Teilen

พลิกชีวิตพระชายาผู้ถูกทอดทิ้ง
โย่วจื่อฉา

บทที่ 1

โย่วจื่อฉา
ค่ำคืนนั้น ภายในจวนฉีอ๋อง

ซ่งหว่านหนิงที่เพิ่งผ่านพ้นพายุอารมณ์อันเร่าร้อนมาหมาด ๆ ใบหน้าแดงซ่าน หอบหายใจแผ่วเบา

ฝ่ามือใหญ่ของเซี่ยหลินยวนทาบทับลงมาอีกครา ปลุกเร้าความรู้สึกซาบซ่านขึ้นมาอีกระลอก

“พอเถอะ...” นางไม่กล้าสบตาเขา ได้แต่พึมพำเสียงเบา

แววตาของเซี่ยหลินยวนทวีความรุ่มร้อนยิ่งขึ้น ทว่ายามที่ริมฝีปากของเขาแตะลงบนผิวคอของนาง เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องขึ้นมา ขัดจังหวะความเคลื่อนไหวของเขาลงทันที

เขาขมวดคิ้วผละกายลุกขึ้น สวมเสื้อคลุมอย่างรวดเร็วแล้วสาวเท้าเดินออกไปทันที

“ท่านจะไปที่ใด?” ซ่งหว่านหนิงแกล้งเอ่ยถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่เต็มอก

เซี่ยหลินยวนตอบโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง “ตรอกเถียนสุ่ย”

จริงสินะ สตรีในดวงใจของเขาหวาดกลัวเสียงฟ้าร้อง ทุกคราที่มีพายุฝนเช่นนี้ เขาจะต้องรีบรุดไปอยู่เป็นเพื่อนนางเสมอ

ซ่งหว่านหนิงแค่นยิ้มเย้ยหยันตนเอง นางเก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายบนพื้นขึ้นมาห่อหุ้มร่างกายอย่างลวก ๆ

พระชายาที่มาจากจวนหนิงหย่วนโหวเช่นนาง ในใจของเซี่ยหลินยวนแล้ว กลับเทียบไม่ได้เลยกับอนุนอกเรือนที่ไร้ชื่อไร้ฐานะที่ตรอกเถียนสุ่ยผู้นั้น

ทว่ากลับเป็นนางเองที่ตกหลุมรักเซี่ยหลินยวนตั้งแต่แรกพบในครานั้น ถึงกับไปอ้อนวอนขอให้ไทเฮาจัดงานสมรสให้

เซี่ยหลินยวนกล่าวโทษว่านางแย่งชิงตำแหน่งภรรยาเอกไปจากสตรีที่เขารัก แต่งงานกันมาสามปี เขาไม่เคยปั้นหน้าดีต่อนางเลยแม้แต่น้อย เว้นแต่ยามอยู่บนเตียงเท่านั้น

ช่างเถิด ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นนางที่รนหาที่เอง

ซ่งหว่านหนิงเรียกสาวใช้ให้ยกน้ำร้อนเข้ามา ทว่าเพิ่งจะหย่อนกายลงแช่ในถังไม้ ก็พลันได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากนอกประตู

เมื่อเงี่ยหูฟังให้ดี คล้ายจะเป็นเสียงของแม่นมจ้าวคนสนิทข้างกายมารดาของนาง ที่กำลังโวยวายขอเข้าพบนาง

นางรีบลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วเดินออกไปสอบถาม

แม่นมจ้าวเปียกปอนไปทั้งตัว ใบหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นนางเดินออกมาก็คุกเข่าคลานเข้าไปหาพร้อมกับร้องไห้โฮ “คุณหนู! ฮูหยินแย่แล้วเจ้าค่ะ! ขอคุณหนูรีบไปดูฮูหยินเถิด!”

