LOGIN“แหมคุณชายสามพวกเราก็ได้แต่ทำท่าทำทางเลียนแบบในหนังเท่านั้นเองวิชาแมวสามขาอย่างพวกเรา พูดไปคนอื่นก็หัวเราะเยาะเปล่า ๆ ส่วนชุดนินจากับดาบเก๊ ๆ อะไรพวกนั้นน่ะเราสั่งซื้อมาจาก
ทางออนไลน์ทั้งนั้นแหล่ะค่ะ"
"อื้อว่าแล้วเชียวสาวน้อยน่ารักอย่างพวกเธอจะเป็นนินจาได้ยังไงใครเชื่อก็บ้าแล้วใช่ไหมพี่คัง"
"ฮิ ๆ กุหลาบงามย่อมมีหนามที่แหลมคมอย่าได้ถูกรูปลักษณ์รูปลักษณ์ ที่ดูน่ารักสดใส คิขุอาโน่เนะของพวกเธอบดบังสายตา พวกเธอกัดฟันต่อสู้ เลือดตาแทบกระเด็นในการฝึกฝนวิชานินจามานานหลายปี แม้แต่ผู้น้องเองจะเอาชนะพวกเธอได้รึเปล่า ยังต้องถามสวรรค์ดูก่อนเลยฮ่ะ"
ซีเหมินคังรู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของพวกเธอดีคนที่อยู่ในสายงานแบบนี้ แต่ละคนฝึกโหดมามากขนาดไหนทั้งร่างกายและจิตใจ จะต้องแข็งแกร่งมากซักเพียงใด
"ฮ้า…พวกเธอร้ายกาจขนาดนั้นเชียว งั้นก็เป็นแบบนินจาฮาโตริของแท้ล่ะซิแบบนี้หนุ่ม ๆที่ เข้ามาจีบไม่หัวหดกันหมดรึ
เฮอะ ๆ นี่ถ้าพวกเธอแอบไปเปิดบริษัทรับจ้างฆ่าคงจะรวยเละแน่ ๆ เลย"
คุณชายรองคิดเล่น ๆ นึกวาดฝันว่าเขาเป็นซีอีโอบริษัทรับจ้างฆ่าคงจะเท่ไม่หยอกขณะที่จิบน้ำชา
"นี่…มากินขนมบัวลอยน้ำขิงกันได้แล้วจ๊ะ เร็ว ๆ เข้าเดี๋ยวมันจะเย็นหมดซะก่อนมีอะไรก็ค่อยมาคุยกันต่อที่โต๊ะอาหาร"
คุณนายเย่ตะโกนเรียกทุกคนวันนี้เธอเข้าครัวแสดงฝีมือเอง
ทุกคนที่นั่งร่วมโต๊ะ ต่างจ้องมองมาที่ฝาแฝดมหาประลัย พวกเธอมีหน้าตาที่กระจุ๋มกระจิ๋มเอวบางร่างน้อย น่ารักน่าเอ็นดูด้วยความทึ่ง ทั้งในใจของพวกเขาก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง นี่มันบ้าไปแล้วสมัยนี้ยังจะมีพวกนินจาหลงเหลืออยู่อีกเหรอ
"คุณป้าขนมนี่อร่อยสุด ๆ ไปเลยยกนิ้วให้เลยค่ะ หนูขอฝากตัวเป็นศิษย์ขอสูตรไปหัดทำบ้างได้ไหมคะ"
โยโย่เริ่มคิดจะเป็นแม่บ้านแม่เรือนแบบเหลียนฟ่งดูสักครั้ง ในวัยสาวที่สดใสของเธอ
มีเรื่องราวมากมายที่ต้องเรียนรู้
"ได้จ๊ะถ้าชอบเดี๋ยวป้าจะสอนให้ พวกเธอก็กินเยอะ ๆ นะ"
คุณนายเย่ยิ้มแก้มปริ เมื่อมีคนชอบขนมที่เธอทำ
"อร่อยมากจริง ๆ ด้วยค่ะ ไม่หวานจนเกินไปรสชาติกลมกล่อมกำลังดีเฮ้อ…เสียดายจัง หนูอยากจะกินเยอะ ๆ อยู่เหมือนกันค่ะแต่หนูเวลาอ้วน แล้วลดน้ำหนักให้มันลงยากนะค่ะ"
