หน้าหลัก / รักโบราณ / ปริศนาชะตาชายารัก / บทที่12 คืนแรกในเรือนซ่อนไผ่  

แชร์

บทที่12 คืนแรกในเรือนซ่อนไผ่  

ผู้เขียน: มี่เยี่ยน
last update วันที่เผยแพร่: 2025-12-23 12:31:36

เรือนซ่อนไผ่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจวนเจ้าเมืองฉางซา แม้จะอยู่ไกลจากเรือนหลักไปสักหน่อย ทว่ากลับเป็นสถานที่ที่งดงามและสงบเงียบที่สุด รอบเรือนโอบล้อมด้วยป่าไผ่เขียวขจีที่พลิ้วไหวตามสายลม เสียงใบไผ่เสียดสีกันดังซ่าๆ คล้ายเสียงคลื่น ช่วยกลบเสียงอึกทึกจากภายนอก และทำให้รู้สึกสงบได้เป็นอย่างดี

เมื่อย้ายเข้ามาอยู่ในเรือนใหม่ ในฐานะหัวหน้าสาวใช้ เหยาปิงดูมีความมั่นใจมากขึ้น ท่าทางฉะฉานในการสั่งงานสาวใช้ใหม่ทั้งสามคนอย่าง เหยาฉิน เหยาจู และเหยาฮวา ทำให้เรือนหลังนี้มีระเบียบวินัยตั้งแต่วันแรก

ในช่วงกลางวันขณะที่แสงแดดอุ่นๆ ลอดผ่านกิ่งไผ่เข้ามาในชานเรือน หลิวรุ่ยหลินที่แสร้งนั่งเล่นตุ๊กตาผ้าอยู่บนตั่งไม้ นิ่งฟังการพูดคุยและบริหารจัดการเรือนของเหยาปิงอย่างพอใจ

“เหยาฉิน เจ้าดูแลเรื่องตู้เสื้อผ้าและเครื่องประดับของคุณหนูสี่ให้ดี ของทุกชิ้นห้ามให้มีฝุ่นเกาะแม้แต่นิดเดียว” เหยาปิงออกคำสั่งพลางเดินตรวจตรา “ส่วนเหยาจู เจ้ามีหน้าที่เป็นหูเป็นตาให้คุณหนู ใครไปใครมาในจวน หรือมีข่าวคราวอะไรสำคัญ จงจดจำมาเล่าให้คุณหนูฟังเพื่อให้นางได้เพลิดเพลิน และเหยาฮวา เจ้าต้องดูแลเรื่องอาหารและยาบำรุงร่วมกับข้า ฟืนในห้องครัวต้องแห้งสนิทเพื่อไม่ให้มีควันรบกวนจมูกของคุณหนู เข้าใจหรือไม่!”

“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ พี่เหยาปิง” สาวใช้ทั้งสามรับคำอย่างพร้อมเพรียง

เหยาปิงเดินเข้ามาหาหลิวรุ่ยหลินที่นั่งตาแป๊วอยู่ นางย่อกายลงพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน “คุณหนูเจ้าค่ะ เรือนใหม่นี้อากาศดีนัก ท่านรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่เจ้าคะ”

“สบาย... ลมเย็น...” หลิวรุ่ยหลินตอบด้วยน้ำเสียงเนิบนาบแสร้งทำเป็นเคลิ้มไปกับลมที่พัดผ่าน ทว่านัยน์ตาที่หรี่ลงกึ่งหนึ่งกลับกำลังประเมินภาพตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ

สำหรับหลิวรุ่ยหลินที่เคยอยู่จุดสูงสุดของสำนักอสนีเมฆา ความจงรักภักดีไม่ใช่สิ่งใหม่ นางเคยมีลูกสมุนฝีมือดีห้อมล้อมมานับไม่ถ้วน แต่การได้เห็นความใส่ใจอย่างไม่มีวาระซ่อนเร้นของสาวใช้กลุ่มนี้ ก็ทำให้ความระแวงที่เคยตั้งไว้สูงลิบเบาบางลงไปบ้าง นางไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งจนอยากโผเข้าหา แต่เป็นการยอมรับในแบบผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ว่าคนเหล่านี้ ‘สอบผ่าน’ และคู่ควรที่จะอยู่ในวงล้อมการคุ้มครองของนางในฐานะคนในอาณัติ

‘อย่างน้อยข้าก็ไม่ได้เริ่มชีวิตใหม่ด้วยการมีหูมีตาของศัตรูอยู่ข้างเตียง’ นางคิดพลางวางมาดเป็นคุณหนูที่ว่างเปล่าต่อไป ‘ในเมื่อพวกเจ้าตั้งใจรับใช้ข้าถึงเพียงนี้ ข้าก็จะถือว่าพวกเจ้าเป็นคนของข้า หากวันหน้ามีใครกล้ารังแกคนในเรือนซ่อนไผ่... ข้าจะถือว่ามันผู้นั้นรนหาที่ตายเอง’

...................