ซ่งหว่านหนิงรู้ดีว่าหลายปีมานี้สุขภาพของมารดาไม่สู้ดีนัก หากเป็นเพียงอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยย่อมไม่ส่งคนมารบกวนนาง คืนนี้แม่นมจ้าวถึงกับฝ่าสายฝนมาหา ย่อมต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเป็นแน่

นางตกใจจนใจหายวาบ กระทั่งเส้นผมก็ยังไม่มีเวลาเกล้าให้เรียบร้อย รีบร้องสั่งให้คนเทียมรถม้าเพื่อเร่งรุดไปยังจวนโหวทันที

“วันนี้ฮูหยินอาการปวดศีรษะกำเริบขึ้นมาอีกแล้ว มื้อเย็นก็ยังไม่ได้แตะต้อง บอกเพียงว่าจะพักผ่อน ทว่าจู่ ๆ ก็หมดสติไปเจ้าค่ะ” ภายในรถม้า แม่นมจ้าวกุมมือของซ่งหว่านหนิงไว้แน่น ร่างกายสั่นเทาไปทั้งร่าง “เชิญท่านหมอมาตั้งหลายท่านก็ล้วนส่ายหน้าหมดหนทางรักษา หากไม่ใช่เพราะสิ้นไร้หนทางแล้วจริง ๆ บ่าวคงไม่กล้ามารบกวนคุณหนูในยามวิกาลเช่นนี้หรอกเจ้าค่ะ”

ซ่งหว่านหนิงส่ายหน้า เอ่ยปลอบโยนว่า “ท่านแม่ล้มป่วย คนเป็นลูกเช่นข้าจะทนดูดายได้อย่างไร มามาวางใจเถิด ข้าให้คนนำป้ายคำสั่งของจวนอ๋องเข้าไปเชิญหมอหลวงในวังมาแล้ว ท่านแม่จะต้องปลอดภัยแน่นอน”

คำพูดนี้ไม่เพียงปลอบประโลมแม่นมจ้าว แต่ยังเป็นการปลอบใจตนเองด้วย

เมื่อไปถึงจวนหนิงหย่วนโหว เหล่าท่านหมอต่างคุกเข่าหมอบกราบอยู่กับพื้นด้วยความหวาดกลัว “พระชายาโปรดอภัย ผู้น้อยสติปัญญาตื้นเขิน หมดหนทางเยียวยาแล้วจริง ๆ ขอรับ”

ซ่งหว่านหนิงเดินเข้าไปดู ก็เห็นมารดานอนนิ่งสนิทอยู่บนเตียง ลมหายใจรวยริน

หยาดน้ำตาของนางพังทลายลงมาในชั่วพริบตา นางคุกเข่าลงข้างเตียง สองมือบีบนวดฝ่ามืออันเย็นเฉียบของมารดาอย่างแผ่วเบา จิตใจว้าวุ่นสับสน ความเยือกเย็นหนักแน่นที่เคยมีมาตลอดสูญสลายไปจนสิ้น

นับตั้งแต่บิดาและพี่ชายพลีชีพในสนามรบเมื่อห้าปีก่อน นางก็เหลือเพียงมารดาที่เป็นญาติสนิทเพียงคนเดียว มารดาจะมาเป็นอะไรไปอีกไม่ได้เด็ดขาด!

เร็วเข้า! เร็วเข้าสิ! เหตุใดหมอหลวงจึงยังมาไม่ถึงอีก!

เวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป บ่าวรับใช้ที่ถูกส่งไปเชิญหมอหลวงก็เร่งรุดกลับมา ทว่ากลับไร้เงาของหมอหลวงตามมาด้วย

“เรียนพระชายา หมอหลวง... หมอหลวงเขา...” บ่าวรับใช้อึกอัก ไม่กล้าเอ่ยปาก

ซ่งหว่านหนิงปาดคราบน้ำตาบนใบหน้า เดินออกจากห้องชั้นในแล้วเอ่ยถามเสียงเย็น “เกิดอันใดขึ้น?”

