แชร์

บทที่ 5 ขออีกครับ

ผู้เขียน: โจวอี้ฟาง
last update วันที่เผยแพร่: 2025-12-22 03:17:09

ในที่สุดก็ถึงบ้านของเธอ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาจากพ่อแม่เพียงชิ้นเดียว บ้านหลังนี้มีสามชั้นก่ออิฐฉาบปูน ภายนอกอาคารทาสีฟ้าน้ำทะเล ฝาผนังภายในทาสีเหลืองอ่อน หน้าบ้านมีสวนหย่อมเล็ก ๆ มีทั้งกุหลาบ โป๊ยเซียน กล้วยไม้ที่กำลังแข่งกันชูช่อสวยงาม 

มีสระเลี้ยงปลาคาร์ปเล็ก ๆ บริเวณสวนตั้งโต๊ะไม้นั่งเล่นอยู่ชุดหนึ่ง ที่มุมสวนจัดวางบ้านสุนัขเล็ก ๆ หลังหนึ่ง สนามหญ้าก็กว้างขวางพอสมควร ชั้นล่างเป็นห้องรับแขกและครัวที่ดูสะอาดตา พื้นบ้านปูด้วยกระเบื้องเซรามิกสีฟ้า ชั้นสองมีสองห้องนอน เป็นห้องของเธอกับน้องชาย ชั้นสามเป็นดาดฟ้า มีห้องนอนเล็ก ๆ อยู่อีกหนึ่งห้อง ที่เหลือเป็นลานกว้างไว้ตากเสื้อผ้ากับแคร่ไม้ไผ่เล็ก ๆ สำหรับไว้นั่งจิบเบียร์ชมวิวในยามค่ำคืน 

"บ้านคุณสวยน่าอยู่ดีนะครับ"

"ก็แค่บ้านเล็ก ๆ หลังหนึ่งเท่านั้นแหละค่ะ เข้ามาสิคะ" เธอแกล้งเดินขากระเผลก ๆ รีบหาชุดวอร์มสีแดงของน้องชายมาให้ แล้วบอกเขาให้ไปเปลี่ยนในห้องน้ำ พร้อมกับเอาเสื้อผ้าเก่าของเขา ไปใส่ในเครื่องซักผ้า 

ฉินฟ่านเปลี่ยนชุดเสร็จ ก็เปิดประตูห้องน้ำออกมา พอเหลียนฟ่งเห็นถึงกับหลุด

หัวเราะก๊ากออกมาเสียงดัง เขาได้แต่ยืนทำหน้าเด๋อด๋า ที่เธอหัวเราะจนงอหาย เนื่องจากฉินฟ่านมีรูปร่างสูงใหญ่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร แต่น้องชายเธอสูงแค่หนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตร กางเกงที่เขาใส่จึงดูสั้นเต่อขึ้นมาถึงหน้าแข้ง เหมือนกำลังใส่ชุดของเด็กน้อย

เธอชี้ไปที่เก้าอี้บอกให้เขานั่งลง แล้วหมุนตัวไปตักโจ๊กเห็ดหอมร้อน ๆ กับปาท่องโก๋มาให้ บอกให้เขาทานตามสบาย ท่าทางการตักโจ๊ก หยิบจับของในครัวของเธอดูคล่องแคล่วมาก

"ขอบคุณครับ จะกินให้อร่อยเลย"

เขาเองก็ชักจะหิวขึ้นมาตงิด ๆ จึงหยิบช้อนตักโจ๊กเห็ดหอมเข้าปากคำแรก ทันทีที่ลิ้นสัมผัสกับรสชาติของมัน เขาถึงกับดวงตาเบิกโพลงชะงักไปทันที 

อร่อย อร่อยมาก อร่อยที่สุด เมื่อชาติก่อนเขากินแต่อาหารข้างทางราคาถูก เขาไม่เคยกินอาหารที่มีรสชาติเอร็ดอร่อยแบบนี้มาก่อน ข้าวขาวเนื้อเนียนนุ่ม กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเห็ดหอมถึงกับหอมกรุ่นขึ้นจมูก หมูสับก็แทบจะละลายในปาก พริกไทยเยาะใส่นิด ๆ กำลังดี รสชาติแบบนี้ มันช่างเกินห้ามใจจริง ๆ เขาตักกินคำใหญ่ เข้าไปทีละคำอย่างรวดเร็ว

