Teilen

บทที่ 6

เซี่ยเค่อ
“นี่เมาหนักแล้วหรือ?” ไจ๋อวี้ทำหน้างุนงง

เป็นหนุ่มโสดเรื้อรังมาตั้งนาน จะไปมีภรรยาจากที่ใดกัน

จู่ ๆ คุณชายจวนเสนาบดีกรมคลังก็ร้อง “เอ๊ะ” ขึ้นมา ราวกับนึกอะไรได้ “คือว่า เมื่อครู่ตอนข้าผ่านจวนอ๋องเสวียน เหมือนจะเห็นหน้าประตูแขวนโคมแดงกับผ้าแพรที่ใช้ในงานแต่งงานนะ”

ทุกคนเบิกตากว้างพร้อมกัน

ครู่เดียวคนกลุ่มใหญ่ก็แยกย้ายไปกว่าครึ่ง ต่างพากันวิ่งไปมุงดูเรื่องครึกครื้น

……

“พระชายา คืนนี้ท่านอ๋องคงไม่กลับมาแล้วเจ้าค่ะ!”

แม่นมจ้าวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถอนหายใจ มองร่างซูบผอมของอวี๋ซือเหมียนด้วยความเห็นใจอยู่บ้าง

ทั่วทั้งเมืองหลวงมีใครบ้างไม่รู้ว่าอ๋องเสวียนเป็นหัวโจกของเหล่าคุณชายเสเพล ทั้งโหดเหี้ยมอำมหิต เห็นชีวิตคนเป็นผักปลา พระชายาของพวกนางดูบอบบางถึงเพียงนี้ ต่อไปคงต้องลำบากไม่น้อย

“รู้แล้ว!” ในที่สุดอวี๋ซือเหมียนก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนถอดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก

เมื่อมองผ้าคลุมหน้าในมือที่ปักลายยวนยางเคียงคอกัน ในใจก็อดรู้สึกเศร้าสร้อยไม่ได้ ตามธรรมเนียมแล้ว ผ้าผืนนี้ควรเป็นเจ้าบ่าวเปิดออก แต่น่าเสียดายที่เฟิงเสวียนนี่ไม่แม้แต่จะอยากมองนาง แล้วจะยอมเข้าห้องหอได้อย่างไร

อวี๋ซือเหมียนเงยหน้ามองแม่นมจ้าวกับสาวใช้เสี่ยวชุ่ย ทั้งสองเป็นคนที่สวีไทเฮามอบให้นาง ตอนจัดพิธี สวีไทเฮายังมาด้วยตนเอง เมื่อพบว่าเฟิงเสวียนนี่ไม่อยู่ก็โมโหไม่น้อย หลังปลอบนางอยู่สองสามประโยค ก็ประทานเครื่องประดับกับบ่าวรับใช้กลุ่มหนึ่งให้

อวี๋ซือเหมียนเก็บไว้เพียงแม่นมจ้าวที่ติดตามสวีไทเฮามาหลายปี กับเสี่ยวชุ่ยที่ดูซื่อตรง ส่วนคนอื่นนางปฏิเสธไปอย่างสุภาพทั้งหมด

“รบกวนแม่นมให้คนเตรียมน้ำร้อนด้วย ข้าอยากอาบน้ำ!”

หลายวันมานี้อวี๋ซือเหมียนใช้ชีวิตหลบซ่อนอยู่ตลอด นานมากแล้วที่ไม่ได้อาบน้ำอย่างสบายกายสักครั้ง

ยามนี้เมื่อได้แช่กายในน้ำอุ่น นางถึงกับรู้สึกติดใจในความสบายนี้ขึ้นมาเล็กน้อย

สำหรับนางในตอนนี้ เพียงมีที่ให้พักพิงก็นับเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยแล้ว

เรือนผมยาวดำขลับดุจน้ำหมึกแผ่สยายอยู่ในน้ำ ลอยพลิ้วราวสาหร่าย เส้นผมของอวี๋ซือเหมียนงดงามมาตั้งแต่เยาว์วัย ทั้งดกหนาและเป็นเงางาม

มารดาของนางเคยกล่าวว่า “สตรีที่มีเส้นผมงามย่อมมีวาสนาดี เหมียนเหมียนของแม่จะต้องได้แต่งกับบุรุษที่รักและทะนุถนอมเจ้าที่สุดในใต้หล้า ไม่รู้ว่าเป็นบุตรชายบ้านใดกัน ถึงได้มีวาสนาดีเพียงนี้ ได้แต่งกับบุตรสาวสุดที่รักของแม่!”

ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องแต่งงาน ดวงตาของมารดามักเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ นางจะออดอ้อนซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของมารดา “เช่นนั้นเหมียนเหมียนไม่แต่งแล้ว จะอยู่กับท่านพ่อท่านแม่ไปตลอดชีวิต!”

มารดาของนางแพ้ทางยามนางออดอ้อนที่สุด จึงทั้งจนใจทั้งขบขัน “พูดเหลวไหล มีสตรีใดบ้างไม่ออกเรือน เหมียนเหมียนของแม่ดีถึงเพียงนี้ ย่อมต้องคู่ควรกับบุรุษที่ดีที่สุดในใต้หล้า”

อวี๋ซือเหมียนค่อย ๆ หลับตาลง

ตลอดหนึ่งเดือนกว่าที่ผ่านมา เพียงนางหลับตาลง ภาพอันน่าสลดในวันนั้นก็ผุดขึ้นในห้วงความคิดทันที มารดาของนางนอนอยู่โดยศีรษะคว่ำลง เรือนผมแผ่สยาย แผ่นหลังมีบาดแผลเหวอะหวะชุ่มเลือดยาวจากหัวไหล่จรดเอว ข้างกายมีศพไร้ศีรษะนอนอยู่ สวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มที่นางปักเย็บด้วยมือตนเอง...

มือของอวี๋ซือเหมียนที่พาดอยู่บนขอบถังอาบน้ำกำแน่น บาดแผลที่กว่าจะหยุดเลือดได้ปริออกอีกครั้ง เจ็บปวดราวหัวใจถูกฉีกกระชาก

ในชั่วขณะที่แทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ อวี๋ซือเหมียนก็จมร่างลงไปในน้ำทั้งตัว

ท่านพ่อ ท่านแม่

พี่ใหญ่ พี่รอง พี่สาม...

เหมียนเหมียนแต่งงานแล้วนะ!

เหมียนเหมียนคิดถึงพวกท่านเหลือเกิน...

เฟิงเสวียนนี่ได้กลิ่นคาวเลือดจึงเดินเข้ามา ครั้นเลิกม่านลูกปัดขึ้น ก็เห็นอวี๋ซือเหมียนจมอยู่ในน้ำ เรือนผมแผ่สยายลอยอยู่บนผิวน้ำ

หัวใจของเขากระตุกวูบ รีบสาวเท้าเข้าไปทันที

เสียงน้ำดังซ่า อวี๋ซือเหมียนถูกผู้หนึ่งกระชากขึ้นจากน้ำอย่างแรง พอเห็นอาภรณ์ของบุรุษตรงหน้า นางก็ตกใจ ยกมือขึ้นตบออกไปทันที

“เพียะ!” เสียงตบดังชัดเจนเป็นพิเศษท่ามกลางราตรีอันเงียบสงัด

ครั้นเห็นใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษตรงหน้าอย่างชัดเจน อวี๋ซือเหมียนก็แข็งค้างอยู่กับที่ ทั้งร่างสั่นระริกอย่างมิอาจควบคุม

แรงของสตรีมิได้มากนัก ฝ่ามือที่ตบลงบนใบหน้าจึงทิ้งไว้เพียงความรู้สึกยิบ ๆ ชา ๆ เฟิงเสวียนนี่ใช้ปลายลิ้นดุนกระพุ้งแก้มแรง ๆ ก่อนตวัดสายตาคมกริบไปยังนางทันที

