LOGINครืนนน
ฝาผนังพลันเลื่อนออกจากกันในทันที กลายเป็นว่าในห้องแต่งตัว ถึงกับมีห้องลับซุกซ่อนอยู่
ห้องลับนี้พวกเธอขอให้ฉินฟ่านจัดสร้างให้ ภายในติดเครื่องระบายอากาศ มีเฟอร์นิเจอร์ เตียงนอน อาหารแห้ง น้ำดื่ม
มีอาวุธมากมายติดตั้งอยู่ตามฝาผนังราวกับคลังแสง ทั้งดาบซามูไร ดาบนินจา ชูริเคน มีดสั้น ระเบิดควัน เคียว ธนู หอก หน้ากากปีศาจ เข็มพิษ
หลังจากให้เหลียนฟ่ง เหลียนเฮ่อ ซ่างกวนหลินฮัว คังยูนาและคุณหนูสี่เข้าไปในห้องลับ โยโย่ก็ปิดประตูทันที
มือสังหารกลุ่มนี้ มีอรหันต์ทุศีลเป็นหัวหน้าทีม มันรูปร่างสูงใหญ่ราวกับยักษ์ปักหลั่น กล้ามเนื้อทั่วร่างเป็นมัด ๆ เคยบวชเป็นพระอยู่วัดเส้าหลินถึงยี่สิบปี ฝึกวิชาพลังภายนอกจนฝีมือแข็งแกร่ง
แต่ว่ามันหมกมุ่นในกาม จนก่อคดีฆ่าข่มขืนหญิงสาวถึงสิบสองราย ถูกทางการตามจับ จนต้องหนีหัวซุกหัวซุน ภายหลังจึงเข้าร่วมกับองค์กรเขี้ยวอสูร
ตอนที่ได้รับคำสั่งให้มาฆ่าคุณหนูสี่เพียงแค่ได้เห็นรูปของเธอ ความคิดชั่วร้ายพลันเกิดขึ้นในใจ มันจะข่มขืนเธอให้หนำใจก่อนแล้วค่อยฆ่า
พวกมันคืบคลานเข้าไปอย่างเงียบ ๆ
อีกเพียงยี่สิบเมตรก็จะถึงประตูบ้าน ทันใดนั้นเองสัญชาตญาณก็บอกมัน ถึงกลิ่นแห่งความตาย ที่โชยมาอย่างเงียบ ๆ
ยังไม่ทันที่มันจะเอ่ยปาก เตือนลูกน้องให้ระวัง โยโย่ในชุดนินจาสีดำ พลันปรา
กฏตัวขึ้นด้านหลังของลูกน้องมันอย่างเงียบเชียบ เธอสะบัดเคียวฟันฉับเดียว ศีรษะก็กระเด็นหลุดจากบ่า แล้วหมุนตัวสะบัดมีดสั้นเข้าคอหอยศัตรูอีกสองเล่ม จากนั้นตีลังกาใช้ดาบนินจาฟันออกไปสามดาบอย่างรวดเร็ว ใส่ชายชุดดำคนที่สี่ ดาบแรกฟันใส่นิ้วมือที่ถือกระบองสั้นของศัตรู จนนิ้วทั้งห้าขาดกระเด็น ดาบที่สองฟันใส่เอวจนเลือดพุ่งกระฉูด ดาบที่สามจึงจะเป็นดาบปลิดชีพที่แท้จริง ดาบนี้แทงเสียบเข้าไปทะลุหัวใจ ตายจนไม่อาจจะตายได้อีก
อิ๋งอิ๋งกระโดดตีลังกาลงมาจากต้นไม้ใหญ่ ควงหมุนลูกตุ้มเหล็กอย่างรวดเร็วราวจักรผัน แล้วสะบัดขว้างออกไป ชนกระแทกใส่หน้าผากชายชุดดำรูปร่างเตี้ยอย่างแรง จนหน้าผาของมันยุบเป็นรูโบ๋ สะบัดอีกทีโซ่เหล็กของลูกตุ้ม พลันย้ายตำแหน่งไปพันรอบคอของอีกคนจนแน่น แล้วดึงร่างมันเข้ามาใกล้ แทงด้วยมีดสั้นเข้าที่ทรวงอกจมมิดด้าม
