Share

๙ กรงขังใหม่ (๕)

Penulis: Kaowsethong
last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-25 17:33:11

“ไม่แนะนำตัวเลย ชื่ออะไรน่ะเรา” เขาก้มมองหน้าเด็กชาย ขณะที่อีกฝ่ายดีใจจนยิ้มแก้มปริที่เป็นฝ่ายถูกถามชื่อ เด้งตัวขึ้นนั่งแล้วขยับเข้าไปใกล้บิดา พร้อมแนะนำตัวด้วยวาจาฉะฉานด้วยความภาคภูมิใจกับชื่อของตัวเอง

            “ผมชื่อรวิกานต์ครับ ชื่อเล่นรวิ”

            ชื่อเพราะดีแต่ไม่มั่นใจว่าความหมายคืออะไร เหมือนมันติดอยู่ในหัวจนกระทั่งเขาคิดออกว่ารวิแปละว่าดวงอาทิตย์

            ไม่รู้ทำไมหญิงสาวจึงตั้งชื่อนี้ให้ลูก อาจจะอยากให้เป็นแสงอาทิตย์ในชีวิตของตนก็ได้ แต่มันกลับทำให้เขานึกถึงดินเนอร์ครั้งแรกของเราที่ได้นั่งมองพระอาทิตย์ตกด้วยกัน จนต้องสะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกให้หมด

            “รวิ...”

            เป็นครั้งแรกที่ชื่อของตนออกมาจากปากคนเป็นพ่อ ทำให้เด็กน้อยยิ้มกว้างมีความสุข ก่อนจะเอ่ยเจื้อยแจ้วเล่าให้ฟังว่ารู้จักบิดาได้อย่างไร

            “พ่อชื่อพ่อหนึ่ง ผมเคยอ่านข่าวพ่อหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยๆ พ่อหล่อมากๆ เลยครับ” แอบดูรูปที่แม่เก็บไว้อย่างดี แล้วตามหาประวัติจนรู้ว่าเป็นนักธุรกิจมากความสามารถในจังหวัดซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง อยากเจอหน้าพ่อสักครั้งแต่รู้ว่าทั้งสองแยกทางกันจึงไม่คิดจะไปหา

            กระทั่งมีเรื่องเกิดขึ้นกับแม่ถึงได้ตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากบ้าน

            เด็กชายรวิกานต์ อนันต์เมษรักแม่มากจนยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ท่านออกจากกรงขังนั้น ไม่ว่าจะเสี่ยงมากแค่ไหนก็ตาม

            “หึ มั่นใจได้ไงว่าฉันเป็นพ่อ แม่เธอบอกหรือไง” คำก็พ่อสองคำก็พ่อ ฟังแล้วระคายหูจนอดไม่ได้ที่จะถาม

            “แม่ไม่ได้บอกหรอกครับ แต่ผมเห็นแม่มองรูปพ่อแล้วร้องไห้ทุกครั้งเลย ผมลองถามแม่ก็ไม่ยอมบอกเลยลองหาข้อมูลของพ่อนิดหน่อย” ไม่น่าเชื่อว่าอายุแค่นี้จะฉลาดจนหาข้อมูลทุกอย่างเอง เขาไม่อาจประมาทเด็กตรงหน้าได้เลย

            “แม่เธอแค่รู้สึกผิดเพราะทำฉันเจ็บแสบมากน่ะสิ” เขาเลือกจะบอกปัดทันที

            “เปล่านะครับ ผมรู้ว่าแม่รักพ่อ” เด็กชายพยายามแก้ไขความเข้าใจผิด ถึงไม่รู้ว่าผู้ใหญ่มีเรื่องกันมาก่อนก็ตาม ยังพยายามจะอธิบายแต่เหมือนว่าร่างสูงไม่พร้อมจะรับฟัง เลือกดันให้รวิกานต์นอนหนุนตักตัวเองเหมือนเดิม

