Home / โรแมนติก / ประกาศิตซาตาน / ๑ แค่สบตาก็ถูกใจ (๓)

Share

๑ แค่สบตาก็ถูกใจ (๓)

Author: Kaowsethong
last update Last Updated: 2026-02-25 17:16:32

ไม่ว่าเธอจะก้าวเดินไปส่วนไหนของเวที สายตาของเขาก็มักจะไปตามไปเสมอ ตนรู้ดีว่าเธอคงไม่ได้มองลงมาข้างล่างหรือโฟกัสจุดใสจุดหนึ่งเพราะต้องตั้งสมาธิกับการแสดง ทว่าลึกลงไปในใจก็อยากให้หยิงสาวมองกันบ้าง

ความรู้สึกมันเกิดขึ้นโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเป็นแบบนี้ได้อย่างไร...

แล้วอารมณ์เหล่านี้คืออะไร...

“อ้าองค์พระพุทธา ตัวข้าบุษบาขอกราบวิงวอน ข้าสวดมนต์ขอพระพรวิงวอนให้หทัยระเด่นปรานี รักอย่าเคลือบแฝง ดังแสงเทียนริบหรี่ ขอองค์ระเด่นมนตรี โปรดมีจิตนึกเมตตา ขอเทียนที่เสี่ยงทาย ดลให้คนรักข้า รักเพียงแต่ บุษบา ดั่งข้านี้ ตั้งใจ....”

การแสดงจบลงไปแล้วโดยที่นางรำยังคงค้างท่าสุดท้ายเอาไว้ ก่อนจะเดินเข้าไปหลังม่านอย่างพร้อมเพรียงสวยงาม โดยไม่รับรู้ถึงสายตาของร่างสูงที่มองไปจนสุดเวทีหวังจะได้เห็นดวงหน้าสวยอีกครั้งกลับพบเพียงความว่างเปล่า จนต้องถอนหายใจนึกเสียดาย

ไม่รู้ว่าเขายืนอยู่ตรงนี้นานเท่าไหร่ เหม่อลอยไปไกลแค่ไหนกระทั่งไม่รับรู้ว่ามารดามายืนอยู่ข้างกายสักพักแล้ว ท่านจึงต้องเป็นฝ่ายเอ่ยเพื่อเรียกสติคนที่กำลังสติหลุดลอยไปไกล หลังจากได้ชมการแสดงสุดพิเศษแววตาง่วงเหงาก็แปรเปลี่ยนเป็นสดชื่นขึ้นมาทันตา

            “คนที่เป็นบุษบาสวยดีนะ” สะดุ้งหันมองท่านเหมือนเรียกสติตัวเองกลับมาอีกครั้ง

            กระแอมในลำคอแล้วตีหน้าขรึมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่แววตาของชายหนุ่มฉายชัดถึงความเสน่หาต่อหญิงสาวผู้เป็นนางบุษบาอย่างชัดเจน ไม่รู้ว่าคุณมาลาตีมองออกหรือเปล่า แต่เขาคิดว่าตัวเองเก็บความรู้สึกเก่งพอสมควร

            ท่านไม่น่าจะรู้หรอก...

            “ครับ...อะไรนะครับ คุณแม่ว่าอะไร” ถามอีกครั้งแม้จะได้ยินในตอนแรกว่าท่านพูดอะไร ยกมือขึ้นกอดอกพลางย่นหัวคิ้วเข้าหากัน ทำหน้าเครียดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนจนคนเป็นแม่ถึงกับหลุดหัวเราะกับลูกชายที่เก็บอาการไว้ไม่ไหว

            เพิ่งเคยเห็นธนนท์ปภพเสียอาการเป็นครั้งแรก จึงได้ถามเหมือนต้องการจี้จุดอีกฝ่าย ยิ่งทำให้เขาไม่รู้ว่าจะทำหน้าหรือตอบอย่างไร คิดหาทางเอาตัวรอดให้ตัวเองทันที

            “แม่ว่าบุษบาสวยดี”

            “อ่า ครับ” พยักหน้าเห็นด้วยอย่างลืมตัว เพราะคิดว่าบุษบาสวยจริงอย่างที่ท่านกล่าว

            ไม่รู้ว่าสวยเพราะแต่งหรือเปล่าแต่ทุกอย่างที่เป็นเธอสะกดให้เขามองไม่ขลาดสายตา เผลอยกยิ้มยามคิดถึงท่วงท่าอ่อนช้อยยามร่ายรำ พยายามเม้มปากไม่ให้แสดงอาการมากเกินไปแต่ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้ว เพราะคุณมาลาตีเห็นหมดทุกอย่าง

            บุตรชายของท่านเสียท่าให้นางบุษบาเสียแล้ว...

