เข้าสู่ระบบ‘ผู้กองปราบ’ นายทหารหนุ่มแห่งหน่วยปราบปรามพิเศษได้ปฏิบัติภารกิจสืบหาตัวคนร้ายเกี่ยวกับคดีค้าไม้เถื่อนอย่างลับ ๆ จึงได้พบกับ ‘สามินี’ ครูสาวที่หวังมาใช้ชีวิตเรียบง่ายในชนบท แล้วก็มีเหตุให้เขาและเธอได้อยู่ด้วยกันระหว่างที่เขาสืบคดี ทุกอย่างเหมือนจะไปได้ดีหากไม่ติดว่านิสัยของครูสาวที่ใครหลายคนบอกว่าดีน่ารักนักน่ารักหนาแล้วล่ะก็เขาคงไม่ต้องปวดหัวแบบนี้ กับคนอื่นเธอดีแสนดีแต่กับเขาเธอกลับมีท่าทางพยศยิ่งกว่าม้าศึก ภายใต้ท่าทางเชื่อฟังแต่ความจริงกลับดื้อรั้น ทำให้ผู้กองอย่างเขาต้องปาดเหงื่อไม้เว้นแต่ละวัน นั่นจึงเป็นเหตุให้ผู้กองหนุ่มต้องงัดทุกกลเม็ดเพื่อมาปราบและกำราบเธอโดยเฉพาะ ซีรีส์เล่ห์รักผู้กอง ประกอบด้วย 1. เล่ห์รักผู้กองเพลิง 2. ผู้กองปราบกำราบรัก
ดูเพิ่มเติม3 เดือนต่อมางานแต่งงานระหว่างร้อยเอกปราบดากับสามินีก็ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายตามความต้องการของเจ้าบ่าวเจ้าสาวบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสุข ความอบอุ่นอบอวลเต็มไปหมด แขกที่มาร่วมงานและอวยพรแสดงความยินดีให้คู่บ่าวสาวล้วนมีแต่คนสนิทและเพื่อนเจ้าของงานทั้งสิ้น“เหนื่อยไหมครับ” ผู้กองปราบเอ่ยถามเจ้าสาวของเขา เพราะเธอยืนบนรองเท้าส้นสูงมานานแล้ว“นิดหน่อยค่ะ พี่ปราบล่ะคะเหนื่อยไหม” สามินีตอบก่อนจะถามเขากลับ“ไม่ครับพี่ไม่เหนื่อย สาทนหน่อยนะเดี๋ยวอีกไม่นานก็ถึงฤกษ์ส่งตัวเจ้าสาวเจ้าบ่าวแล้ว ถึงตอนนั้นพี่จะนวดให้สาเอง” ผู้กองปราบพูดส่งยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้จนสามินีต้องส่งค้อนวงโตให้เขา เสียงหัวเราะของสองหนุ่มสาวทำให้แขกในงานเดินเข้ามาหา ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเพื่อนผู้กองของปราบดาและเพลิงนั่นเองที่มีชื่อว่า ชาติชาย“หัวเราะอะไรเสียงดังเลยครับคุณเพื่อน” เขาเอ่ยทักผู้กองปราบด้วยรอยยิ้ม พร้อมทั้งส่งยิ้มล้อเลียนไปให้“คนมีความสุขก็ต้องหัวเราะสิวะ” ผู้กองปราบไม่ได้สนใจสายตาที่มองมาเขาตอบกลับไปตามปกติ“เดี๋ยวอีกสักพักจะถึงเวลาส่งตัวเข้าหอ หวังว่าเพื่อนปราบจะลงมาปาร์ตีกับพวกเรานะครับ”“เหอะ”“อ๊ะ อ๊
“สาครับพูดกับพี่หน่อยเร็วว่าเป็นอะไร”ผู้กองปราบพูดขึ้นหลังขับรถมาถึงบ้านพักครูของเธอแล้ว ส่วนเจ้าของชื่อก็ยังนั่งนิ่งไม่พูดจา“สาโกรธพี่เหรอครับที่พี่ผิดสัญญา” ผู้กองหนุ่มเอ่ยถามซึ่งก็ได้รับคำตอบเป็นการส่ายหัวผู้กองปราบถอนหายใจเบา ๆ แล้วพูดต่อว่า“ที่พี่ติดต่อสาไม่ได้ ไม่ได้โทรหาตามสัญญาที่พี่ได้บอกเอาไว้ เพราะว่าเมื่อพี่เข้าป่าสัญญาณโทรศัพท์ก็ขาดหายไปเลย พี่ไม่ได้ตั้งใจจะผิดสัญญา พี่อยากโทรหาสาใจแทบขาดแต่พี่ก็ทำไม่ได้ ทำได้แค่เร่งทำภารกิจให้เสร็จโดยเร็วแล้วรีบกลับมาหาสาอย่างนี้ไงครับ”ผู้กองปราบอธิบายอย่างใจเย็น แค่เขามองหน้าหญิงสาวก็รู้แล้วว่าเธอไม่ได้โกรธเขา เพียงแต่ว่าเขาไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรถึงได้นั่งเงียบแบบนี้“สา”“สาไม่ได้โกรธ สาแค่เป็นห่วงพี่ปราบเฉย ๆ กลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้วค่ะ” สามินีตอบกลับเขาส่งยิ้มบาง ๆ ชายหนุ่มรู้สึกผิดสังเกตจึงลุกขึ้นและเดินไปหาเธอก่อนจะคว้าตัวเธอเข้ามากอด“เป็นอะไรไปครับ ไหนบอกพี่สิคนดี”สามินีเม้มริมฝีปากไม่ยอมพูด เธอเลือกที่จะกอดเขาไว้แน่นซึมซับความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้ของเขาให้มากที่สุด ผู้กองปราบก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงนั่งกอดและลูบหลังเธอไปมาเ
13:00 น.ร้อยเอกปราบดาก็ต้องเผชิญหน้ากับกองทัพนักข่าวที่พยายามวิ่งกรูเข้ามาหาเขาหลังจากที่เขาพากองกำลังทหารและผู้ต้องหาทั้งหมดออกมาจากป่าได้ และได้ส่งคนเจ็บทั้งหมดขึ้นรถไปรักษาตัวรวมถึงส่งผู้ต้องหาทั้งหมดขึ้นรถไปยังเรือนจำรอการดำเนินคดีทันทีที่ร้อยเอกปราบดานายทหารหนุ่มเดินแยกตัวออกมาจากกลุ่มรถหลังจากที่สั่งงานต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว กองทัพนักข่าวก็พุ่งเข้าหาเขาทันที“ไม่ทราบว่าเรื่องนี้มีความเป็นมาอย่างไรคะผู้กอง” นักข่าวสาวคนหนึ่งเอ่ยปากถาม“ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมตัวในครั้งนี้จะดำเนินการต่อไปอย่างไรครับ” ไม่ทันที่ผู้กองปราบจะตอบคำถามแรกคำถามที่สองสามสี่ก็ตามมา จนผู้กองหนุ่มต้องยกมือขึ้นเพื่อหยุดคำถามที่จะออกมาจากปากนักข่าวทั้งหลาย เมื่อเห็นทุกคนเงียบผู้กองหนุ่มจึงได้พูดออกมา“ขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจข่าวนี้นะครับแต่ผมยังพูดอะไรมากไม่ได้เนื่องจากมีผลต่อรูปคดี เอาเป็นว่าที่ผมบอกได้ก็คือ ทั้งหลักฐานและพยานเรามีพร้อมเอาผิดแน่นอนครับ จากนี้ก็ให้เป็นเรื่องของกฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ผมทำหน้าที่ของผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอตัวก่อนครับ”พูดจบผู้กองปราบก็เดินหนีออกจากกองทัพนักข่าวทั