อวี๋ซือเหมียนยกสองแขนกอดอกตามสัญชาตญาณ ราวกับนกกระทาตัวน้อยที่ทำความผิด หดคออย่างน่าสงสาร

ร่างที่เพิ่งถูกดึงขึ้นจากน้ำขาวผ่องจนสะดุดตา หยาดน้ำใสพร่างพราวค่อย ๆ ไหลรินตามผิวเนียนละเอียด ใบหน้าเล็กถูกไอน้ำร้อนรมจนแดงระเรื่อ ราวกับผลไม้สุกงอม เย้ายวนใจจนชวนให้เด็ดเก็บ

เดิมทีเฟิงเสวียนนี่คิดจะบันดาลโทสะ ทว่าเมื่อเห็นเรือนร่างเปลือยอรชรได้สัดส่วน เย้ายวนจนแทบเอาชีวิตตรงหน้า ลูกกระเดือกของเขาก็ขยับเล็กน้อย โทสะทั้งมวลมลายหายไปในทันใด

“กล้าตบข้าหรือ?” น้ำเสียงเย็นเยียบชวนให้อวี๋ซือเหมียนขนลุกซู่

“ท่านอ๋อง! ขออภัย ข้าไม่รู้ว่าเป็นท่าน ข้ามิได้ตั้งใจ!” น้ำเสียงของนางอ่อนหวานนุ่มนวลมาแต่กำเนิด แม้มิได้จงใจ ก็ยังฟังดูอ่อนโยนหวานละมุน

สายตาของเฟิงเสวียนนี่เลื่อนต่ำลงอย่างไม่คิดปิดบัง สตรีตรงหน้าผอมบางยิ่งนัก ทว่าเรือนร่างกลับเย้ายวนใจแทบเอาชีวิต ส่วนโค้งอวบอิ่มแทบล้นทะลัก สัดส่วนเอวคอดสะโพกผายเย้ายวนจนชวนให้เลือดลมพลุ่งพล่าน ยังมีเรียวขายาวงามคู่นั้นที่ครั้งหนึ่งเคยโอบรัดเอวของเขาไว้แน่น...

เฟิงเสวียนนี่มิใช่ผู้ที่หลงใหลในกามารมณ์ มิเช่นนั้นคงไม่ล่วงเข้าวัยยี่สิบกว่าปีแล้ว ข้างกายยังไร้สตรี ทว่านับตั้งแต่คืนนั้นที่ได้แนบชิดเนื้อกายกับนาง เขาก็มักฝันถึงเรือนร่างอรชรได้สัดส่วน งดงามเย้ายวนของนางอยู่บ่อยครั้ง

ซี๊ด... ช่างเย้ายวนชวนเคลิบเคลิ้มเสียจริง!

สายตาของเฟิงเสวียนนี่ตกลงบนทรวงอกที่นางยกมือปกปิดไว้แน่น ทว่าความอวบอิ่มยังมิอาจบดบัง เขาแค่นหัวเราะเย็นชา “ทำไม ข้าดูมิได้หรือ?”

อวี๋ซือเหมียนชะงัก มองสายตาโจ่งแจ้งของเขาแล้วเข้าใจขึ้นมาทันที ใบหูแดงก่ำในพริบตา นางลังเลเล็กน้อย ก่อนค่อย ๆ ลดมือลง

ส่วนอวบอิ่มที่แทบล้นทะลักปรากฏชัดอยู่ในสายตาของเฟิงเสวียนนี่ เขาเกร็งไปทั้งร่างอย่างมิอาจควบคุม มือใหญ่ทาบลงไปอย่างไม่เกรงใจ ก่อนออกแรงบีบหนึ่งครา

อวี๋ซือเหมียนหลุดเสียงครางแผ่วเบาออกมาอย่างมิอาจควบคุม ก่อนเม้มกัดริมฝีปากล่างด้วยความขวยเขิน

“ตั้งครรภ์แล้วยังคิดจะยั่วยวนข้าอีกหรือ?” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเฟิงเสวียนนี่เจือความแหบพร่า ลมหายใจพลันเสียจังหวะ

อวี๋ซือเหมียนส่ายหน้าอย่างน่าสงสาร “ข้ามิได้ยั่วยวนท่าน!”

