Share

บทที่ 55 ไม่ดี ไม่ดี

last update Petsa ng paglalathala: 2026-02-25 07:00:14

ทั้งสองยังคงนอนกอดก่ายกันพูดคุยเล่นกันอยู่บนเตียงคุยเรื่องนั้นคุยเรื่องนี้เขาใช้ปลายนิ้วชี้ไล้พวงแก้มของเธอเบา ๆ

"เรามีลูกกันสักสองคนชายหนึ่งหญิงหนึ่งดีไหมคะ"

มู่ปิงปิงสบตาเขา อยากรู้ว่าเขาจะตอบยังไง

 "ไม่ดี ไม่ดี"

 "ทำไมล่ะ คุณไม่อยากมีลูกกับฉันอย่าง

งั้นเหรอคะ"

เธอกระเง้ากระงอดทุบหน้าอกของเขารัว ๆ

 "อยากสิ แต่ฝีมือระดับผม เราควรจะมีสักห้าหกคน"

 มู่ปิงปิงทุบอกเขาเป็นการประท้วง

"นี่คุณกำลังจะให้ฉันเป็นเหมือนแม่หมูใช่ไหม"

"ฮ่ะ ๆ ก็ได้สองคนก็สองคนตามใจคุณเลย"

"นี่ คุณมีเมียตั้งหลายคน แบบนี้ในอนาคตคุณก็คงมีลูกเป็นโหลเลยใช่ไหมคะ

คงจำชื่อผิดจำชื่อถูกแน่ ๆ เลยค่ะ"

 “งั้นก็เรียกว่าเจ้าหนึ่งเจ้าสองเจ้าสามก็ได้ ง่ายดีออก”

 “แบบนี้คุณคงเป็นคุณพ่อมักง่ายแล้วล่ะค่ะ ชื่อลูกทั้งที ก็ควรตั้งให้ดีมีความหมายหน่อยสิคะ”

"เรื่องชื่อไม่ใช่ปัญหาผมมันเรียนมาน้อย จะคิดชื่อเพราะ ๆ ความหมายดี ๆ ให้ลูกก็คงยากเรื่องนี้ตามใจคุณได้เลย"

 “สายแล้วค่ะ เราอาบน้ำเสร็จ ไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกันดีกว่าค่ะ”

 “แต่ผมอยากกินคุณก่อนนี่นา”

มือที่ซุกซนของเขา เริ่มขยำขยี้หน้าอกหน้าใจ ที่อวบอัดแฝงแรงดีดสะท้อนอย่างมันมือกระบองทองของเขาเริ่มชูชันผงกหัวขึ้นมาอีกครั้ง เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าข้าวเช้าเดี๋ยวค่อยกิน ตอนนี้ขอเขมือบเธอก่อน

 “นี่มันกลางวันแสก ๆ แล้วนะคะยังกินไม่อิ่ม

อีกรึยังไง”

 “งั้นขอดูดนมก่อนคุณตำรวจคนสวยคงไม่จับผมใช่ไหมครับ”

เขาขึ้นคร่อมบนตัวเธอ แล้วจับมือทั้งสองข้างของเธอกดกับเตียง แล้วก้มหน้าดูดนมจนเสียงดังจ๊วบ จ๊วบ แต่เธอไม่ได้เป็นแม่ลูกอ่อนนี่ ไหนเลยจะมีน้ำนมไหลออกมาทั้งสองชุลมุนวุ่นวายท่านั้นท่านี้อยู่พักใหญ่ฉินฟ่านสอนมวยให้เธอ จนมู่ปิงปิงต้องครางเสียงกระเส่าด้วยความเสียว มือของเธอจิกแผ่นหลังเขาแบบลืมตัว ยิ่งตอนที่เขาแวะไปกินสาหร่ายที่เนินสามเหลี่ยมของเธอ เธอยิ่งเสียวจนแทบจะทนทานไม่ไหวบั้นท้ายเธอถึงกับยกแอ่นขึ้นรับปลายลิ้นของเขา เสียงซี๊ดปากเหมือนกินพริกเผ็ด ๆ เข้าไปกำใหญ่ ปทุมถันอวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือที่ขาวผ่องราวกับหยกเนื้อดี สั่นกระเพื่อมไปมายามเมื่อเขาชักทวนเข้าโรมรันไสม้าเข้าไปโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างหนักหน่วงรุนแรง

“อ๊า…แรงอีกแรงอีก”

 ในที่สุดเธอต้องยกธงขาวยอมรับความพ่ายแพ้เขารู้สึกได้ว่าเนินสามเหลี่ยมของเธอ กำลังบีบรัดตัวตอดเขาอยู่ตุ๊บตุ๊บ ร่างของเธอกำลังกระตุกเกร็ง แถมช่วงล่างยังฉ่ำแฉะเธอหอบหายใจถี่ ๆ อย่างหนักหน่วง รู้สึกผ่อนคลายสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก โอ…พระเจ้านี่เธอถึงจุดสุดยอดก่อนเขาอีกรึเนี่ย