เมื่อรัตติกาลมาเยือน เรือนซ่อนไผ่จมดิ่งสู่ความเงียบสงัด มีเพียงเสียงจักจั่น และเสียงยอดไผ่ที่เสียดสีกันเบาๆ เมื่อเหยาปิงและสาวใช้คนอื่นๆ ดับตะเกียงและเข้านอนในห้องพักข้างเคียงเรียบร้อยแล้ว หลิวรุ่ยหลินก็ลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบ นัยน์ตาที่เคยใสซื่อแปรเปลี่ยนเป็นคมกล้าและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ

นางหยิบห่อสมุนไพรบำรุงล้ำค่าที่สะสมไว้ตลอดหลายวันที่ผ่านมาออกมา ทั้งโสมพันปีและบัวหิมะที่ท่านพ่อและท่านแม่ประโคมให้ นางนำมาเคี้ยวและกลืนกินอย่างช้าๆ เพื่อใช้ตัวยาเหล่านี้เป็นเชื้อเพลิงในการชำระล้างเส้นลมปราณที่ตีบตันมานานถึงเจ็ดปี

หลิวรุ่ยหลินขึ้นไปนั่งขัดสมาธิบนเตียงไม้หนานมู่ แผ่นหลังเหยียดตรงอย่างสง่างาม นางหลับตาลงและเริ่มเข้าสู่สภาวะสมาธิขั้นลึก โคจรพลังปราณตามเคล็ดวิชา ‘คัมภีร์อสนีเมฆา’ ขั้นพื้นฐานที่หยั่งรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณ

ทันใดนั้น ร่างกายที่เคยอ่อนแอพลันเกิดการตอบสนองอย่างรุนแรง กระแสพลังงานจากสมุนไพรหายากถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้น มันหลอมรวมกลายเป็นสายธารปราณบริสุทธิ์สีฟ้าอ่อนๆ เรืองรองออกมาจางๆ รอบกายของนาง พลังปราณเหล่านั้นไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณหลักที่เคยถูกทำลายและแห้งเหือดไป ความรู้สึกเจ็บจี๊ดคล้ายถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่นางยังคงนิ่งสงบราวกับหินผา

เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นตามไรผม ขณะที่กระแสปราณค่อยๆ ทะลวงจุดชีพจรที่อุดตันไปทีละจุด ในที่สุดพลังงานเหล่านั้นก็ไหลกลับเข้าสู่จุดตันเถียนอย่างเป็นระเบียบ

“สำเร็จ... อย่างน้อยพลังขั้นพื้นฐานก็กลับมาแล้ว” นางพึมพำกับตนเอง ร่างกายนี้แม้จะยังไม่แข็งแรงเท่าเดิม แต่รากฐานสำคัญได้ถูกวางไว้ใหม่อย่างมั่นคงแล้ว

หลิวรุ่ยหลินลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังความมืดมิดภายนอกสวนไผ่ ความคิดนับพันหลั่งไหลเข้ามาในหัว ในที่สุดนางก็แน่ใจแล้วว่าชีวิตใหม่ในฐานะเหยาหลิงเจินนั้นปลอดภัยและมั่นคง ร่างกายนี้ได้รับความรักอย่างล้นเหลือจากคนสกุลเหยา ซึ่งนางพอจะยอมรับให้เป็นครอบครัวของตนเองได้อย่างไม่ฝืนความรู้สึกเท่าใดแล้ว

ทว่า... แม้ชีวิตใหม่จะสงบสุขเพียงใด แต่ปริศนาการตายของร่างเดิมยังคงเป็นหนามยอกในอก ว่าใครกันที่ลงมือกับนาง?

