Share

๒ นางเอกผู้เสแสร้ง

Penulis: วอลจู
last update Tanggal publikasi: 2026-04-20 03:58:28

ยามนี้ในสายตาของผู้คนมากมายศักดิ์ศรีเดียวที่นางยังหลง เหลืออยู่คือการเป็นฮูหยินของถิงหวังเหว่ย ผู้สืบทอดฐานะท่านโหวคนต่อไป หากไร้เขาข้างกาย ชีวิตของนางก็ไม่ต่างจากกิ่งไม้แห้งที่ไม่มีผู้ใดปกป้อง พอนึกเช่นนี้แล้ว หัวใจของซูหนี่ก็พลันบีบรัดอย่างรุนแรงจนต้องนิ่วหน้า

ชีวิตในชาติก่อนนั้นนางต้องตรากตรำทำงานหนักเพียงเพื่อแลกกับค่าตอบแทนมาประทังชีวิต แต่ไฉนโชคชะตาถึงใจร้ายต่อกันนัก กลับปล่อยให้นางต้องตายลงอย่างโดดเดี่ยว ทว่าในชาตินี้ แม้จะมีเงินทองกองท่วงหัว แต่ต้องรักษาชีวิตตนเองและลูกในท้องไว้ให้ได้

เพราะตามความทรงจำที่มี อีกเพียงสองเดือนต่อจากนี้นางจะตกเลือด…และนั่นจะเป็นเหตุให้หวังเหว่ยลงมือสังหารนางทิ้ง!

อันที่จริงแล้ว ถ้อยคำเย็นชาที่หวังเหว่ยเอ่ยออกมาบ่อยครั้ง หาได้มีเจตนาเพียงเพื่อหยามเกียรตินางเท่านั้น ทว่าก็คือความจริงที่ตรงไปตรงมาจนบาดลึก

หากเขาไม่พลาดท่าทำนางตั้งครรภ์…มีหรือคนอย่างเขาจะยอมลดตัวมาตบแต่งสตรีเช่นนาง

ทั้งความงามหรือก็ไม่มี ฐานะหรือก็ไม่คู่ควร

มารยาทกุลสตรีล้วนไม่เคยได้ร่ำเรียนรู้ดั่งคุณหนูในห้องหอ และที่สำคัญที่สุด...ในใจของเขาก็มีสตรีอื่นจับจองอยู่ก่อนแล้ว

ซูหนี่นัยน์ตาวูบไหวเพียงครู่ ก่อนจะวางมือลงบนฝ่ามือของหวังเหว่ยที่ยื่นมา น้ำเสียงหวานพูดต่อ “ข้าเพียงถามให้แน่ใจเท่านั้น เดินเหินแต่ละทีย่อมลำบาก ทั้งมองไม่เห็นทางเดิน ซ้ำยังมองไม่เห็นฝีเท้าตนเองเสียด้วยซ้ำ”

หวังเหว่ยเฝ้าทะนุถนอมมารดาของจื่อหยวนมาเนิ่นนาน ไม่เคยให้ลำบากแม้แต่น้อย แต่ไฉนนางถึงด่วนจากไปเร็วเช่นนี้ เมื่อนึกถึงเรื่องเก่าเขาก็รู้สึกปวดใจไม่น้อย

“ข้าช่วยพี่สะใภ้เองเจ้าค่ะ” ฟางเฟยบุตรสาวสกุลเฉินเสนอตัวแทรกเข้ามาท่ามกลางบรรยากาศอึดอัดของสองสามีภรรยา

ใบหน้าคนงามเหยียดยิ้มเย้ยหยันในใจอย่างร้ายกาจ กะแค่เดินมันจะยากเย็นอันใดนักเชียว อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ได้หรือไม่…หาอแท้จริงแล้ว ต้องการความสนใจจากเหว่ยเกองั้นรึ?

