Partager

2   ชายขาพิการ

last update Date de publication: 2026-05-10 17:25:52

2  

ชายขาพิการ

นางทอดถอนใจอย่างขมขื่น ก่อนจะใช้ชายเสื้อเช็ดคราบเลือดที่มุมปากออก  มองดูหัวมันเผาที่วาดได้เป็นสิ่งแรกของวัน บัดนี้นางเข้าใจแล้วว่าวันนี้นางได้ใช้สิทธิ์วันละครั้งหมดไปแล้ว และเกือบจะต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เพราะความโลภ

“มีเพียงหนทางเดียวคือต้องใช้มันอย่างระมัดระวังที่สุด  เอาเถิด…อย่างน้อยมีพู่กันวิเศษนี้ชีวิตของข้ากับท่านแม่น่าจะดีขึ้นมาบ้าง”

ชิงเหยาเดินกลับไปที่บ้านดินหลังเก่า เห็นมารดานอนคุดคู้อยู่บนฟางข้าวด้วยความหนาวเหน็บ นางจึงหยิบหัวมันเผาที่ยังอุ่นอยู่ออกมาส่งให้

"นั่นเจ้าไปเอามันเผามาจากที่ใดหรือ"

“เป็นโชคดีของลูกที่ไปเจอในแปลงมันเก่าของชาวบ้านค่ะ ท่านแม่รีบกินเถิด”

ชิงเหยายิ้มบางๆ พลางบิหัวมันส่งให้มารดา นางมองดูมารดาที่ค่อยๆ เคี้ยวอาหารด้วยความรู้สึกสงสาร แม้ร่างกายของนางจะยังคงเจ็บร้าวจากแรงสะท้อนกลับของพู่กัน แต่การเห็นมารดาอิ่มท้องก็เป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า

ในคืนนั้นชิงเหยานอนฟังเสียงลมหวีดหวิวลอดผ่านช่องหน้าต่างพังๆ นางพยายามวางแผนสำหรับวันพรุ่งนี้ หากนางวาดอาหารทุกวัน นางจะไม่มีวันขยับขยายชีวิตให้ดีขึ้นได้เลย นางต้องวาดสิ่งที่จะสร้างรากฐานให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ในที่กันดารแห่งนี้ให้ได้

“พรุ่งนี้ข้าจะวาดแม่พันธุ์ไก่”

นางพึมพำกับตัวเองแล้วซ่อนพู่กันไว้ใต้หมอนอย่างมิดชิด แต่การมีกินมีใช้รวดเร็วเกินไปนั้นจะเป็นที่ผิดสังเกตของชาวบ้าน  นั่นอาจจะนำภัยใหญ่หลวงมาให้  พรุ่งนี้เช้านางจะแสร้งเดินขึ้นเขาไปหาของป่าเหมือนชาวบ้านคนอื่นๆ เพื่อตบตาผู้คน และจะได้สอดส่องดูว่าในหุบเขาแห่งนี้มีสิ่งใดพอจะใช้เป็นช่องทางทำมาหากินได้บ้าง

รุ่งเช้าของวันที่สอง ชิงเหยาตื่นขึ้นพร้อมกับความตั้งใจใหม่ นางเตรียมตัวเดินขึ้นไปทางตีนเขาที่ดูเขียวชอุ่มกว่าในหมู่บ้านเล็กน้อย นางเดินลัดเลาะตามทางเดินเล็กๆ ที่ถูกทับถมด้วยใบไม้แห้ง จนกระทั่งเริ่มเข้าสู่เขตป่าไผ่ท้ายหมู่บ้าน กลิ่นดินและไอน้ำค้างทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง

หลังจากเดินมาได้สักพัก นางก็สังเกตเห็นควันไฟบางๆ ลอยมาจากทางทิศตะวันออก ด้วยความสงสัยนางจึงค่อยๆ แทรกตัวผ่านพุ่มไม้ออกไป  สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือกะท่อมไม้ไผ่หลังย่อมที่ดูสะอาดสะอ้าน