“ไม่ได้ยั่วยวนข้าหรือ?” เฟิงเสวียนนี่หัวเราะเสียงต่ำ “อุตส่าห์วางแผนสารพัดเพื่อปีนขึ้นเตียงข้า แล้วเอ่ยเพียงว่าไม่ได้ยั่วยวนก็คิดว่าจะจบเรื่องหรือ?”

อวี๋ซือเหมียนกัดริมฝีปากล่างแน่นด้วยความอัปยศ หากกาลเวลาหวนคืนได้ นางยอมตายไปพร้อมกับบิดามารดาและเหล่าพี่ชายในคืนนั้น ยังดีกว่าต้องมีชีวิตอยู่อย่างน่าอดสูเช่นนี้

“เหตุใดต้องเป็นข้า?” เฟิงเสวียนนี่โน้มตัวเข้าไปถาม

ผู้ที่สามารถลอบเล่นงานเขาได้โดยไม่รู้ตัว ย่อมมิใช่คนธรรมดา ทว่าเฟิงเสวียนนี่คิดแล้วคิดอีก ก็ยังนึกไม่ออกว่าแท้จริงแล้วเป็นผู้ใด

ถึงขั้นสืบหาเบาะแสใด ๆ ไม่พบเลย

หากมิใช่เพราะยามนี้อวี๋ซือเหมียนกำลังตกอยู่ท่ามกลางกระแสเรื่องอื้อฉาว มีผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนจับจ้องอยู่ เขาคงจับตัวนางกลับมาสอบสวนตั้งนานแล้ว

คาดไม่ถึงว่าในขณะที่เขากำลังกลุ้มใจเพราะจับนางไม่ได้ นางกลับเป็นฝ่ายมาส่งตัวถึงที่เสียเอง

ลอบเล่นงานเขาแล้วยังคิดจะเป็นพระชายาของเขาอีกหรือ? ช่างฝันหวานเสียจริง!

สายตาเย็นเยียบดุดันของเขาทำให้อวี๋ซือเหมียนหวาดหวั่นจนใจสั่น ด้วยความร้อนรน นางจึงโพล่งออกไปว่า “ข้ามีใจให้ท่าน!”

ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา แม้แต่นางเองก็ยังตกตะลึง

สวรรค์! นางพูดอันใดออกไปกัน?

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 30

    เมื่อเสี่ยวชุ่ยได้ยินดังนั้นก็ตกใจจนทรุดเข่าลงกับพื้นดังตุ้บ “องค์หญิงใหญ่ โปรดเมตตาด้วย พระชายาของข้า...”“เสี่ยวชุ่ย!” อวี๋ซือเหมียนรีบขัดคำพูดของนาง “องค์หญิงใหญ่เพียงล้อข้าเล่นเท่านั้น เจ้าจะตื่นตระหนกไปไย!”“เจ้าคิดว่าข้ากำลังล้อเล่นหรือ?” เฟิงอวิ๋นจีแค่นหัวเราะอวี๋ซือเหมียนมองแววโหดเหี้ยมในดวงตาของเฟิงอวิ๋นจีที่เหมือนกับเฟิงเสวียนนี่ไม่มีผิด ก่อนยกมุมปากขึ้น “อาการที่ลำคอขององค์หญิงเป็นมาระยะหนึ่งแล้ว ไม่ทราบว่าหมอหลวงรักษาหายหรือยังเพคะ? แน่นอน หากองค์หญิงไม่ไว้ใจหม่อมฉัน เช่นนั้นก็เชิญหาผู้มีฝีมือกว่านี้เถิดเพคะ!”อวี๋ซือเหมียนดึงเสี่ยวชุ่ยที่คุกเข่าอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้น ก่อนเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง“หยุด!” เฟิงอวิ๋นจีเงยหน้าขึ้น “คุณหนูอวี๋อายุยังน้อย แต่อารมณ์กลับร้อนไม่เบาเลยนะ!”“หม่อมฉันเพียงมีเจตนาดี กลับถูกมองในทางร้าย ไม่ว่าเป็นใครก็คงไม่พอใจเพคะ!” อวี๋ซือเหมียนสบตานางอย่างสงบนิ่ง ไม่ยอมอ่อนข้อแต่ก็ไม่แข็งกร้าว“บังอาจ! เจ้ากล้าลบหลู่องค์หญิง” เด็กหนุ่มชุดม่วงที่ยืนอยู่ข้างเฟิงอวิ๋นจีตวาดเสียงเย็น“ถอยไป!” เฟิงอวิ๋นจีโบกมือให้เด็กหนุ่มผู้นั้น “เตรียมพู่กันกับ

