Share

บทที่ 33 เป็นหนี้ต้องชดใช้

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-03 07:00:48

 เหลียนฟ่ง อิ๋งอิ๋ง โยโย่ เหลียนเฮ่อกำลังเบิ่งตาดูกระเป๋าสีดำสิบใบ ที่เปิดอ้ากว้าง กระเป๋าหนึ่งใบบรรจุเงินสิบล้าน สิบใบก็เป็นเงินหนึ่งร้อยล้าน พวกเธอมองจนหูอื้อตาลาย เพราะไม่เคยเห็นเงินมากมายก่ายกองขนาดนี้มาก่อน

 พับผ่าเถอะ!

 ฉินฟ่านยืนมองเงินด้วยจิตใจเหม่อลอย

เพราะกำลังคิดว่า ในโลกนี้ไม่มีธุรกรรม

ทางการเงิน แบบอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง ดราฟท์ เช็คเงินสด พันธบัตรอะไรแบบนั้นบ้างหรือไง หรือว่าแค่อยากโชว์ป๋า เลยเอาเงินสดมากองให้ดู

 "ผมบอกแล้วไง ว่าจะไม่รับค่ารักษาแม้แต่หยวนเดียว"

 ฉินฟ่านส่ายหน้าท่าทางจริงจัง

 "พี่ใหญ่ เงินเป็นฟ่อนตั้งมากมายทำไมพี่เขยถึงไม่รับ"

 เหลียนเฮ่อกระซิบถาม

 "ไอ้เด็กโง่ พี่เขยแกทำอะไรย่อมต้องมีเหตุผลสิ"

 เหลียนฟ่งหันไปดุเหลียนเฮ่อเบา ๆ แต่เธอกัดฟันลุ้นให้เขายอมใจอ่อน รับเงิน

เหล่านี้

 "เอ่อ...ที่รัก แต่ถ้าคุณไม่รับ จะเสียน้ำใจคนที่ให้มานะคะ หรือว่าพบกันครึ่งทางรับมาสักห้าสิบล้านดีไหมคะ"

 เหลียนฟ่งรู้สึกว่าเจ็บปวดใจ ถ้าไม่โกยเงินเข้ากระเป๋า ก็เปรียบเสมือนลบหลู่คำสั่งสอนของบรรพชน มีเงินมากขนาดนี้เหมากระเป๋าหลุยส์วิตตองทั้งร้านก็ยังได้เลย

 "ไม่ได้ คุณโหวคุณเก็บเงินกลับไปเถอะ"

 ฉินฟ่านมีแม่ไก่สุดวิเศษ ที่ออกไข่ทองคำได้ เขาไม่กลัวว่าจะไม่มีเงิน

 เลขาโหวโบกมือเบา ๆ ผู้ชายใส่สูทชุดดำห้าคน เดินเข้ามาเก็บกระเป๋าไปอย่างรวดเร็ว ครู่เดียวสาวสวยผิวขาวนัยน์ตาแขกหุ่นเนื้อนมไข่เดินเข้ามา

 "คุณฉิน สาวงามแดนอุยกูรย่อมคู่ควรกับวีรบุรุษ เธอคือพั่นซูฉีมิสอุยกูรของปีนี้ เมื่อทางเราติดต่อเธอ เพียงแค่เห็นรูปของคุณ เธอก็เซ็นสัญญาทันที ที่จะมาเป็นเพื่อนเที่ยวกับคุณ สถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งในโลกใบนี้ ที่คุณต้องการไป จะเที่ยวนานเท่าไรก็ได้ เดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว ค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ทางเราจะเป็นสปอนเซอร์ให้เอง"

 "คุณโหว คุณอยากให้บ้านผมไฟไหม้หรือไงครับ"

 หนังตาเขากระตุกเบา ๆ ราวกับจะมีลางร้ายเกิดขึ้น

 พูดเป็นเล่นไป ตอนนี้ที่บ้านมีแม่เสืออยู่สามตัว กำลังยืนแยกเขี้ยวกางเล็บอยู่ข้างหลัง เขายังจะกล้าแหย่หนวดเสืออีกหรือไง

 เลขาโหวโบกมือเบา ๆ อีกที มิสอุยกูรที่ภาคภูมิใจในเสน่ห์เรือนร่างของเธอ ถึงกับโกรธแทบควันออกหู ที่โดนปฏิเสธ จนเดินกระแทกส้นเท้าออกไป

            "คุณฉิน นายท่านเป็นคนดื้อรั้น ถึงวันนี้ผมกลับไป แต่ด้วยนิสัยของนายท่าน

พรุ่งนี้จะต้องส่งผมมาใหม่อย่างแน่นอน อาจจะเป็นสาวงามอเมริกา บราซิล แคนาดา ฝรั่งเศส หรือสาวงามเกาหลีใต้ก็ได้ ลาก่อนครับ"