อิ๋งอิ๋งทิ้งลูกตุ้มเหล็กในมือ ล้วงหยิบดาวกระจายซัดใส่หน้าอกอีกสามคน พิษงูแมวเซาที่อาบดาวกระจาย รุนแรงจนใบหน้าคนทั้งสามเริ่มดำคล้ำ
สองสาวลงมือเพียงชั่วพริบตาเดียว มีคนตายไปแล้วเก้าคน อรหันต์ทุศีลถึงกับเหงื่อแตก ตกใจในความดุดันอำมหิตของพวกเธอ มือที่ถือดาบถึงกับสั่นระริก พวกมันมาฆ่าคนหรือว่ามาให้คนฆ่ากันแน่ แต่มันไม่มีทางให้ถอย ไม่งั้นองค์กรต้องสั่งเก็บมัน ที่ละทิ้งหน้าที่แน่ ๆ
จู่ ๆ สองสาวก็หายวับไปต่อหน้าต่อตามัน พวกมันยังไม่ทันตั้งสติ โยโย่ก็ปรากฏตัวขึ้นมาฟันดาบนินจาใส่ศีรษะ แขน ขา พวกมันพลันหลุดขาดกระเด็น เลือดฉีดพุ่งราวกับก๊อกน้ำแตก ตายไปอีกสี่คน ตอนนี้พวกมันเหลือเพียงสองคน
มันเริ่มสำนึกเสียใจที่ทำอาชีพนี้ ทั้งสองมองตากันตัดสินใจสู้ตาย อรหันต์ทุศีลตวาดเสียงดังก้อง พุ่งเข้าไปพร้อมลูกน้องหมายจะฟันให้โยโย่ขาดเป็นสองท่อน อีกเพียงสองเมตรก่อนที่จะถึงตัวโย่โย่ พวกมันต่างล้มลงอย่างเสียหลักร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด เพราะถูก อิ๋งอิ๋งซัดเคียวหมุนคว้างออกไปตัดขาพวกมันขาด
โยโย่เดินเข้าไปตวัดดาบใส่หน้าท้องพวกมัน จนไส้พุงทะลักออกมา
แล้วพวกเธอก็เดินเข้าบ้าน ปล่อยให้พวกมันตายอย่างช้า ๆ
อิ๋งอิ๋งโทรไปรายงานสถานการณ์กับฉินฟ่าน
"พวกเธอบาดเจ็บหรือเปล่า ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนอย่างงั้นเหรอ อืมมม...ดีมาก น่ารักที่สุด อะไรนะอยากได้รางวัลด้วย ได้เดี๋ยวพี่จัดหนักจัดเต็ม ชุดใหญ่ไฟกะพริบให้เลย"
พวกมันเริ่มลงมือแล้ว ดีที่มีนินจาสาวอยู่ในบ้าน
ฉินฟ่านขับรถกลับบ้าน เก็บซากศพเข้าไปในแหวนมิติ แล้วเข้าไปในป่าเอาซากศพวางเรียงกัน พร้อมกับจุดไฟ เผาทำลายซากศพ แล้วย้อนกลับไปบ้าน เปิดสายยางฉีดล้างกลิ่นคาวเลือดจนสะอาด
"อะไรนะ อรหันต์ทุศีลกับลูกน้องต่างหายสาบสูญไปจนหมดทุกคนเลย จะเป็น ไปได้ยังไง"
