Share

บทที่ 21 คารวะอาจารย์

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-22 14:35:06

เฉินอันอันเดินยิ้มหวานเข้ามาหาเขา พร้อมกับแอบยัดหมายเลขห้องพักที่โรงแรมของเธอใส่มือเขา

 "ถ้าคุณเหงาก็มานะคะพ่อรูปหล่อ ฉันมีเพื่อนสวย ๆ อีกหลายคน รับรองว่าคุณจะหายเหงาเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ"

 "อะแฮ่ม"

 ซูหลิงที่นั่งอยู่ใต้ร่มต้นไม้กระแอมเบา ๆ 

เป็นการปรามเฉินอันอันแบบนิ่ม ๆ ว่าเด็กข้าใครอย่าแตะ

 เฉินอันอันมองไปที่ต้นเสียง ก็เห็นว่าเป็นซูหลิง ผู้ที่มีทั้งเงินทั้งอิทธิพลทั้งอำนาจ กำลังแสดงความเป็นเจ้าของฉินฟ่านอย่างออกนอกหน้า 

 เธอไหนเลยจะกล้าหือ เพราะถ้าเธอทำให้ซูหลิงไม่พอใจ เธออาจจะถูกเขี่ยกระเด็นออกจากวงการนี้ไปได้ง่าย ๆ ดังนั้น

เฉินอันอันได้แต่สะบัดหน้าอย่างขุ่นเคือง เดินคอตกจากไปราวกับไก่ชนที่สู้แพ้

 ซูหลิงเดินอมยิ้มมาหาฉินฟ่าน พร้อมแกล้งทำเสียงทอดถอนใจยาว

 "เฮ้อ..."

 "เหนื่อยเหรอครับ ถ้างั้นเดี๋ยวผมขับรถให้เอง คุณจะได้พักสบาย ๆ"

 "เหนื่อยใจนะคะ ขนาดนางเอกดาวรุ่งพุ่งแรง หน้าตาสะสวยซะขนาดนั้น ยังหลงเสน่ห์คุณเข้าเต็มเปาเลย ต่อไปถ้าเราแต่งงานกัน คงต้องหาโซ่เส้นใหญ่ ๆ มาล่ามคุณเอาไว้ จะได้ไปกับสาวอื่นไม่ได้"

 "โธ่มั่นใจในตัวเองหน่อยสิครับ อย่าลืมสิว่า คุณคือประธานสาวคนสวยซูหลิง ผู้มีความงามเป็นหนึ่งไม่มีสอง สาว ๆ พวกนี้เทียบกับคุณไม่ได้ แม้แต่ปลายก้อยซะด้วยซ้ำ"

 "ฮิ ๆ พอดีฉันเป็นคนบ้ายอด้วยสิคะ ฟังคุณพูดแบบนี้แล้ว อารมณ์ค่อยดีขึ้นมาหน่อย 

 ว่าแต่นี่ก็สี่ทุ่มแล้ว ถ้าคุณไม่กลัวว่าฉันจะหลอกพาคุณไปกินตับ เราเปิดโรงแรมที่นี่พักสักคืนดีไหมคะ"

 "ก็ดีครับ"

 ทั้งคู่จึงเปิดโรงแรมสองห้อง ต่างเหนื่อยกันมาทั้งวัน พออาบน้ำกินข้าวเสร็จทั้งคู่ก็หลับเป็นตาย ตื่นเช้ามาค่อยเดินทางกลับ 

...

