Share

บทที่ 4 มารยาหญิงงาม

last update Last Updated: 2025-12-22 03:13:25

เธอรีบใช้มารยาหญิงงามแกล้งล้มลงไปนอนกับพื้น แล้วเริ่มร้องโอดโอยเสียงดังชวนน่าสงสาร

"โอ๊ย…โอ๊ยเจ็บจังเลย ช่วยด้วยค่ะ เจ็บจะตายอยู่แล้ว นี่คุณคะ อย่าเพิ่งไปสิ ช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะ ขาของฉันคงแพลง เจ็บมากเลยค่ะ คุณช่วยพาฉันไปส่งที่บ้านหน่อยได้ไหมคะ มันอยู่ไม่ไกลจากสวนนี้หรอกค่ะ"

ฉินฟ่านหันกลับมามองเธอ เธอถึงกับกะพริบตาปริบ ๆ ถี่ ๆ แอ๊บแบ๊วทำสีหน้าออดอ้อนขอความเห็นใจจากเขา 

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอเจ็บขาแบบนี้จะให้ทิ้งเธอไว้เพียงลำพังก็คงไม่ดี ถ้าเกิดเธอเจอโจรผู้ร้ายจะทำยังไง เพราะว่าแถวนี้เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งของสวนที่ห่างไกลจากผู้คน จึงไม่ค่อยมีใครผ่านมาซะด้วย เขาจึงค่อย ๆ เดินมานั่งลงข้าง ๆ เธอ 

ขณะที่กำลังเอื้อมมือจะจับข้อเท้าของเธอเพื่อดูอาการ มือที่กำลังเอื้อมไปก็ต้องหยุดชะงักลง เพราะคิดได้ว่าเธอเป็นเพียงสาวน้อย จู่ ๆ ไปถูกเนื้อต้องตัวกันก็คงจะไม่ดีเท่าไร 

พูดก็พูดเถอะ ตอนนี้เขายังรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่เลย ถึงตอนนี้เขาจะล่วงรู้วิชาแพทย์ของเทพเสินหนงจนกระจ่างดุจนิ้วบนฝ่ามือ แต่ก็ยังขาดประสบการณ์ในการรักษาคนจริง ๆ ถ้าผลีผลามลงมือรักษาจนเจ็บหนักมากกว่าเดิมคงแย่ไปกันใหญ่

"ขาข้างไหนเจ็บเหรอครับ"

"ข้างขวาค่ะ" 

"คุณเดินไหวหรือเปล่าครับ" เขาประคองให้เธอลุกขึ้น

"คงไม่ไหวหรอกค่ะ ถ้าคุณไม่ว่าอะไรให้ฉันขี่หลังไปได้ไหมคะ"

"เอ่อ…ขี่หลัง จะดีเหรอครับ"

"ดีสิคะ ก็ฉันเดินไม่ไหวนี่คะ"

"งั้นก็ได้ครับ ขึ้นมาเลย" ฉินฟ่านให้เธอขึ้นขี่หลัง พร้อมกับรับรู้ถึงเนื้อหนังมังสาของวัยสาวที่เบียดเสียดถูไถกับแผ่นหลังของเขา เขาสูดลมหายใจลึก ๆ ให้เลิกคิดฟุ้งซ่าน แล้วรวบรวมสติเดินออกไปอย่างช้า ๆ 

กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่เธอใช้ลอยมากระทบจมูกของเขา กลิ่นกุหลาบหอมหวานชวนทำให้ลุ่มหลง ส่วนเธอก็โอบกอดซบไหล่ของหนุ่มหล่ออย่างสบายอารมณ์

"คุณใจดีจังเลยค่ะ สมัยนี้ผู้คนแล้งน้ำใจจะตายไปค่ะ ขอบคุณที่ช่วยฉันนะคะ"

"เรื่องเล็กน้อยนะครับ คุณอย่าใส่ใจไปเลย ว่าแต่บ้านของคุณไปทางไหนเหรอครับ"

"อยู่ท้ายสวนทางนั้นค่ะ เดินผ่านป้ายรถเมล์ไปสิบห้านาทีก็ถึงแล้วค่ะ" เธอชี้ให้เขาดู

"ให้ผมพาไปโรงพยาบาลดีไหมครับ"

"ไม่ต้องค่ะ ไปหาหมอเสียเวลาเสียเงินทองเปล่า ๆ แหมเท้าแพลงแค่นี้เอง กลับบ้านไปนวดเหล้ายาแป๊บเดียว เดี๋ยวก็หายแล้วค่ะ" เหลียนฟ่งรีบร้องปฏิเสธ ขืนไปหาหมอก็ความแตกกันพอดีว่าเธอเสแสร้งแกล้งทำเพื่อตีสนิทกับเขา 

