LOGINเวินหร่านทานอาหารมื้อนั้นจนหมดด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นในใจ“ฉันอิ่มแล้วค่ะ”ตอนนี้มีหนทางให้เธอเลือกอยู่แค่สองทางเท่านั้นทางแรกคือสารภาพกับซางเลี่ยรุ่ยตามตรงไปเลยว่าเธอกับฟู่จิ่งเฉิงหย่ากันเรียบร้อยแล้วหรือไม่ก็ตัดขาดความสัมพันธ์กับซางเลี่ยรุ่ยเสียตั้งแต่ตอนนี้ จะได้ตัดปัญหาความยุ่งยากในอนาคตออกไปด้วย ไม่อย่างนั้นอีกหนึ่งเดือนให้หลัง หากซางเลี่ยรุ่ยไปหาฟู่จิ่งเฉิงจริง ๆ ล่ะก็ ทุกอย่างคงจบเห่แน่ ๆ “ไปกันเถอะ!”ซางเลี่ยรุ่ยลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงเข้ามาหาเธอทันทีเขาโอบไหล่ของเธอไว้ เตรียมจะพาเธอกลับทว่าเวินหร่านกลับหยุดฝีเท้าลง “ยังไม่ได้จ่ายเงินเลยนะคะ”มื้อนี้ตกลงกันไว้แล้วว่าเธอจะเป็นคนเลี้ยงก่อนหน้านี้เธอยังนึกเสียดายเงินค่าอาหารมื้อนี้จนเจ็บแปลบในอกอยู่เลยแต่ตอนนี้กลับมีเรื่องที่ชวนให้ปวดหัวยิ่งกว่ารออยู่อย่างมากก็แค่รูดบัตรเครดิตเธอดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ยากเกินรับมือเท่าไรนักซางเลี่ยรุ่ย “ผมจ่ายไปเรียบร้อยแล้ว”เวินหร่านชะงักงันเธอหันกลับไปมองเขาด้วยความประหลาดใจ “คุณว่าอะไรนะ? คุณจ่ายไปแล้วเหรอ?”เขาจ่ายเงินไปตั้งแต่ตอนไหนกัน?ทำไมก่อนหน้านี้เธอถึงไม่สัง
แววตาของซางเลี่ยรุ่ยร้อนแรงราวกับเปลวเพลิง “หมายความว่า ผมอยากให้คุณมาเป็นแฟนผมยังไงล่ะ!”นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเอ่ยปากขอเธอเรื่องนี้เขาหวังอยากจะให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาสามารถเปิดเผยต่อที่สาธารณะได้ไม่ใช่แค่จำกัดอยู่แค่เรื่องทางกายเพียงอย่างเดียวเวินหร่านอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว “แต่ก่อนหน้านี้เราตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอคะ ว่าต่างฝ่ายต่างแค่ช่วยสนองความต้องการทางกาย ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องอื่น?”ใจของซางเลี่ยรุ่ยจมดิ่งลงเล็กน้อยสีหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวังจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ “คุณนอนกับผมตั้งหลายครั้ง ไม่เคยคิดในแง่มุมอื่นกับผมสักนิดเลยเหรอ?”เขาว่ากันว่าผู้หญิงมีเซ็กส์เพราะความรักทำไมเธอถึงไม่ใช่แบบนั้นล่ะ? “ไม่คิดค่ะ!” เวินหร่านตอบกลับโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยหากจะพูดให้ถูก ไม่ใช่ว่าไม่คิดเลย แต่เธอไม่กล้าคิดต่างหากเธอกลัวว่า หากตัวเองเกิดมีความคิดเรื่องอื่นขึ้นมา เธอจะถอนตัวไม่ขึ้นและสายเกินแก้ทำได้เพียงเตือนสติตัวเองอยู่เสมอว่า ระหว่างเธอกับซางเลี่ยรุ่ยนั้นไม่มีทางเป็นไปได้บริเวณอกซ้ายของซางเลี่ยรุ่ยเจ็บแปลบขึ้นมาราวกับถูกกระแทกอย่างแรงไม่คิดเลยงั้นเหรอ?เธอไม