“ปิดล้อม!”“หยุด!”“แย่แล้วครับนาย ทหารครับ”“ว่าไงนะ!” นายจอมพลถามเสียงหลงเมื่อลูกน้องของเขาบอกว่ามีทหารล้อมพวกเขาอยู่“ทหารล้อมพวกเราอยู่ครับ”“อะไรวะเนี่ย ฉันไม่สน ยังไงเราต้องฝ่าออกไปให้ได้” นายจอมพลพูดในขณะที่ตัวเขาก็เอนหลังพิงต้นไม้ไว้“ถ้าอย่างนั้นพร้อมนะครับนาย”“อืม ไป!”ปัง ปัง ปังปัง ปัง ปังเสียงปืนดังลั่นสนั่นบริเวณพื้นที่ป่า ฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายนายจอมพล อีกฝ่ายคือกองกำลังทหารของร้อยเอกปราบดา“บุก บุก บุก”ปัง ปัง ปังยิ่งได้ฟังคำสั่งของผู้เป็นนาย เหล่าทหารกล้าทั้งหลายก็โจมตีเข้าไปไม่มีหยุด ทำให้นายจอมพลต้องล่าถอยหลบอยู่หลังเนินดิน ในหัวก็พยายามขบคิดว่า สามารถหนีไปทางไหนได้บ้าง“บ้าเอ๊ย! พวกทหารมันมากันได้ยังไงวะ” นายจอมพลพูดด้วยเสียงที่ไม่พอใจ และกำลังโกรธ“ทางเส้นนี้คือหนึ่งในทางลับที่พวกเราใช้ขนไม้เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบไม่ใช่เหรอ ทำไมมีทหารเข้ามาได้” นายจอมพลพูด ในขณะที่เสียงกระสุนปืนก็ยังสาดใส่กันไม่หยุด“เอายังไงต่อดีครับนายขืนเราอยู่แบบนี้เราไม่รอดแน่” หนึ่งในลูกน้องของนายจอมพลเอ่ยถามอย่างเคร่งเครียด ซึ่งนายจอมพลก็เครียดไม่แพ้กันวันนี้นายจอมพลเข้ามาในป่าเพื่อมาดูไม้ที
“ไม่สบายใจเหรอคะ” หนูนิดมองหญิงสาวที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอที่มีท่าทางเหม่อลอยอย่างเห็นใจ ก่อนจะตัดสินใจเข้าไปทัก“เอ่อ ค่ะ” สามินีหันไปตอบคนที่เข้ามาทักเธอ ก่อนที่จะยิ้มให้บาง ๆ“เป็นห่วงพี่ปราบเหรอคะ”“!.. ค่ะ” สามินีนิ่งไปก่อนจะยอมรับออกมา เธอเป็นห่วงเขามาก ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นยังไงเกิดอะ
“เป็นไงครับ อร่อยไหม อาหารถูกปากหรือเปล่า” ผู้กองปราบถามพร้อมมองหญิงสาวด้วยสายตาคาดหวัง“อร่อยค่ะ สาเพิ่งรู้ว่าพี่ปราบทำอาหารอร่อยขนาดนี้ จากนี้ทำให้ทานทุกวันเลยได้ไหมคะ” หญิงสาวตอบในขณะที่ปากยังคงเคี้ยวอาหารที่ชายหนุ่มเป็นคนทำไม่ได้หยุด“ได้จ้ะได้ ขอแค่สาอารมณ์ดีก็พอ” ผู้กองปราบพูดพร้อมยิ้มเอาใจห
“ว่าไง” ผู้กองปราบถามปลายสายถึงเรื่องที่เขาให้จัดการ“นายจอมพลตอนนี้ฟื้นแล้วครับ เอาผิดใครไม่ได้เพราะพวกผมจัดการตัวเองจนหน้าตาเขียว ทั้งยังสลบกับการถูกลอบทำร้าย ทำให้นายจอมพลเชื่อสนิทว่าเป็นคนอื่นที่ให้ความช่วยเหลือผู้กอง ไม่ใช่พวกเรา” หนึ่งในผู้ใต้บังคับบัญชาของเขารายงาน“อืม ดีแล้ว แล้วยังไงต่อ”
“อื้อ อื้อ” ผู้กองปราบครางต่ำมอบสัมผัสแสนหวามไหวให้กับหญิงสาว“พะ พี่ปราบ” สามินีครางเรียกชื่อผู้กองปราบด้วยน้ำเสียงหวานหยดจนชายหนุ่มต้องให้รางวัลโดยการมอบจูบที่หวานกว่าครั้งไหน ๆ ให้เธอก่อนจะยกตัวขึ้นมองหญิงสาวด้วยสายตาอ่อนโยนจากนั้นก็ก้มลงครอบริมฝีปากไปยังทรวงอกข้างซ้ายที่เขาหมายตาไว้ก่อนหน้าด้