 ฉินฟ่านได้ยินถึงกับอึ้ง 

 "คุณโหวสาวงามไม่ต้องพามาแล้วครับ พอดีผมไม่มีรถไปจ่ายตลาด คุณทิ้งกุญแจไว้ก็แล้วกัน ฝากขอบคุณแทนผมด้วยครับ"

 ฉินฟ่านจนปัญญาจะปฏิเสธ

 ( เอ่อ…พี่ชาย ช่วยให้เกียรติกันหน่อย

นี่ koeniesegg gamera นะครับ ไม่ใช่ซาเล้งที่เอาไว้ใช้ขนผัก) 

 "คุณตัดสินใจได้ถูกต้องแล้ว รถจอดอยู่หน้าบ้าน ลาก่อนครับ"

 ทุกคนออกไปดูรถหรู รูปทรงมันโฉบเฉี่ยวโดนใจจริง แม้แต่ประตูที่เปิดแบบดันขึ้นก็สุดเท่ สีเขียวอ่อน ๆ ดูแปลกตา

 "โอ้โหจุ๊ ๆ พี่เขย อีหนูนี่แจ่มจริง ๆ 

เราไปซิ่งกันสักรอบเถอะ"

 เหลียนเฮ่อตาลุกวาวด้วยความหลงใหล

 "ดีเหมือนกัน ทุกคนขึ้นรถ"

 ฉินฟ่านนั่งจับพวงมาลัย กดนู่นกดนี่ด้วยความตื่นเต้น ทำอย่างไรได้นี่เป็นครั้งแรก ที่ได้สัมผัสรถหรู สาว ๆ นั่งคาดเข็มขัดเรียบร้อยครบสี่ที่นั่ง

 "พี่เขยแล้วผมล่ะ"

 เหลียนเฮ่อมองสามสาวจับจองที่นั่ง

 "รถนั่งได้แค่สี่คน นายอยู่เฝ้าบ้านไปก่อน"

 เหลียนเฮ่อได้แต่คอตก เดินกลับเข้าบ้าน

 "ไปเลย เย้!"

 "ซิ่งทะลุนรก วู้!"

 แต่จนแล้วจนรอด บรรดาสาว ๆ ก็ไม่เห็นฉินฟ่านขับรถออกไปสักที

 "ทำไมยังไม่ไปอีกคะ รออะไรอยู่เหรอ"

 "ขับไม่เป็น"

 ฉินฟ่านพูดเสียงเบา ๆ จนแทบจะกระซิบ

 "อะไรนะคะ"

 "ขับไม่เป็น"

 "ถามจริง"

 "จริง"

 เขาพยักหน้า พลางเลียนแบบนกกระจอกเทศ เอาหัวซุกลงไปที่ร่องอกฟู ๆ ของเหลียนฟ่งด้วยความอาย

 ชาติที่แล้วจนซะขนาดนั้น จะมีรถที่ไหนให้หัดขับ

 ฮ่า ๆ 

 "ขำจะตายอยู่แล้ว"

 ฮ่า ๆ 

 สาว ๆ พากันระเบิดเสียงหัวเราะออกมา อย่างอั้นไม่อยู่

 "โอ๊ย! หัวเราะจนท้องแข็งไปหมดแล้ว"

 "เดี๋ยวฉันสอนให้เองค่ะ"

 โยโย่มานั่งที่คนขับแทนฉินฟ่าน พลางสาธิตวิธีขับอย่างช้า ๆ ในที่สุดรถก็ถูกขับออกไปพร้อมเสียงหัวเราะ

 ฉินฟ่านหัดขับอยู่เจ็ดวันจนคล่องแคล่ว เขาขับเร่งความเร็ว เพื่อลองเครื่องยนต์ เขาเริ่มถูกใจรถคันนี้ซะแล้ว มันนั่งสบายจริง ๆ เขาขับกินลมชมวิวอยู่ราวครึ่งชั่วโมงก็เลี้ยวเข้าไปจอดแถวริมคลอง พาสามสาวไปนั่งกินไอศกรีมคลายร้อน ที่ร้านเปิดใหม่ริมคลองน้อย 

 เขาเลือกโต๊ะนอกร้าน ที่อยู่ใกล้ต้นไม้

ใหญ่ ขณะที่คนทั้งสี่กำลังพูดคุยกัน ผู้คนเริ่มชี้ชวนกันให้ดูรถยนต์คันหรู 

 บางคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ต่างมองพวกเขาอย่างสนใจ แถมยังสอดส่ายสายตามองหากล้องทีวี ว่าซ่อนอยู่ตรงไหนหรือเปล่า ไม่แน่พวกเขาอาจจะถ่ายรายการอะไรอยู่ก็ได้ เพราะชายก็หล่อหญิงสาวก็สวยยังกับพวกดารา ผู้คนต่างคิดไปต่าง ๆ นานา 

