Share

บทที่ 32 หุ้นส่วนผู้หญิง

last update Last Updated: 2026-02-02 07:00:47

 "ทำไมคุณถึงทำบ้า ๆ อะไรแบบนี้ คุณไม่กลัวตายบ้างเลยหรือไง แล้วเราก็เพิ่งจะพบหน้า รู้จักกันไม่ถึงชั่วโมงเลยนะ"

            คุณหนูสี่โวยวายเสียงดังลั่นบ้านใส่เขาอย่างไม่รู้ตัว จนทุกคนต่างมองเธอเป็นตาเดียว เพราะปกติเธอจะเป็นคนนิ่ง ๆ สุภาพเรียบร้อย ไม่ค่อยแสดงอารมณ์อะไรออกมา หรือว่าน้องสาวของพวกเขา เกิดปิ๊งรักชายหนุ่มคนนี้แบบไม่รู้ตัว

"ฮ่า ๆ เพราะผมเป็นคนบ้าแถมยังโง่

อีกด้วย ก็เลยคิดหาวิธี ที่ฉลาดกว่านี้ไม่ได้ไง"

ฉินฟ่านตอบแบบยียวนกวนบาทา

"คุณช่วยชีวิตพ่อฉันได้ แต่คุณต้องมาตายไป มันจะมีความหมายอะไร"

"มีสิครับ คุณลุงมีคุณ มีครอบครัวอันเป็นที่รัก ส่วนผมอยู่ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้ ถ้าหากต้องตายไปจริง ๆ มันก็คงไม่แย่สักเท่าไร หรือว่าคุณจะร้องไห้ให้กับผม" ฉินฟ่านตอบเสร็จ เอาแต่ยืนอมยิ้ม

มองหน้าสวย ๆ ของเธอ

 เอหรือว่าคุณหนูสี่ผู้เลอโฉม จะตกบ่วงเสน่ห์ของเขากันนะ ยังไม่ทันที่จะได้คำตอบจากคุณหนูสี่ ก็มีเสียงคุณชายรอง มาขัดจังหวะเสียก่อน

"เอาล่ะทุกคนคงจะหิวกันแล้ว ลงไปทานอาหารกันก่อนเถอะ"

คุณชายรองยื่นข้อเสนอ

บนโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารชั้นเลิศมากมายส่งกลิ่นหอมยั่วความหิว ฉินฟ่านเองก็ไม่เกรงอกเกรงใจ เขาต้องกินตุนเอาไว้ก่อน เพราะถ้ารักษาติดพัน ก็ไม่รู้ว่าจะมีเวลาว่างกินมื้อต่อไปเมื่อไร

"เสี่ยวฟ่าน ผมรู้สึกคุ้นหน้าคุณมากเลยนะ พวกเราเคยเจอกันก่อนหรือเปล่า"

คุณชายสามย่นคิ้วพยายามนึก

"ผมคิดว่าคงไม่เคยเจอพี่สามหรอกครับ เพราะผมเพิ่งจะมาอยู่ที่ซูโจว"

ฉินฟ่านตอบพลางหยิบน่องเป็ดปักกิ่งเข้าปาก แล้วเคี้ยวตุ้ย ๆ ท่าทางสบาย ๆ ราวกับกำลังกินข้าวอยู่ที่บ้านของตัวเอง

"แล้วเมื่อก่อนคุณอาศัยอยู่ที่เมืองไหน

เหรอครับ"

คุณชายรองสนใจเรื่องของเขามาก

ฉินฟ่านนิ่งไปสักพัก เพราะกำลังคิดว่าจะตอบอย่างไรดี

"ขอบอกพี่รองตามตรง ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน"

 "ไม่รู้เหรอ หมายความว่ายังไง" 

 "เพราะว่าผมประสบอุบัติเหตุล้มหัวฟาดพื้น ก็เลยความจำเสื่อม 

 แหม…พูดแล้วก็น่าอายนะครับ รักษาคนอื่นให้หายได้ แต่กลับรักษาตัวเองไม่ได้ ฮ่า ๆ"

