Share

บทที่ 39 ลงโทษตามกฎบ้าน

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-09 07:00:22

 ซูหลิงเล่าเรื่องคุณหนูสี่ให้สามสาวฟังแล้ว เหลียนฟ่งเดินมาจูงมือเธอ

 "พี่สาวชื่อเหลียนฟ่ง ฝาแฝดนั่นชื่ออิ๋งอิ๋ง โยโย่ จุ๊ ๆ ๆ เธอนี่งามสะคราญราวกับเดินออกมาจากภาพวาดเลยจริง ๆ แต่เธอผอมแห้งไปหน่อย ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวพี่จะทำของอร่อย ๆ บำรุงเธอเอง รับรองว่าเธอจะต้องอ้วนท้วนกว่าเดิมแน่"

"แต่ว่าสาว ๆ สมัยนี้ ก็หุ่นแบบฉันทั้งนั้นนี่คะพี่ฟ่ง"

 คุณหนูสี่มั่นใจในหุ่นเธอ

"เฮ้อเธอยังไม่รู้อะไร ดูซูหลิงที่หุ่นแบบเธอสิ โดนลงโทษตามกฎบ้าน เมื่อคืนยังร้องครวญครางขอชีวิตเสียงดังลั่นบ้าน แล้วผอมแห้งแรงน้อยอย่างเธอ จะทนไหวเหรอ" 

 "ตายล่ะ...ฉันไม่ควรเอาเรื่องในบ้านมาพูดเลย คืนนี้คงต้องถูกนายผู้เฒ่าลงโทษแน่ ๆ เลย"

 เหลียนฟ่งอาศัยว่า มีศักดิ์เป็นพี่ใหญ่ชิงลงมือก่อน สองฝาแฝดย่อมไม่ยินยอมพร้อมใจ จึงพูดขึ้นพร้อมกัน

 "พวกเราเป็นพี่น้องกัน มีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้าน เราขอรับโทษจากกฎประจำตระกูล พร้อมกับพี่ฟ่งค่ะ" 

 ซูหลิงไหนเลยจะยอมนั่งเล่นเกมอยู่ในห้องคนเดียว

 "โบราณกล่าวว่า เรื่องดีควรมาเป็นคู่ ดังนั้นสี่คนรับโทษพร้อมกัน ย่อมดีกว่าค่ะ"

 คุณหนูสี่กำลังพยายามทำความเข้าใจ "เสียงร้องครวญครางขอชีวิตดังลั่น" แต่พอหันมาดูซูหลิงที่ปกติสุข ไม่มีร่องรอยเขียวช้ำ บาดเจ็บจากการทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด ทำให้เธอเริ่มเข้าใจความหมายของคำพูดติดเรทนี้ คุณหนูสี่ยังบริสุทธิ์อยู่ก็จริง แต่ก็โตพอที่จะเข้าใจในเรื่องใต้สะดือ ทำให้เธอหน้าแดงทันที

 ฉินฟ่านถึงกับมึนตึบ นี่บ้านของเขามีกฎประจำตระกูลด้วยเหรอ ทำไมเขาไม่เคยรู้เลยล่ะ เขาไม่อยากปวดหัว

จึงหยิบกุญแจรถ บอกว่าจะไปนอนบ้านลู่เจี้ยน

 ฉินฟ่านขับรถชมวิวไปเรื่อย เขาเห็นโรงงานแกะสลักหินเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง จัดตั้งโชว์พระพุทธรูปองค์ใหญ่เท่าตัวคน ที่แกะสลักจากหินอยู่แถว ๆ หน้าร้าน ฝีมือละเอียดอ่อนแลดูสวยงามยิ่งนัก นอกจากนี้ยังมีเจ้าแม่กวนอิม มังกรคาบแก้ว ตะเกียงหิน พระสังกัจจายน์ จึงเกิดความคิดบางอย่างขึ้น เขารีบจอดรถแวะไปดู เห็นคุณลุงร่างอ้วนท้วนคนหนึ่งกำลังยืนสั่งคนงานอยู่

 "สวัสดีครับเถ้าแก่ ผมชื่อฉินฟ่าน ถ้าผมอยากแกะสลักรูปบุคคล สูงเท่าคนจริง รวมแปดคน ไม่ทราบว่าพอจะทำได้ไหมครับ"

