Mag-log inทั้งสองยังคงนอนกอดก่ายกันพูดคุยเล่นกันอยู่บนเตียงคุยเรื่องนั้นคุยเรื่องนี้เขาใช้ปลายนิ้วชี้ไล้พวงแก้มของเธอเบา ๆ
"เรามีลูกกันสักสองคนชายหนึ่งหญิงหนึ่งดีไหมคะ"
มู่ปิงปิงสบตาเขา อยากรู้ว่าเขาจะตอบยังไง
"ไม่ดี ไม่ดี"
"ทำไมล่ะ คุณไม่อยากมีลูกกับฉันอย่าง
งั้นเหรอคะ"
เธอกระเง้ากระงอดทุบหน้าอกของเขารัว ๆ
"อยากสิ แต่ฝีมือระดับผม เราควรจะมีสักห้าหกคน"
มู่ปิงปิงทุบอกเขาเป็นการประท้วง
"นี่คุณกำลังจะให้ฉันเป็นเหมือนแม่หมูใช่ไหม"
"ฮ่ะ ๆ ก็ได้สองคนก็สองคนตามใจคุณเลย"
"นี่ คุณมีเมียตั้งหลายคน แบบนี้ในอนาคตคุณก็คงมีลูกเป็นโหลเลยใช่ไหมคะ
คงจำชื่อผิดจำชื่อถูกแน่ ๆ เลยค่ะ"
“งั้นก็เรียกว่าเจ้าหนึ่งเจ้าสองเจ้าสามก็ได้ ง่ายดีออก”
“แบบนี้คุณคงเป็นคุณพ่อมักง่ายแล้วล่ะค่ะ ชื่อลูกทั้งที ก็ควรตั้งให้ดีมีความหมายหน่อยสิคะ”
"เรื่องชื่อไม่ใช่ปัญหาผมมันเรียนมาน้อย จะคิดชื่อเพราะ ๆ ความหมายดี ๆ ให้ลูกก็คงยากเรื่องนี้ตามใจคุณได้เลย"
“สายแล้วค่ะ เราอาบน้ำเสร็จ ไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกันดีกว่าค่ะ”
“แต่ผมอยากกินคุณก่อนนี่นา”
มือที่ซุกซนของเขา เริ่มขยำขยี้หน้าอกหน้าใจ ที่อวบอัดแฝงแรงดีดสะท้อนอย่างมันมือกระบองทองของเขาเริ่มชูชันผงกหัวขึ้นมาอีกครั้ง เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าข้าวเช้าเดี๋ยวค่อยกิน ตอนนี้ขอเขมือบเธอก่อน
“นี่มันกลางวันแสก ๆ แล้วนะคะยังกินไม่อิ่ม
อีกรึยังไง”
“งั้นขอดูดนมก่อนคุณตำรวจคนสวยคงไม่จับผมใช่ไหมครับ”
เขาขึ้นคร่อมบนตัวเธอ แล้วจับมือทั้งสองข้างของเธอกดกับเตียง แล้วก้มหน้าดูดนมจนเสียงดังจ๊วบ จ๊วบ แต่เธอไม่ได้เป็นแม่ลูกอ่อนนี่ ไหนเลยจะมีน้ำนมไหลออกมาทั้งสองชุลมุนวุ่นวายท่านั้นท่านี้อยู่พักใหญ่ฉินฟ่านสอนมวยให้เธอ จนมู่ปิงปิงต้องครางเสียงกระเส่าด้วยความเสียว มือของเธอจิกแผ่นหลังเขาแบบลืมตัว ยิ่งตอนที่เขาแวะไปกินสาหร่ายที่เนินสามเหลี่ยมของเธอ เธอยิ่งเสียวจนแทบจะทนทานไม่ไหวบั้นท้ายเธอถึงกับยกแอ่นขึ้นรับปลายลิ้นของเขา เสียงซี๊ดปากเหมือนกินพริกเผ็ด ๆ เข้าไปกำใหญ่ ปทุมถันอวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือที่ขาวผ่องราวกับหยกเนื้อดี สั่นกระเพื่อมไปมายามเมื่อเขาชักทวนเข้าโรมรันไสม้าเข้าไปโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างหนักหน่วงรุนแรง
“อ๊า…แรงอีกแรงอีก”
ในที่สุดเธอต้องยกธงขาวยอมรับความพ่ายแพ้เขารู้สึกได้ว่าเนินสามเหลี่ยมของเธอ กำลังบีบรัดตัวตอดเขาอยู่ตุ๊บตุ๊บ ร่างของเธอกำลังกระตุกเกร็ง แถมช่วงล่างยังฉ่ำแฉะเธอหอบหายใจถี่ ๆ อย่างหนักหน่วง รู้สึกผ่อนคลายสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก โอ…พระเจ้านี่เธอถึงจุดสุดยอดก่อนเขาอีกรึเนี่ย
