หน้าหลัก / รักโบราณ / ปริศนาชะตาชายารัก / บทที่9 จุดจบของสาวใช้ตัวดี

แชร์

บทที่9 จุดจบของสาวใช้ตัวดี

ผู้เขียน: มี่เยี่ยน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-19 12:05:43

เหยาจิ้นทงหันมาให้ความสนใจกับเรื่องที่ค้างคา ซึ่งสร้างความมัวหมองให้กับเรือนคุณหนูสี่ เห็นอยู่ชัดๆ ว่าบุตรสาวของเขาแทบไม่มีแรงจะยืน แล้วจะลุกขึ้นมาทำเรือนเละเทะได้ยังไง

“เหยาซาน เหยาซื่อ ไหนบอกว่าคุณหนูสี่อาละวาดทำร้ายคนไง” เขามองไปยังสาวใช้ที่คุกเข่าอยู่สองคนด้วยสายตาเย็นชา “พวกเจ้าสารภาพมาตามตรงดีกว่า ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เห็นอยู่ว่าบุตรสาวของข้าไม่มีทางลุกขึ้นมาทำร้ายพวกเจ้า หรือทำให้เรือนสกปรกเยี่ยงนี้ได้”

เหยาซานและเหยาซื่อก้มศีรษะลงต่ำติดพื้น พวกนางร้องห่มร้องไห้คร่ำครวญ

“ท่านโหว พวกบ่าวไม่กล้าโกหกหรอกเจ้าค่ะ บ่าวสาบานว่าจู่ๆ คุณหนูก็ฟื้นขึ้นมาเล่นงานพวกบ่าว นางไม่ใช่คุณหนูสี่คนเดิมแล้วเจ้าค่ะ นางต้องโดนผีเข้าแน่ๆ” เหยาซื่อตะโกนด้วยความกลัว นางยังจำสายตาเคียดแค้นของเหยาหลิงเจินได้ดี

ความเชื่อเรื่องผีสางและปีศาจ รวมไปถึงสัตว์ในตำนานเป็นสิ่งที่คนในแคว้นนี้เชื่อถือกัน ทำให้ท่านโหวและฮูหยินเริ่มแสดงสีหน้าหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด แม้จะเห็นว่าบุตรสาวฟื้นคืนสติ และดูสงบดีก็ตาม

แต่ถ้าที่นางฟื้นเป็นเพราะถูกปีศาจครอบงำเล่า แล้วพวกเขาจะทำยังไงกันดี

“ท่านพี่ เราต้องไปเชิญนักพรตมาตรวจสอบหรือไม่” เหอเหมียวลี่กระซิบถามสามี

“เหลวไหล! ปากอัปมงคล!” เหยาปิงทนไม่ได้อีกต่อไป นางเดินเข้ามาข้างหน้าท่านโหวแล้วคุกเข่าลงทันที “เรียนท่านโหว ฮูหยิน คุณหนูสี่ไม่มีทางเป็นผีสางแน่นอนเจ้าค่ะ สวรรค์มีตาจึงเมตตาให้คุณหนูฟื้นคืนสติ แต่พวกนางบังอาจพูดเหลวไหลปากอัปมงคลเช่นนี้ เพราะเกรงว่าจะถูกเอาเรื่องมากกว่า ท่านโหวลองมองรอบๆ ดีๆ สิเจ้าคะ สภาพในเรือนก็เป็นหลักฐาน ตลอดเจ็ดปีพวกนางละเลยคุณหนูจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอดอยู่แล้วเจ้าค่ะ”

เหยาหลิงเจินซึ่งยังคงสวมบทบาทเด็กสาวที่เพิ่งฟื้นและยังไม่สมบูรณ์นัก ก็เริ่มร้องไห้ น้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร นางหันไปหาบิดามารดาด้วยน้ำเสียงที่ยังติดขัดและไม่สมบูรณ์นัก

“ท่านพ่อ... ท่านแม่... สองคนนั้น... สองคนนั้นแกล้งข้า ตีข้า... ไม่ให้ข้าวข้ากิน... ปล่อยให้ข้านอนตัวเปียก... ข้ารู้ ข้ารู้ทุกอย่าง แต่ร่างกายขยับไม่ได้ ขยับไม่ได้เลย” นางสูดหายใจอย่างหนัก ราวกับความเจ็บปวดที่เก็บไว้เจ็ดปีได้ถูกระบายออกมา “วันนี้... ถูกป้อนของร้อนให้ ปากข้าเจ็บ พอข้าลุกขึ้นได้ ก็เลยสั่งสอนสองคนนั้นไป”

