LOGINท่ามกลางความเงียบสงัดยามค่ำคืนที่มีเพียงเสียงเม็ดฝนโปรยปรายกระทบหน้าต่างเบาๆ บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นมีเพียงแสงไฟนีออนเพียงไม่กี่ดวง
ปกรณ์ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ พลางทอดสายตาคมกริบมองร่างอรชรของลูกน้องสาว แววตาของเขาแฝงความนัยที่เต็มไปด้วยความกระหายหื่น มันแผดเผาจนคนถูกมองรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว ก่อนที่เจ้านายหนุ่มจะเอ่ยทำลายความอึดอัดของเลขาฯ สาว
“สามีคุณกลับบ้านบ่อยไหมครับ” รินลดาโล่งใจที่เขาเอ่ยถาม แต่ความขมขื่นจางๆ กลับผุดขึ้นในใจก่อนจะถูกข่มให้ลึก
“ก็... ประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์ถึงจะกลับทีค่ะ บ้านแม่เค้าอยู่ไม่ไกลจากที่นี่หรอกค่ะ ปกติเขาจะกลับไปนอนที่นั่นมากกว่า” เธอเว้นจังหวะครู่หนึ่ง พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น
“แสดงว่าคุณสองคนแยกกันอยู่งั้นเหรอครับ”
“ใช่ค่ะ เราแยกกันอยู่ ถ้าเขาจะกลับมาก็แค่แวะมาเอาของ หรือเอาเงินเดือนมาให้หลินไว้จ่ายค่าผ่อนบ้านเท่านั้น”
“แปลกดีนะครับ” ปกรณ์ทิ้งค้างประโยคไว้คล้ายจงใจหยั่งเชิง สายตาของเขาไล้ต่ำลงมาหยุดที่เนินอกอวบอิ่มที่ดันเนื้อผ้าซาตินออกมาอย่างเย้ายวน
“ค่ะ เราเป็นสามีภรรยากันแค่ในนามเท่านั้น” หญิงสาวสารภาพออกมาอย่างหมดเปลือก ฤทธิ์แอลกอฮอล์สีแดงก่ำเริ่มทำให้กำแพงความเข้มแข็งในใจพังทลาย
“หลินไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับเขาหรอกค่ะ แม่สามีไม่ค่อยชอบหลินเท่าไหร่ เพราะหลินเคยมีครอบครัวและมีลูกมาก่อน ท่านคงกลัวว่าหลินจะมาเกาะลูกชายท่านกิน”
“ผมเห็นใจและก็เข้าใจคุณนะครับ” ปกรณ์ขยับกายเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด
“แล้วคุณจะปล่อยให้มันแบบนี้เหรอครับ” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเห็นใจ แต่แววตาที่จดจ้องเรือนร่างของเธอกลับฉายชัดถึงความปรารถนาอันร้อนแรงอย่างไม่คิดจะปิดบัง
“ทำไงได้ล่ะคะ บ้านหลังนี้ก็ยังผ่อนไม่หมด ก็ได้เขานี่แหละค่ะที่ช่วย” เธอจงใจบอกไม่หมด ความจริงเขาแค่ดาวน์ให้ ส่วนค่างวดเธอเป็นคนหามาจ่ายเองหลังขดหลังแข็ง แต่เธอไม่อยากเอาความร้าวรานในครอบครัวมาป่าวประกาศให้คนนอกฟัง มันเหมือนการสาวไส้ให้กากิน
“เขาอยู่ต่างจังหวัดแบบนั้น คุณไม่กลัวเขาแอบมีคนอื่นบ้างหรือครับ ผู้ชายอยู่ห่างเมีย อารมณ์มันเปลี่ยวนะครับ” เขาหยั่งเชิงในฐานะผู้ชายด้วยกัน พลางสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายสาวที่ลอยมาแตะจมูก
“หลินคิดว่าถ้าเขาจะมี ก็คงมีไปนานแล้วค่ะ”
“เขาอาจจะแอบกินเงียบๆ โดยไม่บอกคุณก็ได้นะครับ” ปกรณ์รุกไล่ด้วยคำพูด สายตาคมเริ่มโลมเลียไปทั่วใบหน้าหวาน