 "สวัสดีครับ ผมเหอเหลี่ยนเจี๋ยร้านเรารับงานแกะสลักทุกชนิด ขอเพียงคุณมีแบบมาให้ก็พอ รับรองว่าฝีมือประณีต ถูกใจคุณอย่างแน่นอน"

 เถ้าแก่ยิ้มแย้มตามประสาคนทำการค้า เจองานใหญ่แบบนี้ ท่าทางมีเงินแบบนี้เขาคงรับทรัพย์ก้อนโต

 "แล้วถ้าให้ลงสีแบบสมจริง เหมือนคนจริง ๆ ละครับ"

 "อืมมม ผมขอพูดตรง ๆ แล้วกันนะครับ งานแบบนี้เรายังไม่เคยรับทำ แต่น่าจะทำได้ เพราะว่าผมมีหลานชายเรียนเกี่ยวกับจิตรกรรมและปฏิมากรรม ผมเคยเห็นผลงานของเขา มันเยี่ยมมากเลยล่ะ ผลงานของเขามันเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์แห่งศิลปะ"

 "เถ้าแก่เหอพอจะโทรเรียกเขามา ช่วยร่างแบบให้ผมหน่อยได้ไหมครับ"

 "ได้แน่นอนครับ เรายินดีให้บริการ

ลูกค้าเสมอ ผมจะรีบโทรเรียกให้เขามาเดี๋ยวนี้เลย เชิญดื่มน้ำชาก่อนครับคุณฉิน"

 สิบห้านาทีต่อมา ชายหนุ่มหน้าตาสะอาดสะอ้าน ผมยาวสลวยถึงกลางหลัง แต่ใส่ทั้งตุ้มหู แหวนกำไลเต็มข้อนิ้วข้อมือ เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวหลวมโคร่ง กางเกงยีนส์สีซีดมีรอยขาดเป็นแนวตามแบบสมัยนิยม เดินเข้ามา

 เถ้าแก่เหอแนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน

และบอกลักษณะงานให้หลานชายที่ชื่อเหอจงฟัง

 "คุณฉิน เรียกผมเสี่ยวจงก็ได้นะครับ

ผมจะร่างแบบคร่าว ๆ ให้ดูก่อน แล้วค่อย ๆ ปรับแก้กัน คุณช่วยอธิบายลักษณะ บุคลิกท่าทาง อายุ การแต่งกายให้ผมฟังหน่อยนะครับ"

 คนแรกที่พูดถึงก็คือนางฟ้าฉางเอ๋อ

ฉินฟ่านพูดออกไปอย่างช้า ๆ จากความทรงจำที่มี เพียงครึ่งชั่วโมงในการร่างสเก็ตช์ต้นแบบ หลังจากปรับแก้เพียงเล็กน้อย ก็ปรากฏเป็นภาพสาวงามสุดหล้าฟ้าดิน สวมชุดกีเพ้าสีแดง มือโบกพัดจีบเบา ๆ รอยยิ้มที่คล้ายมีคล้ายไม่มีที่มุมปาก ฉินฟ่านเหม่อมองอย่างซึมเซาเนิ่นนาน เหอจงก็ไม่เร่งรัดเขา เพียงนั่งรออย่างใจเย็น ให้ฉินฟ่านค่อย ๆ ละเลียดอารมณ์ความรู้สึกนี้อย่างเต็มอิ่ม 

 ฟู่... ฉินฟ่านระบายลมออกจากปากเหมือนปลดปล่อยบางสิ่งบางอย่างออกมาจากใจ

 "เสี่ยวจงฝีมือคุณเยี่ยมมาก เหมือนเธอจริงๆ" ฉินฟ่านยิ้มอย่างพึงพอใจ

 "ขอโทษนะครับ นี่เธอมีตัวตนจริง ๆ เหรอครับ ผมอายุปูนนี้แล้ว เกิดมายังไม่เคยเจอใครสวยขนาดนี้มาก่อนเลย ผมนึกว่าเป็นนางฟ้าในจินตนาการของคุณซะอีก"