“รักคุณนะคนดี”

เขากระซิบข้างใบหูเธอ แล้วซอยสะโพกถี่ยิบจนนับแทบไม่ทัน เมื่อตัวเขากระฉูดน้ำรักออกมาเขาก็ฟุบหน้าลงบนอกอวบอิ่มของเธอ ทั้งสองเพียงแค่นอนนิ่ง ๆ อย่างเงียบงัน จนรู้สึกถึงจังหวะหัวใจเต้นของอีกฝ่าย เวลาผ่านไปครู่ใหญ่

 เธอผลักเขาออกแล้วรีบดีดตัวลุกขึ้นจนเห็นเรือนร่างขาวผ่องที่ไร้อาภรณ์ห่มคลุมอวดส่วนเว้าส่วนโค้งเป็นเส้นสายที่สวยงาม

"ฉันไปอาบน้ำก่อนนะคะ"

 เธอพูดโดยไม่หันหน้ามาแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ อึดใจต่อมาเธอชะโงกหน้าออกมาพร้อมรอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

 "คุณช่วยมาถูหลังให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ เบบี๋"

 เธอแบมือขวาไปข้างหน้า แล้วค่อย ๆ รวบนิ้วทีละนิ้วจนถึงนิ้วชี้เป็นเชิงเรียกให้มาด้วยท่วงท่าสีหน้าแววตาเซ็กซี่สุด ๆ ราวกับนางแมวยั่วสวาทชวนให้ผู้คนเกิดอารมณ์ฟุ้งซ่านความดันขึ้นจริง ๆ

 ฉินฟ่านเปล่งเสียงร้องพิกลออกมารีบลุกวิ่งเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว สักพักก็มีเสียงอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์ เสียงสายน้ำฝักบัวไหลตกกระทบพื้น เสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงเสียงร่ำร้องครวญครางราวจะขาดใจ เสียงซูดปากราวกับกินหมาล่าที่ทั้งเผ็ดทั้งร้อน เสียงกระแทกกระทั้นยามเนื้อหนังกระทบกันดังเป็นจังหวะเสียงแห่งความกระสันราวกับบทเพลงจากปีศาจ

"จ่ายมาเร็ว ๆ เข้า จ่ายมา จ่ายสดงดเชื่อเบื่อทวง"

 "โธ่แพ้เจ๊ฟ่งจนได้เลย"

 พวกสาว ๆ ต่างพากันบ่นกระปอดกระแปด

 สาว ๆ ต่างชุลมุนวุ่นวายควักเงินจ่ายให้

เหลียนฟ่งเพราะพวกเธอพนันกันว่า เมื่อคืนฉินฟ่านไม่ได้กลับมานอนที่บ้านจะงาบมู่ปิงปิงได้สำเร็จหรือไม่เพราะพ่อประคุณรุนช่องเล่นหายหัวไปทั้งคืน เหลียนฟ่งยืนยันเสียงหนักแน่นว่าได้ชัวร์ไม่มีมั่วนิ่มแต่พวกเธอกลับคิดว่า อย่างน้อยต้องอีกหนึ่งเดือน เสือดาวเหล็กมู่ปิงปิงถึงจะใจอ่อนยอมให้งาบ

 ดังนั้นพวกเธอจึงพนันกันคนละร้อยหยวนผลออกมาเป็นอย่างไรนะหรือ แค่ปรายตามองดู ท่าทางของสองสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันที่ยืนขาสั่นอยู่ที่นั่นก็รู้แล้วพวกเธอแพ้พนัน ให้เหลียนฟ่งจนหมดรูปจริง ๆ ไม่มีคำใดจะโต้แย้งเพราะหลักฐานยืนกุมมือกันทนโท่อยู่ตรงหน้า

ฉินฟ่านกับมู่ปิงปิงยืนกุมมือกัน นิ่งเป็นหุ่นไล่กา อยู่ข้างกระเป๋าเสื้อผ้าสองใบโดยที่ไม่มีนักพนันคนไหนคิดจะสนใจพวกเขาบ้างเลย

"อะแฮ่ม"

"เอ่อ…ที่รัก"

ไม่มีใครหันมามองสักคน

"ยู้ฮู สาวน้อย"

 นี่ใจคอจะไม่สนใจพวกเขาจริง ๆ เหรอ ทีเมื่อก่อนยังไม่ทันเอ่ยปากเรียกก็วิ่งมาล้อมหน้าล้อมหลังแล้ว

