Share

บทที่ 5

last update publish date: 2024-12-13 20:20:26

ตอนที่ 4

ผู้ร่วมทางคนใหม่

กว่าฝนจะหยุดตกลงมาก็เป็นเวลาเช้าวันใหม่แล้ว ขบวนเดินทางทั้งสองที่หยุดพักหลบฝนตั้งแต่เมื่อคืนต่างก็พากันเตรียมตัวที่จะออกเดินทางกันต่อแล้ว

ยามนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่งนัก ราวกับว่าเมื่อวานมิได้มีพายุฝนตกหนักมาก่อน ดั่งคำที่ว่าฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ ท้องฟ้าเบื้องหน้าของนางในยามนี้งดงามมากจริง ๆ

กลุ่มก้อนเมฆรวมตัวกันเป็นรูปร่างคล้ายกับปลาทองที่กำลังแหวกว่ายอยู่บนท้องฟ้า

“เสี่ยวหนิง” นางเอ่ยเรียกสาวใช้คนสนิท ที่กำลังตรวจดูสิ่งของที่ถูกลำเรียงขึ้นไปยังรถม้าอย่างตั้งอกตั้งใจ

“เจ้าคะ คุณหนู” นางขานรับคำคุณหนูของตนทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก ก่อนจะเดินไปที่ทางด้านหน้าทางเข้าอารามที่คุณหนูของนางยืนอยู่

“บ่าวมาแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูมีสิ่งใดจะสั่งหรือเจ้าคะ”

“เจ้าลองมองขึ้นไปบนท้องฟ้าดูสิ”

สิ้นเสียงของคุณหนูที่เอ่ยออกมา เสี่ยวหนิงก็เงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าทันที ก่อนจะร้องออกมาเสียงดังด้วยความดีใจ

“บนท้องฟ้า เมฆปรากฏเป็นรูปปลาทอง เป็นมงคลนักเจ้าค่ะคุณหนู”

“ข้ารู้แล้ว จึงได้เรียกให้เจ้ามองอย่างไรเล่า” นางเอ่ยขึ้นพลางยิ้มอย่างเอ็นดูสาวใช้ของนาง

ไม่เพียงแค่หลิวซือนัวกับเสี่ยวหนิงเท่านั้นที่ได้เห็นเมฆมงคลนี้ เพราะเสียงดีใจและตื่นเต้นของเสี่ยวหนิงเมื่อครู่ทำเอาทุกคนที่อยู่ใกล้ ๆ บริเวณนั้นต่างก็เงยหน้าขึ้นไปมองเมฆมงคลบนท้องฟ้าเช่นเดียวกันหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งคนในขบวนเดินทางอีกขบวนหนึ่ง ซึ่งแม้พวกเขาจะขึ้นม้าเตรียมออกเดินทางกันแล้วก็ยังแหงนหน้าขึ้นมองเมฆมงคลนี้เช่นเดียวกัน ก่อนที่จะพากันออกเดินทางทันที

พวกเขาไม่ได้มีท่าทีหรือการส่งเสียงดังใด ๆ เช่นขบวนของพวกนาง เพียงแค่จากไปเงียบ ๆ โดยไม่มีแม้แต่คำล่ำลาแม้สักครึ่งคำ

หลังจากที่ขบวนพวกเขาออกไปได้ไม่นาน ขบวนของนางจึงได้ออกเดินทางต่อไปเช่นเดียวกัน

นางและเสี่ยวหนิงนั่งอยู่ในรถม้าตลอดทางมีเพียงแค่แวะลงไปทานอาหารกลางวันและพักเหนื่อยกันเพียงเวลาสองก้านธูปเท่านั้นพวกนางก็พากันออกเดินทางต่อ จากที่เสี่ยวชิงบอกมาคืนนี้พวกนางน่าจะโชคดีมีโรงเตี้ยมให้เข้าพัก ไม่ต้องแวะพักในป่าหรือแถววัดร้างอีก