เสียงคำรามด้วยความโกรธจัดของเงาโลหิต แต่มันก็พอจะคาดเดาออกว่าหายสาบสูญ ก็คือตายนั่นเอง
เงาโลหิตอยู่ในชุดคลุมสีดำ รูปร่างสูงใหญ่ ยืนอยู่ในมุมมืด แลดูลึกลับน่ากลัว มันก่อตั้งองค์กรนักฆ่านี้ก็เพื่อเงิน รับงานแล้วไม่เคยพลาด แต่ค่าจ้างก็แพงลิบลิ่วเช่นกัน
"ท่านประมุข หน่วยสอดแนมของเรารายงานมาว่า คุณหนูสี่ได้ไปพักอยู่ที่บ้านเด็กหนุ่มคนหนึ่งชื่อฉินฟ่าน คนนี้มีชื่อเสียงในโลกโซเชียลอยู่พอสมควรเลยทีเดียว แถมยังมีแฟนคลับด้วย"
จิ้งจอกเพลิงรายงานอย่างช้า ๆ
จิ้งจอกเพลิงเชี่ยวชาญอาวุธประเภทระเบิด เป็นคนเจ้าเล่ห์สมฉายา
"ไอ้หนุ่มนั้นเป็นดาราหรือนักร้อง" เงาโลหิตถาม
"ข่าวลือว่ามันเป็นหมอเทวดา มันอาจจะเป็นคนถอนพิษให้กับเย่หมิงทงก็ได้ บ้างก็บอกว่ามันเป็นยอดฝีมือ"
"ยอดฝีมือย่างงั้นเหรอ"
เงาโลหิตชักสนใจขึ้นมาอีกนิด
"มีคนประเมินว่าฝีมือของมันเข้าขั้นระดับปรมาจารย์"
"โอ้ว แค่ฟังก็ชักอยากจะฆ่ามันขึ้นมาตงิด ๆ ซะแล้วสิ"
เงาโลหิตไม่เคยเจอคู่ต่อสู้ที่สูสีกับเขามานานแล้ว
"แต่เมื่อวานตอนที่อรหันต์ทุศีลลงมือ ฉินฟ่านไม่อยู่บ้าน ที่บ้านมีเพียงผู้หญิงกับเด็ก นี่จึงน่าแปลก ใครกันแน่ที่ฆ่าพวกมันสิบห้าคนอย่างง่ายดาย"
จิ้งจอกเพลิงเป็นคนคิดละเอียดถี่ถ้วน
"ไม่ว่ามันจะเป็นใครก็ตาม หากมาขวางทางเรา มันต้องตายสถานเดียว"
เงาโลหิตกล่าวอย่างโกรธแค้น
"ท่านประมุข งานของเราคือฆ่าล้างตระกูลเย่ คืนนี้ให้พวกเราเหล่าพี่น้องบุกไปเชือดเย่หมิงทงซะเลยก็สิ้นเรื่อง"
คาวบอยพ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นวงกลมหลายวง
เงาโลหิตค่อนข้างเชื่อมั่นในฝีมือของคาวบอย เพราะคน ๆ นี้มีจิตวิญญาณของคาวบอยอยู่เต็มเปี่ยม ยิงเร็ว ยิงแม่นราวจับวาง
เส้นผมสีทอง นัยน์ตาสีฟ้า สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้า ทับด้วยเสื้อกั๊กสีดำ ที่หน้าอกมีดาวสีเงิน สลักอักษรเป็นภาษาอังกฤษว่าเชอริฟ (นายอำเภอ) กางเกงขาบานสีน้ำตาล รองเท้าหนังสีดำที่ติดดาวเงินเป็นแฉก ๆ เล็ก ๆ แถวส้นเท้าทั้งสองข้าง หมวกสีดำปีกกว้างแบบคนเลี้ยงวัว เข็มขัดที่เอวคาดซองที่ใส่ปืนสั้นลูกโม่ .357 Colt Python ข้างละกระบอก