ทั้งคู่เดินผ่านป้ายรถเมล์ ซึ่งมีคนรอรถอยู่ถึงสิบสองคน ในจำนวนนี้มีทั้งเด็กนักเรียน คนเแก่ พนักงานบริษัท สาวออฟฟิศ คู่รักหนุ่มสาว ทหาร หรือแม้แต่แม่บ้านที่จะไปจ่ายตลาด และแล้วทั้งคู่ก็ตกเป็นเป้าสายตาในทันที 

เพราะภาพผู้ชายให้ผู้หญิงขี่หลังน่ารัก ๆ แบบนี้เรียกได้ว่า นานทีปีหนจึงจะได้พบเห็นกันสักครั้ง

"วัยหนุ่มวัยสาวนี่มันดีจริง ๆ เลยนะ นี่พ่อหนุ่มเพิ่งจะแต่งงานกันล่ะสิ ถึงได้เอาใจเมียซะขนาดนี้ ฮ่า ๆ เมื่อก่อนฉันก็เคยทำแบบนี้กับเมียของฉันเหมือนกันนะ" คุณตาสวมแว่นสายตาหนาเตอะ รูปร่างสันทัดผอมบาง ผมขาวแซมเทา อายุราว ๆ แปดสิบปี พูดจาหยอกล้อทั้งคู่ จนพวกคนที่ยืนรอรถ พากันอมยิ้มกันเป็นแถว

"สวัสดีครับ ไม่ใช่อย่างที่คิดหรอกครับคุณตา เธอไม่ใช่เมียของผม พวกเราบังเอิญเจอกันที่สวนสาธารณะเป็นครั้งแรก แล้วเธอบาดเจ็บที่ขา ผมเลยต้องพาเธอไปส่งที่บ้านต่างหากละครับ" ฉินฟ่านให้ความเคารพกับคนเฒ่าคนแก่เสมอ เมื่อคุณตาผู้นี้เอ่ยปากทักทายเขา เขาจึงหยุดคุยด้วยความสุภาพนอบน้อม

เขาพยายามแก้ตัว "นี่อาจจะเป็นบุพเพสันนิวาสของพวกเธอก็ได้ พอพาเธอไปส่งที่บ้าน ทีนี้พ่อหนุ่มก็รู้จักบ้านของเธอแล้ว หลังจากนั้นก็เทียวไล้เทียวขื่อดูแลเธอไปมา ซื้อดอกไม้ให้เธอบ้าง นัดเธอออกเดตบ้าง ซื้อขนมมาฝากเธอบ้าง เดี๋ยวก็รักกันเอง หนุ่มก็หล่อสาวก็สวย พวกเธอทั้งคู่เหมาะสมกันยังกับกิ่งทองใบหยก ฉันขออวยพรให้พวกเธอครองรักกันนาน ๆ สร้างครอบครัวมีลูกมีหลานเยอะ ๆ ใช่ไหมพวกเรา" คุณตาถามกลุ่มคนที่รอรถเมล์ 

"ใช่"

ทุกคนส่งเสียงตอบดังกระหึ่มอย่างพร้อมเพรียงกัน ต่างเห็นด้วยเป็นเอกฉันท์ แต่ฉินฟ่านกับเหลียนฟ่งเขินอาย จนแทบไปไม่เป็น คุณตาเริ่มกรีดมือวาดเท้าร้องเพลงงิ้วปักกิ่ง

ในท่วงทำนองรัก "แต่ปางก่อนยังจดจำได้ว่าฉันรักเธอ หิมะแรงฝนสาดซัดฉันยังพร่ำเพ้อถึงเธอ

 แสงจันทร์สาดสะท้อนกลางถ้วยชา วิหคขับขานดอกโบตั๋นแย้มกลีบ เธอเป็นเปลวไฟที่มอดไหม้ฟืนอย่างฉัน ไกลพันลี้ด้ายแดงยังคงคล้องเราสองไว้ ชาตินี้พร่ำสวดมนต์อธิษฐานทุกคืนวัน

 หวังว่าเราจะมีวาสนาได้ครองคู่กัน"

ด้วยน้ำเสียงที่เจื้อยแจ้วผิดกับคนอายุแปดสิบปีอย่างที่ทุกคนเห็น ทุกคนจึงรู้สึกทึ่ง ต่างพากันปรบมือชอบใจกันยกใหญ่ ทั้งคู่ได้แต่ยิ้มโบกมืออำลาก่อนจะจากไป เสียงปรบมือยังคงดังก้องอยู่ในหู นับได้ว่าเป็นเช้าที่สดใสจริง ๆ 

"เอ่อ...ขอบคุณที่ช่วยฉันนะคะ คุณนี่ใจดีจริง ๆ ผู้คนตรงป้ายรถเมล์ก็น่ารักดีนะคะ ฉันชื่อเหลียนฟ่งค่ะ อายุยี่สิบปี แล้วคุณล่ะคะ" 

"ผมชื่อฉินฟ่าน อายุสิบเก้าปีครับ งั้นผมคงต้องเรียกคุณว่าพี่สาวซะแล้วสิ"

"ไม่ต้องค่ะ ไม่ต้อง อายุของพวกเราไม่ห่างกันเท่าไร เรียกฉันว่าอาฟ่งก็แล้วกันคะ" ประกายตาของเหลียนฟ่งเปลี่ยนเป็นดี๊ด๊าขึ้นมาทันที เมื่อความคิดแวบเข้ามาอย่างรวดเร็วดุจประกายไฟ อายุอานามเธอก็เป็นสาวสะพรั่งแล้ว ก็น่าจะมีคนรักเป็นตัวเป็นตนสักคนอย่างที่คุณตาหยอกเมื่อสักครู่นี้

"นี่ว่าแต่คุณหล่อแบบนี้ สาว ๆ คงติดกันเกรียว คุณคงจะมีแฟนเป็นโขยงเลยละสิ"

 เหลียนฟ่งเริ่มกระบวนการขุดบ่อล่อปลา 

"แฮะ ๆ พูดตามตรงเลยนะครับ ผมเป็นคนขี้อาย ผมยังไม่เคยมีแฟนเลยครับ" นี่คือเรื่องจริง เขาเคยแต่เที่ยวผู้หญิงตามที่เที่ยวกลางคืนราคาถูกอยู่ครั้งสองครั้ง เพราะถูกเพื่อนกรรมกรก่อสร้างคะยั้นคะยอชวนไป 

เขาไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเหมือนคนอื่นสักที แอบชอบผู้หญิงนะเหรอ ต้องเคยอยู่แล้ว นี่ก็เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ปุถุชนทั่ว ๆ ไป ผู้ชายย่อมสนใจสาวสวยอยู่แล้ว 

ตอนอายุสิบสี่ปี เขาเคยแอบชอบคุณครูอยู่คนหนึ่ง บ้านของเธออยู่ซอยเดียวกันกับเขา แต่ตอนนั้นแม้แต่ความกล้า ที่จะบอกรักเธอยังไม่มีเลย ได้แต่แอบมองเธออยู่ห่าง ๆ ตอนนี้นะเหรอ เธอแต่งงานจนมีลูกสี่คนแล้ว ได้ยินว่าครอบครัวมีความสุขกันดี แล้วเขาก็โตพอที่จะรู้แล้วด้วยว่าความรักระหว่างศิษย์อาจารย์มันผิดศีลธรรม ดังนั้นความคิดแบบนั้นจึงไม่ควรมีออีกต่อไป

"หรือว่าคุณไม่ได้ชอบผู้หญิง"

"ผมชอบผู้หญิงสวย ๆ แบบคุณนี่แหละ แต่ผมยังไม่เจอคนที่ถูกใจก็เท่านั้นเอง"

"คุณชอบฉันหรือเปล่าละ ฉันมีข้อดีที่ผู้หญิงคนอื่นไม่มีเยอะนะ ตัวอย่างเช่นฉันหน้าตาสะสวยแถมยังหุ่นดี ขยันเอาอกเอาใจ ชอบเก็บเงินเก็บทอง ว่าไงคุณสนใจจะมาเป็นแฟนของฉันไหมคะ" เหลียนฟ่งพูดกึ่งจริงกึ่งหยอก เธอเป็นหญิงสาวรุ่นใหม่ความคิดทันสมัย เธอเคยคบกับหนุ่มน้อยหน้าตาดีที่ทำงานเป็นพนักงานธนาคารคนหนึ่งเมื่อปีก่อน 

ตอนที่จีบกันใหม่ ๆ อะไรก็ดูดีไปหมด แต่พอคบเป็นแฟนกันได้แค่เดือนเดียว ธาตุแท้ทุกอย่างก็เริ่มเป็นที่ประจักษ์ เธอรู้สึกว่านิสัยของทั้งสองเข้ากันไม่ได้ เพราะหนุ่มคนนั้นตัดสินใจอะไรก็ไม่เป็น ต้องถามแม่หมดซะทุกเรื่องราว เล่นเป็นเด็กติดแม่ซะขนาดนั้น ลองคิดดูเล่น ๆ ละกัน ถ้าพวกเธอแต่งงานกันพอถึงเวลาส่งตัวเข้าหอ ดันมีแม่สามีมานั่งเฝ้าอยู่หน้าประตู ตอนมีซัมติงแล้วเผลอร้องเสียงดังหน่อยจะทำยังไง 

วันดีคืนดีแม่สามีอาจจะกล่าวอ้างถึงบรรพชน เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญู จึงขอให้เธอมีลูกเยอะ ๆ สักห้าหกคน เพื่อจะได้แตกกิ่งก้านสาขาของตระกูล เหตุผลพวกนี้เธอพอที่จะเข้าใจได้ แต่เธอไม่ใช่แม่หมูนะ ถ้าพูดแบบนี้แล้ว แม่สามีจะยอมเข้าใจเธอหรือเปล่าละ คงได้ถูกเอาไม้กวาดไล่ตะเพิดให้ออกไปจากบ้าน โทษฐานที่กล้าขัดใจแม่สามี 

ส่วนคุณสามีคงทำได้แค่มองตาละห้อย ยืนเอามือกุมเป้าขาสั่น ไม่กล้าแม้แต่จะระบายลมหายใจแรง ๆ ปล่อยให้เมียถูกแม่รังแก แค่คิดก็หนาวแล้ว ดังนั้นหลังจากคิดสะระตะแล้ว จึงสรุปได้ว่า ถ้าแต่งกับหนุ่มพนักงานธนาคารคนนั้น ต่อไปชีวิตเธอคงวิบัติเป็นแน่ เธอจึงโบกมือเซย์กู๊ดบาย เป็นฝ่ายบอกเลิก เล่นเอาผู้ชายร้องห่มร้องไห้ฟูมฟาย จะเป็นจะตายไปพักใหญ่ 

นับได้ว่าสวรรค์ยังมีตา นาน ๆ ทีที่เธอจะเจอผู้ชายที่ตรงสเปกแบบฉินฟ่าน มีหรือว่าเธอจะยอมปล่อยให้เขาหลุดมือไปง่าย ๆ เธอจึงเริ่มจีบเขาก่อน ขืนมัวแต่ทำเหนียมอาย มีหวังถูกสาว ๆ คนอื่นคาบเอาไปกินซะก่อน นี่เขาเรียกกันว่าด้านได้อายอด ลงมือก่อนย่อมได้เปรียบ 

"ฮ่า ๆ อย่าล้อผมเล่นเลยครับ คนสวยอย่างคุณ จะมาสนใจคนอย่างผมเหรอครับ"

"ทำไมถึงพูดแบบนั้นคะ คุณไม่รู้ตัวหรือไง ว่าคุณหล่อลากดินขนาดไหน แค่คุณโปรยยิ้มสาว ๆ ก็พากันใจละลายแล้วล่ะค่ะ ฉันจะบอกความลับให้เอาไหมคะ"

เธอรู้สึกว่าเขาเป็นคนขี้อาย ยิ่งอยากแกล้งเขามากขึ้น เหลียนฟ่งจึงแนบริมฝีปากมาพูดข้างใบหูของเขา ลมหายใจเธอพวยพุ่งออกมาเบา ๆ ทำให้เขารู้สึกคันยุบยิบ แถมยังทำให้เขารู้สึกใจเต้นแรงตึกตัก 

อาจเป็นเพราะนานมากแล้ว ที่เขาไม่เคยมีโอกาสสัมผัสผู้หญิงแบบใกล้ชิด ตอนนี้เขาจึงประหม่าจนหน้าแดง หูแดงไปหมด

"ความลับเรื่องอะไรเหรอครับ"

"ก็ตอนนี้ฉันน่ะยังโสด ใครจะไปรู้ เทพจันทราอาจจะผูกด้ายแดงลิขิตรัก ให้เราเป็นเนื้อคู่กันก็ได้ เป็นไง…ถ้าสนใจลงทะเบียนเอาไว้ก่อนดีไหมคะ"

"พวกเราเพิ่งเจอกันแค่ยี่สิบนาทีเองนะครับ แต่ถ้าผมรักชอบใครสักคน ผมจะรักเธอคนนั้นจนหมดหัวใจเลย" ฉินฟ่านพูดยิ้ม ๆ 