นี่ก็จวนจะเย็นมากแล้ว ไม่เกินหนึ่งชั่วยามฟ้าก็คงจะมืด ตามที่เสี่ยวชิงบอกพวกนางก็น่าจะไปถึงโรงเตี้ยมที่ว่าก่อนที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไป

“คุณหนูขอรับ ทางข้างหน้าดูเหมือนจะเป็นขบวนเดินทางที่พักอยู่กับเราเมื่อคืนขอรับ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีปัญหาบางอย่าง” เสียงเสี่ยวชิงเอ่ยบอกนางผ่านจากช่องหน้าต่างของรถม้า

“เช่นนั้น เจ้าก็เข้าไปดูพวกเขาหน่อยเถอะ พวกเราถือโอกาสพักสักเดี๋ยวก็แล้วกัน” นางเอ่ยขึ้นอย่างมีน้ำใจ

ไม่นานรถม้าของหลิวซือนัวก็หยุดลง นางให้เสี่ยวหนิงประคองนางลงมาจากรถม้า ก่อนจะมองไปยังรถม้าของขบวนเดินทางอีกขบวนหนึ่งถึงได้เห็นว่า รถม้าของพวกเขานั้นมีปัญหา ล้อของรถม้าคันนั้นหลุดหายไปไหนก็ไม่ทราบ

ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่เพียงรถม้าของพวกเขาเท่านั้นที่มีปัญหา ผู้ที่เคยโดยสารอยู่ภายในก็น่าจะเกิดปัญหาเช่นเดียวกัน ซึ่งนางรู้ดีว่าผู้ที่โดยสาร อยู่บนรถม้าก็คือบุรุษตาบอดผู้นั้นแน่นอน และเขาก็คงเป็นเหตุให้เวลานี่ทุกคนในขบวนเดินทางของเขาและของนางต่างพากันไปยืนมุมอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ จนไม่อาจเห็นชายตาบอดผู้นั้นได้ว่าเขาได้รับบาดเจ็บหรือไม่

นางและสาวใช้คนสนิทแม้จะอยากรู้เหตุการณ์อยู่บ้างแต่ก็เลือกที่จะยืนรั้งอยู่ไกล ๆ เท่านั้น ไม่ได้พากันเดินเข้าไปมุงดูร่วมด้วยแต่อย่างไร

“คุณหนูขอรับ คุณชายของพวกเขาได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะเพราะตกลงมาจากรถม้าขอรับ”

เป็นเสี่ยวชิงที่เข้ามารายงานนางหลังจากที่เมื่อครู่เขาได้เข้าไปดูอาการของคุณชายท่านนั้น อีกทั้งยังพาผู้ติดตามคนหนึ่งของขบวนข้าง ๆ กลับมาด้วยผู้หนึ่ง

“คาราวะคุณหนู ข้าน้อยกู่เหอขอรับเป็นหัวหน้าขบวนเดินทางของคุณชายในครั้งนี้”

“พวกท่านมีอะไรจะให้พวกข้าช่วยใช่หรือไม่ มีสิ่งใดก็รีบเอ่ยมาเถอะ” หลิวซือนัวเอ่ยถามขึ้น นางรู้ดีว่าอีกฝ่ายจะต้องมีสิ่งใดให้นางช่วยแน่ ๆ ถึงได้เข้ามาแนะนำตัวกับนาง ทั้งที่เมื่อคืนนี้ต่อให้จะนำชามาให้เล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นน้ำใจแต่ก็ไม่ได้มีทีท่าว่าพวกเขาอยากจะแนะนำตัวหรือทำความรู้จักใด ๆ กับคนในขบวนของพวกนางเลย