"ดี เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็งไม่มีใครสนใจผมแล้วใช่ไหมแบบนี้ต้องลงโทษตามกฎบ้าน"

 พวกเธอพอได้ยินต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น ฉินฟ่านไล่จับพวกเธอฟาดก้นคนละทีสองที

 มู่ปิงปิงเผลอเอามือลูบคลำแก้มก้นที่เมื่อคืนโดนเขาฟาดไปหลายที แต่พูดตามตรงความรู้สึกที่ถูกฟาดมันไม่รู้สึกเจ็บแต่มันให้ความรู้สึกเร้าใจเธอ อย่างบอกไม่

ถูกนิด ๆ เหมือนกัน เอ๋รึว่าเธอเองก็ชอบโดนฟาดก้น บ้าไปแล้วเธอรู้สึกตกใจกับความคิดนี้

 ฉินฟ่านจับพวกเธอมาหอมแก้มทีละคนทุกอย่างเริ่มกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง

"มานั่งเถอะ มีแต่คนกันเองทั้งนั้นต่อไปเธอก็เป็นน้องหกไม่ต้องทำหน้าสงสัยตาแก่ลามกนี่จับคุณหนูสี่กดติดข้างฝาแล้วปู้ยี่ปู้ยำก่อนเธอเรียบร้อยโรงเรียนจีนแล้ว ตำแหน่งน้องห้าจึงตกเป็นของคุณหนูสี่"

 ซูหลิงจูงมือมู่ปิงปิง นั่งลงข้าง ๆ พัดลม โยโย่เทน้ำส้มคั้นให้เธอ

"ที่รักเมื่อคืนคงฟินมากเลยละสิ กี่ทีคะ"

 อิ๋งอิ๋งกระซิบถามข้างหูพลางเอามือขยำเป้าของเขาแบบไม่เกรงใจสายตาใคร

พวกเธอผ่านเซ็กซ์หมู่มาแล้ว แค่นี้จิ๊บ ๆ

 ฉินฟ่านก้มหน้าลงพยามยามข่มกลั้นอารมณ์ที่โดนอิ๋งอิ๋งขยำตรงเป้า เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นช้า ๆ  พร้อมกับกางห้านิ้ว

"จุ๊ ๆคุณนี่น้าไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาซะบ้างเลยดูสิเด็กใหม่ไร้เดียงสา งดงามราวบุปผาแรกแย้ม คุณยังใจร้ายใจดำเล่นจับกดไปตั้งห้าครั้ง จนบุปผาต้องบอบช้ำสงสัยถอดเสื้อผ้าออกมาคงมีแต่รอยคุณฟัดจนแดงเถือกเต็มไปหมดเลยละสิ มิน่าล่ะ เมื่อครู่เห็นเธอเดินขาถ่างเข้ามาเลย"

 เหลียนฟ่งพูดแหย่เขาอย่างสบายอารมณ์

 "รึจะให้ฟัดคุณแทนก็ได้นะ"

 ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นเอียงหน้ามองพลางจับเหลียนฟ่งมานั่งตักแล้วทั้งฟัด ทั้งขย้ำ ทั้งขยี้จนเธอต้านทานพลังหื่นหมื่นองศานี้ไม่ไหว เธอหน้าแดงก่ำหอบหายใจอย่างแรง พอผละออกห่างเขาได้เธอก็ฟาดแขนเขารัว ๆ ไปหลายทีจนเกิดเป็นเสียงดัง

 เพี๊ยะ ๆ

"กลางวันแสก ๆ ยังจะหื่นอีกคอยดูคืนนี้ก่อนเถอะ แม่จะรีดไม่ให้เหลือน้ำสักหยดเดียวเลย"

 เหลียนฟ่งบ่นกระปอดกระแปด จนสาว ๆ ต้องพากันปิดปากหัวเราะ ส่วนมู่ปิงปิงเพิ่งเป็นน้องใหม่เฟรชชี่ของบ้านนี้จึงยังตั้งกระบวนท่ารับมือไม่ทัน นี่พวกเขาหยอกล้อกันขนาดนี้เลยเหรอ

ต๊ก ต๊ก ต๊ก

เสียงรองเท้าส้นสูงดังแว่วมาแต่ไกลพร้อมร่างอันสะคราญตาของคุณหนูสี่เธอเดินเข้ามาด้วยสีหน้าอันบึ้งตึง แต่คนสวยทำหน้ายังไงก็ยังดูสวยอยู่ดีเธอตรงดิ่งเข้ามาหาเขา พลางกระชากคอเสื้อของเขาจนปลายจมูกของทั้งสองใกล้จะสัมผัสกัน แล้วเธอจ้องตาเขาแล้วก็พูดเสียงเข้ม