ที่หน้ากระท่อมนั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นไม้ที่ดูค่อนข้างเก่า  ใบหน้าของเขาคมสันแต่ซูบตอบ แววตาที่เขามองออกไปยังผืนป่านั้นดูสงบนิ่งและไร้ความรู้สึก ขาทั้งสองข้างของเขาดูไร้เรี่ยวแรงเหมือนจะขยับไม่ได้

ชิงเหยาเผลอเหยียบกิ่งไม้แห้งหักเสียงดังกร๊อบ ชายหนุ่มผู้นั้นหันกลับมามองในทันที แววตาของเขาที่จ้องมานั้นดูเย็นเยียบและเต็มไปด้วยการระวังภัย

“เจ้าเป็นใคร”

น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำแต่กลับทำให้นางรู้สึกยำเกรง  ชิงเหยาชะงักไปครู่หนึ่ง นางรีบปรับสีหน้าให้ดูปกติ 

“ข้าเป็นคนมาใหม่อาศัยในหมู่บ้านหุบเขาหิน มาหาฟืนและของป่าเจ้าค่ะ”

ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามในทันที เขามองสำรวจนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะเบือนหน้ากลับไปมองท้องฟ้าตามเดิม

“ที่นี่ไม่มีของป่าให้เจ้าหาหรอก  ของป่าเล็กๆ น้อยๆ ที่พอมีชาวบ้านก็เอาไปหมดแล้ว  เจ้าไปเสียเถอะ”

นางมองดูแผ่นหลังของเขาแล้วรู้ว่ามีบางอย่างคล้ายคลึงกับตนเอง เขาเงียบขรึมและเย็นชา นางไม่ได้ถอยกลับตามคำไล่ แต่วางฟืนที่หามาได้ลงข้างๆ ทางเดิน  เพราะเห็นว่าเขาอยู่ลำพังและอาจจะลำบากมาก  บางทีฟืนนี้อาจเป็นเชื้อเพลิงให้เขาใช้จุดไฟบรรเทาความหนาวเหน็บได้

“วันนี้อาจจะไม่มีแต่พรุ่งนี้ไม่แน่เจ้าค่ะ”

นางกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินกลับออกมา  ในใจของชิงเหยาเริ่มครุ่นคิดถึงวันถัดไป พู่กันในมือของนางวาดได้วันละหนึ่งครั้ง และครั้งต่อๆ ไปนางอาจจะวาดสมุนไพรบางอย่างมาลองช่วยชายขาพิการผู้นี้ดู

เมื่อไม่ได้ของป่าติดมือกลับมานางจึงมุ่งตรงกลับบ้าน  ใจก็ครุ่นคิดแต่เรื่องพู่กันเกล็ดมังกร หากนางเอาไว้ใช้วาดอาหาร  วันพรุ่งนี้นางก็ต้องวาดอีก  และวันต่อๆ ไปนางก็จะไม่ได้วาดสิ่งของที่จำเป็นยิ่งกว่านั้น  อีกทั้งหากไม่วาดเงินทอง  ถึงกระนั้นการวาดของที่มีราคาสูงก็ยังเป็นเรื่องที่เสี่ยงเกินไป

พอเห็นว่ามารดายังหลับอยู่  นางจึงเดินออกไปหลังบ้าน  มองรอยแยกของแผ่นดินที่แห้งกรังและก้อนหินกระจายอยู่ทั่วพื้น  ชิงเหยานั่งลงบนพื้นดินที่ลับตาคน ภาพในหัวของนางไม่ใช่เป็ดย่างรสเลิศหรืออาหารหรูหรา แต่มันคือสัตว์ตัวหนึ่งที่จะให้ผลผลิตแก่นางได้