กรี๊ด

หน้าบ้านของเหลียนฟ่งเต็มไปด้วยแฟนคลับที่เคยดูคลิปช่วยชีวิต ทุกคนวิ่งกรูเข้าไปตอนที่รถของซูหลิงจอด

"ตายละหว่า ทำไมมีคนมาบ้านนี้เยอะจัง"

"คิก ๆ มาดูไอดอลของพวกเขานะสิ ถ้าโฆษณาออนแอร์เมื่อไร รับรองว่าคุณฮอตสุด ๆ กว่านี้อีก"

"แล้วผมทำยังไงดีล่ะ"

"ยิ้มเข้าไว้ แล้วลุยโลด"

เธอส่งเขาเสร็จก็บอกลา เพราะติดประชุมที่บริษัท

ฉินฟ่านเคยแต่เห็นข่าวตามทีวีว่าฝูงชนรอต้อนรับดารานักร้องที่สนามบิน แต่ว่าวันนี้มีผู้คนตั้งมากมายมารอพบเขา ความรู้สึกนี้ทำให้เขาถึงกับอึ้ง เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน

กรี๊ดดดด

"คุณหมอขา ช่วยฉีดยาให้ฉันที"

"นี่อย่าดันฉันสิยัยอกไข่ดาว"

แชะ ๆ 

เสียงกดชัตเตอร์ดังถี่ยิบ ทุกคนพร้อมใจกันยกมือถือขึ้นมาถ่าย

"เอ่อ...พวกคุณคงเข้าใจผิดแล้ว ผมไม่ใช่ดารานะครับ พวกคุณเชิญกลับไปเถอะ"

"ไม่ได้เข้าใจผิดหรอกค่ะ พวกเรามารอพบคุณจริง ๆ พี่ชายรูปหล่อชื่ออะไร

เหรอคะ"

 "ผมนะเหรอ ผมชื่อฉินฟ่านครับ"

 "พวกหนูเป็นแฟนคลับของพี่ ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ"

 กลุ่มเด็กนักเรียนสาวมองด้วยสายตาคาดหวัง

 "ก็ได้ครับ"

 เย้...พวกเธอร้องตะโกนอย่างดีอกดีใจ บางคนถ่ายรูป สาวน้อยบางคนใจกล้าหน่อย ก็ให้เซ็นชื่อลงบนหน้าอกเสื้อยืดที่กำลังสวมอยู่ ชุลมุนวุ่นวายเกือบชั่วโมง จากนั้นเขาก็ขอตัวเข้าบ้าน ท่ามกลางเสียงตะโกนเรียกชื่อเขา 

 แฟนคลับหลายคนโบกไม้โบกมือดีใจที่ได้ลายเซ็นของเขาไปอวดเพื่อน 

 "ผมคงต้องขอตัวก่อน ทุกคนเดินทางปลอดภัยนะครับ"

 กรี๊ดดดดด

 ส่วนฉินฟ่านเดินหอบของขวัญกองใหญ่พวกช็อกโกแลต ดอกไม้ ขนมเข้าบ้าน

 "พี่เขย พี่นี่ดังใหญ่แล้วนะมีแฟนคลับด้วย"

 "ดังเดิงอะไรกัน ผมชอบอยู่แบบเงียบ ๆ มากกว่า"

 "คุณคะเหนื่อยหรือเปล่า ดื่มน้ำส้มคั้นเย็น ๆ ให้ชื่นใจก่อน งานราบรื่นดีไหมคะ"

 เหลียนฟ่งยื่นแก้วน้ำส้มคั้นเย็นฉ่ำชื่นใจให้เขาดื่ม แล้วนวดไหล่ไล่ขึ้นไปที่ต้นคอ ขมับ หน้าผากให้เขาเบา ๆ 

 ปีก่อนเธอไปเที่ยวเมืองไทยกับเพื่อน แล้วไปนวดแผนโบราณมา รู้สึกว่ามันช่วยผ่อนคลายดี เธอจึงสมัครเรียนไปหนึ่งคอร์สไว้เป็นความรู้ติดตัว 

 คิดไม่ถึงว่าฉินฟ่านจะกลายเป็นหนูลองยาคนแรก ในวิชานวดของเธอ เธอรู้จักวิธีเอาอกเอาใจผู้ชาย 

 แล้วมันก็ได้ผลดีซะด้วย เขายิ้มด้วยความพึงพอใจ เขาชอบการเอาใจใส่เล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ของเธอจริง ๆ 