“ถ้าเขาจะมีนอกลู่นอกทางบ้าง ก็คงแค่ซื้อกินชั่วครั้งชั่วคราว ซึ่งหลินเองก็ไม่ได้ใส่ใจแล้ว” เธอตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่หัวใจดวงน้อยกลับเต้นระรัวเมื่อเห็นปกรณ์ขยับกายเข้ามาประชิดจนสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากกายแกร่งและกลิ่นน้ำหอมบุรุษเพศที่ผสมผสานกับกลิ่นไวน์ชั้นดี
“คุณหลินอยู่คนเดียวแบบนี้... ไม่เหงาบ้างหรือครับ” คำถามนั้นทุ้มนุ่มทว่าแหบพร่า บาดลึกเข้าไปปลุกปั่นความรู้สึกส่วนลึกที่ถูกเก็บกดมานาน
“ก็ไม่นะคะ วันหยุดหลินก็แวะไปหาแม่บ้าง ลูกสาวหลินก็อยู่ที่นั่น”
“ลูกสาวอายุเท่าไหร่แล้วครับ”
“อยู่ ม.5 แล้วค่ะ”
ปกรณ์กระดกไวน์แดงที่เหลือจนหมดแก้วอย่างรวดเร็ว แววตาของเขาเริ่มฉ่ำปรือและแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ความยับยั้งชั่งใจเริ่มลดต่ำลงตามระดับน้ำเมา
“หลินว่าบอสดื่มแค่นี้ก่อนดีไหมคะ” เธอเตือนด้วยความหวังดี เมื่อเห็นสายตาที่มองมาเริ่มเปลี่ยนไปเป็นความหิวกระหาย
“ผมยังไหวครับ เคยดื่มหนักกว่านี้อีก” เขาตอบอย่างดื้อรั้น พลางขยับกายเข้ามาชิดจนหัวไหล่กว้างเกยทับกับไหล่บางของเธอ
ในนาทีนั้น รินลดาเพิ่งตระหนักว่าชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีเนื้อที่เธอสวมอยู่นั้นมันอันตรายเพียงใด เนื้อผ้าลื่นบางเบาแนบสนิทไปกับเรือนร่าง เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้ง หน้าอกหน้าใจที่อวบอัดเกินตัวดันรั้งเนื้อผ้าจนเห็นรอยนูนเด่นชัด ช่างเป็นภาพที่ปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนของชายหนุ่มให้พรั่งพรูออกมาอย่างไม่อาจควบคุม คำถามถัดมาของเขาทำให้เธอถึงกับหน้าร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลามเลีย
“คุณ... นอนกับสามีครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ครับ”
“หลินขอไม่ตอบ บอสจะอยากรู้ไปทำไมเหรอคะ” เธอพยายามเบี่ยงประเด็นและขยับตัวหนี ทว่าหัวใจกลับเต้นโครมครามจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก เลือดลมในกายสูบฉีดอย่างรุนแรง
“ผมก็แค่อยากรู้ว่า... คนสวยๆ หุ่นน่าฟัดอย่างคุณหลิน เวลาที่สามีคุณอยู่ใกล้ๆ เขาห้ามใจไม่ให้กลืนกินคุณได้อย่างไรกัน” เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ข้างขมับ ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดพวงแก้มใส
“เราอยู่กันมานานจนความรักกลายเป็นความผูกพันไปแล้วค่ะ ไม่จำเป็นต้องมีเรื่องอย่างว่าหรอกค่ะ” รินลดาพยายามกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ ตัดบทด้วยเสียงสั่นๆ
“หลินว่าบอสกลับบ้านก่อนดีกว่าค่ะ ดึกๆ แบบนี้ด่านตรวจแอลกอฮอล์เยอะนะคะ”