 ผู้ชายที่นั่งโต๊ะข้าง ๆ ก็รู้สึกแค้นใจ ที่ทำไมตัวเขาถึงไม่มีสาวสวยรุมล้อมบ้าง ส่วนผู้หญิงที่ชอปปิงผ่านมาเห็น ต่างอิจฉาสามสาวขึ้นมาทันที ที่ได้ควงหนุ่มหล่อ

แถมรถไฮเปอร์คาร์สุดหรู ที่พวกเขานั่งมาก็แพงหูฉี่ เมื่อไรกันนะ ที่พวกเธอจะมีโอกาสอย่างนี้บ้าง

 "ที่รัก ทำไมจู่ ๆ มีคนเอาเงินเอารถหรูมาให้คุณคะ"

 เหลียนฟ่งอยากจะถามตั้งนานแล้ว

 "ผมไปถอนพิษให้มหาเศรษฐีมานะ"

 เขาตักไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รี่เข้าปาก

 "พี่ไปแค่วันเดียว หาเงินได้มากขนาดนี้เลยเหรอ"

 โยโย่พูดเหมือนไม่อยากจะเชื่อ

 "อื้อ"

 เขาพยักหน้า

 "อาฟ่งรสวนิลาอร่อยหรือเปล่า"

 "อร่อยค่ะ ลองชิมดูสิคะ"

 เหลียนฟ่งเลื่อนถ้วยไอศกรีมไปใกล้ ๆ เขา

 แต่ฉินฟ่านกลับชิมจากปากของเธอแทน

เล่นเอาเหลียนฟ่งอาย จนต้องตีแขนของเขา

 "เด็ก ๆ อยู่กันตั้งเยอะ คุณไม่อายบ้าง

เหรอคะ"

 "ผมมันคนหน้าด้าน สะกดคำว่าอายไม่เป็นซะด้วยสิ"

 คำนี้ทำเอาทุกคนขำกลิ้ง

 "ทำไมพี่ถึงไม่เปิดคลีนิครักษาคนไข้ซะเลยล่ะ"

 อิ๋งอิ๋งทำหน้าสงสัย

 "อ๋อพี่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพทางการแพทย์นะ คราวก่อนตอนที่ช่วยพี่ใหญ่ พี่ยังถูกตำรวจจับเลย

 "ฮึ่มตำรวจพวกนี้ไม่รู้ดีรู้ชั่วบ้างเลย พี่ช่วยชีวิตคนอื่นแท้ ๆ แต่ดันมาจับพี่ ทีพวกโจรไม่รู้จักไปจับ"

 โยโย่โมโหแทนจนหน้าแดง

 เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ฉินฟ่านเห็นชื่อที่ขึ้นหน้าจอเขียนว่า "มือสังหาร" เขาก็ต้องถอนใจเฮือกใหญ่ออกมา

 "ฮัลโหล ว่าไงพี่คัง"

 "คราวก่อนฆ่าพี่ฟ่านไม่สำเร็จ ผู้น้องต้องคืนเงินให้กับผู้ว่าจ้าง สูญเสียรายได้ก้อนใหญ่ แถมยังเสียชื่อเสียงเครดิตในวงการไปมากมาย ฤกษ์ดีไม่สู้ฤกษ์สะดวก วันนี้ผู้น้องเกิดคันไม้คันมือขึ้นมาพอดี เลยอยากจะขอเก็บหนี้ ไม่ทราบว่าพี่ฟ่านพอจะมีเวลาว่างให้ผู้น้องบ้างหรือไม่"

 "คราวก่อนได้พี่คังช่วยเหลือ จึงถอนพิษช่วยคนได้สำเร็จ เป็นหนี้ย่อมต้องชดใช้ สำหรับพี่คังผมต้องมีเวลาให้แน่นอน ที่ไหนเมื่อไร พี่คังบอกมาได้เลย"

 ฉินฟ่านเคยรับปากเอาไว้ เขาเป็นคน

รักษาคำพูดซะด้วยสิ

 "ที่นี่...ตอนนี้"

 พอซีเหมินคังพูดจบ ก็มีรถยนต์สีขาวขับพุ่งเข้ามาอย่างแรง หมายจะชนพวก

ฉินฟ่านให้เละเป็นโจ๊ก ในขณะที่มีลูกค้านั่งกินไอศกรีมกัน อยู่นอกร้านหกโต๊ะ 

 ฉินฟ่านยื่นมือขวาไปรวบเอวเหลียนฟ่ง มือซ้ายฟาดใส่โต๊ะ จนเกิดพลังสะท้อนกลับร่างกระเด็นถอยหลังออกไป พร้อมกับตะโกนเรียกโยโย่และอิ๋งอิ๋ง