 เถ้าแกเหอพูดด้วยความตื่นเต้น

 "คุณฉินครับ ผมขอแนะนำว่าให้สวมเครื่องแต่งกายแต่งกายและเครื่องประดับจริง แล้วถ้าติดวิกผมจริง ๆ จะช่วยเพิ่มความสมจริงยิ่งขึ้นครับ"

 อารมณ์ศิลปินของเสี่ยวจงเริ่มพลุ่งพล่าน อยากจะโชว์ของดีตัวเอง ต่อให้ไม่ได้ค่าจ้าง เขาก็ยังอยากทำงานนี้

 ฉินฟ่านพูดถึงรูปลักษณ์ เสื้อผ้าหน้าผมของซึงหงอคง ตือโป๊ยก่าย ยี่หนึงจินกุน ไท้ซ่านเหล่าจวิน ไฉ่ซิงเอี๊ย เสินหนงและพญายม ใช้เวลาไปสี่ชั่วโมง จนเถ้าแก่เหอต้องเปลี่ยนน้ำชากาใหม่มาถึงห้าครั้ง

 "เถ้าแก่เหอ คุณจะคิดราคาเท่าไรสำหรับรูปแกะสลักแปดคนนี้"

 "ทั้งหมดรวมค่าขนส่ง คิดไปหนึ่งล้านสี่แสนหยวน ราคานี้เป็นยังไงบ้างครับคุณฉิน"

 เถ้าแก่เหอยืนลุ้นงานชิ้นใหญ่นี้จนมือเย็นเฉียบ"

 "ราคานี้ไม่ได้"

 ฉินฟ่านปฏิเสธทันที

 "คุณฉินราคานี้รับรองว่ายุติธรรม

อย่างแน่นอนครับ ถ้าคุณติว่าแพง ผมลดให้อีกห้าหมื่นแล้วกันครับ"

 "งานนี้ผมต้องการให้ออกมาดีที่สุด

บลูไดม่อนก็ต้องเป็นเพชรแท้น้ำงามดีไซน์สวย รองเท้าหนังงูหลามก็ต้องเป็นของนำเข้าจากญี่ปุ่น เสื้อหนังก็ต้องเท่แบบแบดบอยเกรดเอ สูทที่ใส่ก็ต้องของแบรนด์

เนมอาร์มานี่ ดังนั้นในส่วนของรูปแกะสลักเครื่องประดับและเครื่องแต่งกาย ผมจะจ่ายให้ยี่สิบล้านหยวน"

 "ยี่สิบล้านหยวน"

 เถ้าแก่เหอทวนคำพูดกับเหอจงแล้วมองหน้ากัน นึกว่าตัวเองหูฝาด บางทีพวกเขาอาจจะฟังผิดไปก็ได้

 "ในส่วนของเถ้าแก่เหอ คุณต้องคัดสรรหินคุณภาพเยี่ยม ทีมช่างแกะสลักที่เก่งที่สุด ผมจะจ่ายให้สองล้านหยวน

เป็นค่าเหนื่อยของคุณ"

 เถ้าแก่เหอถึงกับพยายามตั้งสติ ไม่ให้ตัวเองช็อก สองล้านเชียวนะไม่ใช่สองแสน

 "เสี่ยวจง คุณต้องทุ่มเทความคิดสร้างสรรในสิ่งที่เรียนมา ให้งานออกมาสมจริงให้มากที่สุด ผมจะจ่ายให้คุณสองล้านหยวน" 

 เหอจงตัวสั่นเทิ้ม เขาเรียนยังไม่ทันจบ แต่จะได้จับเงินสองล้านแล้ว นั่นมันซื้อรถหรูบีเอ็มดับบลิว 7 ได้เลยนะ

 "เท่ากับรวมทั้งหมดยี่สิบสี่ล้านหยวน ผมจะมาตรวจดูงานทุกสิบวัน ภายในสามเดือนต้องเสร็จ คุณเขียนสัญญามาเลย แล้วผมจะโอนเงินให้งวดแรกสิบล้าน พวกคุณตกลงไหมครับ"

 "ตกลงครับ งานนี้จะต้องสุดฝีมืออย่างแน่นอน"

 เถ้าแก่เหอคิดถึงรถเบนซ์ที่อยากได้มานาน

 ฉินฟ่านเดินออกมาที่รถ หยิบมือถือโทรบอกเหลียนฟ่งว่า เขาจะขายไข่ทองคำให้เรียกเถ้าแก่อู่มาหาที่บ้านและให้เตรียมคนงานมาห้าหกคน กล่องไม้หนึ่งร้อยใบและรถบรรทุกมาด้วย

 "นี่...มันอะไรกัน ผมคงไม่ได้ฝันไปใช่ไหมเนี่ย คุณมีเหมืองทองซ่อนอยู่ในบ้านหรือไง"

 เถ้าแก่อู่ พวกคนงาน แม้แต่พวกสาว ๆ ก็ตื่นตะลึงจนตาค้าง เพราะไม่มีใครคิดว่าฉินฟ่านจะมีไข่ทองคำ ที่กำลังเปล่งประกายระยิบระยับกองสูงท่วมหัวอยู่เต็มห้อง

 "ที่รัก นี่ทองจริง ๆ เหรอ"

 ซูหลิงกระซิบถามเขา

 "ใช่ ทองคำจริง ๆ"

 ฉินฟ่านยิ้มพลางพยักหน้า

 "คุณฉิน คุณคิดที่จะทำยังไงกับทองพวกนี้"

 เถ้าแก่อู่ยังไม่อาจละสายตาจากภูเขาทองไปได้

 "ผมอยากหุ้นกับคุณ ค้าทองคำทั้งทองคำแท่งและทองรูปพรรณ ผมหาทองคำส่งให้คุณ หักต้นทุนแล้วกำไรเจ็ดส่วนเป็นของผม ส่วนคุณรับผิดชอบค่าดำเนินการทุกอย่าง ค่าเช่าสถานที่ ตกแต่งร้าน เงินเดือนพนักงาน หักต้นทุนแล้วกำไรสามส่วนจะเป็นของคุณ หรืออธิบายง่าย ๆ ก็คือผมลงทุน คุณลงแรง"

 "เราไม่รู้จักหรือสนิทสนมกัน คุณไว้ใจผมเหรอครับคุณฉิน"

 เถ้าแก่อู่เห็นโอกาสทองลอยมาอยู่ตรงหน้า

 "เหลียนฟ่งรู้จักคุณก็พอแล้วและผมมั่นใจว่าคุณไม่ใช่คนโง่ เพราะว่าเราจะทยอยเปิดสาขาทั่วเมืองจีน โดยต้องใช้โลโก้เป็นรูปง่วนป้อทองคำเท่านั้น"

 ทำไมโลโก้ต้องเป็นรูปง่วนป้อทองคำ เพราะนี่คือสิ่งแทนใจ ในการรำลึกถึง

ไฉ่ซิงเอี๊ยเทพแห่งโชคลาภ 

 "หากเถ้าแก่อู่สนใจที่จะร่วมหุ้น รายละเอียดคุณคุยกับอาฟ่งได้เลย ถ้าตกลงกันได้ วันนี้คุณก็ขนทองคำไปเลยนะครับ"

 "ตกลงครับ ผมจะตั้งใจบริหารให้ดีที่สุด อาฟ่งเรามาคุยกันเถอะ"

 เหลียนฟ่งจูงมือคุณหนูสี่กับซูหลิงไปหารือกับเถ้าแก่อู่ เพราะพวกเธอมีประสบการณ์ด้านการค้ามากกว่า

 โย่โย่บีบนวดให้ฉินฟ่าน อิ๋งอิ่งรีบไปเตรียมอาหาร

 ซีเหมินคังเดินตรงเข้ามา ไม่แม้แต่จะแยแสทองคำกองมหึมา เขาก้มลงกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูฉินฟ่าน 

 ฉินฟ่านพยักหน้า ตบบ่าเป็นเชิงขอบคุณเบา ๆ 

 "พวกคุณกินข้าวก่อนเลย ไม่ต้องรอผม"

 เขาหยิกแก้มโยโย่เบา ๆ แล้วขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว

 คฤหาสน์อันแสนจะโอ่อ่าของตระกูลเย่ยังคงร่มรื่นและสง่างาม

 "สวัสดีครับลุงเย่ คุณป้า"