ใจเธอกำลังสับสนตีกันยุ่งเหยิงซางเลี่ยรุ่ยเห็นเธอชักช้าไม่ยอมสั่งอาหารเสียทีจึงอดที่จะเอ่ยปากทักไม่ได้ “สั่งไม่เป็นเหรอ? งั้นให้ผมช่วยสั่งให้ไหม?”พูดจบโดยไม่รอให้เวินหร่านอ้าปากตอบ เขาก็เอ่ยชื่อเมนูอาหารขึ้นชื่อหลายรายการกับบริกรอย่างคล่องแคล่วพอเวินหร่านได้ยินปุ๊บ เธอพลันปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันทีรายชื่ออาหารที่เขาเอ่ยออกมาล้วนแต่เป็นเมนูที่แพงที่สุดในร้านทั้งสิ้นนี่เขาจงใจอยากให้เธอล้มละลายชัด ๆ แต่ในเมื่อเธอเป็นคนเอ่ยปากเองว่าจะเลี้ยง จะให้บอกเขาว่าอย่าสั่งของแพงหรืออย่าสั่งเยอะก็จะไม่ดีสักเท่าไรทำได้เพียงจำใจยอมรับมันไว้ทั้งหมดทว่าในใจกลับรู้สึกหนักอึ้งราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูกไม่นานนักบริกรก็ทยอยยกอาหารที่พวกเขาสั่งมาเสิร์ฟจนครบทั้งที่เป็นภัตตาคารอาหารตะวันตกสุดหรู มีเพียงพวกเขาสองคนกับดินเนอร์ใต้แสงเทียนสุดโรแมนติกแถมอาหารที่ทานก็เป็นสเต็กเนื้อชั้นดีและไวน์แดงที่ปกติหาทานได้ยากแต่พอคิดถึงราคาของมื้อนี้แล้ว เวินหร่านกลับกลืนไม่ลงเอาเสียเลย“คุณไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใครใช่ไหม?”ซางเลี่ยรุ่ยกำลังหั่นสเต็กอยู่ จู่ ๆ ก็เงยหน้าขึ้นมองเธอเวินหร่านชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อ
“กำลังคิดอะไรอยู่?” เขาอดไม่ได้ที่จะโอบกอดเธอพร้อมกับเอ่ยถามลางสังหรณ์บอกเขาอยู่เสมอว่าเธอกำลังมีเรื่องให้กังวลใจ“คิดถึงคุณค่ะ” เวินหร่านหลุดปากพูดออกมาโดยไม่รู้ตัวสีหน้าของซางเลี่ยรุ่ยพลันฉายแววเซอร์ไพรส์ขึ้นมาทันที“ไม่นึกเลยว่าคุณจะคิดถึงผมขนาดนี้”เขาประคองแก้มของเธอให้หันมาหา ก้มลงประทับจูบบนเรียวปากสีแดงระเรื่อจนกระทั่งเรียวลิ้นของเขาแทรกซึมเข้ามาในโพรงปาก เวินหร่านถึงได้สติว่าเมื่อครู่ตนเองพูดอะไรออกไปเธอเผลอยอมรับต่อหน้าเขาเนี่ยนะว่าคิดถึงเขา?มิน่าเล่า ซางเลี่ยรุ่ยถึงได้ควบคุมตัวเองแทบไม่อยู่!“พอได้แล้วค่ะ หยุดจูบได้แล้ว!”เวินหร่านถูกเขาจูบจนแทบจะขาดอากาศหายใจกว่าจะหอบหายใจแล้วผลักเขาออกไปได้ซางเลี่ยรุ่ยยกยิ้มมุมปาก “ไม่ใช่ว่าคุณคิดถึงผมหรอกเหรอ? งั้นผมจะให้คุณจูบให้หนำใจไปเลย”เวินหร่านหน้าแดงก่ำค้อนใส่เขาด้วยความหมั่นไส้ไหนเลยจะเป็นเขาที่ให้เธอจูบจนหนำใจ?เห็นได้ชัดว่าเป็นเขาต่างหากที่จูบเธอจนหนำใจทว่าในจังหวะนั้น รถหรูคันดังกล่าวก็จอดสนิทในตอนแรกเวินหร่านนึกว่าซางเลี่ยรุ่ยรีบร้อนพาเธอกลับไปที่คฤหาสน์เพื่อทำเรื่องนั้นเสียอีกคาดไม่ถึงว่ารถหรูจ
เวินหร่านกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ขอโทษด้วยค่ะ ฉันทำไม่ได้!”ฟู่ตานฉิงคาดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิดด้วยซ้ำ“เธอว่ายังไงนะ?”เวินหร่านจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย “ฉันบอกว่า ฉันทำไม่ได้ค่ะ!”ซางเลี่ยรุ่ยเป็นบอสของเธอพวกเขาก็เป็นพนักงานบริษัทเดียวกัน ต้องเจอหน้ากันอยู่ทุกวันอย่างไรก็ตาม ในอนาคตจะไม่ให้เจอหน้าเขาอีกได้อย่างไร?