INICIAR SESIÓN“เฮ้อ...” เสียงถอนหายใจของฉันดังขึ้นอีกครั้ง แล้วฉันก็ผลักประตูเข้าห้องตัวเอง ยัยดารินจะไม่ยอมหยุดง่าย ๆ แน่ เพราะจากที่ผ่านมาฉันเป็นฝ่ายที่จะหลีกหนีมาโดยตลอด
ทว่าดารินก็ยังตามระรานฉันไม่เลิก ความเกลียดของดารินรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้ถึงขั้นให้คนมาทำร้ายฉันแบบนี้
เลวมากจริง ๆ เสียแรงที่ตอนเด็ก ฉันอุตส่าห์รักมันเหมือนพี่สาวคนหนึ่ง แต่ฉันคงใจดีกับมันมากไป คราวนี้แหละทุกคนต้องรู้ธาตุแท้มันสักที
ฉันขยับตัวเดินตรงเข้าไปในห้อง วันนี้ฉันยังมีเรียนคงไม่มีเวลามานั่งเสียใจอะไรแบบนี้นาน แต่ฉันเอาคืนมันแน่ รับรองว่ามันจะต้องเจ็บมากกว่าที่มันทำกับฉัน
ฉันถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก ก่อนจะมองดูร่องรอยตามร่างกาย เชื่อเถอะว่าแทบจะมองไม่เห็นผิวเดิมของฉัน เพราะตอนนี้มันเต็มไปด้วยรอยขบกัด ซึ่งมันแดงไปทั้งตัว
ไอ้บ้านั่นมันเป็นลูกเครื่องดูดฝุ่นหรือไง ถึงได้ดูดได้ดูดดี อยากจะบ้าตาย ฉันเลิกสนใจกับรอยพวกนั้นแล้วรีบจัดการกับตัวเองทันที
หลังจากอาบน้ำเสร็จก็รีบใช้รองพื้นกลบรอยแดงทั้งหมด กว่าจะเสร็จก็ใช้เวลานานพอสมควร แต่นอกจากหน้าอกแล้ว ตามซอกคอก็ยังมีรอย แล้วมันเป็นเยอะมาก เยอะจริง ๆ
“ไอ้โรคจิต” ฉันได้แต่ก่นด่ามันในใจ แต่จู่ ๆ ความจำบางส่วนก็เริ่มผุดขึ้นมา ฉันเริ่มนึกบางอย่างได้
มันเหมือนภาพตัดไปมาแต่ความทรงจำเหล่านั้นกลับทำให้ฉันรู้สึกอยากจะตบกระบาลตัวเองมาก แล้วเสียงของผู้ชายคนนั้นยังแว่วอยู่ในหูของฉัน
‘ขย่มพี่แรง ๆ ค่ะ’
‘อ๊า เสียวอะ’
“ซี้ด จูบได้ไหมคะ”
“จูบ อื้ออ”
กรี๊ด!!! ฉันได้แต่กรีดร้องกับตัวเอง ไม่ใช่ว่าเขาขืนใจหรืออย่างอื่นใด แต่เป็นฉันที่ยินยอมเขา แถมยังไปขย่มให้เขาอีก ยัยบ้าเอวา แกทำอะไรลงไปเนี่ย
เมื่อคืนมันมืดมากเลยไม่เห็นหน้าเขา พอตื่นมาก็ไม่เห็นเช่นกัน แต่ทำไมฉันถึงได้คิดถึงแต่สัมผัสจากเขาพวกนั้น บ้ามาก
หยุดคิดสักทีเอวา
ฉันส่ายหน้าเพื่อเรียกสติก่อนจะจัดการแต่งหน้าบาง ๆ วันนี้ไม่มีอารมณ์แต่งหน้าแต่งตัวสักเท่าไหร่ เอาแค่ไม่โทรมก็พอ
จากนั้นก็หันไปมองดูน้ำหอมที่เรียงราย ฉันเป็นคนที่ชอบน้ำหอมมาก ใครป้ายยาว่ายี่ห้อไหนดีก็จะไปตามเก็บตลอด
แล้วนี่ก็ขวดโปรด ฉันขยับมือจะไปหยิบน้ำหอมขวดโปรดขึ้นมา แต่ทว่าสายตากลับไปเจอเข้ากับน้ำหอมอีกขวดหนึ่งที่ฉันใช้ไปเมื่อคืนฉันตอนออกไปเที่ยว
ฉันรู้สึกว่ามันหอมหรูหรา ตอนนี้ก็ยังรู้สึกว่ามันหอมติดตัวอยู่เลย อีกอย่างน้ำหอมขวดนี้เป็นของขวัญที่เพื่อนพ่อซื้อมาให้ แต่ฉันรู้สึกว่าเขามีรสนิยมดีมาก