“หลิวรุ่ยหลินตายไปแล้ว...” นางรำพึงกับตนเองเบาๆ สายตามองทอดไปไกล “การจะกลับไปในจุดเดิมนั้นคงไม่มีประโยชน์อันใด ในโลกนี้จะมีใครเชื่อเรื่องการข้ามภพสลับวิญญาณกันเล่า หากข้ากลับไปปรากฏตัวในร่างเด็กสาวเช่นนี้ มิใช่แค่นำพาความโกลาหลมาสู่ผู้คนหรอกหรือ”

นางยกยิ้มจางๆ เป็นรอยยิ้มของคนที่หมายจะปล่อยวางในลาภยศ แต่นางยังไม่อาจปล่อยวางในความแค้น

“ตำแหน่งเจ้าสำนักคงกลับคืนมามิได้แล้ว แต่ข้ายังปรารถนาความจริงได้” นัยน์ตาที่สุกใสราวลูกกวางพลันมีประกายวาบผ่าน “หากใครมีบุญคุณ ข้าย่อมทดแทน แต่หากก่อความแค้นไว้ ข้าก็จะไปชำระให้มันสิ้นซาก”

นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้หลิวรุ่ยหลินที่ตายไปแล้วได้ และหากทำสำเร็จ นางคงสามารถนอนหลับได้เต็มตาเสียที แต่หากจะเริ่มต้นสืบ สถานที่เหมาะสมที่สุดย่อมต้องเป็น ศูนย์รวมข่าวสาร อย่างเมืองหลวง ทว่านางในตอนนี้ยังคงอยู่ไกลถึงเมืองฉางสา และร่างกายที่เพิ่งฟื้นตัวก็ยังไม่พร้อมสำหรับการเดินทางไกล

“เมืองหลวงงั้นหรือ...” นางถอนหายใจออกมาเบาๆ “คงรอให้ข้าแข็งแรงและพร้อมกว่านี้ ค่อยหาทางขอไปเที่ยวเมืองหลวงดูก็แล้วกัน”

พอคิดได้ดังนั้น หลิวรุ่ยหลินก็กลับไปเอนกายลงนอนอย่างใจเย็น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่302 ตอนพิเศษ2 สายเลือดสวรรค์ และท่านอ๋องขี้เห่อ

    เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือน ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดพาความเย็นสบายมาสู่แคว้นบรรณาการ ต้นไม้ในจวนเว่ยอ๋องผลัดใบเป็นสีส้มทองกว้างใหญ่ ทว่าบรรยากาศภายในจวนกลับอบอวลไปด้วยความหวานชื่นและความตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนนั่นเพราะยามนี้ หลิวรุ่ยหลินได้คลอดบุตรสาวตัวน้อย แก้วตาดวงใจของจวนอ๋องออกมาอย่างปลอดภัยแล้วทารกน้อยผู้มีผิวขาวผ่องแก้มชมพูระเรื่อ นามว่า มู่ซินอี๋ นางมีดวงตากลมโตฉลาดเฉลียวเหมือนมารดา และมีรอยยิ้มพราวเสน่ห์เหมือนบิดาไม่มีผิดเพี้ยน ยามที่ชาวบ้านรู้ข่าวว่าพระชายาคลอดท่านหญิง ต่างก็พากันจัดงานฉลองทั่วทั้งเมือง พร้อมทั้งยกย่องว่าทารกน้อยผู้นี้คือ “กุมารีสวรรค์” ที่นำความมั่งคั่งและความสงบสุขมาสู่แคว้นทว่าเบื้องหลังหน้ากากอ๋องเสเพลผู้โชคดี ยามนี้มู่หย่งฉีได้เปลี่ยนสภาพกลายเป็น “บิดาเห่อลูก” ขั้นหนักชนิดที่ไม่มีใครคาดคิด“จิงจื่อ เบาเสียงหน่อย อี๋เอ๋อร์ตัวน้อยของข้าเพิ่งจะหลับไป”เสียงเข้มกระซิบดุของมู่หย่งฉีดังขึ้นภายในเรือนพัก เขากำลังนั่งอยู่ข้างตั่ง อุ้มทารกน้อยตัวนุ่มฟูไว้ในอ้อมแขนอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าหากลงน้ำหนักมากไปเพียงนิด ร่างน้อยๆ นี้จะแตกสลายไปจิงจื่อถึงกับต

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่301 ตอนพิเศษ1 ภาพลวงตาของอ๋องเสเพลกับพระชายาผู้เป็นธิดาสวรรค์  

