共有

บทที่ 38 อาซ้อใหญ่

last update 公開日: 2026-02-08 07:00:14

"ประธานหม่าคะ ฉันได้ยินว่าการค้าหิน ทราย เหล็ก ปูนในซูโจว อยู่ในมือคุณถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ฉันขอถามเป็นความรู้หน่อยได้ไหมคะ ว่าถ้าต้องการสร้างคอนโดมิเนียมขึ้นมาสักหลังหนึ่ง แต่ในซูโจวไม่มีวัสดุก่อสร้างขายให้ จะทำยังไงคะ"

 ประธานหม่าเป็นผู้คร่ำหวอดในวงการค้ามานาน พอฟังก็เข้าใจความนัยที่ซ่อนอยู่ทันที

"ก็คงต้องไปซื้อในเขตพื้นที่อื่น ที่ห่างไกลออกไป แน่นอนว่า…ค่าขนส่งจะแพงขึ้น เมื่องบบานปลาย ก็ต้องกู้เงินมาเพิ่ม ก็ย่อมจะเสียดอกเบี้ยมากขึ้น ต้นทุนในการสร้างคอนโดก็ย่อมแพงขึ้น ต่อให้สร้างคอนโดหลังนั้นจนจบ แต่ก็อาจจะขาดทุนย่อยยับ ถ้าหากมีใครทำให้อาซ้อใหญ่ขุ่นเคืองใจ แค่บอกผมมาคำเดียว ผมจะจัดการให้เองครับ"

 ประธานหม่าพูดจบ แต่กลับมองจ้องหน้าประธานหลู่ จนประธานหลู่รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนไม่สบาย 

 ประธานหม่าเรียกเหลียนฟ่งว่าอาซ้อใหญ่อย่างนั้นเหรอ แล้วท่าทางพินอบพิเทา

ประจบเหลียนฟ่ง มันคือท่าทีอะไร 

 กลุ่มทุนตระกูลหม่าผู้ยิ่งใหญ่ในซูโจว ยังต้องยอมก้มหัวให้กับเหลียนฟ่ง เช่นนั้นคนที่อยู่เบื้องหลังเธอ คงยิ่งใหญ่คับฟ้า

"แหม…ประธานหม่าอย่าล้อเล่นสิคะ พอดีช่วงนี้ฉันศึกษาเรื่องดูโหงวเฮ้งแบบงู ๆ ปลา ๆ พอดีได้ยินมาว่าประธานหลู่คนนี้

กำลังสร้างคอนโดอยู่พอดี แต่สีหน้าของเขาหมองคล้ำไม่มีสง่าราศี ก็เลยเป็นห่วงว่าการค้าของเขาจะสะดุดติดขัด ก็เลยอยากให้เขาระมัดระวังตัวหน่อย ถ้าจะให้ดีควรที่จะรดน้ำมนต์ล้างซวย ปัดกวาดสิ่งชั่วร้ายให้ออกไปพ้นตัวด้วยค่ะ"

 ประธานหลู่เหงื่อแตกพลั่ก นี่เธอกำลังขู่เขาชัด ๆ ว่าเขาอาจจะเจ๊ง จนล้มละลายได้ง่าย ๆ ที่ดันไปทำตาเจ้าชู้ใส่เธอ คิดไม่ดีกับเธอ เขายอมทิ้งศักดิ์ศรีคุกเข่าลงทันที ยังไงก็ดีกว่ากลายเป็นขอทาน

"เอ่อ เหลียนฟ่ง ถ้าผมเสียมารยาทกับคุณไป กรุณายกโทษให้ผมด้วยเถอะนะ" แต่เหลียนฟ่งไม่สนใจเขา ปล่อยให้เขาคุกเข่าอยู่อย่างนั้น ท่ามกลางสายตาของลูกค้ามากมาย

"ประธานหม่า วันนี้คงไม่ได้แค่อยากมาจิบน้ำชากับฉันใช่ไหมคะ"