"ได้ แต่พาเจ้าเฒ่าพิษกับจิ้งจอกเพลิงไปด้วย จะได้ไม่เกิดเหตุผิดพลาดอะไรอีก"
"ท่านประมุข เรื่องสนุกแบบนี้จะขาดผมไปได้ยังไง"
ผู้พันทมิฬ หยิบแว่นเรย์แบนสีดำขึ้นมาสวม พร้อมเป่าหมากฝรั่งเป็นลูกโป่งใบใหญ่จนแตกดังเป๊าะ
ผู้พันทมิฬเป็นทหารอาชีพ เชี่ยวชาญการต่อสู้ทุกประเภท เคยไปเป็นทหารรับจ้าง รบมาแล้วหลายประเทศ ทั้งอิรัก อาฟกานิสถาน
"ได้ไปเถอะ" เงาโลหิตพยักหน้า
"ขอรับ ท่านประมุข"
ทุกคนโค้งศีรษะอย่างพร้อมเพรียง
ม่านราตรีค่อย ๆ คลี่คลุมจนมืดมิด แต่ยังสามารถอาศัยแสงจากจันทร์เพ็ญมองทุกสิ่งเห็นอย่างเลือนลาง คนโบราณกล่าวว่าหากพระจันทร์สีเลือดปรากฏ จะเกิดอาเพศลางร้าย ถึงอย่างนั้นก็เถอะจะมีผู้คนสักกี่มากน้อยที่เชื่อ คืนนี้พระจันทร์ไม่ได้มีสีเลือด ตรงกันข้ามมันกลับสวยดูขาวนวลตา แต่ที่นี่กำลังจะเกิดเหตุการณ์นองเลือด ที่นี่คือ...คฤหาสน์ตระกูลเย่
เสียงฝีเท้าม้าที่กำลังควบดังเป็นจังหวะเข้ามาใกล้ กลับสร้างความหงุดหงิดใจแก่เฒ่าพิษร้าย จนอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้
"เฮ้อไอ้ฝรั่งหัวทอง นี่มันจะทำตัวเป็นคาวบอยไปถึงไหนกันวะ นั่งรถยนต์มาพร้อมกันก็ถึงตั้งนานแล้ว พับผ่าสิ"
ฮี่ ๆ ม้าตัวใหญ่สีดำยกสองขาหน้าตะกุยอากาศ ก่อนจะหยุดยืนอย่างสงบ
คาวบอยปีนลงจากหลังม้า
"ซอรี่ ผมชอบเมารถนะ เลยต้องขี่ม้ามา พวกเราไปกันเถอะ เชิญ"
คาวบอยผายมือไปข้างหน้า ในใจกลับคิดประมาณว่า เชิญพวกมึงไปตายก่อน ได้เลย ผู้พันทมิฬโบกมือวูบ กองกำลังติดอาวุธชุดสีดำยี่สิบคน เคลื่อนพลทันที
เซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว ส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังห้องควบคุม ว่ามีผู้บุกรุกเข้ามาทางแนวรั้วทิศใต้ โดรนสำรวจถูกส่งออกไปทันที เพื่อสำรวจดูว่า เป็นแมวที่กำลังไล่จับหนูหรือว่าเป็นผู้ไม่ประสงค์ดีบุกเข้ามากันแน่
