LOGINอีกด้าน
หลังจากออกัสมาส่งสาวกลับคอนโดเรียบร้อยแล้วขณะที่รถยนต์คันหรูกำลังแล่นบนท้องถนนที่การจราจรหนาแน่น กว่าจะถึงคอนโดของตัวเองน่าจะใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง แต่ขณะที่รถจอดติดไฟแดงอยู่นั้น ทำให้เขาคิดอะไรได้บ้างอย่าง ปลายนิ้วเคลื่อนหาเบอร์โทรแล้วต่อสายหาเจ้าของคอนโดที่เขามีหุ้นส่วนถึงครึ่งหนึ่งทันที "พี่นที คุยได้ไหมครับ ผมออกัสเอง"เสียงทุ้มเอ่ยถามคนปลายสายเมื่อได้ยินเสียงที่บ่งบอกว่าตอนนี้คนปลายสายได้กดรับสายของตนแล้ว "คุยได้สิ มีอะไรหรือเปล่า"นทีเจ้าของคอนโดเอ่ยถามเมื่อได้ยินบทสนทนาทางโทรศัพท์ "คอนโด DD ที่พี่เป็นเจ้าของโครงการยังพอมีห้องว่างเหลือไหมครับผมอยากได้ห้องที่วิวสวยๆๆ สักห้องครับ"ชายหนุ่มไม่รอช้าบอกจุดประสงค์ให้คนปลายสายรับทราบทันที "น่าจะมีนะ เดี๋ยวพี่ให้เลขาพี่เช็คดูให้แล้วกัน ถ้าได้เรื่องอย่างไงเดี๋ยวพี่โทรไปบอกนะ" "ครับผม" หลังจากวางสายผมยกยิ้มอย่างพอใจกับคำตอบที่ได้รับ พร้อมกับพรึ่มพร่ำขึ้นมาคนเดียว"อีกไม่นานเราจะได้อยู่ใกล้กันแล้วนะ แมวน้อยของพี่" 1 อาทิตย์ต่อไป ฉันนั่งทำงานในห้องที่ต้องรีบเคลียร์เอกสารมากมายบนโต๊ะ ก็เป็นถึงรองประธานงานเกือบทุกอย่างเลยมากองอยู่ที่ฉัน ก๊อก ก๊อก ! เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำให้ฉันเสยมองขึ้นไปยังทางประตูของห้องทำงานก่อนที่เลขาของฉันจะขออนุญาติแล้วเปิดประตูเพื่อเข้ามารายงานเหมือนทุกครั้งที่มีแขกมาหา "คุณลิตาคะ ท่านประธานมาขอพบคะ"คุณพรรณีเลขาฉันเอ่ยขึ้นก่อนพ่อฉันจะเดินเขามาในห้องทำงานด้วยสีหน้าและแววตาที่ดูเหมือนกังวลอะไรสักอย่าง "คุณพ่อ มีอะไรหรือเปล่าคะ ถึงมาหาหนูถึงห้องทำงานได้"ฉันถามคุณพ่อด้วยความสงสัย เพราะทุกครั้งจะเป็นฉันเองที่ต้องเข้าไปหาคุณพ่อมากกว่า แต่วันนี้ทำไมคุณพ่อถึงมาหาฉันถึงห้องทำงานได้ถ้าให้เดาธุระที่ท่านจะคุยกับฉันน่าจะสำคัญพอตัวอยู่ "พ่อต้องไปคุยงานกับลูกค้า แต่ทางบริษัทขนส่งที่ยังคุยกันไม่ลงตัวดันมานัดคุยวันนี้พอดี พ่ออยากจะให้หนูไปคุยตกลงเรื่องสัญญาแทนพ่อหน่อย เอกสารพ่อให้คุณนิกรเตรียมไว้ให้แล้วพ่อฝากด้วยแล้วกันนะ"คุณพ่อบอกฉันด้วยความกังวล "ได้คะ เรื่องแค่นี้เองนัดไว้ตอนกี่โมงคะ ลูกจะได้เตรียมตัว"ฉันรับปากคุณพ่อพร้อมกับถามช่วงเวลาที่นัดหมายเอาไว้ "บ่ายโมง สถานที่คุณนิกรน่าจะบอกเลขาของหนูไว้เรียบร้อยแล้ว" "คะ คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะ" "อืม พ่อฝากเราด้วยนะ พ่อไปก่อนถึงเวลานัดพอดี ได้เรื่องอย่างไงโทรบอกพ่อด้วยแล้วกัน" "คะ พ่อสบายใจได้"ฉันบอกคุณพ่อให้ท่านคลายกังวล ก่อนที่คุณพ่อจะพยักหน้าตอบรับพร้อมกับหันหลังออกจากประตูภายในห้องทำงานของฉัน ร้านอาหาร ลิตาสาวเท้าเข้ามายังร้านอาหารที่เป็นที่นัดหมายของการคุยเรื่องธุรกิจโดยมีเลขาสาวเดินขนาบข้างมาด้วย สองสาวบอกกล่าวพนักงานถึงโต๊ะที่จองไว้ล่วงหน้า ก่อนพนักงานจะนำมายังโต๊ะอาหาร "เชิญทางนี้คะคุณลูกค้า"ขาเรียวสวยเดินตามพนักงานมายังโต๊ะที่ได้ถูกจ้องไว้ล่วงหน้าแล้วก่อนที่จะนั่งลงโต๊ะอาหาร "คนที่คุยด้วยเป็นเจ้าของบริษัทเหรอคะคุณพรรณี"ฉันถามข้อมูลก่อนที่คนนัดหมายจะมาถึง "ใช่คะ ได้ยินว่าค่าจ้างที่ขนส่งนั้นเรียกสูงเกินไปทางเราเลยขอลดลงมาอีก ทางนั้นเลยไม่กล้าตัดสินใจ เลยให้คุณออสการ์ ประธานบริษัทมาคุยกับทางเราเองดีกว่า "พรรณีเลขาคู่ใจรายงานสิ่งที่รับรู้จากนิกรให้เจ้านายสาวได้ทราบถึงเรื่องการนัดหมายในครั้งนี้ ทางเจ้านายสาวได้แต่พยักหน้าเบา ๆ ตอบรับ "อ๋อเหรอ สัญญาเตรียมพร้อมแล้วใช่ไหม" "คะ คุณนิกร เตรียมทุกอยากพร้อมแล้วคะเหลือแต่ทางนั้นจะยอมตกลงหรือเปล่า"เลขาสาวรายงาน งานทุกอย่างให้เจ้านายตัวเองรับทราบ ก่อนที่สายตาคู่สวยของลิตาจะมองไปยังบุรุษที่ส่วนสูงเด่นเป็นสง่าเดินเคียงคู่มากับบุรุษอีกคนที่ภูมิฐานเช่นกัน บุรุษทั้งสองสาวเท้าเข้ามายังโต๊ะที่ลิตานั้ง เมื่อเดินเข้ามาใกล้ ๆ ทำให้ลิตาถึงกับมองตาค้าง ใบหน้าร้อนผ่าว หัวใจเต้นแรง ก็เขาคืนเจ้าของเสื้อสูท และเป็นคนเดียวกันกับพรากพรหมจรรย์ไปในคืนวันแต่งงานของเพื่อนสนิทนี่เอง หญิงสาวได้แต่คิดว่าทำไมโลกช่างกลมแบบนี้ "สวัสดีครับ ผมออสการ์ แอนดิสัน หรือจะเรียกผม ออกัสก็ได้นะครับ "ผู้มาใหม่เดินมาหยุดที่โต๊ะอาหารก่อนจะแนะนำตัว พร้อมกับโปรยยิ้มขึ้นมาแต่รอยยิ้มนี้มันช่างน่ากลัวเหลือเกินสำหรับลิตา "อ๋อ สวัสดีคะ ลัลณ์ลลิล ลิตา คะ เชิญ คุณออสการ์กับคุณ เอ่อ... นั่งก่อนคะ ไม่ทราบว่าคุณทั้งสองสั่งอาหารเลยไหมคะ"ลิตาเชิญบุรุษทั่งสองนั่งแต่เนื่องด้วยทราบชื่อแค่คนเดียวทำให้ลิตาไม่ได้เอ่ยชื่ออีกคนที่คาดว่าน่าจะเป็นเลขาหรือไม่ก็ผู้ช่วยของชายหนุ่ม "ผม มาแกรนด์ครับเลขาคุณออสการ์"ชายหนุ่มเอ่ยแนะนำตัวพร้อมกับก้มหัวลงเล็กน้อย ก่อนที่บุรุษทั้งสองจะนั่งลงเกาอี้ตัวที่ว่างตามคำเชิญของสาวสวยด้านหน้า "ผมขอน้ำเปล่าแล้วกัน