“รักคุณนะคนดี”
เขากระซิบข้างใบหูเธอ แล้วซอยสะโพกถี่ยิบจนนับแทบไม่ทัน เมื่อตัวเขากระฉูดน้ำรักออกมาเขาก็ฟุบหน้าลงบนอกอวบอิ่มของเธอ ทั้งสองเพียงแค่นอนนิ่ง ๆ อย่างเงียบงัน จนรู้สึกถึงจังหวะหัวใจเต้นของอีกฝ่าย เวลาผ่านไปครู่ใหญ่
เธอผลักเขาออกแล้วรีบดีดตัวลุกขึ้นจนเห็นเรือนร่างขาวผ่องที่ไร้อาภรณ์ห่มคลุมอวดส่วนเว้าส่วนโค้งเป็นเส้นสายที่สวยงาม
"ฉันไปอาบน้ำก่อนนะคะ"
เธอพูดโดยไม่หันหน้ามาแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ อึดใจต่อมาเธอชะโงกหน้าออกมาพร้อมรอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
"คุณช่วยมาถูหลังให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ เบบี๋"
เธอแบมือขวาไปข้างหน้า แล้วค่อย ๆ รวบนิ้วทีละนิ้วจนถึงนิ้วชี้เป็นเชิงเรียกให้มาด้วยท่วงท่าสีหน้าแววตาเซ็กซี่สุด ๆ ราวกับนางแมวยั่วสวาทชวนให้ผู้คนเกิดอารมณ์ฟุ้งซ่านความดันขึ้นจริง ๆ
ฉินฟ่านเปล่งเสียงร้องพิกลออกมารีบลุกวิ่งเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว สักพักก็มีเสียงอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์ เสียงสายน้ำฝักบัวไหลตกกระทบพื้น เสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงเสียงร่ำร้องครวญครางราวจะขาดใจ เสียงซูดปากราวกับกินหมาล่าที่ทั้งเผ็ดทั้งร้อน เสียงกระแทกกระทั้นยามเนื้อหนังกระทบกันดังเป็นจังหวะเสียงแห่งความกระสันราวกับบทเพลงจากปีศาจ
"จ่ายมาเร็ว ๆ เข้า จ่ายมา จ่ายสดงดเชื่อเบื่อทวง"
"โธ่แพ้เจ๊ฟ่งจนได้เลย"
พวกสาว ๆ ต่างพากันบ่นกระปอดกระแปด
สาว ๆ ต่างชุลมุนวุ่นวายควักเงินจ่ายให้
เหลียนฟ่งเพราะพวกเธอพนันกันว่า เมื่อคืนฉินฟ่านไม่ได้กลับมานอนที่บ้านจะงาบมู่ปิงปิงได้สำเร็จหรือไม่เพราะพ่อประคุณรุนช่องเล่นหายหัวไปทั้งคืน เหลียนฟ่งยืนยันเสียงหนักแน่นว่าได้ชัวร์ไม่มีมั่วนิ่มแต่พวกเธอกลับคิดว่า อย่างน้อยต้องอีกหนึ่งเดือน เสือดาวเหล็กมู่ปิงปิงถึงจะใจอ่อนยอมให้งาบ
ดังนั้นพวกเธอจึงพนันกันคนละร้อยหยวนผลออกมาเป็นอย่างไรนะหรือ แค่ปรายตามองดู ท่าทางของสองสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันที่ยืนขาสั่นอยู่ที่นั่นก็รู้แล้วพวกเธอแพ้พนัน ให้เหลียนฟ่งจนหมดรูปจริง ๆ ไม่มีคำใดจะโต้แย้งเพราะหลักฐานยืนกุมมือกันทนโท่อยู่ตรงหน้า
ฉินฟ่านกับมู่ปิงปิงยืนกุมมือกัน นิ่งเป็นหุ่นไล่กา อยู่ข้างกระเป๋าเสื้อผ้าสองใบโดยที่ไม่มีนักพนันคนไหนคิดจะสนใจพวกเขาบ้างเลย
"อะแฮ่ม"
"เอ่อ…ที่รัก"
ไม่มีใครหันมามองสักคน