บ่าวรับใช้โขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรงครั้งหนึ่ง จึงกล้าเอ่ยความจริงออกมา “หมอหลวงที่เข้าเวรในวังถูกท่านอ๋องเรียกตัวไปจนหมดแล้วขอรับ บ่าวได้ยินมาว่าสตรีที่ตรอกเถียนสุ่ยผู้นั้นร่างกายไม่สู้ดี ส่วนหมอหลวงที่เหลือก็ต้องคอยปรนนิบัติไทเฮา ไม่อาจปลีกตัวมาได้จริง ๆ บ่าวจึงตามไปหาท่านอ๋องที่ตรอกเถียนสุ่ย ทว่าคนทางนั้นพอได้ยินว่าเป็นพระชายาให้มาตาม ก็ลงมือไล่ตะเพิดบ่าวออกมาทันทีเลยขอรับ!”

ตรอกเถียนสุ่ยอีกแล้ว!

ซ่งหว่านหนิงกำหมัดแน่น เล็บที่อุตส่าห์ทะนุถนอมไว้เป็นอย่างดีจิกลงบนฝ่ามือจนหักลง เลือดสด ๆ ไหลริน

ภายนอกเรือนพายุฝนยังคงเทกระหน่ำ สายฟ้าแลบแปลบปลาบดังกึกก้อง

“เตรียมม้า ข้าจะเข้าวังด้วยตัวเอง!”

ท่ามกลางเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจของเหล่าสาวใช้และบ่าวชาย ซ่งหว่านหนิงพุ่งพรวดออกไปท่ามกลางสายฝนโดยไม่แม้แต่จะหยิบร่ม

นางลืมไปแล้วว่าตนเองไม่ได้ขี่ม้ามานานเพียงใด อีกทั้งม้าที่ใช้เทียมรถก็ตัวสูงใหญ่เป็นพิเศษ การจะพลิกตัวขึ้นไปนั่งคร่อมจึงเป็นเรื่องที่ยากลำบากยิ่งนัก

นางรอนแรมทุลักทุเลมาจนถึงหน้าประตูวัง ซ่งหว่านหนิงทุ่มเทเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ทุบประตูทองแดงบานหนาหนักอย่างสุดกำลัง

พระชายาฉีอ๋อง สกุลซ่ง ขอเข้าพบไทเฮา! ขอไทเฮาโปรดเมตตา ช่วยชีวิตมารดาของหม่อมฉันด้วยเถิด!”

เหล่านางกำนัลและขันทีต่างรีบกางร่มออกมารับหน้า ทว่ากลับไม่ยอมปล่อยให้นางเข้าไป “พระชายาโปรดกลับไปเถิด ไทเฮาทรงบรรทมแล้ว”

ซ่งหว่านหนิงทรุดฮวบลงกับพื้น อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลน เส้นผมหลุดลุ่ย สภาพน่าสังเวชถึงขีดสุด

นางไม่สนใจธรรมเนียมหรือความละอายอันใดอีกต่อไป คุกเข่ารั้งชายเสื้อของขันทีเอาไว้ น้ำเสียงแหบพร่า “ขอร้องกงกง ปล่อยให้ข้าเข้าไปพบไทเฮาสักครั้งเถิด นี่เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย...”

“พระชายาทำเช่นนี้จะทำให้บ่าวอายุสั้นลงนะขอรับ!” ขันทีผู้นั้นเคยเห็นสถานการณ์เช่นนี้เสียที่ใด รีบคุกเข่าลงด้วยความตกใจกลัว “ขอพระชายาโปรดเห็นใจบ่าวด้วยเถิด หากรบกวนเวลาพักผ่อนของไทเฮา ต่อให้มีสักร้อยหัวก็คงไม่พอให้ตัดหรอกขอรับ!”

“หว่านหนิง?”

