เข้าสู่ระบบคำชมของเอวาไม่มีผลต่อหัวใจที่แข็งกระด้างของทิศเหนือ เขาไม่หลุดแสดงอาการใด ๆ ออกมาทั้งนั้น เธอจึงเปลี่ยนไปถามถึงเรื่องความสัมพันธ์ที่กำลังจะพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นแทน“พี่ทิศเหนือคิดยังไงกับเรื่องที่ผู้ใหญ่อยากให้เราคบกัน”“ผู้ใหญ่! หรือว่ามันเป็นความต้องการของคุณกันแน่”มาเฟียหนุ่มยกยิ้มมุมปาก เบี่ยงสายตาคมนิ่งมองใบหน้าคนที่กำลังเต้นรำด้วยกัน พลันทำให้คนตั้งคำถามเสียความมั่นใจไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา“พี่ยังตรงไปตรงมาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะคะ ถึงขนาดไม่รักษาน้ำใจของเอวาเลย”“แค่ผมยอมมางานนี้ และเต้นรำกับคุณก็ถือว่ารักษาน้ำใจมากแล้ว”“สรุปว่าพี่ไม่เห็นด้วย”มาเฟียหนุ่มพลันนึกถึงคำพูดของผู้เป็นพ่อ อำนาจในมือพ่อของเอวาเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจของครอบครัวเขา ก่อนเอ่ยตอบ“ก็ไม่เชิง”เอวายกยิ้มเหมือนหญิงสาวไร้เดียงสา ทว่าแววตากลับร้ายลึก ซ่อนแผนการต่าง ๆ ไว้ในใจ“เราสองคนต่างก็รู้จักธาตุแท้ของกันหมดแล้ว พี่ก็รู้ว่าเอวาเป็นคนชอบเอาชนะ ทางที่ดีพี่ควรทำตามที่ผู้ใหญ่ต้องการ มาคบหาดูใจกับเอวาดีกว่านะคะ คนรอบข้างจะได้ไม่เดือดร้อนไปด้วย ไม่ว่าตอนนี้พี่ทิศเหนือกำลังพัวพันอยู่กับใคร เอวาขอเตือนว่
ทิศเหนือเบี่ยงสายตาหลบการจ้องมองของหญิงสาวในชุดราตรีเกาะอก ทว่ากลับหันไปพบกับสายตาคมของบิดาที่กำลังส่งซิกให้เขาทำตามที่เธอต้องการ มาเฟียหนุ่มจึงก้าวเข้าไปยืนซ้อนทางด้านหลังของเอวา ถอดสร้อยเส้นเดิมของเธอออก หยิบสร้อยเส้นใหม่จากกล่องกำมะหยี่ไปสวมให้เธอแทน แล้วกลับมายืนข้างกายผู้เป็นพ่อดังเดิม“สวยไหมคะ” เอวาหันไปถามความเห็นของผู้เป็นพ่อ“อืม สวยมาก ลูกสาวของพ่อใส่อะไรก็ดูดีไปหมด”“คุณพ่ออะ พูดแบบนี้เอวาก็เขินแย่สิคะ”“จะเขินทำไม คนกันเองทั้งนั้น”ท่านพงษ์สิทธิ์พูดหยอกลูกสาว ก่อนหันมองฉัตรพลสลับกับลูกชายของอีกฝ่าย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง“ขอบใจทั้งสองคนมากนะ มา ๆ ถ่ายรูปด้วยกัน” ฉัตรพลและทิศเหนือตอบรับคำเชิญด้วยการก้าวเข้าไปยืนขนาบข้างซ้ายของเอวาและข้างขวาพ่อของเธอเพื่อถ่ายรูปร่วมกัน“เดี๋ยวเชิญคุณลุงกับพี่ทิศเหนือไปนั่งที่โต๊ะก่อนนะคะ ถ้าเอวากับคุณพ่อรับแขกตรงนี้เสร็จแล้วจะเข้าไปนั่งด้วยค่ะ”หญิงสาวผายมือไปยังโต๊ะวีไอพี ซึ่งถูกจัดไว้บริเวณด้านหน้าสุดใกล้กับเวที ทิศเหนือและพ่อของเขาจึงพากันไปนั่งที่โต๊ะดังกล่าวสายตาคมของมาเฟียหนุ่มกวาดมองไปยังด้านหนึ่งของห้องจัดเลี้ยง ซึ่งเป็นโซ