"ยู้ฮู สาวน้อย"
นี่ใจคอจะไม่สนใจพวกเขาจริง ๆ เหรอ ทีเมื่อก่อนยังไม่ทันเอ่ยปากเรียกก็วิ่งมาล้อมหน้าล้อมหลังแล้ว
"ดี เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็งไม่มีใครสนใจผมแล้วใช่ไหมแบบนี้ต้องลงโทษตามกฎบ้าน"
พวกเธอพอได้ยินต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น ฉินฟ่านไล่จับพวกเธอฟาดก้นคนละทีสองที
มู่ปิงปิงเผลอเอามือลูบคลำแก้มก้นที่เมื่อคืนโดนเขาฟาดไปหลายที แต่พูดตามตรงความรู้สึกที่ถูกฟาดมันไม่รู้สึกเจ็บแต่มันให้ความรู้สึกเร้าใจเธอ อย่างบอกไม่
ถูกนิด ๆ เหมือนกัน เอ๋รึว่าเธอเองก็ชอบโดนฟาดก้น บ้าไปแล้วเธอรู้สึกตกใจกับความคิดนี้
ฉินฟ่านจับพวกเธอมาหอมแก้มทีละคนทุกอย่างเริ่มกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
"มานั่งเถอะ มีแต่คนกันเองทั้งนั้นต่อไปเธอก็เป็นน้องหกไม่ต้องทำหน้าสงสัยตาแก่ลามกนี่จับคุณหนูสี่กดติดข้างฝาแล้วปู้ยี่ปู้ยำก่อนเธอเรียบร้อยโรงเรียนจีนแล้ว ตำแหน่งน้องห้าจึงตกเป็นของคุณหนูสี่"
ซูหลิงจูงมือมู่ปิงปิง นั่งลงข้าง ๆ พัดลม โยโย่เทน้ำส้มคั้นให้เธอ
"ที่รักเมื่อคืนคงฟินมากเลยละสิ กี่ทีคะ"
อิ๋งอิ๋งกระซิบถามข้างหูพลางเอามือขยำเป้าของเขาแบบไม่เกรงใจสายตาใคร
พวกเธอผ่านเซ็กซ์หมู่มาแล้ว แค่นี้จิ๊บ ๆ
ฉินฟ่านก้มหน้าลงพยามยามข่มกลั้นอารมณ์ที่โดนอิ๋งอิ๋งขยำตรงเป้า เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นช้า ๆ พร้อมกับกางห้านิ้ว
"จุ๊ ๆคุณนี่น้าไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาซะบ้างเลยดูสิเด็กใหม่ไร้เดียงสา งดงามราวบุปผาแรกแย้ม คุณยังใจร้ายใจดำเล่นจับกดไปตั้งห้าครั้ง จนบุปผาต้องบอบช้ำสงสัยถอดเสื้อผ้าออกมาคงมีแต่รอยคุณฟัดจนแดงเถือกเต็มไปหมดเลยละสิ มิน่าล่ะ เมื่อครู่เห็นเธอเดินขาถ่างเข้ามาเลย"
เหลียนฟ่งพูดแหย่เขาอย่างสบายอารมณ์
"รึจะให้ฟัดคุณแทนก็ได้นะ"
ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นเอียงหน้ามองพลางจับเหลียนฟ่งมานั่งตักแล้วทั้งฟัด ทั้งขย้ำ ทั้งขยี้จนเธอต้านทานพลังหื่นหมื่นองศานี้ไม่ไหว เธอหน้าแดงก่ำหอบหายใจอย่างแรง พอผละออกห่างเขาได้เธอก็ฟาดแขนเขารัว ๆ ไปหลายทีจนเกิดเป็นเสียงดัง
เพี๊ยะ ๆ
"กลางวันแสก ๆ ยังจะหื่นอีกคอยดูคืนนี้ก่อนเถอะ แม่จะรีดไม่ให้เหลือน้ำสักหยดเดียวเลย"
เหลียนฟ่งบ่นกระปอดกระแปด จนสาว ๆ ต้องพากันปิดปากหัวเราะ ส่วนมู่ปิงปิงเพิ่งเป็นน้องใหม่เฟรชชี่ของบ้านนี้จึงยังตั้งกระบวนท่ารับมือไม่ทัน นี่พวกเขาหยอกล้อกันขนาดนี้เลยเหรอ
ต๊ก ต๊ก ต๊ก