คำบอกเล่าของบุตรสาวที่น่าสงสาร ทำให้ท่านโหว ฮูหยิน และพี่ชายทั้งสองคนแทบจะร้องไห้ตามนางไปด้วย

ทันใดนั้นเอง เหยาปิงก็ฉวยโอกาสทองนี้เพื่อตอกย้ำความผิด นางก้มกราบอีกครั้งและกล่าวอย่างหนักแน่น “คำพูดของคุณหนูเป็นความจริงทุกประการเจ้าค่ะ บ่าวพบเห็นการละเลยและความหยาบคายของพวกนางมาตลอด”

“อะไรนะ พวกนางทำอะไรกับเจินเอ๋อร์ของข้า” เหอเหมียวลี่ถามอย่างเดือดดาล

“พวกนางมักจะนำอาหารที่ทั้งร้อนและจืดชืดมาป้อนให้คุณหนูแค่ไม่กี่คำ ซ้ำยังพูดจาหยาบคายเวลาคุณหนูทำเลอะเทอะ บางครั้งก็ทิ้งสิ่งปฏิกูลไว้ในห้องนานนับวัน ไม่ยอมจัดการ พอบ่าวตักเตือนก็ถูกพวกนางข่มขู่ ว่าหากบ่าวกล้านำเรื่องไปฟ้องท่านโหวและฮูหยิน พวกนางจะร่วมกันกล่าวหาว่าเป็นบ่าวต่างหากที่รังแกคุณหนูสี่มาโดยตลอด บ่าวตัวคนเดียวจึงได้แต่ทนอยู่ และคอยดูแลคุณหนูอย่างเต็มที่ในส่วนที่พวกนางละเลยอย่างลับๆ เจ้าค่ะ”

ท่านโหวเหยาจิ้นทงได้ยินดังนั้น ก็โกรธจัดจนใบหน้าแดงก่ำ ความโกรธแค้นต่อสาวใช้ที่ไม่ซื่อสัตย์ที่บังอาจทำร้ายบุตรสาวที่กำลังป่วยจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ได้ถูกจุดขึ้นอย่างรุนแรง

“บัดซบ! เป็นบ่าวไพร่ แต่กล้าทำร้ายเจ้านายเพียงนี้” เหยาจิ้นทง หันไปสั่งบ่าวอาวุโสที่ติดตามมาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ลากเหยาซานและเหยาซื่อไป จัดการขายพวกนางออกจากจวนทันที กำชับกับพ่อค้าทาสให้ขายไปยังที่ห่างไกลและกันดาลที่สุด อย่าให้พวกนางได้มีชีวิตสุขสบาย”

คำสั่งเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการสั่งประหารชีวิต

โทษ ‘การขาย’ นั้นร้ายแรงกว่าการขับออก เพราะพวกนางจะกลายเป็นทาสที่ไร้อิสรภาพและไม่สามารถเลือกนายได้ และส่วนใหญ่ทาสที่เป็นสตรี หากไม่ถูกซื้อไปบำเรอกาม ก็มักถูกบังคับใช้แรงงานจนตาย เพราะร่างกายของหญิงสาวนั้นอ่อนแอกว่าทาสที่เป็นบุรุษ จึงมักไม่รอดชีวิต

เหยาซานและเหยาซื่อกรีดร้องขอความเมตตาอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ถูกลากออกไปทันที

เมื่อจัดการเรื่องสาวใช้เนรคุณทั้งสองเสร็จสิ้น หลิวรุ่ยหลินซึ่งยังคงสวมบทบาทของเด็กที่เพิ่งฟื้น ก็หันไปทางบิดาและชี้ไปที่เหยาปิงอย่างซื่อๆ

“ท่านพ่อ... ปิงปิง... ปิงปิงดี... ไม่แกล้งข้า ให้ปิงปิงอยู่กับข้านะ”

เหยาจิ้นทงหันมองเหยาปิงที่คุกเข่าอยู่ เห็นสภาพย่ำแย่เหมือนคนทำงานหนัก ก็พอจะเดาออกว่านางต้องถูกสาวใช้สองคนนั้นกลั่นแกล้งอย่างหนัก แต่นางก็ยังจงรักภักดี และคอยดูแลบุตรสาวของเขาด้วยความจงรักภัคดี สมควรแก่การได้รับรางวัล

