Partager

บทที่ 17 ครับคุณปู่

last update Date de publication: 2026-01-14 07:00:38

 "ผู้น้อยฉินฟ่านขอคารวะผู้อาวุโส"

 เขายืนตัวตรงกางขาออกเล็กน้อย กำหมัดประสานมือที่กึ่งกลางหน้าอก ก้มตัวโค้ง เพื่อแสดงความเคารพ

 "ฮ่า ฮ่า ดี ๆ เสี่ยวหลิงถึงไอ้หนุ่มนี่จะหล่อน้อยกว่าปู่ตอนหนุ่ม ๆ แต่ก็ต่อยตีเก่งไม่เบา แถมยังรู้จักเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ มีสัมมาคารวะใช้ได้เลยปู่ชอบ ตกลงจะแต่งกับคนนี้ใช่ไหม ตามใจหลานได้เลย ยิ่งเร็วยิ่งดี ปู่อยากอุ้มหลานเต็มทนแล้วฮ่า ฮ่า"

เอ๋! แต่งงานเหรอ บ้าไปกันใหญ่แล้ว เธอจะแต่งงานกับเขานี่นะ ทำไมตัวเขาถึงไม่รู้เรื่องนี้ด้วยละ 

 นี่เราหลงเข้ามางานราชบุตรเขยดูตัวหรือไงกันฟะ ฉินฟ่านครุ่นคิดในใจ เขางุนงงไปหมด

 "คุณปู่ยอมให้เราแต่งงานกันแล้ว ยังไม่รีบขอบคุณท่านอีก เร็ว ๆ เข้าสิ"

 ซูหลิงยิ้มหวานส่งสายตาบอกใบ้เป็นนัย ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง ว่าอยากจะให้เขาร่วมเล่นละครฉากนี้กับเธอ 

 "เอ่อ ขอบคุณครับผู้อาวุโส"

 เอาเถอะซูหลิงคงมีความจำเป็นบางอย่าง ที่พูดไม่ได้ในตอนนี้ เดี๋ยวค่อยเคลียร์บัญชีกับเธอทีหลังก็แล้วกัน ตอนนี้ได้แต่พายเรือตามน้ำ ทำตามเธอไปก่อน

 "ฉันชื่อซูตงเทียน ต่อไปเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว เธอต้องเรียกฉันว่าคุณปู่สิถึงจะถูก"

 "ครับคุณปู่"

 ฉินฟ่านได้แต่เออออไปก่อน

 "เอาล่ะ คนหนุ่มสาวก็คุยกันไปเถอะ ปู่ไม่อยากเป็นก้างขวางคอ"

 แต่พอคุณปูเดินออกไปได้แค่สองก้าว

 "ช้าก่อนครับ"

 ฉินฟ่านร้องเรียกจนสองคนปู่หลานต้องหันมามองเขาอีกครั้ง

 "หืม มีอะไรเหรอ"

 คุณปู่ก็สงสัยว่าเขาจะพูดอะไร

 "ขออภัยที่เสียมารยาท แต่สีหน้าของคุณปู่ดูไม่ค่อยดีเลยนะครับ ถ้าหากผมดูไม่ผิด คุณปู่ชอบปวดหลังบริเวณบั้นเอวอยู่บ่อย ๆ เดินเหินก็ไม่ค่อยสะดวก 

 บางครั้งในเวลาที่อากาศอบอุ่นสบาย แต่คุณปู่กลับรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาในอกแบบผิดปกติ เวลาตื่นนอน กำลังจะลุกขึ้นจากเตียง ก็ชอบหน้ามืดวิงเวียนศีรษะ เหมือนจะเป็นลมอยู่บ่อย ๆ 

 เวลาเดินลมปราณ ในยามฝึกวิชาหมัดมวย ก็จะรู้สึกว่าลมปราณสะดุดติดขัด โดยเฉพาะจุดลั่วของลมปราณเส้นตู ที่ทำให้ปวดหลัง ทุกอย่างนี้เป็นอาการบาดเจ็บเรื้อรังมานานปีแล้วใช่ไหมครับ"