    แดดในยามบ่ายของแคว้นเว่ยอบอุ่นกำลังดี สายลมพัดเอากลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาโชยผ่านกำแพงจวนเว่ยอ๋อง หากมองจากภายนอก จวนแห่งนี้ช่างดูสงบเงียบและเต็มไปด้วยบรรยากาศอันผ่อนคลาย ราวกับเป็นสถานที่พักผ่อนของบุคคลผู้ไร้ซึ่งความทะเยอทะยานโดยแท้และนั่นคือสิ่งที่คนภายนอกรับรู้…ณ หอสุราสดับลม หอสุราที่สูงที่สุดในเมืองหลวงของแคว้นบรรณาการบรรดาขุนนางและสายสืบจากเมืองหลวงที่แฝงตัวมาในคราบพ่อค้า ต่างพากันจับจองโต๊ะริมหน้าต่างชั้นสาม นั่งจิบชาพลางทอดสายตามองลงไปยังศาลาพักผ่อนริมน้ำนอกกำแพงจวนเว่ยอ๋อง ที่ซึ่งข้ามถนนไปเพียงเล็กน้อยก็มองเห็นได้อย่างชัดเจนที่นั่นปรากฏร่างของ เว่ยอ๋อง มู่หย่งฉี ในชุดผ้าไหมเนื้อดีสีฟ้าอ่อน หลวมกว้าง ร่างสูงโปร่งเอนกายทอดถอนใจอยู่บนตั่งยาวอย่างไม่แคร์สายตาชาวบ้าน ในมือถือพัดขนนกโบกไปมาอย่างเกียจคร้าน ข้างกายมีขันทีคนสนิทอย่างจิงจื่อ คอยพัดวีกระพือลมและป้อนผลไม้ให้อย่างเอาอกเอาใจ“เฮ้อ… ชีวิตช่างว่างเปล่าจริงหนอ” น้ำเสียงเกียจคร้านของมู่หย่งฉีดังลอยขึ้นมาตามลม “จิงจื่อ ให้คนยกสุราดอกท้อชั้นดีมาอีกสองไห วันนี้ข้าจะนอนฟังดนตรีให้สบายใจ”“พ่ะย่ะค่ะ” จิงจื่อขานรับเสียงดังฟังชัด พลา

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่300 ชะตารักนิรันดร์

    หลังจากมู่หย่งฉีสั่งการให้บ่าวไพร่แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเอง เขาก็ประคองหลิวรุ่ยหลินกลับเข้าสู่ห้องนอนส่วนตัวอันกว้างขวางลึกเข้าไปในเรือนชั้นใน เพื่อหลีกหนีจากความวุ่นวายและเปิดอกคุยถึงวันข้างหน้าหลังจากนี้ภายในห้องนอนอันเงียบสงบ มู่หย่งฉีนั่งลงบนเตียงกว้างพลางดึงร่างของภรรยาเข้ามานั่งบนตักหนา เขาซบหน้าลงกับลาดไหล่บางลอบระบายลมหายใจยาวลึก ราวกับต้องการสลัดคราบของเว่ยอ๋องผู้แบกรับภาระหนักอึ้งในเมืองหลวงออกไปจนหมดสิ้น“เจินเจิน... เจ้าล่วงรู้เรื่องที่ข้าเสแสร้งแกล้งทำเป็นอ๋องเสเพลอันดับหนึ่งแล้วใช่หรือไม่” มู่หย่งฉีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจัง“ข้ารู้มานานแล้ว” หลิวรุ่ยหลินพยักหน้ารับแผ่วเบา “ข้ารู้ว่าท่านเป็นคนฉลาดหลักแหลม มีความสามารถในการบริหารบ้านเมืองอย่างหาตัวจับยาก ทว่าที่ต้องแสร้งทำตัวเหลวแหลกไร้สาระ เที่ยวเตร่ไปวันๆ ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าไปพัวพันกับการแย่งชิงอำนาจอันโสมมในราชสำนัก เพื่อปกป้องชีวิตของตนเองและคนที่รัก”มู่หย่งฉียกยิ้มบาง แววตาเต็มไปด้วยความเลื่อมใสในความชาญฉลาดของสตรีในอ้อมกอด อ๋องหนุ่มกระชับอ้อมกอดพลางเอ่ยคำสัญญาสำคัญด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“สมกับเป็นภรร