เสียงรองเท้าส้นสูงดังแว่วมาแต่ไกลพร้อมร่างอันสะคราญตาของคุณหนูสี่เธอเดินเข้ามาด้วยสีหน้าอันบึ้งตึง แต่คนสวยทำหน้ายังไงก็ยังดูสวยอยู่ดีเธอตรงดิ่งเข้ามาหาเขา พลางกระชากคอเสื้อของเขาจนปลายจมูกของทั้งสองใกล้จะสัมผัสกัน แล้วเธอจ้องตาเขาแล้วก็พูดเสียงเข้ม
"ดีมากนะปล่อยให้ฉันนอนเหี่ยวแห้งอยู่ที่บ้านคนเดียวพวกคุณกลับเฮฮาปาร์ตี้กันเอ๋ เด็กใหม่แกะกล่องเหรอมิน่าล่ะ ได้ใหม่แล้วลืมเก่า"
คุณหนูสี่หันไปมองมู่ปิงปิงที่นั่งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ในตำแหน่งน้องใหม่แกะกล่อง อีตานี่เผลอไม่ได้เลยจริง ๆ
"โธ่ เมียจ๋าฟังผมก่อน"
คุณหนูสี่ที่ถูกเรียกว่าเมียจ๋าถึงกับหน้าแดงร้อนฉ่า ความรู้สึกที่ไม่คุ้นชินกับคำเรียกหาแบบนี้ ทำให้เธอคลายมือออกจากเสื้อเขาอย่างลืมตัว
"คิก ๆ คุณหนูสี่ยังไม่ทันฟังคำอธิบาย เจอจิ้งจอกเฒ่าใช้เล่ห์ลิ้นคารมคมคายเรียกเมียจ๋งเมียจ๋าแค่คำเดียว ร่างกายก็อ่อนระทวยราวขี้ผึ้งลนไฟซะแล้ว สงสัยคืนนี้จะต้องกลายเป็นลูกแกะตัวน้อย ที่ร่ำร้องขอชีวิต แต่น่าเสียดายที่ต้องถูกกลืนกินลงไปทั้งตัวแต่ว่าตอนนี้เอาออร์เดิร์ฟไปกินก่อนก็แล้วกัน"
เหลียนฟ่งพูดจบเธอจับศีรษะของทั้งสองให้จูบกัน มือฉินฟ่านราวกับหนวดปลาหมึกยักษ์ เดี๋ยวขยำบนเดี๋ยวล้วงล่าง ขึ้น ๆ ลง ๆ เดี๋ยวไล่เรียงไปทางซ้ายเดี๋ยวล้วงวนมาทางขวาเล่นเอาเสื้อผ้าคุณหนูสี่ยับยู่ยี่ รับกระบวนท่าไม่หวาดไม่ไหว พอเขาถอนริมฝีปากออกมา เธอถึงกับหอบหายใจตัวอ่อนระทดระทวย สาว ๆเห็นสภาพนั้นต่างหัวเราะคิกคักชอบใจกันยกใหญ่
"โอ้ พี่เขยกลับมาแล้วเอ๋…หมวดมู่กับคุณหนูสี่ก็มาด้วย แหม…คึกคักแบบนี้ ดีเลยคืนนี้พวกเราทำบาร์บีคิวปิ้งย่าง กินกันดีไหมครับ"
เหลียนเฮ่อดีใจที่ได้เจอพี่เขย
"ตามใจนายเลยน้องเขยสุดเลิฟ"
ฉินฟ่านนึกเอ็นดูไอ้น้องเมียคนนี้จริง ๆ
"ไอ้เด็กบ้า การบ้งการบ้านนะทำเสร็จรึยัง รีบไปทำให้เสร็จ ๆ ถ้าเทอมนี้แกเกรดตก พี่สาวคนนี้จะไล่ตีกบาลแกเองรีบเข้าห้องไปท่องหนังสือ เร็ว ๆ เข้าเดี๋ยวพวกพี่จะไปจ่ายตลาดกันเอง"
เหลียนฟ่งบ่นน้องชายตัวดี แล้วเดินไปหยิบกุญแจรถยนต์ โยโย่กับอิ๋งอิ๋งรีบตามไปช่วยซื้อของ
“เสี่ยวเฮ่อไฟท์ติ้ง”
ฉินฟ่านเอามือป้องปากพูดเสียงเบา ๆ เอาใจช่วยน้องเขย แอบเป็นกองเชียร์แบบลับ ๆ
ซูหลิงจูงมือพามู่ปิงปิงไปที่ห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า
"อย่าโกรธผมเลยนะคนดีที่ให้คุณอยู่ตระกูลเย่ เพราะผมเป็นห่วงความปลอดภัยของคุณ แต่ผมจะรีบจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด"
คุณหนูสี่ที่ยังนั่งตักเขาจ้องมองดูสีหน้าท่าทางที่จริงจังของเขา ก็เริ่มใจอ่อนหายโกรธ ความจริงเธอเองก็รู้เหตุผลข้อนี้ดีถึงเธอจะรู้ว่าโยโย่กับอิ๋งอิ๋งมีฝีมือที่ร้ายกาจ แต่มีคำพูดที่ว่า สองหมัดยากจะต้านสี่ฝ่ามือ จะให้โยโย่กับอิ๋งอิ๋งดูแลคนตั้งมากมายได้ยังไง