“เช่นนั้นข้าน้อยขอเอ่ยตามตรงเลยนะขอรับ รถม้าเราไปต่อไม่ได้แล้วขอรับ อีกอย่างคุณชายของเราก็ยังได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอีกด้วย แม้แผลจะไม่รุนแรงนักแต่ก็กระทบกระเทือนกับดวงตาที่รักษาอยู่ไม่น้อยทีเดียว หากให้ขึ้นม้าและขี่ไปเกรงว่าจะยิ่งกระทบกระเทือนมากขึ้น จึงอยากจะขอให้คุณชายของข้าน้อยโดยสารรถม้าของคุณหนูไปพร้อมกันกับท่านได้หรือไม่ เมื่อครู่ข้าถามพี่ชิงแล้วเห็นว่าจุดหมายของพวกท่านก็คือโรงเตี้ยมกลางป่าเช่นกัน” กู่เหอร่ายยาวออกมาทันที

แน่นอนว่าเห็นคนเดือดร้อนอีกทั้งยังมาขอให้ช่วยเช่นนี้ นางไม่มีทางที่จะปฏิเสธไม่ช่วยแน่หากว่าตนพอจะช่วยเหลือได้

“ข้ายินดีให้คุณชายของพวกท่านโดยสารไปกับข้าด้วย อีกเดี๋ยวข้าจะให้เสี่ยวหนิงจัดที่ในรถม้าเอาไว้ให้เขา อีกครู่หนึ่งท่านก็พาคุณชายท่านมาเถอะ”

“ขอบคุณ ขอบคุณมากขอรับคุณหนู”

รถม้าเคลื่อนตัวออกมาแล้ว ที่นั่งยาวฝั่งตรงข้ามกับที่นางนั่งอยู่ในเวลานี้ถูกจับจองด้วยบุรุษตาบอดผู้หนึ่ง ซึ่งในยามนี้เขามีผ้าผูกเอาไว้ที่ศีรษะและมีผ้าสีดำผูกเอาไว้ที่ตา ร่างสูงนอนอยู่อีกฝั่งอย่างนิ่งเฉย นางไม่รู้ว่ายามนี้เขาหลับหรือว่าตื่นอยู่กันแน่ แต่หากมองจากการที่เขาไม่ได้ขยับตัวเลยตั้งแต่ถูกพาขึ้นรถม้ามา เป็นไปได้มากว่าเขาอาจจะกำลังหลับอยู่

เพราะผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นผู้นี้มีปัญหาด้านสายตา แน่นอนว่าม่านและหน้าต่างของรถม้าย่อมต้องถูกปิดจนสนิทเพื่อไม่ให้มีแสงรอดเข้ามามากจนเป็นปัญหา แน่นอนว่าเมื่อหน้าต่างถูกปิดสนิทลมและอากาศภายนอกย่อมไม่สามารถผ่านเข้ามาได้เช่นกัน

เพื่อกันไม่ให้ภายในรถม้าอบอ้าวจนเกินไป นางจำต้องให้เสี่ยวหนิงเปลี่ยนไปขี่ม้ากับเสี่ยวชิงแทน ในรถม้ายามนี้จึงมีเพียงแค่นางและบุรุษตาบอดแปลกหน้าที่ไม่รู้ว่ายามนี้เขาหลับอยู่หรือไม่เท่านั้น

รถเคลื่อนตัวมาเลื่อย ๆ จนกระทั้งเวลาผ่านไปเท่าไหร่นางเองก็ไม่แน่ใจ ทว่าอยู่ ๆ ร่างของบุรุษที่อยู่ตรงข้ามกับฝั่งที่นั่งของนางนั้น อยู่ๆเขาก็เริ่มขยับตัว เขายังคงนอนอยู่เช่นเดิมมีเพียงมือของเขาเท่านั้นที่ยามนางมองไปกลับกำลังกำแน่นคล้ายว่ากำลังอดทนต่ออะไรสักอย่างอยู่

ในรถม้ายามนี้มีเพียงนางและเขา หลิวซือนัวจึงอดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นไปดูอาการของเขา อย่างน้อย ๆ หากเขามีอาการอะไรผิดปกตินางก็ยังสามารถเรียกคนของเขามาดูอาการได้ทันท่วงที