 "ราบรื่นดี อื้อฮือหอมจังเลยคุณต้มซุปรากบัวกระดูกหมูเป็นด้วยเหรอ ของโปรดของผมเลยนะครับ"

 ฉินฟ่านบอกชอบซุปนี้ เหลียนฟ่งจึงรีบไปตักมาให้ แต่พอเขากำลังจะตักเข้าปากก็มีมารมาผจญ

 เสียงกริ่งประตูดังขึ้นขัดจังหวะ เขาวางช้อนลงพร้อมกับถอนหายใจยาว ใครมาขัดลาภความอร่อยของฉันกันอีก

 "โอ้พ่อหนุ่มเจอเธอจนได้ ผมหมอโจวเปิ่น คุณจำผมได้ไหมครับ"

 "สวัสดีครับผมชื่อฉินฟ่าน จำได้สิครับ เชิญเข้ามานั่งข้างในก่อน" 

 เมื่อหมอโจวนั่งลง ฉินฟ่านก็เทน้ำชาให้ คุณหมอโจวยกขึ้นมาจิบคำหนึ่ง

 "กว่าจะสืบหาบ้านคุณเจอนี่ ไม่ง่ายเลยนะครับ ผมขอเข้าเรื่องเลยละกัน วันนี้ผมมีอยู่สองเรื่อง ที่อยากจะปรึกษากับคุณ"

 "เชิญพูดมาได้เลยครับ"

 "เรื่องแรกก็คือ ผมรู้สึกทึ่งในฝีมือการ

รักษาของคุณจริง ๆ ผมเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลประชาชนซูโจว อยากจะมาเชิญคุณ ไปเป็นหมอแพทย์แผนจีนของเรานะครับ เรื่องรายได้รับรองว่า จะจ่ายให้เท่ากับหมออาวุโสเลยครับ"

 "ขอโทษด้วยครับคุณหมอโจว ผมคงต้องขอปฏิเสธ ช่วงนี้ผมงานยุ่งมาก ๆ เลยครับ"

 "อย่าเพิ่งปฏิเสธผมเลยครับ หากคุณรับข้อเสนอคุณจะช่วยชีวิตคนไข้ ได้มากมายเลยนะครับ"

 คุณหมอโจวพยายามตื้อให้เขาใจอ่อน

 "เอาไว้ผมจะตัดสินใจอีกครั้งก็แล้วกันครับ ถึงจะไปทำงานให้คุณไม่ได้ แต่เราเป็นเพื่อนกันได้"

 "โอ้…ไม่ได้หรอกครับ" 

 คุณหมอโจวพอได้ยินว่า เป็นเพื่อนกันถึงกับร้องเสียงหลง ทำฉินฟ่านงุนงง

 "ทำไมเหรอครับ คุณหมอรังเกียจที่

จะเป็นเพื่อนกับผมเหรอครับ"

 "ไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับ คือว่าเรื่องที่สองที่ผมอยากจะพูดก็คือ…เอ่อ…"

 คุณหมอโจวทำท่าอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่นาน

 "มีอะไรก็พูดมาเถอะครับ"

 คุณหมอโจวสูดหายใจลึก ๆ แล้วคุกเข่าลง ที่เบื้องหน้าฉินฟ่านทันที

 "กรุณารับผมเป็นศิษย์ด้วยเถอะครับอาจารย์"

 สีหน้าของคุณหมอโจวดูขึงขังจริงจัง

เขานอนไม่หลับมาหลายวัน เพราะคิดถึงเรื่องนี้ ในที่สุดก็ทบทวนดีแล้ว จึงมาหาฉินฟ่านในวันนี้

 นี่มันตลกร้ายเกินไปแล้ว มีซ่อนกล้องแอบถ่ายหรือเปล่า 

 อาจารย์เหรอ ฉันนี่นะ

 "เฮ้ยเดี๋ยวสิคุณหมอโจว อย่าล้อเล่นกันแบบนี้สิครับ ผมอายุน้อยเพียงนี้ จะเป็นอาจารย์ของคุณได้ยังไงกันครับ 