"ก็ฉันคิดถึงคุณนี่"
เธอทำท่างอนบิดตัวไปมาตัดพ้อเขา จนเขาต้องดึงเธอมาหอมแก้มฟอดใหญ่ซ้ายทีขวาที แอบกระซิบข้างหูเธอสองสามคำใบหน้าเธอถึงกับร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้งแต่ก็ยังยอมพยักหน้าเบา ๆ อย่างอาย ๆ
ฮ่ะ ๆ
เสียงหัวเราะชอบใจของเขาที่ได้กระเซ้าเย้าแหย่เธอดังไปทั่วห้อง
ถึงคืนนี้จะไร้แสงจันทร์ แต่อย่างน้อยก็มีลมพัดเบา ๆ เย็นสบายซีเหมินคังหอบเบียร์มาลังหนึ่งวางแช่ลงไปในกระติกน้ำแข็งใบใหญ่ เหลียนเฮ่อกำลังปิ้งปีกไก่ พี่ใหญ่ลู่เจี้ยนกับจางเย่จื่อกำลังช่วยกันขนโต๊ะเก้าอี้มาเพิ่มส่วนฉินฟ่านกับสาว ๆ ก็ช่วยกันขนอุปกรณ์เครื่องเสียงคาราโอเกะมาทุกคนต่างช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพียงครู่เดียวก็เสร็จพร้อมที่จะเปิดงานปาร์ตี้รอบกองไฟได้
นักร้องเสียงทอง ที่ทุกคนกำลังรอคอยอย่างใจจดใจจ่อก็คือซีเหมินคังกับคุณชายรอง ที่มาร้องเพลงคู่แนวความรักหวานซึ้งตรึงใจ ประสานเสียงกันได้อย่างลงตัวไพเราะเสียจนทำให้ทุกคน
ต่างทึ่งในพลังเสียงของทั้งสองคน
หม้อไฟหมาล่ากำลังเดือดปุด ๆ
เหลียนฟ่งใช้ช้อนตัก ซดเฮือกไปคำใหญ่
"โอ๊ย เผ็ด ๆทำไมถึงได้เผ็ดขนาดนี้ล่ะปากเปิกพังหมดแล้ว นี่…โยโย่เธอเทพริกใส่ลงไปหมดขวดเลยรึเปล่าเนี่ย"
เสียงเหลียนฟ่งโอดครวญอิ๋งอิ๋งรีบเทน้ำดื่มให้เธอ เธอรีบรับมาแล้วดื่มลงไป
"อ้าว เผ็ดเหรอคะ นี่หนูยั้งมือแล้วนะ ปกติหนูกินเผ็ดกว่านี้อีก"
โยโย่ยิ้มแห้ง ๆ
"ถ้าเธอชอบรสจัด ก็กินมาก ๆ ล่ะ ฉันสงสารลำไส้ตัวเอง ไม่เอาด้วยหรอก"
"นี่ หมวดมู่คุณกินเยอะขนาดนี้ ทำไมถึงได้หุ่นดีนักล่ะ"
จางเย่จื่อชวนคุย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ พลางคีบน่องเป็ดย่างให้เธอ
"ฮ่ะ ๆ สงสัยวิ่งไล่จับโจรเยอะค่ะ ฉันเองก็ไม่ค่อยมีเวลาเข้าฟิตเนสหรอกค่ะ บางทีซุ่มอยู่ในรถยนต์สองวันสองคืนเพื่อรอจับโจรล้วงกระเป๋า พอกลับไปถึงบ้าน
ก็หมดแรงหลับเป็นตายเลย"
หลังจากนั้นทุกคนต่างพากันแย่งไมค์โยโย่ไวกว่า เธอกระโดดตีลังกาสามตลบพร้อมเปิดตัวในเพลงแร็ป ทั้งร้องทั้งเต้นทั้งแร็ปถูกอกถูกใจทุกคนมาก ฉินฟ่านรู้สึกช็อกจนขนลุกซู่ รู้สึกว่ายังมีบางแง่บางมุม ที่เขายังไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของพวกเธอดี
ทุกคนต่างเฮฮาปาร์ตี้ ทั้งดื่มทั้งกินกันอย่างสนุกสุดเหวี่ยง เหลียนฟ่งเอาซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งให้เหลียนเฮ่อย่าง ฉินฟ่านถือขวดเหล้าบรั่นดี เดินจากไปเงียบ ๆ เพียงลำพัง
"ทุกท่านวันนี้ข้ามีความสุข ข้าจึงมาชวนทุกท่านดื่มด้วยกัน"
