LOGINขณะเดินลงบันไดที่มีผนังปูนของอาคารขวางกั้นบดบังสายตาอยู่ เขาทดลองเพ่งจิต โดยการใช้เนตรอัคคีมองรอบ ๆ ตัว พบว่า ดวงตาของเขาสามารถมองทะลุวัตถุได้ชัดแจ๋ว เหมือนมีตาเอกซเรย์อย่างน่าอัศจรรย์
ช่างน่าสนุกซะจริง ๆ มันถูกใจเขามากเลย ความคมชัดขึ้นอยู่กับความหนาบางของวัตถุที่บดบังสายตา แถมยังซูมภาพให้เข้ามาใกล้ได้อีกด้วย
เขามองทะลุฝาผนังปูนซ้ายทีขวาที เห็นคุณยายที่ดัดผมหงอกบนหัวจนหยิกเป็นลอน กำลังนั่งถักเสื้อไหมพรมสีแดงบนเก้าอี้โยก มองเลยไปอีกหน่อยเห็นผู้หญิงใส่ชุดคลุมท้อง กำลังรอรถเมล์อยู่ที่ป้ายรถประจำทาง หันกลับมามองทางขวาเห็นเด็กน้อยขี้มูกสีเขียวไหลย้อย กำลังก่อกองทรายเล่นกับเพื่อนอีกสามสี่คนตามประสาเด็ก
ขณะที่กำลังแอบส่องดูคนอื่นอย่างเพลิดเพลิน ร่างกายของเขาก็พลันแข็งทื่อเหมือนซอมบี้ ลมหายใจหอบถี่กระชั้นเร่งร้อนขึ้นซะงั้น
ตึกตึก…ตึกตึก
หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้น เพราะเขาเห็น...เอ่อ ซาลาเปากลมโตคู่หนึ่งที่ตั้งตระหง่านเย้ายวนใจ ชวนให้กลืนกินอยู่ตรงหน้า มันทั้งอวบ ทั้งขาว ยอดตรงกลางชูชันสีแดงระเรื่อ ดั่งทับทิมเม็ดงาม ภาพที่เห็นส่งผลให้ฮอร์โมนลามกฉีดซ่านไปทั่วร่าง แบบดีใจจนดี๊ด๊าเกินเหตุ เกิดปฏิกิริยาตอบสนองตามธรรมชาติในวัยหนุ่ม ทำให้กระบองทองของเขาแข็งตัวขึ้นมา เป็นเหตุให้เป้ากางเกงของเขาโป่งพองทันที
ฝันไปหรือเปล่า ไม่สินี่ไม่ใช่ความฝัน นี่เขากำลังเห็นเรือนร่างอันเปลือยเปล่า ไร้อาภรณ์ห่มคลุมของเหลียนฟ่งได้จริง ๆ หรือนี่ เขาต้องกลืนน้ำลายเหนียวหนืด ลงคออย่างยากลำบาก
"ว้ายตายแล้ว นี่ นี่ คุณ เลือดกำเดาคุณไหลแล้ว คุณล้มหัวฟาดพื้นแล้วเกิดเลือดกำเดาไหล มันจะอันตรายหรือเปล่า ฉันว่าพวกเรารีบไปโรงพยาบาลกันดีกว่านะ"
เสียงเหลียนฟ่งร้องด้วยความตกใจปลุกให้เขาตื่นจากภวังค์
สวรรค์! นี่เขาคงสำลักความใหญ่โต ที่ขาวเนียนอมชมพูของเธอ เป็นเหตุให้เลือดกำเดาไหลแน่ ๆ เลย ถ้าเธอรู้ว่าเขาสามารถมองทะลุเสื้อผ้าเธอ จนเห็นซาลาเปาคู่งามของเธอ เธอจะหาว่าเขาเป็นไอ้บ้ากามโรคจิตหรือเปล่าเนี่ย
แต่จะพูดไปรูปโฉมโนมพรรณ ทรวดทรงองค์เอวของแม่สาวน้อยคนนี้ แหล่มเป็นบ้า!