ซูหนี่เพียงปรายหาวตามองแวบหนึ่งก่อนเบียนหนี

“ขอบคุณแม่นาง แต่สามีข้าช่วยเหลือแล้ว” ภายในใจนางกลับรู้สึกเบิกบานอย่างประหลาดที่เห็นอีกฝ่ายหน้าเจื่อนไป

“อ้อ…” ฟางเฟยจงใจลากเสียงยาว “เหว่ยเกอช่างเอาใจใส่ฮูหยินของตนเสียจริง”

แต่หากตั้งใจฟังดีๆ ย่อมรู้ว่านางกำลังประชดประชันที่หวังเหว่ยให้ความสำคัญกับสตรีตรงหน้าเกินจำเป็น

นางค่อยๆ เดินขึ้นเรือนมาโดยมีตัวร้ายอย่างหวังเหว่ยคอยประคองข้างกาย แต่สายตาของซูหนี่กลับลอบมองฟางเฟยไม่วางตา

ให้ตายเหอะ!

ซูหนี่เห็นแล้วพลันสบถในใจ

“อืม…ดูทีครานี้ต้องได้คุณหนูแน่ ครรภ์นี้มองดูแล้วไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป ซ้ำมารดาก็ยังดูแข็งแรงนัก” เฉินไป๋จางสหายสนิทของหวังเหว่ยเอ่ยทักท้วงขึ้น เขาย่อมรู้ดีว่าบุตรในครรภ์นี้…เกิดจากความผิดพลาด ทว่าเขาก็รู้ใจสหายดีว่า คนผู้นั้นย่อมไม่มีวันปล่อยให้เลือดเนื้อเชื้อไขของตนต้องลำบากเป็นแน่

ซูหนี่แค่นหัวเราะน้อยๆ พอพูดถึงเด็กในท้อง แม้ไม่ได้ตั้งใจให้เขาเกิดมาแต่แรก ทว่าสายใยความเป็นแม่กลับเข้มข้นขึ้นทุกวัน

“ไม่อาจคิดไปไกล ทว่าเจ้าตัวเล็กคงดีใจนักเมื่ออาหยวนมาทักทาย ถึงได้ดีดดิ้นเสียจนข้าจุกไม่น้อย”

หากเป็นบุตรสาว ต้องน่ารักไม่ต่างจากจื่อหยวนแน่

ซูหนี่นึกในใจด้วยใบหย้าเปื้อนรอยยิ้มกว้าง

ฟางเฟยมองทั้งคู่สนทนากันนิ่งๆ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ

“น่ารักหรือไม่ คลอดออกมาให้ปลอดภัยก็พอแล้วกระมัง”

ซูหนี่เข้าใจความหมายนัยนั้นได้ทันทีราวกับอีกฝ่ายจงใจพูดว่า ขอให้เจ้าไม่ตายตอนคลอดเหมือนสตรีคนก่อนก็แล้วกัน

“ขอบคุณ คุณหนูเฉินที่เป็นห่วง”

หวังเหว่ยส่งยิ้มตอบรับตามมารยาทเท่านั้น

หากจะย้อนไปดูตั้งแต่ครรภ์แรกของอดีตฮูหยินจนนางจากไป ฟางเฟยมักคิดเสมอว่าตนเองงดงามไม่แพ้ใคร อีกไม่นานคงมัดใจเหว่ยเกอและได้ตบแต่งเข้าจวนโหวเป็นแน่ และหวังเหว่ยเองก็ดูจะให้ความสนิทสนมโอนอ่อนให้นางไม่น้อย

ทุกอย่างควรจะเป็นไปตามที่นางหวัง หากจู่ๆ ก็มีสตรีไร้หัวนอนปลายเท้าที่ไหนไม่รู้มาพลาดท่าอุ้มท้องตัดหน้า!

พอนึกถึงเรื่องนี้เพลิงโทสะก็ปะทุขึ้นคับอก ฟางเฟยแค่นยิ้มกว้างก่อนจะคว้าถ้วยน้ำชาขึ้นมาดื่มดับร้อน “เหว่ยเกอเจ้าคะ...”