ฉินฟ่านเทเหล้าให้กับพญายมและทุกคน เขาเดินไปขยับเนคไทอย่างระมัดระวังให้กับตือโป๊ยก่ายล้วงหยิบเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดฝุ่นที่รองเท้าให้ไท่ซ่างเหล่าจวิน
"ข้าหวังว่าทุก ๆ ท่าน ที่เพลิดเพลินอยู่บนสรวงสวรรค์จะมีความสุขดี แต่หากรู้สึกเบื่อ ๆ ก็มาเที่ยวที่บ้านข้าบ้างก็ได้ ข้าจะพาพวกท่านไปซิตี้ทัวร์ ตระเวนกินอาหาร
อร่อย ๆ เอง"
เขาหยุดอยู่ต่อหน้าเทพธิดาฉางเอ๋อ
เหม่อมองใบหน้าที่งดงามอย่างซึมเซา
น้ำตาของเขาค่อย ๆ หลั่งรินอาบสองแก้ม
เขายืนหลั่งน้ำตาเงียบ ๆ โดยไร้เสียงสะอื้น
"คุณหนูสี่เห็นฉินฟ่านรึเปล่าคะ"
มู่ปิงปิงถามเพราะไม่เห็นเขามาพักหนึ่งแล้ว
"เขาไปที่ห้องนั้นค่ะ"
มู่ปิงปิงเดินไปตามทางที่คุณหนูสี่ชี้
แรก ๆ เธอก็แค่อยากตามหาเขาเท่านั้น แต่พอเธอเห็นรูปแกะสลักของเหล่าเทพเซียนทั้งหลาย เธอก็แปลกใจยิ่งขึ้นเพราะรูปแกะสลักพวกนี้เหมือนคนมากจริง ๆ ทั้งเครื่องแต่งกายเครื่องประดับ แต่ที่แปลกใจยิ่งกว่าก็คือชายคนรักของเธอกำลังร้องไห้
"ดูสิ โตแล้วยังจะขี้แยอีก เธอสวยจริง ๆ เธอเป็นใครเหรอคะ"
มู่ปิงปิงเช็ดน้ำตาให้เขาอย่างเบามือ
ราวกับภรรยาตัวน้อยดูแลสามี
เขาไม่ตอบ กลับจับมือเธอคุกเข่าลงต่อหน้าเทพเซียน
"ฮ่า ๆทุก ๆ ท่านนี่คือมู่ปิงปิงผู้หญิงที่ผมรัก เค้าว่าคู่กันแล้วไม่แคล้วกัน กว่าเธอจะใจอ่อนยอมชายตาเหลือบแลคนต่ำต้อยอย่างผม ผมก็แทบจะยกธงขาวยอมแพ้แล้ว เพราะเธอใจแข็งเป็นหิน สวยใช่ไหม เธอสวยน่ารักมาก เธอเป็นตำรวจที่ดีปกป้องประชาชนแต่บางครั้งต้องเสี่ยงภัยอันตราย เพื่อจับโจรแถมยังเป็นคนซุ่มซ่ามได้โปรดช่วยคุ้มครองให้เธอปลอดภัยด้วยนะขอรับ ฮ่า ๆ ข้านี่แย่จริง ๆ ชอบขอโน่นขอนี่กับพวกท่านอยู่เรื่อยเลย วันนี้ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ พวกเขา กำลังรอข้าอยู่"
ฉินฟ่านโขกศีรษะสามครั้งอย่างนอบน้อมแล้วพามู่ปิงปิงเดินกลับไปที่วงบาร์บีคิว
ภายหลังมู่ปิงปิงแอบถามเหลียนฟ่งว่ารูปแกะสลักพวกนั้นเป็นใคร เหลียนฟ่งกลับตอบว่า ทุกคนต่างมีความลับ มีมุมส่วนตัวของตัวเองถ้าฉินฟ่านอยากบอก เขาก็จะบอกเอง แต่ที่แน่ ๆ ก็คือคนกลุ่มนั้น จะต้องมีความสำคัญต่อฉินฟ่านเป็นอย่างมาก
ทุกคนพอเห็นฉินฟ่านกับมู่ปิงปิงเดินกลับมา ก็รีบรินเบียร์ให้ทั้งสอง ทันใดนั้นก็มีมือที่ผอมแห้งซูบกรังเหมือนขานก ยื่นแก้วเปล่ามาที่หน้าโยโย่
"แม่หนูขอเบียร์สักแก้วได้รึเปล่า คอแห้งเป็นบ้าเลยโอ้โห…มีแต่ของดี ๆ ทั้งนั้นเลย กุ้งมังกรอบชีส ปลิงทะเลผัดต้นหอม เป็ดย่าง หอยนางรมสดกำลังหิวอยู่พอดีเลย ขอชิมหน่อยนะ”
เสียงแหบ ๆ ของชายชราวัยหกสิบปี ที่มีขมับนูนสูงดังก้องกังวานบ่งบอกถึงพลังภายในที่แข็งแกร่งลึกล้ำ