“ถ้าแกไม่ติดขัดอะไรก็ลอง ๆ คบกันดูก่อน อีกอย่างงานของเรายังไงก็ต้องได้พึ่งใบบุญของท่านพงษ์สิทธิ์ หากแกกับหนูเอวาแต่งงานกันได้จริง ๆ ยังไงพวกเราก็ไม่ได้เป็นฝ่ายเสียเปรียบ”“ถ้าแต่งไม่ได้ล่ะครับ”“แต่ไม่ได้ก็จบกันด้วยดีสิ เรื่องแบบนี้ยังต้องให้ฉันสอนแกอีกเหรอ”“แล้วพ่อไม่คิดเหรอว่า ถ้าผมกับเอวาจบลงด้วยการแยกย้ายกันไปคนละทาง มันจะทำให้ความสัมพันธ์ของพ่อกับท่านพงษ์สิทธิ์แย่ลงไปด้วย”“เรื่องนั้นแกไม่ต้องเป็นห่วง ท่านพงษ์สิทธิ์มีเหตุผลมากพอที่จะแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว คงไม่กระทบกับธุรกิจของเราหรอก ในเมื่อเด็กมันเข้ากันไม่ได้ จะบังคับฝืนใจให้อยู่ด้วยกันไปทำไม ท่านพงษ์สิทธิ์รักลูกสาวคนนี้มาก คงไม่ปล่อยให้หนูเอวาทนอยู่กับคนที่ไม่ได้รักหรอก แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ฉันก็ยังอยากเห็นลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝากับเขาเสียที”“พ่อคำนวณผลได้เสียขนาดนี้แล้ว ผมยังจะมีข้ออ้างอะไรได้อีก”ทิศเหนือเอ่ยอย่างขอไปที แม้จะไม่เห็นด้วย แต่ครั้งนี้เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ“งั้นก็เอาตามนี้นะ”“แค่ลองคบนะครับ แต่ผมไม่รับปากว่าจะรักผู้หญิงคนนั้นได้ไหม”“อืม แค่ลองคบ แต่จำเอาไว้ว่าจะทำอะไรก็ต้องคำนึงถึ
หนูนากำลังนั่งกอดแขนของพี่ชายต่างสายเลือด เอนศีรษะพิงต้นแขนของเขาขณะนั่งอยู่บนเบาะผู้โดยสารด้านหลังในรถหรู ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวออกจากร้านนั่งชิลในเวลาเที่ยงคืน ดวงตาฉ่ำปรือเนื่องจากดื่มกับเพื่อนจนเมาได้ที่ทอดมองไปยังถนนด้านหน้า แล้วเอ่ยออกมาเสียงแผ่ว“วันนี้หนูนามีความสุขมากเลยค่ะ”“มีความสุขที่ได้เจอเพื่อน?” ใบหน้าหล่อก้มลงมองน้องสาวด้วยแววตาตั้งคำถาม“มันก็ส่วนนึงค่ะ แต่เจอกันครั้งนี้ยัยครีมมีข่าวดีมาบอกด้วย พี่ลองทายดูสิคะว่าข่าวดีที่ว่าคืออะไร”“ขี้เกียจทาย” เขาเอ่ยเสียงเรียบหญิงสาวผละศีรษะออก เงยใบหน้าแดงเรื่อขึ้นมองใบหน้าหล่อของพี่ชาย“ทายหน่อยก็ไม่ได้”เธอยู่ปากออกไปด้านหน้า ชักสีหน้างอแงเหมือนเด็ก ทว่าอารมณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นและหายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่รอยยิ้มหวานจะเผยออกมา“งั้นหนูนาบอกเอง ตอนนี้ยัยครีมกับพี่โซ่เป็นแฟนกันแล้วค่ะ ข่าวดีไหมคะ”“อืม”มาเฟียหนุ่มยกยิ้มมุมปากให้กับคนตัวเล็ก อย่างน้อยคนที่เคยชอบน้องสาวของเขาก็ถูกตัดออกไปหนึ่งคน หนูนาเอนศีรษะพิงต้นแขนของพี่ชายดังเดิมทั้งสองคุยเล่นกันแผ่วเบาในรถหรูครู่หนึ่ง คนเมาก็ผล็อยหลับไป จนกระทั่งกลับไปถึงคฤหาสน์ หนูนาก็ถูกปลุกให