"ท่าทางคุณจะหิวมากเลยนะ อร่อยใช่ไหมล่ะ ฉันบอกแล้วว่าไม่ได้โม้ นี่ ๆ คุณใจเย็น ๆ อย่ากินเร็วนักสิโจ๊กมันร้อน เดี๋ยวก็ลวกปากคอพองหมดกันพอดี"

"เอ่อ…อร่อยมากเลยครับ ขอเติมอีกได้ไหมครับ"

เหลียนฟ่งกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ เป็นไงล่ะเจอฝีมือแม่เข้าไป อร่อยจนแทบกลืนลิ้นเลยใช่ไหม เธอหันไปหยิบชามใบใหญ่มาตักให้เขาจนเต็มชาม

ฉินฟ่านเหมือนคนหิวโซ ที่อดอาหารมาสองสามวัน เขาจ้วงตักโจ๊ก กินจนหมดอย่างรวดเร็ว "ขออีกครับ"

"ขออีกครับ"

"ขออีกครับ"

"ขออีกครับ"

เหลียนฟ่งตักให้ไปห้าชาม แล้วโจ๊กก็ถูกกินจนหมดหม้อ

"ขออีกครับ"

"หมดหม้อแล้วค่ะ ถ้าคุณยังไม่อิ่ม กินน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ของป้าหลี่ปากซอยต่อก็แล้วกันค่ะ แต่ถ้ากินไม่อิ่มจริง ๆ กินฉันต่อดีไหมคะ" เสียงของเธอราบเรียบเป็นธรรมชาติ

แต่สายตาหวานเชื่อมของเธอ เล่นทำเอาเขาใจสั่น ทั้งสองต่างประสานสายตากัน ราวกับมีประกายสายฟ้าแลบแปลบปลาบจากดวงตาทั้งคู่ 

"ความจริงแล้วไม่ได้อยากจะโม้หรอกนะ โจ๊กหม้อนี้น่ะ แค่อาหารปลายแถวของฉันเท่านั้น เพราะว่าไม้ตายสูตรลับประจำตระกูลของฉัน คือขาหมูน้ำแดงต่างหากละ แม้คุณได้ชิมไปเพียงคำเดียวก็ตาม ฉันรับรองได้เลยว่าคุณจะติดใจ เพราะมันเด็ดดวงกว่ามิชลินสามดาวซะอีกค่ะ"

"แค่ได้ยินก็ชวนให้น้ำลายไหลแล้ว ทำพรุ่งนี้เลยได้ไหมครับ คุณใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง เดี๋ยวผมไปจ่ายตลาดให้เอง" ฉินฟ่านเลียริมฝีปากแสดงสีหน้ามุ่งหวังที่จะได้ลิ้มลองอย่างเต็มที่ โจ๊กเห็ดหอมยังอร่อยซะขนาดนี้ แล้วไม้ตายของอาฟ่งจะเลิศรสสักขนาดไหน แค่คิดน้ำลายก็แทบจะหยาดหยดลงมาแล้ว

"ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ค่ะ ไม้ตายสูตรลับนี้ มีไว้สำหรับคนที่จะเป็นลูกเขยบ้านนี้เท่านั้นค่ะ ว่าไงคะ พวกเรากราบไหว้ฟ้าดิน เข้าห้องหอกันคืนนี้เลยดีไหมคะ ฉันจะได้ทำให้คุณทาน"

"โธ่...อย่าอำผมเล่นสิครับ" ฉินฟ่านโอดครวญ

"ใครล้อเล่นกันคะ ฉันพูดจริงจังนะคะ" แววตาเจ้าเล่ห์ของอาฟ่งฉายแววปิ๊ง ๆ ปากก็พูดจาหลอกล่อฉินฟ่านให้ตกปากรับคำ ฉินฟ่านได้แต่ทำหน้าเสียดายที่ต้องอดกินของอร่อย พร้อมเกาหัวตัวเองแกรก ๆ 

