Share

บทที่ 3 ลุคใหม่

last update publish date: 2025-12-22 03:11:51

ทันใดนั้นเองกระจกบานใหญ่สูงเท่าตัวคน ก็ถูกเทพสามตาเนรมิตขึ้นมาอยู่เบื้องหน้าของเขา ฉินฟ่านมองคนที่อยู่ในกระจกอย่างเหลือเชื่อ เขาหยิกแก้มตัวเองแถมยังลองตบดูเบา ๆ มันเจ็บจริง ๆ ด้วย

นี่คือเขาจริง ๆ เหรอ แขาไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ร่างโปร่งแสงเมื่อครู่ ตอนนี้ได้กลายเป็นเรือนร่างเลือดเนื้อเหมือนคนปกติ ส่วนภาพที่เห็นในกระจกนั่นคือ ภาพของชายหนุ่มอายุประมาณสิบเก้าปี สูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร 

ดวงตามีเสน่ห์เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังอย่างประหลาด คิ้วเข้มชี้เฉียงราวกับกระบี่ จมูกโด่งเป็นสัน รูปหน้าคมคาย ผมหยักศกนิด ๆ ผิวขาวสะอาดดูดีมีออร่ากระจ่างใส หล่อลากไส้แบบวัวตายควายล้มเลยทีเดียว ลำตัวอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง จนรวมกันเป็นเส้นสายเรือนร่างที่งดงาม ขาที่เคยเป๋ก็หายดีดังเดิม 

โอ้โหแม้แต่สิ่งที่อยู่กลางลำตัวของเขา มันก็…ใหญ่ขึ้นและยาวขึ้นเท่าไรนะ 

อืม เอาเป็นว่าใกล้ถึงหลักสิบเลยแล้วกัน

เทพธิดาฉางเอ๋อทนเห็นฉากเปลือยสุดระทึกขวัญนี้ไม่ไหว จึงเสกเสื้อผ้ารองเท้าให้ฉินฟ่านชุดหนึ่ง

"ฉินฟ่านเจ้านี่ช่างโชคดีจริง ๆ ถึงหน้าตาของเจ้าเทพสามตาจะไม่ดีเท่าข้า แต่เขาถึงกับใจป้ำ มอบร่างเอ็นทองแดงกระดูกเหล็กนี้ให้กับเจ้า เจ้ารู้ไหมร่างนี้น่ะตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ฟันแทงไม่เข้า เขาคงจะถูกชะตากับเจ้ามาก เพราะเทพพิรุณเคยอ้อนวอนขอร่างนี้กับเขา เขายังไม่ยอมมอบให้เลย จุ๊ ๆ ไม่เบาเลยทีเดียว" 

"อ้อต่อไปก็ถึงตาข้าสินะ เจ้ารอสักครู่ เดี๋ยวข้าจะเอาของรักของหวงของข้าให้" ไฉ่ซิงเอี๊ยบรรยายอย่างละเอียดแบบน้ำไหลไฟดับ พร้อมกับจิกกัดเทพสามตานิด ๆ ส่วนมือขวาก็ล้วงของออกมาจากในอกเสื้อออกมา มีทั้งคัมภีร์สี่สิบสองปรมัตถ์ แจกันหยกขาวสีน้ำข้าวสมัยราชวงศ์หมิง หยกอันเลื่องชื่อสะท้านไปทั่วแผ่นดินในสมัยชุนชิวจั้นกั๋ว กระโถนปัสสาวะของฮ่องเต้หลี่ซื่อหมิ่น โลงศพหยกโลหิตของกษัตริย์หยวนและของอื่น ๆ อีก จนสิ่งของหลากหลายกองอยู่ที่พื้น สูงเป็นพะเนินเทินทึก ถ้านำไปขายในตลาดมืดคงได้เงินหลายหมื่นล้านหยวน