น้ำเสียงของฟางเฟยยามเอ่ยเรียกช่างออดอ้อนเล่นหูเล่นตา

“อืม...เจ้าไปดูสำนักศึกษาให้จื่อหยวนมาแล้วหรือ”

ทว่าเป็นเฉินไป๋จางที่เอ่ยแทรกน้องสาวตนเอง ราวกับหยั่งรู้ได้ว่าคนผู้นั้รจะทำเรื่องบรรยากาศได้

“ไฉนต้องรีบนัก อาหยวนพิ่งจะสามขวบเองนะเจ้าคะ”

พอได้ยินประโยคนั้น ซูหนี่จึงรีบค้าน

ขณะที่เมื่อกล่าวถึงบุตรชาย สีหน้าของหวังเหว่ยยิ่งกลับมาแข็งทื่อไร้อารมณ์ “หากสนใจเรื้องของเข้าเพียงนี้ ลมอะไรหอบมาถึงจวนพร้อมคุณหนูเฉินได้” เขาหันไปถามสหายด้วยความอยากรู้แทน

ฟางเฟยที่ถูกเมินกลับยิ่งแสดงท่าทางคุกรุ่นสีหน้าดูไม่พอใจนัก พอซูหนี่เหลือยเห็นแล้วพลันขัดหูขัดตายิ่งนัก หากอยากจะเกี้ยวกันก็ควรไปที่อื่นเสีย

มิใช่มาทำต่อหน้านางเช่นนี้!

และนางก็หาได้เจ็บใจ แต่เห็นแล้วมันชวนเวียนหัวคล้ายจะอาเจียรออกมาต่งหาก

“ข้าเพียงแค่ออกมาทักทายรับแขกตามมารยาท ยามนี้นานพอสมควรแล้ว ป่านนี้จื่อหยวนคงนอนรอนานแล้ว” ซูหนี่เอ่ยตัดบท คร้านจะมองการแสดงเสแสร้งตรงหน้าต่อ

ฟางเฟยพลันลุกพรวดขึ้นทันที “โอ๊ะ! เช่นนั้นหรือ…อย่านั้นก็ได้มากความเลยซูฮูหยิน”

ราวกับนางยลใจสื่อความหมายว่า รีบไปให้พ้นหน้าเสียที

ซูหนี่เผยยิ้ม “ขอตัวนะคุณชายเฉิน คุณหนูเฉิน”

จังหวะที่นางกำลังจะยึดพนักเก้าอี้เพื่อลุกขึ้นยืน ก็กลับมีฝ่ามือหนายื่นมาประคองไว้อย่างรวดเร็วโดยไม่ทันตั้งตัวจนนางสะดุ้ง

หวังเหว่ยเพียงมองด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าสื่อความหมายว่าเขาจะช่วยประคองเท่านั้น…เหอะ! หากจะเอ่ยขอความช่วยเหลือออกมาคงไม่ตายหรอก กระมัง

เขาประชดในใจ

ซูหนี่สบถด่าเขาในใจเช่นกัน “ขอบคุณ...”

เพล้ง!!

“ว้าย! กรี๊ด!”

ทว่าท่ามกลางความเงียบสงัดนั้น ก็พลันเสียงของหนักที่ตกลงพื้นกระทบจนแตกกระจายดังสนั่น ค้ลายจงใจเรียกความสนใจให้บุรุษทั้งสองหันขวับไปมองทันที!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บุตรในท้องข้าคือลูกของตัวร้าย   ๒๖ พระชายาจวนอ๋อง

    ในสุดยามค่ำคืนที่นางรอคอยก็มาถึงเสียที ซูหนี่เหน็ดเหนื่อยกับพิธีการต่างๆ มาตลอดทั้งวันรวมทั้งอาภรณ์สีแดงที่สวมใส่เครื่องประดับบนหัวงดงามแต่หนักอึ้งยิ่งนักส่วนเจ้าบ่าวหรือสามีหมาดๆ ของนางในยามนี้นะหรือคาดว่าคงดื่มสุราสังสรรค์ส่งแขกอยู่กระมัง แขกเรือที่มานั้นนับว่ามีฐานะไม่น้อยไล่ไปตั้งแต่ฮ่องเต่บนสุดจนถึงเหล่าขุนนางราชสำนักระดับล่างสุดต่างมาแสดงความยินดีสีหน้าคนงามยามนี้เต็มไปด้วยความสุขอิ่มเอมใจจึงนัก ช่านช่านเห็นเป็นเช่นนี้แล้วเบาใจเหลือเกิน “พระชายาจะพลัดเปลี่ยนอาภรณ์อาบน้ำเลยหรือไปเจ้าค่ะ”ถ้อยคำเรียกเอ่ยนั้นฟังแล้วเขอะเขินเล็กน้อยซูหนี่เงยหน้าขึ้นสบตาช่านช่าน ไม่ว่าจะเรื่องดีหรือเรื่องร้ายยังคงมีบ่าวผู้นี้อยู่ข้างกายเสมอมา “ขอบคุณ”ไฉนพระชายาต้องขอบคุณนางด้วยเล่าเตรียมอาบน้ำหาใช่เรื่องใหญ่ ใบหน้าช่านช่านเต็มไปด้วยความงุนงง“…..”คนตรงหน้าช่างไม่รู้เสียเลยว่าตนช่วยเหลือนางไง้มากมายเพื่อใด ซูหนี่จึงหัวเราะเล็กน้อย “อาหยวนกับหนิงหนิงเล่า”ช่านช่านกระพริบตาปริบๆ จึงเอ่ยตอบไป “ยามนี้แม่นม ทรงพาเข้านอนแล้วเจ้าค่ะ”อ่า ลืมไปเสียแล้ว ยามนี้ดึกดื่นพอสมควรเด็กๆ ของนางคงต้องนอนแล้ว วันนี้

  • บุตรในท้องข้าคือลูกของตัวร้าย   ๒๕ สตรีปากสุนัข

    ซูหนี่ไม่สนใจเดินจากไปพร้อมจวิ้นอ๋องทันที จากนี้ไม่ข้องเกี่ยวกันก็อย่างได้เสียเวลาไปนานกว่านี้เลย“อีกสักหน่อยกังลับจวนกันเถอะอาเฟิ่ง”ดึกปานนี้อาหยวนคงเฝ้าหนิงหนิงอยู่กระมังทั้งทีบอกแล้วว่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่านช่านและแม่นมเถิดแต่ทว่าดูท่าแล้วอาหยวนน้อยคงไม่ยอม“คิดถึงลูกๆ แล้วหรือไร” อาหนี่นางเคยห่างลูกนานเสียเมื่อไหร่กันทว่า..“ช้าก่อน!”เสียงสตรีดังก้องอย่าไร้มารยาทพลันเอาผู้คนโดยรอบหันมองให้ความสนใจทันที ผู้ใดจะไม่รู้บ้างเหล่าว่าสตรีนางนั้นคือใครสตรีจอมเอาแต่ใจแห่งจวนเฉิงยามนี้คือภรรยาของหวังเหว่ยฟางเฟยเร่งฝีเท้าเดินไปเบื้องหน้า การแต่งงานครั้งนี้นางได้มาอย่างยากลำบากซ้ำยังรอคอยมานาน ยังไม่ทันได้โอ้อวดแล้วจะคุ้มค่าหรือ..นางแย่งวาสนาของซูหนี่มาได้แล้วครานี้จะแย่งความสุขของซูหนี่ไม่ได้หรือหวังเหว่ยเริ่มกระจ่างแจ้งดีว่าภรรยาตนจะทำเช่นไร เขาถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนตามหลังไป “ระวังหน่อยเฟยเฟย”“รอก่อนได้หรือไม่”ซูหนี่หยุดชะงัก ยามนี้ไม่ต้องคาดเดาเลยว่าสตรีเสแสร้งผู้นั้นโกรธแค้นนางเพียงใดไฉนไม่ลืมเลือนไปนานปานนี้แล้ว “อาเฟิ่ง..” ซูหนี่หันหน้าไปมองจวิ้นอ๋องนางอยากทำอะไรเขาล้วน