 หม่าเฟิงทำการค้ามาสี่สิบปี เป็นคนที่หาเงินเก่ง เพราะเขาอาศัยหลักการที่ว่า

สายตาต้องแม่นยำ รวดเร็วฉับไว เขาส่งคนออกไปสืบเรื่องน้ำหอมที่กำลังโด่งดังเป็นพลุแตก ขายดิบขายดีจนผลิตไม่ทัน จนในที่สุดก็สืบได้ความว่า เหลียนฟ่งคือกุญแจสำคัญของการเป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำหอมนี้ หากคุยกับเธอได้ ขอเพียงเธอพยักหน้า ก็เรียกได้ว่าสำเร็จเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์แล้ว ครึ่งเดือนมานี้เขาพยายามติดต่อเธอมาโดยตลอด และเธอก็ปฏิเสธเขามาโดยตลอดเช่นเดียวกัน ความจริงเธอให้ซูหลิงไปสืบเรื่องของเขาเช่นกัน โดยเฉพาะในเรื่องอุปนิสัยใจคอ เขารักครอบครัว ชอบดื่มเหล้า แต่ไปถึงบริษัทก่อนลูกน้อง และกลับหลังลูกน้องทุกวัน จัดได้ว่าเป็นคนบ้างาน นิสัยซื่อตรง

"ผมอยากเป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำหอมของคุณ ให้ชื่อเสียงดังก้องไปทั่วโลก ให้โอกาสผมเถอะครับ"

 ลู่อวี้ผิงถึงกับงง นี่อาฟ่งไปเรียนทำน้ำหอมมาหรือไง แล้วมันขายดีมาก ถึงขนาดประธานหม่าต้องมาตื้อเป็นคู่สัญญาเลยหรือ

 "หนูต่างหาก ที่รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับลุงหม่า"

 นี่เธอเรียกเราว่าลุง…ลุงหม่าหรือ

"ฮ่า ๆ ได้หลานสาวทั้งสวยทั้งเก่งแบบนี้ ลุงก็กำไรแย่เลยสิ ขอบใจนะอาฟ่ง วันหลังหากเธอต้องการอะไร พูดมาแค่คำเดียว ลุงหม่าคนนี้จะหามาให้เธอเอง"

"ทางหนูเคยรับปากซูหลิงว่าจะให้เธอเป็นตัวแทนแต่เพียงผู้เดียว นี่นามบัตรหนู ลุงให้เลขาของลุง ไปคุยรายละเอียดกับเธอได้เลยค่ะ รับรองว่าไม่มีปัญหา"

"ไม่ดี ไม่ดี ให้เลขาไป อาจจะดูเหมือนไม่ให้เกียรติซูหลิง งานนี้ลุงไปเองดีกว่า"

"ถ้างั้นหนูคงต้องขอแสดงความยินดีล่วงหน้า ที่ลุงหม่าจะมีหลานสาว ที่เป็นถึงซีอีโออีกคน" ทั้งสองมองตากัน พร้อมกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมา หลังจากนั้นประธานหม่าก็จากไปพร้อมรอยยิ้ม พอเหลียนฟ่งกำลังจะลุก ก็เห็นสิ่งอัปมงคลหนึ่งชายหนึ่งหญิงตรงหน้า ยังไม่ได้จากไป

 "อ้าวประธานหลู่ คุณยังไม่ไปอีก

เหรอ ลุกขึ้นมาเถอะค่ะ"

 ให้ลุกขึ้น แสดงว่าเธอยอมยกโทษให้เขาแล้วสินะ ประธานหลู่ยิ้มหน้าบาน ที่ไม่ต้องกลายเป็นขอทาน ขณะที่กำลังจะลุกขึ้น ก็ได้ยินเสียงตะโกนมาจากข้างหลัง

"อาฟ่ง" 

ลู่อวี้ผิงกับประธานหลู่หันไปมอง นั่น…นั่นมัน ลู่เจี้ยนเจ้าพ่อใหญ่เมืองซูโจวนี่หว่า

อย่าบอกนะว่า…

 "พี่ใหญ่"

 เหลียนฟ่งร้องตอบ พลางโบกไม้โบกมือให้ลู่เจี้ยน

 พี่ใหญ่เรอะ นี่เธอเป็นน้องสาวของเจ้า

พ่อเลยเรอะ ยังนับได้ว่าวิญญาณบรรพชนของเขายังคุ้มครอง ประธานหลู่รีบยกมือไหว้อากาศประหลก ๆ เพราะถ้ามีเรื่องกับเธอ เผลอ ๆ ถูกจับยัดใส่ถังน้ำมัน เอาไปทิ้งที่ทะเล

 ตุบ!

