LOGINเมื่อเอนกายลงบนเตียงหินที่ผ่านการปัดกวาดเช็ดถูจนสะอาดเอี่ยมทว่ายังคงเย็นเฉียบ หลินเว่ยก็เริ่มครุ่นคิดถึงชะตากรรมในวันข้างหน้า
ต่อให้ชายอสูรทั้งสี่จะหล่อเหลาราวกับเทพบุตรจุติ ทว่าสำหรับนักวิทยาศาสตร์อย่างนาง การคลอดลูกในยุคดึกดำบรรพ์ที่ไร้ยาแลเครื่องมือแพทย์ มันไม่ต่างจากการก้าวขาเข้าป่าช้าไปครึ่งตัว นางไม่ปรารถนาจะผูกพันธะสวาทกับใครทั้งสิ้น!
ทว่าเวลาวารีไม่เคยรอท่า... นางใกล้จะอายุครบสิบแปดปีซึ่งเป็นวัยที่ต้องเลือกคู่ และที่ร้ายกว่านั้นคือฤดูจำศีล ที่กำลังจะมาถึง ในฤดูกาลที่หิมะโปรยปราย โลกอสูรมีกฎเหล็กคือ ห้ามล่าสัตว์ โดยเด้กขาดเพื่อไม่ให้เผ่าพันธุ์สัตว์ป่าสูญสิ้น
“ข้าต้องมีที่นอนอบอุ่น ข้าต้องมีเสบียงเพียงพอตลอดฤดูหนาว”
หลินเว่ยพึมพำกับความมืด นางสำเหนียกได้ว่า หากไม่อยากอดตายในฤดูหนาว นางต้องหาวิธีกักตุนเสบียงและปัจจัยทุกอย่างที่จำเป็น ด้วยมันสมองและความสามารถที่มีอยู่นี้ให้ได้ ก่อนที่ลมหนาวระลอกแรกจะมาเยือน
แสงเช้าสาดส่องผ่านม่านหมอกลงสู่พื้นดิน หลินเว่ยรุดหน้าไปที่ถ้ำของ หลินเกอหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกผู้เป็นบิดาของนางอย่างเร่งรีบ เมื่อก้าวพ้นธรณีถ้ำ กลิ่นคาวเลือดผสมกลิ่นยาสมุนไพรก็โชยมาปะทะจมูก นางกวาดสายตาไปเห็นเงาร่างสูงใหญ่กำยำร่างหนึ่งนอนพังพาบอยู่บนเตียงหิน
เขาคือ ม่อเหยียน มนุษย์อินทรีผู้มีสง่าราศี ทว่าบัดนี้กลับสภาพดูไม่ได้ ปีกพญานกของเขาถูกพันด้วยผ้าหยาบ ๆ และกระดูกหักไปหลายท่อน ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความสะเพร่าสิ้นคิดของหลินเว่ยร่างเดิม ที่นึกอุตริอยากบินได้เหมือนนก นางแอบซุ่มอยู่บนชะง่อนผา ยามเมื่อม่อเหยียนสยายปีกเตรียมจะโผบิน นางก็กระโดดลงไปขี่หลังเขาด้วยน้ำหนักตัวกว่า สองร้อยจิน[1] แรงกระแทกมหาศาลทำเอาอินทรีเจ้าเวหาตกลงมาปีกหักหลังเดาะจนเกือบสิ้นชื่อ
“ท่านพ่อ...”