  • บุตรในท้องข้าคือลูกของตัวร้าย   ๒๔ หวนคืนพบกันอีกครา

    ซูหนี่มองรอบด้านด้วยแววตาเป็นประกาย เดินเข้าออกชมแผงตั้งร้านนั้นร้านนี้เป็นว่าเล่นทว่ากับไม่ได้อะไรติดไม่ติดมือมา“ไม่เอาหรือ”กอปรกับช่วงระยะเวลาตั้งแต่คลอดหนิงหนิงนั้นนางมิได้ย่างกายออกจากจวนเลยทุกอย่างเลยดูน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนักนางส่ายหน้า “มีเทศกาลโคมไฟทุกวัน ข้านั้นก็อยากจะมาทุกวัน”ถนนเส้นหลักของเมืองหลวงวันนี้ครึ้กครื้นยิ่งนักมีตั้งแต่ผู้คนแรกรุ่นไปจนถึงวัยกลางคนที่ออกมาพบปะดื่มด่ำกับบรรยากาศที่ปีหนึ่งมีหนหนึ่ง ช่างน่าเสียดายนักสมควรมีให้หลายวันเสียหน่อยจวิ้นอ๋องเดินตามอาหนี่อย่างว่าง่ายโดยไม่ปริปาก เรื่องที่นางกล่าวน่าสนใจยิางนักสมควรเก็บไปถวายฎีกาคำร้องให้มีหลายหลายวันเสียงหน่อย “ระวังเสียบ้าง!”ทว่าคำนี้ไม่ได้กล่าวถึงซูหนี่ที่เดินไปซ้ายไปขวาแต่เป็นกล่าวถึงผู้ที่เดินสวนทางผู้คนได้แต่จ้องตาเขม็งพอจะเอ่ยปากว่ากล่างสายตาพลันเหลือบไปเห็นพู่ห้อยหยกอักษรจวิ้นยิ่งกว่านั้นคือบุรุษหนุ่มข้างกายอีกคนสายตาดุดันยิ่งนั้นก็ได้แต่พากันหวาดกลัว“ขอ..ขออภัยคุณชาย”เฝิ่นลู่ได้แต่ปรายตามโค้งศีรษะเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา ยามนี้หญิงสาวเปรียบเสมือนพระชายาก็ไม่ปานยิ่งกว่านั้นคือไข่ในม

  • บุตรในท้องข้าคือลูกของตัวร้าย   ๒๓ เด็กขี้เกียจ

    จื่อหยวนยืนแน่นิ่งตัวแข็งทื่อมีแต่ดวงตาที่ลอกแล่กไปมาเท่านั้นยังไม่พอเหตุไฉนผู้คนทั้งหลายถึงเอาแต่ยิ้มหังเราะดีอกดีใจเอาปานนั้น“เป็นกระไรไป” จวิ้นอ๋องแลเหลียวมองเด็กชายข้างกายตั้งแต่รุ่งสางจนตอนนี้พระอาทิตย์ลอยขึ้นเหนือสูงจื่อหยวนน้อยก็เอาแค่หน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดเวลา หรือกำลังคิดว่าตนจะไร้ตัวตนดังเช่นอยู่จวนถิงหรือต้องไม่เป็นเช่นนั้น“ถึงอย่างไรเจ้าก็เป็นบุตรธรรม..”“ไฉนนางไม่มีผม ไม่มีคิ้ว” ไม่ทันสิ้นประโยคจื่อหยวนก็พูดขึ้นหลังเงียบมานานใช่ น้องตัวน้อยในครรภ์ของท่านแม่เป็นเด็กหญิง ทว่าไฉนเป็นเด็กหญิงผิวหนังถึงเหี่ยวย่นน่าเกียจ ไม่มีคิ้ว ไม่มีผมเช่นนี้เหล่า ไม่เหมือนกับเหล่าสตรีที่ที่เขาพบเห็นสักนิดจื่อหยวนไม่เข้าใจจวิ้นอ๋องแทบเป็นลมล้มจับ เขากำลังจะอธิบายให้จื่อหยวนเข้าใจว่าถึงมีน้องสาวของเต้าเพิ่มมาหนึ่งคนหรือมากนี้ ความใส่ใจที่เขาและอาหนี่มีให้จื่อหยวนย่อมไม่ลดน้อยตามลงเป็นแน่เหตุใดถ้อยคำที่เปล่งออกมานั้นทำเอาเขาแทบเสียสติเล่าเฝิ่นลู่มองผู้เป็นนายด้วยความเห็นใจ “คุณหนูยังเด็กนักขอรับ”จื่อหยวนย่นใบหน้า ในใจมีแต่คำถามว่า งั้นรึ? ใช่เรื่องจริงหรือเท็จกัน?“น้องสาวจะงดงามเหมือน

