วยยยยเขาจะสั่งประหารแบบไหน จับฉันแยกร่างหรือเปล่าฉันนอนปาดน้ำตาตัวสั่นไม่หยุดเสียงมู่เฉิ
ไออุ่นลอยคละคลุ้งผสมกับกลิ่นหอมจากผิวกายของหญิงสาวที่บัดนี้ไร้ซึ่งสติซินเยว่หอบหายใจรวยริน ความร้อนระอุจากพิษกำหนัดแผดเผาจนร่างบางบิดเร้า สัมผัสเย็นฉ่ำของน้ำช่วยบรรเทาได้เพียงเศษเสี้ยว แต่มันไม่อาจดับไฟราคะที่สุมอยู่ในอกได้ นางคว้ามู่เฉินไว้แน่นราวกับคนจมน้ำ ดึงรั้งเขาลดกายลงมาหาด้วยสัญชาตญาณมู่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึกระงับความต้องการในอก ดวงตาคมกริบมองร่างอรชรในอ้อมแขนราวกับว่าตัวเองเป็นผู้โดนพิษเสียเอง ริมฝีปากหนาประทับลงบนริมฝีปากที่เผยอน้อย ๆ“ซินเยว่…”สัมผัสหวานล้ำดุดันถูกตักตวงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลิ้นร้อนเกี่ยวพันไล้ต้อนความหอมหวานจนเสียงครางประท้วงเบาๆ ดังเล็ดลอดริมฝีปากเล็ก มือหนาที่เคยถือกระบี่ปลิดชีพศัตรู บัดนี้สั่นเทาเล็กน้อยยามลูบไล้ไปตามเรือนร่างบอบบาง ผิวเนื้อเนียนละเอียดดั่งหยกชั้นดีร้อนผ่าวจนแทบละลายคาฝ่ามืออ่างอาบน้ำแคบลงถนัดตาเมื่อท่วงทำนองแห่งความเสน่หา และความเร้าร้อนของพิษหลอมรวมเข้าด้วยกัน ละอองน้ำกระจายตัวยามร่างทั้งสองเคลื่อนไหวประสานสอดรับ เสียงหอบหายใจ เสียงครางกระเส่าสะท้อนไปทั่วห้องอาบน้ำ ท่ามกลางราตรีอันเงียบงัน
หมอทั้งสองแม้จะงุนงง แต่ก็รีบทำตามด้วยความเคารพ เฉินเฟิงที่เพิ่งกลับมาพร้อมสตรีผู้หนึ่ง มองหมอทั้งสองออกมาจากกระโจมด้วยความสงสัย ทว่าไม่มีเวลาซักถาม เขาต้องรีบพาสตรีผู้นี้ไปช่วยคุณชายเยว่ให้เร็วที่สุด“เฉินเฟิง! ท่านอ๋องไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปเจ้าค่ะ! ส่วนสตรีผู้นี้ท่านอ๋องให้ท่านพากลับไปเจ้าค่ะ” ป้าหยงดึงแขนเฉินเฟิงไว้ทันท่วงที เฉินเฟิงชะงักเท้าอย่างงุนงง“เพราะเหตุใด”“ไม่ต้องถามเจ้าพานางผู้นี้ออกไปก่อนเถิด”เฉินเฟิงกลับไปด้วยความสงสัยที่ยังไม่คลี่คลายภายในกระโจมเหลือเพียงมู่เฉินและซินเยว่เท่านั้น มู่เฉินนั่งลงข้างเตียง สัมผัสใบหน้าและลำคอของซินเยว่อย่างอ่อนโยน สัมผัสของมู่เฉินสร้างความร้อนรุ่มให้ซินเยว่ยิ่งขึ้น นางจับมือเขาไว้แน่น“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”“ท่านอ๋อง…ช่วย…ข้าด้วย.!!” นางกระซิบราวจะขาดใจ“ข้าจะช่วยเจ้า วางใจเถิด เจ้าจะไม่เป็นอันใด”“ข้าร้อนเหลือเกิน”มือน้อย ๆ ปัดป่ายไปมาบนหน้าอกแกร่งอย่างต้องการความช่วยเหลือ สองแขนโอบรอบลำคอหนากดโน้มเข้าหาตนอย่างลืมตัว ริมฝีปากเล็กอ่อนนุ่มประกบริมฝีปากหนาได้รูป จูบ
หมอจ้าวหมิงที่ยืนอยู่ข้างๆ "ที่สำคัญ ยากำหนัดชนิดนี้ไม่มียารักษา มีเพียงการร่วมหอถึงจะถอนพิษได้... พะยะค่ะ"จ้าวหมิงเหลือบมองซินเยว่ที่กำลังทรมานคำกล่าวของหมอจ้าวหมิงทำให้มู่เฉินถึงกับยืนนิ่งราวกับสาป มองซินเยว่ที่กำลังบิดเร้าด้วยความทรมาน ใบหน้าแดงก่ำ หอบหายใจแรง แม้เข้าใจ แต่ทว่าร่างเล็ก ๆ นี่กลับทำให้เขาหวงแหนเมื่อคิดว่าต้องร่วมหลับนอนกลับคนอื่น‘การใช้สตรีบำบัดพิษก็ไม่แปลก แต่เหตุใด... เหตุใดข้าถึงรู้สึกหน่วงในอกเช่นนี้!'"