"ฮ่า ๆ เจอแล้ว เอ้าข้าให้" ไฉ่ซิงเอี๊ยหัวเราะร่า แต่แววตาดูจริงใจพร้อมยื่นแม่ไก่ขนสีขาว ที่ทั้งอวบทั้งอ้วนให้ฉินฟ่านตัวหนึ่ง 

"กะต๊าก กะต๊าก" แม่ไก่ตีปีกอย่างกระตือรือร้นทำให้ฉินฟ่านต้องค่อย ๆ ยื่นมือที่สั่นระริกไปรับไก่มา นี่จะให้เขาเอาไก่ไปต้มซุปกินบำรุง หรือว่าจะให้ไปทำไก่ย่างอบสมุนไพรกันแน่

"ข้ารู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ รีบเก็บความคิดนั้น ทิ้งลงถังขยะไปเลย นี่คืออลิซาเบธไก่ตัวโปรดของข้าเชียวนะ ขอบอกไว้ก่อน เจ้าต้องเลี้ยงดูมันให้ดี ๆ ละ อ้อ...ลืมบอกไป มันจะออกไข่ทองคำให้เจ้าวันละหนึ่งฟอง โบราณยังกล่าวไว้ว่า ‘มีเงินจ้างผีโม่แป้งได้’ มันหมายความว่า ถ้าเจ้ามีเงิน เจ้าจะทำได้ทุกอย่างตามใจปรารถนา เพราะฉะนั้นต่อไปเจ้าจะร่ำรวย ใช้ชีวิตได้อย่างหรูหราฟรุ้งฟริ้ง มีสาวงามล้อมหน้าล้อมหลัง"

ของดีเหรอ นี่มันของวิเศษเลยต่างหากล่ะ ต่อไปเขาจะมีเงินใช้ไม่ขาดมือ ฉินฟ่านพอฟังถึงกับยิ้มหน้าบานเป็นกระด้ง 

นี่คือไข่ทองคำเชียวนะ 

เขารีบรับเครื่องพิมพ์ธนบัตรปลอม เอ๊ย...รีบรับแม่ไก่มาเก็บไว้ในแหวนมิติทันที

เทพเสินหนงผลักไฉ่ซิงเอี๊ยให้ไปยืนด้านข้าง "ถอยไป ๆ เหม็นสาบทองคำ ต้องของข้านี่ ตำราเสินหนงฉบับหลักสูตรเร่งรัดที่รวบรวมสรรพความรู้ ทางสมุนไพรการแพทย์และการรักษา"

"เอ้ากินซะ เคี้ยวให้ละเอียดด้วย แล้วความรู้เหล่านี้จะค่อย ๆ เข้าสู่ตัวเจ้า"

หา…ให้กินเจ้าตำรานี่นะ หน้าปกก็ดูกระดำกระด่าง เหมือนมีราดำขึ้นด้วย ถึงจะสงสัย แต่เขาก็รีบยัดตำราเล่มจิ๋วเท่าฝ่ามือเข้าปาก แล้วเคี้ยว เคี้ยว เคี้ยว พอกลืนลงไป รสชาติของมันกลับไม่ได้แย่สักเท่าไร คล้าย ๆ ข้าวเกรียบกุ้งรสปาปริก้าเลยแฮะ แต่เผ็ดไปหน่อย

ทันใดนั้นเขาก็ต้องรู้สึกแปลกใจ ที่ทั่วทั้งร่างกายของเขา จู่ ๆ ก็มีแสงสีทองสาดส่องออกมาทุกอณู แล้วตัวอักษรจีนตัวเล็ก ๆ ก็ค่อย ๆ ผุดขึ้นมาทั่วร่างกายเต็มไปหมด ทั้งใบหน้า ลำคอ แขนขา แล้วรายชื่อสมุนไพรตั้งมากมายก่ายกอง รูปร่างหน้าตาของมัน แต่ละชนิดใช้รักษาอย่างไร ก็ค่อย ๆ ถูกดูดซึมสู่สมองของเขา

