Share

๙ กรงขังใหม่ (๓)

Penulis: Kaowsethong
last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-25 17:32:34

วันที่ต้องไปเมืองหลวงมาถึงอย่างรวดเร็ว งานทุกอย่างเขาจัดการเคลียร์จนหมดแล้ว ศักดิ์ชัยเดินมาเปิดประตูเบาะหลังให้เจ้านายก่อนจะอ้อมไปขึ้นด้านหน้า เขามักจะมาเตรียมตัวที่บ้านเฟื่องรัตน์ภักดีเสมอเพื่อไปทำงานพร้อมอีกฝ่าย ขึ้นรถก็ต้องรายงานตารางในแต่ละวันว่าทำอะไรบ้าง

            สร้างความสะดวกสบายแก่ท่านประธานเป็นอย่างยิ่ง เขาไม่เคยปฏิเสธงานเลี้ยงสังสรรค์แม้ว่าจะไม่อยากไปก็ต้องทำเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีเอาไว้ อาณาจักรที่บิดารับช่วงต่อมาเขาก็ดูแลจนขยายใหญ่และมั่นคง

            มีน้องชายอย่างติณณภพคอยช่วยอีกแรง เขายกโรงแรมให้น้องเป็นผู้ดูแล ซึ่งทำได้ดีพอสมควรจนไม่ต้องห่วง ส่วนตนก็ดูแลเรื่องห้างสรรพสินค้าและสนามกอล์ฟ พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนเงินทุนสำหรับคนที่กำลังจะลงการเมือง เป็นอีกหนึ่งช่องทางของการสร้างอำนาจที่ทำให้เขาก้าวขึ้นมาจุดนี้ได้

            “ช่วงบ่ายไม่มีงานใช่ไหม ผมต้องไปส่งคนเล็กที่กรุงเทพฯ” รถเคลื่อนออกจากบ้านพ้นรั้วอัลลอยด์ขนาดใหญ่ไปตามเส้นทางในหมู่บ้านที่ไม่ค่อยมีคนอาศัย เพราะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลของเขาแทบจะทั้งหมดด้วยซ้ำ

            คนที่ทำงานร่วมกับชายหนุ่มต่างรู้ดีว่าเขาเอาครอบครัวมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะน้องสาวสุดที่รักอย่างหทัยวารินซึ่งเขาเอามาเป็นอันดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าตอนนี้หล่อนจะมีคนรักแล้วก็ตาม แต่พี่ชายยังคงเป็นห่วงและหวงอยู่เสมอ

            คีตภัทร เมธปิยาไม่เหมาะสมกับน้องของเขา แต่เมื่อหล่อนถามกลับว่าใครเหมาะสมเขาก็ตอบไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะธนนท์ปภพไม่มีความคิดอยากให้น้องมีความรักในตอนนี้ กลับไม่อาจต้านทานความต้องการของน้องได้

            เธอบอกชัดเจนว่ารักและเขาก็ไม่ใจร้ายพอจะแยกคนทั้งสองออกจากกัน แค่ให้อยู่ในสายตาก็พอจึงได้เข้าไปคั่นกลางทุกครั้งยามคู่รักนัดดินเนอร์กัน

            “ไม่มีครับ” ตอบเสียงฉะฉานทำให้เขาค่อนข้างพอใจอย่างยิ่ง

            ต้องไปเมืองหลวงเพื่อส่งน้องสาวซึ่งเป็นเรื่องปกติไปแล้ว หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหุ้นระหว่างนั่งรถไปทำงาน แต่แล้วกลับต้องไถลไปตามแรงเบรกของเครื่องยนต์ ดวงหน้าคมฉายแววหงุดหงิดแล้วหันมองคนรถที่รู้สึกผิดเช่นเดียวกัน ขับรถให้ชายหนุ่มมาหลายปีไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาก่อนในชีวิต

            เอี๊ยด!

            “เบรกทำไม” ถามเสียงเข้มพร้อมเอาเรื่องเต็มที่

            “มีเด็กวิ่งตัดหน้ารถครับ” เขามองทางข้างหน้าก่อนพบเด็กชายที่ดูแล้วน่าจะไม่เกินสิบสองปี ใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยคราบน้ำตา ยืนกางแขนขาเพื่อกั้นทางรถเอาไว้ไม่ให้ขับออกไปได้ แค่เห็นก็นึกหงุดหงิดจนต้องให้คนสนิทลงไปจัดการเพื่อจบเรื่อง

            มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไร คงอยากหาเรื่องมาหลอกทรัพย์อย่างแน่นอน เขาจึงไม่คิดสนใจแล้วให้ศักดิ์ชัยเป็นคนแก้ปัญหา

            “ลงไปดูหน่อย” คนสนิทรับคำแล้วรีบลงไปหาเด็กคนนั้น เขาไม่ได้มองว่าจัดการอย่างไรเลือกจะก้มดูหุ้นในพอร์ตของตนแล้วเข้าอีเมลเช็คเอกสารสำคัญ ผ่านไปสักพักเหมือนเรื่องจะไม่จบจึงเงยหน้ามองเหตุการณ์ว่าคลี่คลายหรือยัง

            ก่อนพบว่าคนของตัวเองเดินอ้อมมาเปิดประตูด้านหลัง พร้อมกับโอบไหล่เล็กของเด็กชายเอาไว้ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันทันทีไม่ชอบใจที่ศักดิ์ชัยเปิดประตูรถฝั่งของเขา โดยที่เด็กคนนี้รีบกระโดดขึ้นมานั่งตรงที่ว่างข้างตน พร้อมโผเข้ากอดไม่ทันให้ตั้งตัว