นางเริ่มจรดปลายพู่กันวาดรูปของแม่ไก่ตัวอ้วนลงบนพื้นทราย  ทุกเส้นสายที่ลากผ่านพื้นดินหนักอึ้ง  เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายตามไรผม ลมหายใจเริ่มติดขัดเป็นห้วงๆ แต่นางยังคงประคองปลายนิ้วให้ลากไปจนบรรจบเป็นเส้นสุดท้าย

พลันบังเกิดแสงสว่างขึ้น ก่อนที่เสียงร้องกะต๊ากเบาๆ จะดังตามมา  บนพื้นทรายที่เคยว่างเปล่า บัดนี้ปรากฏแม่ไก่ขนสีน้ำตาลแดงตัวหนึ่ง มันดูแข็งแรงและอุดมสมบูรณ์ผิดกับความแห้งแล้งของหมู่บ้าน

ชิงเหยาซบหน้าลงกับฝ่ามือหอบหายใจรัวเร็ว ความเหนื่อยล้าคราวนี้ไม่หนักเท่าตอนวาดเงิน แต่ก็ทำให้นางมึนศีรษะจนต้องนั่งนิ่งอยู่นานนับเค่อ นางรีบคว้าแม่ไก่ขึ้นมาแนบอก ปิดปากมันไว้ไม่ให้ส่งเสียงดังจนบ้านอื่นได้ยิน

"จากนี้ไปเจ้าต้องออกไข่ให้ข้ากับท่านแม่ได้กินทุกวัน" 

นางพึมพำกับแม่ไก่ตัวนั้น ก่อนจะรีบนำมันไปซ่อนไว้ในสุ่มไม้ไผ่เก่าๆ แล้วคลุมด้วยเศษฟางอย่างมิดชิด

"เหยาเอ๋อร์ เจ้าไปเอาแม่ไก่ตัวนี้มาจากที่ใด"

นายหญิงเยี่ยเดินออกมาเห็นเข้าพอดี นางถามด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นบุตรสาวกำลังวุ่นอยู่กับการจัดแจงที่ทางให้สัตว์เลี้ยงตัวใหม่

"ลูกเดินไปทางชายป่าตอนเช้ามืดเห็นมันเข้าเจ้าค่ะท่านแม่  วิ่งไล่จับอยู่นานกว่าจะจับได้ มันเป็นไก่ป่าลูกเลยนำกลับมาเลี้ยงไว้ เผื่อว่าวันข้างหน้าจะมีไข่ให้พวกเราได้กินบ้าง"

ชิงเหยาโกหกอย่างแนบเนียน นางยังไม่พร้อมจะเปิดเผยความลับเรื่องพู่กันให้ใครรู้ แม้จะเป็นมารดาแท้ๆ ก็ตาม

"โชคดีของเรายิ่งนัก แต่เจ้าต้องระวังให้ดีนะ คนในหมู่บ้านนี้ต่างก็หิวโหย หากใครเห็นเข้าไก่ตัวนี้อาจจะกลายเป็นอาหารของผู้อื่นไปเสียก่อน" นายหญิงเยี่ยเตือนด้วยความกังวล

"ลูกจะระวังเจ้าค่ะท่านแม่"

ในคืนนั้นชิงเหยานอนมองพู่กันเกล็ดมังกรที่อยู่ในมือ วันแรกนางวาดหัวมันเผาเพื่ออิ่มท้อง วันที่สองนางวาดแม่ไก่เพื่อเป็นแหล่งอาหาร วันพรุ่งนี้นางต้องวาดสิ่งที่สำคัญกว่านั้น

นางคิดถึงชายขาพิการ  เขาดูเหมือนจะพิการมานานมากแล้ว พลังของพู่กันอาจช่วยรักษาเขาได้ แต่ความเจ็บปวดที่นางต้องแลกมาเล่า?