เหลียนฟ่งมีทักษะในด้านการทำอาหารเป็นเลิศ โดยเฉพาะอาหารจีน หัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของคนทำอาหาร ก็คือต้องเป็นนักชิมที่ดีเพื่อแยกแยะรสชาติ ของอาหาร แต่ในตอนนี้เธอถึงกับบ่นกระปอดกระแปดออกมา จนทุกคนต้องหัวเราะกัน
วันนี้อากาศแจ่มใสท้องฟ้าก็ปลอดโปร่งชวนให้รู้สึกอารมณ์ดี หลายวันมานี้ฉินฟ่านฝึกใช้กระบองสามท่อนอย่างหนักฝึกตั้งแต่เช้ายันค่ำทุกวันยิ่งพ่ายแพ้ถูกทุบตี จนฟกช้ำดำเขียวน่วมไปทั้งตัว ก็ยิ่งฝึกหนักขึ้น
จนบรรดาสาว ๆ แทบจะทนดูไม่ไหวต่างชักชวนกันไปนั่งในสวนแทนจะได้ไม่ต้องทนเห็น ภาพชายคนรักถูกทุบตี จนบอบช้ำไปทั้งตัว
ตอนนี้ซีเหมินคังสวมบทบาทติวเตอร์ขา
โหด เขาตั้งใจสอนอย่างจริงจัง ไม่มีการอ่อนข้อให้ ถ้าทำผิดก็จะใช้ไม้กระบองฟาดหวดฉินฟ่านอย่างแรงเพื่อให้ความเจ็บปวดกระตุ้นการจดจำที่ถูกต้องทำให้ทุกคนได้เห็นอีกด้านหนึ่งของฉินฟ่านนั่นก็คือความมุมานะบากบั่นของเขา
แม้แต่คุณชายใหญ่ยังยกย่องชมเชยไม่ขาดปากว่าน้องสาวของตนเลือกสามีได้ดี
จริง ๆ
ใต้ต้นไม้ใหญ่ในลานกว้างที่ใช้ในการประลองเหลียนฟ่งกำลังนวดบ่านวดแขนให้ฉินฟ่านอย่างขะมักเขม้น เพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อพร้อมพูดเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ราวกับพี่เลี้ยงนักมวยที่กำลังติวเข้มสอนเชิงมวย
"ที่รักคะ พี่คังน่ะฝีมือร้ายกาจขนาดไหนคุณคงรู้ดีจำเอาไว้…คุณต้องดูเชิงพี่คังให้ดีเสียก่อน อย่าเพิ่งใจร้อนบุ่มบ่าม
บุกเข้าไปสุมสี่สุ่มห้าโดยเด็ดขาดเข้าใจไหมคะ"
"รู้แล้วครับ คุณพูดมาเป็นร้อยรอบแล้วผมจะระวังให้ดี"
"ที่รัก จะให้ดีพกอาวุธไปเยอะ ๆ หน่อย
เหลียนเฮ่อไปหยิบดาบมาให้พี่เขยแก เสียบเอวติดตัวไปอีกซักสี่ห้าเล่มเร็ว ๆ เข้า เลียนแบบหนังที่เจทลีพกดาบไปเยอะ ๆ ตอนสู้กับศัตรูไง เผื่อสู้กันจนดาบหักรึดาบหลุดมือก็ยังมีเล่มอื่นให้ใช้ พี่คังยิ่งไม่ชอบยั้งมือด้วยคราวก่อนทุบตีพี่เขยแก จนเขียวช้ำไปทั้งตัว"
"ได้เลยพี่ใหญ่เดี๋ยวจัดให้"
เหลียนเฮ่อวิ่งปรู๊ดออกไปทันที
"โธ่ฟ่งจ๋านี่คุณไม่มั่นใจในตัวผมบ้างเลยรึไงกันนะ"
"ชั้นรู้ว่าคุณเก่งในวิชาหมัดมวยแต่นี่เป็นการดวลเพลงอาวุธ คราวก่อนโดนอัดมาซะเละเทะขนาดนั้น ชั้นนวดให้คุณจนปวดมือไปหมด คนเราจะให้ดีก็ต้องรอบคอบเอาไว้ก่อน"
เหลียนเฮ่อวิ่งออกไปไม่นาน