"แหมได้ยินคุณพูดถึงความรักแบบนี้แล้ว ยิ่งอยากเป็นแฟนของคุณเลยค่ะ" เหลียนฟ่งเป็นสาวช่างจ้อ เธอพูดได้แบบน้ำไหลไฟดับ แถมพูดจายังมีลูกล่อลูกชน ทำให้ฉินฟ่านไม่รู้สึกเบื่อหน่ายที่จะคุยกับเธอ

"คุณเป็นคนที่ไหนเหรอครับ"

"คนรูปก็งาม นามก็เพราะอย่างฉัน ก็ต้องเป็นคนเมืองนี้อยู่แล้วค่ะ คนซูโจวขนานแท้ดั้งเดิม"

"หา! ที่นี่คือซูโจวเหรอครับ" เขายืนอึ้งชั่วขณะ เขาเป็นชาวเมืองอู่ฮั่น ทำไมถึงมาโผล่ที่ซูโจวได้ล่ะ เฮ้อ เอาน่าได้ชีวิตใหม่กลับมาทั้งที ยังจะเรื่องมากอีกทำไมกัน เขาตัวคนเดียวอยู่เมืองไหนก็เหมือนกัน เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาค่อย ๆ ก้าวเดินต่อ

"ค่ะ ที่นี่ซูโจว คุณไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนหรือไงคะ" แต่เหลียนฟ่งยังไม่รู้สึกเอะใจ ในเรื่องนี้สักเท่าไร เพราะว่าเธอกำลังเครื่องติดอย่างอารมณ์ดี

"แถบนี้น่ะไม่ว่าจะเป็นพ่อเฒ่าแม่แก่ ลูกเล็กเด็กแดงต่างก็รู้จักเจ๊ฟ่งคนสวย ที่อยู่ท้ายสวนกันทั้งนั้นแหละค่ะ พ่อแม่ของฉันเสียหมดแล้ว เพราะอุบัติเหตุรถยนต์เมื่อสามปีก่อน ตอนนี้ฉันอยู่กับน้องชายสองคน ที่ชื่อเหลียนเฮ่อ พูดแล้วจะหาว่าคุย ฉันทำอาหารอร่อยนะคะ รับรองได้เลยถ้าคุณได้ชิมแล้วจะติดใจ เพราะแม่ฉันพร่ำสอนมาแต่เล็กว่า เสน่ห์ปลายจวักสามารถมัดใจคนรักได้อย่างเหนียวแน่น ฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันจริงหรือเปล่า แล้วคุณเป็นคนเมืองไหนเหรอคะ"

"ผมนะเหรอ เอ่อ…วันนี้วันที่เท่าไรเหรอครับ"

ฉินฟ่านไม่ตอบ เพราะกำลังคิดว่าจะตอบเธอยังไงดี นี่เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ เหมือนกับรีสตาร์ทเกม ถ้างั้นเรื่องของชีวิตในโลกใบเก่า ที่ไม่มีคุณค่าให้พูดถึงก็ปล่อยวางมันไปเถอะ

"วันนี้เหรอคะ 15 กรกฎาคม 2025 ค่ะ" อืมวันที่ตรงกัน ต่างกันแค่สถานที่ จะว่าไปเมืองนี้ก็สวยงามไม่เลว งั้นเราก็ปักหลักอยู่ที่นี่เลยก็แล้วกัน

"ว่าแต่บ้านของคุณ ยังต้องไปอีกไกลหรือเปล่า ผมชักจะเหนื่อยแล้วนะครับ" 

"อย่าเพิ่งเหนื่อยสิคะ ยังหนุ่มยังแน่นฟิตปั๋งซะขนาดนี้ เลี้ยวโค้งข้างหน้าก็ถึงแล้วค่ะ ว่าแต่คุณหิวหรือเปล่า แวะเข้าไปกินโจ๊กเห็ดหอมหมูสับ ที่บ้านของฉันสักชามดีไหมคะ"

"ขอบคุณมาก แต่ผมอิ่มแล้วครับ" เขาปฏิเสธตามมารยาท

จ๊อก!