 "หืม เธอเป็นแพทย์แผนจีนด้วยเหรอพ่อหนุ่ม"

 คุณปู่ย่อมต้องสงสัย เพราะเด็กหนุ่มนี่อายุคงไม่เกินยี่สิบ แต่วิชาแพทย์แผนจีนนั้นลึกซึ้งยิ่งนัก กว่าจะเชี่ยวชาญในการรักษา อย่างน้อยก็ต้องศึกษามายี่สิบปี 

 หรือว่าเด็กหนุ่มคนนี้เรียนวิชาแพทย์ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ เรื่องเช่นนั้นมันย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว 

 ซูหลิงตระเวนเสาะหาหมอเก่ง ๆ เธอจ้างทั้งหมอฝรั่งหมอจีนแผนโบราณ ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ มารักษาให้คุณปู่ก็ยังไม่หาย หลายครั้งต่อหลายครั้งล้วนล้มเหลว ในเมื่อเทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัยที่สุด เครื่องมือที่ทันสมัยที่สุดและยาที่ดีที่สุด ยังไม่อาจรักษาได้ 

 เธอเริ่มรู้สึกอับจนหนทาง ถึงขนาดหันไปพึ่งไสยศาสตร์แทน พวกทรงเจ้าเข้าผีที่โด่งดังมีชื่อเสียง เธอถึงกับบังคับให้คุณปู่ดื่มกินของแปลก ๆ เอาแผ่นยันต์มาเผาไฟเป็นขี้เถ้า ใส่ในน้ำชาให้คุณปู่ดื่ม เอาเลือดสัตว์แปลก ๆ มาให้ดื่ม ตามที่พวกร่างทรงบอก แต่จนแล้วจนรอด อาการของคุณปู่ก็รักษาไม่หายสักที 

 จนเธอรู้สึกหมดหวัง คุณปู่ถึงกับยอมรับชะตากรรม บอกกับเธอว่า ให้เลิกคิดถึงเรื่องการรักษานี้ไปเถอะ ปู่ยังอยู่ได้อีกหลายปี แต่นั่นเป็นเพียงคำพูดที่ปลอบใจเธอ เพราะระยะหลังนี้ท่านผู้เฒ่าเจ็บปวดจนนอนไม่หลับ ร่างกายเริ่มทรุดโทรมลง

 "แหมพูดแล้วก็น่าอาย แต่ผมไม่ใช่หมอหรอกครับ ใบประกอบวิชาชีพทางการแพทย์อะไรนั่น ผมเองก็ไม่มี 

 แต่บางทีความรู้ผิวเผินของผม อาจจะรักษาอาการของคุณปู่ได้ ถ้าหากคุณปู่อนุญาตให้ผมลองดูสักครั้ง"

 เขาไม่ใช่หมอจริง ๆ แต่ความรู้ที่ได้มาจากตำราของเทพเสินหนง พอกล้อมแกล้มเรียกได้ว่า เป็นศิษย์ครึ่งตัวของเทพเสินหนง

ก็คงได้กระมัง ขาดแค่คารวะน้ำชาอาจารย์เท่านั้นเอง 

 อาการขี้ปะติ๋วแบบนี้ ขอย้ำอาการขี้ประติ๋วแบบนี้ ถ้าหากว่าเขายังรักษาไม่ได้ ก็เผาตำราเทพเสินหนงทิ้ง ยังจะดีซะกว่า ไม่ต้องไปศึกษามันแล้ว

 "คุณปู่ก็ให้เสี่ยวฟ่านลองดูเถอะนะคะ คนอื่นอาจจะรักษาไม่หาย แต่หนูมั่นใจว่าเขาจะต้องทำได้ค่ะ"