 ในเวลาเดียวกันโยโย่กับอิ๋งอิ๋งถีบตัวพุ่งขึ้นไปด้านบน หมุนตัวดุจลูกข่างใบใหญ่ขึ้นไปยืนบนกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่

 ฝูงชนที่เป็นลูกค้าและคนที่สัญจรไปมา ต่างแตกตื่นตกใจ จนวิ่งหนีกันกระเจิดกระเจิง ดีที่ทุกคนปลอดภัยไม่เป็นอะไร

 ทุกเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างฉุกละหุก

เท้าฉินฟ่านยังไม่ทันแตะถึงพื้นอย่างมั่นคง กระจกหน้ารถยนต์สีขาว พลันแตกระเบิดกระจายเป็นเสี่ยง ๆ 

 ประกายกระบี่เจิดจ้าสีเงินยวง พวยพุ่งออกมาจากที่นั่งคนขับ แทงมาอย่างรุนแรง ประหนึ่งว่าไม่เคยคิดที่จะถอยกลับ พลังกระบี่แยกออกเป็นสิบสามสาย โอบล้อมร่างของเหลียนฟ่งและฉินฟ่าน ทั้งหนักแน่น ทั้งถี่ยิบ ทั้งไหลลื่น ต่อเนื่อง เหมือนน้ำตกโกรกกระแทก จนฉินฟ่านต้องพยักหน้าชมเชย 

 ซีเหมินคังผู้นี้สมกับเป็นมือสังหารอาชีพ อำมหิต โหดเหี้ยม ไม่เลือกวิธีการ ขอแค่บรรลุผลในการฆ่าก็พอ ดูท่าวันนี้เขาคงต้องเฉียดตายหลายครั้งอย่างแน่นอน เพราะคนผู้นี้มีลีลาการฆ่าคน ที่แพรวพราวแถมมากด้วยเล่ห์เหลี่ยม แต่ท่วงท่ากลับราวกับศิลปินวาดรูป

 ซีเหมินคังหมุนตัวขึ้นกลางอากาศโถมจู่โจมระลอกสองใส่คนทั้งคู่ มือขวาแทงกระบี่ แต่มือซ้ายที่ยืนเหยียดตรง ถึงกับมีสิ่งมีชีวิต ไหลลื่นออกมาจากแขนเสื้อของเขา เขาจับหางของมันเอาไว้ ใช้เป็นอาวุธ พอจ้องดูให้ดีเหลียนฟ่งถึงกับกรีดร้อง เพราะอาวุธชีวภาพนั้นคือ งูตัวเล็ก ๆ ที่มีลำตัวสีแดงยาวหนึ่งฟุต บนส่วนหัวของมันถึงกับมีหงอนเล็ก ๆ สองข้างผุดโผล่ออกมาราวกับเขาสัตว์ กำลังอ้าปากแยกเขี้ยวขู่ฟ่อ ๆ ดูน่ากลัว จนเธอต้องหลับตาปี๋กอด

ฉินฟ่านไว้แน่น 

เฟี้ยวววว ต๊ก ๆ 

เสียงชูริเคนของโยโย่พุ่งขวับมาอย่างเร่งร้อนใส่แผ่นหลังซีเหมินคัง แถมยังมีเข็มทองสิบแปดเล่มของอิ๋งอิ๋งซัดใส่ส่วนหัวงูสีแดง บีบให้ซีเหมินคังต้องถอยร่นไปยืนอยู่ข้างรถยนต์ จนประตูรถยนต์ถูกอาวุธลับเหล่านั้นปักจนเกลื่อน ซีเหมินคังเก็บงูสีแดงเข้ามาในแขนเสื้อคืน

 ซีเหมินคังยืนนิ่งสงบในชุดสูทสีแดง

ใช้สายตานักล่าจ้องเขา ขณะที่กำลังจะเอ่ยปาก 

 "นี่แกเป็นบ้าอะไร ผู้ชายก็ไม่ใช่ผู้หญิงก็ไม่เชิง วัน ๆ คิดถึงแต่เรื่องฆ่า ๆ ฟัน ๆ งานการดี ๆ ก็ไม่รู้จักไปทำ นี่ถ้าพ่อแม่แกบนสวรรค์รู้เข้าจะเสียใจแค่ไหน สงสัยจะกระอักเลือดจนอกแตกตายอีกรอบ 

 กะอีแค่เป็นวิชาแมวสามขาอยู่สองสามท่านิด ๆ หน่อย ๆ ก็คิดจะมาฆ่าพี่ฟ่าน อย่าได้เพ้อฝันไปเลย"