ราคาไม่ต้องพูดถึง น่าจะหลายหมื่น จู่ ๆ ฉันก็เลื่อนไปหยิบมันขึ้นมา ก่อนจะเปิดฝามันออกแล้วลองสูดดมมันเบา ๆ อีกครั้ง หอมมาก
ทำไมฉันรู้สึกคุ้นกับกลิ่นนี้มาก ปกติฉันใช้ไม่บ่อย แต่มันกลับติดอยู่ตรงจมูก มันเหมือนกลิ่นที่ฉันคุ้นเคยมาก ไม่รู้ว่าไปคุ้นเคยกับมันตอนไหน
จมูกเอาแต่สูดดมกลิ่นหอมไม่หยุด มันหอมเหมือนกับบางสิ่ง แต่ฉันกลับนึกไม่ออกว่าคือกลิ่นอะไร
ยิ่งได้กลิ่นก็ยิ่งรู้สึกชอบ งั้นวันนี้ก็เอากลิ่นนี้แล้วกัน จากนั้นก็จัดการฉีดมัน แล้วรีบออกจากห้องทันที
หลังจากไม่นานฉันก็เดินออกจากห้องลงไปยังชั้นล่าง แต่ในขณะตอนที่ก้าวเท้าลงบันไดก็เห็นว่าพ่อนั่งทำหน้าเคร่งเครียดพูดอะไรบางอย่างกับดารินอยู่บนโซฟา
“เอวามานี่” นั่นไง ว่าจะรีบไปเพราะไม่อยากเจอพ่อบ่น แต่ก็นั่นแหละ สุดท้ายต่อให้หลีกหนีอย่างไร ฉันก็โดนอยู่ดี
“พ่อมีอะไรหรือเปล่าคะ” ฉันพูดพลางนั่งลงบนโซฟาอย่างไม่ใส่ใจและพ่อก็มองดูฉันอย่างอ่อนใจเช่นกัน รวมไปถึงสองแม่ลูกปีศาจนั้นที่กำลังจ้องฉันอย่างเอาเรื่อง แต่คิดว่าฉันจะกลัวหรือไง
“เอวาผลักพี่เขาตกบันไดแบบนี้ ลูกทำไม่ถูกรู้ไหม” แหม... พ่อเรียกฉันว่าลูกทุกคำ
แต่พ่อก็เป็นแบบนี้แหละ แม้จะบ่นด่าฉัน แต่ก็ไม่เคยทำรุนแรงเสียงดังอะไรมาก ส่วนหนึ่งก็เพราะพ่อยังคงเกรงใจฉัน แล้วก็รักฉันหน่อย ๆ แหละมั้ง
ตั้งแต่ที่แม่เสียไป พ่อก็มีผู้หญิงเข้ามาตลอด ฉันก็ไม่ได้ห้ามกับการที่พ่อจะมีใคร ให้อิสระกับพ่อเต็มที่ เพราะฉันรู้ว่าพ่อเองก็ยังต้องใช้ชีวิต มีความสุขของเขา ฉันเข้าใจได้
อีกอย่างในบรรดาเด็กของพ่อก็ไม่มีใครกล้ายุ่งกับฉัน แม้จะรู้ว่าพ่อไม่ค่อยสนใจฉันนัก แต่ทุกคนต่างก็รู้ว่าสิ่งที่เขารักก็คือฉันอยู่ดี
“หนูไม่ได้ทำ พ่อจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ดารินมันโง่จับมือหนูแล้วก็ผลักตัวเองตกลงมา ถ้ามันไม่โง่จริง ก็คงไม่ทำได้หรอกนะคะ” ปกติฉันจะไม่ค่อยอยากพูดเรื่องของพวกมัน แต่ถ้าไม่พูดอะไรบ้าง พ่อก็คงจะเข้าใจผิดไปอีก
“เอวา”
“หนูไปเรียนดีกว่า” แม้ว่าในใจอยากลาแล้วนอนอยู่บ้านสักวัน แต่บ้านที่ร้อนเป็นไฟแบบนี้ ฉันก็ไม่อยากจะอยู่นัก
อีกอย่างฉันก็ควรบอกพ่อเรื่องที่ดารินทำกับฉันไว้เมื่อคืน แต่เห็นทีว่าจะพูดตอนนี้ไม่ได้ คงต้องหาโอกาสบอกทีหลังแล้วกัน อย่างน้อยพ่อก็จะได้รู้ธาตุแท้ของผู้หญิงสองคนนี้สักที
“เดี๋ยวก่อน” จู่ ๆ เสียงของเมียใหม่พ่อก็ดังขึ้น ฉันถอนหายใจแรงเพราะเบื่อหน่ายกับเรื่องพวกนี้เต็มที กี่ปีแล้วที่ฉันต้องเห็นหน้าพวกมัน
“เอวา” พ่อเดินเข้ามาจับมือฉัน ฉันรู้พ่อเข้าใจในสิ่งที่ฉันพูด พ่อรู้ว่าฉันเป็นคนแบบไหน และมีนิสัยอย่างไร