แต่แล้วเขาก็ต้องรีบหลับตาปี๋ พยายามหักห้ามใจตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ยังอยากดูซาลาเปาคู่นั้นต่อ ปากของเขาเริ่มท่องบทสวดเสียงดังพึมพำ ช่วยไม่ได้ เมื่อก่อนเขาไม่ค่อยสนใจเข้าวัดทำบุญ ไหนเลยจะท่องบทสวดได้อย่างคล่องแคล่ว เอาแค่พอถู ๆ ไถ ๆ ไปก่อนก็แล้วกัน จะได้ไม่คิดหมกมุ่นเรื่องพรรค์นั้น
"สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายช่วยดลจิตดลใจ ให้เธอหันหลังกลับลงไปชั้นล่างโดยเร็วด้วยเถิด นะโม อมิตตาพุทธ พระถังซัมจั๋ง โอ้ย ลูกจะทนไม่ไหวแล้ว"
เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แต่เหลียนฟ่งที่อยู่ตรงหน้าของเขา กำลังจับแขนของเขาเขย่าอย่างแรงไปมา
"นี่ ๆ ตอนนี้ใช่เวลามาสวดมนต์ที่ไหน คุณเป็นไงบ้าง อย่าทำให้ฉันตกใจสิ ถ้าคุณเกิดมาตายในบ้านฉัน มันจะยุ่งกันไปใหญ่"
จากการที่เธอเขย่าแขนของเขา มันทำให้ซาลาเปาของเธอสั่นกระเพื่อม แกว่งไปแกว่งมาล่อตาล่อใจ
เขารู้สึกด้านมืดในจิตใจ ยิ่งมองยิ่งลุกลามเข้าควบคุมจิตใจ จนคล้ายมีเสียงกระซิบอยู่ข้างหู
ปู้ยี่ปู้ยำเธอซะ นายรออะไรอยู่ เธอเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ต้านทานแรงนายไม่ไหวอยู่แล้ว แต่ด้านสว่างในจิตใจกลับโผล่ขึ้นมา อย่างกะทันหัน ร้องตะโกนคัดค้านว่า ห้ามทำแบบนั้นเด็ดขาด แบบนั้นมันเหมือนฆ่าเธอทั้งเป็นเลยนะ นายคงไม่อยากเสียใจภายหลังใช่ไหม
เฮอะ ๆ นายดูอกอวบอึ๋มนั่นสิ เรียวขาขาว ๆ ที่ชวนลูบไล้นั่นอีก เธอทั้งสวยทั้งหุ่นสะบึ้มขนาดนี้ นายไม่อยากลิ้มรสความหวานดูหน่อยเหรอ นายจะทนอดกลั้นไว้ทำไม
ไอ้บ้าเอ๊ย อย่าไปฟังมัน ถ้านายทำแบบนั้น นายยังจะป็นคนอยู่อีกหรือ มันจะทำลายชีวิตของเธอจนยับเยิน เชื่อฉันสินายไม่อยากทำอย่างนั้นหรอก
เสียงในหัวยังคงทะเลาะกัน ภาพนี้มันช่างกระตุ้นให้เขาแทบคลุ้มคลั่ง ก่อนที่อะไรจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็วฉับไว ง้างกำปั้นแล้วทุบลงไป ตรงเป้ากางเกงของเขาอย่างแรง
ตุ๊บ!
ใบหน้าของเขาถึงกับเขียวคล้ำ บิดเบี้ยวเหยเกไปทันที ความรู้สึกจุกเสียดจนพูดไม่ออก นี่เป็นวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ได้ผลชะงัดที่สุดแล้ว เพราะตอนนี้คำว่าตัณหาถูกทุบจนแหลกละเอียด ช่วยให้สติกลับคืนมาอีกครั้ง
"ตายแล้ว คุณนี่ล้มหัวฟาดพื้นจนสมองกลับหรือไง ทำไมจู่ ๆ ถึงได้ทุบตรงนั้นของตัวเองซะแรงอย่างนั้น เสียของแย่เลย" ประโยคสุดท้ายนี้ เหลียนฟ่งน่าจะบ่นพึมพำกับตัวเองซะมากกว่า
ใบหน้าเขาแดงด้วยความเขินอายในความลามกของตัวเอง กึ่งอารามดีใจในความโชคดี ในโลกนี้จะมีใครสามารถทำแบบเขาได้บ้าง เพราะในตอนนี้เพียงเพ่งจิต ก็จะสามารถดูสาวสวยเปลือยกายได้ทุกคน ทุกที่ ทุกเวลาในยามที่ต้องการ สมกับราคาคุยโตของราชาวานร ว่ามันซูเปอร์เจ๋ง
เขาแทบหักห้ามใจไม่อยู่เกือบจะยื่นมือออกไป เพราะอยากจะลองสัมผัสซาลาเปาคู่นั้นดูว่านุ่มนิ่มนวลเนียนเพียงใด แต่พอดึงสติกลับมาได้ ลองคิดดูอีกทีอย่าดีกว่า เพราะเขายังไม่อยากถูกตบ ถูกหาว่าเป็นไอ้หื่นโรคจิต