 เหลียนฟ่งโมโห ที่เกือบถูกกระบี่แทง

ตาย แถมยังเกือบถูกไอ้งูบ้านั่นกัดเอาอีก ก็เลยเลือดขึ้นหน้าด่ากราดเป็นชุด จนเหนื่อยหอบ

 ฉินฟ่าน อิ๋งอิ๋ง โยโย่ถึงกลับแยกเขี้ยวหัวเราะ ทั้งยกนิ้วทั้งปรบมือให้ด้วยความสะใจ

 ซีเหมินคังถึงกับใบหน้าบิดเบี้ยวยิ้มออกมาอย่างเหย๋เก มันคิดว่าฉินฟ่านฝีมือร้ายกาจแล้ว แต่แม่คนนี้กลับน่ากลัวยิ่งกว่าซะอีก

 ซีเหมินคังหยิบตลับแป้งออกมาส่องกระจกซ้ายทีขวาที ซับหน้ามันอีกหน่อยเติมแป้งอีกนิด

 "คิดไม่ถึงว่าสตรีรอบกายของพี่ฟ่าน

จะเป็นยอดฝีมือนะฮ๊า นับถือ นับถือ แต่ถ้าคิดใช้สี่รุมหนึ่ง ผู้น้องเองก็ไม่ขัดข้อง 

 แต่หากลงมือรุนแรง จนถึงขั้นเลือดตกยางออกไปบ้าง ก็อย่าได้ถือโทษโกรธเคืองผู้น้องเลยนะฮ๊า หากหนักมือพลาดพลั้งทำให้พวกนางตายไป ผู้น้องคงได้แต่พลีกายเพื่อชดเชยให้แก่พี่ฟ่านแล้วละฮ่า"

 ซีเหมินคังทำท่าทางเอียงอายได้อย่างงดงาม ราวกับกำลังดูนางเอกงิ้วชื่อดังที่แสดงฉากนี้ได้อย่างถึงอารมณ์ ทำเอาสาว ๆ รู้สึกอารมณ์เสีย พากันจ้องมองเขาอย่างหมั่นไส้

 "ผู้น้องไหนเลยมีวาสนาเช่นนั้น พี่คังอย่าได้ล้อเล่นไป เมื่อครู่นี้ผู้น้องจับยามสามตาดูแล้ว คาดว่าพี่คังคงอยากจะเล่นสนุกต่อ"

 ฉินฟ่านบอกให้พวกผู้หญิงกลับบ้านก่อน พอฉินฟ่านพูดเสร็จ ก็ได้ยินเสียงดัง 

 กริ๊ก…

 ทวนเงินสองท่อนที่ซีเหมินคังดึงออกมาจากซองผ้า ก็ประกอบเสร็จพอดี มันกลายเป็นทวนเงินยาวสองเมตรยี่สิบ มีพู่สีแดงประดับอยู่ ที่ปลายทวนสลักอักษรโบราณไว้อย่างงดงาม "อ้างว้าง" ดูท่าคงจะเป็นชื่อของมัน 

 อาวุธของซีเหมินคังล้วนเป็นของชั้นเลิศ ไม่ทราบว่าเขาเสาะหามาได้ยังไง

 "คิดไม่ถึงว่าเศษเหล็กผุพังของพี่คังจะมีชื่อด้วย"

 เฮ้อ...ซีเหมินคังถอนใจเสียงดัง เขาพูดราวกับระบายความในใจ ที่ซ่อนเร้นมานานปี

 "ผู้น้องเป็นคนมีกรรม เงินทองที่หามาได้จากการฆ่าคน ก็นำไปซื้ออาวุธ หลายปีมานี้ที่สะสมไว้ก็นับได้สิบชิ้น อาชีพอย่างเราไม่มีมิตรสหาย ผู้น้องจึงยึดถือมันเป็นสหายร่วมเป็นร่วมตาย ดาบอ่อนนั่นชื่อ "โกลาหล" กระบี่ที่ใช้เมื่อครู่ชื่อ "ฟ้าแล่บ" ส่วนหอกเงินเล่มนี้ชื่อ "อ้างว้าง" 

 "ชื่อดี"

 ฉินฟ่านพุ่งตัวออกไป ตีลังกาลงบนเรือแจวเล็ก ๆ ลำหนึ่ง ที่กำลังลอยลำอยู่ในลำคลอง 

 "มีเรื่องฉุกเฉิน ผมขอซื้อเรือลำนี้ ไปเก็บเงินกับพวกผู้หญิงสามคนนั้น"

 พูดจบฉินฟ่านก็ใช้กำลังภายในจับเจ้าของเรือโยนขึ้นไปบนฝั่งอย่างนุ่มนวล

 ซีเหมินคังกระชับทวนในมือ โผออกไปราวค้างคาวยักษ์เหยียบลงที่เรือน้อยอีกลำ แถมเตะเจ้าของเรือจนตกน้ำ