หลินเว่ยเอ่ยทักทายบิดาเสียงแผ่ว นางสำเหนียกถึงสายตาของหลินเกอที่มองมา ไม่ใช่ความโกรธเกลียด ทว่ามันคือความเบื่อหน่ายและระอาใจอย่างถึงที่สุด
หลินเกอมีพลังรักษาเยี่ยงเทพสัตว์ เขาจึงได้ครองตำแหน่งหัวหน้าเผ่าจิ้งจอก ทว่าหลินเว่ยผู้เป็นลูกสาวโทนกลับไม่มีสิ่งใดติดตัวมาแม้เพียงกระผีกเดียว ในเวลาที่นางอายุสิบสาม นางยังเป็นนางจิ้งจอกน้อยที่ซุกซนร่าเริง สารรูปพอดูได้ หลินเกอจึงใช้หนี้บุญคุณที่เคยช่วยชีวิตอสูรชายทั้งสี่ บีบคั้นให้พวกเขายอมทำสัญญาหมั้นหมายกับนาง หวังจะให้บุตรสาวมีคนคุ้มครอง
ทว่าพออายุย่างสิบสี่ หลินเว่ยกลับพองตัวขี้นเหมือนกับอึ่งอ่างจำศีล เนื้อหนังพอกโคลนหนาสกปรกโสโครก และทำตัวไร้ประโยชน์จนเป็นที่รังเกียจไปทั้งเผ่าอสูร
“มีเรื่องอะไรอีกรึ หลินเว่ย” หลินเกอถอนใจเฮือกใหญ่ ไม่มิอยากแม้แต่จะมองหน้านางให้เสียสายตา
“คราวนี้จะมารบเร้าเอาเรื่องไร้สาระอะะไรจากข้าอีกล่ะ?”
“ข้าอยากขอแผนที่อาณาเขตของเผ่าจิ้งจอก” หลินเว่ยตอบเสียงอ่อย
หลินเกอชะงักมือที่กำลังปรุงยา นัยน์ตาหรี่มองบุตรสาวอย่างไม่เชื่อหู เขาคิดไปว่านางคงจะสำเหนียกในความสกปรกโสมมของรังตนเอง จนอยากหารังใหม่เพื่อใช้เป็นข้ออ้างขอเสบียงฉุกเฉินไปกินทิ้งกินขว้างเยี่ยงเคย
[1] สองร้อยจิน เท่ากับ หนึ่งร้อยกิโลกรัม
เวลาผ่านพ้นไปราวกระแสน้ำไหล พายุหิมะแห่งเหมันต์ราคะพัดผ่านไปนานแล้ว ทว่าภายในถ้ำใหญ่ที่ถูกต่อเติมจนหรูหราของหลินเว่ย กลับไม่เคยเงียบเหงาลงเลยแม้แต่วันเดียว กลิ่นอายฟีโรโมนดิบเถื่อนที่เคยอบอวลไปด้วยตัณหาในอดีต ถูกทดแทนด้วยกลิ่นอายความอบอุ่นของครอบครัว และเสียงเจี๊ยวจ๊าวของสี่ทายาทอสูรตัวน้อย ที่ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกันจากค่ำคืนประวัติศาสตร์ครั้งนั้นทายาททั้งสี่ได้รับสายเลือดโบราณอันเข้มข้นมาอย่างเต็มเปี่ยม และนั่นคือนิยามของคำว่า “ความวุ่นวายระดับวินาศสันตะโร” ที่หลินเว่ยต้องเผชิญในทุก ๆ วัน“ไอ้ลูกเสือดาว! ลงมาจากเพดานเดี๋ยวนี้เลยนะ!”หลินเว่ยที่อยู่ในชุดลำลองเนียนนุ่มยืนค้ำเอวตวาดแหว แววตานางพญาจิ้งจอกส่องประกายดุ ยามจ้องมอง เสี่ยวนิ่ง ลูกชายคนโตที่มีหูและหางเสือดาวลายจุด กำลังใช้กรงเล็บเล็ก ๆ ปีนป่ายยึดหินงอกหินย้อยบนเพดานถ้ำอย่างสนุกสนาน โดยมีหลี่เฟยผู้เป็นบิดานั่งหัวเราะร่าอยู่ข้าง ๆ“โธ่... เว่ยเว่ย ลูกแค่กำลังฝึกทักษะการล่า เจ้าจะดุไปทำไมกัน” หลี่เฟยขยับยิ้มทะเล้น ทว่าพอหลินเว่ยตวัดสายตาพิฆาตมาให้ เสือดาวหนุ่มผู้เกรงใจเมียก็รีบเปลี่ยนสีหน้าฉับพลัน “เอ่อ... เสี่ยวนิ่ง! แม่เจ้าสั่งใ