เขารับทิชชูจากเธอมาเช็ดเลือดกำเดา แล้วแกล้งจดจ่อทำท่าเหมือนกำลังห้ามเลือดกำเดาอยู่ เพราะขืนมองเธอต่อเลือดคงไม่หยุดไหลแน่ ๆ ถึงเหลียนฟ่งจะเอ่ยปากจีบเขาไปหลายครั้ง แต่ผู้หญิงบางคนมีนิสัยชอบพูดหยอก แม้ในใจของเธอจะไม่ได้คิดแบบนั้นก็ตาม ดังนั้นคนที่เพิ่งเจอหน้ากันแค่วันเดียว อย่าคาดหวังว่าจะได้ขึ้นเตียงกับเธอจะดีกว่า
ไอ้บ้าเอ๊ย เมื่อครู่นี้เป็นเหตุฉุกเฉิน ดันลืมตัวไปหน่อย เล่นทุบซะเต็มแรง จุกไม่หายเลยเว้ย
"เอ่อ…ผมไม่เป็นอะไรหรอกครับ โรงพยาบาลไม่ต้องไปหรอก ผมแค่ร้อนมากไปหน่อยเท่านั้นเอง เออว่าแต่วันนี้คุณว่างหรือเปล่า ผมอยากจ้างคุณสักวันหนึ่ง ช่วยพาผมไปขายทองหน่อย"
เขายื่นไข่ทองคำให้เหลียนฟ่ง มันทำให้เธอตาโตเป็นไข่ห่าน จนเธอลืมเรื่องโรงพยาบาลไปเลย
"นี่ทองคำเป็นก้อนเลยนะ ทองจริง ๆ หรือนี่ โอ๊ย…อยากจะบ้าตาย"
อีตาบ้าคนนี้ไม่มีเงิน ไม่มีงาน ไม่มีบ้าน ไม่มีแฟน ไม่มีอะไรเลย แต่มีไข่ทองคำ ดวงตากลมโตของเธอยิ้มจนตาหยีเล็กราวกับเป็นจิ้งจอกเก้าหาง ที่กำลังคิดจะล่อลวงบัณฑิตหน้าใส ลงไปในหม้อน้ำซุปของเธอ
เธอนี่เฮงจริง ๆ มีหมูมาให้เชือดถึงบ้าน "สบายมาก ฉันว่างพอดี เอ้า…นี่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าล้างหน้าล้างตาก่อน ฉันจะไปคอยอยู่ที่หน้าบ้าน รีบ ๆ ลงมานะคะ"
เธอยื่นถุงใบใหญ่ในมือสามถุงให้เขา ฉินฟ่านกลับขึ้นไปบนห้อง เปิดถุงออกดู มันเป็นชุดวอร์มสามชุด สีขาว แดง เหลือง อีกสองถุงเป็นกางเกงใน ผ้าเช็ดตัว สบู่ แชมพู แปรงสีฟัน รองเท้าผ้าใบและอื่น ๆ ที่ต้องใช้
เขาจึงใส่ชุดวอร์มสีเหลือง คาดแถบสีดำข้างลำตัว ซึ่งคราวนี้ใส่ได้พอดีตัว หลังแต่งตัวเสร็จเขาก็รีบลงไปชั้นล่างทันที เพราะกลัวว่าเธอจะรอนาน
เหลียนฟ่งยื่นมือถือเครื่องเก่าของเธอให้เขาเอาไว้ใช้
"คุณใช้มือถือเครื่องนี้ไปก่อนนะคะ จะได้ใช้ติดต่อกัน"
แล้วเธอก็พาฉินฟ่านขึ้นรถยนต์ ที่เรียกจากแอปอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ากลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ สิบห้านาทีต่อมา รถก็จอดที่หน้าร้านทองใหญ่โตในตัวเมือง
เหลียนฟ่งเดินนำหน้าเขา เปิดประตูกระจกบานสวิง แอร์เย็นฉ่ำพวยพุ่งมาทันที เธอเดินเข้าไปอย่างไม่เคอะเขิน แสดงว่าเธอคุ้นเคยกับที่นี่ดี
"สวัสดีค่ะเถ้าแก่อู่"
เถ้าแก่อู่หันมาเห็นเหลียนฟ่ง ก็ยิ้มกว้างจนเห็นฟันเลี่ยมทอง พลางคิดในใจ วันนี้อาฟ่งพาหมูมาให้เชืดดอีกแล้ว
"อ้าวอาฟ่ง ลมอะไรถึงหอบเธอมาถึงที่นี่ได้ เชิญ ๆ มานั่งข้างในก่อน"
"โอ้โหลูกค้าเต็มร้านเลย มิน่าล่ะถึงได้ยินคนพูดกันว่า เถ้าแก่ร่ำรวยใหญ่แล้ว วันนี้ฉันตรงดิ่งมาร้านเถ้าแก่เป็นร้านแรกเลยนะคะ ว่าจะพาเพื่อนมาขายทองให้เถ้าแก่ เพราะฉะนั้นห้ามกดราคาให้ฉันเสียหน้าโดยเด็ดขาดนะคะ"
คำว่าห้ามกดราคา เป็นรหัสลับของเถ้าแก่อู่กับเหลียนฟ่งว่าพาหมูมาให้เชือด เธอไม่มีอาชีพเป็นหลักเป็นฐาน อะไรที่หยิบจับเป็นเงินเป็นทองได้ เธอทำหมดโดยไม่เกี่ยงงาน บางครั้งเหลียนฟ่งรับจ๊อบเป็นไกด์นำเที่ยว พานักท่องเที่ยวต่างชาติ มาซื้อทองที่ร้านนี้อยู่บ่อย ๆ เถ้าแก่อู่ก็จะตอบแทนเธอด้วยซองอั่งเปา เธอจึงสนิทสนมคุ้นเคยกับเถ้าแก่อู่ดี