ก็หอบดาบมากองใหญ่ วิ่งหน้ายิ้มแฉ่งเข้ามารวดเร็วราวกับพายุบุแคม เขายินดีที่จะบริการพี่เขยสุดที่รักสายเปย์คนนี้ทุกเรื่องราวอยู่แล้ว ตอนนี้ไอดอลในดวงใจเพียงหนึ่งเดียวของเขาก็คือพี่เขยสุดหล่อคนนี้นี่เอง เขาจึงพยายามสังเกตอากัปกริยาท่าทางสุดเท่ของพี่เขยเป็นกรณีพิเศษโดยเฉพาะสกิลในการจีบสาว
"มาแล้ว มาแล้วพี่เขยผมเอาดาบมาให้แล้วครับสู้ๆนะครับ ผมจะไปนั่งกิน
ไอศกรีมอยู่ฝั่งโน้นคอยเอาใจช่วย สู้ ๆ"
“ขอบใจนะเสี่ยวเฮ่อ”
"ฟ่งจ๋าไอ้ดาบอะไรนี่ไม่ต้องก็ได้ อีกอย่างผมใช้ดาบไม่ค่อยถนัดมือซักเท่าไหร่สู้กระบองสามท่อนอันนี้ก็ไม่ได้"
“ได้ ถ้าวันนี้แพ้น็อกกลับมาก็ให้คนอื่นนวดให้ก็แล้วกัน”
แน่ะ…มีงอนด้วย!
ทุกคนนั่งประจำที่ในศาลาเพื่อชมการฝึกซ้อมในตอนเย็นเช่นเดียวกับวันก่อน ๆ
"เริ่มการประลองได้"
ตุง…ตุง…ตุง
เย่หมิงทงประกาศเสียงดังก้อง คุณชายทั้งสามรัวกลองเสียงดังในจังหวะเร่งเร้า ทำให้ทุกคนรู้สึกเลือดลมพลุ่งพล่าน
ฉินฟ่านเดินเข้าหาซีเหมินคังอย่างช้า ๆ
เงยหน้ามองท้องฟ้าที่สดใสยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยเขาบอกกับตัวเองว่า ช่าง…เป็นความรู้สึกที่ดีจริง ๆ ราวกับชีวิตที่เต็มไปด้วยความฝันกำลังถูกเติมเต็มทีละเล็กละน้อย เขาถือกระบองสามท่อนเอาไว้หลวม ๆ ประสานมือเป็นเชิงคารวะ
"วันนี้ไม่เหมือนวันวาน ผู้น้องในวันนี้ได้อัพเกรดวิชากระบองสามท่อน เป็นหลักสูตรเวอร์ชั่นสองแล้วจึงอยากขอเตือนซักคำด้วยความหวังดีว่าพี่คังคงต้องระวังก้นให้ดีซักหน่อย ไม่งั้นงานนี้พี่คังต้องมีเจ็บแน่ ๆ เชิญ"
ซีเหมินคังยิ้มกว้างเห็นฟันขาว ยกหอกเงินคู่มือที่ชื่อ อ้างว้าง ขึ้นประสานมือเป็นเชิงคารวะเช่นเดียวกันพูดด้วยน้ำเสียงหวานแฝงความอ้อยอิ่งว่า
"ในชีวิตที่อ้างว้างของมือสังหารดั่งเช่นผู้น้องการได้ประมือกับสุดยอดฝีมือเช่นพี่ฟ่านถือได้ว่าเป็นความสะใจอย่างหนึ่ง ในชีวิตของผู้น้องเลยก็ว่าได้นะฮ๊า…เชิญ"
แต่ฝีมือกลับไม่อ่อนหวานนุ่มนวลเหมือนน้ำเสียงเสียงคำว่าเชิญยังไม่ทันที่จะจางหาย พู่แดงของหอกพลันสะบัดออกแผ่กระจายเป็นดอกดวงสีแดงวงแล้ววงเล่า บาดตาบาดใจผู้พบเห็นยิ่งนัก