 ลุก ๆ คุณเป็นถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาล มีลูกศิษย์ลูกหาตั้งมากมาย แถมยังเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีชื่อเสียงระดับประเทศ คุณลุกขึ้นมาคุยกันก่อนเถอะครับ"

 "คนมีความสามารถย่อมคู่ควรเป็นอาจารย์

ไม่แบ่งแยกอาวุโส"

 "แต่ว่า…"

 ฉินฟ่านเกาหัวแกรก ๆ ราวกับไม่รู้จะพูดอย่างไรดี

 "ผมตั้งใจจริง ๆ นะครับ ตั้งแต่เด็กผมใฝ่ฝันอยากที่จะเป็นหมอ เพื่อรักษาผู้ป่วย

แต่บางครั้งในเคสยาก ๆ แบบวันนั้น มันทำให้ผมรู้สึกจนปัญญา ไม่สามารถช่วยเขาได้ 

 มันทำให้ผมรู้สึกเสียใจจริง ๆ ถ้าผมเก่งได้สักครึ่งหนึ่งของอาจารย์ วันข้างหน้า ผมอาจจะช่วยได้อีกหลายชีวิต ดังนั้นกรุณารับผมเป็นศิษย์ด้วยเถอะครับ"

 หมอโจวเปิ่นโขกศีรษะกับพื้นเสียงดังไม่ยอมหยุด

 "นี่คุณจะให้ผมอายุสั้นหรือไง"

 ฉินฟ่านต้องรีบประคองเขาขึ้นมา

เขาเห็นหน้าผากของคุณหมอโจวมีรอยแดงช้ำ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของเขา

 ฉินฟ่านรู้สึกประทับใจ ในจริยธรรมทางการแพทย์ของคุณหมอโจว แต่ว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่จะมาล้อเล่น 

 คนที่จะเป็นอาจารย์ของผู้อื่นได้ ต้องมีความรู้มากพอ ที่จะถ่ายทอดให้แก่ศิษย์ด้วย

 "คุณหมอโจวคงประเมินผมสูงเกินไปแล้ว ระดับมัธยมผมยังเรียนไม่จบเลย

ความรู้ก็แค่หางอึ่ง คนที่จบป.หกตกป.ขี้ไก่อย่างผม ไม่กล้ารับคำเรียกหาแบบนี้หรอกครับ

ส่วนวิชาแพทย์คุณว่างวันไหน ก็ค่อยมาศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้กัน แล้วก็เลิกเรียกผมว่าอาจารย์เถอะครับ"

 "ขอบคุณมากครับอาจารย์"

 ให้มันได้อย่างนี้สิ ไม่ทันไรเรียกอาจารย์อีกแล้ว

 "ผมจะรอจนกว่าอาจารย์จะใจอ่อน ถึงเวลานั้นค่อยคารวะน้ำชาอาจารย์ก็แล้วกันครับ 

 ผมขอสาบานว่า จะนำความรู้ไปช่วย

เหลือผู้ป่วย โดยไม่หวังเงินทองลาภยศโดยเด็ดขาด"

 "เรียกผมว่าไอ้หนุ่มก็ได้"

 "ครับอาจารย์"

 "เรียกผมว่าเด็กน้อยก็ได้"

 "ครับอาจารย์"

 "เรียกผมว่ายุวชนแดงก็ได้"

 "ครับอาจารย์"

 เฮ้อ! ตาเฒ่านี่ดื้อจริง ๆ 

 "เอ่ออาจารย์ครับ ผมมีเรื่องจะขอร้องครับ"

 "เรื่องอะไรเหรอครับ"

 "อาจารย์ไม่ต้องพูดสุภาพกับผมก็ได้ครับ แล้วก็อย่าเรียกผมว่าคุณหมอโจวเลยครับ เพราะมันห่างเหินยังไงก็ไม่รู้ เราพูดคุยเรียกขานกันเหมือนศิษย์อาจารย์คนอื่น ๆ เถอะครับ" 