 "ดีมากนะปล่อยให้ฉันนอนเหี่ยวแห้งอยู่ที่บ้านคนเดียวพวกคุณกลับเฮฮาปาร์ตี้กันเอ๋ เด็กใหม่แกะกล่องเหรอมิน่าล่ะ ได้ใหม่แล้วลืมเก่า"

 คุณหนูสี่หันไปมองมู่ปิงปิงที่นั่งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ในตำแหน่งน้องใหม่แกะกล่อง อีตานี่เผลอไม่ได้เลยจริง ๆ

 "โธ่ เมียจ๋าฟังผมก่อน"

คุณหนูสี่ที่ถูกเรียกว่าเมียจ๋าถึงกับหน้าแดงร้อนฉ่า ความรู้สึกที่ไม่คุ้นชินกับคำเรียกหาแบบนี้ ทำให้เธอคลายมือออกจากเสื้อเขาอย่างลืมตัว

 "คิก ๆ คุณหนูสี่ยังไม่ทันฟังคำอธิบาย เจอจิ้งจอกเฒ่าใช้เล่ห์ลิ้นคารมคมคายเรียกเมียจ๋งเมียจ๋าแค่คำเดียว ร่างกายก็อ่อนระทวยราวขี้ผึ้งลนไฟซะแล้ว สงสัยคืนนี้จะต้องกลายเป็นลูกแกะตัวน้อย ที่ร่ำร้องขอชีวิต แต่น่าเสียดายที่ต้องถูกกลืนกินลงไปทั้งตัวแต่ว่าตอนนี้เอาออร์เดิร์ฟไปกินก่อนก็แล้วกัน"

เหลียนฟ่งพูดจบเธอจับศีรษะของทั้งสองให้จูบกัน มือฉินฟ่านราวกับหนวดปลาหมึกยักษ์ เดี๋ยวขยำบนเดี๋ยวล้วงล่าง ขึ้น ๆ ลง ๆ เดี๋ยวไล่เรียงไปทางซ้ายเดี๋ยวล้วงวนมาทางขวาเล่นเอาเสื้อผ้าคุณหนูสี่ยับยู่ยี่ รับกระบวนท่าไม่หวาดไม่ไหว พอเขาถอนริมฝีปากออกมา เธอถึงกับหอบหายใจตัวอ่อนระทดระทวย สาว ๆเห็นสภาพนั้นต่างหัวเราะคิกคักชอบใจกันยกใหญ่

 "โอ้ พี่เขยกลับมาแล้วเอ๋…หมวดมู่กับคุณหนูสี่ก็มาด้วย แหม…คึกคักแบบนี้ ดีเลยคืนนี้พวกเราทำบาร์บีคิวปิ้งย่าง กินกันดีไหมครับ"

 เหลียนเฮ่อดีใจที่ได้เจอพี่เขย

"ตามใจนายเลยน้องเขยสุดเลิฟ"

 ฉินฟ่านนึกเอ็นดูไอ้น้องเมียคนนี้จริง ๆ

 "ไอ้เด็กบ้า การบ้งการบ้านนะทำเสร็จรึยัง รีบไปทำให้เสร็จ ๆ ถ้าเทอมนี้แกเกรดตก พี่สาวคนนี้จะไล่ตีกบาลแกเองรีบเข้าห้องไปท่องหนังสือ เร็ว ๆ เข้าเดี๋ยวพวกพี่จะไปจ่ายตลาดกันเอง"

 เหลียนฟ่งบ่นน้องชายตัวดี แล้วเดินไปหยิบกุญแจรถยนต์ โยโย่กับอิ๋งอิ๋งรีบตามไปช่วยซื้อของ

 “เสี่ยวเฮ่อไฟท์ติ้ง”

ฉินฟ่านเอามือป้องปากพูดเสียงเบา ๆ เอาใจช่วยน้องเขย แอบเป็นกองเชียร์แบบลับ ๆ

 ซูหลิงจูงมือพามู่ปิงปิงไปที่ห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า

 "อย่าโกรธผมเลยนะคนดีที่ให้คุณอยู่ตระกูลเย่ เพราะผมเป็นห่วงความปลอดภัยของคุณ แต่ผมจะรีบจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด"

 คุณหนูสี่ที่ยังนั่งตักเขาจ้องมองดูสีหน้าท่าทางที่จริงจังของเขา ก็เริ่มใจอ่อนหายโกรธ ความจริงเธอเองก็รู้เหตุผลข้อนี้ดีถึงเธอจะรู้ว่าโยโย่กับอิ๋งอิ๋งมีฝีมือที่ร้ายกาจ แต่มีคำพูดที่ว่า สองหมัดยากจะต้านสี่ฝ่ามือ จะให้โยโย่กับอิ๋งอิ๋งดูแลคนตั้งมากมายได้ยังไง