 แววตาของซูหลิงเป็นประกาย ด้วยความตื่นเต้น ราวกับมีต้นไม้ที่ชื่อว่าความหวัง เริ่มแตกหน่อผลิใบ ในพื้นดินที่แตกระแหงแห้งแล้งอีกครั้ง ยิ่งได้ยินเขาพูดถึงอาการของโรคเป็นฉาก ๆ ราวกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เธอยิ่งคิดก็ยิ่งมั่นใจ 

 ลองคิดดูเล่น ๆ ก็ได้ เขายังไม่ได้จับชีพจร ตรวจอาการ สอบถามคนไข้เลยสักนิด แค่ยืนมองคุณปู่เฉย ๆ ก็สามารถบรรยายอาการ ได้เป็นฉาก ๆ อย่างถูกต้อง ไหน ๆ ก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ในใจของเธอจึงอยากวัดดวง ทุ่มแทงฝั่งฉินฟ่านสักครั้ง ตอนนี้เธอจึงช่วยพูดเกลี้ยกล่อมคุณปู่อีกแรง เพราะอยากให้คุณปู่หายจากโรคร้ายนี้

"ฮึ นังหนูน้อยคนนี้ ยังไม่ทันแต่งก็เข้าข้างสามีแล้ว เอาเถอะ ๆ ต้องขอรบกวนเธอแล้วนะ แต่ถ้ารักษาไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรหรอกนะ ปู่จะไม่โทษเธอ ปู่ทำใจได้นานแล้ว พวกเราเข้าไปในบ้านกันก่อนเถอะ"

ในห้องพักผ่อนที่ตกแต่งด้วยไม้จันทร์แดงเนื้อดีเรียบง่ายแต่ดูภูมิฐาน ฝาผนังตกแต่งด้วยภาพหลี่ตวนตวน ที่วาดโดยถังป๋อหู่ คงเป็นไอเดียการแต่งห้องของซูหลิง 

ฉินฟ่านบอกให้คุณปู่ถอดเสื้อออก แล้วนอนคว่ำหน้าบนเตียง เพื่อตรวจดูอาการ แล้วให้ซูหลิงไปจัดเตรียมสิ่งของและเข็มที่ใช้ในการรักษามาให้เขา

 "คุณปู่ถ้ารู้สึกเจ็บก็บอกผมได้นะครับ"

 ฉินฟ่านใช้นิ้วกดจุดเลื่อนไปเลื่อนมาอย่างคล่องแคล่ว ในบริเวณบั้นเอวและขา ราวกับทำเรื่องเหล่านี้ มานับร้อยนับพันครั้งแล้ว เพื่อตรวจดูอาการว่าบาดเจ็บร้ายแรงแค่ไหน 

 "อืม ฝีมือนวดของเธอนี่ดีจริง ๆ"

คุณปู่หลับตาปรือ รู้สึกว่าการนวดนี้ทำให้รู้สึกสบายตัวเป็นอย่างยิ่ง

ซูหลิงกลับมาพร้อมอุปกรณ์ เธอมองเขาอยู่ห่าง ๆ เธอเองก็เพิ่งจะรู้จักเขา ไม่ได้สนิทสนมอะไรกันมากมาย แต่ตอนนี้เขากำลังพยายามจะช่วยรักษาปู่ของเธออย่างสุดกำลัง ในใจของเธอจึงรู้สึกซาบซึ้งมาก

"คุณปู่ครับ ฝ่ามือที่ฟาดใส่นี่ไม่รุนแรงสักเท่าไร แต่ที่ร้ายกาจก็คือพลังลมปราณสายเย็นที่แฝงเข้ามา มันทำให้ลมปราณคุณปู่แข็งตัวติดขัด จนเป็นเหตุให้เกิดอาการต่าง ๆ ตามมา แต่คุณปู่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ทำใจให้สบาย ๆ ผมจะเริ่มทำการรักษาแล้วนะครับ"

ฉินฟ่านทำความสะอาดเข็มเงินยาวสองนิ้ว แล้วเริ่มฝังลงไปตามจุดต่าง ๆ สิบสามจุดบริเวณบั้นเอว เขาค่อย ๆ เดินพลังลมปราณรูปเกลียว ถ่ายเทเข้าไปในเข็ม เพื่อทะลวงจุดชีพจร ที่ถูกทำร้ายจนตีบตันให้ปลอดโปร่ง 