 ลู่อวี้ผิงถึงกับรีบคุกเข่าลง มีเรื่องกับน้องสาวเจ้าพ่อ มีหวังศพไม่สวยแน่ เผลอ ๆ ถูกฆ่าแล้วข่มขืน เอ๊ะ…แต่เดี๋ยวก่อน มันต้องเป็นข่มขืนแล้วฆ่าไม่ใช่เหรอ ยี้ยังไงก็ตายแหง๋แก๋เหมือนกันนั่นแหละ แค่คิดก็น้ำตาไหลพรากแล้ว เธอยังไม่อยากตายนี่นา

 "ฮือ อาฟ่ง ยกโทษให้ฉันเถอะนะ"

 "หืมมีอะไรเหรออาฟ่ง"

 ลู่เจี้ยนทำหน้าเครียด มองคนทั้งสอง ที่กำลังคุกเข่าอยู่ที่พื้น ด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร 

 "ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่เรื่องเข้าใจผิดกัน พวกเราไปกันเถอะค่ะ โยโย่กับอิ๋งอิ๋งคงรอแย่แล้ว"

 ก่อนจากไป เธอยังหันมาพูดอย่างอารมณ์ดี

 "วันหลังพวกเราค่อยมากินข้าวด้วยกันใหม่นะ วันนี้ฉันสนุกจริง ๆ บาย…"

 ที่ดินที่ถูกไถปรับจนราบเรียบกว้างสุดลูกหูลูกตา ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองซูโจว แต่สัญจรไปมาสะดวก รถยนต์สามคันจอดเรียงรายกัน ครอบครัวฉินฟ่านเปิดประตูทยอยกันลงมา

 ซูหลิงขยับแว่นกันแดดสีดำ 

 "ต่อไปที่แปลงนี้จะก่อสร้างอาคารบริษัทเมมโมรี่ เราจะขยายการผลิตได้เพิ่มขึ้นถึงสิบเท่า เมื่อผลิตสินค้าได้มากขึ้น สมุนไพรที่ใช้ในการผลิตก็ต้องมากขึ้นด้วย 

 ในส่วนที่ดินบริเวณใกล้เคียง ทางเราได้กว้านซื้อไว้แล้วนับร้อยไร่ เพื่อปลูกพืชสมุนไพร ในอนาคตเราจะขยายไปในภูมิภาคอื่น ที่มีอากาศหนาวเพื่อปลูกโสม"

 "พี่เขย ถ้าขายดีแบบนี้อีกสักหน่อย ก็จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้เลยนะเนี่ย แต่พี่เขยไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะรีบแต่งเมียหลวงเมียน้อยหลาย ๆ คน มาช่วยพี่หลิงดูแลบริษัทเอง"

 เหลียนเฮ่อวาดฝันกับเพื่อนนักเรียนสาวร่วมห้องเอาไว้

 "ไอ้เด็กบ้า ติดเชื้อลามกมาจากพี่เขยของแกหรือไง"

 เหลียนฟ่งด่าพลางไล่ทุบตีเขา จนทุกคนหัวเราะออกมา

 "มีคนเก่งอย่างคุณดูแลอยู่ ผมก็หมดห่วง พรุ่งนี้ผมจะโอนให้คุณห้าร้อยล้าน เพื่อเสริมสภาพคล่อง เผื่อคุณอยากจัดตั้งโกดังพักสินค้าหรือบริษัทขนส่งในเมืองอื่น ถ้าเงินยังไม่พอก็บอกผม ผมจะโอนให้อีก คุณแค่คิดเรื่องบริหารจัดการอย่างเดียวก็พอ"