หน่วยลาดตระเวนสิบนายของตระกูลเย่ พากันติดอาวุธ ขับรถยนต์ออกไปสองคันทันที
หน่วยลาดตระเวนพบผู้บุกรุกยี่สิบสี่คน รีบกระจายกำลังโอบล้อม ยกปืน AK47 ขึ้นเล็งทันที
"หยุด พวกคุณบุกรุกเข้ามา ยอมให้จับแต่โดยดี ไม่งั้นเราจะยิง"
แต่หน่วยลาดตระเวนพลันรู้สึกว่าร่างกายขยับเขยื้อนไม่ได้ ตัวแข็งทื่อราวกับหิน นี่เป็นผลจากพิษไร้สภาพ ที่แพร่มาทางสายลม พิษนี้จัดสร้างขึ้นจากพิษของปลาปักเป้าและสมุนไพรที่หายากของดินแดนแม้วอีกสิบสี่ชนิด เป็นของเล่นที่เจ้าเฒ่าพิษมันภาคภูมิใจมาก
"ฮ่า สวัสดีพี่ชาย ผมมีของดีมาฝาก ถือดี ๆ อย่าโยนทิ้งซะล่ะ เดี๋ยวมันจะตูมตามเอา"
จิ้งจอกเพลิงเอาระเบิดออกมา ดึง สลักทิ้ง แล้วจับมือหน่วยลาดตระเวนให้กำกระเดื่องของระเบิดมือเอาไว้ คนละหนึ่งลูก แววตาของมันฉายออกมา ถึงความตื่นเต้นเร้าใจ เพราะมันชอบเล่นกับความรู้สึกของคน
พวกหน่วยลาดตระเวนถึงกับเหงื่อแตกพลั่ก ได้แต่ขยับกลอกลูกนัยน์ตาไปมา บางคนถึงกับฉี่ราดรดกางเกง ด้วยความกลัวตาย
พวกจิ้งจอกเพลิงเดินต่อไปราวกับเที่ยวชมสวนพฤกษชาติ หลังจากนั้นเพียงแค่ห้านาที นิ้วของหน่วยลาดตระเวนบางคนที่กำกระเดื่องก็คลายออก ระเบิดร่วงหล่นบนพื้น
ตูม...ตูม...ตูม
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวต่อเนื่องกัน จนได้ยินชัดเจนไปถึงคฤหาสน์
"ลุงเย่ เชื่อใจผม ครอบครัวของลุงจะต้องปลอดภัย"
ฉินฟ่านมองตาเย่หมิงทง
เย่หมิงทงเป็นนักธุรกิจ ผ่านเรื่องราวน้อยใหญ่มามากมายในชีวิต จึงรักษาความนิ่งเฉยเอาไว้ได้ แต่พวกคุณชายไม่เหมือนกัน ดูจากที่พยายามปลุกขวัญกำลังใจของตัวเองไม่โวยวายด่าทอออกมา ก็ถือว่าดีมากแล้ว
ฉึก
ลูกธนูถูกยิงออกมาจากหน้าไม้ เสียบเข้าทรวงอกลูกน้องของผู้พันทมิฬอย่างรุนแรง จนขาดใจตายในทันที
พวกมันเห็นความตายบ่อยครั้งจนชาด้าน
จึงไม่แตกตื่นหรือลนลาน พากันแยกย้ายเข้าไปหลบในที่กำบัง ทุกอย่างเงียบสงัดจนน่ากลัว
ผู้พันทมิฬโบกมือส่งสัญญาณให้รุกคืบหน้า พวกมันเพียงยืดตัวขึ้น ลูกธนูก็ถูกยิงปักเข้ากลางลำคอคนที่อยู่ทางซ้าย จนมันได้แต่ ส่งเสียงดัง คร่อก ๆ พร้อมกับตายตาไม่หลับ