ทิศเหนือไม่แสดงสีหน้าหรือเอ่ยคำใดต่อจากนั้น เขาลุกออกจากเก้าอี้ แล้วเดินออกไปจากห้องประชุม พลันทำให้รองประธานบริษัทและเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหายใจคล่องขึ้นมาหน่อยเดินพ้นประตูไปได้ไม่กี่ก้าว มาเฟียหนุ่มก็เหลียวใบหน้าไปด้านข้างเล็กน้อย เอ่ยออกคำสั่งกับลูกน้องคนสนิท“ติดต่อทนายฝีมือดีมาคอยจัดการเรื่องทั้งหมดแทนน้องสาวของกูด้วย”“ไม่เรียกใช้ทนายประจำตระกูลเหรอครับ”“กูไม่อยากให้พ่อรู้เรื่องนี้ ส่วนมึงก็อยู่ที่นี่ คอยจับตาดูให้แน่ใจว่าไอ้ธีร์ถูกคุมขังแล้วค่อยกลับ”“ครับ”“มีอีกเรื่อง”ทิศเหนือหมุนตัวไปยืนอยู่ตรงหน้าสิงห์ มือหนาตบลงบนบ่าของลูกน้องคนสนิท ก้าวเท้าเข้าไปยืนอยู่ด้านข้าง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาลง“เรื่องของกูกับหนูนา ไม่ว่ามึงจะได้ยินหรือรับรู้อะไร ห้ามปากโป้งเด็ดขาด”เขาผละตัวออก ตวัดสายตาคมจ้องใบหน้าของสิงห์ด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด อีกฝ่ายก็เอ่ยตอบ“ครับ เรื่องของเจ้านายผมจะไม่พูดแม้แต่คำเดียว ถ้าไม่ได้รับอนุญาต”มาเฟียหนุ่มได้รับคำตอบอันพึงพอใจจากคนที่เขาไว้ใจมากที่สุด จากนั้นก็เดินทางกลับโดยให้ลูกน้องอีกคนมารับหน้าที่ขับรถแทนสิงห์ชั่วคราว แล้วไล่กลับทันทีเมื่อรถหรูจอดส
“ผะ ผม…”ธีร์ส่ายหน้ารัว ๆ ไม่อยากยอมรับผิด ทว่าสติอันน้อยนิดก็ได้ผุดความคิดหนึ่งขึ้นในหัว หากไม่ยอมรับออกไปก็ไม่รู้ว่าจะต้องโดนอะไรอีกบ้าง เกรงว่าแม้แต่ชีวิตก็คงต้องจบลงที่บริษัทแห่งนี้“ผมขอโทษ ผมสาบานว่าจะไม่ทำแบบนี้กับใครอีกแล้ว ให้อภัยผมเถอะนะครับ ผมกลัวแล้ว”ธีร์ยอมรับผิด แต่ไม่ได้พูดถึงความผิดของตัวเอง“คุณทำอะไรผิดกันแน่ คุณธีร์ รีบบอกมาสิ” เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลเริ่มคาดคั้น“ตอบมาตามความจริง ไม่อย่างนั้นผมจะปกป้องคุณได้ยังไง”รองประธานบริษัทที่เป็นชายวัยกลางคนเอ่ยกับคนของตัวเอง ก่อนจะถูกสายตาคมดุของมาเฟียหนุ่มจับจ้อง พลันขนลุกวาบไปทั่วทั้งตัว“ใครก็ปกป้องมันไม่ได้ทั้งนั้น”ทิศเหนือหันกลับมา หลุบตามองคนที่กล้าทำลายอนาคตน้องสาวของเขา มือหนาเลื่อนไปกระชากเสื้อบริเวณแผงอกของอีกฝ่าย แล้วเอ่ยถามย้ำเสียงกร้าวเพื่อให้โอกาสอีกครั้ง“มึงจะสารภาพไหม”“ฮึก ผะ ผมผิดไปแล้ว ผมเป็นคนรับเงินมาจากไอ้วัฒนา แล้วพาเด็กฝึกงานไปส่งให้มันเอง แต่ผมสาบานได้ว่า ผมไม่เคยแตะต้องน้องสาวของคุณเลยสักครั้ง”“มึงไม่ได้แตะต้องน้องสาวของกูก็จริง แต่น้องกูเกือบตกเป็นเหยื่อสนองตัณหาของไอ้เวรนั่น แล้วยังมีเด็กฝึกงาน