พวกเจ้าแน่ใจหรือ? ไม่มีทางอื่นอีกแล้ว?"หมอหลินฟงพยักหน้า "แน่ใจพะยะค่ะท่านอ๋อง ยากำหนัดชนิดนี้รุนแรงนัก ถ้าไม่รีบรักษาภายในหนึ่งชั่วยาม ร่างกายของคุณชายซินเยว่เดิมทีก็อ่อนแออยู่แล้ว อาจทนไม่ไหวได้พะยะค่ะ"มู่เฉินกัดกรามแน่น เขากลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างยากลำบาก เหลือบมองซินเยว่ที่ส่งเสียงเบาๆ อย่างทรมาน หัวใจของมู่เฉินบีบรัดด้วยความเจ็บปวด เขาพยายามข่มอารมณ์ ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด"เฉินเฟิง!" เขาเรียกเสียงดังเพื่อข่มอารมณ์ของตัวเอง"ขอรับท่านอ๋อง!""เจ้า... เจ้าจงไปหาสตรีที่เหมาะสมสักคน... ที่ไว้วาง
ภารกิจในแต่ละวันมันไม่ได้แย่ แต่ที่หนักใจคือการใช้ชีวิตในกระโจมเดียวกับบุรุษหน้าตาย ที่คอยจับผิดทุกฝีก้าวอะดิช่างเถอะ เหงื่อออกมาทั้งวันขออาบน้ำให้ชื่นใจสักหน่อย ยังดีที่ในกระโจมแบ่งห้องอาบน้ำเป็นสัดส่วน มิดชิด ปลอดภัยจากสายตาชาวบ้าน ยกเว้นต้องคอยหลบคิวอาบน้ำ กับท่านอ๋องบ้างบางคราวเท่านั้นแหละฉันบิดขี้เกียจเอวเคล็ดเบาๆ ตั้งใจจะอาบน้ำพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนจะไปโชว์ฝีมือทำอาหารเย็นให้ตัวเองกิน"คุณชายเยว่อยู่หรือไม่ขอรับ!" เสียงใครเรียก ช่างเป็นเสียงที่รีบเร่งเสียจริง'โอ๊ยยย ท่านอ๋องมีอะไรจะใช้อีกเนี่ย? เลยเวลางานมานานแล้วนะ!'“อยู่... มีอะไรหรือ” ทหารนายนี้หน้าตาไม่คุ้นแฮะ จะรีบไปไหนทำหน้าเหมือนเห็นผีมา"ท่านอ๋องให้ข้าน้อยนำอาหารค่ำมาให้ขอรับ!"ฉันหลีกทางให้เขานำถาดอาหารเข้ามาวางบนโต๊ะ เมื่อวางเสร็จก็เผ่นแน่บไปอย่างกับโดนผีไล่จริงๆ"ขอบใจเจ้ามากนะ!" ฉันตะโกนตามหลัง'จะรีบร้อนไปไหนเนี่ย? หรือมีงานด่วนอันใดอีก?'ช่างเถอะ กำลังหิว ดีเหมือนกันไม่ต้องไปทำให้เสียเวลา ท่านอ๋องก็น่ารักเหมือนกันนะ ร
จะทำไงดี อากาศหนาวไม่เท่ากับหัวใจที่กำลังกลัวตายอยู่ตอนนี้ ฉันนั่งกอดตัวเองแน่น“เจ้าหนาวหรือ?” ฉันสะดุ้งกับคำถามที่ไม่ควรสะดุ้ง“เปล่าขอรับ ข้ามิได้หนาว ข้าแค่... รู้สึกรักตัวเองขึ้นมาเฉย ๆ ขอรับ!” ปากบอกพร้อมกับในใจก็ปลงสังขารไปด้วยจู่ ๆ ผ้าคลุมผืนหนาก็คลุมลงบนไหล่ ทำเอาหัวใจแทบหยุดเต้น เขาก้มต่ำจนกลิ่นกายเขาลอยเข้าจมูก ระยะห่างแค่ไม่คืบกว่า ๆ มันใกล้จนฉันเผลอมองริมฝีปากหนาที่นานๆ จะยิ้มสักทีอย่างลืมตัว‘ปากน่าจูบจัง... !’“เจ้าคิดอะไรอยู่” สายตาที่มองมาเกือบทำฉันละลาย“ปะ... เปล่า” ฉันรีบก้มหน้าเก็บอาการ หากเขาไม่ทักเรียกสติเมื่อครู ฉันคงทำไปแล้ว ฮู้... โชคดี โชคดีแล้ว“ห่มเสียเถอะ… อากาศยามค่ำคืนในหนานเจียงแตกต่างจากกลางวันมากนัก เดี๋ยวจะป่วยไปอีกรอบ ข้าไม่อยากแบกเจ้าไปส่งหมออีก” เขาเดินกลับไปที่เตียงฉันรีบเก็บสีหน้า กำผ้าคลุมแน่น มองเขาเดินไปปลดม่านบังเตียง แล้วหายเข้าไปในนั้นอะไร มาทำให้ใจเต้นแรงแล้วหนีไปนอนเฉย... คนอะไรอ่อยเก่งชะมัด.........................................................