นางส่ายหน้าเบาๆ เตือนตัวเองว่าอย่าเพิ่งทำอะไรที่เกินตัว ความลับของพู่กันเกล็ดมังกรนี้ต้องถูกรักษาไว้ด้วยชีวิต หากใครรู้เข้า ไม่เพียงแต่นางจะไม่ได้ล้างแค้น แต่อาจจะต้องจบชีวิตลงที่หุบเขาหินแห่งนี้พร้อมกับมารดา 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   ตอนพิเศษ 2 (จบ)

    ตอนพิเศษ 2 (จบ)ย่างเข้าสู่คิมหันตฤดู ไอแดดช่วงเช้าสะท้อนเหนือผืนน้ำทะเลสาบหนานซิง เสียงแมลงริมฝั่งร้องระงม เรือประมงลำน้อยหลังคาฟางผุพังลำหนึ่งกำลังลอยลำอยู่ในทะเลสาบอย่างโดดเดี่ยวบนเรือนั้นมีบุรุษสองคนนั่งเผชิญหน้ากัน คนหนึ่งคือเล่าต๋าชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัด ผิวที่กร้านแดดเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ อีกคนคืออาซิ่งเด็กหนุ่มเลือดร้อนที่แววตามีความดื้อรั้นฉายชัด ทั้งคู่กำลังช่วยกันออกแรงสาวตาข่ายที่ดูเหมือนจะหนักอึ้งผิดปกติขึ้นมาจากน้ำ"วันนี้น่าจะก้าวเท้าออกจากบ้านถูกข้าง เราดวงดีแล้วอาซิ่ง คงได้ปลาใหญ่แน่ๆ ตาข่ายหนักเพียงนี้หากไม่ใช่ปลาหลีฮื้อตัวใหญ่จะเป็นสิ่งใดไปได้อีก" เล่าต๋าเอ่ยพลางพ่นลมหายใจออกทางปาก"ท่านอาเล่า อย่าเพิ่งคิดไปเองเลย เราไม่ได้ปลาใหญ่มาห้าวันแล้วนะ วันนี้จะต้องกลับบ้านมือเปล่าไปอีกรึเปล่าก็ไม่รู้"“เจ้าก็อย่าพูดอัปมงคลเช่นนั้นสิ!” เล่าต๋าดุอาซิ่งกัดฟัน แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อเกร็งเขม็งขณะออกแรงกระชากตาข่ายขึ้นมา"หากเป็นปลาใหญ่จริง คืนนี้พวกเราคงได้กินเหล้าดีๆ ในเมืองสักไห"ทว่าเมื่อตาข่ายพ้นผิวน้ำ ความหวังที่ว่าจะเห็นปลาเกล็ดเงินกระโดดโลดเต้นกลับมลายหา

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1เส้นทางสู่หมู่บ้านหุบเขาหินนั้นทั้งคดเคี้ยวและลาดชัน สองข้างทางเต็มไปด้วยโขดหินรูปทรงประหลาดตา รถม้าหรูหราของจวนจวิ้นอ๋องเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ตามหลังขบวนเกวียนขนเสบียงที่บรรทุกทั้งธัญพืช เครื่องเทศ และสมุนไพรมาเต็มลำเซียวอวี้นั่งอยู่ข้างกายชิงเหยาภายในรถม้า เขาคอยประคองร่างบอบบางของนางไว้ทุกครั้งที่ล้อรถสะดุดเข้ากับร่องหิน แววตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความห่วงใย แม้กระทั่งชิงเหยาก็ยังนึกแปลกใจ บุรุษที่ไม่เคยรักหยกถนอมบุปผาก่อนหน้านี้ พอได้เป็นสามีของใครสักคนเขากลับทำหน้าที่ได้ดีจนน่าปลาบปลื้ม"ทางลำบากถึงเพียงนี้ เจ้ายืนกรานจะมาด้วยตนเองให้ได้ หากเจ้าบอกข้าเพียงคำเดียว ข้าจะสั่งให้ทหารนำเสบียงมาส่งให้ถึงมือชาวบ้านโดยที่เจ้าไม่ต้องเหนื่อยยากเช่นนี้"เซียวอวี้เอ่ยพลางกระชับเสื้อคลุมขนสัตว์ให้นาง ชิงเหยายิ้มบางๆ พลางเอนศีรษะซบลงบนไหล่ของเขา"การมอบของด้วยใจกับการมอบตามหน้าที่นั้นต่างกันนัก หม่อมฉันอยากเห็นด้วยตาตนเองว่าพวกเขามีความเป็นอยู่เช่นไร อีกอย่าง...หม่อมฉันคิดถึงคนในหมู่บ้านหุบเขาหินเพคะ ป่านนี้ไม่รู้ว่าหว่านอิงโตขึ้นมากน้อยเพียงใดแล้ว"เมื่อขบวนรถม้าเลี้ยวเข้าสู