เหลียนฟ่งเล่นรุกหนักซะจนเขาตั้งรับกระบวนท่าไม่ทัน ไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอพูดมา มันจริงหรือหลอก เหลียนฟ่งราวกับนักมวยเจนสนาม เธอออกหมัดแย็บหนึ่งสองใส่เขา แล้วก็ถอยฉากออกมา เพราะกลัวว่าถ้ารุกหนักเกินไป อาจจะทำให้เขาตกใจกลัวจนเผ่นหนีเธอ เธอจึงแกล้งถามเรื่องอื่นพร้อมกับเทนมรสช็อกโกแลตให้เขา

"นี่บ้านคุณอยู่ที่ไหนเหรอคะ"

"บ้านเหรอ เฮ้อพูดไปแล้วเรื่องมันเศร้า ผมจำได้แค่ชื่อของตัวเองเท่านั้น แต่จำไม่ได้ว่าบ้านอยู่ที่ไหน พ่อแม่เป็นใคร ครอบครัวมีกี่คน ทำงานอะไรหรือเรียนอยู่ที่ไหน มีแฟนหรือเปล่า จำอะไรไม่ได้สักอย่าง มือถือกับกระเป๋าเงิน ที่ใส่บัตรประชาชนก็หาย คงเป็นเพราะลื่นล้มหัวฟาดพื้นจนสลบไป อาจจะมีคนผ่านมาเจอผมนอนสลบอยู่แล้วขโมยของไปหมด ตื่นขึ้นมาก็พอดีเจอคุณนี่แหละ"

ฉินฟ่านได้แต่แต่งเรื่องขึ้นมา เพราะไม่รู้จะอธิบายเรื่องเกิดใหม่ในโลกคู่ขนานใบนี้ยังไง พอเหลียนฟ่งได้ยิน ก็รู้สึกสงสารเขา ดูไปเขาก็คงไม่ใช่คนเลวโฉดชั่วอะไรหรอกนะ ถึงตอนนี้เขาจะไม่มีเงินก็ไม่เป็นไร เพราะเธอปิ๊งไอเดียเลิศหรู ในการปั๊มเงินจากตัวเขาขึ้นมาแล้ว 

หากตอนนี้ปล่อยเขาจากไป อาจจะไม่ได้เจอกันอีกเลยก็เป็นได้ แผนปั๊มเงินของเธอคงพินาศย่อยยับกันพอดี

"ตอนนี้คุณคงไม่มีที่ไปใช่ไหม ถ้าคุณไม่รังเกียจว่ามันคับแคบ บ้านของฉันยังมีห้องว่างอยู่ที่ชั้นดาดฟ้า มีที่นอนหมอนมุ้งครบชุด คุณอยู่ได้นะ อาหารพร้อมสามมื้อ ค่าเช่าแค่หนึ่งพันห้าร้อยหยวน แต่เห็นว่าเราสนิทกัน คิดแค่หนึ่งพันหยวนก็แล้วกัน คุณมีเงินติดตัวหรือเปล่า อ้อ กระเป๋าเงินคุณหายนี่นา ถ้าไม่มีก็รอให้คุณหาเงินได้ค่อยจ่ายก็แล้วกัน" 

"เอ่อ...ไปให้หมอตรวจอาการคุณสักหน่อยดีไหม เดี๋ยวมีเลือดคั่งในสมองแล้วจะยุ่งกันใหญ่ เอาไว้วันไหนว่าง ๆ จะพาคุณเที่ยวชมเมืองเอง เผื่อคุณจะนึกอะไรออกบ้าง ตอนนี้คุณควรทำใจให้สบาย ๆ เรื่องครอบครัวของคุณ เดี๋ยวเราค่อย ๆ สืบหากันก็ได้ค่ะ"

เหลียนฟ่งเริ่มฉายแววลีลามั่วนิ่ม ทั้งสองคนเจอหน้ากันยังไม่ถึงชั่วโมง ถึงกับโมเมลากความสัมพันธ์ มาเป็นสนิทสนมกันซะแล้ว นี่ถ้าเวลาล่วงเลยไปถึงตอนค่ำ เผลอ ๆ ความสัมพันธ์ อาจเลยเถิดเปลี่ยนไปถึงขั้นนั้นกันก็ได้

ฉินฟ่านตกลงเช่าห้องทันที เพราะตอนนี้เขาเองก็ยังไม่มีที่ไป แถมยังมีของอร่อยให้กิน ได้อยู่บ้านเดียวกับสาวสวยก็ไม่เลว หลังจากนั้นเขาก็บอกเธอว่า เอาไว้วันหลังเขาจะไปโรงพยาบาลเอง 