 ปักเข็ม

 หมุนเข็ม

 ดีดเข็ม

 เหงื่อกาฬเริ่มผุดขึ้นตามหน้าผากของเขา แต่เขาก็ยังคงเดินพลังอย่างต่อเนื่อง ไม่ยอมหยุดยั้ง เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง ในที่สุดเขาก็เปล่งเสียงคำรามเบา ๆ 

แล้วหมุนควงฝ่ามือขวาใช้พลังอ่อนหยุ่น ฟาดลงไปที่ฝ่าเท้าคุณปู่ อย่างรวดเร็วดุจประกายไฟ เข็มที่ฝังอยู่ที่บั้นเอวทั้งหมด ถึงกับดีดกระดอนออกจากร่างคุณปู่ พุ่งไปฝังแน่นติดอยู่บนฝ้าเพดานแทน จนเกิดเสียงดังต๊ก ๆ ถี่ยิบ 

"เรียบร้อยแล้ว ให้คุณปู่นอนพักผ่อนสักหน่อยเถอะครับ"

ฉินฟ่านลุกขึ้นปาดเหงื่อที่ใบหน้า เขาใช้มือที่สั่นระริก ล้วงหยิบขวดหยกสีขาวขึ้นมา เทยาสีดำใส่ฝ่ามือเจ็ดเม็ด เขาอ้าปากแล้วกลืนเข้าไปทันที เขาพยายามยืนให้มั่นคง แต่ก็ยังเซไปเซมา เพราะสูญเสียพลังลมปราณไปมาก 

 ซูหลิงร้อนใจจน ต้องรีบเข้าไปประคองเขา ท่าทางเขาราวกับหมดเรี่ยวหมดแรงจริง ๆ จึงล้มลงใส่ร่างของเธอ จนใบหน้าที่ซีดเผือดของเขา ซุกไปที่อกนุ่ม ๆ ฟู ๆ ของเธอ ทำให้เธอรู้สึกว่าใจเธอเต้นตึกตัก เขินอายจนหน้าแดงระเรื่อ 

 ถึงท่าทางการแต่งกายของเธอ จะแลดูเป็นสาวเปรี้ยวก็เถอะ แต่ก็ไม่เคยมีชายหนุ่มคนไหน เคยสัมผัสใกล้ชิดเรือนร่างของเธอถึงเพียงนี้มาก่อน 

 เธอรีบประคองพาเขาไปพักที่ห้องนอน พาเขานอนลงบนเตียง แล้วถอดรองเท้าให้เขา นวดแขนนวดขาให้เขา ราวกับภรรยาตัวน้อย ไม่ใช่ซีอีโอบริษัทยักษ์ใหญ่ เขาเองก็ไม่เกรงอกเกรงใจ ยอมรับการปรนนิบัติของเธอในครั้งนี้ จนเขาเคลิ้มหลับไป

 เขารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนเช้าตรู่ บิดขี้เกียจไปมา จึงลุกไปล้างหน้าล้างตา อากาศยามเช้าช่างสดชื่น แถมยังมีเสียงนกร้องแว่วมาเป็นพัก ๆ พอเดินลงมาที่สวนก็ได้ยินเสียงหมัดแหวกอากาศ ดังต่อเนื่องกันเป็นชุด เสียงดังฟังดูชัดเจนหนักแน่นและทรงพลัง

ฟึ่บ ฟึ่บ

ที่แท้เป็นหมัดวานร

เขายิ้มที่มุมปากพลางเดินช้า ๆ ไปชมอยู่ด้านข้าง ด้วยความชื่นชมในกระบวนท่าที่พลิกแพลงว่องไวและทรงพลัง จนอดปรบมือด้วยความตื่นเต้นไม่ได้

"เยี่ยม เพลงหมัดชุดนี้เยี่ยมจริง ๆ"