 "ไอ้บ้าเอ๊ย…ไปตายซะ"

 เจ้าของเรือกระเสือกกระสนทรงตัวอยู่ในน้ำ พลางด่าทอซีเหมินคัง ทำไมโลกถึงอยุติธรรมเช่นนี้ เจ้าของเรือลำนั้นขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย แถมได้ค่าเรือก้อนใหญ่ แล้วทำไมเขาถึงถูกไอ้คนบัดซบนี่เตะตกน้ำ แถมยังไม่ได้เงินสักแดง 

 ผู้คนรอบข้างที่มุงดูเหตุการณ์ห่าง ๆ ต่างยกมือถือขึ้นมาถ่ายคลิป ที่ไม่มีผู้กำกับ ไม่มีตัวนักแสดงแทน ไม่มีการสั่งคัท เจ็บจริง ตายจริง ราวฉากบู๊ในหนังกำลังภายใน

 เสียงไซเรนของรถตำรวจดังขึ้น มีตำรวจลงมาสอบถามเหตุการณ์สี่นาย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ยืนตะโกนบอกให้หยุดมือ แถมตำรวจยังโง่พอที่จะตะโกนบอกว่า "ยอมให้จับซะดี ๆ อย่าขัดขืน"

 เรือน้อยสองลำสงบนิ่งเผชิญหน้ากันห่างยี่สิบเมตร ฉินฟ่านรู้ถึงพิษสงของซีเหมินคังดีว่าร้ายกาจขนาดไหน แทบทุกกระบวนท่าล้วนแฝงด้วยท่าแลกชีวิต เขามองสำรวจบนเรือจนทั่วเพื่อหาอาวุธ นั่นไหซีอิ๊ว ผ้าห่มนวมที่มีรอยปะ กาน้ำชา หนังสือโป๊ เสียงลอยตัวฝ่าอากาศแว่วมา เขาไม่มีเวลาแล้ว ได้แต่หยิบหนังสือโป๊ขึ้นมาม้วนเป็นแท่งกลมถือไว้ 

 พอถึงระยะห่างสิบเมตร ซีเหมินคังถึงกับใช้ปลายทวนสะกิดผิวน้ำ เพื่อเป็นแรงส่งให้เขาลอยตัวอย่างแผ่วเบาต่อราวกับเป็นนกนางแอ่น

 ฉากนี้เล่นเอาฝูงชน ที่อยู่บนฝั่งฮือฮากันเลย วิชาตัวเบาแบบนี้มีจริง ๆ หรือเนี่ยบ้าไปแล้ว อีแบบนี้วิชาเหยียบหิมะไร้รอย เจ็ดก้าวไล่ตามจักจั่น ย่นพสุธาพันลี้ อย่าบอกนะว่ามีอยู่จริง ๆ 

 ฉินฟ่านยืนสงบในท่าเตรียมพร้อม 

ประกายทวนสีเงินใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนถึงระยะจู่โจม ซีเหมินคังตวาดเสียงดังก้องทุ่มเทพลังทั้งหมดสู่ปลายทวน

 ย้ากกกก

 ประกายสีเงินของทวนสั่นไหววูบวาบผสานกับพู่สีแดงที่หมุนสะบัด ชวนให้ตาลาย ซีเหมินคังใช้เคล็ดทั้งแปดรวดเร็วดุจประกายไฟคือแทง งัด ฟาด กระแทก ปัด ทุบ หมุน ทะลวง เล่นเอาฉินฟ่านเหงื่อตกรับมือแทบไม่ทัน 

 ตูมมมมม

 หลังคาเรือที่ฉินฟ่านยืนอยู่ถึงกับพังทลายไปแถบใหญ่ เศษไม้ปลิวกระเด็นว่อนไปทั่ว ฉินฟ่านแทนที่จะถอยหนี เขากลับพุ่งตัวเข้าหาซีเหมินคังเปลี่ยนจากรับเป็นรุก เขาสะบัดมือใช้หนังสือโป๊ต่างพู่กันเหล็ก จี้เข้าใส่จุดมรณะของร่างกาย ตั้งแต่หน้าผาก คอหอย ทรวงอก ท้องน้อยสิบสามแห่ง เสียงอาวุธทั้งสองกระทบกันดังแปลก ๆ ถี่ยิบ 

 เปรี้ยงงง

 ทวนเงินกวาดจากล่างขึ้นบน จนหลังคาแตกที่ยังเหลือโครงยึดอยู่ ถูกงัดจนลอยไปตกกลางน้ำ ซีเหมินคังถึงกับควงทวนแทงแฉลบใส่ใบหน้าของฉินฟ่าน แถมยังหมุนควง จนกรีดเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินของฉินฟ่าน