ซีเหมินคังลุกขึ้นรินเบียร์ให้พลางใช้สายตาของมือสังหารมองสำรวจชายชรา ที่จู่ ๆ ผุดโผล่มานั่งร่วมโต๊ะ สีหน้าท่าทางของคนผู้นี้คล้ายกับคุณตาใจดี ที่อยู่ข้างบ้าน เขาสวมเสื้อแขนยาวชุดถังสีขาวสะอาดสะอ้าน แต่ใบหน้ากลับซูบซีดร่างกายผอมแห้งราวกับเป็นโรคขาดสารอาหารหวีผมหงอกขาวเสยไปข้างหลัง นั่งดื่มเบียร์กัดกินน่องเป็ดย่าง กระดิกขาอย่างสบายอารมณ์ ราวกับอยู่บ้านของตัวเอง แล้วมองดูลูกหลานทั้งหลายที่กำลังหยอกล้อกันอย่างเอ็นดู
"ผมชื่อฉินฟ่าน ไม่ทราบว่าคุณลุงมาที่นี่มีจุดประสงค์อะไร"
แก้วตาที่หดเล็กของฉินฟ่าน กำลังจ้องมองทุกส่วนสัดของชายชราราวกับรับรู้ถึงพลังอันน่ากลัวของคน ๆ นี้
"ฆ่า"
ชายชรากระโดดลอยตัวกางกรงเล็บเหยี่ยวหมายจะขยุ้มคอหอยของฉินฟ่าน ฉินฟ่านหัวเราะดังก้องพลางตบโต๊ะฉาดใหญ่จานอาหารต่าง ๆ พากันลอยขึ้นจากพื้นโต๊ะ เขาใช้มือปาดใส่จานอาหารเหล่านั้น จนลอยไปราวกับอาวุธลับที่พุ่งใส่ชายชรา ทั้งขาหมูน้ำแดงผัดผักหมูสามชั้นเค้กสตอร์เบอรี่และอย่างอื่นอีกรวมสิบสามชนิด
แต่ร่างที่ซูบผอมของชายชราสามารถพลิกตัวเหินไปด้านข้าง ราวกับเหยี่ยวขาวตัวใหญ่หลบอาวุธลับขาหมูได้อย่างหวุดหวิด
โย่โย่กับอิ๋งอิ๋งพาทุกคนเข้าไปในบ้านอย่างสงบเรียบร้อย ไม่มีเสียงกรีดร้องตกอกตกใจใด ๆ ทั้งสิ้น
ซีเหมินคังใช้เหล็กแหลมที่เสียบย่างไส้กรอกเยอรมันเป็นอาวุธ แทงจู่โจมตำแหน่งคอหอยทรวงอกท้องน้อย หว่างขาด้วยกระบวนท่าเจ็ดกระบี่รังควานชีวิต ผสานกับท่าเตะตัดขาเลียดดินของฉินฟ่าน
ชายชรามีสีหน้าเคร่งเครียดเขารู้สึกตึงมือขึ้นมาทันที ตอนแรกเขายังเข้าใจว่าคนในบ้านนี้ คงมีแต่ฉินฟ่านที่มีฝีมืออยู่บ้างสักท่าสองท่า และลูกน้องของเงาโลหิตฝีมือคงจะอ่อนหัดเกินไป ถึงได้มาว่าจ้างตนด้วยเงินก้อนใหญ่คิดไม่ถึงว่าจะมียอดฝีมือเร้นกายอยู่ที่นี่ด้วย ชายชราถึงกับตวาดเสียงดังก้อง กรงเล็บเหยี่ยวยืดยาวออกมาอีกคืบหนึ่งราวกับเล่นมายากล
พลังภายในที่พวยพุ่งมาตามกรงเล็บทั้งห้าสาย แทบจะทะลวงใส่หัวใจของพวกเขาจนต้องรีบดีดตัวถอยหลังสุดแรง จึงรอดพ้นจากพลังสายนั้น แต่เสื้อบริเวณหน้าอกของทั้งสองก็ยังถูกกรีดขาดเป็นรอยกรงเล็บ
"ฮ่ะ ๆ เพลงกระบี่ที่ดุดันอำมหิตยิ่งนัก น่าสนใจ…น่าสนใจจริง ๆ เด็ก ๆ อย่างพวกเธอเรียกฉันว่าปรมาจารย์ปู้ก็ได้ แม่หนูชื่อว่าอะไรเหรอ"
"ผู้เยาว์ชื่อซีเหมินคังฮ่ะ"
ซีเหมินคังตอบอย่างเอียงอาย คิดไม่ถึงว่าตาเฒ่าร้ายกาจคนนี้ จะชื่นชมเพลงกระบี่ของเธอว่าเป็นเลิศ
"หือ ว่าแต่คุ้น ๆ แฮะชื่อนี้เคยได้ยินที่ไหนนะเฮ้อ แก่แล้วก็หลง ๆ ลืม ๆ แบบนี้แหละ อ้อ…ใช่แล้วใช่แล้ว ฝันร้ายรังควานชีวิตซีเหมินคัง ใช่ไหม ที่ติดอันดับหนึ่งในห้าจากการจัดอันดับสุดยอดมือสังหารของประเทศจีน"