 ฉินฟ่านพูดราวกับเงินเป็นเศษกระดาษ เขายังไม่ได้บอกเรื่องไก่วิเศษออกไข่ทองคำกับทุกคน แถมเขายังมีเย่หมิงทงกับคุณปู่ซูผู้มั่งคั่งคอยหนุนหลัง อย่างนี้แล้วเรื่องเงินทอง ย่อมไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา

 "แต่ถ้าคุณรวบงานทุกอย่างไว้เพียงคนเดียว ผมคงทนเห็นคุณเหน็ดเหนื่อยไม่ไหว ผมคงต้องเสียสละตนเอง เฟ้นหาผู้ช่วยภรรยามาช่วยคุณอีกสักหลายคน"

 พูดจบปรากฏมือสี่ข้าง หยิกหู หยิกเอว หยิกแขน หยิกขาของเขาอย่างพร้อมเพรียง

 "โอ๊ยเบา ๆ แค่พูดเล่นเอง"

 เหลียนเฮ่อส่ายหน้า

 "ร้ายกาจ ร้ายกาจจริง ๆ ร่างคงกระพันของพี่เขยว่าร้ายกาจแล้ว ยังไม่อาจต้านทานวิชาดรรชนีของอาซ้อเหล่านี้ได้ อามิตตาพุทธ จำเริ้ญ จำเริญ" 

 เหลียนเฮ่อหลับตายกมือพนม ราวกับเห็นซึ้งในวัฏสงสาร

 คราวนี้ทุกคนถึงกับหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง

 "พี่คังตอนนี้พี่ล้างมือในอ่างทองแล้ว

สนใจจะเป็นนักธุรกิจ เปิดบริษัทขนส่งไหมครับ พี่รับหน้าที่แค่การบริหาร เรื่องเงินทุน การจัดตั้งบริษัท รับสมัครพนักงาน เดี๋ยวให้โยโย่กับอิ๋งอิ๋งไปช่วย"

 ฉินฟ่านรู้ว่าคนเราถ้าว่างมากเกินไป จะฟุ้งซ่านได้ง่าย ๆ และเขาไม่อยากให้

ซีเหมินคังกลับไปทำอาชีพเก่า

 "พี่ฟ่านแสดงความห่วงใย ผู้น้องย่อมซาบซึ้งใจ ถ้าสักร้อยสองร้อยล้าน

ผู้น้องพอจะแคะกระปุกออกมาได้บ้าง" ซีเหมินคังยังคงเคยชินกับคำเรียกหาแบบเดิม ๆ 

 "โอ้โหมือสังหารรายได้ดีขนาดนี้เชียว โยโย่เรารับเป็นงานไซด์ไลน์ หาค่าผ้าอ้อมค่าขนมให้ยัยตัวเล็กดีไหม"

 อิ๋งอิ๋งชวนยิก ๆ 

เหลียนฟ่งตีแขนอิ๋งอิ๋งเป็นการปรามทันที

 คนเราเมื่อพูดคุยไปมาหาสู่กันมากขึ้น ก็ย่อมสนิทสนมกันมากขึ้น ฉินฟ่านไม่ต้องการให้พวกเขาเป็นคนแปลกหน้ากัน ไม่ใช่ว่าปีหนึ่งเจอหน้ากันที นั่งกินข้าวเสร็จแล้วก็แยกจากกัน แล้วยังหน้าด้านมาบอกว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน

 "ส่วนทางการเพาะปลูกพืชสมุนไพร

ผมอยากให้พี่ใหญ่ลู่เจี้ยนกับพี่หลินฮัวดูแล"

 ฉินฟ่านเดินแผนต่อ เขาไม่อยากเห็นพี่ใหญ่ถูกจับเข้าคุก

 "หึ ๆ กว่าจะสร้างแก๊งให้ยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยนะ

น้องเล็ก แม้แต่น้องสามยังล้างมือในอ่างทองได้ ถ้าพี่ใหญ่ทำไม่ได้ คงอายแย่ ยังจะมีหน้ามาเป็นพี่ใหญ่ใครเขาได้อีก เอาเถอะยุบแก๊งกิเลนลู่ เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทลู่แอนด์หลินพืชสมุนไพรดีไหม"

