เข้าสู่ระบบดวงตาคมแดงก่ำเหมือนกำลังโกรธ แต่ไลลาหาได้สนใจไม่ ถ้าเขาต้องการเห็นเธอเจ็บงั้นเธอก็ต้องอดทนไม่ให้เขารับรู้ความรู้สึกของเธอ “อะไรกันตาทัพ...ทำช้อนร่วงแบบนั้นคนอื่นตกใจหมดลูก” อดีตมาเฟียอย่างอัครพลหันไปเอ็ดลูกชายที่มือไม้อ่อน “เปล่าครับ แค่หลุดมือครับ” “นั่นสิคะทัพ...งั้นเดียวอันนาตักอาหารให้นะคะ” อันนาหันมาบริการคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนของตัวเองเป็นอย่างดี แต่สายตาของกองทัพก็ชำเลืองมองการกระทำของไลลาและเควินด้วยความเดือดดาลเช่นเดียวกัน ทั้งห้าคนกินข้าวกันจนอิ่ม คงมีแค่กองทัพเท่านั้นที่กินน้อยที่สุดจนอัครพลงงใจกับลูกชายคนนี้เพราะเอาแต่นิ่งเงียบกินข้าวแต่สีหน้าเหมือนกำลังโกรธใครอยู่ “ตาทัพจะไปส่งหนูอันนาหรือเปล่าลูก...” “เดี๋ยวผมให้คนขับรถไปส่งอันนาแทนนะครับ พอดีผมมีงานต้องขึ้นไปเคลียร์ที่ห้องก่อน” “ทัพจะไม่ไปส่งอันนาจริงๆ เหรอคะ” อันนาหันไปมองแฟนหนุ่มของตัวเองอย่างออดอ้อนแต่ก็ไม่กล้าเรียกร้องอะไรมากเพราะมันมีเงื่อนไขบางอย่างที่ชายหนุ่มตกลงทำกับเธอ “ไว้วันหลังนะครับอันนา ผมมีงานด่วนจริงๆ”
“คุณพ่อ...” “สวัสดีครับคุณพ่อ” เควินยกมือไหว้บิดาของไลลาซึ่งเป็นผู้ใหญ่กว่า จากนั้นก็กวาดตามองกองทัพที่มองเขากลับด้วยสายตาแข็งขัน ส่วนข้างกายของกองทัพมีผู้หญิงสวยคนหนึ่งนั่งอยู่ด้วย “อ้าว มากันแล้วเหรอลูก...ทัพแนะนำแฟนให้น้องรู้จักสิ” ‘แฟน’ คำคำนี้มันเหมือนมีเข็มนับพันมาทิ่มแทงที่หัวใจของไลลาจนเธอรู้สึกเจ็บไปหมด หัวใจสาวมันกำลังถูกบีบรัดให้แตกสลาย แต่มือหนาของเควินที่จับมือบางของเธอมันเหมือนกำลังใจเล็กๆ ที่ทำให้เธอสงบสติอารมณ์ได้มากขึ้น “พี่ทัพมีแฟนแล้วเหรอคะ” ขณะที่พูดดวงตาของไลลาก็มองไปยังร่างสูงใหญ่ที่เขาเองก็จ้องกลับมา แต่ในดวงตาของชายหนุ่มกลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่า ทั้งๆ ที่สามสี่วันก่อนเขายังมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักอยู่เลย “อืม...ฉันมีแล้ว นี่อันนา แฟนของฉันเอง” คำพูดที่ห่างเหินมันทำให้ไลลาเริ่มเจ็บปวดจนแทบจะทรงตัวไม่ได้ เธอเจ็บ เจ็บเหมือนตาย มันเจ็บกว่าตอนที่ถูกถอนหมั้นจากวิคเตอร์เสียอีก เจ็บเป็นร้อยเท่าพันเท่า “ค่ะ...ยินดีที่ได้รู้จักนะคะพี่อันนา ชื่อไลลานะคะ เป็นน้องสาวของพี่ทัพค่ะ เราน่าจะเคย
ไลลาพาร่างบอบบางของตัวเองออกจากห้องแล้วให้คนขับรถพาเธอไปรับเพื่อนรักที่สนามบินทันทีและพยายามไม่ฟุ้งซ่านเรื่องของกองทัพ เอาไว้ตอนเย็นคงรู้กันว่าคนที่ชายหนุ่มจะพามาแนะนำเป็นใครกันแน่ เธอคาดหวังว่ามันจะไม่เป็นอย่างที่คิด สาวร่างเล็กเดินทางไปสนามบินและรอเพื่อนรักอยู่สักพักเควินก็เดินลากกระเป๋าออกมา ใบหน้าหล่อเหลาแบบฉบับหนุ่มลูกครึ่งฉีกยิ้มกว้างเมื่อเจอไลลา ตลอดระยะเวลาเป็นอาทิตย์ที่เขากลับไปเคลียร์เรื่องที่ดินให้บิดาเขาคิดถึงไลลาเป็นที่สุด สาวน้อยที่ทำให้เขายิ้มทุกครั้งที่อยู่ด้วย “ไลลา...” “เควินเป็นยังไงบ้าง เรียบร้อยหรือเปล่า” “เรียบร้อยดี คิดถึงเธอจังเลยไม่เจอกันหลายวัน” เพราะมัวแต่ทำธุระจนแทบไม่ได้โทร.หาเพื่อนสาวเลย และเมื่อเจอหน้าเลยไม่อายที่จะบอกว่าคิดถึงคนตัวเล็ก ถึงแม้เขาจะรู้ว่าไลลารู้สึกกับเขาแค่เพื่อนก็ตาม “คิดถึงนายเหมือนกัน ผอมลงหรือเปล่า ธุระเยอะเลยละสิ” “เยอะมาก แต่เสร็จแล้ว ตอนนี้อยู่กับเธอได้ตลอด” มือหนาของเควินยกขึ้นพาดที่ไหล่บางแล้วโอบร่างบอบบางเอาไว้อย่างหวงแหน ถ้าไม่เพราะเขาเป็นแบบนี้
บทที่ 9ยินดีต้อนรับแขกคนใหม่ ไลลารู้สึกว่าตัวเองกำลังมีความรัก นับวันหัวใจสาวอยู่กับกองทัพมากขึ้นทุกวันจนเธอรู้ว่าเธอรักเขาเข้าให้แล้ว แม้ไม่รู้จะจัดการเรื่องความสัมพันธ์นี้ยังไง แต่เธอรู้แค่ว่าเธอรักเขา รักอย่างไม่เคยรักใครมาก่อน แม้ที่ผ่านมาชายหนุ่มจะเคยทำไม่ดี แต่เรื่องของหัวใจมันคงห้ามกันไม่ได้ “ช่วงนี้ลูกสาวพ่ออารมณ์ดีจังนะ” อดีตมาเฟียมองลูกสาวที่เอาแต่ยิ้มทั้งวันจนคนเป็นพ่ออดสงสัยไม่ได้ว่าอะไรที่ทำให้ไลลาดูมีความสุขขนาดนี้ “เปล่าสักหน่อยค่ะคุณพ่อ หนูอารมณ์ดีอย่างนี้ทุกวันอยู่แล้วนะคะ” ไลลาบอกเสียงใสแจ๋วจนคนเป็นพ่อมีความสุขตาม แม้ใครจะบอกว่าไลลาเป็นคุณหนูอารมณ์ร้าย แต่แท้จริงไลลาคือเด็กสาวที่มีความน่ารักสดใส ตั้งแต่เกิดเรื่องคราวก่อนไลลาก็ปรับปรุงตัวจนกลายเป็นลูกสาวที่น่ารักขึ้นกว่าเดิมมาก เนื้อแท้ของไลลาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรเพียงแค่หลงผิดตามประสาเด็กน้อย แต่ตอนนี้ลูกสาวของเขาโตขึ้นและสามารถแยกแยะว่าอะไรที่ควรทำหรือไม่ควรทำแล้ว “ไลลา...” “คะคุณพ่อ” ไลลาละใบหน้าขึ้นจากโทรศัพท์มือถือของตัวเองแล้วมองใบหน้าเหี่ยวย่นแต่ยังคงคว
“ขอนอนกอดเฉยๆ จริงๆ สัญญานะว่าจะไม่ทำอะไรเลย อยากกอดเมียครับ” คำว่า ‘เมีย’ ที่ชายหนุ่มพูดออกมามันยิ่งสร้างความหวั่นไหวให้คนฟังเป็นอย่างมาก เพราะมันเหมือนเขายอมรับว่าเขาและเธอเป็นอะไรกันเพียงแต่คนอื่นยังไม่รับรู้ข้อนี้เท่านั้นเอง“ไม่เอาหรอก เดี๋ยวคนอื่นมาเห็น”“ไม่เห็นหรอกนะ พี่จะย่องเข้าไปเบาๆ เลย”“หึ...พี่มันคนเจ้าเล่ห์ไง” ไลลาแค่นหัวเราะ สายตากลมโตละออกจากใบหน้าหล่อเหลาของกองทัพแล้วมองเบื้องหน้าอีกครั้ง“เจ้าเล่ห์แล้วรักไหม...ไหนบอกมาสิ” ใบหน้าคมคายหันมองหญิงสาวอีกครั้งจากนั้นก็หันกลับไปมองถนน ซึ่งไลลาก็เบือนหน้าไปทางหน้าต่างด้านข้างเพื่อควบคุมอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านของตัวเอง มันตื่นเต้น ดีใจ และอะไรอีกหลายอย่างจนเริ่มทำตัวไม่ถูกแล้ว“ไลลาบอกพี่มาสิว่ารักพี่ปะ” คำถามโต้งๆ ที่มันตรงเสียจนเธอทำตัวไม่ถูก“อะไร...มาถามกันแบบนี้เหรอ”“ตอบมาสิครับ”“ไม่รู้ค่ะ...ไม่เข้าใจอารมณ์ของตัวเองเหมือนกัน” ไลลาบอกสิ่งที่คิด จะให้เธอบอกว่ารักเขาเลยได้ยังไงในเมื่อเขายังไม่บอกว่ารักเธอบ้างเลย เธอจะบอกว่ารักเขาก็ต่อเมื่อเขาพูดก่อนเท่านั้น“งั้นรู้สึกดีใช่ไหมที่อยู่กับพี่ ที่พี่ถามแบบนี้เพราะพี่อยากรู
“อืม...ไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องห่วงฉันนะ กินข้าวกันดีกว่าอาหารเย็นหมดแล้ว...”สามสาวนั่งกินข้าวและคุยเรื่องทั่วไปกันสักพักก็ถึงเวลาแยกย้าย โดยไอลดามีคุณสามีกับลูกชายตัวน้อยแวะมารับ ทำเอาไลลามองด้วยความชื่นชมกับความอบอุ่นของครอบครัวนี้ เธออยากมีโมเมนต์แบบนี้บ้าง แต่ไม่รู้จะมีได้ไหม ส่วนยี่หวาก็กระโดดขึ้นรถเมล์ไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งไลลาคิดว่าจะนั่งแท็กซี่กลับบ้านเพราะไม่อยากโทร.ให้คนที่บ้านมารับทั้งไปทั้งกลับมันเสียเวลา นั่งแท็กซี่เร็วที่สุดในตอนนี้ ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้มองรถแท็กซี่ที่เข้ามาจอดเทียบ กลับมีรถหรูที่คุ้นเคยมาจอดข้างหน้าของเธอก่อน “พี่นึกว่าไลลากลับบ้านแล้ว ขึ้นรถมาสิครับ” กระจกรถถูกเปิดลงพร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มของกองทัพที่เอ่ยออกมา ไลลาเองก็รู้สึกดีใจที่ได้เจอเขาอีกครั้ง อีกทั้งจะได้ไม่ต้องยืนรอแท็กซี่นานด้วย เวลานี้คนกำลังรอขึ้นเยอะ “ค่ะ” ร่างเล็กของไลลาก้าวขึ้นไปนั่งในรถหรู แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้คาดเข็มขัดนิรภัยเองร่างหนาของกองทัพก็เอื้อมมาทำการคาดเข็มขัดให้เธอก่อน ความใกล้ชิดทำเอาไลลาใจเต้นแรงอย่าง