“แน่นอนเจินเอ๋อร์!” ท่านโหวตอบอย่างหนักแน่น “เหยาปิง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าคือสาวใช้คนสนิทและหัวหน้าสาวใช้ส่วนตัวของคุณหนูสี่ จงดูแลคุณหนูของเจ้าให้ดีล่ะ”

“ขอบคุณท่านโหว ขอบคุณคุณหนูเจ้าค่ะ” เหยาปิงน้ำตาไหลด้วยความตื้นตันใจอย่างแท้จริง นางก้มลงกราบขอบคุณท่านโหวและคุณหนูของนางอย่างสุดซึ้งในความเมตตานี้

เหอเหมียวลี่รู้สึกผิดอย่างยิ่ง รู้สึกว่านางไม่ละเอียดรอบคอบทำให้สาวใช้ต่ำต้อยรังแกลูกสาวได้ ครั้งนี้นางจึงเพิ่มสาวใช้ให้บุตรสาวอีกสองสามคน และสั่งให้หมัวมัวคนสนิทคอยส่งคนมาจับตาดูการทำงานของสาวใช้เหล่านั้นอีกทีหนึ่ง เพื่อความมั่นใจ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 75 มาเป็นชายาของเปิ่นหวางก็สิ้นเรื่อง

    หลิวรุ่ยหลินเหลือบมองร่างสูงโปร่งของมู่หย่งฉีที่ยืนค้ำโต๊ะทำงานของนางอยู่ แสงเทียนที่วูบไหวสะท้อนให้เห็นเสี้ยวหน้าคมคายที่ดูหล่อเหลาราวกับภาพวาด ทว่าความกวนประสาทที่แฝงอยู่บ่อยครั้งทำให้นางอดไม่ได้ที่จะพึมพำเสียงเบาพอให้เขาได้ยิน“แล้วที่บอกว่าไปเจอสิ่งที่น่าสนใจกว่า... จะมีอะไรน่าสนใจไปกว่าอ๋องหล่อที่ชอบปีนเข้าห้องคนอื่นเล่า ผิวพรรณบนใบหน้าท่านหนายิ่งกว่ากำแพงเมืองเสียอีก แต่ก็มองได้ทั้งวันไม่มีเบื่อหรอก” นางแสร้งทำตาใสซื่อขัดกับคำพูดที่ค่อนแคะเรื่องความหน้าทนของเขาอย่างจงใจ“มองข้าได้ทั้งวันไม่เบื่อจริงหรือ?” มู่หย่งฉีไม่ได้โกรธเคือง ซ้ำยังกระซิบถามพลางโน้มกายลงมาใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ จากดวงหน้านวล แววตาคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของนางที่วูบไหวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาสวมรอยเป็นคุณหนูผู้โง่เขลาเช่นเดิม มือหนาเอื้อมไปหยิบพู่กันที่เลอะหมึกออกจากมือของนางอย่างเบามือ ราวกับกลัวว่าความเงอะงะของนางจะทำให้หมึกเปื้อนไปมากกว่านี้“หากมองได้ไม่เบื่อ เช่นนั้นข้าจะอยู่ให้เจ้ามองจนคัดตำรานี่เสร็จดีหรือไม่... จะได้ช่วยดูด

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 74 เซี่ยมู่หยาง

    ในเรือนรับรองส่วนตัวอันเงียบสงัดห่างจากย่านการค้าของเมืองหลวง กลิ่นกำยานไม้หอมลอยอวลไปทั่วห้องโถงกว้าง เซี่ยมู่หยางในชุดคลุมสีครามเข้มดูเคร่งขรึมและสง่างาม เขากำลังนั่งพิจารณารายงานธุระของสำนักอยู่เบื้องหลังโต๊ะไม้ตัวยาว ทว่าความเงียบสงบนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยการก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบของศิษย์ในสำนักผู้หนึ่ง“รองเจ้าสำนัก... มีเรื่องด่วนขอรับ!”เซี่ยมู่หยางเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมปลาบดุจเหยี่ยวจ้องมองลูกศิษย์ที่ดูตื่นตระหนกผิดปกติ “มีอะไร? ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่ายามอยู่ที่เมืองหลวงให้ทำตัวสำรวม อย่าได้เอะอะไป”“ขออภัยขอรับ แต่เรื่องนี้สำคัญมาก...” ศิษย์ผู้นั้นกระซิบเสียงสั่น “เมื่อครู่ข้าไปสืบข่าวที่ตลาดมืด และได้พบสตรีผู้หนึ่ง นางถูกพวกนักเลงรุมล้อม ทว่านางกลับใช้เพียงพัดจีบในมือ จัดการพวกมันจนสิ้นท่าภายในพริบตาขอรับ!”เซี่ยมู่หยางขมวดคิ้วแน่นพลางวางพู่กันในมือลง “วิชาพัดมีอยู่ทั่วไปในแผ่นดิน แค่สตรีใช้พัดปกป้องตัวมันแปลกตรงไหน?”“แต่นาง... นางใช้ท่วงท่าอสนีสะบั้นของสำนักเ