เถ้าแก่อู่ยิ้มกว้างกล่าวคำทักทาย ลูกค้าด้วยมารยาทอันดีของคนที่เป็นเถ้าแก่ แล้วพาทั้งสองไปนั่ง ที่โซฟาหนานุ่มสีน้ำตาลเข้มในห้องรับแขก พร้อมรินน้ำชาชั้นดีให้ เถ้าแก่อู่ยื่นบุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโร่ให้ เพราะผู้ชายจีนส่วนใหญ่นิยมสูบบุหรี่ยี่ห้อนี้เป็นพิเศษ
แต่ฉินฟ่านจ้องซองบุหรี่นั้นอยู่อึดใจ เขายื่นมือออกไป แต่ไม่ได้รับมันมา เขากลับผลักมือเถ้าแก่อู่เบา ๆ พร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธ แน่นอน...ชีวิตใหม่ต้องดีกว่าเก่า เขาจะไม่ยอมตกเป็นทาสของยาเสพติดอีก
ฉินฟ่านยื่นไข่ทองคำให้เถ้าแก่อู่ เถ้าแก่อู่ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ จริง ๆ แล้วสินค้าทองคำ ที่มีอยู่ในการซื้อขายตามกลไกในตลาด นอกจากทองคำแท่งแล้ว ยังมีการหลอมเป็นทองรูปพรรณต่าง ๆ เช่น พระสังกัจจายน์ เจ้าแม่กวนอิม หนูทองคำ ดอกกล้วยไม้ แต่มาในรูปไข่ไก่นี่มัน...ช่างแปลกจริง ๆ
เถ้าแก่อู่นำไปตรวจสอบหลังร้าน ครู่หนึ่งกับมาพร้อมรอยยิ้ม "น้องชาย ทองคำก้อนนี้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าทางร้านจะนำไปขาย คงต้องนำไปแปรรูปทำเป็นสร้อยคอ ซึ่งมันจะมีค่าใช้จ่าย ดังนั้นทองก้อนนี้เราให้เต็มที่ได้แค่หนึ่งหมื่นสี่พันหยวน ตกลงหรือไม่"
"ขอหนึ่งหมื่นห้าพันหยวนเถอะนะเถ้าแก่ พูดแล้วจะหาว่าคุย เรามีทองคำแบบนี้อีกมาก จริง ๆ แล้ววันนี้ในตอนแรก เราแค่คิดที่จะมาสืบราคาที่นี่เฉย ๆ แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ถ้าเถ้าแก่ให้ราคาดี เราก็จะขายให้เลย ไม่งั้นเราจะไปขายให้กับเถ้าแก่หู" เหลียนฟ่งแกล้งขู่ ราคาที่แท้จริงเธอพอดูออกว่าประมาณหนึ่งหมื่นเจ็ดพันหยวน ความจริงเธอสามารถกลับมาแบ่งค่านายหน้าในภายหลังได้อีก กำไรเห็น ๆ
"ใช่ ผมมีไข่ทองคำอีกเยอะ จะขายให้เถ้าแก่เพียงคนเดียว เราจะได้เป็นคู่ค้ากันนาน ๆ แต่ต้องเป็นราคาหนึ่งหมื่นห้าพันหยวน" ฉินฟ่านรู้เล่ห์เหลี่ยมนี้ดี แต่เงินเล็กน้อยเพียงแค่นี้ ไม่อยู่ในสายตาของเขาอีกต่อไป เถ้าแก่อู่แกล้งทำสีหน้าท่าทางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ตกปากรับคำทันที
"ได้ เห็นแก่หน้าอาฟ่ง คราวหน้ากรุณามาขายให้ผมอีก ผมจะรับรองคุณในระดับลูกค้าวีไอพีเลย หากวันหน้าคุณมีอะไรให้ผมรับใช้ บอกมาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจนะครับ"
เถ้าแก่อู่หยิบมือถือขึ้นมา โอนเงินให้อย่างรวดเร็ว ไข่ทองก้อนเดียว หลังจากแปรรูปพรรณและแบ่งค่านายหน้าบางส่วนให้กับเหลียนฟ่งแล้ว เขากำไรเป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว แถมถ้ามีคราวหน้าแบบนี้อีกเรื่อย ๆ เขาคงซื้อรถสปอร์ตได้เลย
"นี่…สายตาเธอนี่ไม่เลวเลยนะอาฟ่ง พ่อหนุ่มนี่แฟนเธอเหรอ หล่อดีนะ" เถ้าแก่อู่แอบกระซิบเสียงเบา เลียบเคียงถามเหลียนฟ่ง
เหลียนฟ่งได้ยินถึงกับหน้าแดงก่ำ ยืนบิดตัวไปมาไปมาด้วยความเอียงอาย "เถ้าแก่นี่ชอบล้อเล่นซะจริง ๆ ไม่ใช่ค่ะ แค่คนมาขอเช่าบ้าน เพิ่งจะรู้จักกันวันนี้เองค่ะ"