 จะให้บอกว่าเขาตายแล้วเกิดใหม่หรือไง คนบ้านนี้คงมองว่า เขาเป็นเด็กเลี้ยงแกะแน่ ๆ 

 "โถน่าสงสารจริง ๆ ต้องอยู่ลำพังตัวคนเดียว ยามมีความสุขจะหาคนหัวเราะด้วย ก็ไม่มี ยามเสียใจอยากจะร้องไห้หาคนปรับทุกข์ด้วยก็ไม่มี 

 ต่อไปเธอก็มานั่งเล่นที่นี่บ่อย ๆ เถอะนะ จะได้ไม่เหงา เดี๋ยวป้าจะทำขนมอร่อย ๆ ไว้รอเธอเอง"

 คุณนายเย่เป็นคนขี้สงสาร

 ทุกคนก็รู้สึกแบบนั้น จึงพร้อมใจกันพยักหน้าเห็นด้วย

 "ขอบคุณมากครับคุณป้าที่เอ็นดูผม เอาไว้คราวหน้า ผมจะเอาน้ำหอมที่ผมปรุงเองมาฝากนะครับ รับรองเลยว่า น้ำหอมของผม กลิ่นหอมเป็นหนึ่งไม่มีสอง เชื่อเถอะครับ ผมไม่เอาสินค้าค้างสต๊อก ที่ขายไม่หมด มาให้คุณป้าแน่นอน" 

 ทุกคนต่างหัวเราะกันครืนใหญ่ บรรยากาศดีขึ้นทันตาเห็น ราวกับมีสายลมที่สดชื่น พัดพาความกังวลให้เลือนหายไป

 "เออ...ใช่ ๆ พูดถึงน้ำหอมในทีวีไง คุณเล่นโฆษณาน้ำหอม IMPLUSE นี่นา มิน่าล่ะถึงว่าเคยเห็นหน้าคุณ"

 คุณชายสามพูด พร้อมกับตบลงที่เข่าฉาดใหญ่อย่างดีใจ ที่นึกออกซะที

 พอพูดจบ ทุกคนต่างค่อยนึกออก

 "โอ้โห! เสี่ยวฟ่านของเราเป็นถึงนาย

แบบด้วยหรือนี่ ก็หล่อเหลาซะขนาดนี้ แมวมองคงวิ่งชนกันจนเกร่อ"

 คุณชายใหญ่ยิ้ม พลางลูบพุงตัวเองด้วยความอิ่ม

 "พูดไปคงต้องอายพี่ใหญ่เปล่า ๆ ผมไม่ใช่นายบ่งนายแบบอะไรหรอกครับ น้ำหอมนั่นเป็นสูตรของผมเอง 

 แล้วหุ้นส่วนของผมก็มัดมือชก จับผมยัดใส่หลังรถ พาไปถึงชายทะเล บังคับให้ถ่ายโฆษณาจนเสร็จ ไม่อย่างนั้นห้ามกลับบ้าน"

 ทุกคนต่างหัวเราะกันยกใหญ่ ที่คนเก่งอย่างเขา ถึงกับเสียท่าให้กับหุ้นส่วน

 "หุ้นส่วนคนนั้นเป็นผู้หญิงเหรอคะ"

 คุณหนูสี่จ้องเขาเขม็งราวกับรอคำตอบ

 ยังไม่ทันที่เขาจะตอบ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

 "ฮัลโหลเป็นไงบ้างพี่คัง ได้เรื่องไหมครับ

 "โชคดีที่ทำตามคำสั่งพี่ฟ่านลุล่วง

พิษนี้ชื่อ "ลิ้นนกยูงสีชาดกับหญ้าเจ็ดยมทูต" ผู้น้องขอเตือนสักคำหนึ่ง จงอยู่ห่างจากเจ้าเฒ่าพิษนี้เอาไว้ ถึงวรยุทธของมันจะแค่ชั้นปลายแถว แต่เรื่องพิษมันเป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้าจริง ๆ 

 เพราะสิทธิ์ขาดในการปลิดชีวิตพี่ฟ่าน จะต้องเป็นของผู้น้องแต่เพียงผู้เดียว 

 แล้วค่อยพบกันใหม่ ในวันที่พระจันทร์เป็นใจนะฮ๊า ผู้น้องจะไปเลือกอาวุธไว้สักสองสามเล่ม ลับให้คม ๆ เตรียมเอาไว้เจี๋ยนไข่พี่ฟ่าน บาย"

 ซีเหมินคังวางสายอย่างอารมณ์ดี

 ทุกคนที่นั่งอยู่ได้ยินอย่างชัดเจน จนขนต้องลุกเกรียว เมื่อครู่ทั้งสองพูดคุยกันราวกับเพื่อนสนิท แต่ในคำพูดกับแฝงความคิดฆ่าฟันเอาไว้จนเปี่ยมล้น

 "คุณจะไม่เป็นไรจริง ๆ เหรอคะ ท่าทางเขาต้องการฆ่าคุณจริง ๆ นะคะ"

 แววตาและน้ำเสียงคุณหนูสี่แฝงความห่วงใย ชวนให้เขารู้สึกอบอุ่นใจ

 "ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ ตอนนี้เรา

ต้องโฟกัส ไปที่คุณพ่อของคุณก่อน เวลาเหลือน้อยลงทุกที เราจะเริ่มทำการรักษากันเลย"

 ฉินฟ่านจดชื่อยาสมุนไพรอย่างรวดเร็ว มากถึงยี่สิบห้าชนิด ให้โจวเปิ่นจัดหามาพร้อมอุปกรณ์ โจวเปิ่นใช้เวลาเพียงชั่วโมงเดียวก็นำมาส่งให้เขา ในตอนที่ฉินฟ่านปักเข็มเงินเล่มสุดท้ายเสร็จพอดี เพื่อคุ้มครองชีพจรหัวใจ 

 เนื่องจากยาพิษและยาแก้พิษต่างมีฤทธิ์ที่รุนแรง ฉินฟ่านจึงเกรงว่าหัวใจของ

เย่หมิงทงจะทนไม่ไหว

 เขาคัดยา บดยา ปรุงยา ต้มยาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเย่หมิงทงทั้งกินอาหารและดื่มน้ำไม่ได้ ขยับตัวเคลื่อนไหวก็ไม่ได้ เขาจึงขอให้คุณชายใหญ่ จัดหาถังไม้ขนาดใหญ่มาให้สองใบก่อนนำน้ำสมุนไพร สีเหลืองอ่อน ๆ คล้ายสีน้ำชาเติมลงไป จนเกือบเต็มในถังไม้ใบแรก แล้วนำร่าง

เย่หมิงทงลงไปแช่ ส่วนน้ำยาถังที่สองกลับมีสีเขียวขุ่นคลั่ก 

 หลังจากนั้นนำมีดเงินด้ามเล็ก ๆ กรีดปลายนิ้วทั้งสิบ เลือดสด ๆ ไหลออกมาเป็นเส้นสายสีดำ ซึ่งเป็นลักษณะของอาการถูกพิษ มันแลดูสวยงาม ลี้ลับแปลกตา 

 เขาไล่ทุกคนออกจากห้อง สั่งห้ามทุกคนเข้ามาในห้องอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะได้ยินเสียงหรือเกิดอะไรขึ้น

 ฉินฟ่านเริ่มทำการรักษา เขาเดินพลังลมปราณรูปเกลียว แล้วตวาดเสียงดังก้อง ประกบนิ้วชี้และนิ้วกลางจี้ใส่กึ่งกลางหน้าผากของเย่หมิงทง แล้วถ่ายเทพลัง เพื่อรีดพิษลงไปช้า ๆ อย่างเนิ่นนาน จนหน้าผากของเขาผุดไปด้วยหยาดเหงื่อ เหนือศีรษะถึงกับมีควันขาวลอยกรุ่นวนเวียนไปทั่ว 