บุรุษในชุดสีน้ำเงินกางร่มเดินเข้ามา เขาขมวดคิ้วพร้อมกับประคองนางให้ลุกขึ้นจากพื้น

ซ่งหว่านหนิงเงยหน้าขึ้นมอง เป็นลู่จิ่งจือนั่นเอง

ทั้งสองรู้จักกันมาตั้งแต่เยาว์วัย นับว่าเป็นเพื่อนร่วมเติบโตมาด้วยกัน เขาเกิดในตระกูลหมอ มีวิชาแพทย์ล้ำเลิศ ยามนี้กำลังรับราชการอยู่ในสำนักหมอหลวง

“ใต้เท้าลู่!” นางคว้าแขนเสื้อของลู่จิ่งจือเอาไว้ราวกับคว้าฟางช่วยชีวิต “ขอร้องใต้เท้าลู่ ช่วยมารดาของข้าด้วยเถิด!”

“เกิดเรื่องอันใดขึ้น?” ลู่จิ่งจือรีบเอ่ยถาม

“ท่านแม่ของข้าล้มป่วย ตามหมอมาหลายคนก็ล้วนหมดหนทางรักษา จึงต้องเข้าวังมาเชิญหมอหลวง” ซ่งหว่านหนิงแยกไม่ออกแล้วว่าบนใบหน้าของนางคือน้ำฝนหรือน้ำตา “แต่หมอหลวงในวังกลับถูกเซี่ยหลินยวนเรียกตัวไปที่ตรอกเถียนสุ่ย เพื่อรักษาอนุนอกเรือนของเขาจนหมด ข้าจึงจำใจต้องมาขอร้องไทเฮา...”

เมื่อลู่จิ่งจือได้ฟังก็ขบกรามแน่น “เซี่ยหลินยวนถึงกับกล้าทำกับเจ้าเช่นนี้เชียวหรือ!”

ซ่งหว่านหนิงหลับตาลง เผยรอยยิ้มขมขื่น “หลายปีมานี้ ข้าชินชาเสียแล้ว”

“ช่างเถิด” ลู่จิ่งจือเอียงร่มไปทางร่างของนาง “คืนนี้ความจริงไม่ใช่เวรของข้า ข้าเพียงมาหยิบตำราแพทย์ที่สำนักหมอหลวง โชคดีที่บังเอิญมาพบเจ้า พาข้าไปดูอาการฮูหยินซ่งก่อนเถิด”

“ขอบใจมาก”

เมื่อซ่งหว่านหนิงพาลู่จิ่งจือเร่งรุดกลับมาถึงจวนโหว ฮูหยินซ่งก็เหลือเพียงลมหายใจรวยรินแล้ว

ลู่จิ่งจือตรวจชีพจรเสร็จ สีหน้าก็พลันเคร่งเครียดขึ้นมา เขาส่ายหน้าช้า ๆ

กระทั่งลู่จิ่งจือก็ยังหมดหนทาง ซ่งหว่านหนิงไม่รู้ว่าจะมีใครหน้าไหนในใต้หล้านี้สามารถช่วยชีวิตมารดาของตนได้อีก นางมิอาจฝืนกลั้นความเศร้าโศกได้อีกต่อไป ยกมือขึ้นปิดหน้าร้องไห้โฮ

“ฮูหยินซ่งมีเรื่องให้ต้องวิตกกังวลมากเกินไป การที่สามารถหยัดยืนมาได้จนถึงป่านนี้นับว่าไม่ง่ายเลย” ลู่จิ่งจือทอดถอนใจ “ข้าพอจะฝังเข็มให้นางได้สติขึ้นมาสักครู่ได้ ทว่าท้ายที่สุดก็เป็นเพียงแสงสว่างเฮือกสุดท้ายก่อนดับสูญ ไร้หนทางยื้อชีวิตกลับคืนมาแล้ว”

“ได้” ซ่งหว่านหนิงพยักหน้าอย่างยากลำบาก

หลังฝังเข็มเสร็จสิ้น ฮูหยินซ่งก็ค่อย ๆ ฟื้นคืนสติ “หนิงเอ๋อร์ เจ้ามาแล้ว”

ซ่งหว่านหนิงขยับเข้าไปใกล้ พยายามฝืนยิ้มออกมาให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด “ท่านแม่ ลูกอกตัญญู มาช้าเกินไปเจ้าค่ะ”