“พ่อรู้ว่าหนูเป็นคนแบบไหน เมื่อกี้หนูช่วยพ่ออยู่นะ ไม่งั้นป้าวดีเอาพ่อตายแน่ ไม่เห็นเหรอพอเกิดเรื่องดารินปุ๊บ ป้าวดีหายโกรธพ่อไปเลย”
“ตัวแสบ” เราสองคนกระซิบกระซาบกันจนคนที่นั่งมองอยู่อยากรู้อยากเห็น สายตาสอดส่องสาระแนยิ่งกว่าอะไรเสียอีก
“งั้นหนูไปเรียนนะคะ บ๊าย”
“อย่ากลับดึกล่ะ”
“ค่ะพ่อ”
“ตอนเย็นกินข้าวกับพ่อไหม หนูอยากทานอะไรพ่อจะให้ป้าทิพย์ทำของโปรดหนูไว้ให้”
“ไม่ดีกว่าค่ะ รบกวนเวลาสนุกของพ่อกับสาว ๆ” ฉันว่าพร้อมกับอมยิ้มให้พ่อ ที่จริงฉันกับพ่อก็ยังรักกันเหมือนเดิม แต่อาจเป็นเพราะเราสองคนไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวกัน ฉันให้เกียรติพ่อ พ่อก็ให้เกียรติฉัน
“โกรธพ่อหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ วันนี้หนูมีเรียน หนูขอตัวก่อนนะคะ” ฉันว่าแล้วก็รีบเดินออกมาทันที พ่อก็เป็นซะแบบนี้แหละ ไม่ได้ห่วงฉันมากนักหรอก แค่ห่วงสาว ๆ ที่เลี้ยงไว้จะโดนยัยป้ามหาภัยทึ้งหัวก็เท่านั้นแหละ
ส่วนเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของพ่อ ฉันไม่ค่อยสนใจหรอกฉันขอแค่ใช้ชีวิตให้มีความสุขในทุก ๆ วันก็พอแล้ว
-อีกด้าน-แสงแดดอุ่นที่ส่องแยงเข้าตา ทำให้ดวงตาที่กำลังขยับขึ้นรู้เวลาในเช้าวันใหม่ ผมที่นอนกอดหมอนอยู่ก็หันไปมองดูที่นอนข้าง ๆ ที่ตอนนี้ไม่มีใครนอนอยู่แล้วของขวัญที่เพื่อนส่งมาให้ก็ใช้ได้ไม่เลว แต่ว่าก็ว่าเถอะ เมื่อคืนผู้หญิงคนนั้นดูไม่เป็นงานห่าอะไรเลย ไอ้เอเดนมันไปขุดจากไหนมากันผมขยับตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเสยผมที่ปรกใบหน้าขึ้นเล็กน้อย แต่พอก้มมองดูหน้าอกที่มีรอยเล็บข่วน เพิ่งเห็นว่าแดงมาก ผมสำรวจตัวเองสักพักก่อนจะขยับดึงผ้าห่มสีขาวออกจากตัว จึงทำให้เห็นรอยเลือดที่ติดอยู่บนที่นอน‘เชี่ย’ ผมต้องฝันไปแน่ ๆไอ้เอเดนมันไม่เคยส่งแบบนี้มาให้ผมเลยสักครั้ง เพราะปกติเด็กมันต้องผ่านคิวซีก่อน ยิ่งได้เห็นก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจแต่ทว่าในตอนที่ผมกำลังใช้ความคิดเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นทันที ผมขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมา(เช้านี้มีเรียนนะมึงอย่าสาย)“เออ รู้แล้ว โทรมาแต่เช้ามีเรื่องแค่นี้”(เมื่อคืนหนักหรือไง เสียงดูเหมือนคนไม่มีแรง)“มึงส่งใครมา”(ทำไม ติดใจเหรอ)“สัส กูถามมึงก็แค่ตอบ ไม่ต้องย้อนกู”(ครับ เด็กมึงไง)“สัส กูไม่มีเด็ก ใครวะ” ไอ้นี่ก็วอนให้ผมด่ามันอย