ทำไมเขาจึงรู้จักมันกระจ่างดุจนิ้วบนฝ่ามือของตัวเองแบบนี้ละ เพียงสิบอึดใจตัวอักษรจีนเหล่านั้น ก็ซึมลงไปในผิวหนังเลือนหายไปหมด

"ดีมาก ตอนนี้เจ้าเป็นผู้สืบทอดวิชาแพทย์ของข้าแล้ว"

ตือโป๊ยก่ายก็ไม่ยอมน้อยหน้า เดินส่ายพุงอืด ๆ เข้ามา พร้อมยื่นตำราเยิน ๆ ที่ยับยู่ยี่ ราวกับผ่านการใช้งานมาแล้วหลายครั้งให้กับเขาเล่มหนึ่ง "ตำราฝ่ามือมุทราเก้ากระบวนท่าของข้าเล่มนี้ เป็นตำราสุดยอดวรยุทธ์ของสวรรค์ฉันฟ้าระดับสี่ เจ้าต้องเรียนรู้ฝึกฝนด้วยตัวเอง ด้วยความขยันหมั่นเพียร จึงจะสำเร็จยอดวิชา" ตือโป๊ยก่ายยิ้มหน้าเชิด ด้วยสีหน้าท่าทางภาคภูมิใจในตำราเล่มนี้มาก 

พญายมรีบกระแซะเข้ามากระซิบเบา ๆ ข้างหูของตือโป๊ยก่าย "นี่...ท่านหยิบออกมาผิดเล่มแล้ว เล่มนี้มันหนังสือโป๊ ที่ชื่อว่าตำรากามสูตร (ซู่หนี่เมี่ยวลุ่นในสมัยราชวงศ์หมิง) ต่างหากล่ะ"

พอได้ยินตือโป๊ยก่ายถึงกับสะดุ้งเฮือกแถมยังรู้สึกเขินอายจนหน้าแดง แต่ก็พยายามแก้ไขสถานการณ์แบบน้ำขุ่น ๆ "ขออภัย…ข้าหยิบผิดเล่ม เล่มนี้มีไว้เพื่อการศึกษาสรีระร่างกาย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ อะแฮ่ม! ต้องเล่มนี้ต่างหาก ถ้าเจ้าฝึกสำเร็จจะขึ้นถึงระดับปรมาจารย์กังฟูเลยทีเดียว"

"ท่านตือโป๊ยก่าย ท่านนี่ชักจะเลอะเลือนไปใหญ่แล้ว กว่าฉินฟ่านจะฝึกสำเร็จ อายุคงปาเข้าไปแปดเก้าสิบปีแล้วล่ะมั้ง" 

"แต่ว่าถ้าเขาได้กินคางคกเพลิงเลือดมรกตของข้าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เฮอะ รับรองว่าสมองของเขาจะซึมซับความรู้ทุกอย่างเหมือนฟองน้ำ เร็วกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า แถมยังช่วยเปลี่ยนเส้นเอ็น ชำระไขกระดูก ส่งผลให้มีพลังภายในสามสิบปีในทันที"

ไท่ซ่างเหล่าจวินยื่นกล่องยาเล็ก ๆ สีดำให้ฉินฟ่าน ท่านผู้เฒ่าเป็นนักปรุงยาเล่นแร่แปรธาตุ ฝีมือไร้เทียมทานเป็นหนึ่งไม่มีสอง ดังนั้นยาวิเศษนี้ต้องเป็นของชั้นยอดอย่างแน่นอน

เทพธิดาฉางเอ๋อยกยิ้มที่มุมปากด้วยความพึงพอใจที่เหล่าเทพทั้งหลายยอมแคะกระปุกให้ของดีกับฉินฟ่าน แต่พอกวาดสายตาไป เห็นท่านพญายมที่กำลังหลบอยู่หลังเสา แกล้งทำเซ่อไม่ยอมควักของกำนัลเหมือนคนอื่น นางจึงไม่ยอมชักช้าแซะพญายมทันที