ฮูหยินซ่งส่ายหน้า แววตาเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู “ร่างกายของแม่ แม่ย่อมรู้ดีที่สุด ยามนี้กำลังจะได้ไปอยู่พร้อมหน้ากับพ่อและพี่ชายของเจ้า ก็นับว่าเป็นการหลุดพ้นอย่างหนึ่ง ทว่าสิ่งเดียวที่แม่ยังคงวางใจไม่ลงก็คือเจ้า”

“มะ ไม่...” ซ่งหว่านหนิงสะอื้นไห้จนพูดไม่ออก

ฮูหยินซ่งลูบหลังมือของนางเบา ๆ “สิบปีก่อนตอนที่พ่อของเจ้านำทัพออกศึก เจ้าถูกรับตัวเข้าวังไปเป็นตัวประกัน นับแต่นั้นมาเจ้าก็ไม่ค่อยยิ้มแย้มเหมือนตอนยังเด็ก ภายหลังพอบอกว่าพึงใจฉีอ๋อง หลังจากแต่งงานกับเขาแล้ว แม่ก็เห็นว่าเจ้าไม่ได้มีความสุขเลยสักนิด”

พอเอ่ยถึงเซี่ยหลินยวน ซ่งหว่านหนิงก็พลันอยากจะหัวเราะออกมา ในยามที่นางไร้ที่พึ่งและตกต่ำถึงขีดสุดเช่นนี้ เขาคงกำลังพลอดรักอย่างดูดดื่มอยู่กับหญิงในดวงใจกระมัง

เมื่อคิดได้เช่นนี้ หัวใจกลับบีบรัดแน่นโดยไร้สาเหตุ พาลให้บาดแผลบนฝ่ามือปวดหนึบกำเริบขึ้นมาพร้อมกัน

เดิมทีคิดว่าตนเองชาชินไปนานแล้ว ทว่ากลับยังคงเจ็บปวดร้าวราญถึงขั้วหัวใจ

ความรักข้างเดียวตลอดสามปีที่ผ่านมา ท้ายที่สุดก็เป็นเพียงการทุ่มเทให้ผิดคน ผิดมหันต์เสียด้วย

สามีเช่นนี้ นางยังจะต้องการอยู่อีกหรือ?

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • พลิกชีวิตพระชายาผู้ถูกทอดทิ้ง   บทที่ 30

    “ที่นี่...คือที่ใดกัน?” ซ่งหว่านหนิงคิดอยากจะถอยหนีเซี่ยเหวินอินไม่รอให้เอ่ยปากก็ดึงนางเดินเข้าไปด้านใน ไม่เปิดโอกาสให้นางได้ถอยกลับทว่าเพิ่งจะก้าวพ้นประตู ซ่งหว่านหนิงก็รู้สึกได้ว่าเลือดลมทั่วร่างพากันสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้านางมองเห็นเวทีกลางโถงชั้นหนึ่ง บนนั้นมีเด็กหนุ่มชุดขาวผู้หนึ่งกำลังร่ายรำกระบี่ท่วงท่ากระบี่มิได้วิจิตรงดงามอันใดนัก ทว่าสาบเสื้อของเขากลับผูกไว้ไม่แน่นหนา ยามขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวจึงเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอกและหน้าท้องรำไรทัศนียภาพวับ ๆ แวม ๆ เช่นนี้นับว่ายั่วยวนใจผู้คนได้ดีที่สุดก่อนหน้านี้ซ่งหว่านหนิงเคยได้ยินมาว่าในเมืองหลวงมีหอคณิกาชายไว้ให้เหล่าสตรีสูงศักดิ์มาหาความสำราญ ทว่านางยังไม่เคยมาเปิดหูเปิดตาด้วยตนเองเลยสักครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อแท้ของนางยังคงเป็นคนหัวโบราณ การยอมรับเรื่องชายบำเรอจึงมีไม่มากนักนางอยากจะหนีไปให้พ้นเสียจริง“โอ้ นี่องค์หญิงเจาหยางมิใช่หรือขอรับ?” บุรุษผู้มีน้ำเสียงติดจะนุ่มนวลใช้พัดจีบกึ่งบังกึ่งเผยใบหน้าเดินตรงมาหาพวกนาง พลางเอ่ยกระเง้ากระงอด “ท่านไม่ได้มาเยือนเสียนานเลยนะขอรับ”เขาพินิจมองซ่งหว่านหนิงครู่