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 73 น้ำตาลปั้นแสนขม บทลงโทษจากกัวรั่วชิง

    ภายในเวลาไม่ถึงอึดใจ โจรร่างโตก็นอนกองอยู่บนพื้นดินที่ชื้นแฉะ สตรีตรงหน้าไม่ได้ฆ่าพวกมัน แต่กลับตัดหนทางขัดขืนด้วยวิชาที่เยือกเย็นที่สุดหลิวรุ่ยหลินยืนนิ่ง แววตาเย็นชากวาดมองกองดำๆ สามกองบนพื้น พลางปัดฝุ่นที่ชายเสื้อเบาๆ ก่อนจะรีบสาวเท้าออกจากจุดนั้นมุ่งหน้ากลับไปยังถนนกลางโดยที่นางไม่ทันสังเกตเห็น... ที่มุมตรอกฝั่งตรงข้าม มีศิษย์สำนักอสนีเมฆาผู้หนึ่งที่บังเอิญผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี เดิมทีเขากำลังจะชักกระบี่ออกไปช่วยเหลือสตรีที่ดูบอบบางนางนั้น ทว่ากลับต้องชะงักค้างอยู่กับที่ด้วยความตกตะลึง ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นท่วงท่าพัดเมื่อครู่ แม้พลังทำลายจะเบาบางและไร้ลมปราณที่กล้าแกร่ง ทว่าร่องรอยและจังหวะการเคลื่อนไหวนั้นกลับดูคล้ายคลึงกับกระบวนท่าลับที่มีเพียงคนในระดับสูงของสำนักเท่านั้นที่จะรู้จักเมื่อตั้งสติได้ ศิษย์ผู้นั้นก็รีบเร้นกายหายไปในฝูงชนทันที เพื่อมุ่งหน้ากลับไปรายงานข่าวประหลาดนี้แก่เซี่ยมู่หยาง รองเจ้าสำนักที่เพิ่งมาเยือนเมืองหลวงเมื่อไม่กี่วันก่อน.........................................ทางด้านตลาดกลา

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 72 เรื่องน่าสงสัย และคนที่ได้ผลประโยชน์

    เซี่ยมู่หยางเป็นคนที่มีฝีมือและความสามารถจนเกือบจะได้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนัก ทว่าด้วยปูมหลังที่มารดาเคยเป็นคนของพรรคมารมาก่อน อาจารย์จึงตัดสินใจเลือกหลิวรุ่ยหลินผู้สมบูรณ์แบบและไร้ตำหนิขึ้นสืบทอดตำแหน่งแทน“ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่านั้นคือ ข่าวลือที่หลุดมาจากคนใกล้ชิดในเรือนรับรอง” หลงจู๊แค่นยิ้ม “หลิวรุ่ยหลินถึงขั้นเอ่ยปากว่า ยินดียกตำแหน่งเจ้าสำนักอสนีเมฆาให้เซี่ยมู่หยางเป็นผู้สืบทอดอย่างเป็นทางการ ส่วนนางขอเพียงได้เป็นฮูหยินเคียงข้างเขาเท่านั้น”“เจ้าว่าอะไรนะ!”“นังหนู เจ้าได้ยินไม่ผิดหรอก” หลงจู๊เฒ่าหัวเราะหึๆ “ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมว่าความรักจะทำให้สตรีน้ำแข็งอย่างเจ้าสำนักหลิวเปลี่ยนแปลงไปได้ถึงเพียงนี้”หลิวรุ่ยหลินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเงียบงันไปชั่วขณะหลังจากได้ยินคำว่า ‘ฮูหยินของเซี่ยมู่หยาง’ ความรู้สึกเย็นเฉียบแล่นปราดไปทั่วแผ่นหลัง หัวใจของนางสับสนปนเปจนยากจะแยกแยะ...ศิษย์พี่เซี่ย... เป็นท่านอย่างนั้นหรือ?ความทรงจำถึงศิ