  • บุตรในท้องข้าคือลูกของตัวร้าย   ๒๒ จุดเริ่มต้นของจุดจบ

    จวิ้นอ๋องเดินขยับกายมาข้างเตียงใกล้นางหมายจะโน้มตัวลงกระซิบที่หน้าท้องถูกแต่กับถูกแรงกระตุกจากมือข้างซ้ายชู่ว์จื่อหยวนน้อยเอ่ยเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบ “ท่านแม่หลับ”ท่าทางเช่นนี้ของเด็กชายข้างกายช่างต่างกันเหลือเกินกับความกล้าหาญเมื่อหลายวันก่อน“มารดาเจ้าเอาแต่นอน”พอเอ่ยถึงเรื่องนี้จวิ้นอ๋องปวดหนึบในใจยิ่งนัก สภาพร่างกายของนางล้วนปกติเด็กทารกตัวแดงในครรภ์นั้นก็ด้วย ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาต้องปวดใจนักคือสภาพจิตใจของนางที่คงบอบช้ำจื่อหยวนน้อยพยักหน้าสุ่มเสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น “อาหยวน”ซูหนี่เปิดเปลือกตาขึ้นด้วยความอ่อนล้า หลายวันมานี้นางเอาแต่ตื่นมาพอกินดื่มจากนั้นก็หลับไปตลอดซ้ำยังเหม่อเป็นครั้งคราวโชคชะตานางมิอาจกำหนดได้เองเลยหรือแม้นางจะไม่รู้สึกอะไรมากนักแต่คาดว่าร่างนี้ย่อมรู้สึกเจ็บปวดไม่น้อย เอาเถอะหากเหนื่อยก็พักให้จนพอ มารดายังมีลูกในท้องและลูกอีกคนให้ต้องคอยดูแลจวิ้นอ๋องค่อยๆ ช่วยขยับร่างอวบอิ่มนั้นให้พิงกับหมอนอิง“อาหยวนคิดถึงท่านแม่” ก่อนที่จื่อหยวนจะปืนขึ้นเตียงมารดาอย่างลืมตัวด้วยความคิดถึง ซบใบหน้าน้อยๆ ลงบนหน้าอกนุ่มนิ่ม“ระวังน้องเจ้า” จวิ้นอ๋องเอ่ยเตือนซูหนี่ระบาย

  • บุตรในท้องข้าคือลูกของตัวร้าย   ๒๑ ความจริงถูกเปิดเผย

    “เรื่องระหว่างข้ากับนางยังไม่จบ…ใครจะพานางไปไหนไม่ได้”ซูหนี่มองหวังเหว่ยด้วยความแปลกใจ พูดไม่ออก เขาล้มแล้วหัวกระแทกก้อนหินเช่นอาหยวนหรือเหตุใดถึงเสียสติราวกับคนฟั่นเฟือนก็ไม่ปาน น่าเสียดายที่ตอนนี้น่าไม่ใช่ซูหนี่คนเดิมไม่เช่นนั้นคงโง่งมไม่ลืมหูลืมตาเป็นแน่“เรื่องของข้าและท่านมันจบไปนานแล้ว”ในเมื่อเรื่องมาถึงเช่นนี้เขาได้แต่จำนนยอมกล่าวออกมา จวิ้นอ๋องปรายตามองหน้าท้องของอาหนี่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวออกมา “เรื่องเป็นเช่นไรเจ้าย่อมรู้ดี!”หวังเหว่ยสะอึกเดิมทีไม่นึกว่าจวิ้นอ๋องจะเอ่ยถึงเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาเสียอย่างนั้น “หึ! เป็นจวิ้นอ๋องแล้วอย่างไรวายาปากที่กล่าวออกมาเป็นเพียงแค่ลมปากงั้นรึ”เป็นอย่างที่นางค้างคาใจแน่ เรื่องระหว่างคนสามคนต้องมีอะไรข้องเกี่ยวกันดั่งที่นางสงสัย ถ้าเช่นนั้นเกิดอะไรขึ้นแววตาของหวังเหว่ยยามนี้เคร่งขรึมมาก “วันนั้น…เป็นเจ้าเองที่ขี้ขลาดแม้แต่สตรีที่รักหรือลูกในท้องนางก็ไม่อาจออกหน้ารับได้” ในเมื่อปิดไม่ได้ก็เปิดเผยออกมาซะดีกว่า หวังเหว่ยหมดความอดทนว่ากระไรนะ?ยามนี้ซูหนี่คล้ายคนหูอื้อยิ่งไม่ว่าอะไรไปล้วนไม่เข้าโสตประสาทสักนิด “อาเฟิ่ง..” ก่อนเหลียวหันมองคนข้างกา