ทว่าปกรณ์ไม่ฟังคำเตือนของเธอแม้แต่น้อย เขาเอื้อมมือหนาที่ร้อนผ่าวมาโอบรั้งไหล่บาง ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาโอบกระชับที่เอวคอดกิ่ว ดึงร่างอรชรให้เข้ามาแนบชิดกับอกแกร่ง รินลดาตัวแข็งทื่อ ความรู้สึกวาบหวามและอันตรายเริ่มก่อตัวขึ้นมวนท้องน้อย เธอพยายามเรียกสติเขา
“คุณปกรณ์คะ...” เธอเรียกชื่อจริงของเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง หวังจะให้เขาหยุด ทว่าเขากลับยิ่งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นจนหน้าอกอวบหยุ่นเบียดชิดกับแผงอกกว้าง
ริมฝีปากหนาร้อนรุ่มประทับลงบนแก้มเนียนใสอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง รินลดาพยายามผลักไสแผงอกเขาแต่กลับไร้ผล ปกรณ์เลื่อนริมฝีปากมาบดเบียดที่เรียวปากอิ่มของเธออย่างดุดัน เขาขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ ก่อนจะสอดแทรกเรียวลิ้นร้อนชื้นเข้ามาในโพรงปากหวานอย่างหิวกระหาย กวาดต้อนตักตวงความหอมหวานอย่างเอาแต่ใจ ขณะที่มือหนาเริ่มซุกซน เลื้อยไล้ไปตามหน้าขาเนียนนุ่ม ลูบไล้บีบเค้นจนชุดนอนตัวสั้นเลิกขึ้นสูง เผยให้เห็นโคนขาอ่อนขาวเนียน
“อื้อ... คุณปกรณ์ พอเถอะค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้ามันจะไม่ดี” เธอประท้วงเสียงสั่นพร่าเมื่อเขายอมถอนจุมพิตออกชั่วครู่
“เรียกผมว่าบอสเหมือนเดิมเถอะครับ” เขาครางกระเส่าเพ้อออกมาอย่างคนไร้สติ ซุกหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น
“ผมขอโทษครับคุณหลิน แต่คุณสวยและหอมเหลือเกิน ผมอดใจไม่ไหวจริงๆ ขอผมเถอะนะ”
คำขอโทษของเขาสวนทางกับการกระทำโดยสิ้นเชิง ปกรณ์ซุกไซร้สูดดมความหอมจากซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มจนเกิดรอยรักสีจาง ลากปลายลิ้นร้อนผ่าวตวัดเลียที่ติ่งหูไวต่อความรู้สึก จนรินลดาเผลอครางกระเส่าออกมาด้วยความเสียวซ่านที่แล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กาย ฤทธิ์ไวน์และความโหยหาสัมผัสที่ขาดหายไปนานเริ่มทำให้เธอสูญเสียการควบคุม ร่างกายบิดเร่าตอบรับสัมผัสของเขาอย่างลืมตัว
“คุณปกรณ์คะ... อ๊ะ... หลินมีครอบครัวแล้วนะคะ หลินทำแบบนี้ไม่ได้” เธอพยายามอ้อนวอนเป็นครั้งสุดท้าย ทว่าร่างกายกลับทรยศต่อคำพูด แอ่นอกรับสัมผัสจากมือหนาที่กอบกุมฟอนเฟ้นทรวงอกอวบผ่านเนื้อผ้า เลือดในกายสูบฉีดจนหน้าร้อนผ่าว ความปรารถนาที่ซุกซ่อนอยู่ถูกจุดติดขึ้นมาอย่างง่ายดาย
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมหยุดและตัวเองก็เริ่มจะต้านทานไม่ไหว รินลดาจึงรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายผลักเขาออกสุดแรง แล้วหันหลังวิ่งหนีตรงไปยังห้องนอน หวังจะล็อคประตูขังตัวเองไว้ แต่ปกรณ์ที่ช่วงขายาวกว่าและพละกำลังมากกว่ากลับตามมาประชิดตัวติดๆ ก่อนที่มือหนาของเขาจะคว้าลูกบิดประตูไว้ได้ทัน พร้อมๆ กับสอดท่อนแขนแกร่งรวบเอวบางของเธอจากด้านหลัง แล้วตวัดอุ้มร่างบางลอยละลิ่วขึ้นสู่อ้อมแขน เดินตรงไปวางร่างของเธอลงบนเตียงนุ่มอย่างรวดเร็ว
“ว้าย! ปล่อยหลินเถอะค่ะ หลินยังไม่พร้อม!” เธอร้องอุทาน พยายามตะเกียกตะกายหนี
ปกรณ์ในยามนี้เปรียบเสมือนราชสีห์หนุ่มที่กำลังหิวโหยและได้กลิ่นเหยื่ออันโอชะ เขาไม่รับฟังคำทัดทานใดๆ โถมกายแกร่งลงมาทาบทับร่างบางไว้ทั้งตัว ริมฝีปากและเรียวลิ้นสากระคายระดมพรมจูบ ซุกไซร้ไปทั่วซอกคอและเนินอกอวบที่โผล่พ้นร่มผ้าอย่างบ้าคลั่ง รินลดาใจสั่นสะท้าน หอบหายใจถี่กระชั้น ความหวาดกลัวเริ่มปะปนไปกับความรัญจวนใจที่พุ่งสูงขึ้นจนแทบทะลัก
“คุณปกรณ์... อื้ม... ปล่อยหลินเถอะค่ะ หลินกลัวท้อง” เธออ้อนวอนด้วยเสียงที่ขาดห้วง เมื่อมือหนาเริ่มปลดเปลื้องปราการชิ้นบางของเธอออก
“คุณมีถุงยางไหมคะ” เธอถามออกไปเผื่อว่าเขาจะหยุดคิดและดึงสติกลับมาได้ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากชายหนุ่มที่กำลังมัวเมากับเรือนร่างของเธอ
“ถ้าไม่มี... ให้หลินช่วยคุณด้วยวิธีอื่นก่อนได้ไหมคะ หลินขอร้อง” เธอพยายามหาทางออกสุดท้าย เพื่อป้องกันผลพวงที่อาจตามมาทำลายชีวิตเธอ
ปกรณ์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาคมกริบที่แดงก่ำและเปี่ยมไปด้วยไฟราคะของเขาในยามนี้บอกชัดเจนว่า เขาต้องการครอบครองเธอทั้งตัวและหัวใจ และดูเหมือนว่า... ค่ำคืนนี้เธอคงไม่อาจต้านทานพายุอารมณ์อันเร่าร้อนของเขาได้อีกต่อไปแล้ว
สองเดือนต่อมาก็ถึงวันเปิดเทอมวันแรก ชีวิตนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยของเมธาวีร์ก็ได้เริ่มต้นขึ้น เธอเลือกเรียนคณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการระหว่างประเทศ ตามคำแนะนำของมารดาเพื่อเตรียมตัวรับช่วงต่อธุรกิจในอนาคต ในขณะที่มารดาตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่กับลูกสาวคนโตและสามีที่ต่างประเทศรูปลักษณ์ที่สะสวยสะดุดตาบวกกับกิริยาที่อ่อนหวาน ทำให้เมธาวีร์กลายเป็นดาวเด่นที่มีรุ่นพี่และเพื่อนนักศึกษาแวะเวียนมารุมขายขนมจีบไม่เว้นแต่ละวัน ทว่าหญิงสาวกลับไม่เคยชายตามองใครเลยแม้แต่คนเดียว เพราะในพื้นที่ของหัวใจเธอมีเพียงผู้ชายคนเดียวที่จองเอาไว้หมดแล้วด้วยภาระหน้าที่ในการเรียนและต้องทำงามกลุ่มกับเพื่อน ๆ เมธาวีร์จึงตัดสินใจขออนุญาตไปอยู่หอพักที่ใกล้มหาวิทยาลัย ซึ่งคุณปวีณาก็ไม่ได้ขัดข้อง แต่คนที่จะลงแดงกลับเป็นปกรณ์ วันไหนที่เมธาวีร์ไม่กลับบ้าน เขาจะทำตัวเป็นคนบ้างานอยู่บริษัทจนดึกดื่นเพียงเพื่อกลบเกลื่อนความเหงาและความคิดถึงและเมื่อถึงช่วงวันหยุดปกรณ์ก็จะรีบบึ่งรถไปรับหญิงสาวกลับบ้านทันที แต่หากอาทิตย์ไหนที่ความคิดถึงมันห้ามไม่ไหวจริง ๆ เขาก็จะใช้อำนาจของแฟนหนุ่มบังคับพาเธอไปนอนค้างที่คอนโดส่วนตัว เพื่อจะได้ก
ตอนที่ 64 สารภาพความจริงเช้าวันรุ่งขึ้น เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นปลุกปกรณ์จากภวังค์แห่งความคิด เขาเหลือบมองหน้าจอ เห็นชื่อคุณศรีสุภางค์ปรากฏอยู่ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า ก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้เป็นปกติที่สุด“สวัสดีครับคุณน้า”“ปริ้นซ์ เมย์เป็นยังไงบ้าง น้าเป็นห่วงเหลือเกิน” เสียงของคุณศรีสุภางค์เจือด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด“ผมดูแลเมย์เป็นอย่างดีครับคุณน้า ไม่ต้องห่วงนะครับ” ปกรณ์ตอบพลางลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อนึกถึงใบหน้าใสซื่อของเมธาวีร์ ความอ่อนโยนของเธอเป็นดั่งโอเอซิสกลางทะเลทรายที่ปลอบประโลมจิตใจที่ว้าวุ่นของเขา“แล้วรินลดาเป็นยังไงบ้างล่ะ”ปกรณ์ตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดให้คุณศรีสุภางค์ฟังอย่างละเอียด ทุกถ้อยคำที่เอ่ยออกไปนั้นหนักอึ้งราวกับก้อนหินที่ทับถมอยู่ในใจ คุณศรีสุภางค์ถึงกับตกใจจนแทบจะพูดไม่ออก ไม่คิดว่ารินลดาจะถลำลึกไปได้ถึงเพียงนี้ ความผิดหวังและความไม่เชื่อถาโถมเข้าใส่เธออย่างจัง“แล้วเธอยักยอกเงินไปเท่าไหร่ละ?” คุณศรีสุภางค์ถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเจือด้วยความไม่เชื่อ ราวกับพยายามหาเหตุผลมารองรับความผิดของรินลดา“เธอไม่เคยยักยอกเงินครับ เธอไม่
แล้วเมธาวีร์ที่นั่งคร่อมอยู่ด้านบน ก็เริ่มส่ายเอวบดเบียดไปกับท้องน้อยของปกรณ์ที่นอนอยู่เบื้องล่างอย่างร้อนแรง จนสัมผัสได้ถึงท่อนแท่งรักของชายหนุ่มที่กำลังบดเบียดกับผนังช่องคลอดภายในอย่างแนบแน่น แต่ซาบซ่านในอารมณ์“ขย่มพี่แรงๆ เลยครับน้องเมย์จ๋า!!!” ปกรณ์เอ่ยปากท้าทายเด็กสาวคนสวย“ค่ะ!!” พอเจอลูกยุของปกรณ์ เมธาวีร์ก็ยิ่งมีอารมณ์“แตกเร็วห้ามโทษเมย์นะคะ!!!” แล้วเมธาวีร์ก็ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงใส่ตัวของปกรณ์ พร้อมกับขย่มอย่างรุนแรง จนปกรณ์ที่นอนอยู่ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความจุกปนเสียว เมื่อเจอเมธาวีร์เอาจริง“อั่ก!!! อั่ก!!! อั่กก!!” ปกรณ์ถึงกับร้องเสียงหลงด้วยความจุกปนเจ็บ แต่เพราะความเป็นชายชาตรี จึงไม่อยากบอกให้เมธาวีร์ที่กำลังของขึ้นชะลอความเร็วหรือหยุด ชายหนุ่มนักรักจึงกัดฟันทน ปล่อยให้เมธาวีร์ที่นั่งคร่อมอยู่ด้านบน ได้เพลิดเพลินกับแท่งรักขนาดใหญ่ ที่ปักอยู่กลางหว่างขาของเธออยู่เนือง ๆ“อ๊า!!! อ๊า!!! อือออ!!!” เด็กสาวเอาใจเขาด้วยการขย่มและร่อนเอวบดส่ายไปมาอย่างร้อนแรง จนผมเผ้ายุ่งเหยิงไปหมด มือเรียวยกขึ้นสางปอยผม ก่อนจะก้มตัวลงมาดูดปากกับชายหนุ่มด้วยความร้อนแรงเรียกได้ว่า ศีลธรรมของ
ในขณะที่ปกรณ์ยืนนิ่งเหมือนต้องมนต์สะกดของเด็กสาว เมธาวีร์หยิบเอายกทรงตัวน้อยเขวี้ยงลงบนพื้นเหมือนเป็นของไร้ค่า และเผยให้เห็นทรวงอกรูปหยดน้ำขนาดใหญ่ ที่ตั้งตระหง่านอย่างท้าทาย ก่อนใช้มือบีบเค้นใต้ฐานอวดความงดงามของปทุมถันให้ชายหนุ่มได้ชมเป็นขวัญตาอีกคำรบ“พี่ว่าเมย์ควรไปทำนมดีมั้ยคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า“แค่นี้ยังไม่ใหญ่พออีกเหรอจ๊ะ” ปกรณ์ถามกลับอย่างไม่เข้าใจ“มันใหญ่ไปค่ะ เพื่อนเมย์ชอบแซว” เด็กสาวอธิบาย“ไม่ต้องหรอกเจ็บตัวเปล่า ๆ แบบนี้แหละ พี่ชอบ ใหญ่เต็มไม้เต็มมือดี” ปกรณ์เอ่ยปากตอบโดยไม่สนใจเหตุผลใดๆ อีกแล้ว“อย่าไปลดเลยนะ เมย์จ๋า สองเต้านี้พี่หวงนะรู้มั้ย” ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้เขากำลังหลงเด็กสาวตรงหน้าหัวปักหัวปำ“พี่ปริ้นซ์ห้ามเบื่อเมย์นะคะ” เธอเอ่ยอย่างออดอ้อน“รับรองพี่ไม่มีวันเบื่อเมย์แน่นอน ที่รัก” เมธาวีร์หัวเราะคิกคักชอบใจกับคำตอบของชายหนุ่ม“แล้วข้างล่างล่ะค่ะ พี่ชอบมั้ย” ว่าแล้วเด็กสาวก็ใจกล้าขึ้นมาด้วยการถลกกางเกงชั้นจีสตริงตัวน้อยออก จนเผยให้เห็นเนินหัวหน่าวที่โหนกนูน และไหมพรมสีดำที่ขึ้นประปราย“ชอบสิครับ เอาไว้พี่จะพาไปเลเซอร์ขนนะ เอาให้เนียนกริบเลย” ปกรณ์ต
ปกรณ์มองแววตาเว้าวอนนั้นด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันมั่วไปหมด ในใจหนึ่งเขารังเกียจในสิ่งที่เธอได้กระทำลงไป ความผิดบาปที่เธอสร้างขึ้นนั้นยากจะให้อภัย แต่อีกใจหนึ่ง เขาก็อดสงสารไม่ได้ เพราะรู้ดีว่ารินลดาถูกบีบคั้นจนหลังชนฝา หากเสี่ยสมานและนายอำนาจไม่ข่มเหงน้ำใจเธอจนไร้ทางออก ปลายทางของเธอคงไม่จบลงที่การเป็นฆาตกรเช่นนี้“ผมจะช่วยหาทนายและยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวคุณเอง... คุณไม่ต้องห่วงนะ ผมสัญญาว่าจะไม่ทิ้งคุณ” เขากุมมือเรียวที่สั่นระริกนั้นไว้เบาๆ เพื่อให้สติและปลอบประโลมเธอ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาช่วยให้รินลดารู้สึกมั่นคงขึ้นมาบ้าง“แม่เชื่อว่าคุณปกรณ์เค้าต้องช่วยเหลือแกอย่างเต็มที่ แกต้องอดทนนะ” เฟื่องรดาเอ่ยสำทับด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้า เมื่อเห็นความเมตตาของปกรณ์ในยามนี้เป็นความหวังเดียวที่เหลืออยู่“แม่คะ... หลินกลัว หลินไม่อยากติดคุก แม่ช่วยหลินด้วยนะคะ!” รินลดาหันไปพร่ำบอกมารดาด้วยความหวาดวิตกถึงโทษทัณฑ์ที่รออยู่ข้างหน้า เธอฆ่าคนตายโดยเจตนาถึงสองศพ ต่อให้มีเงินประกันตัวได้ ชีวิตหลังจากนี้ของเธอก็คงไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ความรู้สึกผิดและหวาดกลัวถาโถมเข้าใส่เธออย่างไม่หย