คำขอข้อนี้ของอีกฝ่ายช่างไร้สาระสิ้นดีรูม่านตาของฟู่ตานฉิงหดเกร็ง “เธอ... เธอคิดจะตื๊ออารุ่ยไปถึงไหนกัน?”เวินหร่านแค่นหัวเราะออกมา “ทำไมคุณถึงคิดว่าเป็นฉันที่คอยตื๊อซางเลี่ยรุ่ย ไม่ใช่ซางเลี่ยรุ่ยที่มาคอยตื๊อฉันล่ะคะ?”ฟู่ตานฉิงหุบยิ้มลงทันที “นี่เธอกำลังพูดจาไร้สาระอะไรอยู่? ด้วยเงื่อนไขของซางเลี่ยรุ่ย จะต้องมาพิศวาสผู้หญิงอย่างเธอคนเดียวหรือยังไง?”ประโยคนี้มีเพียงตัวเธอเองเท่านั้นที่รู้ว่าเธอกำลังร้อนตัวแค่ไหนด้วยนิสัยของซางเลี่ยรุ่ยแล้ว หากเป็นผู้หญิงคนอื่นก็คงไม่มีทางเริ่มต้นด้วยซ้ำ“ในเมื่อเป็นแบบนั้น สู้เธอไปหาซางเลี่ยรุ่ยด้วยตัวเองเลยดีไหมล่ะ ไปเสนอตัวกับเขาแล้วเปลี่ยนมาเป็นคู่นอนของเขาแทน ถ้าเขาตกลง ฉันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
เวินหร่านเผลอโต้แย้งโดยอัตโนมัติ “ฉันยอมรับแค่ว่าฉันกับซางเลี่ยรุ่ยมีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างลึกซึ้งจริงค่ะ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ฉันที่เป็นฝ่ายยั่วยวนเขาแน่นอน อีกอย่าง เขาก็ยังไม่ได้เป็นคู่หมั้นของคุณเสียหน่อยไม่ใช่เหรอคะ?”ฟู่ตานฉิงโกรธจนอกแทบระเบิด “ใช่ ตอนนี้พวกเรายังไม่ได้หมั้นกันก็จริง แต่ผู้ใหญ่ทางฝั่งครอบครัวของเขามีเจตนาจะยกฉันให้แต่งงานกับเขามาโดยตลอด! ฉันกับเขาลงเอยด้วยการแต่งงานกันมันเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้นแหละ!”เวินหร่าน “งั้นก็แปลว่าพวกคุณยังไม่ได้คบหากันเป็นทางการสินะคะ?”ฟู่ตานฉิงกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น จนอดไม่ได้ที่จะต่อว่าออกมาเสียงดัง “นี่คือประเด็นสำคัญงั้นเหรอ? ประเด็นสำคัญคือเธอรู้ทั้งรู้ว่าฉันชอบเขา แถมตอนแรกยังเป็นฉันเองที่ขอร้องให้เธอช่วยสืบช่วยฉันจีบเขา แต่เธอกลับกลายมาเป็นคนฉวยโอกาสแทงข้างหลัง แอบไปลักกินขโมยกินกับเขาซะเอง เวินหร่าน เธอนี่มันหน้าไม่อายและไร้มนุษยธรรมเกินไปหน่อยแล้วมั้ง”เธอรู้ดีว่าผู้ชายที่มีเพอร์เฟกต์และเพียบพร้อมอย่างซางเลี่ยรุ่ย ย่อมมีผู้หญิงรายล้อมรอบตัวไม่ขาดสายเป็นธรรมดาแต่เธอกลับไม่คาดคิดเลยจริง ๆ ว่า ผู้หญิงคนสุดท้ายที่เขาจะเล
เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส
เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้
หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ
“ถอดออกแล้วนอนลงไปครับ!”ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายหนุ่มหัวใจของเวินหร่านกระตุกวูบเธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปติดโรคที่น่าอับอายจนพูดไม่ออกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่พออาการกำเริบก็จะรู้สึกต้องการอย่างมากจนถึงขั้นไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบอย่างหนัก