หอกพุ่งทะยานไปข้างหน้าฉกใส่เจ็ดครั้งซ้อน ๆ ราวกับวิญญาณของมังกรร้ายพิษลึกมีไปไม่มีกลับ ทั้งหลอกล่อชวนให้คนหัวหมุนงุนงงจริงคือเท็จ เท็จคือจริง ลีลาวาดหอกช่างแพรวพราว ไร้ซึ่งความลังเลใจ นี่เป็นความเคยชินประการหนึ่งของนักฆ่าจิตใจที่แข็งแกร่งราวกับเพชรของซีเหมินคังเห็นความตายเหมือนการกลับคืนสู่มาตุภูมิ ดังนั้นการโจมตีครั้งนี้จึงรุนแรงคล้ายกับฟ้าถล่มดินทลาย
จนฉินฟ่านรู้สึกว่าภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้าเลอะเลือนพร่ามัว ราวกับเป็นภาพหลอนไม่รู้ว่าปลายหอกเล่มไหนเป็นของจริงปลายหอกเล่มไหนเป็นของปลอมภาพที่เห็นคล้ายมีคล้ายไม่มี จนยากที่จะปัดป้องได้ ในตอนนี้แม้แต่ตัวตนของ
ซีเหมินคังก็คล้ายกับสูญหายไปตามกาลเวลาด้วย
ฉินฟ่านแค่นหัวเราะเบา ๆ ร้ายกาจนักนะพี่คัง งั้นต้องเจอนี่หน่อย เขาสะกิดปลายเท้าดีดตัวเข้าหาโดยไม่หวาดหวั่น คลื่นพลังลมปราณรูปเกลียวของเขา ได้แผ่ซ่านจากท้องน้อยผ่านทรวงอกหัวไหล่ท่อนแขน ฝ่ามือ ปลายนิ้วพุ่งทะลักแฝงเข้าไปในทุกอณูของกระบองสามท่อน ที่กำลังถูกสะบัดให้เหยียดยาวออกไปจนกระบองเหล็กธรรมดา ๆ ได้ถูกแปรสภาพให้กลายเป็นมังกรพิโรธ
พลังลมปราณของทั้งคู่ล้นทะลักกระจายออกไปอย่างรุนแรงไปทั่วบริเวณ จนชวนให้ผู้คนรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ทั่วท้องอาวุธทั้งคู่ปะทะกันเสียงดังต่อเนื่องถี่ยิบดุจประทัดแตกจนกองเชียร์ทั้งหลายต้องใช้มืออุดหู
ซีเหมินคังแก้วตาหดเล็กลงใบหน้าของเขาเปลี่ยนสีไปในทันทีเมื่อเขารู้สึกสะท้านที่ข้อมือวูบวาบ ราวกับถูกไฟฟ้าช็อต…เกือบพลาดท่าเสียที ทำหอกหลุดจากมือซะแล้ว
หากเมื่อครู่นี้เขาไม่ถอยหลังมาครึ่งก้าวเพื่อสลายพลังบางส่วนออกไป คงต้องอับอายขายขี้หน้าประชาชีเป็นแน่ถ้าเขาตกใจจนแทบบ้า
นี่มันแทบไม่น่าเชื่อ เขารู้ว่าฉินฟ่านมีพรสวรรค์ในเชิงยุทธแต่นี่ฝึกแค่ไม่กี่วันถึงกับรู้จักพลิกแพลงใช้พลังอันมหาศาลของลมปราณรูปเกลียวผสานเข้ามาในกระบองสามท่อนเชียวรึ
จู่ ๆ สัมผัสที่หกของฉินฟ่านก็รับรู้ถึงขีดอันตรายแต่บอกไม่ถูกว่ามันคืออะไร
สวบ…
มือขาวผ่องเรียวยาวเหมือนต้นหอม ที่ชวนลูบไล้เบา ๆ แทงมีดสั้นที่คมกริบออกมาเล่มหนึ่ง ทะลุออกมาจากลำต้นไม้ใหญ่
บีบบังคับให้ฉินฟ่านที่กำลังควงกระบองรุกไล่ซีเหมินคัง ต้องเบี่ยงกายถอยไปด้านข้างอย่างฉุกละหุก มีดสั้นกรีดใส่จนเสื้อบริเวณหัวไหล่ขาดเป็นทางยาว