เรามาคุยเรื่องสัญญากันดีกว่า ผมอ่านสัญญาที่คุณเสนอมาแล้วนะครับผมคิดว่า ราคาที่คุณให้ทางเรามันต่ำกว่าบริษัทอื่นที่ทางเราได้รับ"ออกัสเปิดประเด็นทันทีเพราะมาแกรนด์เลขาของเขาได้รายงานให้ทราบถึงราคาของทางบริษัทนั้นเสนอมาให้แล้ว "แต่ราคานี้ ฉันคิดว่ามันโอเคสำหรับทางเรามากเลยนะคะคุณออสการ์ลองทบทวนอีกสักรอบดีกว่านะคะ"เสียงหวานเอ่ยขึ้นกับข้อเสนอที่ทางบริษัทจะให้ได้ ก่อนที่ออกัสยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยแต่ไม่มีใครเห็นรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์นี้ เสียงทุ้มยื่นข้อเสนอบ้างอย่างขึ้น "เอาแบบนี้แล้วกัน ถ้าคืนนี้คุณยอมมาดินเนอร์กับผม ผมอาจจะตกลงกับข้อเสนอที่คุณขอมาก็ได้"สายตาคมสบเข้ากับแววตาคู่สวยก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มลึกด้วยทีเล่นทีจริงแต่คำตอบที่เขาได้รับกับทำให้คนรอฟังคำตอบหัวใจฟองโตทันทีแต่กระนั้นเขายังคงผมปั้นหน้านิ่งราวกับไม่รู้สึกกับคำตอบที่ได้รับ "ได้คะ คุณเลือกร้านได้เลยฉันยินดี ที่จะไปดินเนอร์กับคุณออสการ์"ฉันบอกเจ้าของบริษัทโดยไม่คิดอะไรมากเพราะถ้าดิวงานให้คุณพ่อได้ก็เท่ากับว่าบริษัทเราก็สามารถทำงานได้ราบรื่นยิ่งขึ้น เพราะสินค้าส่วนใหญ่ของทางบริษัทเราเน้นส่งออกไปขายต่างประเทศอยู่แล้ว "โอเคครับ เดี๋ยวถ้าผมเลือกร้านได้แล้วจะส่งโลเคชั่นให้คุณทาง LIKE แล้วกัน อ๋อ อย่าลืมเอาเสื้อมาคืนผมด้วยนะ และอีกอย่างเรียกผมว่าออกัสดีกว่า"ออกัสตอบกับสาวสวยด้านหน้าก่อนที่จะขอตัวกลับเพื่อหาสถานที่สำหรับดินเนอร์คืนนี้ "คุณลิตา รู้จักคุณออสการ์ ด้วยเหรอคะ"พรรณีเลขาสาวถามขึ้นด้วยน้ำเสียงและแววตาแปลกใจทันทีเมื่อได้ยินคำพูดที่ประธานบริษัทอย่างคุณออสการ์คุยกับเจ้านายของตัวเอง "ไม่มีอะไรหรอก บังเอิญเจอกันในงานแต่งเพื่อน แล้วเคยคุยกันนิดหน่อย เรื่องที่ลิตารู้จักกับคุณออกัสคุณพรรณีไม่ต้องบอกคุณพ่อนะคะ" "ได้คะ พรรณีจะปิดปากเงียบไม่บอกใครแน่นอน"พรรณีเลขาสาวรับปากกับเจ้านายตัวเองก่อนที่สองสาวจะพากันออกจากร้านอาหารกลับเข้าบริษัทเพื่อทำงานต่อไปเนื่องจากยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน3 ปีต่อมา หลังจากแต่งงานเราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมา 3 ปี มีพยานรักด้วยกัน 1 คน คือน้องออนิว หรือ ด.ช.