 ทุกคนปรบมือกันเสียงดัง ต่างยกนิ้วให้พี่ใหญ่ ที่ตัดสินใจได้เฉียบขาด

 "พี่เขย แล้วผมกับพี่สาวล่ะ ต้องทำอะไร"

 เหลียนเฮ่ออยากมีบทบาทบ้าง

 "เหลียนฟ่งเป็นประธานมูลนิธิพี่สาวนางฟ้า เพราะคนเริ่มรู้จักหน้าค่าตาของเธอแล้ว ส่วนนายแค่ตั้งใจเรียนหนังสือก็พอ ถ้านายมั่วสุมยาเสพติดการพนัน นายจะต้องเจอดีแน่ แต่ถ้านายสอบได้เอสี่วิชา พี่เขยจะยกสเปคเครื่องคอมที่แรงที่สุด ดีที่สุดสำหรับเล่นเกมให้นายยกชุด"

 ฉินฟ่านรู้ว่าเด็ก ๆ สมัยนี้ คลั่งเกมมาแค่ไหน

 "ฮ่า ๆ ยกชุด"

 เหลียนเฮ่อดีใจ จนหัวเราะเหมือนคนบ้า

 "หลิงหลิง ผมอยากให้คุณเน้นที่การผลิต ดังนั้นพรุ่งนี้ผมอยากให้คุณพบใครคนหนึ่ง ถ้างานนี้สำเร็จ ช่องทางสำหรับการจัดจำหน่ายของเรา จะง่ายราวพลิกฝ่ามือ"

 ฉินฟ่านรู้สึกว่างานเธอมากจนล้นมือแล้ว เขาไม่อยากเห็นเธอโหมงานหนัก จนล้มป่วยลง จึงอยากช่วยเธออีกแรง 

 "ใครเหรอคะ"

 ซูหลิงนึกไม่ออก ว่าเขาพูดถึงใคร

 "คุณชายใหญ่ตระกูลเย่ เย่หมิงเทียน"

 "ตระกูลเย่ที่ร่ำรวยติดอันดับ

หนึ่งในสิบของจีนเหรอคะ"

 "น้องเล็ก คนรวยแบบนั้นเขาจะช่วยเราเหรอ"

 ลู่เจี้ยนพบเห็นผู้คนมามาก จึง

ระแวงสงสัยเป็นธรรมดา

 "พี่ใหญ่ รถไฮเปอร์คาร์คันนี้ เขายังยกให้ผม โดยไม่กะพริบตาเลย ความสัมพันธ์ของผมกับพวกเขาค่อนข้างดี ไว้วันหน้านัดกินข้าวกันสักมื้อ ทำความรู้จักกันไว้ก็ดี เรื่องนี้พี่ใหญ่วางใจได้เลยครับ"

 วันต่อมา ที่ร้านกาแฟอังเคิ่ลจิม

นี่เหรอคุณชายใหญ่ตระกูลเย่ ซูหลิงแอบหยิกน่องของฉินฟ่าน เรดาห์ของซูหลิงส่งสัญญาณเตือนภัยมา ผู้หญิง ใช่ ผู้หญิงมีมากมายตามท้องถนน 

 แต่สำหรับคน ๆ นี้ คงเทียบได้กับคำสมัยโบราณว่า "งามล่มเมือง" แม้แต่เธอที่เป็นสาวงามระดับแนวหน้า ยังต้องยอมรับว่า อดไม่ได้ที่จะชื่นชมความงามของผู้หญิงคนนี้

 "แฮะ ๆ ทำไมคุณถึงมาที่นี่ได้คุณหนูสี่"

 "คุณฉินไม่ยินดีเหรอคะ พี่ใหญ่ต้องบินไปประชุมที่ต่างประเทศ คุณพ่อก็เลยส่งฉันมาแทนค่ะ แล้วคุณจะไม่แนะนำสาวสวยที่นั่งอยู่ ให้ฉันรู้จักหน่อยเหรอคะ"

 คุณหนูสี่จิบกาแฟเอ็กซ์เพรสโซ่ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น

 "นี่คือคุณหนูสี่ เย่เฉียว และนี่คุณซูหลิง ซีอีโอบริษัทเมมโมรี่ ที่ผลิตน้ำหอมของผมครับ"

 "สวัสดีค่ะ" 

 ทั้งสองสาวต่างยิ้มและสัมผัสมือกัน

 "คุณซูหลิงคงมีความสัมพันธ์ ที่พิเศษลึกซึ้งกับคุณฉินสินะคะ"

 ฉินฟ่านถึงกับหางตากระตุก เพราะคุณหนูสี่ถึงกับถามเป็นนัย ๆ ว่า เขากับ

ซูหลิงเคยหลับนอนด้วยกันแล้วใช่ไหม

 ซูหลิงกำลังคิดว่าจะตอบเธออย่างไรดี

 "ดีค่ะ ไม่ปฏิเสธแสดงว่าใช่ งั้นฉันขอพูดตรง ๆ เลยก็แล้วกันนะคะ เขาเป็นคนช่วยชีวิตคุณพ่อเอาไว้ แต่ฉันเองก็ไม่เคยคิดพิศวาสอะไรเขาเลยแม้แต่นิด แต่ว่า...ก่อนจะมาที่นี่ คณพ่อย้ำแล้วย้ำอีกว่า ไม่ว่าคุณฉินต้องการอะไร ก็ต้องให้ทุกอย่างตามที่เขาต้องการ แม้แต่ตัวของฉันเอง พูดแบบนี้เคลียร์ไหมคะ"

 "เคลียร์ค่ะ ขอบคุณที่เปิดใจคุยกับฉัน ฉันขอเตือนคุณสักคำด้วยความหวังดี คุณย้ายไปอยู่แอฟริกาเถอะค่ะ ไม่งั้นภายในสามเดือน คุณได้อุ่นเตียงให้เขาแน่ ถ้าคุณไม่เชื่อคำเตือนของฉัน จะลองดูก็ได้ค่ะ" 

 "เอ่อ...ผมว่าคุยเรื่องงานกันดีกว่าครับ"

 ฉินฟ่านรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนเข็มที่

แหลมคม

 "ฉันเองก็เพิ่งเจอหน้าของเขาแค่สองสามครั้งเท่านั้น ท่าทางของเขาเหมือนหนุ่มน้อย ที่นมเพิ่งแตกพาน คิดไม่ถึงว่าเขาจะเป็นเสือผู้หญิงนะคะ"

 “คุณหนูสี่ต้องเปลี่ยนมุมมอง ในด้าน ความประพฤติของเขาใหม่ เสือผู้หญิงนะเหรอ อีตาบ้านี่ ถ้านับฉันกับสาวที่บ้านตอนนี้ก็มีรวมสี่คนแล้วค่ะ อ้อ...หากคุณสนใจต้องรีบจองคิวหน่อยนะคะ เพราะหมวดมู่ปิงปิงกำลังจะตกบ่วงเสน่หาของเขาอยู่รอมร่อแล้ว อ้าย...ตายแล้ว ที่รักคุณไปเขียนฝาผนังร้านเขาเล่นทำไมคะ อย่าซนเป็นเด็ก ๆ สิคะ ถ้าพูดแล้วไม่เชื่อฟัง ระวังกลับไปไม่ให้ดูดนมนะคะ เอ่อ...อย่าไปสนใจเขาเลยค่ะ"

 คุณหนูสี่ชักสนใจซูหลิง ที่เป็นถึงซีอีโอ แต่คำพูดคำจากลับมีมุกตลกเปี่ยมอารมณ์ขันปะปนอยู่

 ฉินฟ่านกำหมัดแน่น ยัยหลิงหลิงคอยดูเถอะ ปากดีนัก เอาเรื่องในบ้านมาแฉจนหมดไส้หมดพุงแบบนี้ คืนนี้จะลงโทษไม่ให้ได้หลับได้นอนเลย... คอยดูสิ

 ฉินฟ่านได้แต่ปล่อยให้สองสาวเมาท์

มอยกันอย่างเมามันถึงสองชั่วโมง พอกลับมาถึงบ้าน ไม่พูดพล่ามทำเพลง เขาหอบ

ซูหลิงพาดบ่าเข้าห้องนอน แถมยังตะโกนเสียงดังด้วยความโมโห สั่งคนอื่นอย่ามายุ่ง วันนี้เขาจะลงโทษเธอ

 เพียะ!!!