กองเชียร์บางคนเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า ถ้าฉินฟ่านไม่มีร่างคงกระพันมีดนี้จะกรีดใส่หัวไหล่ จนเกิดแผลฉกรรจ์เลือดสาด
กระจายได้หรือไม่
กรี๊ดดดด
“เสียวโว้ย”
“เฮ้ยใครซ่อนอยู่ในต้นไม้นะ”
“เป็นไปได้อย่างไร
“เขาบาดเจ็บรึเปล่า”
“อย่าโวยวายนักเลย เขาไม่เป็นอะไรหรอก”
คนในศาลาบางคนส่งเสียงร้องลั่นด้วยความตกใจ จากเหตุการณ์ลอบจู่โจมของมีดสั้นเล่มนี้
เท่านั้นยังไม่พออิ๋งอิ๋งในชุดนินจาสีขาวยังทลายลำต้นไม้ปลอมพุ่งตามออกมา รุกไล่หมุนควงมีดสั้นในมือ เป็นวงกลมครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับจักรผันใส่ใบหน้าฉินฟ่าน จนเขาต้องถอยร่นไปข้างหลังตลอดเวลา
ฉินฟ่านตัดสินใจทิ้งตัวหงายไปด้านหลังใช้เท้าซ้ายจิกเป็นแกน หมุนตัวในท่าเอนกายไปข้างหลังร้อยแปดสิบองศาถึงจะหลบพ้นจากมีดสั้นเล่มนั้นได้ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะยืนตั้งหลักมั่น หอกเงินก็ได้ทิ่มแทงพรวดลงมาที่คอหอย หัวใจ และท้องน้อย บังคับให้ฉินฟ่านต้องตวาดเสียงดังก้อง สะบัดกระบองสามท่อนออกไปต้านปะทะพร้อมตีลังกาสามตลบไปข้างหลังจนร่างของเขาห่างจากศาลาคนดูเพียงห้าเมตร
ในขณะที่ทุกคนกำลังชมดูด้วยความตื่นตาตื่นใจหญิงชราที่มีหน้าที่คอยบริการชงชาเสิร์ฟขนมของว่างให้แก่ทุกคนโดยที่ไม่มีใครคิดที่จะสนใจในตัวเธอพลันยกมือขึ้นเสมออกอย่างรวดเร็ว
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว
“เฮ้ยแล้วนี่ใครอีกล่ะ”
เธอยิงหน้าไม้สั้นกลที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อที่หลวมกว้าง ใส่แผ่นหลังของฉินฟ่านสามดอก จนคนดูต่างกรีดร้องเอะอะโวยวาย ตื่นตกใจในเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันนี้ นี่มันไม่ใช่การประลองซ้อมมือแล้วแต่นี่กะจะฆ่ากันจริง ๆ เลยต่างหาก
หญิงชราที่ปลอมตัวมาโดยที่ไม่มีใครดูออกว่าเป็นโยโย่ พุ่งทะยานตัวออกไปนอกศาลาราวกับนกยักษ์เสื้อผ้าชุดหญิงรับใช้ พลันฉีกขาดกระจุยกระจายออกจากร่าง กลายเป็นชุดนินจาสีดำ พร้อมกับร่างที่แท้จริงของเธอแทน เธอใช้เท้าจิกลงไปในพื้นทราย งัดง้าวยาวที่ฝังซุกซ่อนอยู่ในพื้น ให้ลอยขึ้นมาหามือเธอ พร้อมหมุนควงสองรอบทะยานเข้าโจมตีฟันลงไปที่ศีรษะของฉินฟ่านอย่างดุดันปานภูผาถล่ม งานนี้เธอเองก็ทุ่มเทอย่างสุดฝีมือ
ฟิ้ววววว
ฉินฟ่านราวกับมีตาหลังโยกตัวไปมาซ้ายขวาหลบลูกธนูสั้นของโยโย่พร้อมฟาดกระบองสามท่อนปะทะกับง้าวยาวแปดครั้ง จนเกิดเสียงดังก้องไปทั่วบริเวณ
ร่างโยโย่ถึงกับกระเด็นออกด้วยแรงปะทะจนลอยไปทางอิ๋งอิ๋ง โยโย่รู้สึกว่ามือของเธอเริ่มชาด้านจากแรงปะทะ เธอสูดลมหายใจลึก ๆ ซัดดาวกระจายใส่ใบหน้าของฉินฟ่านไปอีกสามชิ้น แล้วหมุนควงง้าวยาวสามรอบปักง้าวยาวตั้งตรงอยู่กับพื้น
ฝาแฝดทั้งสองสบตากันเพียงแวบเดียว ใจของเธอสามารถสื่อถึงใจอีกคนหนึ่งได้
โดยที่ไม่ต้องพูดออกมา
พวกเธอทั้งสองเริ่มงอนิ้วมือไปมาหลายรูปแบบ เพื่อทำปางมือเป็นท่าทางต่างๆ ตามแบบเวทย์เก้าอักษรของนินจา
ศาสตร์แห่งนินจาเชื่อว่าการประสานมือก่อให้เกิดพลังแห่งธาตุทั้งสี่คือดิน น้ำ ลม ไฟ
พวกเธอทั้งสองตะโกนขึ้นพร้อมกันว่า
"วิชาคาถาไฟ"
จู่ ๆ ก็บังเกิดลูกบอลเพลิงลูกใหญ่ขนาดเท่าตัวคน ลุกฮือโหมพุ่งวาบเข้าใส่ฉินฟ่านราวกับมังกรไฟแผลงฤทธิ์จนเขาต้องกลิ้งตัวไปตามพื้นหลบอย่างทุลักทุเลแถมเสื้อผ้ายังถูกไฟเผาไหม้ไปหลายจุด
คลื่นความร้อนปกคลุมไปทั่วบริเวณจนคนดูในศาลารู้สึกได้ถึงไอร้อนอย่างชัดเจน แสดงว่านี่ไม่ใช่ปาหี่ที่มีไว้แสดงโชว์แต่ว่าเป็นไฟของจริงหากถูกไฟนี้เข้าไปจัง ๆ มีหวังได้ไหม้เกรียมเป็นไก่ย่างแน่
“เฮ้ยนี่มันไฟของจริงนี่หว่า”
“สู้สู้นะคะที่รัก”
“โอ้โหยังกับหนังกำลังภายในเลย”
“ขอถ่ายคลิปได้ไหมเนี่ย”
“จัดหนักไปเลยค่ะ”
เสียงแจ๋ว ๆ ของคุณหนูสี่แว่วเข้าหูช่วยให้เขามีแรงฮึดสู้อีกมากโข
แต่ใครจะไปนึกไปฝันว่าจู่ ๆ ก็ปรากฎร่างของซีเหมินคัง เหินร่างพุ่งทะลวงออกมาจากม่านเปลวเพลิง ท่าทางของเขาในตอนนี้ทั้งดุดันทั้งสง่างาม แถมยังน่าเกรงขามราวกับเทพอัคคีผู้ยิ่งใหญ่
เขาควงหอกโถมแทงใส่ทรวงอกของฉินฟ่าน ประกายหอกยิ่งมองยิ่งรู้สึกว่า สว่างวาบเจิดจ้าจนเสียดนัยน์ตาราวกับว่าปลายหอกที่แหลมคมนี้ มีวิญญาณแค้นสิงสถิตอยู่
เคร้ง….
เคร้ง….
เคร้ง….
อาวุธทั้งสองปะทะกันสามครั้งเสียงดังสะท้านแก้วหู
“วิชานินจาแยกร่าง”
พอฉินฟ่านได้ยินเสียงของโยโย่ก็หัน
กลับมาทางฝาแฝดสาวอีกที ก็มีนินจาชุดขาวและดำ วิ่งรายล้อมร่างของเขาถึงแปดคนและในมือทุกคนใช้มีดสั้นจ้วงแทงใส่เขาอย่างเต็มกำลังนินจาบางคนกระโดดลอยตัวแทง บางคนกลิ้งตัวเลียดต่ำกับพื้นแทง พูดได้ว่ามาจากทุกทิศทุกทางจนยากจะบอกได้ว่า คนไหนคือร่างที่แท้จริงของโยโย่และอิ๋งอิ๋ง
ย้าก!