ลลิตภัทร แอนดิสัน ความดื้อความซนไม่ต้องถาม ดื้อแบบเด็กผู้ชาย ปล่อยไว้ไม่ได้ ยายต้องตามจับตลอด แค่คนเดียวก็เหนื่อยแล้ว พี่ออกัสยังอยากจะมีเพิ่มอีกหลาย ๆ คน อ่อฉันลืมบอกไปว่าฉันโชคดีหน่อยที่แม่ของฉันอาสาเลี้ยง เจ้าเด็กแสบให้เพราะฉันต้องช่วยพ่อดูแลบริหารงานที่เป็นธุรกิจภายในครอบครัว ถึงแม้ตอนแรกพ่อฉันจะห้ามไว้ท่านบอกว่าสามารถดูแลบริหารงานเพียงคนเดียวได้ แต่ด้วยความเป็นห่วงกลัวท่านจะทำงานหนักเกินไป อีกอย่างท่านก็อายุมากแล้วพอหลังคลอดน้องออนิวได้ 6 เดือนฉันก็รบเร้าอยากจะไปทำงานถึงแม้ทุกคนจะไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่ด้วยความลูกอ้อนสารพัดเลยทำให้ พ่อกับพี่ออกัสยอมใจอ่อน ยอมให้ฉันไปทำงานได้ ตอนเช้าก่อนจะไปทำงานฉันต้องพาน้องออนิวมาฝากไว้กับแม่ที่บ้านในพื้นที่เดียวกัน แต่เป็นบ้านอีกหลัง ที่พี่ออกัสสร้างบ้านอยู่ใกล้ ๆ บ้านพ่อและแม่ของฉันที่เป็นพื้นดินเดียวกันกับที่ดินของพ่อกับแม่ซึ่งพี่ออกัสก็ตามใจฉันให้ฉันสร้างบ้านใกล้กับพ่อแม่คงเพราะท่านทั้งสองก็อายุมากแล้วกลัวจะไม่มีใครดูแลนั้นเอง "กลับมาแล้วคะ
หลังจากกลับจากภูเก็ตเราทั้งสองรีบบอกผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ด้วยความรวดเร็วของแม่สุดที่รักของฉันท่านรีบไปหาอาจารย์ที่นับถือเพื่อหาฤกษ์แต่งงาน แม่บอกว่าฤกษ์ดีคือเดือนหน้าถ้าหลุดจากนี้ต้องรออีกสามปี ฉันนี่จะบ้าตายจะเร็วไปไหน แต่ไม่เป็นปัญหากับเราสองคนเพราะพ่อแม่ของเราทั้งสองต่างช่วยกันหา ออแกไนซ์มาช่วยเลยทำให้ง่ายสำหรับเราสองคนมาก งานแต่ง วันแต่งงานก็มาถึง ช่วงเช้าเราสองคนจัดงานพิธีแบบไทยมีแห่ขันหมากและรดน้ำสังข์อวยพรคู่บ่าวสาว โดยเจ้าสาวอย่างฉันสวมชุดไทยสีงาช้างเกล้าผมมวยสูงมีปิ่นเล็ก ๆ ปักที่มวยผม แต่งหน้าเบา ๆ เพิ่มลุกแบบสาวหวาน ส่วนเจ้าบ่าวมาในชุดสูทสีเทาผ้ามันเงาเซ็ทผมเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับชุด ช่วงแห่ขันหมากฉันได้ยินเสียงเพลงร้อง โห่ร้องอย่างสนุกสนามนำขบวบขันหมากเพื่อเข้ามายังหน้าบ้าน โดนเพื่อนทั้งสองที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวอย่างยัยขวัญและยัยฝันต่างรีบออกไปกั้นประตูเงินประตูทองเพื่อรับซองจากเจ้าบ่าว เมื่อเจ้าบ่าวมาถึงหน้าประตูห้องเพื่อรับฉันไปทำพิธีมือบางดันประตูห้องออกก้าวเท้าไปหาคนตัวโตที่ยืนส่งยิ้มให้ฉัน "ลิตาวันนี้น้องสวยมากจริง ๆ "คนตัวโตโน้มตัวต่ำก้มลงกระซิบข้างใบหูฉันเบา ๆ เ