พูดยังไม่ทันขาดคำ พอได้ยินเรื่องกิน ท้องของเขาก็ร้องประท้วงขึ้นมาทันที

"คิก ๆ ไม่ทันไรท้องคุณก็ร้องแล้ว ไปเถอะน่าไม่ต้องเกรงใจหรอก"

"ก็ได้ครับ ผมชักจะหิวขึ้นมานิด ๆ แล้ว จะว่าไปตอนนี้ผมเองก็ไม่ได้มีธุระเร่งด่วนอะไร แต่จะไม่เป็นการรบกวนเกินไปเหรอครับ"

"ไม่ค่ะ ไม่รบกวนอะไรเลย"

หน้าอกที่นุ่มนิ่มเสียดสีกดทับไปมาอยู่ที่หลังของเขาเบา ๆ มันช่างเป็นความรู้สึกที่ชวนให้วาบหวามใจจริง ๆ นี่ถ้าเป็นรูปร่างหน้าตาแบบเดิม เขาจะยังมีวาสนาดวงชะตาดอกท้อ แบบนี้หรือเปล่านะ

เหลียนฟ่งที่กำลังซบอยู่บนหลังของเขา ครุ่นคิดว่าจะดันเขาเข้าวงการยังไงดี ให้ไปเป็นนักร้องก่อน แล้วค่อยไปเล่นหนังดีไหมนะ 

สองมือที่โอบรอบคอของเขา คล้ายดั่งโอบกอดภูเขาเงินภูเขาทอง ด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจที่แผนของเธอกำลังไปได้สวย 

ตอนนี้หนึ่งชายหนึ่งหญิงกำลังจมดิ่ง อยู่ในห้วงความคิดของตนเอง 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 14 กระดังงาลนไฟ

    เสียงหวาน ๆ สดใสของผู้หญิง ที่เพิ่งจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่างข้าง ๆ เขา ถามเขาด้วยความสนใจ เพราะเมื่อครู่เธอยืนมองเขามาพักหนึ่งแล้วเธอสะดุดตาในความหล่อใสกิ๊งของเขาและสงสัยว่าทำไมเขาถึงแทงเพียงเบอร์เดียว ทั้ง ๆ ที่มีวิธีการแทงหลากหลายรูปแบบ ทั้งแทงคร่อมสองตัวเลข สามตัว สี่ตัว แทงเป็นโซน สูง-ต่ำ แดง-ดำหรือแทงเลขเพียงตัวเดียวแบบที่ฉินฟ่านแทงฉินฟ่านจึงหันไปมองตามเสียง จึงพบว่าสาวสวยคนนี้ไม่ธรรมดา เธอมีเรือนร่างดั่งเปลวไฟที่ร้อนแรง พร้อมจะแผดเผาอารมณ์ของผู้ชาย ให้ยอมสยบอยู่แทบเท้าของเธอเธอเป็นหญิงสาวผิวขาว ที่มีริมฝีปากอวบอิ่มชวนจูบ ดวงตาหวานซึ้งชวนให้ลุ่มหลง นับได้ว่าเป็นสาวเซ็กซี่ราวกับกระดังงาลนไฟ เพียงแค่รอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก ก็แสดงถึงความงามที่มาพร้อมกับความยั่วยวนเสน่หามาโดยกำเนิด เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้เส้นผมสีดำขลับเป็นเงายาวถึงครึ่งแผ่นหลัง ทิ้งตัวเหยียดตรงเหมือนแพรไหม ราวกับนางแบบโฆษณาแชมพูสระผม สวมชุดฮั่นฝูสีม่วงเข้ม เอวที่คอดกิ่วเหมือนมดตะนอย คาดด้วยเชือกสีแดงสลับเชือกสีทอ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 13 หนูทดลอง

    เสียงกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูเหลียนฟ่ง"ขอชื่นใจทีนะ"เหลียนฟ่งไม่ปฏิเสธ แถมยังเอียงแก้มให้เขาอย่างเอียงอาย ฉินฟ่านก็สูดดมกลิ่นอายสาวจากแก้มของเธอ พวงแก้มของเธอแดงเหมือนลูกท้อ ดูงดงามจนน่าหลงใหลกว่าเดิม"ขอจูบปากทีนะ""ไม่ได้ค่ะ""นิดเดียวน่า""ไม่ได้ค่ะ""โธ่...ผมไม่เจอหน้าคุณตั้งนาน ขอจูบให้หายคิดถึงหน่อย น่านะ""ไปล้วงอะไรตรงนั้น มืออย่าซนสิคะ"คราวนี้เขาไม่รอคำตอบ ประทับรอยจูบลงไปแบบซึ้ง ๆ ที่ริมฝีปากสีกลีบกุหลาบของเธอทันทีบางครั้งหญิงสาวอาจจะเขินอาย ดังนั้นฝ่ายชายควรเป็นผู้เปิดเกมรุกก่อนมือของเขาค่อย ๆ ลูบไล้ขาอ่อนเรียวยาวของเธอ"ผิวของคุณเนียนไปทั้งตัวเลย ผมอดใจไม่ไหวแล้ว"เขาค่อย ๆ เลื่อนมือขึ้นมาเค้นคลึงอกอวบอูมของเธอ ดวงตาของเธอดูเย้ายวนใจยิ่งนักเธอไม่มีท่าทีที่จะขัดขืนเลยแม้แต่น้อยเธอคงมีใจให้เขาเช่นกัน"คืนนี้ เป็นของผมเถอะนะ""อย่าค่ะ อย่า"ผู้หญิงยิ่งห้