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 29

    เฟิงอวิ๋นจีกำลังจะหันกายเข้าไปในห้องรับรอง แต่อวี๋ซือเหมียนกลับเอ่ยเรียกนางไว้ “องค์หญิง!”“เจ้ามีธุระอันใด?” เฟิงอวิ๋นจีหันกลับมามอง“ขอถามองค์หญิง ไม่ทราบว่าช่วงนี้ลำคอไม่ค่อยสบายใช่หรือไม่เพคะ? หม่อมฉันเคยเรียนวิชาแพทย์อยู่หลายปี และเคยพบผู้ป่วยหลายรายที่มีอาการคล้ายกับองค์หญิง หากองค์หญิงไม่รังเกียจ หม่อมฉันขอตรวจอาการให้เพคะ”“เจ้ายังรักษาโรคเป็นด้วยหรือ?” เฟิงอวิ๋นจีค่อนข้างประหลาดใจ นางได้ยินมานานแล้วว่าคุณหนูแห่งจวนกั๋วกงคือยอดหญิงผู้มีความสามารถอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง ไม่ว่าจะพิณ หมากล้อม อักษร ภาพวาด บทกวีหรือร้อยกรอง ล้วนเชี่ยวชาญทั้งสิ้น คิดไม่ถึงว่านางจะรู้วิชาแพทย์ด้วย“พอรู้เพียงผิวเผินเท่านั้น!” อวี๋ซือเหมียนตอบอย่างถ่อมตนแววเย็นเยียบอันตรายวาบผ่านดวงตาคมกริบของเฟิงอวิ๋นจี มุมปากนางยกขึ้น “ได้สิ เช่นนั้นเจ้าก็ตรวจให้ข้าดู!”อาการเจ็บคอของนางเป็นมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว เชิญหมอหลวงในวังมาตรวจจนหมดก็ยังหาสาเหตุไม่พบ นางเองก็อยากเห็นว่าเด็กสาวผู้นี้จะมีความสามารถสักเพียงใดเสี่ยวชุ่ยมองเหนียงเหนียงของตนเดินตามองค์หญิงใหญ่เข้าไปในห้องชิวเยว่อย่างตกตะลึง ร้อนใจจนแทบมีเ