"ทุกคนก็ให้ของขวัญฉินฟ่านกันหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแต่ท่านพญายมเท่านั้น พอดีข้าได้ยินมาว่าในตำหนักอันวิจิตรงดงามของท่าน มีมีดสั้นผุ ๆ ขึ้นสนิมไว้รองขาโต๊ะอยู่เล่มหนึ่ง มันชื่ออะไรนะ อ้อ...ใช่แล้วชื่อว่าอัคคีกรีดฟ้า ท่านก็ยกให้เขาไปเถอะ ถือซะว่าให้เป็นสินไหมทดแทน ที่สร้างความลำบากให้กับเขา" เมื่อช่วยแล้วก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด เทพธิดาฉางเอ๋อคิดในใจ

พญายมพอได้ยินก็แทบจะกระอักเลือดออกมา อัคคีกรีดฟ้าเล่มนี้ จัดได้ว่าเป็นเทพศาสตราวุธวิเศษระดับสามที่เขาหวงแหนยิ่งนัก 

ใบมีดตีขึ้นจากเหล็กภูเขาไฟ ใช้เวลาในการจัดสร้างถึงสองร้อยปี ยามกระทบแสงตะวันจะทอประกายสีแดงจาง ๆ ใบมีดใสดุจแก้วผลึกสีแดง ความกว้างขนาดนิ้วชี้ ความยาวขนาดหนึ่งฝ่ามือ รูปทรงใบหลิวบางเบาราวกับปีกจักจั่น แต่คมกล้าสุด ๆ แต่เพื่อไม่ให้เรื่องฉินฟ่านถูกเปิดโปงไปถึงแดนสวรรค์ให้อับอายขายขี้หน้า เขาได้แต่กัดฟันกลืนเลือดรับปาก "ตกลง ส่วนอายุขัยใหม่ของเขาคือห้าสิบปี"

"หืม ท่านว่าอะไรนะข้าได้ยินไม่ค่อยชัด" ซุนหงอคงเอากระบองวิเศษที่เดิมทีเป็นเสาค้ำสมุทรทะเลตงไห่ แต่หดเล็กลงสั้นเท่าไม้จิ้มฟัน แคะหูยิก ๆ 

"เอ่อ งั้นเจ็ดสิบปี"

"ไม่ได้" ซุนหงอคงส่ายหน้าเบา ๆ เกาหูเกาคางด้วยความคัน ยิ่งเกาก็ยิ่งมันส์ในอารมณ์

พญายมเห็นท่าทีเฉยชาของซุนหงอคงได้แต่กัดฟันกรอด ถือว่าแพ้ทางกันก็ได้วะ

"ได้ ถือว่าเห็นแก่หน้าพวกท่าน อายุขัยแปดสิบปีขาดตัว ห้ามใครต่อรองอีกเด็ดขาด อ้อเจ้าหนุ่ม มีดสั้นอัคคีกรีดฟ้าเล่มนี้จัดเป็นเทพศาสตราวุธที่ซัดออกไปด้วยจิตสำนึก และสามารถเรียกมันกลับมาได้ดั่งใจหวัง แต่มันดูดกลืนพลังลมปราณมหาศาลเป็นอาหาร เพราะฉะนั้นเจ้าจะซัดมันได้แค่วันละครั้งเท่านั้น จำเอาไว้ให้ดี รับไว้"

พญายมใช้สองนิ้วคีบรอยสักแมงป่องแดงบนหัว แล้วขว้างออกไปอย่างรวดเร็ว แสงสีแดงดุจโลหิตพุ่งไปกระทบหลังมือซ้ายของฉินฟ่าน ทันใดนั้นหลังมือของฉินฟ่าน ก็สะท้านวูบวาบราวถูกไฟฟ้าช็อต ปวดแสบปวดร้อนสุดบรรยาย แล้วก็ปรากฏรอยสักรูปแมงป่องแดงขึ้นมาบนหลังมือซ้าย 