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 12 ฉีเคอะ

    ละลองฟูฝอยของน้ำตกกระทบกับแสงแดดจนเห็นสายรุ้ง ฉินฟ่านถกขากางเกงขึ้นสูง ยืนสงบนิ่งอยู่กลางลำธาร ที่มีระดับน้ำสูงแค่หัวเข่า ในมือถือไม้ปลายแหลมกำลังจะแทงปลา ที่ว่ายใกล้เข้ามา เพื่อนำปลาไปทำอาหารมื้อกลางวันแต่แล้วฝันก็สลาย เพราเจ้าฉีเคอะกระโดดลงมาข้าง ๆ ตัวเขา จนน้ำสาดกระจาย ปลาเล็กปลาใหญ่แตกตื่น ว่ายน้ำมุดหนีหายกันไปหมดเขาโมโหจนต้องร้องตะโกนด่าเจ้าลิงตัวแสบ"ฉีเคอะไอ้ลิงบัดซบ แกเล่นกระโดดลงมาแบบนี้ ปลามันตกใจจนหนีไปหมดแล้วโธ่หมดกัน มื้อเที่ยงของฉัน"เจี๊ยก ๆ เจี๊ยก ๆฉีเคอะแยกเขี้ยวยิงฟันปรบมือชอบใจ ที่ได้แกล้งเขา แล้วมันก็ดึงแขนเสื้อของเขา"นี่แกจะพาฉันไปไหน""จะให้ฉันตามแกไปเหรอ"เจ้าฉีเคอะมันดึงแขนเสื้อเขา ทำท่าทำทาง เหมือนอยากจะให้เขาตามมันไปที่ไหนสักแห่ง แล้วมันก็วิ่งนำทางไป บางครั้งมันก็ส่งเสียงร้อง พยายามเร่งให้เขาเดินเร็ว ๆ ทั้งคู่เดินทางร่วมยี่สิบนาทีในที่สุดหนึ่งคนหนึ่งลิงก็มาหยุดยืนอยู่ที่ดงต้นท้อ ฉินฟ่านมองซ้ายมองขวาอย่างงง ๆ"ที่นี่ไม่เห็นจะมีอะไรเลย แกพาฉันมาที่นี่ทำไ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 11 สุราวานร

    อู่อี๋ซานอยู่ในมณฑลฝูเจี้ยน มีอาณาเขตเจ็ดสิบตารางกิโลเมตร มีหวงกั่งซานเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 2,158 เมตร ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก ทั้งทางด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติ สภาพอากาศบริสุทธิ์การันตีได้ว่า ที่นี่มีทัศนียภาพสวยงามที่สุดของจีน แถมยังเป็นสถานที่ต้นกำเนิดของชาดีที่สุด เช่น ชาสุ่ยเซียน โย่วกุ้ย อูหลง ฝอโส่ว เหมยจัน อีกทั้งยังอุดมไปด้วยสมุนไพรและสัตว์ป่าหายากนานาชนิดโปรแกรมทัวร์ส่วนใหญ่มักจะพาลูกทัวร์เที่ยวชมไร่ชาต้าหงเผา ล่องแพไม้ไผ่จิ่วชีว์ซี ชมความงามของธารน้ำเก้าโค้งสิบแปดเลี้ยว ที่ใสสะอาดดุจกระจกเงา ชมวิวทิวทัศน์สองฟากฝั่งธาร ที่งดงามดุจแดนสวรรค์ ถ่ายรูปสวย ๆ คู่กับเขาเทียนโหยว เอาไว้ไปอวดเพื่อนในโลกโซเชียล แวะเดินเล่นชอปปิงของที่ระลึก ที่ถนนโบราณราชวงศ์ซ่งฉินฟ่านมองทัศนียภาพที่งดงามของทิวเขา ที่ทอดยาวต่อเนื่องกันลูกแล้วลูกเล่า ความเขียวชอุ่มแสดงถึงระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ พลางครุ่นคิดในใจว่า เขาจะต้องใช้เวลาเดินทางยาวนานสักเท่าใดโบราณยังเคยกล่าวไว้ว่า มองขุนเขาควบอาชาจนสิ้นใจ ตอนนี้อาชาหรือล่อสักตัวก็ไม่มี มีแต่ต