 เขาค่อย ๆ รีดพิษอย่างช้า ๆ พลางใช้เนตรอัคคีสำรวจร่องรอยของพิษร้ายเป็นระยะ ๆ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปนานเท่าไรก็ไม่รู้ จนแน่ใจว่าพิษร้าย ถูกขับออกมาจากร่างกายจนหมดสิ้นแล้ว จึงค่อยเบาใจลง เมื่อครู่พิษร้ายค่อย ๆ ไหลปนออกมากับเลือดที่ปลายนิ้ว จนน้ำสมุนไพรสีน้ำชา เปลี่ยนเป็นสีหมึกเข้ม เวลาผ่านไปไม่นาน เขาก็เห็นเลือดที่ปลายนิ้วเป็นสีแดง

 ฉินฟ่านตวาดก้องอีกครั้ง เคลื่อนย้ายร่าง กระโดดไปมา จี้ดรรชนีฝ่าอากาศ ใส่จุดต่าง ๆ ทั่วร่างของเย่หมิงทงอีกยี่สิบสี่ครั้ง เพื่อกระตุ้นการทำงานของประสาทสัมผัส ดวงตาของเขาแดงก่ำ เหงื่อไคลไหลย้อยดั่งสาดน้ำใส่ จนเสื้อผ้าของเขาเปียกชุ่มโชก 

 เขาย้ายร่างเย่หมิงทง ไปแช่ในถังน้ำยาสีเขียวขุ่นถังที่สอง น้ำยาถังนี้จะช่วยปรับสมดุลลมปราณในร่างกาย จะช่วยให้

เย่หมิงทงฟื้นตัวได้เร็วขึ้น งานนี้เล่นเอาเหนื่อยน่าดู แต่ก็ได้ผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ 

 ทุกคนรอคอยนานถึงสี่ชั่วโมง ในที่สุดประตูห้องถูกเปิดออก คุณนายเย่รีบเข้ามาถาม

 "เสี่ยวฟ่าน คุณท่านเป็นยังไงบ้าง"

 "ถอนพิษได้แล้วครับ พักผ่อนสักสองวันก็จะหายดีเป็นปกติ"

 ทุกคนพอได้ยินต่างดีใจกันยกใหญ่

คุณนายเย่รีบไปห้องพระ จุดธูปขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์

 "เสี่ยวฟ่านเธอนี่เก่งจริง ๆ คู่ควรกับชื่อหมอเทวดาที่สุด"

 คุณชายรองยกนิ้วให้

 "เธอคงจะเหนื่อยมาก ไปนอนพักผ่อนก่อนเถอะ"

 คุณชายใหญ่มองใบหน้าที่ซีดเผือดของเขาด้วยความเป็นห่วง

 "ไม่ต้องหรอกครับ ผมขอตัวกลับเลยจะดีกว่า เพราะต้องกลับไปปรุงยาอีก"

 คุณชายใหญ่กับคุณชายรองและคุณชายสาม เดินไปส่งฉินฟ่านกับคุณหมอโจวเปิ่นขึ้นรถ จนรถค่อย ๆ แล่นลับสายตาไป

"อัจฉริยะในวัยหนุ่ม"

"ม้าวิเศษพันลี้"

"หล่อไม่ยั้ง"

สามพี่น้องยังยืนอยู่ที่เดิม ต่างคนต่างให้คำจำกัดความในตัวฉินฟ่าน

"ขอแสดงความยินดีกับพี่ใหญ่ด้วย"

 จู่ ๆ คุณชายรองก็พูดขึ้นมา แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

"หืม…ยินดีเรื่องอะไรของแกวะ"

 คุณชายใหญ่ถามเพราะสงสัย พลางยกมือเสยผมให้เข้าทรง

"ยินดีที่พี่ใหญ่จะมีว่าที่น้องเขยเป็นหมอเทวดา แถมมีวรยุทธล้ำเลิศ ผู้มากความสามารถนั่นไง"