หรือว่ารอยสักนี้ก็คือมีดสั้นอัคคีกรีดฟ้า

"ฉินฟ่านขอขอบพระคุณในทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกท่านเมตตาประทานให้ ฉินฟ่านจะไม่มีวันลืมเลือนพระคุณโดยเด็ดขาด"

"เอาล่ะ ให้ข้าส่งเจ้าเดินทางเองก็แล้วกัน สูดลมหายใจลึก ๆ แล้วอย่าลืมกัดฟันแน่น ๆ ด้วยล่ะ ข้าจะนับถึงสามนะ" เทพสามตาจอมซาดิสท์แสยะรอยยิ้มเดินเข้าหาเขา

"เดี๋ยว ๆ เดี๋ยวก่อนสิท่าน นี่ข้าต้องกัดฟันอีกแล้วเหรอ ขอให้ข้าทำใจก่อน" ฉินฟ่านเหงื่อแตกพลั่กขนลุกขนชันขึ้นมาทันที

"หนึ่ง"

เทพสามตากระโดดลอยตัว แล้วหมุนตัวครึ่งรอบก่อนสะบัดเท้าเตะ ด้วยท่าจระเข้ฟาดหางเข้าที่แก้มขวา จนตัวของฉินฟ่าน กระเด็น ลอยผ่านช่องว่างระหว่างมิติมากมาย คลื่นลำแสงวูบวาบ ทั้งม่านหมอกหลากหลายสีสัน ผ่านตัวเขาไปอย่างต่อเนื่อง แล้วทุกอย่างก็ดูเหมือนจะดับวูบลง

จิ๊บ ๆ จิ๊บ ๆ 

เสียงนกกระจิบร้องส่งเสียงแข่งกัน แสงอาทิตย์อุ่น ๆ ในยามเช้าลอดผ่านม่านกิ่งก้านใบไม้ใหญ่ พื้นหญ้าที่หนานุ่ม กลิ่นหญ้ากลิ่นอากาศที่สดชื่น อา...ความรู้สึกอบอุ่นกายสบายใจแบบนี้มันช่างดีจริง ๆ 

ฉินฟ่านค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาช้า ๆ กลิ่นหอมสดชื่นของต้นไม้ใบหญ้า ลอยมากระทบจมูก เขารู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนกับความฝันตื่นหนึ่ง เขายังคงนอนนิ่งในท่าเดิมบนพื้นหญ้า คล้ายดั่งกลัวว่า หากขยับเขยื้อนเพียงเล็กน้อย ความฝันอันเพริศแพร้วนี้ จะมลายกลายเป็นหมอกควันจางหายไป จนต้องกลับไปเป็นยาจกอย่างเดิม 

เขานอนแช่อยู่อย่างนั้นราวห้านาที ก่อนค่อย ๆ รวบรวมสติขึ้นมาอีกครั้ง เขาลองหยิกแก้มของตัวเอง เจ็บแฮะ! พลางขยับนิ้วมือ ลูบคลำตามร่างกายดู ลองตบหน้าตัวเองเบา ๆ ก็พบว่าเขาไม่ได้ฝันไป 

เรือนร่างเลือดเนื้อของตัวตนใหม่ปกติดีทุกอย่าง เขากลับมายังโลกมนุษย์อีกครั้ง

แล้วใช่ไหม ถึงจะเป็นโลกคู่ขนาน ที่ไม่เคยรู้จักคุ้นเคยก็ช่างเถอะ

"หึ ๆ ฮ่า ๆ ในที่สุดก็กลับมาแล้วโว้ย กลับมาแล้วววว" ฉินฟ่านระเบิดเสียงหัวเราะ ตะโกนก้องด้วยอารามดีใจ จนฝูงนกใหญ่น้อยพากันแตกตื่นตกใจ ต่างบินหนีไปไกล