 "ฮ่า ๆ มาได้จังหวะพอดี ลุงกำลังอยากรู้ว่า เสี่ยวเฉียวสร้างปัญหาอะไรให้เธอหรือเปล่า"

 "ไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ พอดีผมยังไม่ได้กินข้าวเลยตั้งแต่เช้า บังเอิญผ่านมาแถวนี้ แล้วนึกถึงฝีมือทำอาหารของคุณป้า ก็เลยแวะมาฝากท้องสักครั้งนะครับ"

 "ดี...รู้จักคิดถึงคนแก่อย่างป้า รอแป๊บเดียว เดี๋ยวก็ได้กินแล้วจ๊ะ"

 คุณป้าเย่ยิ้มอย่างดีอกดีใจ แล้วรีบเข้าครัว เพื่อจัดเตรียมอาหาร

 "ฮ่า บังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอ มีเรื่องอะไร ก็พูดมาเถอะเสี่ยวฟ่าน"

 เย่หมิงทงหรี่ตายิ้มมองเขา

 ฉินฟ่านวางขวดหยกสีขาว ไว้เบื้องหน้าของเย่หมิงทง

 "เรื่องแรกกันไว้ดีกว่าแก้ ตั้งแต่ผมมารักษาให้ลุงคราวนั้น ผมก็พยายามคิดค้นยาแก้พิษไว้ให้คุณลุง นี่คือยาวารีหยกม่วง 

สามารถต้านพิษได้นับร้อยพิษ"

 "ขอบใจเธอมากที่เป็นห่วงลุง แล้วเรื่องที่สองล่ะ" 

 "ครอบครัวลุงกำลังตกอยู่ในอันตราย

ครับ ผมยังไม่ทราบว่า ใครกันแน่ที่อยากให้ลุงตาย แต่ยืนยันแล้วว่า คราวก่อนเป็นฝีมือของเจ้าหมื่นพิษ หนึ่งในสมาชิกขององค์กรมือสังหารระดับโลก ที่ชื่อว่าเขี้ยวอสูร พวกมันฝีมือร้ายกาจลงมือโหดเหี้ยม นิยมการฆ่าล้างตระกูล บอดี้การ์ดของลุงควรเพิ่มทั้งคนทั้งอาวุธปืน อย่างน้อยยังพอถ่วงเวลาได้บ้างและพวกมันจะต้องลงมืออีกในเร็ว ๆ นี้แน่ครับ"

 "อืม...หลังจากเกิดเรื่องขึ้น ลุงจ้างนักสืบเอกชน สืบหาตัวคนที่อยากฆ่าลุงมาโดยตลอด แต่ยังสืบไม่ได้อะไรเลย คิดไม่ถึงว่าเธอจะสืบได้ถึงขนาดนี้"

 เย่หมิงทงทำการค้าใหญ่โตมาหลายสิบปี ย่อมเคยขัดผลประโยชน์ของคนอื่น เรื่องมีศัตรูในเงามืดย่อมเป็นเรื่องธรรมดา 

 "แล้วเธอมีคำแนะนำไหม"

 เย่หมิงทงย่อมรู้ว่า ฉินฟ่านต้องมีหมากตามหลัง

 "ใช้เกลือจิ้มเกลือครับ"

 "หืม...แบบไหน"

 เย่หมิงทงตามความคิดของเขาไม่ทัน

 "ใช้มือสังหารฆ่ามือสังหาร"

 "ฮ่า ๆ ๆ แผนนี้ร้ายกาจจริง ๆ แต่ลุงไม่รู้จักมือสังหาร แล้วจะติดต่อจ้างเขามายังไง"

 "เรื่องนี้ผมจัดการเองครับ"

 ฉินฟ่านกดโทรศัพท์ทันที พูดอยู่สองสามคำและแชร์โลเคชั่นบอกที่ตั้งของคฤหาสน์เสร็จก็วางสาย

 เย่หมิงทงได้ยินฉินฟ่านพูดแว่ว ๆ ว่า

 "เอาของเล่นมาด้วยแบบฟูลออปชั่น"