นางคุกเข่าลงกับพื้นรถม้าเบื้องหน้าที่มีร่างสูงใหญ่นอนอยู่ เมื่อนางเข้ามาใกล้เขาจึงได้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าใบหน้าและตามร่างกายของเขาเริ่มมีเหงื่อออกเป็นจำนวนมาก ริมฝีปากที่เริ่มซีดเซียวของเขาเริ่มถูกเจ้าตัวขบกัดเอาไว้คล้ายกับว่ากำลังอดทนอดกลั้นต่อความเจ็บปวดอยู่

“ท่าน ท่าน เป็นอะไรหรือไม่” นางเอ่ยถามเขา ทว่าเจ้าของร่างผอมแห้งก็ ไม่ได้ตอบกลับนางมา นางไม่แน่ใจว่ายามนี้เขายังได้ยินสิ่งที่นางเอ่ยถามออกไปชัดเจนหรือไม่ จึงได้เลือกที่จะเอื้อมมือไปจับมือใหญ่ของเขาเอาไว้แทน

ยามที่ได้สัมผัสมือของเขานางจึงรับรู้ได้ว่ามือของเขานั้นร้อนราวกับ ไฟทีเดียว เวลานี้เองนางจึงไม่อาจมองดูเขาอย่างเฉย ๆ ได้อีก หลิวซือนัวตะโกนสั่งให้ขบวนเดินทางหยุดทันที

“หยุดรถเดี๋ยวนี้!!! กู่เหอรีบตามกู่เหอมาเร็วเข้า!!!”

สิ้นเสียงตะโกนของนางรถม้าก็หยุดลงแทบจะในทันที ไม่นานกู่เหอก็เข้ามาในรถม้าตามที่นางเรียก

“คุณชายของเจ้า อยู่ๆ ก็ตัวร้อนขึ้นมา ทั้งยังดูทรมานมากทีเดียวรีบเข้ามาดูเร็วเข้าเถิด” นางเอ่ยพลางจะขยับตัวหลบให้กู่เหอเข้ามาดูอาการของคุณชายของเขาได้อย่างถนัด ทว่ายามที่นางจะลุกขึ้นหลีกทางนั้น มือของนางกับถูกเจ้าของมือใหญ่กุมเอาไว้แน่ไม่ยอมปล่อย ยิ่งนางออกแรงดึงมือของตัวเองออกก็ยิ่งรู้สึกว่าถูกกุมเอาไว้แน่ยิ่งขึ้นกว่าเดิม

“ไม่ต้องสนใจข้า รีบดูอาการเขาเร็วเข้าเถิด” ในเมื่อเขาไม่ยอมปล่อยมือนางออก หลิวซือนัวจึงทำได้แค่ปล่อยเลยตามเลยไปก่อน

“พิษที่ดวงตาของคุณชายกำเริบขอรับ เพียงแค่กินยานี้ไม่นานอาการก็จะทุเลาลง” กู่เหอรีบเร่งนำยาเม็ดในมือตนป้อนให้คุณชายทันที เมื่อเห็นว่าคุณชายของตนนั้นกุมมือของคุณหนูตรงหน้าไม่ยอมปล่อย

“เช่นนั้นก็เร่งเดินทางต่อเถอะ คุณชายของเจ้าควรได้พักผ่อนดี ๆ โดยเร็ว”

“ข้าน้อยทราบแล้วขอรับ อีกอย่าง…ข้าน้อยต้องขออภัยแทนคุณชายด้วยเรื่องที่กุมมือของคุณหนูเช่นนี้…”

กู่เหอเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิดแทนผู้เป็นนายของตนซึ่งยามนี้ยังไม่รู้สึกตัว แต่กลับสร้างความผิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“เขาป่วย ข้าเข้าใจได้ ไม่ได้ถือสาหรือถือโกรธอันใดหรอก เร่งเดินทางต่อเถอะ”

ผู้ติดตามหนุ่มได้ยินเช่นนั้นก็โล่งใจเป็นอย่างมาก เตรียมตัวที่จะลงจากรถม้าเพื่อขึ้นม้าเร่งเดินทางต่อ