ทว่าเขาก็ดีใจได้ไม่นานนัก "น้ำอะไรอุ่น ๆ วะ เจ้าหมาตัวนี้มาจากไหนเนี่ย เดี๋ยวพ่อจับมาทำหมาตุ๋นน้ำแดงซะเลย" เขาเผลอหลุดคำสบถออกมา แถมขู่ออกไปด้วยความโมโห เพราะที่ปลายเท้ามีลูกหมาพันธุ์บ็อกเซอร์สีน้ำตาลอ่อน หน้าตาโง่ ๆ ตัวหนึ่ง กำลังยืนยกขาข้างหนึ่ง ฉี่รดใส่ขากางเกงของเขาจนเปียกชุ่ม 

เขากำลังโมโห ตั้งใจจะลุกขึ้นไปเตะเจ้าหมาหน้าตาบู้บี้ให้กระเด็น แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงหวาน ๆ แว่วมา

"ว้าย...แอนโทนี่ลูกแม่ ทำไมไปฉี่ใส่พี่เขาอย่างนั้นล่ะ แบบนี้นิสัยไม่ดี ไม่ทำนะไม่ทำ"

เสียงหวานมาพร้อมกับร่างของสาววัยรุ่น ใบหน้ารูปไข่ หน้าตาน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋ม แก้มมีรอยตกกระบางเบา รวบผมไปข้างหลัง ผูกผมหางม้าด้วยโบสีชมพู ที่แก้มมีลักยิ้ม หน้าตาดูเด็กรูปร่างเล็กผอมบางเหมือนเรียนอยู่ชั้นมัธยม

เธอกระหืดกระหอบวิ่งเข้ามา จนหน้าอกในชุดออกกำลังกายรัดรูปสีขาวกระเพื่อมจนเป็นจังหวะ ชุดนั้นคาดลวดลายที่ไขว้กันไปมาเป็นรูปกราฟิกสีดำ ซึ่งเพียงพอที่จะเพิ่มค่าเสน่หาความงามเย้ายวนใจให้เธออีกหนึ่งส่วน โดยที่ไม่มีชายใดกล้าที่จะละสายตาจากไป

"ขอโทษด้วยค่ะ ฉันจะซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ เป็นการชดใช้ค่าเสียหายให้กับคุณนะคะ ต้องขอโทษด้วยค่ะ"

"ไม่เป็นไรครับ"

เขาลุกขึ้นปัดเศษหญ้าตามตัว เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอ เธอถึงกับเปรยออกมาเบา ๆ ด้วยความตะลึงลานในความหล่อบาดตาบาดใจของเขา 

"เอ่อ หล่อจริงๆ" 

รูปร่างของชายหนุ่มดูสูงโปร่ง ผิวขาวเนียนดูสะอาดตา คิ้วคมเข้ม ดวงตากระจ่างสดใส ดูมีเสน่ห์มนต์ขลัง ชวนให้ลุ่มหลงอย่างบอกไม่ถูก จมูกโด่งเป็นสัน ผมหยักศกเป็นลอนคลื่นเล็ก ๆ ริมฝีปากบาง ๆ สีชมพูน่าจูบ 

เธอถึงกับคร่ำครวญในใจว่า ‘อยากได้’

"ไม่เป็นไรครับ เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น เดี๋ยวล้างน้ำสักหน่อยก็ไม่เป็นไรแล้วครับ" ฉินฟ่านยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก ชวนให้ลุ่มหลงเข้าไปใหญ่ "ขอตัวก่อนนะครับ"

แล้วเขาก็หันหลังเดินไปตามทางหินกรวดน้อยช้า ๆ พลางรู้สึกลังเลในใจ กำลังคิดว่าจะไปที่ไหน หรือจะทำอะไรต่อไปดี เขาไม่รู้เหมือนกันว่า โลกใบเก่ากับโลกใบใหม่จะมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าแบบเงินตรา วัฒนธรรม การปกครองจะเหมือนกันมากน้อยสักแค่ไหน 