 "อ๊า...อย่าค่ะ"

 เสียงเจ็บปวด แต่กลับแฝงความเว้าวอนราวกับอยากโดนฟาดอีกที

 เสียงฝ่ามือฟาดกระทบแก้มก้นขาว ๆ ของซูหลิงฉาดใหญ่ จนเธอหรี่ตาปรือจนฉ่ำเยิ้มราวกับว่าเธอชมชอบความเจ็บปวดซาดิสม์เล็ก ๆ นี้

 "ดูสิว่าคุณจะกล้าเอาเรื่องในบ้านไปบอกคนอื่นอีกไหม" เขาฟาดอีกที

 เพียะ!!! 

"อ๊า...อย่า"

"อ๊า…ได้โปรดเถอะค่ะ"

 นี่คงเป็นกฎบ้านสินะ พวกสามสาวแอบฟังอยู่นอกห้อง ต่างมองหน้ากัน พวกเธอราวกับมองตาก็รู้ใจ วันหลังเธอต้องทำให้นายผู้เฒ่าโกรธบ่อย ๆ บ้างแล้ว จะได้ถูกเขาลงโทษตามกฎบ้านบ้าง

 ฉินฟ่านจัดการซูหลิงอย่างดุดัน ไม่ได้ทะนุถนอมเบามือแบบวันแรก คิดไม่ถึงว่าซูหลิงร้องครวญครางแทบตาย แต่ไม่ยอมแพ้สักที เขากระหน่ำรุนแรงจนเตียงแทบหัก เธอกลับยิ่งฮึดสู้ จนเขาต้องงัดไม้เด็ดมาโชว์ หน้าอกอวบอิ่มขาวโพลนถูกขยำจนเต็มมืออย่างได้ใจ แล้วฉินฟ่านค่อย ๆ โยกสะโพกเสียบกระบองทองเข้าไปในเนินสามเหลี่ยมของเธออย่างช้า ๆ แล้วส่งพลัง ลมปราณรูปเกลียวลงสู่กระบองทอง ทำให้มันเกิดการสั่นไหวตลอดเวลา ซูหลิงเสียวซ่านถึงสุดขีด ทั้งร้องทั้งดิ้นทั้งครวญครางจนแทบตกเตียง

 สามสาวมองหน้ากันอีกครั้ง เกิดอะไรขึ้น พวกเธอรู้ดีว่านายผู้เฒ่าร้ายกาจ แต่นี่ซูหลิงถึงกลับร้องครวญครางฟังไม่เป็นศัพท์เลยนะ

 "พี่ฟ่ง ฉันอยากทำผิดกฎบ้าง"

 โยโย่ทำแววตาแน่วแน่

 ในที่สุดซูหลิงก็ถึงแดนสวรรค์ชั้นเจ็ด นอนอย่างหมดสิ้นเรี่ยวแรง

 เช้าตรู่ ขณะที่ทุกคนกำลังนั่งล้อมวงทานโจ๊ก ซูหลิงถึงกลับหน้าแดงก่ำด้วยความอาย เมื่อคืนอารมณ์มันพาไป ทำให้เธอร้องครวญคราง เสียงดังอย่างลืมตัว เรื่องบนเตียงในห้องหอ หากมีคนได้ยิน เธอก็ต้องอายเป็นธรรมดา จะไปหน้าด้านหน้าทน เหมือนกับอีตาบ้านี่ได้ยังไง

 เสียงส้นสูงดังแว่วมาเป็นจังหวะ พร้อมเสียงลากกระเป๋าเดินทาง

 "คุณหนูสี่ คุณเอากระเป๋าเดินทางมาบ้านผมทำไม"

 เขาชักสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี แค่คุยเรื่องงาน ไม่ต้องใช้กระเป๋าก็ได้นี่