  • พลิกชีวิตพระชายาผู้ถูกทอดทิ้ง   บทที่ 29

    นางเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ทว่า ท่านอ๋องคงจะไม่เคยเห็นภาพวาดของข้า ข้าไม่เคยวาดภาพพู่กันจีน ทั้งยังไม่ชอบเขียนบทกวีลงบนภาพ จานฝนหมึกอันนี้เกรงว่าจะไร้ประโยชน์แล้ว”เซี่ยหลินยวนอ้าปากค้าง ไม่รู้ว่าควรจะกล่าวสิ่งใดดีซ่งหว่านหนิงเอ่ยต่อว่า “จานฝนหมึกที่ไร้ประโยชน์ชิ้นหนึ่ง ของขวัญที่เลยเวลาไปแล้วชิ้นหนึ่ง ในสายตาท่าน ข้าคู่ควรได้รับเพียงของพรรค์นี้เท่านั้น ใช่หรือไม่?”รูปร่างของนางซูบผอม ราวกับเพียงลมพัดวูบเดียวก็อาจล้มพับได้ ทว่ากลับหยัดแผ่นหลังตั้งตรงอย่างดื้อรั้น สบตากับเขาด้วยแววตาเย็นชาเขาอยากจะเอ่ยแย้ง ทว่ากลับไม่รู้จะเริ่มกล่าวจากตรงไหนดี“แต่ในเมื่อท่านอ๋องมอบให้แล้ว ก็ย่อมต้องใช้ให้คุ้มค่า” ซ่งหว่านหนิงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกล่อง แล้วเดินเข้าไปในห้องด้านใน “จานฝนหมึกชิ้นนี้ล้ำค่าเกินไป ใช้ของข้าจะดีกว่า”นางคลี่กระดาษปูลงบนโต๊ะริมหน้าต่าง แล้วให้หลีรุ่ยฝนหมึก จากนั้นจึงจรดพู่กันเริ่มเขียน“ด้วยวาสนาสิ้นสุด ไมตรีมิอาจประสาน ยินยอมพร้อมใจหย่าร้าง จึงเขียนหนังสือฉบับนี้ไว้เป็นหลักฐาน นับแต่ครองคู่กันมานานกว่าสามปี ระหว่างสามีภรรยา กลับเกิดความบาดหมางขึ้นเรื่อยมา จนท้ายที่

  • พลิกชีวิตพระชายาผู้ถูกทอดทิ้ง   บทที่ 28

    เมื่อกลับมาถึงจวนอ๋อง เซี่ยหลินยวนก็รื้อค้นข้าวของในคลังอยู่เป็นนาน ทว่ากลับไม่พบสิ่งใดที่ถูกตาต้องใจเลยแม้แต่น้อยเขาจึงเรียกสาวใช้ในห้องของซ่งหว่านหนิงมาไต่ถาม “ยามปกติพระชายาชอบทำสิ่งใดหรือ?”สาวใช้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบกลับว่า “เรียนท่านอ๋อง ยามปกติพระชายานอกเสียจากจัดการดูแลเรื่องราวในจวนแล้ว สถานที่ที่อยู่บ่อยที่สุดก็คือห้องภาพเจ้าค่ะ คิดว่าคงจะชอบวาดภาพ”ชอบวาดภาพอย่างนั้นหรือ? นี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยหลินยวนเพิ่งรู้ว่านางวาดภาพเป็นด้วยซ้ำเขายังไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าในจวนของตนเองจะมีห้องภาพอยู่ด้วยทว่ายามนี้คงไม่มีเวลาไปเดินชมแล้ว เขากวาดสายตามองไปรอบชั้นวางของ ก่อนที่สายตาจะหยุดลงตรงแท่นฝนหมึกอันหนึ่งของสิ่งนั้นเขาซื้อกลับมาจากเจียงหนานเมื่อหลายปีก่อน แม้จะเป็นเพียงชิ้นเล็ก ๆ แต่มูลค่ากลับสูงลิ่ว ทว่าเขาไม่โปรดปรานงานกวีและอักษรศิลป์จึงไม่เคยหยิบออกมาใช้เลยเขาสั่งให้องครักษ์หยิบแท่นฝนหมึกนั้นมา ทั้งยังเลือกกระดาษชั้นเลิศอีกปึกหนึ่งใส่รวมเข้าไปในกล่อง แล้วจึงมุ่งหน้าไปยังจวนหนิงหย่วนโหวยามที่เซี่ยหลินยวนมาถึง ซ่งหว่านหนิงกำลังคุกเข่าสวดมนต์อยู่ในศาลบรรพชน“เรียน

  • พลิกชีวิตพระชายาผู้ถูกทอดทิ้ง   บทที่ 27

    “เจ้าว่ากระไรนะ?” เซี่ยหลินยวนอ้าปากค้างอยู่นาน กว่าจะเค้นคำพูดเหล่านี้ออกมาได้เซี่ยเหวินอินโกรธจัดจนดึงกำไลหยกในมือปาใส่เขา กำไลวงน้อยร่วงกระแทกพื้นเสียงดัง “เคร้ง” แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย“ท่านถึงกับเตรียมดอกไม้ไฟให้หญิงอื่นในวันเกิดของพี่สะใภ้ เสด็จพี่ ข้านึกไม่ถึงเลยว่าท่านจะเป็นคนเช่นนี้!” นัยน์ตาของนางเต็มไปด้วยความดูแคลนเซี่ยหลินยวนแสร้งทำสีหน้าเรียบเฉย โพล่งออกไปว่า “ข้าไม่รู้ว่าเป็นวันเกิดของนาง เฉียวอวี๋เอ๋อร์ใกล้จะตายแล้ว ข้าช่วยทำความปรารถนาของนางให้เป็นจริงมันผิดตรงไหนกัน?”เหตุใดเขาต้องรู้ด้วยว่าเป็นวันเกิดของซ่งหว่านหนิง? เขาไม่ได้เป็นฝ่ายอ้อนวอนให้นางแต่งงานด้วยเสียหน่อยเขาอยากจะดีกับผู้ใด ก็ยังไม่ถึงคราวให้คนอื่นมาสอดปากวิจารณ์ข้ออ้างเหล่านี้โน้มน้าวใจเขาได้สำเร็จ ชายหนุ่มรู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที แววตาพลันเยียบเย็นลงทว่าในใจกลับยังคงเจ็บปวดอยู่จาง ๆ ราวกับมีหนามแหลมทิ่มแทงอยู่ตรงนั้น มันคอยทิ่มลึกลงในเนื้อทุกจังหวะลมหายใจเข้าออก“ผิดตรงไหนหรือ? เสด็จพี่ ท่านยังมีหัวใจอยู่หรือไม่?” เซี่ยเหวินอินผุดลุกขึ้น ยืนเท้าสะเอวเอ่ยถามอย่างเอาเรื่องนางชี้ไปที่ห