ฉินฟ่านกู่ร้องเสียงดังก้องกังวานดุจกระเรียนกลางพงไพรเขาหมุนตัวเป็นวงกลมกวาดฟาดกระบองสามท่อนออกไปราวกับกังหันยักษ์ ภาพลวงตาของนินจาทั้งหลายพลันหายวับเพราะว่าคนทั้งสามถูกฟาดจนลอยกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง
เขารีบสะกิดปลายเท้าพุ่งติดตามร่างของซีเหมินคังใช้กระบองสามท่อนในเคล็ดฟาดทุบสะกิดงัดเขี่ย แทง รุกไล่ฟาดฟันจนซีเหมินคังมือไม้ปั่นป่วน
ท่าทางของเขาในตอนนี้ราวกับเสือดาวจะขย้ำเหยื่อ เมื่อสบโอกาสมีหรือจะปล่อยโอกาสทองให้หลุดมือไปเขาพลิกหมุนตัวไปมาถึงสามครั้ง เพื่อย้ายตำแหน่งในการโจมตีสิบห้าครั้ง แล้วเท้าของเขาก็เตะใส่ก้นของซีเหมินคังเบา ๆ
แล้วพุ่งร่างราวกับตั๊กแตนยักษ์ขึ้นสู่กลางอากาศ ตีลังกาหงายหลังหมุนควงฟาดกระบองสามท่อนใส่สองสาวอีกครั้ง พอเท้าของฉินฟ่านสัมผัสกับพื้นดินเขาออกแรงกระชากโซ่ที่เชื่อมต่อกระบองแต่ละส่วนให้ขาดจากกันแล้วแล้วใช้มือทั้งสองจับกระบองข้างละท่อนโจมตีใส่ฝาแฝดสาวอย่างดุดันจนพวกเธอมือไม้ปั่นป่วนต้องรับมือเขาอย่างยากลำบาก
จู่ ๆ เขาก็ละทิ้งกระบองพุ่งตัวแทรกเข้าไปในช่องว่างระหว่างพวกเธอทั้งสอง แล้วใช้ฝ่ามือฟาดก้นนุ่ม ๆ ของพวกเธอคนละที
เพี๊ยะ!
เพี๊ยะ!
ทำเอาพวกเธอเขินอายจนหน้าแดง เพราะมีคนดูตั้งมากมายนั่งอยู่เป็นโขยง
จากเมื่อก่อนที่ประลองกันคราใด ล้วนเป็นฉินฟ่าน ที่เป็นฝ่ายถูกทุบตีจนน่วมไปทั้งตัว แต่ทว่าผลของการประลองในครั้งนี้ฉินฟ่านชนะไปหนึ่งกระบวนท่าแบบเฉียดฉิวอย่างน้อยหลายวันที่อดทนฝึกฝนมา ก็นับว่าไม่เสียแรงเปล่า
คราวหน้าหากต้องสู้ศึกต่อให้ศัตรู ใช้อาวุธรุมล้อมโจมตีจะเข่นฆ่าเขา พวกมันก็ต้องถามกระบองสามท่อนในมือของเขาซะก่อนว่ายอมรึเปล่า
แปะ ๆ
“เยี่ยมไปเลย”
“สุดยอด”
ทุกคนปรบมือส่งเสียงโห่ร้องด้วยความชอบใจการประลองครั้งนี้ช่างตื่นเต้นจริง ๆ
เหลียนเฮ่อถึงกับแอบถ่ายคลิปเอาไว้กะจะเอาไปลงในยูทูป
วันรุ่งขึ้นทุกคนต่างร่ำลากันอย่างอาลัยอาวรณ์ ต่างรับปากว่าจะแวะมาเยี่ยม
เยียนบ่อยๆ
……..