ขาดเป็นทางยาวหลายเส้น จนคนดูต่างพากันหวาดเสียว ว่าเขาจะบาดเจ็บ

 ฉินฟ่านเตะทวนให้ห่างออกไป พลางใช้หนังสือโป๊เคาะไปที่เข่าของซีเหมินคังไปทีหนึ่ง

 ซีเหมินคังถึงกับทรุดตัวลง นั่งอยู่ในท่าคุกเข่าเพียงข้างเดียว มือขวาจับทวนยันไว้กับพื้น มือซ้ายยื่นเหยียดแขนตรงออกมา งูสีแดงก็พุ่งวาบออกมาจากแขนเสื้อของซีหมินคัง รวดเร็วดุจประกายไฟ หมายฉกกัดใส่ลำคอของฉินฟ่าน จนคนดูที่เป็นสาว ๆ ถึงกับกรีดร้อง

 ฉินฟ่านกลับใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางคีบที่ลำคองู ในตำแหน่งเจ็ดนิ้ว ทำให้งูขยับเขยื้อนไม่ได้ เขาสะบัดงูทิ้งไปบนฝั่งที่ไร้ผู้คน 

 เรือลำนี้ถูกกระแสพลังกระแทกใส่จนท้องเรือแตกเป็นรูกว้างหลายแห่ง ตอนนี้น้ำเริ่มรั่วเข้าลำเรือมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกไม่กี่อึดใจ เรือลำนี้ก็จะจมลง 

 ซีเหมินคังหมุนควงสะบัดทวนแต่งแต้มประกายสีเงินเป็นจุดเล็ก ๆ ราวดอกเหมยนับร้อย จี้ใส่หน้าของฉินฟ่าน แต่นั่นเป็นเพียงกระบวนท่าหลอกล่อ ท่าไม้ตายที่แท้จริงกลับเป็นส่วนหัวทวน ที่พอกดถูกปุ่มกลไก ส่วนหัวที่แหลมคมจะถูกยิงพุ่งวาบออกมาประดุจอาวุธลับ

 ฉินฟ่านถีบตัวเหินถอยไปข้างหลัง ใช้หนังสือโป๊ฟาดปัดหัวทวนจนกระเด็นย้อนกลับไป พร้อมกางแขนสองข้างเหยียดตรง ลอยตัวตีลังกาลงบนเรือน้อยลำที่สามอย่างแผ่วเบาราวกับนกกระเรียนกางปีก

 ซีเหมินคังยื่นมือรับส่วนหัว ประกอบเข้ากับคันทวนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับทะยานออกไปหาฉินฟ่านราวกับพยัคฆ์ร้าย เขาขว้างทวนออกไปอย่างรุนแรง จนฉินฟ่านต้องกระโดดหลบไปด้านในห้องท้องเรือ 

 ฉึก

 ทวนปักลงบนพื้นไม้ของเรืออย่างรุนแรง จนคันทวนทั้งเล่มไหวสั่น

 ว้าย

 ทั้งคู่มองตามเสียงไป พบร่างหญิงท้องแก่คนหนึ่งล้มนอนอยู่กับพื้น บนกองน้ำคร่ำที่แตกอยู่ในห้องท้องเรือ แววตาของเธอดูหวาดกลัวแถมปากคอสั่น

 "อย่าทำอะไรฉันเลย โอ้ย...ช่วยด้วยค่ะ จะ...จะคลอดแล้ว" 

 ฉินฟ่านหมุนตัวเดินเข้าไปดูอาการ ปล่อยให้ซีเหมินคังยืนนิ่งเป็นหินอยู่ตรงนั้น

 "เอาไว้วันหลังค่อยมาฆ่าผมใหม่ พี่คังช่วยต้มน้ำร้อนให้หน่อย เธอคงไปโรงพยาบาลไม่ทันแล้ว เราจะทำคลอดให้เธอ ได้ยินไหม พี่คังรีบด่วนด้วย"

 ซีเหมินคังรีบวิ่งออกไปนอกห้องตะโกนบอกคนบนฝั่ง

 "มีคนจะคลอดลูก ช่วยเรียกรถพยาบาลให้ที"

 เสร็จแล้วก็รีบวิ่งกลับเข้าไปในห้อง

 ฉินฟ่านหันหลังให้เขาอย่างไม่เกรงกลัว ไม่กลัวเขาฆ่าหรือไง ฮึ...ต้มก็ต้มสิกะอีแค่ต้มน้ำมันจะยากสักแค่ไหนกันเชียว 