  • พลิกชีวิตพระชายาผู้ถูกทอดทิ้ง   บทที่ 26

    เซี่ยหลินยวนประคองเฉียวอวี๋เอ๋อร์เดินขึ้นไปบนกำแพงเมือง เงยหน้ามองดอกไม้ไฟที่เตรียมการมาอย่างพิถีพิถัน ทว่าในใจกลับรู้สึกเหม่อลอยชอบกล“ขอบคุณท่านอ๋องที่อุตส่าห์ใส่ใจ บ่าวดีใจยิ่งนักเจ้าค่ะ” เฉียวอวี๋เอ๋อร์เอนศีรษะซบแผงอกของเขา น้ำเสียงอ่อนระโหยโรยแรงนับตั้งแต่หน้าผากกระแทกจนได้รับบาดเจ็บคราวก่อน อาการป่วยของนางก็ยิ่งทรุดหนัก หมอหลวงกล่าวว่าหากไม่ได้โสมพันปีมาเป็นกระสายยา เกรงว่าคงจะมีชีวิตอยู่ไม่พ้นฤดูหนาวนี้หลังจากฟื้นขึ้นมาในวันนั้น นางได้บอกกับเขาว่าตนเองฝันไปเรื่องหนึ่งในความฝันนางยืนอยู่บนป้อมปราการกำแพงเมือง ทอดสายตามองไปทางแคว้นซีเซี่ยอันห่างไกล โดยมีดอกไม้ไฟสว่างไสวเต็มท้องฟ้าอยู่เบื้องหลังเขาจึงเรียกตัวช่างทำดอกไม้ไฟทั่วทั้งเมืองหลวงมาเร่งมือทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อเนรมิตความฝันนี้ให้เป็นจริงในช่วงเวลาบั้นปลายชีวิตที่เหลืออยู่ของนาง“เจ้ายังมีความปรารถนาใดอีกหรือไม่? ข้าจะช่วยทำให้มันเป็นจริงทุกประการ” เซี่ยหลินยวนยื่นมือลูบไล้เรือนผมของนางพลางเอ่ยถามด้วยความอ่อนโยนเฉียวอวี๋เอ๋อร์เงยหน้าขึ้น เอ่ยถ้อยคำอย่างระแวดระวัง “บ่าวรู้ตัวดีว่ามีฐานะต่ำต้อย มิอาจเอื้อมคู่ควร

  • พลิกชีวิตพระชายาผู้ถูกทอดทิ้ง   บทที่ 25

    เซี่ยเหวินอินปักดอกไม้ประดิษฐ์สีเรียบง่ายลงบนมวยผมของซ่งหว่านหนิง พลางมองภาพของนางในกระจกทองเหลืองแล้วเอ่ยชมจากใจจริงซ่งหว่านหนิงยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวว่า “ไปกันเถอะ อย่ามัวแต่ล้อข้าเล่นอยู่เลย”เซี่ยเหวินอินหยิบผ้าแถบเส้นหนึ่งออกมา นำมาปิดตานางด้วยรอยยิ้ม “พี่สะใภ้ ท่านแค่เดินตามข้ามาก็พอ รับรองว่าต้องมีเรื่องประหลาดใจเป็นแน่!”เบื้องหน้ามืดมิดไปหมด เซี่ยเหวินอินจูงมือนางพาเดินออกไปจนกระทั่งขึ้นไปนั่งบนรถม้าดูเหมือนจะเดินทางมาไกลเอาการ จนถึงขั้นได้ยินเสียงน้ำไหลเอื่อย ๆ ในที่สุดรถม้าก็หยุดลง“นี่เจ้าพาข้ามาที่ใดกัน?” ซ่งหว่านหนิงก้าวลงจากรถม้าอย่างระมัดระวัง ขมวดคิ้วพลางเอ่ยถามน้ำเสียงของเซี่ยเหวินอินเจือรอยยิ้ม “อย่าเพิ่งใจร้อนสิ ประเดี๋ยวท่านก็จะรู้เอง”ซ่งหว่านหนิงคิดจะปลดผ้าปิดตาออก ทว่ากลับถูกเซี่ยเหวินอินจับมือห้ามเอาไว้ “รออีกนิดเถิด หากเห็นก่อนก็ไม่ประหลาดใจแล้ว”นางไม่รู้ว่าเซี่ยเหวินอินต้องการให้รอสิ่งใด จึงทำได้เพียงเดินตามอีกฝ่ายก้าวขึ้นบันไดไปสู่ที่สูงทีละขั้นในที่สุดก็มาถึงชั้นบนสุด ข้างหูแว่วเสียงพลุดอกไม้ไฟระเบิดดังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเซี่ยเหวินอินยอมปลดผ้าผ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status