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 28

    เฟิงเสวียนนี่ในอาภรณ์แพรสีขาวมีคราบเลือดเปรอะเต็มปลายแขนเสื้อ แม้แต่เชือกป่านในมือก็ถูกย้อมจนแดงฉาน ดวงตาของเขาเย็นเยียบชวนหวาดหวั่น เต็มไปด้วยเส้นเลือดแดง เมื่อควบผ่านอวี๋ซือเหมียน เขาเหลือบตามองอย่างเย็นชา มุมปากยกเป็นรอยยิ้มมืดมนคลุ้มคลั่งสายลมหนาวพัดหวีดหวิวผ่านไป ฝุ่นริมถนนฟุ้งกระจายในพริบตา เสี่ยวชุ่ยรีบขยับมายืนบังอยู่เบื้องหน้าอวี๋ซือเหมียน“เหนียงเหนียง ไม่ได้ตกใจใช่หรือไม่เจ้าคะ?”อวี๋ซือเหมียนเหม่อมองไปยังทิศทางที่เฟิงเสวียนนี่หายลับไป รู้สึกหนาวเย็นไปถึงกระดูกผ่านไปครู่ใหญ่จึงได้สติ นางส่ายหน้า “ไม่เป็นไร!”เสี่ยวชุ่ยยิ้มเจื่อน แววตาเจือความเห็นใจ ก่อนอดเอ่ยปลอบไม่ได้ “เหนียงเหนียงอย่ากลัวเลย คนเหล่านั้นล้วนเป็นคนชั่วที่ก่อความผิดร้ายแรง แม้เสือร้ายยังไม่กินลูกของตน ในท้องของท่านมีสายเลือดของท่านอ๋องอยู่ ท่านย่อมเป็นคนใกล้ชิดที่สุดของท่านอ๋อง เขาต้องดีกับท่านแน่นอนเจ้าค่ะ”“ข้ารู้!” อวี๋ซือเหมียนฝืนยิ้มนางได้ยินมานานแล้วว่าเฟิงเสวียนนี่กระหายเลือดและโหดเหี้ยม ทว่าเมื่อได้เห็นกับตาตนเอง ก็ยังอดรู้สึกสะเทือนขวัญไม่ได้ชั่วช้าสามานย์อย่างนั้นหรือ? คนที่ถูกลากไปเมื่อ

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 27

    “ทำมากมายถึงเพียงนี้ เจ้าไม่กลัวเหนื่อยตายหรือ?” เพื่อผูกใจเหล่าคนเก่าคนแก่ที่รับใช้อยู่ในจวน นางช่างทุ่มเทเสียจริงอวี๋ซือเหมียนย่อมฟังออกถึงน้ำเสียงเหน็บแนมในวาจาของเขา จึงเอ่ยอธิบายว่า “ขอบคุณท่านอ๋องที่เป็นห่วง ขอเพียงท่านอ๋องสำราญใจ ต่อให้ข้าเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็คุ้มค่า ทว่าอาหารเหล่านี้ล้วนเป็นคนในครัวช่วยล้างและหั่นให้ มีเพียงลูกชิ้นที่ข้าทำเอง ท่านอ๋องไม่ต้องสงสารข้าหรอก ข้าไม่เหนื่อย”เฟิงเสวียนนี่ยิ้มเจ้าตัวเล็กนี่ฟังไม่รู้ความจริง ๆ หรือแสร้งทำเป็นไม่รู้กันแน่พูดเสียสวยหรูน่าฟัง หากเขาไม่ได้จู่ ๆ กลับมา มีหรือจะมีส่วนของเขาด้วย!“กินอาหารเสร็จแล้ว! เจ้าคิดจะนั่งอยู่เช่นนี้อีกนานเพียงใด!” เฟิงเสวียนนี่ตบก้นนางเบา ๆ ทีหนึ่งช่างรู้จักฉวยโอกาสยั่วยวนเขาเสียทุกคราจริง ๆอวี๋ซือเหมียนเพิ่งรู้ตัวว่านางยังนั่งอยู่ในอ้อมแขนของเขา จึงรีบลุกขึ้นทันที“อย่าเล่นลูกไม้ให้มากนัก ระวังลูกในท้องจะหลุดเอา!” เฟิงเสวียนนี่ปรายตามองหน้าท้องของนางที่ยังไม่นูนขึ้นอย่างเย็นชา ก่อนก้าวเท้าออกไปเซียวชีที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดรีบตามไป“เจ้าตัวเล็กนี่ วัน ๆ ช่างมีลูกไม้มากมายเสียจริง!” เฟิง

