Mag-log inเราจะโยนโทรศัพท์ทิ้งลงแม่น้ำ หรือ
ย้ายบ้านหนีปิงปิงดี ความคิดในหัวของฉินฟ่านในตอนนี้ สับสนปนเปไปหมด ความจริงสิ่งที่เขากลัวที่สุด ไม่ใช่เรื่องถูกหลอกถูกบังคับขู่เข็ญให้ไปจับโจร
เขารู้สึกว่ามู่ปิงปิงเหมือนบ่อทรายดูด ยิ่งเขาเผลอใจเดินลงไปลึกมากเท่าไหร่จะยิ่งถูกดูดจนจมไปทั้งตัวและหัวใจ ยิ่งพัวพันกับเธอมากเท่าไหร่เขากลัวว่ายากจะหักใจลืมเธอ
…….
สาว ๆ ของฉินฟ่านในช่วงนี้ก็ช่วยกันเลี้ยงดูคังยูนา เดี๋ยวพาเธอไปเล่นกับกระต่าย เดี๋ยวจับเธอแต่งตัวเหมือนตุ๊กตา
ของเล่นที่แต่ละคนซื้อมาฝาก วางกองสุมอยู่จนเต็มห้อง เยอะมากจนไม่รู้จะให้เล่นอะไรก่อน ว่าง ๆ พวกเธอก็หัดทำกับข้าว รึไม่ก็ตั้งโต๊ะเล่นไพ่นกกระจอกกัน
ส่วนฉินฟ่านในช่วงนี้ก็ฝึกวรยุทธอย่างหนัก เขารู้สึกว่าความเงียบสงบนี้ กำลังจะเลือนหายไป พวกนักฆ่าจะต้องลงมืออีกในเร็ว ๆ วันนี้อย่างแน่นอน
หลังจากฝึกเสร็จ เขามักจะแวะมาหยอกล้อลูกสาวตัวน้อยเขาใช้นิ้วชี้เขี่ยแก้มเธอเบา ๆ
“ติ๊งต่องติ๊งต่องคนสวยของป๊ะป๋า”
ฉี่ ๆ
"ว้าย ตายแล้วยูนาหนูชงชาให้ป๊ะป๋ากินเหรอจ๊ะ"
สาว ๆ พากันขำกลิ้ง หัวเราะจนตัวโยกเมื่อเห็นนังหนูยูนาฉี่เป็นเส้นสายพุ่งเข้าปากของฉินฟ่านพอดีในตอนที่เขาก้มลงไปหยอกเธอ
"ฮ่า ๆ มีแววจริง ๆ ลูกพ่อน่าจะยิงปืนแม่น เอาไว้โตขึ้นอีกหน่อยพ่อจะสอนยิงปืนดีไหม"
พอล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ฉินฟ่านก็อุ้มคังยูนาไว้ในอ้อมแขนร้องเพลงกล่อมเบา ๆ ป้อนนมให้เธอจนหลับไป เจ้าตัวเล็กนี่ปากนิดจมูกหน่อยบอบบางน่ารักน่าทะนุถนอนจริง โตขึ้นคงเป็นสาวงาม ไม่รู้ว่าจะทำผู้ชายอกหักสักกี่คน
ลูกสาวกินนมอิ่มหลับไปแล้วเขาค่อย ๆ ดึงขวดนมออกจากปากน้อย ๆ ของเธอแล้วจับอุ้มซบกับหน้าอกตบหลังของเธอเบา ๆ เพื่อให้เรอออกมา
เขาอาจจะไม่ใช่พ่อที่ดีนักถึงจะเป็นคุณพ่อมือใหม่ แต่เขาก็จะพยายามเลี้ยงดูเธอให้ดีที่สุดเขาอุ้มเธอไปส่งให้พี่หลินฮัวเพื่อพาไปนอน
ฉินฟ่านติดนิสัยตื่นแต่เช้าตรู่ เช้านี้เขาเปลือยท่อนบนท่อนล่างใส่กางเกงวอร์มสีแดง ออกไปวิ่งมาสิบกิโลเมตร กลับมาก็ทำซิทอัพต่ออีกสองร้อยครั้ง ตามด้วยวิดพื้นอีกห้าร้อยครั้งเม็ดเหงื่อไหลหยาดหยดจากปลายคางตกลงพื้นจนพื้นนองไปด้วยเหงื่อ
เขาหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอกล้ามเนื้อร่างกายทุกสัดส่วนจึงแน่นฟิตเปี๊ยะได้รูปทุกสัดส่วน
"โอ้ย…นี่พวกเราทำบุญสั่งสมมากันกี่
ชาตินะเนี่ย ทำไมสามีของพวกเราถึงได้มีเบ้าหน้า ที่สุดแสนจะกร้าวใจได้ร้ายกาจขนาดนี้นะ"
อิ๋งอิ๋งกินองุ่นไร้เมล็ดพลางพูดด้วยน้ำเสียงปานละเมอด้วยสายตาที่หรี่ปรือ