ชายชราพูดด้วยความตกใจ เอาแล้วไงงานนี้เจอของแข็งเข้าเต็มเปาแล้วมือสังหารย่อมเข้าใจในความน่ากลัวของมือสังหารได้อย่างถ่องแท้ แต่รับเงินคนอื่นมาแล้วก็ต้องทำงานให้เสร็จ
"ฮิ ๆ นั่นเป็นแค่ฉายาที่คนในวงการตั้งให้แบบมั่ว ๆ ซั่ว ๆ เท่านั้นละฮ่ะ"
"นี่ตาแก่เขี้ยวอสูรส่งแกมาสินะ ตกลงจะสู้ต่อไหม ผมจะรีบไปดูซีรีส์เกาหลี ถ้าถูกผมหักคอทิ้ง ก็อย่าโกรธกันล่ะ เอาไว้ผมจะทำบุญกรวดน้ำไปให้พี่คัง งานนี้ให้พี่เป็นผู้ชมชั้นริงไซด์ดูสิว่าใครจะน็อก
ก่อนกัน"
ฉินฟ่านรู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมาตงิด ๆ อยากทดสอบฝีมือตัวเองว่าจะอยู่ในระดับไหน ถ้าวันนี้เขาชนะระดับปรมาจารย์ได้ก็คงไม่มีใครฆ่าเขาได้อย่างแน่นอน
"ไอ้เด็กเวรนี่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง วันก่อนแกฆ่าศิษย์ทั้งสี่ของฉัน ไม่ว่ายังไงแค้นนี้ต้องชำระ ดี…วันนี้เรามาสะสางบัญชีกัน ฉันจะให้แกตายอย่างทุกข์ทรมาน"
ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว
ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม
ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย
เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ
พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก
แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า
ชายชราดีใจที่ได้ยินว่าซีเหมินคังจะไม่ร่วมวงต่อสู้ด้วย งานนี้ย่อมง่ายขึ้นเขายืนแยกเท้าเล็กน้อย มือทั้งสองข้างกางกรงเล็บมือขวายกงอหักศอกเสมอปลายคางมือซ้ายกางกรงเล็บเหยียดตรงมาเบื้องหน้าเสมอหน้าอกนี่เป็นกระบวนท่าไม้ตายของมัน"ฮ่ะ ๆ กรงเล็บลูกไก่น้อยจะร้ายกาจสักแค่ไหนอยาก
เราจะโยนโทรศัพท์ทิ้งลงแม่น้ำ หรือย้ายบ้านหนีปิงปิงดี ความคิดในหัวของฉินฟ่านในตอนนี้ สับสนปนเปไปหมด ความจริงสิ่งที่เขากลัวที่สุด ไม่ใช่เรื่องถูกหลอกถูกบังคับขู่เข็ญให้ไปจับโจรเขารู้สึกว่ามู่ปิงปิงเหมือนบ่อทรายดูด ยิ่งเขาเผลอใจเดินลงไปลึกมากเท่าไหร่จะยิ่งถูกดูดจนจมไปทั้งตัวและหัวใจ
ลู่เจี้ยนเล่าเรื่องข้อตกลงของทั้งสองให้ฉินฟ่านฟังฉินฟ่านไม่ได้ฟังเรื่องราวจากปากพี่ใหญ่เลยสักกะนิดเขาเอามือลูบคางพลางครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดเหมาะ…เหมาะเหม๋งเลย ช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้ยังกับผีเน่ากับโลงผุเอ๋…เปรียบเปรยคู่ที่เหมาะสมกันแบบนี้รึเปล่า อ้อ...
รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมากแต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจ







