แชร์

๙ กรงขังใหม่ (๒)

ผู้เขียน: Kaowsethong
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-25 17:32:02

“พี่อัญหนีออกจากบ้านแล้วค่ะ ไม่รู้ว่าหนีไปกับผู้ชายคนไหน” ทราบอย่างนั้นก็ไม่พูดอะไร รับฟังอย่างเดียวแล้วพึมพำเสียงเบากับตัวเอง ยอมรับว่าใจหายที่จะไม่เห็นหน้าเธอ ก่อนเปลี่ยนความคิดของตัวเองเป็นสะใจที่หญิงสาวหายออกไปจากชีวิตของตัวเอง

            “หนีออกจากบ้าน...”

            เขาเกลียดที่จะเห็นเธอเล่นละครทำเป็นคนหน้าซื่อทั้งที่จิตใจบิดเบี้ยวแค่ไหน โกรธยามเห็นหล่อนใช้สายตากล่าวโทษตนทั้งที่คนผิดคือตัวเอง เรื่องของเราเริ่มต้นขึ้นด้วยความรักและจบลงที่ความแค้นซึ่งเขาจะไม่มีวันอภัยให้หล่อนเป็นอันขาด

            คนอย่างอัญชิสาเจอแบบนี้ก็ถูกต้องแล้ว...

            “ค่ะ หายไปไม่กลับมาเลย เสื้อผ้าในตู้ก็หมดเกลี้ยง แถมยังขโมยเงินพ่อแม่ไปอีกนะคะพี่หนึ่ง เลี้ยงเสียข้าวสุก!” นั่งฟังคำพูดของอีกฝ่ายอย่างใจเย็นไม่ได้แสดงอารมณ์ ก่อนวางแก้วกาแฟลงพร้อมลุกยืนเต็มความสูง

            ท่าทีของเขาทำให้อรสินีหันไปมองด้วยความสงสัย นั่งคุยกันที่ร้านอาหารอยู่ดีๆ เขาก็ลุกยืนพร้อมจัดทรงเสื้อผ้าให้เข้าที่เหมือนกำลังจะไปไหน แต่สิ่งที่ร่างสูงเอ่ยออกมาทำให้เธอถึงกับเผยอปากค้างด้วยความอึ้งปนช็อค ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องนี้ขึ้นกับตัวเอง

            “ในเมื่อไม่มีอัญ...เราก็ไม่มีความจำเป็นต้องเจอกันอีก” เขาไม่ได้พิศวาสผู้หญิงตรงหน้า เพียงแค่อยากใช้หล่อนเป็นเครื่องมือแก้แค้นก็เท่านั้น คนที่เขาต้องการให้เจ็บปวดไม่อยู่แล้ว เธอจึงหมดความสำคัญไม่จำเป็นต้องสานสัมพันธ์อีกต่อไป

            “หมายความว่ายังไงคะ” ผวาลุกตามแล้วก้าวเข้ามาจับแขนหนาเอาไว้

            “ตามนั้น ฉันไม่ได้คิดจะจริงจังกับเธอหรอก แค่เอามาเป็นหมากแก้แค้นอัญเท่านั้นเองอย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย” ความจริงถูกเปิดเผยทำให้หล่อนถึงกับอึ้งไม่คิดว่าจะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการแก้แค้น อารมณ์สับสนแปรเปลี่ยนเป็นโกรธโมโหจนผลักเขาออก ไม่สนใจว่าตอนนี้ตนอยู่ในร้านอาหารที่มีลูกค้าเข้ามานั่งรับประทานอาหาร

            มีเพียงความอยากเอาชนะอย่างเดียว จึงได้พูดให้เขาเจ็บใจบ้าง แต่ชายหนุ่มกลับไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด

            “พี่ พี่หนึ่ง...ไอ้บ้า!! คิดว่าฉันชอบแกหรือไง! แค่อยากเอาชนะอีอัญเท่านั้นแหละ” เขาวางเงินไว้บนโต๊ะเพื่อจ่ายค่าอาหาร แล้วเดินออกจากร้านไม่สนใจเสียงตะโกนด่าไล่หลัง แต่ใบหน้าคมก็เคร่งขรึมเมื่อได้ยินว่าที่ผ่านมาอัญชิสาไม่ได้มีแค่เขาเพียงคนเดียว

            “สมน้ำหน้าชอบผู้หญิงแรดร่านเอาไม่เลือก ไม่รู้ป่านนี้เป็นเอดส์ตายอยู่ที่ไหน ไอ้โง่!” ประตูรถปิดลงพร้อมกับพาหนะที่เคลื่อนตัวออก ในหัวของเขามีเพียงความโกรธต่อหญิงอีกคนที่หนีหาย หงุดหงิดจนเร่งเครื่องยนต์ขับไปตามเส้นทางสัญจรอย่างไร้จุดหมาย หวังให้สมองโล่งและผ่อนคลาย

            จากนั้นจึงจัดการเรื่องบ้านของหล่อน โรงงานที่ไร้ประสิทธิภาพไม่คิดจะจ้างไว้อยู่แล้ว เขายกเลิกการผลิตแล้วโจมตีเรื่องคุณภาพ ไม่นานโรงงานก็ปิดตัวลงพร้อมการถูกฟ้องล้มละลาย จนต้องขายทุกอย่างใช้หนี้แล้วบินไปต่างประเทศ

            หลังจากนั้นก็ไม่ได้ทราบข่าวคราวของคนบ้านอนันต์เมษอีกเลย คนเหล่านั้นบอกว่าเขาคือฝันร้ายของครอบครัวตัวเอง...

            นั่นคืออดีตที่ตนลืมเลือนไปแล้วก่อนมันจะกลับมาอีกครั้งเมื่อฝันถึงผู้หญิงที่น่ารังเกียจ เขาไม่รู้ข่าวคราวของเธอและไม่ต้องการจะทราบ จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็เรื่องของหล่อน ตนไม่อยากเอาเข้ามาคิดให้ปวดสมอง

            เขาเลือกจะใช้ชีวิตของตัวเองให้ดี มีครอบครัวอบอุ่นและทำงานให้ประสบความสำเร็จ...

            “ถึงบ้านแล้วครับ” ค่อยลืมตาเชื่องช้าเมื่อรถยนต์จอดลงหน้ามุข ประตูถูกเปิดออกก่อนก้าวเท้าลงจากรถด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่ก็ต้องปรับสีหน้ายิ้มอ่อนโยนเมื่อเจอน้องสาววิ่งออกจากห้องครัวเพื่อมาต้อนรับพี่ชายคนโต

            “พี่หนึ่งกลับมาแล้ว” หทัยวารินยิ้มกว้างแล้วเข้ามากอดแขนเขา คนที่แข็งกระด้างมักเผยความอ่อนโยนกับน้องน้อยเสมอ แม้ว่าตอนนี้หล่อนจะเข้าสู่วัยเบญจเพสทั้งยังมีแฟนแล้วก็ตาม ในสายตาของเขาก็ยังดูเด็กมาอยู่ดี

            “เป็นยังไงบ้างคะ วันนี้ทำงานเหนื่อยหรือเปล่า” ลูบศีรษะมนแล้วถามไถ่

            “ไม่เหนื่อยค่ะ...สบายมาก” เธอทำงานร้านอาหารต่อจากมารดาผู้ล่วงลับ เปิดหลายสาขาแล้วตอนนี้ก็คิดจะขยับขยายอีก เพียงแต่ต้องรอการอนุมัติจากพี่ชายเสียก่อน ตอนนี้จึงทำอะไรไม่ได้มากนัก

            เธอพาพี่ชายเดินไปนั่งยังห้องนั่งเล่น ก่อนแม่บ้านจะนำน้ำมาเสิร์ฟ เขาหยิบแก้วมาถือแล้วดื่มน้ำเย็นดับกระหาย ค่อยหันมาหาคนที่จ้องตนตาไม่กระพริบ เหมือนต้องการพูดอะไรบางอย่างและตนก็พอจะเดาออก