"นั่นนะสินิสัยก็แสนจะอบอุ่นอ่อนโยนเรื่องบนเตียงรึก็สุดแสนจะเร้าใจ"
ซูหลิงพูดด้วยสายตาหวานเชื่อมพลางหนีบขาทั้งสองไว้แน่นแค่คิดเธอก็เกิด
อารมณ์แล้วรึเนี่ย
"ฉันชอบฟังคำหวาน ๆ ของเขาที่เขาพล่ำพรอดบอกรักที่ข้างหูฟังแล้วดีต่อใจชะมัดเลย"
โยโย่นอนคว่ำตัวกับพื้น พูดเสียงอู้อี้เพราะ ๆ ใช้สองมือเท้าคางมองดูสามีออกกำลังกายอย่างเพลิดเพลิน
พลางคิดว่าเธอเองก็ต้องหมั่นรักษาหุ่นทรวดทรงองค์เอวให้ดี เวลายืนคู่กับเขาถึงจะดูดีเชิดหน้าชูตาสามีได้
เหลียนฟ่งเดินผ่านมาถึงกับงงเมื่อเห็นสามสาวล้วนทำตาปรือ ตกอยู่ในภวังค์แห่งความรัก ที่ชวนให้วาบหวามใจ เธอปรบมือดัง ๆ จนสามสาวต้องสะดุ้งสุดตัว
"นี่ พวกเธอมองจนน้ำลายไหลยืดแล้ว
งานการไม่มีทำกันรึไงถึงได้มานั่งเพ้อ
เจ้อกันอยู่ที่นี่"
"เจ๊ฟ่งมาเร็ว มาดูเร็ว ดูซะก่อนแล้วค่อยบ่น ดูสิสามีของพวกเราน่ากินขนาดไหน ทั้งกล้ามทั้งซิกแพคทั้งเบ้าหน้าเป็นเหลี่ยมเป็นมุมเลย แค่เขาโปรยยิ้มมา ฉันก็ใจละลายอ่อนระทวยไปทั้งตัวแล้ว"
โยโย่ชี้ชวนให้เหลียนฟ่งดู
จริงด้วย เหลียนฟ่งคิดย้อนไปถึงวันแรกที่ได้เจอกับเขา เธอเองยังถึงกับหลุดปากพูดเสียงปานละเมอออกมาว่าหล่อจังเลย
ซูหลิงเข็นราวแขวนเสื้อผ้ามาเบื้องหน้าของทุกคน
"แท่นแท๊น…สาว ๆ ทั้งหลายฉันเพิ่งสั่งซื้อทางออนไลน์มา ฉันให้เจ๊ฟ่งคนสวยเลือกก่อนเลยพวกเธอก็มาเลือกด้วยถูกใจชุดไหนเอาไปได้เลยค่ะ"
"ว้ายชุดนอนพวกนี้ทำไมมันถึงได้โป๊แบบนี้ล่ะ แหวกอกลึกถึงสะดือ แถมยังบางใสแจ๋วเหมือนกับไม่ได้ใส่อะไรเลยนะเนี่ย"
อิ๋งอิ๋งดึงชุดออกมาดู ถึงกับต้องทำตาโต พูดเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้นเมื่อคิดว่าเธอต้องใส่ชุดพวกนี้
"นี่แหละ สุดยอดไม้ตายนารีพิฆาต เราเป็นผู้หญิงก็ต้องรู้จักแต่งหน้าทาปาก หาชุดที่เหมาะกับตัวเองแต่งตัวให้สวย ๆ เวลาออกงานกับสามี จึงจะเชิดหน้าชูตาให้สามีได้
เวลาอยู่ในห้องหอก็ต้องรู้จักเล่นกับใจของสามี ให้เขาเห็นเราในชุดนอนสุดแสนจะเซ็กซี่วับ ๆ แวม ๆ เหมือนปิดแต่ไม่ปิดกระตุ้นจนเขารู้สึกเลือดลมพลุ่งพล่าน
ฉันการันตีได้เลยว่าผู้ชายร้อยทั้งร้อยแพ้ไม้ตายนี้อย่างราบคาบแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์
จะว่าไป ที่พวกเราใส่ชุดสุดแสนจะโป๊แบบนี้ ก็เพื่อเขาโดยเฉพาะใช่ไหม แน่นอน…เขาย่อมต้องพึงพอใจเป็นอย่างมากเพียงแต่บางครั้งเขาเป็นผู้ชาย เลยไม่ค่อยเอ่ยปากขอเรื่องพรรค์นี้เอง
แต่ถึงเขาจะไม่เอ่ยปากก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ต้องการ ฉันสมัครเมมเบอร์ให้พวกเธอทุกคนหมดแล้ว ทั้งคอร์สเรียนแต่งหน้า นวดหน้าบำรุงผิวฟิตเนสสปา ทำเล็บ