ปลายฝันเล่าเรื่องที่ยัยขวัญดื่มโซจูหลายขวดจนเมามายโดยมีพี่เหนือนั่งอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา ฉันตลกนางเวลานางเมาแล้วนางชอบรั่วแต่เอ๊ะ นางเมาแล้วรั่วเหมือนฉันเลยนึกแล้วก็ขำเพื่อนกันนิสัยชอบรั่วเหมือนกันเลย "ฝันอ่ะ แกก็แซวฉันโน้นดูเพื่อนตัวดีโน้นสนใจเราสองคนที่ไหน ตั้งแต่มีแฟนตัวติดกันตลอดเลย"เสียงหวานของขวัญข้าวเอ่ย พาดพิงแก้มหยอกเย้ามาทางฉัน "อะไรกันค่าา อยู่ดี ๆ ก็วนมาที่ฉันเฉยเลย ตัวติดกันตรงไหนไม่จริง"ฉันเอ่ยบอกเพื่อนทั้งสองพร้อมกับพยายามเขยิบหนีแต่มือหนาของพี่ออกัสก็คว้าเอวฉันมากอดไว้ทำให้ร่างบางแทบจะขยับออกไปไหนไม่ได้เลย "นั้นไงหลักฐานเห็นคาตาจริงไหมฝัน"สายตาของขวัญข้าวมองมายังฉันที่โดนคนตัวโตล๊อกเอวไว้แน่นพร้อมกับเอ่ยบอก "จริงทำเป็นแก้ตัว เดี๋ยวตอนเย็น ๆ พี่นิวตันจะออกไปซื้ออาหารทะเล เอามาย่างกินกัน แกสองคนอยากเอาอะไรเพิ่มไหม พี่เหนือ พี่ออกัสเอาอะไรเพิ่มอีกไหมคะ อยากกินเหล้าหรือจะเอาเครื่องดื่มอย่างอื่นดี"ปลายฝันเอ่ยถามทั้งหมดเพราะจะให้สามีเตรียมให้ทีเดียวเลย "พี่ดื่มอะไรก็ได้ครับ/พี่ดื่มอะไรก็ได้"ผมเอ่ยบอกน้องสาวเพื่อนน้ำเหนือก็เอ่ยบอกเช่นกันเราทั้งสองคนดื่มอะไรก็ได้ไม่ขัดอยู่
หนึ่งปีต่อมา ขณะที่ฉันเร่งเคลียร์เอกสารที่กองอยู่ตรงหน้าเพราะวันนี้พี่ออกัสจะเข้ามารับฉันไปดินเนอร์เนื่องในโอกาสวันสำคัญของเราสองคนซึ่งวันนี้เป็นวันที่คบรอบหนึ่งปีที่เราได้จัดงานหมั้น ขณะที่ฉันนั่งเซ็นเอกสารฉบับสุดท้ายอยู่นั่นก็มีเสียงดังจากข้อความแจ้งเตือนมาจากโทรศัพท์เครื่องหรูที่อยู่บนโต๊ะทำงาน ติ้ง ! มือบางหยิบโทรศัพท์ก่อนจะเปิดหน้าจออ่านข้อความที่แอพพิเคชั่นชื่อดังสีเขียวทันที ขวัญข้าว [ ลิตาวันเสาร์นี้แกว่างหรือเปล่าไปเที่ยวภูเก็ตกัน ส่วนเรื่องที่พักไม่ต้องเป็นห่วงนะเพราะเรามีเพื่อนเป็นเมียเจ้าของโรงแรมที่พักฟรีแกไม่ต้องเสียเงินค่าที่พักสักบาทเดียว ] ข้อความจากเพื่อนสนิทที่ส่งมาให้ฉัน ลิตา [ วันเสาร์เหรอคิดว่าน่าจะว่างนะ คงไม่มีธุระไปที่ไหน] ฉันตอบกลับข้อความเพื่อนทันที ดีเหมือนกันการเจอกันเพื่อนครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัวแฟนให้ทั้งสองคนได้รับรู้อย่างเป็นทางการด้วย ขวัญข้าว [ ถ้างั้นแสดงว่าแกตกลงไปกับฉันแล้วนะ เจอกันวันเสาร์ตอนเช้าที่สนามบิน ส่วนเวลาฉันจะบอกแกอีกที ] ลิตา ส่งสติกเกอร์โอเคไปให้เพื่อนสนิท ขวัญข้าว ส่งสติกเกอร์รูปหัวใจกลับมาให้เพื่อนสนิททันทีเช่นกัน