"ฮ่า ๆ เสี่ยวฟ่านเห็นหรือยังปู่หายดีแล้ว ขอบใจเธอมากนะ" 

คุณปู่แยกเขี้ยวยิ้มด้วยความดีใจ พลางกระโดดตีลังกาติดต่อกันสามรอบ ท่าทางเหมือนลิงแก่ไม่มีผิดเพี้ยน

ซูหลิงรีบวิ่งมาทำเสียงดุ "คุณปู่เพิ่งจะหายดีนะคะ ก็ซุกซนเหมือนเด็กซะแล้ว ถ้าเกิดบาดเจ็บขึ้นมาอีกจะทำยังไงคะ ไปเถอะค่ะ รีบไปทานข้าวกันได้แล้วค่ะ"

 พูดจบเธอคล้องแขนทั้งสองคนไปที่โต๊ะอาหาร โดยไม่ฟังเสียงโต้แย้งงอแงเหมือนเด็กของคุณปู่ อาหารคาวหวานถูกจัดเตรียมไว้มากมาย ซูหลิงตักโจ๊กรังนกให้ทั้งสอง

"ทั้งคู่ต้องทานกันเยอะ ๆ นะคะ นาน ๆ ทีฉันจึงจะเข้าครัวสักครั้ง ไม่รู้ฝีมือตกหรือเปล่าลองชิมดูว่าฝีมือของฉันใช้ได้ไหม"

ฉินฟ่านใช้ช้อนคนโจ๊กเบา ๆ แล้วตักชิม

"โอ้อร่อยถูกปากผมมากเลยครับ แหม…ทำอาหารเก่งแบบนี้ ใครได้แต่งกับคุณ คงโชคดีนะครับ"

ส่วนคุณปู่ตักกินได้สองคำ ก็วางช้อนลง เพราะรู้สึกกินไม่ค่อยลง

"ไม่ได้นะคะ คุณปู่ต้องฝืนทานให้หมด

ชามนะคะ ไม่อย่างนั้นหนูโกรธจริง ๆ ด้วย"

"ซูหลิงนี่เป็นหลานกตัญญูจริง ๆ คุณปู่ก็ฝืนกินหน่อยเถอะครับ ร่างกายถึงจะแข็งแรง"

พอซูหลิงได้ยินฉินฟ่านชม ถึงกับยิ้มแก้มแทบปริเลยทีเดียว 

"ได้ ได้ ปู่ยอมแพ้แล้ว จะกินให้หมดชามเลย"

ฉินฟ่านเผลอคิดในใจ โจ๊กรังนกชามนี้อร่อยนะใช่ แต่ยังเทียบชั้นรสชาติอาหารของเหลียนฟ่งไม่ได้ แต่ความมีน้ำใจ ของคนทำนี่สิ ที่ทำให้เขารู้สึกดี

หลังอาหารซูหลิงเดินไปที่เตาถ่านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่มุมห้อง เพื่อชงชาดอกมะลิ น้ำกำลังเดือดได้ที่ เธอหยิบถ้วยชามาสองใบ ใส่ใบชาลงไปเพียงหยิบมือ เทน้ำร้อนลงไป แล้วรินน้ำชาแรกทิ้ง เพื่อเป็นการปลุกใบชา ช่วยให้ชาคลายตัวและคายความหอมของกลิ่นชาออกมา ซึ่งคนที่นิยมดื่มชาจริง ๆ ก็

มักจะพูดว่ารสชาติน้ำชาแรก จะไม่ค่อยอร่อยถูกปากของพวกเขานัก พอเธอชงชาเสร็จเรียบร้อย ก็นำมาเสิร์ฟให้พวกเขา กลิ่นหอมของชาหอมฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง

ฉินฟ่านใช้ฝาถ้วยปาดไล่ความร้อนไปสองที แล้วจิบชาไปอึกหนึ่ง เขายื่นสองมือประคองส่งกล่องไม้สีแดงเล็ก ๆ เท่าฝ่ามือให้คุณปู่ รูปร่างของกล่องใบนี้ ดูแล้วแสน