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   77 ข้าอยากปลดปล่อยตัวเอง

    77ข้าอยากปลดปล่อยตัวเองเมื่อรถม้าหยุดลงที่ริมทะเลสาบอันกว้างใหญ่ ภาพเบื้องหน้าคือผืนน้ำที่ยังคงกระเพื่อมไหวอย่างแผ่วเบาด้วยไอเย็นจัด แม้หิมะจะโปรยปรายลงมาปกคลุมไปทั่ว แต่ผืนน้ำยังไม่จับตัวเป็นน้ำแข็ง เช่นนี้ก็นับว่ามาไม่เสียเที่ยวมู่ชิงเหยาก้าวลงจากรถม้าเดินไปหยุดอยู่ที่ริมตลิ่ง ปล่อยให้ลมหนาวปะทะใบหน้าจนแก้มเริ่มขึ้นสีระเรื่อ เซียวอวี้เดินตามมายืนเคียงข้างนาง คอยดูอยู่ว่าจุดประสงค์ที่นางอยากมาสถานที่แห่งนี้เพราะเหตุใด"ท่านอ๋อง ข้ายังมีความลับอีกอย่างหนึ่งที่ไม่เคยบอกท่านเพคะ"นางเอ่ยขึ้น เสียงของนางเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลมหนาว เซียวอวี้ขมวดคิ้ว แววตาคมปลาบจับจ้องไปที่เสี้ยวหน้าของนางอย่างพิจารณา"ความลับอันใดงั้นหรือ"ชิงเหยาค่อยๆ ล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อก่อนจะหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา มันคือพู่กันเกล็ดมังกร"พู่กันเล่มนี้คือสิ่งที่ทำให้หม่อมฉันสามารถบันดาลทุกอย่างได้ ยกเว้นเงินและทอง" นางยิ้มบางๆ แต่อันที่จริงกลับดูเศร้าสร้อยอย่างบอกไม่ถูก "มันมีคุณอนันต์และมีโทษมหันต์”“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” เขามองพู่กันในมือของนางด้วยความสงสัยยิ่งกว่าเดิม“ในทุกครั้งที่หม่อมฉันวาดสิ่งขอ