"นี่แกพูดเรื่องบ้าอะไร" 

"โบราณกล่าวไว้ว่า ลงมือก่อนย่อมได้เปรียบ หากพวกเราไม่รีบฉกฉวยเอาไว้ก่อน ด้วยฝีมือที่เก่งกาจของเขา อีกไม่นานเรื่อง ของเขาจะต้องโด่งดังไปทั่วหล้า 

 ถ้าหากล่วงรู้ไปถึงหูของตระกูลซือถู ตระกูลอวี้เหวิน ตระกูลมู่หยง ที่มีอิทธิพลครอบคลุมทั้งการเงินและอำนาจ มีหรือที่พวกเขาจะยอมพลาดโอกาสทองในการเชื่อมสัมพันธ์ผ่านการสมรส ต่อให้มีแค่หลานสาวอายุสิบสาม พวกเขาก็พร้อมจะเข็นออกมาจับคู่กัน

 พูดกันตามตรง ตอนนี้ยังจะมีชายหนุ่มคนไหน ที่เหมาะสมกับน้องสี่เท่าเขา พี่ใหญ่ว่าจริงไหม"

 คุณชายใหญ่พอได้ยิน ถึงกับตาสว่าง เรื่องนี้เขาไม่ทันได้คิดจริง ๆ 

"จริง! แกพูดถูก"

"น้องเขยอย่างงั้นหรือ ไม่เลว"

เมื่อสามพี่น้องสบตากัน ถึงกับหัวเราะออกมาดัง ๆ 

 ห้าวันต่อมาคฤหาสน์ตระกูลเย่ กลับมาสู่วันที่สดใสอีกครั้ง เงาร่างหนึ่งกำลังรำมวยไท้เก๊กอย่างเชื่องช้าเนิบนาบ ดูจากท่วงท่าที่กลมกลืนต่อเนื่องแล้ว เขาคงฝึกมานานปีเลยทีเดียว 

 เขาก็คือเย่หมิงทงคนป่วย ที่ถูกพิษทำร้าย แต่น่าแปลกที่ตอนนี้เขากลับรู้สึกแข็งแรงขึ้นกว่าเมื่อก่อนซะอีก เขาฝึกเสร็จ ก็มีคนยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ซับเหงื่อ

 "ว่ามาได้เรื่องอะไรบ้าง"

 "เรียนนายท่าน คนผู้นี้ชื่อฉินฟ่านอายุสิบแปดปียังโสด เพิ่งจะมาอยู่ที่ซูโจวได้ไม่นานเท่าไร แต่เพราะความจำเสื่อม จึงจดจำบ้านเดิม พ่อแม่พี่น้องของตัวเองไม่ได้ จึงไม่สามารถติดต่อกับครอบครัวได้เลย 

 เขาเคยช่วยชีวิตลู่เจี้ยนหัวหน้าแก๊งกิเลนลู่ ด้วยเจ็ดเข็มกระตุกวิญญาณ จนกลายเป็นที่โด่งดังชั่วข้ามคืน 

 หลังจากนั้นทั้งสองคน ได้สาบานเป็นพี่น้องกัน รอบตัวเขามีผู้หญิงที่สนิทสนมอยู่สี่คนครึ่ง"

"หือ...ทำไมจึงเป็นสี่คนครึ่งล่ะเลขาโหว"

 "พวกเธอสามคนเหลียนฟ่ง อิ๋งอิ๋ง โยโย่อาศัยอยู่บ้านเดียวกันกับเขา ซูหลิงเป็น

ซีอีโอของบริษัทเครื่องสำอางเมมโมรี่ เธอเป็นหุ้นส่วนกับเขา ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำหอมชื่อดัง ที่กำลังติดเทรนด์มาแรงในขณะนี้ และเขายังเป็นนายแบบถ่ายโฆษณาน้ำหอมนี้อีกด้วย อาจจะเพราะความหล่อขั้นเทพ เขาจึงเป็นขวัญใจของสาว ๆ มากมาย 