 อาหารยกมาเสิร์ฟพอดี พวกคุณชายทั้งหลาย พอทราบข่าวว่าเสี่ยวฟ่านมากินข้าวที่บ้าน ก็ทิ้งงานทิ้งการ รีบรุดมาเจอหน้ากันทันที 

 พวกเขานั่งล้อมวงพูดคุย ทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย พอถึงรอบของหวาน

ฉินฟ่านก็ถึงกับน้ำลายไหล มันคือขนมหนวดมังกรหรือขนมไหมฟ้า หากินได้ยากมากในสมัยนี้ 

 มันทำมาจากน้ำผึ้ง แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวโพด แป้งข้าวเหนียวและข้าวโอ๊ต ใช้มือขึงให้เป็นเส้นไหมสีขาวหลายพันเส้น แล้วคลุกกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ งาขาว ถั่วลิสง ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ คล้ายดักแด้ ฉินฟ่านยิ่งกินยิ่งชอบใจ จนต้องยกนิ้วให้ จนทุกคนต้องหัวเราะออกมา หญิงรับใช้เดินเข้ามารายงานว่า มีแขกมาหาคุณฉินฟ่าน

 "พาเธอเข้ามาได้เลยครับ"

 ฉินฟ่านเช็ดปาก

 เสียงรองเท้าส้นสูงของแขกผู้มาเยือน

ดังเป็นจังหวะ

 ทุกคนหันไปมองทางประตู สาวสวยผมยาวเป็นลอนสยายเต็มแผ่นหลัง สวมชุด

เดรสสีแดง แว่นตาดำรองเท้าส้นสูงสี่นิ้วสีแดง งดงามจนทุกคนไม่อาจที่จะละสายตา 

 จนกระทั่งบังเอิญเห็นลูกกระเดือก จึงอดไม่ได้ที่จะเกิดความคลางแคลงใจในเพศของเธอ มือทั้งสองข้างถือกระเป๋าผ้าสีดำใบใหญ่ เดินเข้ามาช้า ๆ อย่างสบายอารมณ์ ราวกับเดินเล่นในบ้านของเธอเอง จนกระทั่งเธอหยุดยืนห่างจากโต๊ะกินข้าวสี่เมตร เธอค่อย ๆ วาง

กระเป๋าลง ราวกับกลัวว่าหากวางแรงเกินไป ของในกระเป๋าจะบุบสลาย พร้อมกับถอด

แว่นออก

 "ผมขอแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จัก นี่คือพี่สามของผม ซีเหมินคัง จะมาทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดของที่นี่ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน" 

 "สวัสดีฮ่า ซีเหมินคังขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะฮ๊ะ"

 เขาโค้งศีรษะเล็กน้อย

 ฉินฟ่านแนะนำสมาชิกตระกูลเย่ให้เธอได้รู้จัก

 "เอ่อ ช่วยบอกทีว่านี่มันเรื่องอะไรกันครับ"

 คุณชายสามผู้ใจร้อนหุนหัน ถามนำร่องก่อนคนอื่น

 "เสี่ยวฟ่านสืบข่าวมาได้ว่า ตอนนี้

องค์กรมือสังหารชื่อเขี้ยวอสูร ที่วางยาพิษในคราวก่อน กำลังเตรียมจะลงมืออีกในเร็ว ๆ นี้ จึงเชิญคุณหนูท่านนี้ มาช่วยอารักขาพวกเรา"

 เย่หมิงทงอธิบายคร่าว ๆ 

 "เสี่ยวฟ่าน คุณคนสวยนี้ใช่คนในคลิปที่สู้กับเธอบนเรือน้อยหรือเปล่า"

 คุณชายสามรู้สึกคุ้นหน้าเธอมาก 

 "ใช่ครับ แต่ตอนนี้เธอคือพี่สามของผม พวกคุณเชื่อใจเธอได้ร้อยเปอร์เซ็นต์"

 "เสี่ยวคัง ลุงขอบใจเธอมากจริง ๆ หากไม่ได้เธอช่วยสืบหาชื่อยาพิษมา ลุงคงตายไปแล้ว"

 เย่หมิงทงรู้ว่าเธอคือมือสังหาร ที่ต้องการฆ่าฉินฟ่านในคราวนั้น

 "เรื่องนี้ลำบากเพียงแค่ยกมือเท่านั้น

แหละฮ่า คุณลุงอย่าได้ใส่ใจไปเลยนะฮ๊า"