"ก็ฉันคิดถึงคุณนี่"

 เธอทำท่างอนบิดตัวไปมาตัดพ้อเขา จนเขาต้องดึงเธอมาหอมแก้มฟอดใหญ่ซ้ายทีขวาที แอบกระซิบข้างหูเธอสองสามคำใบหน้าเธอถึงกับร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้งแต่ก็ยังยอมพยักหน้าเบา ๆ อย่างอาย ๆ

ฮ่ะ ๆ

เสียงหัวเราะชอบใจของเขาที่ได้กระเซ้าเย้าแหย่เธอดังไปทั่วห้อง

ถึงคืนนี้จะไร้แสงจันทร์ แต่อย่างน้อยก็มีลมพัดเบา ๆ เย็นสบายซีเหมินคังหอบเบียร์มาลังหนึ่งวางแช่ลงไปในกระติกน้ำแข็งใบใหญ่ เหลียนเฮ่อกำลังปิ้งปีกไก่ พี่ใหญ่ลู่เจี้ยนกับจางเย่จื่อกำลังช่วยกันขนโต๊ะเก้าอี้มาเพิ่มส่วนฉินฟ่านกับสาว ๆ ก็ช่วยกันขนอุปกรณ์เครื่องเสียงคาราโอเกะมาทุกคนต่างช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพียงครู่เดียวก็เสร็จพร้อมที่จะเปิดงานปาร์ตี้รอบกองไฟได้

 นักร้องเสียงทอง ที่ทุกคนกำลังรอคอยอย่างใจจดใจจ่อก็คือซีเหมินคังกับคุณชายรอง ที่มาร้องเพลงคู่แนวความรักหวานซึ้งตรึงใจ ประสานเสียงกันได้อย่างลงตัวไพเราะเสียจนทำให้ทุกคน

ต่างทึ่งในพลังเสียงของทั้งสองคน

หม้อไฟหมาล่ากำลังเดือดปุด ๆ

เหลียนฟ่งใช้ช้อนตัก ซดเฮือกไปคำใหญ่

"โอ๊ย เผ็ด ๆทำไมถึงได้เผ็ดขนาดนี้ล่ะปากเปิกพังหมดแล้ว นี่…โยโย่เธอเทพริกใส่ลงไปหมดขวดเลยรึเปล่าเนี่ย"

เสียงเหลียนฟ่งโอดครวญอิ๋งอิ๋งรีบเทน้ำดื่มให้เธอ เธอรีบรับมาแล้วดื่มลงไป

 "อ้าว เผ็ดเหรอคะ นี่หนูยั้งมือแล้วนะ ปกติหนูกินเผ็ดกว่านี้อีก"

โยโย่ยิ้มแห้ง ๆ

 "ถ้าเธอชอบรสจัด ก็กินมาก ๆ ล่ะ ฉันสงสารลำไส้ตัวเอง ไม่เอาด้วยหรอก"

"นี่ หมวดมู่คุณกินเยอะขนาดนี้ ทำไมถึงได้หุ่นดีนักล่ะ"

จางเย่จื่อชวนคุย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ พลางคีบน่องเป็ดย่างให้เธอ

 "ฮ่ะ ๆ สงสัยวิ่งไล่จับโจรเยอะค่ะ ฉันเองก็ไม่ค่อยมีเวลาเข้าฟิตเนสหรอกค่ะ บางทีซุ่มอยู่ในรถยนต์สองวันสองคืนเพื่อรอจับโจรล้วงกระเป๋า พอกลับไปถึงบ้าน

ก็หมดแรงหลับเป็นตายเลย"

 หลังจากนั้นทุกคนต่างพากันแย่งไมค์โยโย่ไวกว่า เธอกระโดดตีลังกาสามตลบพร้อมเปิดตัวในเพลงแร็ป ทั้งร้องทั้งเต้นทั้งแร็ปถูกอกถูกใจทุกคนมาก ฉินฟ่านรู้สึกช็อกจนขนลุกซู่ รู้สึกว่ายังมีบางแง่บางมุม ที่เขายังไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของพวกเธอดี

 ทุกคนต่างเฮฮาปาร์ตี้ ทั้งดื่มทั้งกินกันอย่างสนุกสุดเหวี่ยง เหลียนฟ่งเอาซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งให้เหลียนเฮ่อย่าง ฉินฟ่านถือขวดเหล้าบรั่นดี เดินจากไปเงียบ ๆ เพียงลำพัง

 "ทุกท่านวันนี้ข้ามีความสุข ข้าจึงมาชวนทุกท่านดื่มด้วยกัน"