 "ได้ แล้วจะให้เรียกยังไงดี" 

 "แล้วแต่อาจารย์เลยครับ"

 ฉินฟ่านมองคุณหมอโจวอย่างเงียบงัน

คน ๆ นี้นิสัยเหมือนเด็กไม่มีผิด ดื้อรั้นน่าดู แถมยังเคร่งในมารยาทขนบธรรมเนียมสุด ๆ เขาลองเรียกเบา ๆ เป็นการหยั่งเชิง

 "ตาแก่"

 "ครับอาจารย์"

 "เจ้าเถิก"

 "ครับอาจารย์"

 "เหล่าโจว"

 "ครับอาจารย์"

 ฉินฟ่านเหลือกตามองแบบเคือง ๆ 

 แม่ง! ตูอยากจะบ้าตาย เรียกยังไงก็ไม่โกรธ แถมยังทำท่าดีใจยังกับเด็กอีก ทั้ง ๆ ที่ถูกเรียกแบบนั้น

 ฉินฟ่านรู้สึกชอบบุคลิกท่าทางของคุณหมอโจวไม่น้อย รู้สึกว่าเขาเป็นคนจิตใจดี มีเมตตา

 แต่ศิษย์คนแรกอายุปูนนี้แล้ว จะด่วนขึ้นสวรรค์ก่อนเรียนจบหรือเปล่า ช่างมันเถอะ

คงเป็นชะตาต้องกันซะมากกว่า

 หลังจากที่คุณหมอโจวเปิ่นกลับไปได้แค่ห้านาที ฉินฟ่านเพิ่งจะนั่งลงกำลังอ้าปากกินซุปกระดูกหมูใส่รากบัวคำแรก ก็มีเสียงกริ่งประตูดังขัดจังหวะขึ้นมาอีก เขาจึงต้องวางช้อนลงอีกครั้ง

 ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง

 "คุณมาหาใครครับ"

 เหลียนเฮ่อเปิดประตูเจอพนักงานส่งของ

 "คุณเหลียนเฮ่ออยู่หรือเปล่าครับ"

 "ผมเองครับเหลียนเฮ่อ"

 "ผมเอารถมาส่งให้คุณ ช่วยเซ็นรับตรงนี้ด้วยครับ"

 พนักงานพูดพลางชี้ให้ดูรถมอเตอร์ไซค์ DUCATI 899 PANIGALE รูปทรงแจ่มดีไซน์เฉี่ยว สีแดงเพลิง เท่สมราคาหนึ่งแสนห้าหมื่นหยวน

 เหลียนเฮ่อพอเห็นมัน ถึงกับตาลุกวาว อดเอามือลูบ ๆ คลำ ๆ รถสุดแจ่มคันนี้ไม่ได้

 "รถสวยขนาดนี้มันคงแพงมากเลยสินะ แต่ผมไม่ได้เป็นคนซื้อหรอก คุณคงส่งผิด

บ้านแล้วครับ"

 "ไม่ผิดหรอกครับ คุณฉินฟ่านจ่ายเงินสดเต็มจำนวนให้เรียบร้อยแล้วครับ คุณแค่เซ็นชื่อรับรถก็เสร็จ"

 เหลียนเฮ่อเซ็นชื่อเสร็จ ยังยืนอึ้งเป็นไอ้โง่เกือบห้านาที จู่ ๆ เขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเหมือนคนบ้า 

 พี่เขยซื้อให้เขาจริง ๆ เหรอเนี่ย ตั้งหนึ่งแสนห้าหมื่นหยวน เขาวิ่งเข้าไปในบ้านเขย่าแขนฉินฟ่าน ด้วยความตื่นเต้นไม่หาย

 "พี่เขยซื้อรถให้ผมจริง ๆ เหรอ"

 "อื้อซื้อให้นาย ชอบหรือเปล่าล่ะ"

 "ชอบมากเลยขอบคุณครับ"

 เหลียนเฮ่อรู้จักเปิดทางให้เขากับ

เหลียนฟ่งจู๋จี๋กัน ถึงแม้ว่าตอนที่พบหน้ากันครั้งแรกทั้งคู่จะไม่ค่อยถูกชะตากัน แต่ในตอนนี้ฉินฟ่านกลับรู้สึกว่า ไอ้น้องเมียคนนี้มันก็น่ารักดีนะ ก็เลยแอบไปซื้อให้เป็นรางวัล

 เหลียนเฮ่อถึงกับซึ้งจนน้ำตาไหลพรากกระโดดกอดเขา

 "ฮือตั้งแต่พ่อแม่จากไป คนที่ดีกับผมก็มีแต่พี่เขยนี่แหละ ตอนนี้ผมรักพี่เขยมากกว่าพี่สาวของผมซะอีก ต่อไปพี่เขยมีงานอะไรเรียกใช้ผมได้เลยนะครับ"

 "ไอ้น้องเลว แกพูดแบบนี้อยากตายมากใช่ไหม เสียแรงที่ฉันเลี้ยงดูแกมาหลายปี หนอยแน่! เจอพี่เขยตามใจเข้าหน่อย ดันลืมพี่สาวคนนี้ซะได้"

 เหลียนฟ่งหมั่นไส้ เลยเอาหมอนอิงปาใส่หัวเขา

 ฉินฟ่านมองสองพี่น้องกัดกัน จนต้องส่ายหัว ทรุดตัวนั่งลงอีกครั้ง กำลังจะตักซุปคำแรกเข้าปาก

 ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง

 ฉินฟ่านถอนหายใจยาวเหยียด ดูท่าวันนี้คงไม่ได้กินซุปของโปรดซะแล้ว

 โอ้โห...วันนี้บ้านเราครึกครื้นจริง ๆ เลย เสี่ยวเฮ่อบ่นพลางเดินไปเปิดประตูรั้ว

 "สวัสดีฮ่ะ คุณฉินฟ่านอยู่ไหมฮ๊า"

 เสียงเล็กเสียงน้อยของผู้ชาย

อายุราว ๆ ยี่สิบสาม ท่าทางกระตุ้งกระติ้ง

สวมสูทอาร์มานีสีชมพูแปร๊ด แต่งหน้าทาปาก ใส่ตุ้มหูวงใหญ่ ใส่เหล็กครอบฟันสีชมพูแบบแฟชั่น ใช้ของแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า 

แต่โดยรวม ๆ ดูแล้วไม่น่าเกลียดเลย กลับต้องยอมรับว่าเขา เอ่อ...เธอคนนี้ดูงดงามแช่มช้อยยิ่งกว่าหญิงสาวจริง ๆ ซะอีก

 "สวัสดีครับผมฉินฟ่าน มีธุระอะไร เหรอครับ"

 ฉินฟ่านเดินมาที่สนามหญ้าใกล้ประตูรั้ว มองคนเบื้องหน้าอย่างสงสัยในใจเพราะเขามั่นใจว่าไม่รู้จักกับคน ๆ นี้

 "ต้าย...อกอีแป้นแตก คุณนี่หล่อได้ใจจริง ๆ เลยนะฮ๊า อุ้ย...โทษที โทษที เจอคนหล่อไม่ได้เลย มันลืมตัวนะฮ่ะ 

 สวัสดีฮ่ะฉันชื่อซีเหมินคัง พอดีรับงานมาชิ้นหนึ่ง ก็คือมีคนจ้างวานให้มาฆ่าคุณนะฮ่ะ ราคาที่จ่ายมาก็ดี้ดี 

 แต่...แหมเจอคนหล่อ ๆ แบบนี้ ไม่อยากทำเลยจริง ๆ นะฮ๊า 

 อุ้ยหน้ามันรอเดี๋ยวนะฮ๊า"