 "ฉันชื่อเย่เฉียว ตั้งแต่วันนี้จะย้ายมาอยู่ที่นี่ค่ะ ขอให้พี่สาวทุกคนช่วยกรุณาชี้แนะด้วยนะคะ"

 "คุณหนูสี่ คุณเป็นสาวเป็นแส้จะมาอยู่บ้านของผมในฐานะอะไร ลุงเย่จะไม่ตามมาฆ่าผมหรือไงครับ"

 "คุณพ่อให้คนขับรถส่งฉันมาเอง เรื่องนี้คุณสบายใจได้ จริง ๆ ฉันก็ไม่เคยคิดจะสนใจในตัวคุณหรอก แต่เป็นเพราะพี่หลิง

ประเมินตัวคุณไว้สูงมาก ฉันเลยอยากรู้จักตัวตนที่แท้จริงของคุณ จึงคิดว่าจะมาสังเกตการณ์ตัวคุณที่นี่ ถ้าหากไม่ตรง

สเปกฉัน ก็ขอบาย คราวนี้คุณพ่อก็คงไม่มีข้ออ้างมาว่าฉันอีกแล้ว"

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 66ไม่เจอไม่กลับ (จบภาค 1)

    ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 65 ไม่รู้ไม่ชี้

    ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 64 คู่แค้นพบกันบนทางแคบ

    ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 63 นี่แค่น้ำจิ้ม

    เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 62 ยาหยี

    พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 61 แฮกเกอร์

    แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 44 ดูดพิษ

    ยอดสีชมพูสั่นระริก ด้วยความเจ็บปวดหรือเพราะฤทธิ์ของยาพิษก็ไม่อาจทราบได้ แต่เขาไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย ที่เขาสนใจคือการช่วยชีวิตเธอเขาใช้ปลายเล็บกรีดแทนมีดผ่าตัด ค่อย ๆ กรีดยาวหนึ่งนิ้ว เขาก้มลงดูดเลือดพิษทันที เลือดสีดำถูกพ่นออกจากปากเขาครั้งแล้วครั้งเล่า จนมันเริ่มเป็นสีแดง 

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 43 ไม่มีน้ำใจซะบ้างเลย

    ชาตินี้เขามีเงินมีทองมีผู้หญิง เพราะมีเทพทั้งหลายให้โอกาส เขาจึงอยากให้โอกาสกับคนอื่นบ้าง ถึงจะเป็นพวกคนเลวก็ตาม"หา...จริง ๆ เหรอครับ โอ้ขอบคุณลูกพี่มากครับ ผมขอปรึกษากับลูกน้องก่อน แล้วจะรีบให้คำตอบนะครับ"ไอ้หัวทองนึกว่าวันนี้จะโดนอัด แต่กลับเป็นว่าได้ทั้งเงินได้ทั้งงาน มัน

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 42 ฟอด!!!

    ฉินฟ่านอมยิ้มพลางแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์"อย่าเพิ่งไปเลยนะ นั่งคนเดียวเฉย ๆ คงเบื่อน่าดู คุณอยู่คุยเป็นเพื่อนผมก่อนได้หรือเปล่า เพราะต้องแช่อีกนานเลย เพื่อให้ร่างกายดูดซึมยา""ก็ได้ ว่าแต่คุณอยากจะคุยเรื่องอะไรคะ"มู่ปิงปิงลากเก้าอี้มานั่ง "เรื่องแฟนคนแรกของคุ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 41 จะจับแต่แสร้งปล่อย

    ซีเหมินคังนั่งหอบหายใจหลบอยู่หลังก้อนหิน ตรวจดูอาวุธที่เหลืออยู่ พบว่ามีกระสุนปืนสั้นเหลืออยู่นัดสุดท้าย ระเบิดแสงหนึ่งลูก มีดสั้นหนึ่งเล่มเขาสูดลมหายใจลึก ๆ สองสามที แล้วพุ่งตัวออกไปทันที แทบจะเป็นเวลาเดียวกัน พวกผู้พันทมิฬพากันยิงถล่มใส่เขา สะเก็ดหิน เปลือกไม้ ใบหญ้า กระจุยก

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status