“อีกอย่าง ฝากบอกเสี่ยวหนิงด้วยว่าข้าไม่เป็นอะไร นางไม่ต้องลงจากม้าเข้ามาดูข้าหรอก” หลิวซือนัวไม่ลืมที่จะฝากคำพูดไปยังสาวใช้คนสนิทของนางที่นางคิดว่าเมื่อกู่เหอลงรถไปแล้ว คนต่อมาที่จะรีบร้อนเข้ามาก็คงไม่พ้นเสี่ยวหนิงเป็นแน่ และหากนางเข้ามาเห็นว่านางถูกบุรุษไม่ได้สติกุมมือเอาไว้แน่นเช่นนี้เสี่ยวหนิงจะต้องโวยวายขึ้นมาแน่ ๆ

หากเป็นอย่างนั้นย่อมจะเป็นปัญหาทำให้การเดินทางล่าช้าลงอีก เพราะฉะนั้นไม่ให้เสี่ยวหนิงเข้ามาเห็นเลยจะดีเสียกว่า อีกอย่างมือหนาที่กุมมือนางเอาไว้อีกไม่นานก็คงจะปล่อยมือนางไปเองหลังจากที่ยาที่กู่เหอให้เขาทานไปเมื่อครู่ออกฤทธิ์แล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 82

    "หากท่านปวดหัวเช่นนั้นอยากให้ข้าสั่งคนให้ไปเชิญท่านหมอมาดูอาการท่านหน่อยดีหรือไม่" นางเอ่ยพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นสามีเอาไว้ "เกรงว่าโรคนี้จะมีเพียงภรรยาตัวน้อยของข้าที่รักษาได้แล้ว" เอ่ยจบอวี้หนานไห่ก็โน้มใบหน้าตนไปหาภรรยาหมายจะจุมพิตริมฝีปากเล็กของนางให้ชื่นใจสักครั้งแต่กลับ

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 81

    ตอนพิเศษ 1 แม่สามีของข้านั้นดียิ่งนัก เป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้วที่นางแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้ใหญ่สกุลอวี้ อวี้หนานไห่มีน้องสาวอยู่หนึ่งคนชื่ออวี้จินเชียง จากที่อวี้หนานไห่เล่าให้ฟังก็คือ อวี้จินเชียงนั้นอยู่ที่บ้านเดิมกับท่านยายของพวกเขาตั้งแต่ยังเยาว์เพราะมีร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรง อีกไม่นานอวี้หนานไ

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 80

    นางไม่รู้ว่าเชือกเอี้ยมของตนถูกดึงออกตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีลิ้นสากของเขาก็เลียยอดอกงามของนางโดยตรงเสียแล้ว หนำซ้ำหน้าอกอีกข้างของนางก็ถูกเขาใช้มือฟอนเฟ้นนวดคลึงอย่างหนักหน่วง เขาไล่จุมพิตไปทั่วหน้าทั้งสองของนาง พร้อมกับขบเม้นแรง ๆ ไปทั่วเช่นเดียวกัน เขาวนเวียนขึ้นมาจูบที่ปากของนางแรง ๆ หอมที่

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 79

    ตอนที่ 45 คำนับฟ้าดิน "หนึ่ง คำนับฟ้าดิน" "สอง คำนับบิดามารดา" "สาม สามีภรรยาคำนับกันและกัน" หลังจากเสร็จพิธีแล้วเจ้าสาวก็ถูกส่งตัวเข้าหอ ด้านเจ้าบ่าวก็ถูกรั้งตัวเอาไว้ในงานเลี้ยงมงคล เพื่อให้แขกที่มาร่วมงานดื่มอวยพร เป็นธรรมเนียมปกติที่ในงานมงคลเช่นนี้เจ้าบ่าวจะต้องถูกมอมเหล้าจากแขกผู้มีเกียรต