            “นอนไปเถอะ ถึงแล้วจะปลุก”

            “ครับ”

            เขานั่งนิ่งตลอดการเดินทาง ไม่ชวนคุยทำให้ห้องโดยสารตกอยู่ในความเงียบ ก้มมองเด็กน้อยอีกครั้งก็พบว่าหลับไปแล้ว กระทั่งรถยนต์มาจอดหน้าสถานีตำรวจจึงค่อยยกศีรษะมนลงจากตักของตัวเอง ไม่ลืมฝากเด็กไว้กับคนรถที่น้อมรับคำสั่งเสมอ

            “ฝากดูเขาหน่อยนะครับ ถ้าตื่นค่อยพาเข้าไปข้างใน”

            “ครับคุณหนึ่ง” คนรถรับคำอย่างแข็งขัน ชายหนุ่มจึงลงจากรถแล้วติดกระดุมเสื้อสูทสีสุภาพก่อนเดินเข้ามาในโรงพัก ท่วงท่าสง่างามกับความน่าเกรงขามทำให้หลายคนหันมามอง เขาเลือกจะเข้าไปพูดคุยกับตำรวจที่นั่งอยู่ด้านหน้า

            “สวัสดีครับ...ผมมาประกันตัว...อัญชิสาครับ” กล้ำกลืนฝืนเอ่ยชื่อของผู้หญิงที่ตนแสนจะเกลียด

            “ไม่ทราบว่าเป็นอะไรกันครับ” ไม่แปลกที่จะถูกถามแต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะเอ่ยถึงความสัมพันธ์ซับซ้อนของพวกเราว่าอย่างไร ก่อนจะเอ่ยออกไปคนรู้จักก็เดินเข้ามาทัก เขาจึงหันไปมองแล้วรีบยกมือไหว้ท่านอย่างรวดเร็ว

            “อ้าวหนึ่ง มาได้ยังไง”

            “สวัสดีครับคุณอา...”

            หลังจากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องของผู้กำกับการประจำสถานีเพื่อพูดคุยเรื่องสำคัญ โดยที่คนซึ่งถูกคุมขังนั่งหน้าเศร้ากอดเข่าตัวเองเหมือนสิ้นไร้หนทางสู้ ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องทำอย่างไรจึงสามารถออกจากกรงขังได้ ดวงตากลมหม่นเศร้าเหมือนความหวังทั้งหมดพังทลาย

            ไม่รู้ป่านนี้ลูกชายจะเป็นอย่างไรบ้าง ยิ่งคิดก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่อย่างนั้นกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามา พอเงยหน้ามองก็พบตำรวจเดินมาไขกุญแจพร้อมกับเอ่ยประโยคที่น่าตกใจสำหรับหล่อน

            “อัญชิสาออกมาได้ มีคนประกันตัวแล้ว” เธอรีบลุกยืนแล้วเดินเข้าไปถามด้วยความสงสัย ตนไม่ได้รู้จักคนเยอะและส่วนใหญ่เพื่อนที่สนิทสนมกันก็ยังไม่รู้ข่าวด้วยซ้ำ จึงอยากรู้ว่าใครมาประกันตัวเธอออกจากห้องขัง

            “ใครเหรอคะ”

            “นั่นไง” มองไปตามนิ้วที่ชี้ไปยังผู้ชายซึ่งยืนเอามือล้วงกระเป๋ารออยู่หน้าโรงพัก หรี่ตามองครู่หนึ่งเพราะจุดที่เขายืนสะท้อนแสง จำต้องเดินเข้าไปใกล้แล้วดวงหน้าคมก็ปรากฏต่อสายตาของหล่อน ชัดเจนจนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

            “พี่...คุณหนึ่ง”

            เกือบหลุดปากเรียกเขาว่าพี่ด้วยความเคยชิน จึงรีบเปลี่ยนสรรพนามแล้วเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยความตกใจ

            ทำไมธนนท์ปภพจึงมาประกันตัวเธอ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status