เหลียนฟ่งจึงเดินพาเขาไปส่งที่ห้อง ทั้งคู่เดินขึ้นบันไดไปที่ดาดฟ้า ซึ่งมีห้องเล็ก ๆ อยู่ห้องหนึ่ง พื้นที่ที่เหลือเป็นลานกว้างไว้สำหรับตากเสื้อผ้า สายตาของทั้งคู่ต่างมองเห็นเสื้อผ้า ที่ตากแขวนบนราวยาวเป็นทิวแถว รวมทั้งยกทรง กางเกงในตัวจิ๋วหลากหลายสี 

เอ๊ะ…มีจีสตริงด้วย โอ้ออกแนวลายเสือดาวแบบเซ็กซี่ก็มี เหลียนฟ่งอายจนต้องวิ่งไปเก็บชุดฉันในใส่ตะกร้าเป็นพัลวัน ใช่แล้ว เป็นสาวเป็นแส้ จะมาให้ผู้ชายเห็นความเป็นส่วนตัวง่าย ๆ ได้ยังไง 

หลังจากนั้นเธอก็ส่งกุญแจห้องให้เขา แล้วบอกว่าจะออกไปซื้อเสื้อผ้าสองสามชุดมาให้เขาใช้ไปก่อนอย่างมีน้ำใจ แล้วเธอก็รีบวิ่งแจ้นจากไปแบบอาย ๆ ราวกับกำลังหนีเจ้าหนี้เงินกู้ดอกเบี้ยโหด

พอเธอจากไป เขาก็ปิดประตูลงกลอนก่อนเริ่มกวาดตามองรอบ ๆ ห้อง เขาลองเอานิ้วชี้รูดตามที่ต่าง ๆ ดู ทั้งบนโต๊ะ เตียงสะอาดสะอ้านไม่มีฝุ่นเกาะ ข้าวของเครื่องใช้ก็มีพร้อมอย่างครบครัน ห้องน้ำก็ขัดถูจนสะอาด อากาศถ่ายเทได้สะดวก 

แสดงว่าเหลียนฟ่งเป็นคนรักความสะอาด นับได้ว่าเธอเป็นแม่บ้านแม่เรือนที่ดีจริง ๆ เขาอาบน้ำเสร็จ ก็ล้มตัวลงนอนเล่นบนเตียงหนานุ่มอยู่พักหนึ่ง เพื่อคลายความเมื่อยล้า 

แล้วก็เอาของขวัญที่เหล่าเทพให้ออกมาดู พอเห็นยาวิเศษที่ชื่อคางคกเพลิงเลือดมรกต มันเป็นคางคกขนาดตัวเล็กจิ๋ว เท่าปลายนิ้วก้อยสีแดงเพลิง 

เขาก็นั่งขัดสมาธิลง โดยไม่มีการลังเลใจ เขากลืนคางคกจากแดนสวรรค์ลงไปทันที โดยไม่ต้องคิดว่าจะมีผลดีหรือผลร้ายอะไร เขาเคยผ่านความเป็นความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ยังมีอะไรต้องหวาดกลัว ประสบการณ์ที่ผ่านมามันส่งผลให้จิตใจของเขานิ่งขึ้นมาก 

หนึ่งนาทีผ่านไปร่างกายก็ยังรู้สึกเฉย ๆ เอ๊ะหรือว่าจะเป็นยาปลอม ก็ไม่น่าจะใช่ พอครบสามนาทีจุดตันเถียนที่ท้องน้อย เริ่มร้อนระอุขึ้นทีละน้อย มีความรู้สึกว่า ความร้อนนี้คล้ายลูกหนูตัวเล็ก ๆ ที่เริ่มวิ่งชอนไชซุกซนไปทั่วร่างกาย 

 เวลาผ่านไปเพียงแค่ห้านาที ตอนนี้ยิ่งเวลาผ่านไปนานก็ยิ่งรู้สึกร้อนระอุ แทบทนทานไม่ไหว เหงื่อกาฬไหลนองท่วมตัว 

ตอนนี้ความรู้สึกราวกับว่าเส้นเลือดทั่วร่างของเขา กำลังร้อนจนแทบเดือด จนต้องนอนดิ้นลงไปบนพื้น อย่างทุรนทุรายด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ลำตัวของเขากระตุกเกร็งด้วยความเจ็บปวด เสียงแผดร้องดังก้องไปทั่วห้อง

ในที่สุดเส้นลมปราณถูกทะลวงจนปรุโปร่ง กระดูกข้อต่อทั่วร่างคล้ายกับมีการเปลี่ยนแปลง จนเกิดเสียงดังลั่นเกรียวกราวดุจประทัดแตก ลมปราณรูปเกลียวพุ่งทะลวง หมุนเวียนไปทั่วร่างสี่สิบเก้ารอบ ดั่งสายน้ำตกโกรกกระแทก โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่า เวลาผ่านล่วงเลยไปนานเท่าไรแล้ว ฉินฟ่านค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา พร้อมกับระบายลมหายใจที่เป็นควันขาวพวยพุ่งออกมาทางปาก 

เขารู้สึกเบาสบายไปทั่วร่างอย่างบอกไม่ถูก นี่คงเป็นการเปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูกกระมัง เขาจมดิ่งอยู่กับความอิ่มเอมใจเนิ่นนาน

อืม แล้วมีดสั้นอัคคีกรีดฟ้า จะเอามันออกมาใช้ได้ยังไงกันนะ บัดซบจริง ๆ ดันลืมถามวิธีใช้จากท่านพญายมซะด้วยสิ 

เขาลองเอานิ้วมือถูที่ตัวแมงป่องแดงเบา ๆ เหมือนอะลาดินถูตะเกียงวิเศษ แต่ดูท่าใช้วิธีนี้ก็ยังไม่ได้ผล มีดสั้นยังคงไม่ยอมออกมา จึงเปลี่ยนวิธีเป็นลองกระซิบเบา ๆ ว่า "มีดเอ๋ยจงออกมา"

"ออกมาหน่อยเถอะมีดจ๋า"

"ออกมาสิวะไอ้มีดบ้า"

"โธ่เว้ย ไอ้มีดเส็งเคร็ง"

เขาลองทำท่าทางต่าง ๆ แต่ว่ามีดก็ยังไม่ยอมออกมา คราวนี้เขาลองชี้นิ้วขึ้นฟ้าบ้าง ชี้นิ้วลงดินบ้าง แต่ก็ยังไม่ได้ผล เผอิญนึกขึ้นมาได้ว่า ถ้าจะใช้แหวนมิติต้องสำรวมจิตเพ่งสมาธิ เขาจึงค่อย ๆ สำรวมจิตทันที ลองใช้วิธินี้ดูอาจจะได้ผลก็ได้ 

ฟิ้งงงงง

รอยสักแมงป่องแดงบนหลังมือซ้ายพลันหายไป มีดสั้นอัคคีกรีดฟ้าพลันปรากฏขึ้นระหว่างซอกนิ้วชี้นิ้วกลางอย่างน่าอัศจรรย์ 

"ฮ่า ๆ ทำได้แล้วโว้ย โคตรเจ๋งเลยมันต้องอย่างนี้สิวะไม่เลว ๆ ตอนนี้เรียกมีดออกมาได้แล้ว เอาล่ะ มา ๆ ขอลองขว้างมีดดูสักหน่อยก็แล้วกันว่า จะร้ายกาจสักแค่ไหน"

เขาสะบัดนิ้ว ซัดมีดออกไปด้วยพลังลมปราณ มันถึงกับพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ประดุจดาวตกสีแดง ทะลุบานประตูไม้ ทะลุเสาเหล็กสี่เหลี่ยมที่มีหน้ากว้างสี่นิ้วของหลังคาดาดฟ้า ทะลุลำตัวนกกระจอกที่บินผ่านมา ทะลุป้ายร้านค้าของชำ 

ด้วยความตกใจกลัวว่ามีดจะลอยหายไปไกล จิตพลันสั่งให้มันวกกลับมา แล้วมันก็วกกลับมาอย่างรวดเร็วสมใจนึก แต่ว่า…ไอ้บ้าเอ๊ย นี่มันมาเร็วเกินไปแล้วโว้ย 

"เวรแล้วไง"