 ซีเหมินคังไม่ได้สนใจสายตางง ๆ ของ

ฉินฟ่านเลยสักนิด เธอเปิดตลับแป้ง ส่องกระจกทำการเสริมสวยต่อหน้าฉินฟ่าน 

 ทั้งซับหน้า ทั้งตบแป้ง ทาลิปแถมส่องดูร่องฟันว่ามีเศษอาหารติดอยู่หรือเปล่า ปล่อยให้ฉินฟ่านยืนใบ้รับประทานอยู่ตรงนั้น

 "เอ่อเราว่ากันถึงไหนแล้วนะ อ๋อใช่แต่ว่ารับเงินมาแล้วนี่ฮ๊าจะทำยังไงได้ ก็ต้องทำงานให้เขา แต่ไม่ต้องห่วงนะฮ๊า เดี๋ยวเดียวก็เสร็จแล้ว

 เอ่อ! ว่าแต่พี่ฟ่านอยากตายตรงไหน

เหรอฮ๊า ตรงสวนก็ดีนะดอกกล้วยไม้พุ่มนั้นทรงสวยดี เวลากองพิสูจน์หลักฐานมาถ่ายรูปศพพี่ฟ่าน จะได้มีแบคเกรานด์ฉากหลังสวย ๆ 

  หรือว่าจะเป็นหน้าบ้านดี เวลารถมาเก็บศพ ก็จะได้สะดวกขึ้นมาหน่อย ต้นไม้หน้าบ้านก็ร่มรื่นดี 

 รับรองว่าศพไม่ต้องตากแดด เหมือนปลาเค็มตากแห้ง ไม่รู้ว่าพี่ฟ่านอยากสั่งเสียลูกเมียก่อนหรือเปล่าฮ๊า 

 อุ๊ยแต่จะว่าไป ดู ๆ ไปแล้วพี่ฟ่านอายุคงยังไม่ถึงยี่สิบแน่ ๆ เลย คงยังโสดสนิทซะมากกว่า 

 เฮ้ออายุยังน้อยก็ต้องมาตาย มันน่าเสียดายจริง ๆ เลยนะฮ๊า"

 ไอ้กระเทยบัดซบช่างจ้อนี่ เข้ามาในบ้านคนอื่น แล้วบอกว่าขออนุญาตฆ่าคน ด้วยสีหน้าท่าทางเหมือนเซลส์แมน ที่กำลังขออนุญาตเจ้าของบ้าน เพื่อสาธิตเครื่องดูดฝุ่นยังไงอย่างงั้นเลย 

 แถมยังหยอดคำเรียกหาซะสนิทสนม คำก็พี่ฟ่านสองคำก็พี่ฟ่าน เห็นแล้วทำให้เกิดอารมณ์ขึ้นมาทันทีเลย อยากจะกระทืบ กระทืบ กระทืบ มันให้จมดินไปซะเลย 

 แต่คิดก็ส่วนคิด เพราะเมื่อครู่ฉินฟ่าน

ขยับเท้าขวาเบี่ยงไปด้านข้างเล็กน้อย เพื่อหาตำแหน่งตั้งรับและพร้อมที่จะจู่โจม เพราะด้านซ้ายของเขามีกระถางต้นไม้ใบใหญ่เกะกะขวางทางอยู่ 

 ไอ้กระเทยช่างจ้อที่พูดเป็นต่อยหอย ถึงกับเบี่ยงเท้าตาม เพื่อหามุมจู่โจมตอบโต้กลับอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีพิรุธแม้แต่น้อย 

 แสดงว่าตั้งแต่เริ่มแรก คน ๆ นี้จับตาดูการเคลื่อนไหวของเขาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทำให้เขารู้สึกได้ถึงความน่ากลัวของคนคนนี้ ผิดจากรูปลักษณ์ที่เห็นโดยสิ้นเชิง 

 เขาเร่งเร้าลมปราณทั่วร่างทันที 

 "เสี่ยวเฮ่อเข้าบ้านล็อกประตูเดี๋ยวนี้"

 "พี่เขย ระวังตัวด้วยนะครับ"