ฉินฟ่านเทเหล้าให้กับพญายมและทุกคน เขาเดินไปขยับเนคไทอย่างระมัดระวังให้กับตือโป๊ยก่ายล้วงหยิบเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดฝุ่นที่รองเท้าให้ไท่ซ่างเหล่าจวิน

"ข้าหวังว่าทุก ๆ ท่าน ที่เพลิดเพลินอยู่บนสรวงสวรรค์จะมีความสุขดี แต่หากรู้สึกเบื่อ ๆ ก็มาเที่ยวที่บ้านข้าบ้างก็ได้ ข้าจะพาพวกท่านไปซิตี้ทัวร์ ตระเวนกินอาหาร

อร่อย ๆ เอง"

 เขาหยุดอยู่ต่อหน้าเทพธิดาฉางเอ๋อ

เหม่อมองใบหน้าที่งดงามอย่างซึมเซา

น้ำตาของเขาค่อย ๆ หลั่งรินอาบสองแก้ม

เขายืนหลั่งน้ำตาเงียบ ๆ  โดยไร้เสียงสะอื้น

"คุณหนูสี่เห็นฉินฟ่านรึเปล่าคะ"

 มู่ปิงปิงถามเพราะไม่เห็นเขามาพักหนึ่งแล้ว

"เขาไปที่ห้องนั้นค่ะ"

 มู่ปิงปิงเดินไปตามทางที่คุณหนูสี่ชี้

แรก ๆ เธอก็แค่อยากตามหาเขาเท่านั้น แต่พอเธอเห็นรูปแกะสลักของเหล่าเทพเซียนทั้งหลาย เธอก็แปลกใจยิ่งขึ้นเพราะรูปแกะสลักพวกนี้เหมือนคนมากจริง ๆ ทั้งเครื่องแต่งกายเครื่องประดับ แต่ที่แปลกใจยิ่งกว่าก็คือชายคนรักของเธอกำลังร้องไห้

"ดูสิ โตแล้วยังจะขี้แยอีก เธอสวยจริง ๆ เธอเป็นใครเหรอคะ"

 มู่ปิงปิงเช็ดน้ำตาให้เขาอย่างเบามือ

ราวกับภรรยาตัวน้อยดูแลสามี

 เขาไม่ตอบ กลับจับมือเธอคุกเข่าลงต่อหน้าเทพเซียน

"ฮ่า ๆทุก ๆ ท่านนี่คือมู่ปิงปิงผู้หญิงที่ผมรัก เค้าว่าคู่กันแล้วไม่แคล้วกัน กว่าเธอจะใจอ่อนยอมชายตาเหลือบแลคนต่ำต้อยอย่างผม ผมก็แทบจะยกธงขาวยอมแพ้แล้ว เพราะเธอใจแข็งเป็นหิน สวยใช่ไหม เธอสวยน่ารักมาก เธอเป็นตำรวจที่ดีปกป้องประชาชนแต่บางครั้งต้องเสี่ยงภัยอันตราย เพื่อจับโจรแถมยังเป็นคนซุ่มซ่ามได้โปรดช่วยคุ้มครองให้เธอปลอดภัยด้วยนะขอรับ ฮ่า ๆ ข้านี่แย่จริง ๆ ชอบขอโน่นขอนี่กับพวกท่านอยู่เรื่อยเลย วันนี้ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ พวกเขา กำลังรอข้าอยู่"

ฉินฟ่านโขกศีรษะสามครั้งอย่างนอบน้อมแล้วพามู่ปิงปิงเดินกลับไปที่วงบาร์บีคิว

ภายหลังมู่ปิงปิงแอบถามเหลียนฟ่งว่ารูปแกะสลักพวกนั้นเป็นใคร เหลียนฟ่งกลับตอบว่า ทุกคนต่างมีความลับ มีมุมส่วนตัวของตัวเองถ้าฉินฟ่านอยากบอก เขาก็จะบอกเอง แต่ที่แน่ ๆ ก็คือคนกลุ่มนั้น จะต้องมีความสำคัญต่อฉินฟ่านเป็นอย่างมาก

ทุกคนพอเห็นฉินฟ่านกับมู่ปิงปิงเดินกลับมา ก็รีบรินเบียร์ให้ทั้งสอง ทันใดนั้นก็มีมือที่ผอมแห้งซูบกรังเหมือนขานก ยื่นแก้วเปล่ามาที่หน้าโยโย่

 "แม่หนูขอเบียร์สักแก้วได้รึเปล่า คอแห้งเป็นบ้าเลยโอ้โห…มีแต่ของดี ๆ ทั้งนั้นเลย กุ้งมังกรอบชีส ปลิงทะเลผัดต้นหอม เป็ดย่าง หอยนางรมสดกำลังหิวอยู่พอดีเลย ขอชิมหน่อยนะ”