            “โรงแรมเรามีโชว์แบบนี้ด้วยเหรอ ผมไม่เห็นทราบมาก่อนเลย” หันมาถามด้วยความอยากรู้ เหมือนว่าเขาจะต้องการทราบถึงเรื่องราวของหล่อน ไม่รู้อีกฝ่ายชื่ออะไรแต่อยากรู้ว่านางบุษบาจะมารำที่นี่อีกหรือเปล่า

            เขาจะได้จองพื้นที่เอาไว้เพื่อชมเธอโดยเฉพาะ แน่นอนว่าเขาไม่ได้บอกความคิดของตัวเองออกไป ทำเพียงแค่เก็บข้อมูลอย่างเดียว

            “ก็แล้วแต่ว่าลูกค้าจะต้องการอะไร คุณพราวขอมาว่าอยากให้มีการรำที่น่าสนใจเพราะคนที่มาส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ แม่เลยให้คนไปจัดการหาโชว์น่าประทับใจ สุดท้ายก็ได้บุษาเสี่ยงเทียนมา” เหมือนว่าฟังหูซ้ายทะลุหูขวามากกว่า หัวใจเริ่มห่อเหี่ยวเมื่อคิดว่าอาจจะไม่ได้พบหญิงสาวอีก

            “ครับ” เขาตอบรับเสียงเบาแล้วขอตัวขึ้นไปทำงาน

            ดวงตาเหม่อลอยขณะเดินออกจากห้องจัดเลี้ยง หัวใจกลับมาเต้นเป็นจังหวะปกติอีกครั้ง เขาไม่เคยเชื่อในรักแรกพบเพราะคิดว่ามันเกินจริงมากไปหน่อย คนเราจะรักตั้งแต่พบหน้าได้อย่างไรโดยที่ไม่ศึกษานิสัยใจคอกันก่อน

            แล้วเหตุการณ์พวกนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นกับตนเลยสักครั้ง อย่างมากก็แค่ถูกใจแล้วจบลงบนเตียงก่อนแยกย้ายในวันต่อมา ทว่ากับคนนี้เขารู้ดีไม่อยากให้มันจบ ยังอยากมองเธอต่อไปเรื่อยๆ ยิ่งได้มองก็เหมือนมีกำลังใจในการใช้ชีวิต เวลาไม่ถึงชั่วโมงเปลี่ยนเขาคนเก่าได้มากขนาดนี้จนชายหนุ่มนึกสงสัย

            ว่าทำไมหล่อนถึงมีอิทธิพลต่อใจของตนนัก...

            ขายาวก้าวไปตามทางก่อนจะเดินลงบันไดเพื่อออกจากส่วนงานจัดเลี้ยง เขาไม่ได้ยินเสียงที่จะโกนเรียกจากทางด้านหลัง กำลังคิดถึงเรื่องของผู้หญิงที่วิ่งวนในหัวไม่หยุด กระทั่งได้ยินเสียงที่ดังใกล้จึงได้เหลียวมองก่อนที่ดวงตาคมจะเบิกกว้าง

            “คุณ คุณคะ!”

            นางบุษบา...ทำไมเธอมาอยู่ที่นี่!

            “ครับ” เขาไม่รู้ว่าเผลอทำสีหน้าอย่างไร แต่ทุกครั้งที่ประหม่าตนมักจะทำหน้าขรึมแล้วมันยิ่งทำให้คนที่เข้ามาคุยด้วยนึกกลัว เธอเองก็คงไม่ต่างจากคนอื่น

            ทว่าสิ่งที่เห็นคือคนตรงหน้าเลือกจะก้าวเข้ามาใกล้ ชุดที่สวมคือไปรเวทไม่ใช่ชุดนางรำเหมือนสวมบนเวที ถอดเครื่องหัวออกเหลือเพียงผมตรงยาวดำขลับถึงกลางแผ่นหลัง พร้อมกับกลิ่นหอมจากตัวของเธอที่โชยมาจนเขาเผลอกลั้นลมหายใจ

            ยิ่งได้อยู่ใกล้ก็เหมือนจะไม่เป็นตัวเองมากกว่าเดิม...