 ความจริงแล้วเรื่องสืบหาชื่อยาพิษ 

ซีเหมินคังต้องโทรศัพท์ หาแหล่งข่าวต่าง ๆ ถึงยี่สิบสาย แถมยังเสียเงินทองในการซื้อข่าวเล็กข่าวน้อย ถึงหนึ่งล้านสองแสนหยวน กว่าจะได้ผลลัพธ์เป็นชื่อยาพิษออกมา

 "สำหรับคุณหนูสี่ มีคนคอยคุ้มกันเธออยู่แล้ว ลุงเย่ไม่ต้องเป็นห่วง งานนี้อาจจะนองเลือดกันบ้าง ทางตำรวจเดี๋ยวผมเคลียร์ให้เอง ผมรับประกันได้เลยว่า ทุกคนจะปลอดภัยอย่างแน่นอน"

 "ช่วยพาเธอไปห้องพักหน่อยนะครับ เราต้องเตรียมงาน"

 ฉินฟ่านอยากตรวจดูของว่าส่งมาครบหรือไม่

 "เสี่ยวคังตามสบายนะครับ เดี๋ยวผมจะพาคุณไปห้องพักเอง"

 คุณชายรองยิ้มกว้างตามนิสัยเฟรนด์ลี่ของเขา เขาก้มตัวลงช่วยซีเหมินคังยกกระเป๋า

 ฮึบ ยกไม่ขึ้น 

 ทำเป็นเล่นไปเขาเล่นฟิตเนสทุกวัน กะอีแค่กระเป๋าแค่นี้ จะยกไม่ขึ้นเชียวเหรอ

 ฮึบ คุณชายรองออกแรงยกจนหน้าดำหน้าแดง ก็ยังไม่ขึ้น

 "ให้ผู้น้องยกเองดีกว่านะฮ๊า"

 ซีเหมินคังยกทีเดียวขึ้น ราวกับเบาเหมือนขนนก

 ทุกคนต่างตื่นตะลึงจากภาพที่เห็น

คุณชายรองหากถอดเสื้อออกมา รับรองว่ามีกล้ามใหญ่เป็นมัด ๆ ยังไม่อาจยกกระเป๋าใบนี้ได้ แต่ซีเหมินคังรูปลักษณ์เป็นสาวงาม ไม่มีกล้ามแขนใหญ่โต กลับยกได้ง่าย ๆ สบาย ๆ 

 ฉินฟ่านพาซีเหมินคังเข้าไปในห้องพัก พวกเขาเปิดกระเป๋าใบใหญ่ ที่ลู่เจี้ยนส่งตามหลังมาให้ สิ่งที่จัดวางเรียงรายบนเตียงก็คือ แว่นตาอินฟาเรดตรวจจับวัตถุที่ส่งคลื่นความร้อนออกมาในเวลากลางคืน ปืนบาเร็ตต้าสิบเอ็ด มม.สองกระบอก กระสุนปืน มีดสั้นกุรข่าที่มีใบมีดหักงอเล็กน้อย โดรนติดกล้องสำรวจ หน้าไม้เหล็ก ระเบิดแสง ระบิดมือ มีดสั้นใบหลิวเสื้อเกราะกันกระสุน 

 ทุกคนเฝ้ารอคอยการมาเยือนของมือสังหาร แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือพวกมันกลับบุกไปที่บ้านของฉินฟ่าน

 หน้าบ้านฉินฟ่าน ปรากฏคนชุดดำขึ้นสิบห้าคน กระโดดข้ามรั้วโดยไร้ซุ่มไร้เสียง แม้แต่เจ้ากระป๋องสุนัขของเหลียนฟ่ง ยังหลับอุตุ ไม่ได้ตื่นขึ้นมาราวกับสุนัขตาย ด้วยกำลังคนขนาดนี้ งานย่อมสำเร็จอย่างง่ายดายและรวดเร็วเรียกว่าเตรียมรับทรัพย์ได้เลย