จะธรรมดา ไม่มีราคาค่างวดอันใดให้ชื่นชม

"ในกล่องนี้มีอะไรเหรอ"

"ยาบำรุงลมปราณสามเม็ดนี้ ผมปรุงขึ้นมาเอง คุณปู่ทานวันละเม็ดนะครับ รับรองว่าสุขภาพของคุณปู่ จะแข็งแรง

อย่างแน่นอน"

เมื่อคุณปู่เปิดกล่องออก ก็พบว่ามันเป็นยาเม็ดสีทองขนาดเท่าเม็ดบัว ที่ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ กระจายออกมาทั่วห้องทันที พร้อมกับรอยยิ้มที่เปื้อนหน้าของคุณปู่ 

หึ ๆ เจ้าเด็กนี่นิสัยใช้ได้เลย ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด คุณปู่ผ่านโลกมามากย่อมดูคนออก

"ปู่ขอบใจเธอมากจริง ๆ เสี่ยวฟ่าน เธอนี่เป็นคนหนุ่มที่ใจกว้างจริง ๆ เสี่ยวหลิง หลานรู้ไหมว่า ยานี่ราคาในท้องตลาดซื้อขายกันเม็ดละเท่าไร"

"มันจะเท่าไรกันเชียวคะ หนึ่งร้อยหยวนหรือเปล่าคะ"

ซูหลิงกะพริบตาเธอกะราคาไม่ถูก แต่ดูแล้วคงไม่แพงมากสักเท่าไร ก็แค่ยาบำรุง ขนาดยาฝรั่งแบบพาราเซตามอลที่ใช้กันเกร่อ ยังไม่แพงเลย

"เหอะ เด็กโง่ เม็ดละสามล้านหยวนต่างหาก"

"หา แพงขนาดนั้นเลยเหรอคะ" ซูหลิงเบิกตาโตเท่าไข่ห่านตกตะลึงในความใจกว้างของฉินฟ่าน ทั้งหมดนี่สามเม็ดก็เก้าล้านหยวน ชายหนุ่มที่พบเจอหน้าคุณปู่ครั้งแรก ก็มอบสิ่งของล้ำค่าเช่นนี้ให้ เขาหยิบยื่นยาวิเศษ ที่สุดแสนจะล้ำค่าให้ง่าย ๆ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนซื้อส้มมาสองกิโล ฝากคนเฒ่าคนแก่ที่อยู่ข้างบ้าน 

เขาดีกับคุณปู่ถึงเพียงนี้ เธอควรจะทำยังไงดี แบบนี้เธอคงได้แต่พลีกายเพื่อทดแทนคุณเท่านั้นสินะ พอคิดถึงเรื่องทำนองนั้น ใบหน้าของซูหลิงก็เริ่มร้อนผ่าว

"ยาบำรุงนี้ปรุงขึ้นจากสมุนไพรหายาก ที่สามารถพบเจอได้แค่ในป่าลึก หุบเหวหรือหน้าผาที่สูงชัน เป็นอันตรายอย่างยิ่งในการเก็บสมุนไพรพวกนี้และถึงแม้ในท้องตลาดจะมีขาย แต่ก็ราคาแพงมาก 

แถมขั้นตอนวิธีการปรุงยาก็สลับซับซ้อน ถือว่าเป็นความลับของตระกูลนักปรุงยา ที่ไม่ยอมสอนหรือถ่ายทอดให้คนนอกสายเลือด แถมคนที่จะเรียนรู้ยังต้องมีพรสวรรค์ในการปรุงยาเป็นเลิศอีกด้วย