ปัง ๆ
คาวบอยชักปืนยิงออกไปอย่างรวดเร็วห้านัด วิธียิงของมันกลับใช้มือซ้ายช่วยปัดไกนกให้ง้างขึ้น แล้วมือขวายิง
ซีเหมินคังตอนนี้ราวกับอยู่ในชุดหน่วยรบพิเศษ ใบหน้าขาวผ่องเป็นยองใย ตอนนี้กลับถูกใช้สีถูทาอำพรางในแนวขวางจนใบหน้าดำ ถึงกับใส่เสื้อเกราะกันกระสุนมาด้วย ไหนเลยจะหลงเหลือภาพสาวงามให้เห็น
เขานั่งสงบนิ่งเพื่อรอคอยจังหวะ คนที่ยิงปืนคนนี้ น่ากลัวเกินไปแล้ว อาจจะเรียกได้ว่าเป็นพรสวรรค์อย่างหนึ่งก็ได้ เพราะคนที่ยิง ใช้สัญชาตญาณในการเล็งเป้าเจ็ดส่วน ใช้ดวงตาสามส่วน ซึ่งวิธีนี้คล้าย ๆ กับการซัดมีดบิน ด้วยพลังลมปราณของจีน ถ้าเขาไม่ขยับตัวไปข้างหลังสองนิ้วคงโดนยิงไปแล้ว
คนของผู้พันทมิฬเริ่มโอบล้อมเขา
บางคนเหยียบลงไปบนพื้นอย่างแผ่วเบา แต่กลับเกิดเสียงดังกริ๊ก
ตูม…
กับระเบิดที่ซีเหมินคังวางไว้ระเบิดขึ้นทันที ทำให้คนที่อยู่ใกล้ห้าคนกระเด็นลอยไปตามแรงระเบิด กลายเป็นเลือดเนื้อเลอะเลือน
ซีเหมินคังชักปืนสั้นออกมายิงไปที่คาวบอย
ปัง ๆ
"Fuck off"
คาวบอยทั้งหลบระเบิดทั้งหลบกระสุน โมโหจนสถบเป็นภาษาอังกฤษออกมา ไม่มีเวลาให้ยิงสวนกลับไป
ซีเหมินคังพุ่งตัวออกไปกระโดดสองสามทีอาศัยความมืดหายตัวไปในทันที
ซีเหมินคังบังคับโดรนที่ติดระเบิดเวลาเอาไว้ บินอย่างเงียบ ๆ อยู่บนหัวพวกมัน พอเขานับในใจถึงยี่สิบ ก็บังคับให้โดรนพุ่งบินเข้าหาพวกมันทันที
ตูม…
เปลวไฟลุกไหม้ครอบคลุมพื้นที่ ควันดำบดบังสายตาของผู้คน
ปัง ๆ
ทั้งเสียงระเบิดทั้งเสียงปืนที่ยิงรัวใส่กัน จนแทบหูดับตับไหม้ เศษเปลือกไม้ เศษก้อนหิน เศษอวัยวะคนกระจัดกระจายไปทั่ว
พวกจิ้งจอกเพลิงมองหน้ากัน คู่ต่อสู้ของมันเป็นใครกันแน่ จากการปะทะกันเมื่อครู่ พวกมันตายไปอีกเจ็ดคน เฒ่าพิษร้ายตอนนี้เหลือแค่ครึ่งตัว ไส้ทะลักออกมากระจายเกลื่อนพื้นจนรู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวเลือด
"เฮ้เพื่อน ฉันจะอ้อมไปจัดการเย่หมิงทงเอง ถ้าฆ่ามันได้ ก็ถือว่าปิดงานตกลงไหม"