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   76 เลือดเย็นไม่เบา

    76เลือดเย็นไม่เบาในช่วงหัวค่ำ มู่ชิงเหยาทราบข่าวเรื่องตระกูลจ้าวล่มสลาย นางได้ออกไปยืนมองขบวนลำเลียงนักโทษจากจวนตระกูลจ้าวไปยังคุกหลวงพร้อมกับชาวบ้านคนอื่นๆ ทุกเส้นทางที่คนของตระกูลจ้าวเดินผ่านเต็มไปด้วยเสียงด่าทอ บางคนถึงขั้นปาก้อนหินปาผักเน่าใส่ขบวน มู่ชิงเหยาเพียงแต่ยืนมองภาพนั้นที่มุมหนึ่งเงียบๆ ในที่สุดแสงแห่งความยุติธรรมก็ส่องมาถึงเสียที ข่าวแว่วมาว่าจ้าวคุนไฉได้รับโทษประหาร สตรีและเด็กถูกลดขั้นเป็นทาส บางส่วนก็ถูกส่งเข้าหอนางโลม ชายหนุ่มในวัยฉกรรจ์ถูกเนรเทศไปใช้แรงงานหนักในเช้าวันต่อมาขบวนองครักษ์จากวังหลวงเคลื่อนมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านเครื่องเทศพร้อมกับราชโองการสีทอง ขณะนั้นมู่ชิงเหยาเพิ่งจะเปิดร้านได้ไม่นานยังง่วนอยู่กับการจัดข้าวของ นางรีบวิ่งออกมาต้อนรับด้วยความตื่นเต้น ฝ่ายนายหญิงเยี่ยก็วิ่งตามหลังมาติดๆ ทั้งสองนั่งลงคุกเข่ารับราชโองการด้วยใจที่สั่นระรัว รอฟังราชโองการในมือองครักษ์อย่างใจจดใจจ่อ"ตามที่จวิ้นอ๋องได้ถวายฎีกา ตรวจสอบพบความจริงว่ามู่ชิงเทียนอดีตพ่อค้าหลวงถูกใส่ร้ายป้ายสี บัดนี้ความจริงปรากฏชัด จึงขอประกาศคืนความบริสุทธิ์และล้างมลทินให้แก่มู่ชิงเท

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   75 จิ้งจอกเฒ่า

    75จิ้งจอกเฒ่าทั่วทั้งท้องพระโรงราวกับถูกหยุดเวลาไว้ เสียงฮือฮาดังอื้ออึงไปทั่วโถง ขุนนางน้อยใหญ่ต่างหันมองหน้ากันด้วยความฉงน ความเงียบสงบเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความสงสัยและเสียงกระซิบกระซาบที่เริ่มหนาหู"มู่ชิงเหยา? นางคือบุตรีของนักโทษที่ล่วงลับไปแล้วมิใช่หรือ ไฉนจึงไม่ใช่คุณหนูตระกูลจ้าวเล่า" ขุนนางอาวุโสคนหนึ่งพึมพำด้วยความสงสัยจ้าวคุนไฉยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของเขาที่เคยเต็มไปด้วยรอยยิ้มบัดนี้กลับกลายเป็นสีม่วงคล้ำ มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อสั่นเทาด้วยความอัปยศและโกรธแค้น เขาจ้องมองไปยังแผ่นหลังของเซียวอวี้ด้วยสายตาที่แทบจะฆ่าคนได้ ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด หมากที่เขาอุตส่าห์วางไว้เพื่อให้บุตรีเป็นพระชายาเอกกลับถูกเซียวอวี้พลิกกระดานกลางท้องพระโรงอย่างไม่ไว้หน้า“ท่านอ๋องทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร!” จิ้งจอกเฒ่ากัดฟันถาม เดิมทีพยายามข่มอารมณ์อยู่ แต่ตบะแตกเมื่อได้ยินคำขอสมรสพระราชทานที่ผิดคาดไปไกลแสนไกล เขาหน้าดำหน้าแดง ก้าวออกมากลางท้องพระโรงพลางชี้หน้าเซียวอวี้ด้วยมือที่สั่นเทา"ท่านอ๋อง! ท่านทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่านไปมาหาสู่บุตรสาวของข้าที