 เสียงแหบ ๆ ของชายชราวัยหกสิบปี ที่มีขมับนูนสูงดังก้องกังวานบ่งบอกถึงพลังภายในที่แข็งแกร่งลึกล้ำ

 ซีเหมินคังลุกขึ้นรินเบียร์ให้พลางใช้สายตาของมือสังหารมองสำรวจชายชรา ที่จู่ ๆ ผุดโผล่มานั่งร่วมโต๊ะ สีหน้าท่าทางของคนผู้นี้คล้ายกับคุณตาใจดี ที่อยู่ข้างบ้าน เขาสวมเสื้อแขนยาวชุดถังสีขาวสะอาดสะอ้าน แต่ใบหน้ากลับซูบซีดร่างกายผอมแห้งราวกับเป็นโรคขาดสารอาหารหวีผมหงอกขาวเสยไปข้างหลัง นั่งดื่มเบียร์กัดกินน่องเป็ดย่าง กระดิกขาอย่างสบายอารมณ์ ราวกับอยู่บ้านของตัวเอง แล้วมองดูลูกหลานทั้งหลายที่กำลังหยอกล้อกันอย่างเอ็นดู

 "ผมชื่อฉินฟ่าน ไม่ทราบว่าคุณลุงมาที่นี่มีจุดประสงค์อะไร"

แก้วตาที่หดเล็กของฉินฟ่าน กำลังจ้องมองทุกส่วนสัดของชายชราราวกับรับรู้ถึงพลังอันน่ากลัวของคน ๆ นี้

 "ฆ่า"

 ชายชรากระโดดลอยตัวกางกรงเล็บเหยี่ยวหมายจะขยุ้มคอหอยของฉินฟ่าน ฉินฟ่านหัวเราะดังก้องพลางตบโต๊ะฉาดใหญ่จานอาหารต่าง ๆ พากันลอยขึ้นจากพื้นโต๊ะ เขาใช้มือปาดใส่จานอาหารเหล่านั้น จนลอยไปราวกับอาวุธลับที่พุ่งใส่ชายชรา ทั้งขาหมูน้ำแดงผัดผักหมูสามชั้นเค้กสตอร์เบอรี่และอย่างอื่นอีกรวมสิบสามชนิด

แต่ร่างที่ซูบผอมของชายชราสามารถพลิกตัวเหินไปด้านข้าง ราวกับเหยี่ยวขาวตัวใหญ่หลบอาวุธลับขาหมูได้อย่างหวุดหวิด

 โย่โย่กับอิ๋งอิ๋งพาทุกคนเข้าไปในบ้านอย่างสงบเรียบร้อย ไม่มีเสียงกรีดร้องตกอกตกใจใด ๆ ทั้งสิ้น

 ซีเหมินคังใช้เหล็กแหลมที่เสียบย่างไส้กรอกเยอรมันเป็นอาวุธ แทงจู่โจมตำแหน่งคอหอยทรวงอกท้องน้อย หว่างขาด้วยกระบวนท่าเจ็ดกระบี่รังควานชีวิต ผสานกับท่าเตะตัดขาเลียดดินของฉินฟ่าน

 ชายชรามีสีหน้าเคร่งเครียดเขารู้สึกตึงมือขึ้นมาทันที ตอนแรกเขายังเข้าใจว่าคนในบ้านนี้ คงมีแต่ฉินฟ่านที่มีฝีมืออยู่บ้างสักท่าสองท่า และลูกน้องของเงาโลหิตฝีมือคงจะอ่อนหัดเกินไป ถึงได้มาว่าจ้างตนด้วยเงินก้อนใหญ่คิดไม่ถึงว่าจะมียอดฝีมือเร้นกายอยู่ที่นี่ด้วย ชายชราถึงกับตวาดเสียงดังก้อง กรงเล็บเหยี่ยวยืดยาวออกมาอีกคืบหนึ่งราวกับเล่นมายากล

 พลังภายในที่พวยพุ่งมาตามกรงเล็บทั้งห้าสาย แทบจะทะลวงใส่หัวใจของพวกเขาจนต้องรีบดีดตัวถอยหลังสุดแรง จึงรอดพ้นจากพลังสายนั้น แต่เสื้อบริเวณหน้าอกของทั้งสองก็ยังถูกกรีดขาดเป็นรอยกรงเล็บ

"ฮ่ะ ๆ เพลงกระบี่ที่ดุดันอำมหิตยิ่งนัก น่าสนใจ…น่าสนใจจริง ๆ เด็ก ๆ อย่างพวกเธอเรียกฉันว่าปรมาจารย์ปู้ก็ได้ แม่หนูชื่อว่าอะไรเหรอ"

"ผู้เยาว์ชื่อซีเหมินคังฮ่ะ"