 สำหรับคนอื่นจุดไฟก่อเตาฟืน คงไม่ใช่เรื่องยาก แต่มันยากสำหรับซีเหมินคัง กว่าจะก่อไฟติด ใบหน้าขาวผ่องเป็นยองใยของเขาก็ดำเป็นปื้นทางยาวด้วยเขม่าควัน หากเขาเห็นใบหน้าตัวเองในยามนี้ มีหวังแต๋วแตกกรี๊ดสนั่น

 คนดูที่ริมฝั่งต่างงุนงง ที่จู่ทั้งสองกลับเงียบหายไปเกือบชั่วโมง ได้ยินแต่เสียงผู้หญิงร้องอย่างโหยหวนดังแว่วมาเป็นระยะ ๆ ทันใดนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงอันไพเราะที่สุดในโลก

 อุแว้ 

 อุแว้ 

 อุแว้

 เสียงภายในเรือตะโกนดังออกมา

 "ผู้หญิง เป็นเด็กผู้หญิง แข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูกเลยฮ่า ๆ"

 ซีเหมินคังดีใจจนลืมตัว วิ่งออกมาตะโกนบอกคนดู

 เฮ...เสียงฝูงชนโห่ร้องกันดังลั่น ต่างร่วมกันแสดงความดีใจออกมา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 52 นิ้วชั่งทอง

    รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมากแต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจะมีแขกหลายร้อยคน ก็ไม่รู้สึกแออัด แต่อย่างใดงานฉลองวันเกิดของภรรยาเศรษฐีหมื่นล้านจะธรรมดาได้ยังไง งานนี้จึงอลังการเลิศหรูทุกอย่างพวกเขาเดินเข้าไปในบริเวณงานก็เจอครอบครัวตระกูลเย่ยืนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อคอยทักทายต้อนรับแขกเหรื่อฉินฟ่านทักทายทุกคนอย่างสนิทสนม เพราะว่าในตอนนี้เขาเป็นถึงว่าที่ลูกเขยป้ายแดงเชียวนะแถมวันนี้เขาอารมณ์ดีอยากเปลี่ยนลุคดูบ้าง จึงฉีดสเปรย์แต่งผมเยอะหน่อยแล้วหวีผมเสยไปข้างหลัง สวมชุดสูทสีดำทับด้วยเสื้อคลุมโอเวอร์โค้ทสีขาว มีผ้าพันคอสีดำคล้องเอาไว้สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาในงานอย่างช้า ๆ ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งสง่างามมาดของเขาเหมือนเจ้าพ่อมากกว่าตัวลู่เจี้ยนซะอีกจนแขกเหรื่อละแวกนั้นต้องรีบแหวกเป็นทางให้กับเขาคุณหนูสี่เดินยิ้มเข้

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 51 กวนอิมเผ็ด

    ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน“กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 50 หนังสือกายวิภาค

    ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีกเขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่านเขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการเขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 49 หึง

    ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงานเหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”“ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”กรอบแกรบ!ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 48 ศาลเตี้ย

    ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดูฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขาว้ายยยยเสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของแ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 47 มิสไชน่า

    อาเฉียนเองก็เป็นผู้นิยมความงามดังนั้นเขาจึงรีบมองหาสาวสวยอาลี่รู้ดีว่า นี่เป็นความสุขเล็ก ๆ ของทีมเธอที่ช่วยให้คลายเครียดผ่านไปวัน ๆ ด้วยการเหล่สาวสวยแต่พออาเฉียนหันไปมองสาวชุดแดงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขาก็ต้องตะลึงอ้าปากค้างจนขนมปังที่กัดอยู่คาปากต้องร่วงหล่นลงบนพื้นทั้งสามคนถึงกับพูดพร้อมกัน“เจ๊เหรอ”หมวดมู่ปิงปิงอุตส่าห์ลงทุนขับรถเข้าไปในเมืองเพื่อเช่าชุดเดรสสีแดงเปลือยไหล่ตัวสั้นจุดจู๋ ส่วนรองเท้าส้นสูงหายืมเพื่อนไม่ได้เลยต้องกัดฟันซื้อเอง“โอ้โห คืนนี้เจ๊แต่งมาเต็มยศ สวยสุด ๆ ไปเลย ถ้าไม่คิดจะเอาดีทางตำรวจ ฉันว่าเจ๊ไปประกวดมิสไชน่าได้เลยนะ”“โอ้โห สวยแบบหมวด แต่ไม่ยอมมีแฟนแบบนี้ เสียของชะมัดยาดเลย”“เฮ้อ ฉันอยากสวยแบบหมวดจังเลย”“อย่ามัวแต่พูดมาก รีบขึ้นรถกันได้แล้ว”เธอเองก็เขินเป็นเหมือนกันนะ…….ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูห้องเค่อตงหยางดังขึ้นเขาเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารด้วยความหงุดหงิด แต่ปากก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status