            “คุณหนึ่งครับ...เด็กคนนี้...” ใบหน้าคมเคร่งขรึมตวัดมองคนสนิทที่ยอมให้เด็กคนนี้ขึ้นมาบนรถ เขาพยายามจะผลักอีกฝ่ายออกเพราะกลัวว่าเสื้อผ้าของตัวเองจะเปื้อน แต่ประโยคแรกที่เด็กพูดทำให้ตนต้องชะงัก คิ้วหนาขมวดเข้าหากันทันทีอย่างไม่ชอบใจ รับรู้ถึงน้ำตาเม็ดใหญ่ของหนูน้อยซึ่งไหลเปื้อนเสื้อของตัวเอง

            “พ่อ พ่อครับ! ช่วยแม่ด้วย ช่วยแม่ด้วย ฮือ” คนที่ถูกเรียกว่าพ่อถึงกับหน้าเคร่งกว่าเดิม ไม่สนใจว่าตนจะทำให้เด็กเจ็บหรือเปล่า เขาตัดสินใจแกะมือเล็กออก แล้วพยายามขยับห่างจากคนอายุน้อย ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครและต้องการอะไร

            ดวงตาคมจ้องคล้ายต้องการจะดุ การถูกกล่าวหาว่าเป็นพ่อไม่ใช่เรื่องเล่น ถึงจะมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงก็ป้องกันเสมอ เขาตรวจเช็คทุกครั้งหลังปลดปล่อยไม่เคยพลาดจนมีเด็กโตขนาดนี้มาร้องบอกว่าตนเป็นพ่อ เริ่มสงสัยว่าแม่ของอีกฝ่ายเป็นใคร ทำไมถึงไม่ดูแลลูกให้ดีแล้วปล่อยมารบกวนคนอื่น

            “ฉันไม่ใช่พ่อของเธอ เข้าใจผิดแล้ว” พยายามปฏิเสธแต่ดูเหมือนว่าจะปัดความรับผิดชอบไปไม่พ้นตัว เขาตวัดตามองคนสนิทที่ยืนนิ่งเพื่อรอรับคำสั่ง เป็นการตำหนิทางสายตาอย่างชัดเจน

            “แม่บอกว่าพ่อเป็นพ่อของผม นี่ไงครับรูปแม่ นี่แม่ครับพ่อ” ไม่ใช่เพียงแค่เอ่ยไปเรื่อย แต่เด็กน้อยยังสามารถยืนยันได้อีกต่างหากว่าเขาคือพ่อด้วยการนำรูปของตนกับผู้หญิงที่ไม่ได้พบกันกว่าสิบปีขึ้นมาให้ดูอีกต่างหาก

            เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าถ่ายตอนไหน ก่อนจะเห็นภาพแล้วอดีตทั้งหมดก็ย้อนกลับมา ดินเนอร์บนดาดฟ้าครั้งแรกของเรา รอยยิ้มแสนหวานกับความรู้สึกเปี่ยมไปด้วยรักที่ตอนนี้ถูกลบเลือนไปแทบหมดสิ้น กลายเป็นความเคียดแค้นชิงชังที่เขาไม่เคยลืม

            “อัญ...”

            เป็นเธอจริงด้วย...

            ชายหนุ่มรับรูปมาถือไว้พร้อมกับสลับมองหน้าของเด็กน้อย ดวงตาได้แม่จมูกก็เหมือน รวมโครงหน้าแล้วเหมือนแม่มากกว่าแต่เขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นพ่อจริงหรือเปล่า หล่อนนอนกับผู้ชายมากหน้าหลายตาขนาดนั้นจะมั่นใจได้อย่างไร

            นิ่งเงียบไปสักพักจนเด็กชายทำได้แค่มองร่างสูงตาปริบ เหมือนว่าเขากำลังตัดสินใจบางอย่างที่สำคัญมาก มองหน้าเด็กที่ไม่รู้จักชื่ออย่างกังขาแต่เห็นแววตาไม่น่าจะโกหก ทำให้แววตาของเขาอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด สุดท้ายแล้วตนก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำเกินกว่าจะปล่อยเด็กคนหนึ่งให้ร้องไห้ขอความช่วยเหลือโดยไม่เหลียวแลได้

            “เอายังไงครับคุณหนึ่ง” คนสนิทถามขึ้นเพราะจอดรถข้างทางนานแล้ว

            “ปิดประตู” ไม่ได้ไล่เด็กลงจากรถ กลับเลือกจะสั่งให้ปิดประตูเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายอายุเท่าไหร่แต่คิดว่าน่าจะไม่ต่ำกว่าเจ็ดปี

            “ครับ”

            พาหนะเคลื่อนไปตามเส้นทางข้างหน้าโดยจุดหมายคือบริษัทของเขา ชายหนุ่มยังทำตามกำหนดการณ์เดิมคือเข้าไปทำงานโดยระหว่างทางก็เหลือบมองเด็กที่จ้องตนตาไม่กระพริบ ขยับเข้ามาใกล้แล้วกอดแขนหนาเอาไว้เหมือนต้องการที่พึ่ง ยังคงสะอื้นไห้จนต้องหยิบกระดาษทิชชู่ไปซับน้ำตาและเช็ดน้ำมูก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status