            “พี่หนึ่งขา...” เสียงหวานกับสายตาออดอ้อน เห็นแล้วก็เรียกรอยยิ้มจากตนได้เป็นอย่างดี จนนึกเสียดายที่อีกไม่นานน้องคนเล็กจะออกเรือน แต่เขาไม่ให้วันนั้นมาถึงเร็วหรอกถ้ายังไม่มั่นใจว่าฝ่ายชายจะดูแลน้องสาวของตนอย่างดี

            “มีอะไรคะ”

            “ศุกร์นี้...” แค่เกริ่นก็ทราบทันที จึงรีบตอบรวดเร็ว

            “เดี๋ยวพี่ไปส่งค่ะ จะไปทำธุระด้วยพอดี” รอยยิ้มหวานเปลี่ยนเป็นยิ้มเจื่อนไม่กล้าพูดอะไรมาก จะปฏิเสธก็ไม่ได้กลัวว่าพี่คนโตจะน้อยใจ หล่อนจึงทำเพียงพยักหน้ารับทราบไปตามเรื่องแล้วนั่งนิ่งไม่ขยันเจื้อยแจ้วเหมือนเมื่อครู่

            “อ้อ ค่ะ”

            “ไม่อยากให้พี่ไปส่งเหรอ” เขาพอจะมองออกอยู่บ้างว่าน้องไม่อยากให้ตนไปส่ง

            ธนนท์ปภพมักจะเข้าไปแทรกระหว่างคู่รักเสมอ ยอมรับว่าเป็นนิสัยที่ไม่ดีแต่ก็อดห่วงน้องไม่ได้ ยิ่งชายผู้นั้นเคยทำให้หทัยวารินเสียใจ คนเป็นพี่ชายก็ต้องดูแลปกป้องเป็นธรรมดาอยู่แล้ว เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าการแสดงออกของตนมันอาจจะมากไปสักหน่อย จนสร้างความอึดอัดแก่น้องสาว

            “เปล่าค่ะ ไม่ใช่แบบนั้น...กลัวพี่หนึ่งจะเหนื่อยน่ะค่ะ” พยายามหาข้ออ้าง ซึ่งดูไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่ แล้วพี่ชายก็รู้ทัน

            “พี่ไม่เหนื่อย พี่อยากไปส่งคนเล็ก บางทีอาจจะอยู่จนกลับพร้อมคนเล็กเลยก็ได้” ความหวงน้องสาวไม่มีใครเกิน ติณณภพกับมนัสกรยังปล่อยแต่ธนนท์ปภพกลับไม่ยอมให้หทัยวารินได้อยู่ตามลำพังกับแฟนหนุ่ม

            “อ่า...ค่ะ” เธอพยักหน้าหมดคำพูด แอบถอนหายใจเสียงเบาแล้วยิ้มให้พี่เหมือนเดิม เขาเห็นอย่างนั้นก็แอบขำน้องสาว ค่อยวางมือลงบนศีรษะมนพร้อมถามเสียงทุ้ม ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนยามมองคนอายุน้อยกว่า

            “มีอะไรให้พี่กินบ้างคะ”

            “เยอะแยะเลยค่ะ...” รีบชวนร่างสูงเดินเข้าไปในห้องอาหาร พร้อมกับเสิร์ฟของว่างที่ตนลองทำเพื่อเป็นเมนูใหม่ของร้าน ใช้พี่ชายเป็นหนูทดลองแล้วดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเต็มใจเป็นอย่างมาก นั่งกินอย่างเอร็ดอร่อยลืมเรื่องในอดีตที่หวนกลับมาคิดถึงไปจนหมดสิ้น

            เขาควรลืมได้แล้ว ไม่อยากจะจำกระทั่งชื่อของหล่อนด้วยซ้ำ...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status