เขาจับเรียวขาขาวผ่องทั้งสองข้างของนางขึ้นมาพาดเกยไว้บนต้นขาแกร่ง เพื่อหนุนสะโพกผายให้ลอยเด่นขึ้นเหนือพื้นหินในท่าทางที่เปิดเปลือยไร้การป้องกัน มือขวาเอื้อมลงต่ำจับท่อนเอ็นลำเขื่องสองลำที่งอกยาวขึ้นมาจากหว่างขาอันเป็นเอกลักษณ์สายเลือดโบราณแห่งเผ่าเงือก ก่อนจะจ่อหัวหยักบานร่าสีเข้มเข้าหาช่องทางสวาททั้งสองทาง ดันตัวทะลวงพรวดเข้าไปในรูกามทั้งบนและล่างของนางพร้อม ๆ กัน“กรี๊ดดดดด...!!”หลินเว่ยหวีดร้องจนเสียงแหบพร่า ร่างระหงเบิกตาโพลงเกร็งกระตุกจนแผ่นหลังบางเหยียดตึง ความคับแน่นทวีคูณทำให้นางรู้สึกเหมือนเนื้อตัวจะปริแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ร่องรักทั้งสองรูบีบรัดรัดท่อนเอ็นยักษ์ทั้งสองท่อนแน่นหนึบจนเนื้อแดงปลิ้นบานไป่หลงแหงนหน้าคำรามห้าวในลำคออย่างพึงใจถึงขีดสุด สองมือแกร่งจับกระชับเอวคอดบางไว้มั่น แล้วกระหน่ำบั้นเอวสอบซอยเด้าเข้าออกในรูกามรัดรึงอย่างบ้าคลั่ง ไร้ความปรานีตับ ตับ ตับ! แจะ แจะ!เสียงหนอกเนื้อหนาหวดกระทบก้นเนียนและเสียงบดเบียดของเหลวหนืดข้นดังระงม ทำลายความเงียบสงัด สะโพกสอบของเงือกหนุ่มกระแทกกระทั้นรัวเร็วปานพายุบุแคม บดขยี้เนื้อในอ่อนนุ่มจนหลินเว่ยนัยน์ตากลอกกลับ เสร็จสมซ้ำแล้ว
“ข้ารู้ว่าเจ้าอยากให้ข้าหยาบคายกับเจ้า”เงือกหนุ่มพึมพำด้วยน้ำเสียงถือดี เขาจีบนิ้วขยี้ยอดอกที่พุ่งชันด้วยความกระสัน ทรมานนางด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน หลินเว่ยเผยอริมฝีปากครางแผ่ว ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความรัญจวน แบะง่ามขาออกกว้างขึ้นในสายน้ำเพื่อบอกว่านางต้องการให้เขาแทรกตัวตนเข้ามาทำลายความทรมานตรงจุดไหนไป่หลงสอดนิ้วกลางยาวรีเข้าลึกไปในกายนางทันที รอยคลื่นเนื้อนุ่มและกระแสความร้อนระอุภายในโพรงสวาทตอดขมิบระรัวยิบ บีบรัดนิ้วมือของเขาจนเงือกหนุ่มแทบคลั่งด้วยความกระสัน“ข้างในเจ้าลื่นมาก”เขาคำรามเสียงแหบพร่าพลางดันนิ้วที่สองเบียดแทรกเข้าไปในช่องทางคับแคบและชื้นแฉะของนาง หลินเว่ยครวญครางหลับตาพริ้มด้วยความซาบซ่าน ขยับสะโพกผายเด้งควบนิ้วใหญ่ที่ชักเข้าชักออกเร็วแรงขึ้นทุกที ความสุขที่เขาปลุกเร้าทำให้นางตัวสั่นเทิ้มหายใจติดขัดภายใต้ผิวกายน้ำที่สั่นกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่นและไอร้อนเข้มข้นที่ลอยคละคลุ้งตัดขาดพวกเขาจากโลกภายนอก หลี่เฟย ซือหมิง และม่อเหยียน ที่นั่งคุมเชิงอยู่ฟากตรงข้าม ต่างรับรู้ด้วยสัญชาตญาณดิบว่าเงือกหนุ่มกำลังเคี่ยวกรำตัวเมียตัวน้อยของพวกเขาอย่างไร ยิ่งเห็นร่างบางบิดเร่าทุรนทุร
ม่อเหยียนสูดปากครางด้วยความเสียวสุดขีด ฝ่ามือหนาตะปบหมับบีบเคล้นสองเต้าขาวอวบของนางจนหยุ่นยวบเป็นรอยนิ้วมือแดงเถือก บั้นเอวสอบเร่งจังหวะตอกอัดถี่กระชั้นราวกับจะกระชากวิญญาณของคนใต้ร่างให้แหลกสลายคาอกตับ! ตับ! ตับ!...เสียงเนื้อหวดเนื้อเปียกชื้นรุนแรงขึ้นทุกที ใบหน้าที่บูดเบี้ยวด้วยความกระสันทรมานของนางจิ้งจอกสาว ยิ่งโหมกระพือเพลิงปรารถนาของอินทรีหนุ่มให้ลุกโชนบ้าคลั่ง บั้นเอวสอบของเขาทวีพละกำลังมหาศาล กระหน่ำตะบันเข้าใส่จนร่างบางสั่นไหวโยนตัวอย่างรุนแรงการสมสู่ที่ดุร้ายป่าเถื่อนเบื้องหน้า ยิ่งกระตุ้นให้สามีอสูรอีกสามตนที่เฝ้ามองด้วยใจจดจ่อบังเกิดความกระสันอยากจนแทบคลั่ง ทั้งสามนั่งหายใจหอบกระเส่าอยู่ในบ่อน้ำแร่ ยามเห็นร่องรักฉ่ำเยิ้มของตัวเมียตัวน้อยถูกอสูรอินทรีบดขยี้อย่างหยาบโลน องคชาตของพวกเขาคัดแข็งจนปวดร้าวไปหมด มือหนาของอสูรทั้งสามขยับรูดรั้งแก่นกายมหึมาของตนเองอย่างบ้าคลั่ง สะสมอารมณ์รักเข้มข้นเพื่อรอเวลาขึ้นไปรุมขย้ำร่างนุ่มนิ่มให้แหลกยับคาอก“อ่า... เว่ยเว่ย...”ม่อเหยียนกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงและเรียกชื่อนาง ลมหายใจหอบฟืดฟาดที่พ่นออกมาทางจมูกเริ่มมีเสียงดังรุนแรงขึ้น“อ๊ะ