"น้ำตาลใกล้มด มีหรือว่าจะหนีพ้นฮ่า ๆ อีกไม่นาน อีกไม่นานอย่างแน่นอน อย่าลืมแจกการ์ด ให้ผมไปร่วมงานมงคลด้วยละ จะได้ดื่มเหล้าอวยพรสักแก้ว เพื่อแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว" เถ้าแก่อู่กล้าพูดจาหยอกเธอ เพราะแค่ดูสายตาของเธอที่มองไปยังฉินฟ่าน ก็พอจะมองออกว่าเธอชอบฉินฟ่าน
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ไปที่ห้างสรรพสินค้า เพื่อซื้อเสื้อผ้ารองเท้าอีกหลายชุดและข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวให้กับฉินฟ่าน ฉินฟ่านบอกเธอว่าอยากหาซื้อหนังสือมาอ่านเล่นฆ่าเวลา ทั้งคู่จึงเดินเข้าไปในร้านหนังสือ
แต่แล้วเธอก็ต้องแปลกใจ เพราะผู้ชายส่วนใหญ่มักจะอ่านหนังสือปืน การแต่งรถ เศรษฐกิจ อาชีพทางการค้า แต่เขากลับเดินดุ่ม ๆ ไปที่แผนกหนังสือที่เกี่ยวกับศาสนาเต๋าและศาสนาพุทธ เขาพลิกหนังสืออ่านคร่าว ๆ ไปหลายเล่ม ในที่สุดก็เลือกซื้อมาห้าเล่ม ซึ่งล้วนเป็นหนังสือเกี่ยวกับพระธรรมคำสอน บทสวดมนต์ วิธีการทำสมาธิ
แน่นอนว่าที่ทำไปแบบนี้ ก็เพราะมีเหตุผล ในโลกใบเก่าความรู้ความเข้าใจในเชิงศาสนา พระธรรมคำสอนของเขา คงเรียกได้ว่าแทบจะเป็นศูนย์
ดังนั้นหากต้องการที่จะฝึกฝ่ามือปางมุทราเก้ากระบวนท่าให้ถึงแก่น เขาก็ควรที่จะศึกษา เรื่องเกี่ยวกับศาสนาให้มากเข้าไว้ เพื่อช่วยในการตีความ ในด้านการเดินลมปราณและกระบวนท่า
"ข้าน้อยเหลียนฟ่งขอคารวะไต้ซือ" เธอกำหมัดประสานมือคารวะ ด้วยสีหน้าทะเล้น
เขารับมุกไม่ทัน "หืม…ไต้ซืออะไรเหรอครับ"
"ก็วัยรุ่นอย่างพวกเรา มีใครเขาอ่านหนังสือพวกนี้กันบ้างล่ะ อยากปลงผมเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์มากหรือไง ฉันก็เลยสงสัยว่า ทำไมคุณถึงเลือกซื้อหนังสือแนวนี้ไปอ่าน" เหลียนฟ่งรู้สึกแปลกใจแกมสงสัยจริง ๆ
"ผมก็แค่คิดว่า คนเราควรที่จะมีศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ จึงจะไม่หลงทางทำผิดคิดร้ายกับใคร" เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบเธอยังไงดี เพราะเขาดันมีความลับเยอะไปหน่อย
หลังจากนั้นก็เลือกหนังสือที่เกี่ยวกับเครื่องสำอางและน้ำหอม วิธีการปลูกพืชสมุนไพร นิตยสารแฟชั่นสตรี หนังสือการเงินการตลาด หนังสือฝังเข็มจุดชีพจรมาอีกกองหนึ่ง
เขาคิดว่าเมื่อมีโอกาสก็ควรที่จะอ่านหนังสือให้หลากหลายมาก ๆ เข้าไว้ เพราะเขาไม่มีอาจารย์มายืนสอนอยู่ข้าง ๆ วุฒิการศึกษาของเขาก็ต่ำเรี่ยดิน จึงต้องอ่านหนังสือให้เยอะ ๆ เพื่อตีความเอง
พระอาทิตย์ใกล้จะลาลับขอบฟ้าแล้ว เหลียนฟ่งเป็นงูเจ้าถิ่น รู้จักถนนทุกเส้น แหล่งกินแหล่งเที่ยว เธอสามารถจาระไนได้อย่างคล่องแคล่ว เธอเชิดหน้าควงแขนเขาพาเขาเดินชมเมืองอย่างสบายอารมณ์
ท่ามกลางสายตาของสาว ๆ ที่สัญจรไปมาอยู่ด้านข้าง ต่างต้องมองเธอด้วยความอิจฉาตาร้อน แค่ฉินฟ่านยกมือเสยผมเบา ๆ ทีหนึ่ง ออร่าแห่งความเท่ก็สาดกระจายออกไป ทำให้พวกสาว ๆ ที่พบเห็นเขาต่างก็แทบกรี๊ดสลบ เคลิบเคลิ้มลืมตัวลืมตน ลืมสามีที่เลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน
เดินเล่นอยู่ยี่สิบนาที ทั้งคู่ก็แวะไปนั่งกินเนื้อตุ๋นหม้อไฟที่ริมคลองในเมืองซูโจว ฉินฟ่านผงกศีรษะเบา ๆ ยิ้มที่มุมปากด้วยความพึงพอใจในรสชาติ เขาชื่นชอบบรรยากาศของเมืองนี้มาก ทั้งคู่นั่งอยู่ริมคลองนอกร้านมองสายน้ำไหลเอื่อย ๆ โต๊ะนี้มีเตาปิ้งย่าง สำหรับเอาไว้ย่างผลส้ม มันฝรั่ง มันเทศ เนื้อวัว ต้มน้ำชาหรือตั้งหม้อตุ๋นเนื้อ แล้วแต่ลูกค้าจะต้องการ
โคมไฟหลากสีทั้งแดง ขาว เหลือง ฟ้า ม่วงถูกประดับประดาเป็นระยะ ๆ ยาว จนสุดลูกหูลูกตา สถาปัตยกรรมของอาคารทั้งสองฟากฝั่งริมคลอง ถึงจะดูเก่าแก่ไปบ้าง จนสีกะเทาะหลุดล่อน เป็นรอยกระดำกระด่าง คาดคะเนด้วยสายตาอาคารเหล่านี้น่าจะมีอายุร่วมร้อยปี ทว่ามันมีมนต์ขลังอย่างประหลาด ชวนดูเพลินตาดีจริง ๆ
"กำลังคิดอะไรอยู่เหรอคะ ท่าทางใจลอย"
"รู้สึกดีนะครับ ก็แค่รู้สึกดีที่ยังมีชีวิตอยู่ ได้เห็นเมืองสวย ๆ แบบนี้ ได้กินของอร่อย ๆ แบบนี้ มันดีจริงๆ"
"ถ้าชอบก็กินเยอะ ๆ เลยค่ะ มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง"
ฉินฟ่านรู้สึกซาบซึ้งใจ ในความมีน้ำใจของเธอ
ฉินฟ่านชอปปิงเสื้อผ้าของใช้ไปห้าพันหยวน เขายื่นเงินให้เหลียนฟ่งห้าพันหยวน เขาจึงเหลือติดตัวอีกห้าพันหยวน "ค่าเหนื่อยของคุณในวันนี้ครับ"
เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม รูปหล่อไม่พอยังใจป้ำอีก วันเดียวได้ค่าจ้างห้าพันหยวน บางคนกว่าจะหาได้ห้าพัน ต้องทำงานตากแดดตากลมทั้งเดือน แต่เธอแจ็กพอตเจองานสบาย ๆ รายได้ดี ปกติแบบนี้ต่อให้จุดตะเกียงสิบดวงส่องหา ยังหาไม่เจอเลย มือไวเท่าความคิด เธอยิ้มแฉ่งยื่นมือคว้าเงินมาใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว
"นี่ว่าแต่คนเราต้องหาเงิน ก็เพื่อยังชีพเอาไว้จับจ่ายใช้สอย คุณอยากทำงานอะไรเหรอ คุณหน้าตาดีแบบนี้ จะให้ไปยืนขายพิซซ่าก็กระไรอยู่ สนใจงานในวงการไหม ต่อไปให้เหลียนฟ่งเป็นผู้จัดการส่วนตัวของคุณ ส่วนรายได้คุณเจ็ดส่วน ฉันสามส่วน ฉันรู้จักคนเยอะนะ ทั้งผู้กำกับหนัง (เรต อาร์) ทั้งนักร้อง (เพลงงิ้ว) ทั้งนักแสดง (มายากลตามร้านอาหาร) เชื่อมือฉันได้เลย เจ๊ดันอย่างฉันจะดันให้คุณเป็นซูเปอร์สตาร์เอง" เหลียนฟ่งเสนอด้วยความมั่นใจ
เสียงหวาน ๆ สดใสของผู้หญิง ที่เพิ่งจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่างข้าง ๆ เขา ถามเขาด้วยความสนใจ เพราะเมื่อครู่เธอยืนมองเขามาพักหนึ่งแล้วเธอสะดุดตาในความหล่อใสกิ๊งของเขาและสงสัยว่าทำไมเขาถึงแทงเพียงเบอร์เดียว ทั้ง ๆ ที่มีวิธีการแทงหลากหลายรูปแบบ ทั้งแทงคร่อมสองตัวเลข สามตัว สี่ตัว แทงเป็นโซน สูง-ต่ำ แดง-ดำหรือแทงเลขเพียงตัวเดียวแบบที่ฉินฟ่านแทงฉินฟ่านจึงหันไปมองตามเสียง จึงพบว่าสาวสวยคนนี้ไม่ธรรมดา เธอมีเรือนร่างดั่งเปลวไฟที่ร้อนแรง พร้อมจะแผดเผาอารมณ์ของผู้ชาย ให้ยอมสยบอยู่แทบเท้าของเธอเธอเป็นหญิงสาวผิวขาว ที่มีริมฝีปากอวบอิ่มชวนจูบ ดวงตาหวานซึ้งชวนให้ลุ่มหลง นับได้ว่าเป็นสาวเซ็กซี่ราวกับกระดังงาลนไฟ เพียงแค่รอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก ก็แสดงถึงความงามที่มาพร้อมกับความยั่วยวนเสน่หามาโดยกำเนิด เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้เส้นผมสีดำขลับเป็นเงายาวถึงครึ่งแผ่นหลัง ทิ้งตัวเหยียดตรงเหมือนแพรไหม ราวกับนางแบบโฆษณาแชมพูสระผม สวมชุดฮั่นฝูสีม่วงเข้ม เอวที่คอดกิ่วเหมือนมดตะนอย คาดด้วยเชือกสีแดงสลับเชือกสีทอ
เสียงกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูเหลียนฟ่ง"ขอชื่นใจทีนะ"เหลียนฟ่งไม่ปฏิเสธ แถมยังเอียงแก้มให้เขาอย่างเอียงอาย ฉินฟ่านก็สูดดมกลิ่นอายสาวจากแก้มของเธอ พวงแก้มของเธอแดงเหมือนลูกท้อ ดูงดงามจนน่าหลงใหลกว่าเดิม"ขอจูบปากทีนะ""ไม่ได้ค่ะ""นิดเดียวน่า""ไม่ได้ค่ะ""โธ่...ผมไม่เจอหน้าคุณตั้งนาน ขอจูบให้หายคิดถึงหน่อย น่านะ""ไปล้วงอะไรตรงนั้น มืออย่าซนสิคะ"คราวนี้เขาไม่รอคำตอบ ประทับรอยจูบลงไปแบบซึ้ง ๆ ที่ริมฝีปากสีกลีบกุหลาบของเธอทันทีบางครั้งหญิงสาวอาจจะเขินอาย ดังนั้นฝ่ายชายควรเป็นผู้เปิดเกมรุกก่อนมือของเขาค่อย ๆ ลูบไล้ขาอ่อนเรียวยาวของเธอ"ผิวของคุณเนียนไปทั้งตัวเลย ผมอดใจไม่ไหวแล้ว"เขาค่อย ๆ เลื่อนมือขึ้นมาเค้นคลึงอกอวบอูมของเธอ ดวงตาของเธอดูเย้ายวนใจยิ่งนักเธอไม่มีท่าทีที่จะขัดขืนเลยแม้แต่น้อยเธอคงมีใจให้เขาเช่นกัน"คืนนี้ เป็นของผมเถอะนะ""อย่าค่ะ อย่า"ผู้หญิงยิ่งห้
ละลองฟูฝอยของน้ำตกกระทบกับแสงแดดจนเห็นสายรุ้ง ฉินฟ่านถกขากางเกงขึ้นสูง ยืนสงบนิ่งอยู่กลางลำธาร ที่มีระดับน้ำสูงแค่หัวเข่า ในมือถือไม้ปลายแหลมกำลังจะแทงปลา ที่ว่ายใกล้เข้ามา เพื่อนำปลาไปทำอาหารมื้อกลางวันแต่แล้วฝันก็สลาย เพราเจ้าฉีเคอะกระโดดลงมาข้าง ๆ ตัวเขา จนน้ำสาดกระจาย ปลาเล็กปลาใหญ่แตกตื่น ว่ายน้ำมุดหนีหายกันไปหมดเขาโมโหจนต้องร้องตะโกนด่าเจ้าลิงตัวแสบ"ฉีเคอะไอ้ลิงบัดซบ แกเล่นกระโดดลงมาแบบนี้ ปลามันตกใจจนหนีไปหมดแล้วโธ่หมดกัน มื้อเที่ยงของฉัน"เจี๊ยก ๆ เจี๊ยก ๆฉีเคอะแยกเขี้ยวยิงฟันปรบมือชอบใจ ที่ได้แกล้งเขา แล้วมันก็ดึงแขนเสื้อของเขา"นี่แกจะพาฉันไปไหน""จะให้ฉันตามแกไปเหรอ"เจ้าฉีเคอะมันดึงแขนเสื้อเขา ทำท่าทำทาง เหมือนอยากจะให้เขาตามมันไปที่ไหนสักแห่ง แล้วมันก็วิ่งนำทางไป บางครั้งมันก็ส่งเสียงร้อง พยายามเร่งให้เขาเดินเร็ว ๆ ทั้งคู่เดินทางร่วมยี่สิบนาทีในที่สุดหนึ่งคนหนึ่งลิงก็มาหยุดยืนอยู่ที่ดงต้นท้อ ฉินฟ่านมองซ้ายมองขวาอย่างงง ๆ"ที่นี่ไม่เห็นจะมีอะไรเลย แกพาฉันมาที่นี่ทำไ
อู่อี๋ซานอยู่ในมณฑลฝูเจี้ยน มีอาณาเขตเจ็ดสิบตารางกิโลเมตร มีหวงกั่งซานเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 2,158 เมตร ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก ทั้งทางด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติ สภาพอากาศบริสุทธิ์การันตีได้ว่า ที่นี่มีทัศนียภาพสวยงามที่สุดของจีน แถมยังเป็นสถานที่ต้นกำเนิดของชาดีที่สุด เช่น ชาสุ่ยเซียน โย่วกุ้ย อูหลง ฝอโส่ว เหมยจัน อีกทั้งยังอุดมไปด้วยสมุนไพรและสัตว์ป่าหายากนานาชนิดโปรแกรมทัวร์ส่วนใหญ่มักจะพาลูกทัวร์เที่ยวชมไร่ชาต้าหงเผา ล่องแพไม้ไผ่จิ่วชีว์ซี