คาวบอยเสนอไอเดียออกไป เพราะเขารู้สึกว่าคู่ต่อสู้คนนี้ลูกเล่นแพรวพราว ถ้าประมาทอาจถึงตายทันที ดังนั้นอะไรที่เสี่ยงมากเกินไป เลี่ยงได้จะดีกว่า
"ดีเหมือนกัน เพราะไม่รู้ว่าจะยื้อกันอีกนานแค่ไหน"
ผู้พันทมิฬเห็นด้วย แบบไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของคาวบอย
จิ้งจอกเพลิงโยนระเบิดกระจายออกไปสามลูก
ผู้พันทมิฬสั่งลูกน้องระดมยิงทันที
ทุกอย่างเงียบเป็นเป่าสาก มันหายไปไหน
คาวบอยเดินอ้อมมา อีกสามสิบก้าวเขาจะถึงคฤหาสน์ ก็เจอฉินฟ่านยืนยิ้มเอามือทั้งสองไพล่หลังอยู่ ท่าทางสบายอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง
ทั้งสองยืนประจันหน้าห่างกันราวยี่สิบก้าวเหมือนกับฉากดวลปืนในหนังคาวบอยตะวันตก
คาวบอยกระดิกนิ้วมือขวาไปมาเบา ๆ เตรียมที่จะชักปืนออกมาได้ทุกเมื่อ
"คุณเป็นคาวบอยจริง ๆ ที่เหมือนในหนังเหรอ"
ฉินฟ่านรู้สึกว่าคน ๆ นี้มีสไตล์ของตัวเองชัดเจนดี
"ใช่ ไหนปืนของคุณ ผมให้ยืมเอาไหม จะได้แฟร์ ๆ"
"ผมไม่ใช้ปืนก็ฆ่าคุณได้"
แก้วตาของคาวบอยพลันหดเล็กลง คนที่เคยสบประมาทเขา ตอนนี้ตายกลายเป็นปุ๋ยให้ต้นหญ้าไปหมดแล้ว
"คุณเป็นผู้ฝึกยุทธของจีนเหรอ"
"จะว่าอย่างงั้นก็ได้"
ฉินฟ่านยังคงเอามือไพล่หลัง
"งั้นก็คงใช้มีดสั้นสินะ"
คาวบอยเริ่มหัวเราะในใจ มีดสั้นจะเร็วกว่ากระสุนปืนได้ยังไง อย่าลืมสิ ว่าปืนเป็นอาวุธที่ทรงพลังกว่าอาวุธเย็น
"ใช่ ตอนนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณไวพอหรือเปล่า"
ฉินฟ่านมองหน้าอย่างท้าทาย
"รังเกียจไหม ถ้าผมจะตั้งกติกา"
คาวบอยขยับปีกหมวกถาม
"เชิญ"
ไม่ว่าจะมาไม้ไหน ฉินฟ่านไม่เคยกลัว
"พวกเรายืนหันหลังให้กัน แล้วเดินไปห้าก้าว ค่อยหันกลับมายิง ใครช้ากว่าต้องตาย"
"แบบหนังคาวบอยตะวันตก ดี...ผมชอบนะ"
ฉินฟ่านเดินเข้าไปช้า ๆ พอห่างจากตัวคาวบอยสามเมตรเขาก็หันหลัง ทั้งสองก้าวออกไปพร้อมกัน
หนึ่ง
สอง
สาม
สี่
ห้า
ฉินฟ่านหมุนตัว ตะโกนก้องพร้อมสะบัดมือซัดมีดสั้นออกไป
"กรีดฟ้า"
ฟิ้ว แสงสีแดงพุ่งวาบออกไปจากมือของเขา
แทบเป็นเวลาเดียวกันกับที่คาวบอยชักปืนออกมายิง
ปัง!