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   74 สินเดิมสิบลี้

    74สินเดิมสิบลี้ทันทีที่รถม้าหรูหราเคลื่อนออกจากเขตตลาดที่พลุกพล่าน จ้าวจื่อรั่วไม่ได้สั่งให้คนขับรถม้ากลับไปยังจวนตระกูลจ้าว แต่กลับสั่งให้ไปที่จวนจวิ้นอ๋อง นางจัดแต่งทรงผมและเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อยไร้ที่ติอีกครั้ง ก่อนจะก้าวลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าที่สง่างาม ประหนึ่งว่าตนเองคือพระชายาเอกของที่นี่เรียบร้อยแล้วสาวใช้ที่เฝ้าอยู่หน้าจวนแจ้งแก่นางว่ายามนี้เซียวอวี้กำลังขลุกตัวอยู่ในห้องหนังสือเพียงลำพัง จ้าวจื่อรั่วแย้มยิ้มบางๆ นางก้าวเท้าเดินมุ่งตรงไปยังห้องซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนส่วนตัวของเขาอย่างคุ้นเคยภายในห้องหนังสือ กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหมึกและตำราอบอวลไปทั่วห้อง เซียวอวี้ในชุดลำลองผ้าไหมสีเข้มกำลังนั่งพลิกหน้ากระดาษตำราในมืออย่างใจลอย ทันทีที่จ้าวจื่อรั่วก้าวเข้ามา นางไม่ได้รอให้บ่าวรับใช้รายงาน แต่กลับเดินเข้าไปหาเขาพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดัดจนหวานหยด"ท่านอ๋อง จื่อรั่วเข้ามารบกวนเวลาพักผ่อนของท่านอ๋องหรือไม่เพคะ"เซียวอวี้ละสายตาจากตำรา เขาเหลือบมองสตรีตรงหน้าที่เดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่ายังคงไว้ซึ่งมารยาท"คุณหนูจ้าวมีธุระด่วนอันใดงั้นหรือ"จ้าวจื่

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   64 ยังไม่อาจแตะต้องตระกูลจ้าว

    64ยังไม่อาจแตะต้องตระกูลจ้าวเซียวอวี้กระโดดขึ้นหลังม้า ควบตะบึงกลับจวนทันที เขาไม่ได้มุ่งหน้าไปหาชิงเหยาที่ร้านเครื่องเทศอย่างที่อารมณ์ชั่ววูบสั่งการ แต่กลับเลือกเดินเข้าห้องทำงานส่วนตัว สั่งห้ามไม่ให้ใครรบกวน แล้วทรุดกายนั่งครุ่นคิดอยู่ท่ามกลางความเงียบงันเนิ่นนานจ้าวคุนไฉไม่ใช่ขุนนางธรรมดา แ

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   47 กลัวความลำบาก

    47กลัวความลำบากจ้าวจื่อรั่วได้ฟังประโยคตัดรอนอย่างไร้เยื่อใยก็ถึงกับหน้าถอดสี รอยยิ้มที่เคยอ่อนหวานพลันแข็งค้างอยู่บนใบหน้า นางขยับริมฝีปากคล้ายจะเอ่ยคำแก้ตัวหวังทวงคืนวันวาน ทว่าความเย็นชาของหลี่เซียวอวี้กลับทำให้นางจุกจนพูดไม่ออกในขณะที่บรรยากาศกำลังอึดอัดได้ที่ เว่ยอวี้หลินก็เดินกลับเข้ามาในศ

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   34 คราวนี้จะพูดความจริงได้หรือยัง

    34คราวนี้จะพูดความจริงได้หรือยังหลังจากที่มู่ชิงเหยาต้มโจ๊กเสร็จ นางก็เดินไปเรียกมารดาและเซียวอวี้ให้มาทานมื้อเช้าพร้อมกัน ทว่าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับเต็มไปด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงตะเกียบกระทบชามเป็นระยะ นายหญิงเยี่ยแม้จะพยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติ แต่แววตาของนางยังคงมีความหวาดกลัวจากเหตุการณ

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   22 ขาหายแล้ว

    22ขาหายแล้ว“ดูเอาเถิดขนาดจะลุกขึ้นมาชี้หน้าข้า เจ้ายังทำไม่ได้เลย คนพิการที่ไร้ค่าเช่นนี้ จะอยู่ให้เปลืองข้าวไปทำไมกัน สู้ข้าสงเคราะห์ให้เจ้าได้ไปอยู่ในหลุมตอนนี้เลยยังจะดีเสียกว่า ฮ่าๆ”เฉินกุ้ยใช้สายตาเหยียดหยามมองดูขาทั้งสองข้างของเซียวอวี้ที่เหยียดนิ่งอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง มู่ชิงเหยาเห็นพวกม

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status