“เฮ้อ...” เสียงถอนหายใจของฉันดังขึ้นอีกครั้ง แล้วฉันก็ผลักประตูเข้าห้องตัวเอง ยัยดารินจะไม่ยอมหยุดง่าย ๆ แน่ เพราะจากที่ผ่านมาฉันเป็นฝ่ายที่จะหลีกหนีมาโดยตลอด ทว่าดารินก็ยังตามระรานฉันไม่เลิก ความเกลียดของดารินรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้ถึงขั้นให้คนมาทำร้ายฉันแบบนี้ เลวมากจริง ๆ เสียแรงที่ตอนเด็ก ฉันอุตส่าห์รักมันเหมือนพี่สาวคนหนึ่ง แต่ฉันคงใจดีกับมันมากไป คราวนี้แหละทุกคนต้องรู้ธาตุแท้มันสักที ฉันขยับตัวเดินตรงเข้าไปในห้อง วันนี้ฉันยังมีเรียนคงไม่มีเวลามานั่งเสียใจอะไรแบบนี้นาน แต่ฉันเอาคืนมันแน่ รับรองว่ามันจะต้องเจ็บมากกว่าที่มันทำกับฉัน ฉันถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก ก่อนจะมองดูร่องรอยตามร่างกาย เชื่อเถอะว่าแทบจะมองไม่เห็นผิวเดิมของฉัน เพราะตอนนี้มันเต็มไปด้วยรอยขบกัด ซึ่งมันแดงไปทั้งตัว ไอ้บ้านั่นมันเป็นลูกเครื่องดูดฝุ่นหรือไง ถึงได้ดูดได้ดูดดี อยากจะบ้าตาย ฉันเลิกสนใจกับรอยพวกนั้นแล้วรีบจัดการกับตัวเองทันที หลังจากอาบน้ำเสร็จก็รีบใช้รองพื้นกลบรอยแดงทั้งหมด กว่าจะเสร็จก็ใช้เวลานานพอสมควร แต่นอกจากหน้าอกแล้ว ตามซอกคอก็ยังมีรอย แล้วมันเป็นเยอะมาก เยอะจริง ๆ “ไอ้โรคจิต” ฉันไ
และทั้งหมดนั้น ก็คือเรื่องราวของครอบครัวฉันเอง ฉันชื่อ เอวาเอวารินทร์ โสภิตาธารากูล ฉันเกิดมาในตระกูลที่มีเงินทอง ทรัพย์สมบัติจากบรรพบุรุษเก่าแก่ พ่อกับแม่ถูกคลุมถุงชนแต่งงานจนมีฉันเป็นสัญญาใจ แต่ฉันว่าน่าจะเป็นสัญญาแค้นมากกว่า เพราะเมื่อพ่อมีฉันปุ๊บ เขาก็เอาแต่หาเมียน้อยเข้าบ้านไม่หยุดหย่อน ราวกับคนเก็บกด ฉันเคยถามแม่ว่าทำไมพ่อไม่เคยให้เกียรติแม่บ้าง แต่แม่ก็เฉยชากับพ่อมากเสียจนไม่อาจคาดหวังคำตอบใด ๆก็คนไม่รักกันสุดท้ายก็แบบที่เห็น จนสุดท้ายแม่ฉันก็จากไปด้วยอุบัติเหตุ ตั้งแต่นั้นมาพ่อก็มีผู้หญิงเข้ามาเรื่อย ๆแต่นั่นก็ยังไม่เลวร้ายเท่ากับการที่พ่อพายัยแม่มดวดีไปจดทะเบียนสมรส ซ้ำยังเสนอหน้าไปจดทะเบียนรับลูกของนางแม่มดเป็นบุตรบุญธรรมด้วย ตั้งแต่นั้นมาความวิบัติในครอบครัวจึงได้บังเกิด เพราะจากนั้นชีวิตของฉันก็น้ำเน่ายิ่งกว่านางเอกในละคร โชคดีที่ตอนแม่แต่งงานกับพ่อ ปู่ได้ทำสัญญาว่าทรัพย์สินทุกอย่างจะต้องเป็นของฉัน พ่อกับแม่จะไม่มีใครมีสิทธิ์ในสมบัติของตระกูลสักคน แต่เงินที่หามาได้หลังจากนั้นก็แล้วแต่พวกเขาฉันเลยใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสุขสบาย ส่วนบริษัทที่พ่อเป็นผู้บริหาร ฉันไม่ก้าวก่า