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 78

    "เห็นแก่ความพยายามของเจ้า ข้าจะเรียกนัวเอ๋อร์ออกมาให้เจ้าได้พบ" นางเอ่ยก่อนจะหันไปพยักหน้าให้สาวใช้คนสนิทของนางไปตามบุตรสาวของนางมาที่นี่ "ฮูหยินหลิว บุตรสาวของเจ้ามีบุรุษรูปงามผู้ร่ำรวยเช่นนี้มาสู่ขอ ยังจะต้องรออะไรอีก ไม่รีบตอบตกลงไปซะเล่า" แม่สื่อคนที่หนึ่งเอ่ยขึ้น "นั่นสิ มีบุรุษเพียบพร้อมขนาด

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 77

    ตอนที่ 44 ความจริงใจของข้า "ดู ๆ ข้าก็คิดอยู่ว่าคุณหนูหลิวเหมือนใคร นางเหมือนฮูหยินหลิวนี่เอง ไม่ไหวหน้าผู้อื่นเช่นนี้ไม่มีผิด" "ข้าน่ะหรือไม่ไว้หน้า พวกเจ้าต่างหากที่ไม่ไว้หน้ากันก่อน" ฮูหยินหลิวตอกกลับทันที แม่สื่อพวกนี้นางทนพูดดีด้วยอีกไม่ได้แล้ว "ฮูหยิน ท่านใจเย็นก่อนนะเจ้าคะ" สาวใช้คนสนิทขอ

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 37

    ตอนที่ 23 มิอาจละสายตา ฟางจูและผู้เป็นสามีพากันนั่งจิบชารอแขกคนสำคัญอยู่ที่ศาลาแกะสลัก ณ ลานดอกไม้หน้าเรือนพัก ทว่าผู้ที่มาเยือนก่อนกลับมิใช่คนที่นางกำลังรออยู่แต่เป็น เวินหยวนจือ บุตรสาวของสกุลเวิน ซึ่งอยู่จวนติดกันแทน จากที่ใบหน้าของฮูหยินอวี้ คราแรกประดับรอยยิ้มสดใส ยามนี้กลับแสดงสีหน้าเรียบเฉ

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 36

    "ข้าไม่ไป ข้าจะอยู่ดูแลเจ้า" "เช่นนั้นก็เงียบข้าจะพักผ่อน!!!" กว่าครึ่งชั่วยามที่นางรั้งอยู่ที่ห้องรับรองของหมู่ตึกอวี้ฟางแห่งนี้ ในที่สุดท่านพ่อบ้านห่านก็เดินเข้ามาแจ้งข่าวของท่านป้าฟางจูให้นางได้ทราบ "เมื่อครู่ท่านหมอที่มาตรวจอาการให้ฮูหยินกลับไปแล้วขอรับ ท่านหมอบอกว่าอาการของฮูหยินมิได้มีสิ่งใ

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 26

    แต่หากนางอยากจะเล่า เขาเอาในฐานะศิษย์พี่ อีกทั้งยังเห็นนางเป็นดั่งน้องสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ก็พร้อมรับฟังนางเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม "ศิษย์พี่ ท่านไม่เคยแคลงใจนึกสงสัยเลยหรือว่าเหตุใดหมู่บ้านของเราที่ไม่มีหมอสักคนถึงได้ไม่มีหลุมศพอยู่รอบ ๆ หมู่บ้านเลย" "......" หลงหลี่นิ่งงัน ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 25

    กลุ่มคนกว่าครึ่งร้อย ควบม้าตามกันมาตลอดทาง สุดท้ายก็ต้องบังคับม้าให้หยุดเพื่อ ที่จะได้ตั้งใจมองภาพเบื้องหน้าของทุกคนได้อย่างชัดเจน "ข้างหน้านั่น เป็นหมู่บ้านใช่หรือไม่" กู่หรูเอ่ยถามขึ้นขณะที่นางมองไปยังภาพเบื้องหน้าที่เห็น "ใช่ หมู่บ้านตั้งอยู่ตรงนั้น" ท่านหมอหลงเอ่ยขึ้น "เหตุใดเพลิงจึงลุกไหม้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status