เขาสบถเสียงดัง แล้วกระโดดหลบไปซ้ายที หลบมาขวาทีราวกับเป็นลิง เพราะกลัวว่าประเดี๋ยวจะหลบไม่ทัน มันจะพุ่งมาทะลุคอหอยของเขา เพิ่งจะฟื้นคืนชีพมาได้ไม่กี่ชั่วโมง ถ้าต้องมาตายแบบนี้อีก คงตายตาไม่หลับแน่ ๆ 

ซึ่งยังโชคดีที่มันกลับมาอย่างสงบนิ่ง อยู่ในซอกนิ้วอีกครั้งดั่งความฝัน ภาพนี้หากมีครูมวยปรมาจารย์วิชาบู๊มาเห็นเข้า คงต้องตกตะลึงจนปากอ้าตาค้าง เพราะว่านี่คือภาพลมปราณมีดบินฉบับจูเนียร์ 

 ในความเป็นจริงแล้วในยุคที่มีรถไฟฟ้าใต้ดิน มีนักบินขึ้นยานอวกาศไปสำรวจดวงจันทร์ มีการพัฒนาระบบเอไอ มีแอพเถาเป่า จะไปเสาะหายอดฝีมือที่มีวรยุทธล้ำเลิศแบบนี้ได้จากที่ใด

ฉินฟ่านเก็บมีดสั้นกลับคืนในรูปของรอยสักแมงป่องแดง พร้อมยกยิ้มมุมปากด้วยความพึงพอใจ เขาดึงตำราสมุนไพรเสริมความงามออกมาพลิกดู ในนั้นมีสูตรบำรุงความงามมากมาย 

ส่วนตำราฝ่ามือมุทราเก้ากระบวนท่า ไม่รู้ว่าจะล้ำลึกมากแค่ไหน เขาเก็บตำราทั้งหมดไว้ในแหวนมิติ คิดในใจว่าเดี๋ยวว่าง ๆ ค่อยเอาออกมาศึกษา

 เขาควรจะมีเงินติดกระเป๋าสักหน่อย เวลาใช้จ่ายหรือว่าไปไหนมาไหน มันถึงจะสะดวก 

หลังจากนั้นไม่นานแววตาแข็งกร้าวที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของฉินฟ่านก็จับจ้องไปยังเรือนร่างที่ขาวผ่องเบื้องหน้า ลมหายใจของเขาเริ่มถี่ด้วยความตื่นเต้น

"มามะ แม่สาวน้อยหยวน ๆ หน่อยน่า แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว"

"นี่…พูดดี ๆ ด้วยแล้วนะ เฮอะ ๆ อย่าให้ลูกพี่ต้องใช้กำลังจะดีกว่า"

"รับรองเลยว่าฉันจะอ่อนโยนนุ่มนวลกับเธอ ฉันไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำอะไรหรอกนะ" เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงเมินเฉยไม่ยินยอม ฉินฟ่านได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่

ฉินฟ่านเห็นว่าการหว่านล้อมไม่ได้ผล จึงปั้นหน้าดุย่างสามขุมเดินเข้าไป "ได้สุราคารวะไม่ยอมดื่ม ชอบดื่มสุราจับกรอก เธอจะมาหาว่าฉันใจร้ายไม่ได้นะ"

เขาถลกแขนเสื้อขึ้น แล้วขยับคอไปมา หักข้อนิ้วมือจนเสียงดังกรอบแกรบ ดวงตาจ้องเขม็งไปยังแม่ไก่สีขาว ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า "เฮอะ ๆ จะหนีไปไหน คิดว่าจะหนีพ้นอุ้งมือมารของฉันไปได้เหรอ ฮ่าๆ"

เขาสาละวนวิ่งไล่จับอลิซาเบธแม่ไก่ขนสีขาวที่ออกไข่เป็นทองคำได้ 

กระต๊าก กระต๊าก

"คิดว่าจะหนีพ้นงั้นเหรอ"

ทั้งเสียงไก่เสียงคนเอะอะเจี๊ยวจ๊าวดังลั่นห้อง ขนไก่หลุดปลิวลอยฟุ้งไปในอากาศ ในช่วงกระพือปีก แม่ไก่อลิซาเบธต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ไปหลบอยู่บนหลังตู้บ้าง มุดเข้าไปซ่อนอยู่ใต้เตียงบ้าง