 ซีเหมินคังตอบอย่างเอียงอาย คิดไม่ถึงว่าตาเฒ่าร้ายกาจคนนี้ จะชื่นชมเพลงกระบี่ของเธอว่าเป็นเลิศ

"หือ ว่าแต่คุ้น ๆ แฮะชื่อนี้เคยได้ยินที่ไหนนะเฮ้อ แก่แล้วก็หลง ๆ ลืม ๆ แบบนี้แหละ อ้อ…ใช่แล้วใช่แล้ว ฝันร้ายรังควานชีวิตซีเหมินคัง ใช่ไหม ที่ติดอันดับหนึ่งในห้าจากการจัดอันดับสุดยอดมือสังหารของประเทศจีน"

 ชายชราพูดด้วยความตกใจ เอาแล้วไงงานนี้เจอของแข็งเข้าเต็มเปาแล้วมือสังหารย่อมเข้าใจในความน่ากลัวของมือสังหารได้อย่างถ่องแท้ แต่รับเงินคนอื่นมาแล้วก็ต้องทำงานให้เสร็จ

 "ฮิ ๆ นั่นเป็นแค่ฉายาที่คนในวงการตั้งให้แบบมั่ว ๆ ซั่ว ๆ เท่านั้นละฮ่ะ"

 "นี่ตาแก่เขี้ยวอสูรส่งแกมาสินะ ตกลงจะสู้ต่อไหม ผมจะรีบไปดูซีรีส์เกาหลี ถ้าถูกผมหักคอทิ้ง ก็อย่าโกรธกันล่ะ เอาไว้ผมจะทำบุญกรวดน้ำไปให้พี่คัง งานนี้ให้พี่เป็นผู้ชมชั้นริงไซด์ดูสิว่าใครจะน็อก

ก่อนกัน"

ฉินฟ่านรู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมาตงิด ๆ อยากทดสอบฝีมือตัวเองว่าจะอยู่ในระดับไหน ถ้าวันนี้เขาชนะระดับปรมาจารย์ได้ก็คงไม่มีใครฆ่าเขาได้อย่างแน่นอน

"ไอ้เด็กเวรนี่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง วันก่อนแกฆ่าศิษย์ทั้งสี่ของฉัน ไม่ว่ายังไงแค้นนี้ต้องชำระ ดี…วันนี้เรามาสะสางบัญชีกัน ฉันจะให้แกตายอย่างทุกข์ทรมาน"

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 66ไม่เจอไม่กลับ (จบภาค 1)

    ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 65 ไม่รู้ไม่ชี้

    ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 64 คู่แค้นพบกันบนทางแคบ

    ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 63 นี่แค่น้ำจิ้ม

    เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 62 ยาหยี

    พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 61 แฮกเกอร์

    แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 56 เปิดบ่อน

    ชายชราดีใจที่ได้ยินว่าซีเหมินคังจะไม่ร่วมวงต่อสู้ด้วย งานนี้ย่อมง่ายขึ้นเขายืนแยกเท้าเล็กน้อย มือทั้งสองข้างกางกรงเล็บมือขวายกงอหักศอกเสมอปลายคางมือซ้ายกางกรงเล็บเหยียดตรงมาเบื้องหน้าเสมอหน้าอกนี่เป็นกระบวนท่าไม้ตายของมัน"ฮ่ะ ๆ กรงเล็บลูกไก่น้อยจะร้ายกาจสักแค่ไหนอยาก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 54 สุดยอดไม้ตายนารีพิฆาต

    เราจะโยนโทรศัพท์ทิ้งลงแม่น้ำ หรือย้ายบ้านหนีปิงปิงดี ความคิดในหัวของฉินฟ่านในตอนนี้ สับสนปนเปไปหมด ความจริงสิ่งที่เขากลัวที่สุด ไม่ใช่เรื่องถูกหลอกถูกบังคับขู่เข็ญให้ไปจับโจรเขารู้สึกว่ามู่ปิงปิงเหมือนบ่อทรายดูด ยิ่งเขาเผลอใจเดินลงไปลึกมากเท่าไหร่จะยิ่งถูกดูดจนจมไปทั้งตัวและหัวใจ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 53 อย่ามาอำกันดีกว่า

    ลู่เจี้ยนเล่าเรื่องข้อตกลงของทั้งสองให้ฉินฟ่านฟังฉินฟ่านไม่ได้ฟังเรื่องราวจากปากพี่ใหญ่เลยสักกะนิดเขาเอามือลูบคางพลางครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดเหมาะ…เหมาะเหม๋งเลย ช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้ยังกับผีเน่ากับโลงผุเอ๋…เปรียบเปรยคู่ที่เหมาะสมกันแบบนี้รึเปล่า อ้อ...

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 52 นิ้วชั่งทอง

    รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมากแต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status