  • บุตรในท้องข้าคือลูกของตัวร้าย   ๙ เส้นด้ายแดงที่ไม่เคยมี

    หวังเหว่ยกับมาถึงจวนถิงยามเว่ย(13.00-14.59)เดิมทีคราแรกตั้งหมายไว้ว่าจะสะสางงานที่ค้างคา แต่ไฉนได้เพียงแค่เท้าก้าวเหยียบย้ำเข้ามาก็มีเรื่องชวนให้ปวดหัวเสียแล้วเสียงสตรีด่าทอดังออกมาฟังแล้วโกลาหนหนวุ่นวายประหนึ่งกำลังอยู่ตลาดก็ไม่ปาน “นายท่านจะไปที่ใด” จางเจิ้งเอ่ยถามเมื่อเห็นผู้เป็นนายกำลังเดินไปอ

  • บุตรในท้องข้าคือลูกของตัวร้าย   ๕ สามีทึ่มทื่อ

    “เป็นอย่างไรบ้าง” พอได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นหู หวังเหว่ยจึงละสายตาจากกระดานหมาก เผยรอยยิ้มจางๆ พลางเอ่ยตอบ “สบายดีขอรับ”ทว่าบุรุษอาวุโสสกุลถิงกลับถามย้ำ “ข้าหมายถึงนาง”ถิงหวังเหว่ยนิ่วหน้า ปลายนิ้วที่กำลังจะเดินหมากชะงักค้าง ไฉนใครต่อใครถึงเอาแต่ถามถึงนางกัน เขาค่อนขอดในใจ “นางน่ะหรือ...ดูจะสุ

  • บุตรในท้องข้าคือลูกของตัวร้าย   ๔ สตรีอันธพาล

    ในวันที่อากาศหนาวเหน็บจนหิมะโปรยปรายเช่นนี้ คาดว่าคงไม่มีผู้ใดอยากจะลุกขึ้นจากเตียง ทว่าผิดกับที่จวนสกุลถิง ซูหนี่ในยามนี้ห่อหุ้มร่างกายด้วยผ้าขนสัตว์หนาหลายชั้น เหลือเพียงใบหน้าจิ้มลิ้มที่โผล่พ้นออกมา แก้มนวลทั้งสองข้างของนางขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะลมหนาวที่พัดมาปะทะเป็นระลอก…มองดูแล้วน่าเอ็นดูนักย

  • บุตรในท้องข้าคือลูกของตัวร้าย   ๓ สามีข้า…หากอยากได้ก็เอาไป

    ซูหนี่ปรายตามองความวุ่นวายตรงหน้าแวบหนึ่งก่อนจะดึงสายตากลับมามองบนพื้นที่ยามนี้เต็มไปด้วยเศษกระเบื้องและน้ำชาที่แตกกระจายเป็นวงกว้าง ขณะที่แม่ดอกบัวขาวผู้นั้นก็ดูแสดงท่าทีหวาดกลัวจนตัวสั่นระริกจ้องมองบุรุษข้างกายนางราวกับลูกนกเหอะ! มีผู้ใดจะมาฆ่าหรือไร ถึงได้ทำท่าหวาดกลัวปานนั้นนางเห็นแล้วก็อดไ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status