 ส่วนหมวดมู่ปิงปิงนั้น ความสัมพันธ์ค่อนข้างซับซ้อนคลุมเคลือ กึ่งมิตรกึ่งศัตรูจ้องจะจับเขาเข้าคุกให้จงได้ แต่กลับเคยจูบกับเขาซะงั้น เรื่องนี้ลือกันให้แซดทั่วสถานีตำรวจ จึงเป็นสี่คนครึ่งครับนายท่าน"

 "ฮ่า ๆ เจ้าชู้ไม่เบาเลยนะพ่อหนุ่มคนนี้"

 "นอกจากนี้ ยังมีคลิปเหตุการณ์ช่วยชีวิตเด็กนักเรียนสาว ตอนนั้นเขาถูกรถชนเข้าอย่างจัง ถ้าเป็นคนธรรมดาคงตายไปสามหน แต่เขากลับลุกขึ้นยืนได้อย่างไม่มีปัญหา 

 แถมยังมีฉากวิ่งกระโดดไปมา บนหลังคารถหลายคัน เจ้าสำนักมวยสกุลเฉินที่เห็นเหตุการณ์ยังได้โพสต์ว่า วรยุทธของเขาล้ำลึกสุดจะหยั่ง กำลังภายในยิ่งสูงล้ำแกร่งกล้า"

 พวกลูก ๆ ของเขาเอง ก็เคยเล่าอย่างตื่นเต้นให้ฟังว่า ฉินฟ่านแค่ถือถ้วยชาเอาไว้ในมือเฉย ๆ เพียงแค่พริบตาเดียว น้ำชาถึงกับเดือดพล่านจนควันลอยฉุย อีแบบนี้กำลังภายใน ต้องกล้าแข็งระดับปรมาจารย์จริง ๆ จึงจะทำได้ 

 เขาพบเห็นผู้คนมามาก แต่พอฟังประวัติของฉินฟ่านแล้ว รู้สึกว่าพ่อหนุ่มคนนี้น่าสนใจดี คนหนุ่มที่เก่งแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้ว

 "เลขาโหว คนหนุ่ม ๆ สมัยนี้ชอบอะไรกันบ้าง"

 "เงินทอง หญิงงาม ซูเปอร์คาร์ครับนายท่าน"

 เลขาโหวโค้งศีรษะตอบอย่างนอบน้อม

 "ดีส่งเงินไปให้เขาเป็นค่ารักษาหนึ่งร้อยล้านหยวน ถ้าเขาไม่ยอมรับ ก็ให้สาวงามและถ้าไม่ยังยอมรับอีก ก็ให้ซูเปอร์คาร์ จำไว้ไม่ว่าจะยังไง ต้องให้เขารับไว้สิ่งหนึ่งให้ได้"

 เลขาโหวชายวัยสี่สิบ สวมสูทแบรนด์เนม สีน้ำตาลเข้ม หวีผมเรียบแปล้ สวมแว่นตา

กรอบทองดูเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า คล้ายกับคนระเบียบจัด กำลังยืนยันว่าเป็นคำสั่งของเย่หมิงทง ที่สั่งให้นำกุญแจรถไฮเปอร์คาร์มามอบให้

 "นี่คือกุญแจ koenisegg gemera สีเขียวนำเข้ามาจากสวีเดน หนึ่งพันเจ็ดร้อยแรงม้า ทั้งโลกผลิตออกมาแค่สามร้อยคัน ราคาสามล้านสองแสนยูโรหรือราว ๆ ยี่สิบสี่ล้านหยวน"

 "ผมบอกแล้วไง ว่าไม่รับค่ารักษา"

 เลขาโหวพยักหน้าแล้วเก็บกุญแจใส่กระเป๋า แต่เขากลับปรบมือเบา ๆ สองที 

ชายห้าคนสวมสูทสีดำ ถือกระเป๋าที่หนักอึ้งมาคนละสองใบ พอเปิดออกก็เห็นเงินเป็นฟ่อนเต็มกระเป๋า แล้วพวกเขาก็เดินออกไป