"อย่าหนีนะ มาให้จับซะดีๆ" มือของเขาคว้าหมับ ไปที่คอแม่ไก่อย่างแม่นยำ

"ฮี่ ๆ จับได้แล้ว ออกไข่มาให้ซะดี ๆ ตอนนี้ฉันกำลังร้อนเงิน ถ้าขัดขืนระวังจะกลายเป็นไก่ย่าง" 

 "น่าช่วยฉันหน่อยนะ ขอร้องล่ะ แล้วจะซื้ออาหารเม็ดอร่อย ๆ มาฝาก ถ้ายังไม่พอ จะซื้อพ่อไก่หนุ่ม ๆ หล่อ ๆ มาให้ด้วย" 

แก๊ง ๆ 

ฉินฟ่านเอามีดเคาะกับพื้น จนเกิดเสียงดัง

"พูดดี ๆ ไม่ฟัง เดี๋ยวพ่อเชือดซะเลย" หลังจากหว่านล้อม ติดสินบนและข่มขู่ ในที่สุดแม่ไก่สาวก็ใจอ่อนแกมหวาดกลัว

ก๊อง!

ไข่ทองคำหล่นลงที่พื้น ฉินฟ่านยิ้มแฉ่งอย่างร่าเริง รีบหยิบขึ้นมากัดดู มหัศจรรย์จริง ๆ ทองคำแท้ ๆ เลยนะนี่

เขาครุ่นคิดพลางเดินลงไปชั้นล่าง เพื่อไปหาเหลียนฟ่ง 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 66ไม่เจอไม่กลับ (จบภาค 1)

    ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 65 ไม่รู้ไม่ชี้

    ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 64 คู่แค้นพบกันบนทางแคบ

    ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 63 นี่แค่น้ำจิ้ม

    เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 62 ยาหยี

    พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 61 แฮกเกอร์

    แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 60 สาบาน

    หมายเลขสิบสามกลับเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบ ๆ เพียงลำพังซึ่งในตอนนี้ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับฉากอีโรติกที่ชวนตื่นเต้นเร้าใจอยู่จึงไม่มีใครสนใจเขาเขาไปที่เนินดินหลังห้องส้วม บริเวณนี้ผู้คนไม่ค่อยสัญจรผ่านไปมาเพราะรังเกียจความเหม็น เขาใช้มือขุดดินทรายจนเป็นหลุม แล้วก็เจอเป้ทหารใบหนึ่งที่ถูกฝัง

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 59 แม่ขอโทษ

    “สวัสดีครับแม่”“อ้าว อาเจี้ยนมาแต่เช้าเชียว”กวนอิมเผ็ดยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดูตอนนี้เธอถือว่าลู่เจี้ยนเป็นลูกชายคนหนึ่งเช่นเดียวกัน“พี่ใหญ่มาหาฉันแต่เช้าเลย มีธุระอะไรรึเปล่าฮ๊า”ซีเหมินคังยิ้มร่าเดินนวยนาดเข้ามาหา

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 58 แม่ผัวตัวแสบ

    นับแต่โบราณกาลมีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าแม่ผัวกับลูกสะใภ้ยากที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติ เปรียบเสมือนน้ำกับไฟเหมือนหมากับแมว สุดแท้แต่ผู้คนจะเปรียบเปรยในสมัยก่อนฮูหยินผู้เฒ่าปกครองหลังบ้านมือเดียวค้ำฟ้า มีอำนาจเบ็ดเสร็จลูกสะใภ้คนไหนไม่ถูกใจจะสั่งเฆี่ยนตีหรือตบจนฟันหลุดร่วงออกจากปากก็ไม่มีใครกล้าหือเผลอ ๆ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 57 อย่างนี้ต้องตีให้ตาย

    ตอนที่ฉินฟ่านกำลังปลอบเธอก็มีคุณยายรูปร่างเล็กบอบบางคนหนึ่งที่เดินเหินแทบจะไม่ไหวมาเกาะแขนของเขา“พ่อหนุ่มช่วยหลานสาวตัวน้อยของยายด้วยเถอะคิดซะว่าเอาบุญเถอะนะยายขอร้องล่ะ เธอติดอยู่บนห้องนอนชั้นสามของตึกนั้นยังไม่มีใครช่วยลงมาเลย”เขาหันไปมองกวนอิมเผ็ด เป็นเชิงขอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status