หลายวันที่ผ่านมานี้ มีคดีล่วงละเมิดทางเพศธรรมดา ๆ แต่ไม่ธรรมดาอย่างที่คิดจนเป็นที่โจษจันของชาวบ้านละแวกนี้ เกิดคดีขึ้นมาห้าครั้งซ้อน ๆ โดยที่ตำรวจยังจับกุมผู้ร้ายไม่ได้
สถานที่เกิดเหตุก็คือสวนสาธารณะในช่วงเวลาค่ำคืน ก่อคดีโดยผู้ร้ายคนเดียวกันส่วนผู้เสียหายล้วนแล้วแต่เป็นหญิงสาววัยรุ่นรูปร่างหน้าตาดี จากปากคำของพยาน ที่พบเห็นเหตุการณ์ผู้ร้ายเป็นชายหนุ่มร่างกายกำยำ อายุประมาณยี่สิบถึงสามสิบปี สูงประมาณหนึ่งร้อยหกสิบ. แต่ท่าทางคล่องแคล่ว ปราดเปรียวชอบใส่หน้ากากแบทแมนสีดำครึ่งหน้า เสื้อผ้ารองเท้าก็เป็นสีดำทั้งชุดชาวบ้านจึงตั้งฉายามันว่า…แบทแมน
ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน“กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย
ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีกเขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่านเขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการเขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก
ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงานเหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”“ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”กรอบแกรบ!ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอ
ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดูฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขาว้ายยยยเสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของแ
อาเฉียนเองก็เป็นผู้นิยมความงามดังนั้นเขาจึงรีบมองหาสาวสวยอาลี่รู้ดีว่า นี่เป็นความสุขเล็ก ๆ ของทีมเธอที่ช่วยให้คลายเครียดผ่านไปวัน ๆ ด้วยการเหล่สาวสวยแต่พออาเฉียนหันไปมองสาวชุดแดงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขาก็ต้องตะลึงอ้าปากค้างจนขนมปังที่กัดอยู่คาปากต้องร่วงหล่นลงบนพื้นทั้งสามคนถึงกับพูดพร้อมกัน“เจ๊เหรอ”หมวดมู่ปิงปิงอุตส่าห์ลงทุนขับรถเข้าไปในเมืองเพื่อเช่าชุดเดรสสีแดงเปลือยไหล่ตัวสั้นจุดจู๋ ส่วนรองเท้าส้นสูงหายืมเพื่อนไม่ได้เลยต้องกัดฟันซื้อเอง“โอ้โห คืนนี้เจ๊แต่งมาเต็มยศ สวยสุด ๆ ไปเลย ถ้าไม่คิดจะเอาดีทางตำรวจ ฉันว่าเจ๊ไปประกวดมิสไชน่าได้เลยนะ”“โอ้โห สวยแบบหมวด แต่ไม่ยอมมีแฟนแบบนี้ เสียของชะมัดยาดเลย”“เฮ้อ ฉันอยากสวยแบบหมวดจังเลย”“อย่ามัวแต่พูดมาก รีบขึ้นรถกันได้แล้ว”เธอเองก็เขินเป็นเหมือนกันนะ…….ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูห้องเค่อตงหยางดังขึ้นเขาเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารด้วยความหงุดหงิด แต่ปากก
เวลาสามทุ่มที่ไร้เมฆหมอกบดบังดวงจันทร์ของคืนนี้ สวนสาธารณะยังคงมีผู้คนออกมาเดินเล่น ขี่จักรยานออกกำลังกาย เล่นบาสเกตบอล เจียงเซิงทนายความหนุ่มได้พาคู่หมั้นสาวม่านลี่ถี มาพร่ำพลอดบอกรักในมุมมืดสลัวอันห่างไกลจากผู้คนทั้งสองคบหาดูใจกันได้สองเดือนก็ตัดสินใจหมั้นกันเมื่อวานส่วนงานแต่งงานนั้นคงต้องรออีกสามสี่เดือนเพื่อให้ม่านลี่ถีเรียนจบมหาวิทยาลัยซะก่อนในขณะที่ทั้งสองเดินเกี่ยวก้อย ชมแสงจันทร์มาถึงมุมสวนที่ห่างไกลจากผู้คน ในหัวของเจียงเซิงเต็มไปด้วยแผนการ ที่คิดจะเอารัดเอาเปรียบเธอเจียงเซิงเป็นหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สมาร์ท หน้าตาดี เขาเคยว่าความชนะมาหลายคดีเป็นดาวเด่นของบริษัทเลยก็ว่าได้ รายได้ของเขาจึงค่อนข้างสูง ขับรถสปอร์ต กินอาหารโรงแรมชื่อดังเมื่อรวมจุดเด่นเหล่านี้เข้าด้วยกัน การที่เขาจะหลอกล่อเหยื่ออย่างม่านลี่ถีเพื่อพาเข้าโรงแรมก็ไม่ใช่เรื่องยากหลังจากเล่นเธอจนเบื่อเจียงเซิง ก็จะหาเรื่องทะเลาะและขอเลิกกับเธอ ส่วนแผนวิวาห์ที่สวยหรูก็จะถูกยกเลิกไปโดยปริยาย แล้วเขาก็จะเริ่มเล็งหาเหยื่อคนใหม่อ้อเหยื่อคนใหม่นี้ไม่ต้องสวยมา