 "เงินสดหนึ่งร้อยล้านหยวนนี้ จะเป็นของคุณทันที แค่คุณพยักหน้าก็พอครับ"

 เลขาโหวยังคงพูดด้วยสีหน้านอบน้อม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 52 นิ้วชั่งทอง

    รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมากแต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจะมีแขกหลายร้อยคน ก็ไม่รู้สึกแออัด แต่อย่างใดงานฉลองวันเกิดของภรรยาเศรษฐีหมื่นล้านจะธรรมดาได้ยังไง งานนี้จึงอลังการเลิศหรูทุกอย่างพวกเขาเดินเข้าไปในบริเวณงานก็เจอครอบครัวตระกูลเย่ยืนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อคอยทักทายต้อนรับแขกเหรื่อฉินฟ่านทักทายทุกคนอย่างสนิทสนม เพราะว่าในตอนนี้เขาเป็นถึงว่าที่ลูกเขยป้ายแดงเชียวนะแถมวันนี้เขาอารมณ์ดีอยากเปลี่ยนลุคดูบ้าง จึงฉีดสเปรย์แต่งผมเยอะหน่อยแล้วหวีผมเสยไปข้างหลัง สวมชุดสูทสีดำทับด้วยเสื้อคลุมโอเวอร์โค้ทสีขาว มีผ้าพันคอสีดำคล้องเอาไว้สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาในงานอย่างช้า ๆ ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งสง่างามมาดของเขาเหมือนเจ้าพ่อมากกว่าตัวลู่เจี้ยนซะอีกจนแขกเหรื่อละแวกนั้นต้องรีบแหวกเป็นทางให้กับเขาคุณหนูสี่เดินยิ้มเข้

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 51 กวนอิมเผ็ด

    ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน“กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 50 หนังสือกายวิภาค

    ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีกเขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่านเขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการเขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 49 หึง

    ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงานเหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”“ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”กรอบแกรบ!ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 48 ศาลเตี้ย

    ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดูฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขาว้ายยยยเสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของแ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 47 มิสไชน่า

    อาเฉียนเองก็เป็นผู้นิยมความงามดังนั้นเขาจึงรีบมองหาสาวสวยอาลี่รู้ดีว่า นี่เป็นความสุขเล็ก ๆ ของทีมเธอที่ช่วยให้คลายเครียดผ่านไปวัน ๆ ด้วยการเหล่สาวสวยแต่พออาเฉียนหันไปมองสาวชุดแดงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขาก็ต้องตะลึงอ้าปากค้างจนขนมปังที่กัดอยู่คาปากต้องร่วงหล่นลงบนพื้นทั้งสามคนถึงกับพูดพร้อมกัน“เจ๊เหรอ”หมวดมู่ปิงปิงอุตส่าห์ลงทุนขับรถเข้าไปในเมืองเพื่อเช่าชุดเดรสสีแดงเปลือยไหล่ตัวสั้นจุดจู๋ ส่วนรองเท้าส้นสูงหายืมเพื่อนไม่ได้เลยต้องกัดฟันซื้อเอง“โอ้โห คืนนี้เจ๊แต่งมาเต็มยศ สวยสุด ๆ ไปเลย ถ้าไม่คิดจะเอาดีทางตำรวจ ฉันว่าเจ๊ไปประกวดมิสไชน่าได้เลยนะ”“โอ้โห สวยแบบหมวด แต่ไม่ยอมมีแฟนแบบนี้ เสียของชะมัดยาดเลย”“เฮ้อ ฉันอยากสวยแบบหมวดจังเลย”“อย่ามัวแต่พูดมาก รีบขึ้นรถกันได้แล้ว”เธอเองก็เขินเป็นเหมือนกันนะ…….ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูห้องเค่อตงหยางดังขึ้นเขาเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารด้วยความหงุดหงิด แต่ปากก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status