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 71 ร้านตำราหมื่นอักษร

    หลิวรุ่ยหลินข่มความเจ็บปวดและความระแวงสงสัยเอาไว้ลึกสุดใจ ก่อนจะเบือนหน้าหนีและเร่งฝีเท้าผ่านร้านสมุนไพร ‘ร้อยราก’ ของพรรคหมื่นอสรพิษ และร้าน ‘เข็มเงา’ ของสำนักเงาจันทราไปอย่างรวดเร็ว จุดหมายของนางในตอนนี้มีเพียงแห่งเดียวเท่านั้น คือที่ที่ข้อมูลจะไม่ถูกบิดเบือนด้วยความภักดีหรือการหลอกลวงท้ายตรอกที่แสงไฟริบหรี่ที่สุด คือที่ตั้งของร้านตำราเก่าคร่ำคร่าแห่งหนึ่ง...หลิวรุ่ยหลินหยุดยืนอยู่ที่หน้า ‘ร้านตำราหมื่นอักษร’ ร้านเล็กๆ ที่ดูทรุดโทรมและเงียบเหงาจนแทบกลืนหายไปกับเงามืดท้ายตรอก กลิ่นกระดาษเก่าหม่นและน้ำหมึกแห้งกรังลอยมาปะทะจมูกทันทีที่นางก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป ภายในอัดแน่นไปด้วยชั้นตำราที่วางเรียงรายสูงตระหง่านจนถึงเพดาน บดบังแสงสว่างริบหรี่จากภายนอกจนแทบหมดสิ้นที่หลังโต๊ะไม้ตัวหนาซึ่งเต็มไปด้วย กองตำราและแท่นหมึก ชายชราผู้หนึ่งนั่งขดตัวอยู่ใต้ชุดคลุมสีเทาซีด ดวงตาของเขาปิดสนิท ทว่ามือผอมแห้งกลับขยับดีดลูกคิดรางไม้เป็นจังหวะเชื่องช้า...ต๊อก... แต๊ก...หลิวรุ่ยหลินกวาดสายตามองไปบนชั้นวางครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบตำ

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 70 ก้าวสู่ตรอกฉางอิ่งหูถง

    เบื้องหน้าของหลิวรุ่ยหลินคือปากทางเข้าตรอกฉางอิ่งหูถง สถานที่ซึ่งดูราวกับเส้นทางสู่กองขยะหรือแหล่งเสื่อมโทรมที่ถูกลืมเลือน ผนังอิฐทั้งสองข้างผุพังจนเห็นเนื้อในสีเทาหม่น คราบตะไคร่น้ำหนาเตอะเกาะกินตามรอยแตก กลิ่นเหม็นอับความชื้นและซากปรักหักพังโชยมาปะทะจมูก จนคนทั่วไปเพียงแค่เดินผ่านก็ต้องรีบยกมือปิดป้องและเร่งฝีเท้าจากไปทว่าสำหรับอดีตเจ้าสำนักผู้โชกโชน นางรู้ดีว่านี่คือ ‘เปลือกนอก’ ที่ถูกจงใจสร้างขึ้นเพื่อคัดกรองผู้มาเยือนนางก้าวเท้าเข้าสู่ทางเข้าที่มืดมิดและแคบชันอย่างไม่ลังเล กระทั่งผ่านพ้นโค้งหักศอกที่สาม บรรยากาศรอบกายก็พลิกเปลี่ยนไปราวกับก้าวข้ามสู่โลกอีกใบหนึ่ง ความเงียบงันมลายหายไป แทนที่ด้วยเสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาที่ฟังไม่ได้ศัพท์ แสงแดดอุ่นของฤดูใบไม้ผลิถูกปิดกั้นด้วยหลังคาที่ยื่นออกมาบดบังจนเหลือเพียงแสงสลัวจากโคมกระดาษสีแดงขุ่นที่แขวนเรียงรายตลอดแนวทางเดิน แสงไฟสีชาดเหล่านั้นสะท้อนกับละอองไอจางๆ ในอากาศ เผยให้เห็นเงาร่างของผู้คนในชุดรัดกุม บ้างสวมงอบสานใบกว้างปิดบังใบหน้า บ้างใช้ผ้าแพรคลุมโฉมมิดชิด ทุกย่างก้าวที่สวนทางล้วนแฝงไ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status