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 26

    เมื่อเห็นนางนิ่งอยู่นานไม่ยอมขยับ เฟิงเสวียนนี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “รังเกียจข้าหรือ?”“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร!” อวี๋ซือเหมียนยิ้มเจื่อน แสร้งทำท่าเอียงอาย มือเผลอกำตะเกียบแน่นขึ้น จนซอสหยดหนึ่งตกใส่กางเกงของเฟิงเสวียนนี่ นางเหลือบมอง อยากเช็ดให้เขาแต่ก็ไม่กล้า“มองอะไรอยู่?” เฟิงเสวียนนี่มองตามสายตานางแวบหนึ่ง แววตาเข้มลึกขึ้นเล็กน้อย “อยากนั่งตรงนี้หรือ?เฟิงเสวียนนี่เอนกายพิงไปด้านหลังอย่างสบายอารมณ์ ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา สตรีผู้นี้ไม่ใช่คนที่จะอยู่อย่างสงบจริง ๆ เขาเองก็อยากเห็นว่านางคิดจะเล่นลูกไม้อะไรมุมปากของอวี๋ซือเหมียนกระตุก สวรรค์เป็นพยาน นางไม่ได้อยากนั่งตรงนั้นเสียหน่อย!“ท่านอ๋องนี่ก็จริง ๆ เลย คนตั้งมากมายกำลังมองอยู่นะ!” อวี๋ซือเหมียนแสร้งทำท่าเขินอายพลางเอ่ย“ที่แท้ก็เขินนี่เอง!” เฟิงเสวียนนี่โบกมือเป็นสัญญาณให้พ่อบ้านหวัง พ่อบ้านหวังเข้าใจเจตนาทันที รีบพาแม่นมจ้าวกับเสี่ยวชุ่ยออกไป“มานี่สิ!” เฟิงเสวียนนี่ตบต้นขาของตนเบา ๆอวี๋ซือเหมียนกะพริบตาปริบ ๆ อย่างไร้เดียงสาหมายความว่าอย่างไร? เขาจะให้นางนั่งตรงนี้จริง ๆ หรือ?เฟิงเสวียนนี่ขมวดคิ้ว “ไม่มี

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 25

    “ท่านอ๋อง เชิญนั่ง!” อวี๋ซือเหมียนรีบยกเก้าอี้มาวางข้างกายเขา “ท่านอ๋องเข้าใจข้าผิดแล้ว!”“เข้าใจเจ้าผิดหรือ?” เฟิงเสวียนนี่มองดวงตากลมโตที่กลอกไปมาของนาง ก่อนนั่งลงไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ อยากดูว่านางจะกุเรื่องอย่างไรอวี๋ซือเหมียนมองเฟิงเสวียนนี่ด้วยท่าทางเอียงอาย “ท่านอ๋อง สิ่งที่ข้าทำในวันนี้ แท้จริงแล้วล้วนทำเพื่อท่าน!”“เพื่อข้าหรือ?” เฟิงเสวียนนี่ถูกนางทำเอาขบขันจริง ๆ เขากวาดตามองอาหารที่กินเหลืออยู่บนโต๊ะอื่น ก่อนยกมุมปากขึ้นอย่างเย็นชา “อย่าบอกนะว่าเจ้าทำเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ ก็เพื่อให้ข้าได้ลองชิมฝีมือของเจ้า?”“ท่านอ๋องช่างเฉลียวฉลาดจริง ๆ เรื่องนี้ยังเดาออกเสียด้วย?” สีหน้าตกตะลึงของอวี๋ซือเหมียนดูสมจริงไม่น้อย“หึ ๆ!” เฟิงเสวียนนี่แค่นหัวเราะ “ข้าดูหลอกง่ายนักหรือ เจ้าคิดจะให้ข้าชิมเศษอาหารที่เหลือจากผู้อื่นหรือ?”“ไม่ใช่นะ!” อวี๋ซือเหมียนทำหน้าตาน้อยอกน้อยใจ “นี่เป็นอาหารชนิดใหม่ที่ข้าคิดขึ้น เรียกว่าหม้อไฟ ยังอยู่ระหว่างทดลอง ข้าไม่รู้ว่าจะอร่อยหรือไม่ จึงไม่กล้ายกมาให้ท่านชิมโดยพลการ เลยคิดว่าอาศัยช่วงที่ท่านไม่อยู่จวน เชิญทุกคนมาลองชิมและช่วยออกความเห็น จากนั้นตอน

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status