 โยโย่กับอิ๋งอิ๋งในชุดนอนสีชมพูลายการ์ตูน กำลังนั่งกินขนมอยู่หน้าทีวี ทันใดนั้นเอง ใบหูโยโย่กระดิกเล็กน้อย รู้สึกถึงภัยที่ซ่อนเร้นในทันที พวกเธอมองตากัน 

 "สงสัยวันนี้สนุกแน่"

 โยโย่ยิ้มเย็นยะเยียบ

 พวกเธอลุกขึ้นอย่างช้า ๆ เสร็จแล้วเดินไปที่ฝาผนังในห้องเสื้อผ้า ยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อสแกนม่านตา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 52 นิ้วชั่งทอง

    รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมากแต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจะมีแขกหลายร้อยคน ก็ไม่รู้สึกแออัด แต่อย่างใดงานฉลองวันเกิดของภรรยาเศรษฐีหมื่นล้านจะธรรมดาได้ยังไง งานนี้จึงอลังการเลิศหรูทุกอย่างพวกเขาเดินเข้าไปในบริเวณงานก็เจอครอบครัวตระกูลเย่ยืนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อคอยทักทายต้อนรับแขกเหรื่อฉินฟ่านทักทายทุกคนอย่างสนิทสนม เพราะว่าในตอนนี้เขาเป็นถึงว่าที่ลูกเขยป้ายแดงเชียวนะแถมวันนี้เขาอารมณ์ดีอยากเปลี่ยนลุคดูบ้าง จึงฉีดสเปรย์แต่งผมเยอะหน่อยแล้วหวีผมเสยไปข้างหลัง สวมชุดสูทสีดำทับด้วยเสื้อคลุมโอเวอร์โค้ทสีขาว มีผ้าพันคอสีดำคล้องเอาไว้สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาในงานอย่างช้า ๆ ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งสง่างามมาดของเขาเหมือนเจ้าพ่อมากกว่าตัวลู่เจี้ยนซะอีกจนแขกเหรื่อละแวกนั้นต้องรีบแหวกเป็นทางให้กับเขาคุณหนูสี่เดินยิ้มเข้

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 51 กวนอิมเผ็ด

    ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน“กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 50 หนังสือกายวิภาค

    ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีกเขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่านเขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการเขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 49 หึง

    ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงานเหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”“ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”กรอบแกรบ!ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 48 ศาลเตี้ย

    ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดูฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขาว้ายยยยเสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของแ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 47 มิสไชน่า

    อาเฉียนเองก็เป็นผู้นิยมความงามดังนั้นเขาจึงรีบมองหาสาวสวยอาลี่รู้ดีว่า นี่เป็นความสุขเล็ก ๆ ของทีมเธอที่ช่วยให้คลายเครียดผ่านไปวัน ๆ ด้วยการเหล่สาวสวยแต่พออาเฉียนหันไปมองสาวชุดแดงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขาก็ต้องตะลึงอ้าปากค้างจนขนมปังที่กัดอยู่คาปากต้องร่วงหล่นลงบนพื้นทั้งสามคนถึงกับพูดพร้อมกัน“เจ๊เหรอ”หมวดมู่ปิงปิงอุตส่าห์ลงทุนขับรถเข้าไปในเมืองเพื่อเช่าชุดเดรสสีแดงเปลือยไหล่ตัวสั้นจุดจู๋ ส่วนรองเท้าส้นสูงหายืมเพื่อนไม่ได้เลยต้องกัดฟันซื้อเอง“โอ้โห คืนนี้เจ๊แต่งมาเต็มยศ สวยสุด ๆ ไปเลย ถ้าไม่คิดจะเอาดีทางตำรวจ ฉันว่าเจ๊ไปประกวดมิสไชน่าได้เลยนะ”“โอ้โห สวยแบบหมวด แต่ไม่ยอมมีแฟนแบบนี้ เสียของชะมัดยาดเลย”“เฮ้อ ฉันอยากสวยแบบหมวดจังเลย”“อย่ามัวแต่พูดมาก รีบขึ้นรถกันได้แล้ว”เธอเองก็เขินเป็นเหมือนกันนะ…….ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูห้องเค่อตงหยางดังขึ้นเขาเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารด้วยความหงุดหงิด แต่ปากก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status