@ช่วงเช้าของวัน วันนี้เป็นการนัดพบเจอกับระหว่างครอบครัวพี่ออกัสและครอบครัวของฉันจากตอนแรกที่คิดว่าจะไปหาพ่อแม่พี่ออกัสที่บ้านเลยต้องเปลี่ยนแผนเพราะพ่อแม่ของพี่ออกัสอยากจะคุยเรื่องงานหมั้นของเราทั้งสองคน มือเรียวเปืดตู้เสื้อผ้าเลือกชุดที่ดูเป็นทางการที่ดูเรียบร้อยถูกกาละเทศะ สายตาไล่ดูชุดทีละชุด หยิบออกมาเทียบตัวเอง ก่อนจะเก็บใส่ตู้เหมือนเดิม ฉันทำแบบนี้อยู่หลายรอบพร้อมกับถอนหายใจยาวพรืดออกมา "เฮ้ย! ชุดไหนดีนะ หรือชุดนี้ดี ไม่เอาดีกว่า ชุดนี้ดีกว่า"ฉัน พึมพำพูดออกมาเบา ๆ ขณะที่คนตัวโตแต่งตัวเสร็จแล้วนั่งรอฉันอยู่บนเตียงสายตาคมจ้องมองฉันเป็นระยะก่อนเสียงทุ้มเข้มจะเอ่ยขึ้นมา "น้องลิตาครับ เลือกสักชุดเถอะ พ่อแม่พี่เขาเป็นคนสบาย ๆ แต่งตัวแบบไหนก็ได้"สายตาคมจ้องมองคนตัวเล็กที่หยิบเสื้อผ้าออกจากตู้ก่อนจะเก็บเข้าตู้เหมือนเดิมคนตัวเล็กทำวนไปวนมาแบบนี้อยู่หลายรอบขณะที่ผมแต่งตัวแค่เสื้อยืดกางเกงยีนส์นั่งรอคนตัวเล็กเลือกเสื้อผ้าราวครึ่งชั่วโมงได้ "พี่ออกัส ! อย่าว่าลิตาสิ ก็ลิตาไม่รู้จะใส่ตัวไหนดีให้พ่อแม่พี่ประทับใจ"ฉันแหวขึ้นเสียงสูงพร้อมกับส่งสายตาดุไปยังคนตัวโตที่นั่งสบายอารมณ์อยู่บนเตี
รถยนต์คันหรูถูกขับเข้ามาจอดยังลานจอดรถของคอนโด ผมพาคนตัวเล็กขึ้นมายังห้องพักของผม มือหนาผลักบานประตูเปิดออกจูงมือเรียวของคนตัวเล็กเข้ามายังห้อง ก่อนที่ผมจะทวงสัญญากับคนตัวเล็ก "สัญญาอะไรไว้ห้ามลืมนะครับ" "แล้วพี่จะให้ลิตาทำอะไรคะ"เสียงหวานเอ่ยทันควันถามผมอย่างสงสัย ขณะที่คนตัวเล็กเหมือนคิดอะไรออกใบหน้าหวานเริ่มขึ้นสีแดงจาง ๆ ลามไปถึงใบหูหลบสายตาต่ำจากการเขินอาย "ทำรักครับวันนี้น้องต้องขึ้นนะครับคนดี"ปากหนากระซิบลงข้างหูเบาไอร้อนจากลมปากพ่นใส่ใบหูอย่างแผ่วเบาก่อนจะจูงมือเรียวเข้ามายังห้องนอนก่อนจะเปิดแอร์เพื่อให้ความเย็นกระจ่างไปทั่วห้อง "พี่ไม่เหนื่อยเหรอคะขับรถมาตั้งไกล"เสียงหวานเอ่ยขึ้นขณะที่ผมกดบ่าคนตัวเล็กให้นั่งลงบนเตียง พร้อมกับถอดเสื้อผ้าของผมออกด้วยความไว จับมือเรียวขึ้นมากอบกุมท่อนเอ็นร้อนของผมไว้ คนตัวเล็กถึงกับชะงักเพียงครู่แต่ก็ยอมจับก่อนจะค่อยสาวท่อนเอ็นขึ้นลงจนท่อนเอ็นร้อนแข็งสู้มืออันนุ่มนิ่ม ใบหน้าหวานแดงแล้วแดงอีกเบนสายตามองด้านข้างทันที "ไม่เหนื่อยครับ"สิ้นเสียงผมยกมือเชิดคางมลขึ้นก่อนจะมอบจูบแสนหวานก่อนที่จะเร้าร้อนในเวลาต่อมา ก่อนจะยอมผละออกอย่างเสียดาย มือทั้ง