เช้านี้เสียงโทรศัพท์จากก้องเกียรติก็ดังขึ้นพร้อมกับการย้ำเรื่องของรินลดา“แกอย่าเพิ่งบอกคุณหลินเรื่องนี้นะ” เสียงของก้องเกียรติหนักแน่นและจริงจังกว่าทุกครั้ง “ฉันกลัวว่าถ้าเธอรู้ตัวก่อน เธอต้องหนีแน่ ๆ” ก้องเกียรติเว้นจังหวะหายใจ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยถ้อยคำที่บาดลึก “ตอนนี้พนักงานม่านรูดยืนยันว่าผู้หญิงในกล้องวงจรปิดที่ไปหาเสี่ยสมานคืนนั้นคือคุณหลินแน่ ๆ บวกกับคลิปเสียงที่คุยกับคุณเฟื่องรดา หลักฐานมันแน่นจนดิ้นไม่หลุดแล้วเพื่อน ตอนนี้ตำรวจกำลังไปที่บริษัทของแก เพื่อเชิญตัวมาสอบปากคำ และทางตำรวจต้องการขยายผลว่าใครเป็นผู้ร่วมขบวนการฆ่าครั้งนี้บ้าง”ปกรณ์รับฟังด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง แม้จะรู้ซึ้งถึงธาตุแท้ของรินลดามานานแล้ว แต่ความผูกพันที่เคยมีในอดีตก็ยังคงทำให้เขาอดใจหายไม่ได้ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในอก ขณะที่ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นมาท้าทายความจริงอันโหดร้ายตรงหน้าเมื่อรินลดาปรากฏตัวที่ออฟฟิศในเช้าวันนั้น แววตาที่เคยเต็มไปด้วยประกายแห่งความมั่นใจกลับเหม่อลอยไร้จุดหมาย ใบหน้าซีดเซียวราวกับคนไร้วิญญาณ บ่งบอกถึงค่ำคืนที่ผ่านพ้นไปอย่างยากลำบาก ทว่าความสงบนั้นก็ถูกทำลายลงในพริบตา เมื่อ
รินลดาเดินออกจากบริษัทด้วยหัวใจที่เลื่อนลอย ความกดดันบีบคั้นเธอจากทุกทิศทาง เรื่องคลิปวิดีโอและรูปถ่ายอัปยศที่อยู่ในมือถือของเสี่ยสมานคือระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำลายชีวิตและความรักที่เธอพากเพียรสร้างมา หากสิ่งเหล่านั้นถูกส่งไปให้ปกรณ์ ชีวิตเธอคงพังไม่เป็นท่า และขุมทองอย่างเขาคงหลุดลอยไปตลอดกาล‘จะทำอย
หลังพายุอารมณ์รักสงบลง ร่างกายที่อ่อนระทวยของเมธาวีร์ซบลงกับแผงอกแกร่งของปกรณ์ สัมผัสอุ่นร้อนยังคงกรุ่นอยู่ทั่วกาย เสียงลมหายใจของทั้งคู่ยังคงหอบถี่ระรัว ปกรณ์ลูบไล้เรือนผมนุ่มสลวยของเธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะกระซิบถามด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่เต็มไปด้วยความห่วงใย“ไหนเล่ามาซิ คุณยายทำไมถึงให้เมย์กินยาคุม
ท่ามกลางสติที่ยังพร่าเลือนและเร่าร้อนรินลดา ค่อยๆ ปรือตาที่หนักอึ้งขึ้นมองเพดานห้องที่ประดับด้วยโคมไฟระย้าหรูหราซึ่งเธอไม่คุ้นตา ความทรงจำสุดท้ายที่แวบเข้ามาคือรอยยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมของนายอำนาจ ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะถูกตัดไปความร้อนปั่นป่วนยังคงหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด มันบีบค
ทันทีที่ปิดประตูห้องลง เมธาวีร์ยืนพิงหลังกับประตู กอดอกตัวเองแน่นพลางหอบหายใจถี่ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วที่โคนขาและรอยจูบที่แก้มยังคงทำเอาเธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว เธอทิ้งตัวลงบนเตียง พลิกกายไปมาด้วยความซ่านสยิว ความรู้สึกอยากรู้อยากลองที่เพิ่งถูกปลุกเร้าทำให้เธอโหยหาอ้อมกอดนั้นมากกว่าเดิม“พี่ปริ้นซ์นะ