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่299 พระชายาหวนคืน

    เสียงล้อรถม้าบดไปตามพื้นถนนมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงอย่างมั่นคง ทัศนียภาพของขุนเขาและม่านหมอกแห่งสำนักอัสนีเมฆาค่อยๆ เลื่อนลับหายไปเบื้องหลัง บรรยากาศภายในรถม้าคันใหญ่ที่ถูกบุด้วยเบาะขนสัตว์หนานุ่มเต็มไปด้วยไออุ่นแห่งความหวานละมุนอย่างที่ไม่ได้เกิดขึ้นมานาน มู่หย่งฉีที่แม้ใบหน้าจะยังคงมีความซีดเซียวอยู่บ้างจากพิษบาดแผล ทว่าแววตาของเขาในยามนี้กลับส่องประกายระยิบระยับลึกซึ้ง แขนแกร่งโอบประคองร่างบางของหลิวรุ่ยหลินเอาไว้ในอ้อมอกราวกับกำลังกกกอดแก้วตาดวงใจอันแสนเปราะบาง“หย่งฉี ท่านประคองข้าแน่นเกินไปแล้ว ข้ามิใช่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบเสียหน่อย บาดแผลของท่านเองก็ยังสมานตัวไม่ดี หากขยับแรงจะอักเสบเอาได้” หลิวรุ่ยหลินเอ่ยทัดทานเสียงเบา ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อเมื่อเขาคอยเอาแต่จัดแจงท่านั่ง ประคบประหงม และป้อนน้ำป้อนขนมนางไม่หยุดหย่อนตลอดทาง“ไม่ได้... เจินเจินของข้าลำบากตรากตรำ นั่งเฝ้าข้าที่เรือนโอสถจนร่างกายซูบเซียวไปถึงเพียงนี้ ข้าเป็นสามีย่อมต้องดูแลเจ้าให้ดี” มู่หย่งฉีกระซิบเสียงนุ่ม พลางก้มลงฝังจมูกโด่งสันลงบนแก้วนวลเนียนของภรรยาฟอดใหญ่อย่างแสนรัก “บาดแผลของข้าแค่นี้ไกลหัวใจนัก ได้ยาดีจากหมอ

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่298 ฐานะที่แท้จริง และหยกผูกมิตรภาพ

    วันต่อมาหลังจากอาการบาดเจ็บของมู่หย่งฉีเริ่มทรงตัวและพอจะขยับลุกนั่งได้บ้างโดยมีหลิวรุ่ยหลินคอยประคองดูแลอยู่ไม่ห่าง เว่ยอ๋องก็ตัดสินใจให้หวงเชียนเล่อไปเชิญตัวรองเจ้าสำนักเซี่ยมู่หยางเข้ามาพบภายในห้องรักษาหลัก เพื่อสะสางเรื่องราวทุกอย่างให้กระจ่างแจ้งและสมเกียรติครืด...บานประตูเลื่อนออกพร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดไว้อาลัยสีขาวของเซี่ยมู่หยางที่ก้าวเข้ามา แววตาของรองเจ้าสำนักยามนี้ยังคงมีความหม่นแสงทว่ากลับดูสงบนิ่งและปล่อยวางขึ้นมาก ชายหนุ่มกวาดสายตามองคนทั้งสองบนเตียงรักษา ก่อนจะหยุดลงที่มู่หย่งฉี“เห็นท่านฟื้นขึ้นมาได้เช่นนี้ ข้าก็เบาใจ” เซี่ยมู่หยางเอ่ยเสียงเรียบ “บาดแผลของท่านเกิดจากคนของสำนักเรา ข้าย่อมต้องรับผิดชอบ”มู่หย่งฉียกยิ้มบาง ทว่าแววตาของอ๋องหนุ่มกลับเปี่ยมด้วยรังสีน่าเกรงขามอันสูงส่ง ชายหนุ่มขยับกายพิงหัวเตียง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าทรงอำนาจ “ท่านรองเจ้าสำนักเซี่ย เกรงใจไปแล้ว บาดแผลนี้เกิดจากกลุ่มกบฏและคนทรยศ หาใช่ความผิดของท่านไม่ อีกอย่าง... ยามนี้เรื่องราวคลี่คลายลงด้วยดี ข้าย่อมต้องขอบคุณท่านที่ช่วยปกป้องฮูหยินของข้าเอาไว้”คำว่า ‘ฮูหยินของข้า’ ทำเอาเซี่ยมู

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่297 แสงอรุณแห่งความจริง และอ้อมกอดที่ถวิลหา  

    เว่ยอ๋องมู่หย่งฉีหาได้สนใจคำเตือนของนาง ข้าวของเงินทองหรือแม้กระทั่งชีวิตของตนเองเขาก็มิได้นำพา ยามนี้ท่านอ๋องกระชับมือเรียวบางของภรรยาไว้แน่นหนา ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือเพียงเสี้ยววินาที นางจะอันตรธานหายไปดั่งภาพฝัน แววตาของอ๋องเสเพลอันดับหนึ่งยามนี้ไม่มีแววหยอกเย้าเหลืออยู่ มีเพียงความสำนึกผิดและความรักอันท่วมท้นที่กักเก็บไว้ไม่ไหวอีกต่อไป“เจินเจิน... ฟังข้าให้ดีนะ ข้าขอโทษ...” เว่ยอ๋องเอ่ย น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ดวงตาคมเริ่มแดงระเรื่อ “ความจริงแล้ว... ในตอนนั้นข้ากำลังจะสั่งปล่อยตัวเจ้าจากการกักบริเวณอยู่แล้ว ข้าหาได้ตั้งใจจะกักขังเจ้าไว้ชั่วชีวิตไม่”หลิวรุ่ยหลินชะงักไปเล็กน้อย หัวใจกระตุกวาบเมื่อได้ยินประโยคที่คาดไม่ถึงจากปากสามี น้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นไว้จวนเจียนจะหยาดร่วง แต่เมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวของเขา นางจึงแสร้งทำเป็นดุเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ ท่านบาดเจ็บอยู่นะ”“ไม่ได้ ข้าต้องบอกเจ้าเดี๋ยวนี้” เว่ยอ๋องสูดหายใจเข้าลึก ข่มกลั้นความเจ็บปวดในอกและเล่าความจริงที่ติดค้างอยู่ให้ฟังอย่างละเอียด “หลังจากข้าได้ฟังคำให้การจากเหล่าสาวใช้ และเรื่องราวใน

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 77 เจ้าจงใจเลียนแบบข้าเพื่อเรียกร้องความสนใจจากท่านอ๋องสินะ

    ท่ามกลางแสงอรุณที่ลอดผ่านบานหน้าต่างเรือนในจวนเจิ้นหนิงโหว ร่องรอยของเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนยังคงชัดเจนในความทรงจำของหลิวรุ่ยหลิน สัมผัสอุ่นร้อนที่ริมฝีปากและคำประกาศิตที่เอาแต่ใจของมู่หย่งฉีที่ว่าจะรับผิดชอบนางในฐานะชายาเว่ยอ๋องยังคงทำให้นางรู้สึกหน้าร้อนวูบทุกครั้งที่นึกถึง

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-27
  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 80 กระหม่อมเกรงว่า... จะไม่งามพ่ะย่ะค่ะ

    เห็นหญิงสาวยืดหลังตรงอย่างภาคภูมิใจ มู่หย่งฉีมองท่าทางนั้นแล้วก็ได้แต่หัวเราะในลำคอด้วยความเอ็นดู เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะนางเบาๆ “อืม... สูงขึ้นจริงๆ นั่นแหละ เจินเอ๋อร์ของข้าโตขึ้นจนข้าเกรงว่าหากไม่รีบผูกมัดเจ้าไว้ตั้งแต่วันนี้ วันหน้าเจ้าอาจจะบินหนีข้าไปได้”&

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-27
  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 71 ร้านตำราหมื่นอักษร

    หลิวรุ่ยหลินข่มความเจ็บปวดและความระแวงสงสัยเอาไว้ลึกสุดใจ ก่อนจะเบือนหน้าหนีและเร่งฝีเท้าผ่านร้านสมุนไพร ‘ร้อยราก’ ของพรรคหมื่นอสรพิษ และร้าน ‘เข็มเงา’ ของสำนักเงาจันทราไปอย่างรวดเร็ว จุดหมายของนางในตอนนี้มีเพียงแห่งเดียวเท่านั้น คือที่ที่ข้อมูลจะไม่ถูกบิดเบือนด้วยความภักดีหรือกา

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-26
  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 68 แผนลวงรั้งสหาย

    สายลมต้นฤดูใบไม้ผลิพัดโชยมาเอื่อยๆ หอบเอาความสดชื่นและกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้เข้ามาทางหน้าต่างเรือนพักในจวนจวงเซียงป๋อ บรรยากาศรอบตัวดูสงบสุขเสียจนคนทั่วไปอาจจะเคลิ้มหลับไปได้ง่ายๆ แต่สำหรับหลิวรุ่ยหลินในร่างของเหยาหลิงเจิน มันคือช่วงเวลาแห่งการ “ทำตัวเป็นเด็กดี” ที่น่

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-25
บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status