บางทีโลกใบใหม่นี้อาจจะมีรถยนต์ลอยได้แล่นสัญจรไปมาอยู่บนท้องฟ้า ผู้คนอาจจะไม่ต้องไปจ่ายตลาดซื้อกับข้าวมาปรุงอาหาร แค่กินอาหารเม็ดแคปซูลก็อยู่ได้แล้ว หรือว่าบางทีหมูของที่นี่อาจจะถูกตัดต่อพันธุกรรม จนตัวใหญ่เท่ากับช้างหรือเปล่านะ

ขณะที่เขากำลังคิดเรื่อยเปื่อย พลางเดินทอดน่องไป สาวน้อยคนนี้มีหรือจะยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ หล่อได้ใจซะขนาดนี้ คงเสียชื่อนักปั้นมือทองแน่ ๆ หากทำหลุดมือ 

ถ้าเธอพาเขาเข้าวงการบันเทิง แสดงละคร ออกงานอีเวนต์ หรือว่าเป็นนักร้องเซ็นสัญญากับค่ายเพลงดัง รับรองว่าเงินทองไหลมาเทมา นับเงินกันจนเมื่อยมือเลยทีเดียว 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 66ไม่เจอไม่กลับ (จบภาค 1)

    ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 65 ไม่รู้ไม่ชี้

    ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 64 คู่แค้นพบกันบนทางแคบ

    ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 63 นี่แค่น้ำจิ้ม

    เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 62 ยาหยี

    พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 61 แฮกเกอร์

    แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 60 สาบาน

    หมายเลขสิบสามกลับเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบ ๆ เพียงลำพังซึ่งในตอนนี้ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับฉากอีโรติกที่ชวนตื่นเต้นเร้าใจอยู่จึงไม่มีใครสนใจเขาเขาไปที่เนินดินหลังห้องส้วม บริเวณนี้ผู้คนไม่ค่อยสัญจรผ่านไปมาเพราะรังเกียจความเหม็น เขาใช้มือขุดดินทรายจนเป็นหลุม แล้วก็เจอเป้ทหารใบหนึ่งที่ถูกฝัง

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 59 แม่ขอโทษ

    “สวัสดีครับแม่”“อ้าว อาเจี้ยนมาแต่เช้าเชียว”กวนอิมเผ็ดยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดูตอนนี้เธอถือว่าลู่เจี้ยนเป็นลูกชายคนหนึ่งเช่นเดียวกัน“พี่ใหญ่มาหาฉันแต่เช้าเลย มีธุระอะไรรึเปล่าฮ๊า”ซีเหมินคังยิ้มร่าเดินนวยนาดเข้ามาหา

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 58 แม่ผัวตัวแสบ

    นับแต่โบราณกาลมีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าแม่ผัวกับลูกสะใภ้ยากที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติ เปรียบเสมือนน้ำกับไฟเหมือนหมากับแมว สุดแท้แต่ผู้คนจะเปรียบเปรยในสมัยก่อนฮูหยินผู้เฒ่าปกครองหลังบ้านมือเดียวค้ำฟ้า มีอำนาจเบ็ดเสร็จลูกสะใภ้คนไหนไม่ถูกใจจะสั่งเฆี่ยนตีหรือตบจนฟันหลุดร่วงออกจากปากก็ไม่มีใครกล้าหือเผลอ ๆ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 57 อย่างนี้ต้องตีให้ตาย

    ตอนที่ฉินฟ่านกำลังปลอบเธอก็มีคุณยายรูปร่างเล็กบอบบางคนหนึ่งที่เดินเหินแทบจะไม่ไหวมาเกาะแขนของเขา“พ่อหนุ่มช่วยหลานสาวตัวน้อยของยายด้วยเถอะคิดซะว่าเอาบุญเถอะนะยายขอร้องล่ะ เธอติดอยู่บนห้องนอนชั้นสามของตึกนั้นยังไม่มีใครช่วยลงมาเลย”เขาหันไปมองกวนอิมเผ็ด เป็นเชิงขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status