คาวบอยยืนค้างอยู่ในท่ายิง อัคคีกรีดฟ้าเจาะหน้าผากแล้วทะลุออกไปทางท้ายทอยด้านหลัง นัยน์ตาเขาเบิกโพลงเหมือนกับจะประท้วง ว่ามีดสั้นจะเร็วไปกว่าปืนได้ยังไง คงได้แต่รอไปเกิดใหม่ แล้วค่อยพิสูจน์อีกครั้ง ถ้าชาติหน้ามีจริง
พวกเย่หมิงทงกับลูกชายรีบวิ่งเข้าไปดูอาการฉินฟ่าน
"ยิงไม่เข้า เป็นไปได้ยังไง" คุณชายสามพึมพำกับตัวเอง
ทุกคนต่างมองรอยกระสุนปืนที่เจาะเสื้อเขาเป็นรูโบ๋ ที่ต้นแขนข้างขวา ทิ้งร่องรอยไว้เพียงรอยไหม้
ความจริงก่อนประลอง ฉินฟ่านได้วางแผนเอาไว้ในใจก่อนแล้ว เขารู้ว่าคาวบอยเป็นนักแม่นปืน ตำแหน่งที่จะยิงจะต้องเป็นหัวใจอย่างแน่นอน ตอนซัดมีด เขาจึงเบี่ยงตัวออก ทำให้ถูกยิงที่ต้นแขนแทน
ทุกคนต่างตื่นตะลึงไปตาม ๆ กัน แต่
บางทีนี่เป็นความลับของฉินฟ่าน จึงไม่สะดวกที่จะถาม ได้แต่ปล่อยผ่านไป
รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมากแต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจะมีแขกหลายร้อยคน ก็ไม่รู้สึกแออัด แต่อย่างใดงานฉลองวันเกิดของภรรยาเศรษฐีหมื่นล้านจะธรรมดาได้ยังไง งานนี้จึงอลังการเลิศหรูทุกอย่างพวกเขาเดินเข้าไปในบริเวณงานก็เจอครอบครัวตระกูลเย่ยืนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อคอยทักทายต้อนรับแขกเหรื่อฉินฟ่านทักทายทุกคนอย่างสนิทสนม เพราะว่าในตอนนี้เขาเป็นถึงว่าที่ลูกเขยป้ายแดงเชียวนะแถมวันนี้เขาอารมณ์ดีอยากเปลี่ยนลุคดูบ้าง จึงฉีดสเปรย์แต่งผมเยอะหน่อยแล้วหวีผมเสยไปข้างหลัง สวมชุดสูทสีดำทับด้วยเสื้อคลุมโอเวอร์โค้ทสีขาว มีผ้าพันคอสีดำคล้องเอาไว้สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาในงานอย่างช้า ๆ ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งสง่างามมาดของเขาเหมือนเจ้าพ่อมากกว่าตัวลู่เจี้ยนซะอีกจนแขกเหรื่อละแวกนั้นต้องรีบแหวกเป็นทางให้กับเขาคุณหนูสี่เดินยิ้มเข้
ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน“กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย
ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีกเขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่านเขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการเขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก
ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงานเหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”“ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”กรอบแกรบ!ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอ
ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดูฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขาว้ายยยยเสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของแ
อาเฉียนเองก็เป็นผู้นิยมความงามดังนั้นเขาจึงรีบมองหาสาวสวยอาลี่รู้ดีว่า นี่เป็นความสุขเล็ก ๆ ของทีมเธอที่ช่วยให้คลายเครียดผ่านไปวัน ๆ ด้วยการเหล่สาวสวยแต่พออาเฉียนหันไปมองสาวชุดแดงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขาก็ต้องตะลึงอ้าปากค้างจนขนมปังที่กัดอยู่คาปากต้องร่วงหล่นลงบนพื้นทั้งสามคนถึงกับพูดพร้อมกัน“เจ๊เหรอ”หมวดมู่ปิงปิงอุตส่าห์ลงทุนขับรถเข้าไปในเมืองเพื่อเช่าชุดเดรสสีแดงเปลือยไหล่ตัวสั้นจุดจู๋ ส่วนรองเท้าส้นสูงหายืมเพื่อนไม่ได้เลยต้องกัดฟันซื้อเอง“โอ้โห คืนนี้เจ๊แต่งมาเต็มยศ สวยสุด ๆ ไปเลย ถ้าไม่คิดจะเอาดีทางตำรวจ ฉันว่าเจ๊ไปประกวดมิสไชน่าได้เลยนะ”“โอ้โห สวยแบบหมวด แต่ไม่ยอมมีแฟนแบบนี้ เสียของชะมัดยาดเลย”“เฮ้อ ฉันอยากสวยแบบหมวดจังเลย”“อย่ามัวแต่พูดมาก รีบขึ้นรถกันได้แล้ว”เธอเองก็เขินเป็นเหมือนกันนะ…….ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูห้องเค่อตงหยางดังขึ้นเขาเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารด้วยความหงุดหงิด แต่ปากก