หลังออกจากห้องน้ำ ฉันก็ยังเห็นว่าเขานอนอยู่ในท่วงท่าเดิม แผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยสักของผู้ชายคนนั้นยังแลดูเป็นคนสุขภาพดี ผิวสีขาวซีดในตอนที่แสงแดดสาดเข้ามากระทบกับเรือนผมสีน้ำตาลเข้ม ทำให้รู้ว่าเขายังอยู่ในช่วงวัยรุ่น มองดูแล้วอายุก็ไม่น่าจะห่างจากฉันมากนัก แล้วเขาเป็นใครกันเล่า แต่ช่างมันเถอะ ตอนนี้แค่ฉันออกจากห้องนี้ไป ฉันก็จะไม่เจอกับหมอนี่อีก หวังว่าเขาจะจำฉันไม่ได้ และเราจะไม่บังเอิญเจอกันอีก แต่พอเลิกสนใจคนที่นอนอยู่ ฉันก็เผลอเหลือบไปเห็นรอยเลือดที่ติดอยู่บนที่นอนสีขาวสว่างซึ่งมันชัดมาก จู่ ๆ ความร้อนก็เข้ามาจู่โจมฉันอย่างไม่ทันตั้งตัว ครั้งแรกของฉัน กับใครก็ไม่รู้ แฟนก็ไม่ใช่ คิดแล้วมันก็โคตรจะเศร้า แต่ถึงจะเศร้าตอนนี้ก็เอาอะไรกลับคืนมาไม่ได้แล้ว พอคิดแบบนั้นฉันจึงรีบวิ่งออกจากห้องทันที ฉันเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสำรวจมองไปรอบ ๆ ก็เห็นว่าที่นี่น่าจะเป็นโรงแรมที่ไหนสักแห่ง แต่พอคิดถึงเรื่องเมื่อคืนก็ยังแปลกใจ เพราะภาพสุดท้ายที่จำได้คือฉันกำลังนั่งดื่ม แล้วเจอ... ดาริน ใช่ เจออีบ้าดาริน แล้วจากนั้นฉันก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย มันเหมือนภาพตัดไปเลย ฉันรู้สึกเหมือนตัวเ
INTRO“อื้อ” เสียงอู้อี้เบา ๆ ดังลอดออกมาจากลำคอเล็ก ก่อนที่เปลือกตาสวยของเอวา จะค่อย ๆ เปิดขึ้นเพื่อรับแสงตะวัน แสงแดดยามเช้าในวันใหม่ มักเป็นจุดเริ่มต้นของความหวังสำหรับใครหลายคน รวมถึงเธอด้วยแต่ทว่า...“อ๊ะ เจ็บมาก” ทำไมเธอถึงได้รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติไปจากเดิม เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเธอกันแน่สายตาที่พร่ามัวเริ่มกะพริบแล้วมองเพดานที่มีสีสันต่างไปจากเดิม ยิ่งมองกลับยิ่งรู้สึกไม่คุ้นเคย จนดวงตากลมต้องหันสายตาไปอีกทางเพื่อสำรวจสิ่งอื่นและทันใดที่สายตาของเธอมองไปอีกทาง เธอก็เจอเข้ากับบางอย่าง ที่ทำให้หัวใจของเธอแทบทะลักออกมา‘นั่นใคร’ เป็นคำถามที่กำลังตีวนในหัวของเธอ ตอนนี้แม้ว่าใจเจ้ากรรมจะเต้นอย่างรุนแรงเอามาก ๆ แต่เธอยังคงพยายามใช้สายตาในการสำรวจชายผู้นั้นอย่างพิจารณา มองแล้วมองอีกเธอเห็นแค่แผ่นหลังแกร่งของผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นใครจากไหนก็ไม่รู้ นอนอยู่ข้าง ๆ ในท่าคว่ำหน้าและหันหลังให้แต่ที่ดูสะดุดตาไปมากกว่านั้น คือรอยสักรูปแปลก ๆ ที่ดูน่ากลัวเต็มแผ่นหลัง จนถึงตอนนี้เธอก็ยังนึกไม่ออก ว่าทำไมตัวเองถึงมานอนอยู่บนเตียงกับผู้ชายคนนี้ได้ถึงจะพยายามใช้ความคิดว่าเมื่อคืนเกิดอะไร แ