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 10 หวังว่าคุณจะเข้าใจ

    ฉินฟ่านประคองเขาเดินกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกล"นี่...พี่เขยอย่าหาว่า ผมคุยโวโอ้อวดเลยนะ พี่สาวของผมเอง หุ่นเหิ่นก็แจ่มไม่เบา แถมยังเป็นคนจิตใจดีอีกต่างหาก สาว ๆ ในย่านนี้สวยสู้พี่สาวของผมไม่ได้เลยสักคน ฝีมือทำอาหารก็เป็นเลิศ ทั้งสวยทั้งเก่งขนาดนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ นะครับ พี่เขยไม่คิดจะสนใจบ้างเลยเหรอ ถ้าพี่เขยตกลงเซย์เยส เดี๋ยวผมชงเรื่องให้เอง รับรองว่าสำเร็จปิดจ๊อบในเดือนเดียว"ฉินฟ่านฟังเหลียนเฮ่อแล้ว ก็ได้แต่ยิ้ม ดูแล้วก็ไม่รู้ว่า ในหัวของเขาคิดเห็นยังไงกับเรื่องการเชื่อมสัมพันธไมตรี ระหว่างพี่เขยสด ๆ กับน้องเขยหมาด ๆยิ่งเรียกยิ่งชินปาก แถมพี่เขยคนนี้ไม่เพียงมีวรยุทธสูงส่งระดับเทพเซียน ยังหาเงินเก่งอีกต่างหาก ถ้าหากยังไม่รีบคว้าไว้เป็นพี่เขย ก็เอาหัวโขกเต้าหู้ ให้ตายไปเลยยังดีซะกว่า โทษฐานที่โง่งม อีแบบนี้ต้องรีบกลับไปเป่าหูพี่สาวซะหน่อยแล้วพอทั้งคู่มาถึงหน้าบ้าน"กรี๊ด!"เสียงกรี๊ดดังลั่น พร้อมเงาคนวิ่งออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะเหลียนฟ่งเห็นทั้งคู่แต่ไกล คนหนึ่งเดินกะโผลกกะเผลก ส่วนอีกคนก็ป

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 8 เรดาร์หญิง

    หลังจากกินอิ่มแล้ว พวกเขากำลังจะแวะเข้าไปดูของ ที่ร้านค้าวัตถุโบราณแห่งหนึ่ง"นี่ ทำไมคนพวกนั้นเขามองเรากันใหญ่เลยล่ะ คุณลืมรูดซิปหรือเปล่า"เหลียนฟ่งกระซิบถามเบา ๆ ด้วยความสงสัย "โธ่คุณ ผมใส่กางเกงวอร์มนะ มันจะมีซิปได้ยังไง เฮ้อ ทำยังไงได้ พวกชาวบ้านก็อย่างนี้แหละ พวกเขาคงไม่เคยเห็นผู้หญิงสวย ๆ รวยเสน่ห์อย่างคุณมาเดินเล่นแถวนี้มั้ง""แหม ปากหวานจริง ๆ นะคะคุณชายฉิน"เขาแกล้งหยอกเธอ เหลียนฟ่งแก้มแดงขึ้นมาด้วยความเอียงอาย ร้อยทั้งร้อยมีสาวคนไหนไม่ชอบบ้างล่ะ เวลาได้ยินผู้ชายที่ตัวเองชอบชมว่าตัวเองสวย"ปากหวานนะอีกเรื่องหนึ่ง ผมพูดความจริงต่างหากล่ะ คุณหนูเหลียนน่ะทั้งสวยทั้งน่ารักอย่าบอกใครเลยล่ะ ใครได้คุณเป็นแฟนคงมีความสุขที่สุดในโลก""คุณก็พูดเกินไป""รับรองว่าจริงจัง จริงใจ""อย่าหลอกกันนะ""ถ้าหลอกให้หยิกเลย"ทั้งสองหยอกล้อต่อปากต่อคำกัน ท่ามกลางสายตาชาวบ้าน เหลียนฟ่งยืนบิดตัวไปมา ยิ้มหน้าบานอย่างมีความสุข แถมยังตีแขนเขาเบา ๆ ด้วยความเขินอาย ทันใดนั้นเรดาห์ลางสังหรณ์ของผู้หญิงก็ส่งสัญญาณเตือนภัยขึ้นมา เพราะหางตาของเธอ เห็นสาว ๆ หน้าตาสะสวยรุ่นราวคราวเดียวกับเธอสามสี่คน กำลังชี้ชว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status