กลิ่นอายคาวราคะและไอร้อนระอุภายในถ้ำแก้ว ยิ่งทวีความเข้มข้นจนแทบจะควบแน่นเป็นหยาดหยด ทันทีที่ซือหมิงฉีดพ่นน้ำเชื้ออุ่นจัดเข้าสู่โพรงสวาทอย่างสุขสม ม่อเหยียนที่เฝ้ามองภาพทารุณอันแสนหวานนั้นมาเนิ่นนานจนเส้นสติแทบจะขาด ไม่อาจอดทนต่อความกำหนัดได้อีกต่อไป เขาพุ่งตรงเข้ามากระชากไหล่หนาของหมาป่าหนุ่มให้ออกไปจากร่างขาวเนียนของหลินเว่ยอย่างใจร้อน“หมดเวลาของเจ้าแล้ว ซือหมิง... ถอยไป!”น้ำเสียงทุ้มต่ำคำรามก้อง ซือหมิงขบกรามอย่างขัดใจทว่าต้องยอมล่าถอยในที่สุด ม่อเหยียนขยับเข้าครอบครองเหยื่อสาวอย่างไม่รอช้า ฝ่ามือหยาบกร้านตะปบหมับเข้าที่สะโพกผาย จับร่างเปลือยเปล่าของหลินเว่ยให้นอนตะแคงราบลงบนม้านั่งหิน จัดท่าทางให้นางหันหน้าไปทางสามีอสูรอีกสามตนที่กำลังนั่งหายใจหอบฟืดฟาดอยู่ในน้ำ เพื่อป่าวประกาศชัยชนะม่อเหยียนแทรกกายแกร่งเข้าประชิดด้านหลัง สอดท่อนแขนล่ำสันลอดเข้าใต้พับเข่าข้างขวาของนาง ดึงรั้งยกขึ้นสูงจนเรียวขาขาวแบะอ้าออกกว้าง เผยให้เห็นรอยแยกสีแดงช้ำที่บวมเป่งและชุ่มโชกไปด้วยเมือกกามเหนียวข้น แล้วเสือกกายแกร่งแข็งโปนยัดเยียดเข้าไปในร่องสวาทพรวดเดียวสวบ...!“กรี๊ดดด...! ม่อ... ม่อเหยียน... อร๊
“ฮ้า...!”นางจิ้งจอกสาวแหงนเงยใบหน้า ถอนริมฝีปากออกจากความแข็งแกร่งอย่างกะทันหัน หยดน้ำลายใสเหนียว ยืดเป็นสายเชื่อมโยงระหว่างปากอิ่มและส่วนหัวหยักของหมาป่าหนุ่มซือหมิงไม่ปล่อยให้ความรัญจวนขาดตอน เขาฉุดร่างบางให้ลุกขึ้นมา บดจูบริมฝีปากบวมเจ่อแดงช้ำของนางอย่างดูดดื่มดุดัน ขณะที่มือขวายื่นลงต่ำจับท่อนเอ็นยักษ์จ่อเข้าหารอยแยกเยิ้มฉ่ำ หลินเว่ยยกสะโพกผายขึ้นรับ ยามเมื่อส่วนหัวบานใหญ่ดุนดันแทรกผ่านเมือกกามลื่นไหล มุดหายเข้าไปในร่องรูเปียกแฉะในพรวดเดียวจนมิดโคนภายใต้ม่านหมอกไอน้ำร้อนฉ่า อสูรทั้งสามต่างจับจ้องร่างเปลือยเปล่าของหลินเว่ยที่กำลังโยกคลึงสะโพกกระแทกกระทั้นขึ้นลงอยู่บนตักแกร่งของหมาป่าหนุ่มด้วยความหิวกระหาย ยามเมื่อบั้นท้ายกลมมนหวดสับลงบนหน้าท้องแปดลูกจนเกิดเสียงเนื้อบดเบียดของเหลวดัง แจะ แจะทั้งสามยิ่งสาวรูดแก่นกายของตนเองแรงขึ้น ราวกับกำลังร่วมสมสู่กระหน่ำแทงอยู่ในร่างของนางพร้อม ๆ กัน“อ๊ะ... อ๊า... อร๊างงง...!!”หลินเว่ยกรีดร้องเสียงแหลม ร่างบางเกร็งกระตุกหยัดตึงเมื่อความเสียวซ่านแล่นปราดเข้าสู่สมอง นางกระแทกสะโพกควบขย่มลำรักอย่างรุนแรง ส่งผลให้น้ำหวานฉ่ำเยิ้มพุ่งกระเซ็นออกมาจ




![เจ้าสาวใคร่ราคะ [NC30+] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