 น้ำเสียงของพี่เขยดูเคร่งเครียดจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหลียนเฮ่อรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากล จึงรีบวิ่งเข้าบ้านทันที พอเขาปิดประตูดังปัง! เหมือนเป็นสัญญาณให้เริ่มลงมือ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 53 อย่ามาอำกันดีกว่า

    ลู่เจี้ยนเล่าเรื่องข้อตกลงของทั้งสองให้ฉินฟ่านฟังฉินฟ่านไม่ได้ฟังเรื่องราวจากปากพี่ใหญ่เลยสักกะนิดเขาเอามือลูบคางพลางครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดเหมาะ…เหมาะเหม๋งเลย ช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้ยังกับผีเน่ากับโลงผุเอ๋…เปรียบเปรยคู่ที่เหมาะสมกันแบบนี้รึเปล่า อ้อ...ใช่ ๆต้องเหมือนนกยวนยางคู่ต่างหากล่ะ เฮ้อ ไอ้เราก็เรียนมาน้อยจบปอหกตกปอขี้ไก่ซะด้วยสิ จะนึกหาคำคมเพราะ ๆ แบบคนอื่นสักคำสองคำก็ยังลำบาก ไม่ได้การละต้องให้ลูกสาวของเราเรียนสูง ๆ เอาให้จบดอกเตอร์เลย อืม…รึว่าสวรรค์เป็นใจนาน ๆ ทีถึงจะมีสาวสวยผุดโผล่ชะแวบเข้ามาในชีวิตพี่ใหญ่หากปล่อยให้หลุดมือไปก็เสียของแย่นะสิ“นี่ ไอ้น้องบ้า แกฟังพี่ใหญ่อยู่รึเปล่า”โป๊ก!ลู่เจี้ยนทนไม่ไหว จนต้องเขกกะโหลกฉินฟ่าน เพื่อเรียกสติของเขา ให้กลับเข้าร่างอีกครั้งหนึ่ง“โอ๊ย เจ็บนะพี่ นี่พี่ผมว่าเอางี้ดีไหมรวบหัวรวบหางซะเลย เธอหน้าตาสะสวยหุ่นก็ดีพาควงออกงานรับรองว่าไม่อายใคร เธอเหมาะกับพี่ใหญ่มาก แถมเธอยังมีฝีมือเป็นเลิ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 52 นิ้วชั่งทอง

    รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมากแต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจะมีแขกหลายร้อยคน ก็ไม่รู้สึกแออัด แต่อย่างใดงานฉลองวันเกิดของภรรยาเศรษฐีหมื่นล้านจะธรรมดาได้ยังไง งานนี้จึงอลังการเลิศหรูทุกอย่างพวกเขาเดินเข้าไปในบริเวณงานก็เจอครอบครัวตระกูลเย่ยืนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อคอยทักทายต้อนรับแขกเหรื่อฉินฟ่านทักทายทุกคนอย่างสนิทสนม เพราะว่าในตอนนี้เขาเป็นถึงว่าที่ลูกเขยป้ายแดงเชียวนะแถมวันนี้เขาอารมณ์ดีอยากเปลี่ยนลุคดูบ้าง จึงฉีดสเปรย์แต่งผมเยอะหน่อยแล้วหวีผมเสยไปข้างหลัง สวมชุดสูทสีดำทับด้วยเสื้อคลุมโอเวอร์โค้ทสีขาว มีผ้าพันคอสีดำคล้องเอาไว้สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาในงานอย่างช้า ๆ ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งสง่างามมาดของเขาเหมือนเจ้าพ่อมากกว่าตัวลู่เจี้ยนซะอีกจนแขกเหรื่อละแวกนั้นต้องรีบแหวกเป็นทางให้กับเขาคุณหนูสี่เดินยิ้มเข้

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 51 กวนอิมเผ็ด

    ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน“กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 50 หนังสือกายวิภาค

    ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีกเขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่านเขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการเขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 49 หึง

    ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงานเหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”“ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”กรอบแกรบ!ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 48 ศาลเตี้ย

    ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดูฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขาว้ายยยยเสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของแ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status