คนที่รู้วิธีปรุงยาชั้นเลิศแบบนี้ ในแผ่นดินจีนตอนนี้ นับนิ้วดูแล้วคงเหลือไม่ถึงสิบคน ดังนั้นหากมียาชั้นเลิศแบบนี้ หลุดเข้าไปในงานประมูลใต้ดิน คนที่ฝึกวรยุทธ ที่ต้องการเสริมพลังลมปราณ ให้แข็งแกร่งในทางลัด เพื่อยกระดับกำลังภายในของตนเอง ย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจว่า ยานี้หายากมาก บางทีสิบปี อาจจะมียานี้หลุดเข้ามาในงานประมูลสักครั้ง 

ดังนั้นทุกคนที่ใฝ่ฝันถึงยานี้ จะต่อสู้ปั่นราคาแย่งชิงกันยกใหญ่ ราคาก็จะถีบตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทันที ใครให้ราคาสูงที่สุด ก็จะได้ไปครอบครอง"

"กรุณาอย่าใส่ใจเรื่องมูลค่าของมันเลยครับ ขอแค่สุขภาพคุณปู่แข็งแรงก็พอแล้วครับ"

ฉินฟ่านเป็นคนใจใหญ่ ไม่ชอบคิด หยุมหยิม ดังนั้นเขาจึงคิดแบบนี้จริง ๆ 

"เฮ้อเมื่อก่อนสุขภาพปู่ไม่ดี อาการมีแต่ทรุดลงเรื่อย ๆ จะตายวันไหนก็ไม่รู้ แต่ก่อนตายปู่ก็ยังอยากอุ้มหลานสักครั้ง ปู่ถึงได้บังคับเสี่ยวหลิงให้แต่งงานในปีนี้ ซึ่งตามที่ตกลงกันไว้ ก็เหลือเวลาอีกแค่สามวัน ที่เธอจะสามารถเลือกคู่ครองด้วยตัวเอง ไม่งั้นปู่จะจัดการงานแต่งนี้ซะเอง 

นี่เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่เสี่ยวหลิงพาเพื่อนชายมาบ้าน ปู่เลยอยากทดสอบดูว่า เพื่อนชายของเธอจะมีฝีมือปกป้องดูแลเสี่ยวหลิงได้หรือไม่ ฮึ ฮึ แต่ปู่ก็พอจะดูออกว่า ในตอนนี้พวกเธอไม่ใช่คู่รักกัน"

คุณปู่ยกน้ำชาขึ้นจิบไปคำหนึ่ง พลางเงยหน้าสบตามองฉินฟ่านอย่างคาดหวัง

"เสี่ยวฟ่านเรื่องความรัก ก็คงต้องแล้วแต่พรหมลิขิต แต่ปู่อยากให้เธอมาเป็นหลานเขยจริง ๆ ถึงแม้ว่าในที่สุดพวกเธอจะไม่ได้ครองคู่กัน 

นับตั้งแต่วันนี้ปู่จะถือว่า เธอเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวตระกูลซู ด้วยอิทธิพลในด้านการเงิน การเมืองหรืออำนาจมืด ที่คุมสังคมใต้ดิน เธอต้องการสิ่งใดก็จะได้สิ่งนั้น ต้องการเงินกี่พันล้าน แค่บอกปู่มาคำเดียวก็พอ เข้าใจไหม" 

 "แบบนี้ผมก็ได้เปรียบสิครับ ขอบคุณมากครับคุณปู่"

 ฉินฟ่านที่ไร้ครอบครัวมานาน รู้สึกเหมือนพบญาติผู้ใหญ่ ดวงตาเขาเปียกชื้นด้วยน้ำตา

 "ดี ดี พวกเราไปเดินเล่นแล้วให้อาหารปลากันเถอะ"

15 วันต่อมาในที่สุดฉินฟ่านก็ฝึกถึงกระบวนท่าสุดท้ายของฝ่ามือมุทราเก้ากระบวนท่า 

วิชาชุดนี้มีส่วนคล้ายกับฝ่ามือประทับหัตถ์ใหญ่ของทิเบต อาจจะเป็นเพราะทั้งสองวิชา ล้วนเดินพลังลมปราณในทางเดียวกัน

ฉินฟ่านสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วค่อย ๆ ระบายออกทางปากอย่างช้า ๆ เขายกฝ่ามือขึ้น หันฝ่ามือออกนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้จรดเข้าหากันเป็นวงคล้ายรูปธรรมจักร แล้วสะบัดฝ่ามืออกไป

โอม

ตูม! ตูม!