ชมความงามของธารน้ำเก้าโค้งสิบแปดเลี้ยว ที่ใสสะอาดดุจกระจกเงา ชมวิวทิวทัศน์สองฟากฝั่งธาร ที่งดงามดุจแดนสวรรค์ ถ่ายรูปสวย ๆ คู่กับเขาเทียนโหยว เอาไว้ไปอวดเพื่อนในโลกโซเชียล แวะเดินเล่นชอปปิงของที่ระลึก ที่ถนนโบราณราชวงศ์ซ่งฉินฟ่านมองทัศนียภาพที่งดงามของทิวเขา ที่ทอดยาวต่อเนื่องกันลูกแล้วลูกเล่า ความเขียวชอุ่มแสดงถึงระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ พลางครุ่นคิดในใจว่า เขาจะต้องใช้เวลาเดินทางยาวนานสักเท่าใดโบราณยังเคยกล่าวไว้ว่า มองขุนเขาควบอาชาจนสิ้นใจ ตอนนี้อาชาหรือล่อสักตัวก็ไม่มี มีแต่ต
ฉินฟ่านประคองเขาเดินกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกล"นี่...พี่เขยอย่าหาว่า ผมคุยโวโอ้อวดเลยนะ พี่สาวของผมเอง หุ่นเหิ่นก็แจ่มไม่เบา แถมยังเป็นคนจิตใจดีอีกต่างหาก สาว ๆ ในย่านนี้สวยสู้พี่สาวของผมไม่ได้เลยสักคน ฝีมือทำอาหารก็เป็นเลิศ ทั้งสวยทั้งเก่งขนาดนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ นะครับ พี่เขยไม่คิดจะสนใจบ้างเลยเหรอ ถ้าพี่เขยตกลงเซย์เยส เดี๋ยวผมชงเรื่องให้เอง รับรองว่าสำเร็จปิดจ๊อบในเดือนเดียว"ฉินฟ่านฟังเหลียนเฮ่อแล้ว ก็ได้แต่ยิ้ม ดูแล้วก็ไม่รู้ว่า ในหัวของเขาคิดเห็นยังไงกับเรื่องการเชื่อมสัมพันธไมตรี ระหว่างพี่เขยสด ๆ กับน้องเขยหมาด ๆยิ่งเรียกยิ่งชินปาก แถมพี่เขยคนนี้ไม่เพียงมีวรยุทธสูงส่งระดับเทพเซียน ยังหาเงินเก่งอีกต่างหาก ถ้าหากยังไม่รีบคว้าไว้เป็นพี่เขย ก็เอาหัวโขกเต้าหู้ ให้ตายไปเลยยังดีซะกว่า โทษฐานที่โง่งม อีแบบนี้ต้องรีบกลับไปเป่าหูพี่สาวซะหน่อยแล้วพอทั้งคู่มาถึงหน้าบ้าน"กรี๊ด!"เสียงกรี๊ดดังลั่น พร้อมเงาคนวิ่งออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะเหลียนฟ่งเห็นทั้งคู่แต่ไกล คนหนึ่งเดินกะโผลกกะเผลก ส่วนอีกคนก็ป
หลังจากกินอิ่มแล้ว พวกเขากำลังจะแวะเข้าไปดูของ ที่ร้านค้าวัตถุโบราณแห่งหนึ่ง"นี่ ทำไมคนพวกนั้นเขามองเรากันใหญ่เลยล่ะ คุณลืมรูดซิปหรือเปล่า"เหลียนฟ่งกระซิบถามเบา ๆ ด้วยความสงสัย "โธ่คุณ ผมใส่กางเกงวอร์มนะ มันจะมีซิปได้ยังไง เฮ้อ ทำยังไงได้ พวกชาวบ้านก็อย่างนี้แหละ พวกเขาคงไม่เคยเห็นผู้หญิงสวย ๆ รวยเสน่ห์อย่างคุณมาเดินเล่นแถวนี้มั้ง""แหม ปากหวานจริง ๆ นะคะคุณชายฉิน"เขาแกล้งหยอกเธอ เหลียนฟ่งแก้มแดงขึ้นมาด้วยความเอียงอาย ร้อยทั้งร้อยมีสาวคนไหนไม่ชอบบ้างล่ะ เวลาได้ยินผู้ชายที่ตัวเองชอบชมว่าตัวเองสวย"ปากหวานนะอีกเรื่องหนึ่ง ผมพูดความจริงต่างหากล่ะ คุณหนูเหลียนน่ะทั้งสวยทั้งน่ารักอย่าบอกใครเลยล่ะ ใครได้คุณเป็นแฟนคงมีความสุขที่สุดในโลก""คุณก็พูดเกินไป""รับรองว่าจริงจัง จริงใจ""อย่าหลอกกันนะ""ถ้าหลอกให้หยิกเลย"ทั้งสองหยอกล้อต่อปากต่อคำกัน ท่ามกลางสายตาชาวบ้าน เหลียนฟ่งยืนบิดตัวไปมา ยิ้มหน้าบานอย่างมีความสุข แถมยังตีแขนเขาเบา ๆ ด้วยความเขินอาย ทันใดนั้นเรดาห์ลางสังหรณ์ของผู้หญิงก็ส่งสัญญาณเตือนภัยขึ้นมา เพราะหางตาของเธอ เห็นสาว ๆ หน้าตาสะสวยรุ่นราวคราวเดียวกับเธอสามสี่คน กำลังชี้ชว