            “คุณทำเงินตกหรือเปล่าคะ” แบงก์สีเทายื่นมาตรงหน้าเขา ดวงตากลมใสจ้องชายหนุ่มตาแป๋วทำเอาหัวใจไม่รักดีเต้นรัวจนต้องกำมือแน่น ยิ่งภายในปั่นป่วนมากเท่าใดสิ่งที่เขาแสดงออกก็ยิ่งนิ่งมากเท่านั้น จนคล้ายกับเขากำลังแสดงความโกรธ

            “ไม่ใช่ของผม” น้ำเสียงที่ตอบค่อนข้างแข็งกร้าวอย่างเห็นได้ชัด ร่างบางเริ่มทำตัวไม่ถูกเหมือนถูกตอกลับจนหน้าเจื่อน

            “เอ่อ...ถ้าอย่างนั้น...เอายังไงดีคะ” ลดมือลงแนบข้างลำตัว

            ชายหนุ่มเห็นอย่างนั้นก็รู้ทันทีว่าตัวเองกำลังจะทำพลาด เขาจึงรีบเอ่ยอย่างรวดเร็วไม่ให้เธอรู้สึกกลัวตัวเองมากไปกว่านี้

            “ผมไปฝากประชาสัมพันธ์ให้เขาตามหาเจ้าของให้ก็ได้” พอหล่อนได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มกว้างแล้วยื่นเงินให้ชายหนุ่ม ดูจากเสื้อผ้าที่เขาสวมน่าจะเป็นคนรวยคงไม่เอาเงินจำนวนนี้ไปใช้เองหรอก โดยที่เธอไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มแสนหวานของตนกำลังจะฆ่าชายหนุ่มให้ตาย

            “ขอบคุณค่ะ”

            เสียงหวานที่ได้ยินทำเอาเขายืนนิ่งจ้องหล่อน รู้ดีว่าหัวใจเต้นแรงแค่ไหนแต่ยังพยายามสั่งตัวเองไม่ให้เผยพิรุธ ใบหน้าคมยิ่งเคร่งขรึมมากกว่าเดิม สิ่งที่แสดงออกตรงข้ามกับหัวใจอย่างสิ้นเชิง รับเงินจากเธอมาถือเอาไว้แล้วจดจ้องดวงหน้าสวยอยู่อย่างนั้นเหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่างแต่ริมฝีปากกลับปิดสนิท

            “อัญ! กลับพร้อมฉันไหม” เสียงดังขึ้นด้านหลังเธอ ทำให้หล่อนหันไปมองก่อนพบเพื่อนที่รำด้วยกันตะโกนถาม

            “อือ กลับๆ...รบกวนหน่อยนะคะ” หันไปพยักหน้าตอบแล้วกลับมามองชายหนุ่มอีกครั้ง ค้อมศีรษะเล็กน้อยเพราะต้องรบกวนเขาเรื่องคืนเงิน ปิดท้ายด้วยการฉีกยิ้มหวานแล้วค่อยวิ่งกลับไปหาเพื่อนเพราะต้องอาศัยรถอีกฝ่ายเพื่อกลับบ้าน

            ดวงตาคมมองตามแผ่นหลังบางที่ไกลออกไปจนในที่สุดก็หายลับออกจากสายตา สิ่งที่เขาทำคือมองเงินในมือโดยไม่คิดจะให้เงินใบนี้กับใคร มันคือสิ่งของชิ้นแรกที่หล่อนให้ตนก็อยากเก็บเอาไว้มากกว่า พร้อมพึมพำชื่อของหญิงสาวเสียงเบา

            “อัญ...” ได้ยินเพื่อนของหล่อนเรียกเช่นนั้น

            แต่อยากรู้ว่าชื่อเต็มคืออะไรมากกว่า

            “อัญอะไรนะ...” ปากหยักยกยิ้มแล้วเก็บเงินนั้นใส่กระเป๋า ค่อยนำเงินใบอื่นให้คนสนิทเพื่อตามหาเจ้าของ

            ส่วนเงินที่เธอให้นั้น...เขาเอาไว้ดูต่างหน้า

            ไม่รู้ว่าเราจะได้เจอกันอีกหรือเปล่า หญิงสาวอาจจะไม่ได้มารำในโรงแรมอีกแล้วก็ได้ คืนนั้นเป็นคืนแรกที่ชายหนุ่มนอนพลิกไปมาอย่างกระวนกระวาย อยากเจอนางบุษบาอีกสักครั้งแต่ไม่รู้จะตามหาเธอเจอได้จากที่ไหน

            ทำได้เพียงหวังว่าเราจะเจอกันอีกสักครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการบังเอิญหรือตั้งใจ ก็อยากมีโอกาสได้พูดคุยกับเธอ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status