หินก้อนใหญ่ขนาดเท่าตัวคนถึงกับระเบิดเป็นสี่ยง ๆ ด้วยพลังฝ่ามือ

ในที่สุดเขาก็ฝึกฝ่ามือมุทราเก้ากระบวนท่าได้สำเร็จ บางทีนี่อาจจะเป็นก้าวแรกในการเข้าสู่เส้นทางปรมาจารย์วิชาบู๊ ซึ่งน้อยคนนักที่จะมาถึงจุดนี้ พอเหลียวดูรอบ ๆ บริเวณ หากมีชาวบ้านเดินทางผ่านมาแถวนี้คงได้แตกตื่นกันยกใหญ่ เพราะทั้งก้อนหิน ต้นไม้ พื้นลานหิน มีแต่รอยฝ่ามือของเขาประทับอยู่เต็มไปหมด 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 66ไม่เจอไม่กลับ (จบภาค 1)

    ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 65 ไม่รู้ไม่ชี้

    ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 64 คู่แค้นพบกันบนทางแคบ

    ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 63 นี่แค่น้ำจิ้ม

    เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 62 ยาหยี

    พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 61 แฮกเกอร์

    แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 60 สาบาน

    หมายเลขสิบสามกลับเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบ ๆ เพียงลำพังซึ่งในตอนนี้ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับฉากอีโรติกที่ชวนตื่นเต้นเร้าใจอยู่จึงไม่มีใครสนใจเขาเขาไปที่เนินดินหลังห้องส้วม บริเวณนี้ผู้คนไม่ค่อยสัญจรผ่านไปมาเพราะรังเกียจความเหม็น เขาใช้มือขุดดินทรายจนเป็นหลุม แล้วก็เจอเป้ทหารใบหนึ่งที่ถูกฝัง

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 59 แม่ขอโทษ

    “สวัสดีครับแม่”“อ้าว อาเจี้ยนมาแต่เช้าเชียว”กวนอิมเผ็ดยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดูตอนนี้เธอถือว่าลู่เจี้ยนเป็นลูกชายคนหนึ่งเช่นเดียวกัน“พี่ใหญ่มาหาฉันแต่เช้าเลย มีธุระอะไรรึเปล่าฮ๊า”ซีเหมินคังยิ้มร่าเดินนวยนาดเข้ามาหา

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 58 แม่ผัวตัวแสบ

    นับแต่โบราณกาลมีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าแม่ผัวกับลูกสะใภ้ยากที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติ เปรียบเสมือนน้ำกับไฟเหมือนหมากับแมว สุดแท้แต่ผู้คนจะเปรียบเปรยในสมัยก่อนฮูหยินผู้เฒ่าปกครองหลังบ้านมือเดียวค้ำฟ้า มีอำนาจเบ็ดเสร็จลูกสะใภ้คนไหนไม่ถูกใจจะสั่งเฆี่ยนตีหรือตบจนฟันหลุดร่วงออกจากปากก็ไม่มีใครกล้าหือเผลอ ๆ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 57 อย่างนี้ต้องตีให้ตาย

    ตอนที่ฉินฟ่านกำลังปลอบเธอก็มีคุณยายรูปร่างเล็กบอบบางคนหนึ่งที่เดินเหินแทบจะไม่ไหวมาเกาะแขนของเขา“พ่อหนุ่มช่วยหลานสาวตัวน้อยของยายด้วยเถอะคิดซะว่าเอาบุญเถอะนะยายขอร้องล่ะ เธอติดอยู่บนห้องนอนชั้นสามของตึกนั้นยังไม่มีใครช่วยลงมาเลย”เขาหันไปมองกวนอิมเผ็ด เป็นเชิงขอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status