ทำผม เอาเป็นว่าพวกเราต้องสวยให้โลกตะลึงจนหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั้งหลายต้องอิจฉาสามีของพวกเรา เจ๊ฟ่งคนสวยเห็นด้วยไหมคะ"
สามสาวเฮลั่นรุมกอดซูหลิงจนเธอหายใจไม่ออก
"ฮ่ะ ๆ สมกับเป็นซีอีโอมือทองไม่ว่าเรื่องอะไรเธอก็คิดออกมาได้อย่างสร้างสรรค์ เรื่องนี้ขอยกให้เธอเป็นเจ๊ใหญ่เลยละกัน
โอ๊ะ เขาเดินมาโน่นแล้ว ทุกคนรีบเก็บชุดนอนก่อนเร็วเข้าเดี๋ยวความแตกกันพอดี"
อิ๋งอิ๋งรีบเข็นราวเสื้อผ้าเข้าไปเก็บ
ฉินฟ่านเดินยิ้มเหงื่อชุ่มโชกเข้ามา
อิ๋งอิ๋งพาเขานั่งลงแล้วยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เขาซับเหงื่อ โยโย่ยื่นแก้วน้ำส้มคั้นเย็นเจี๊ยบให้เขาดื่มเหลียนฟ่งคนหนึ่งอยู่ช่วงบน นวดไหล่นวดแขนคนหนึ่งอยู่ช่วงล่างนวดต้นขานวดน่อง สองสาวช่วยกันนวดคลายกล้ามเนื้อให้เขาอย่างขะมักเขม้น
"คุยอะไรกันอยู่เหรอท่าทางสนุกเชียว"
"พวกเรากำลังคุยเรื่องจะไปจ่ายตลาดว่าจะซื้ออะไรมาทำกับข้าวดีค่ะ"
อิ๋งอิ๋งตอบแบบขอไปที
"งั้นขอไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวผมไปด้วยจะได้ช่วยกันถือของ"
เขาพูดเสร็จก็หมุนตัวเดินไปอาบน้ำ
"รีบเก็บเร็ว ๆ เข้าเดี๋ยวเขาจะเห็นซะก่อน"
ตลาดสดในยามเช้าคลาคล่ำไปด้วยผู้คน แต่ยังดีที่ไม่ถึงกับเบียดเสียด เสียงของพ่อค้าแม่ขายร้องเชิญชวนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาให้ซื้อของที่แผงของตนเสียงต่อรองราคาเสียงคนเข็นผักตะโกนบอกให้หลบหน่อย กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารโชยเข้าจมูก
พวกเธอเข้าแผงหมู แวะแผงผัก ชี้ชวนกันให้ดูปลาว่าจะเลือกตัวไหนถึงจะสด พอมาถึงแผนกอาหารทะเล อิ๋งอิ๋งถึงกับเขย่าแขนเหลียนฟ่งไปมา ราวกับเด็กน้อยตัวเล็ก ๆ
"เจ๊ฟ่งซื้อกุ้งไปด้วยนะ ชั้นชอบกินกุ้งเผามากเลย"
"ฮะ ๆ ได้เลย เราสองคนนี่ใจตรงกันชะมัด ฉันเองก็ชอบกินกุ้งเผาเหมือนกัน"
"นี่ซื้อกุ้งเสร็จก็กลับกันได้แล้วพวกเธอแทบจะเหมามาหมดทั้งตลาดแล้วนะ"
ฉินฟ่านตะโกนบอก คิดไม่ถึงว่าผู้หญิงซื้อของราคาไม่กี่หยวนจะใช้เวลาเยิ่นเย้อเนิ่นนานแบบนี้ ทั้งเลือกของ ต่อรองราคา ไม่ถูกใจความสดก็ไปดูร้านอื่น ไม่ชอบขี้หน้าคนขายก็ไปดูร้านอื่น
สำหรับเขาแล้วไม่ว่าจะผักกาดขาวรึว่าหมูสามชั้นร้านไหน ๆ มันก็เหมือนกันหมดไม่ใช่เหรอพวกเธอสี่สาวเดินเล่น ซื้อของชิว ๆ สองมือว่างเปล่า แต่เขากลับเป็นกุลีทั้งแบกทั้งหามอยู่คนเดียวแล้วจะไม่ให้เขาบ่นได้ยังไง
"ที่รักคุณอาสามาถือของเองนะ จำไม่ได้เหรอคะ"
เหลียนฟ่งหยิกหนึบเข้าที่เอวของเขา
เจ็บจนเขาต้องแยกเขี้ยวใส่
"โธ่ นี่ผมถือของจนแทบจะมองไม่เห็นทางเดินแล้วนะ"
"เป็นผู้ชายก็ต้องเข้มแข็งอดทนหน่อยสิเดี๋ยวกลับไปจะให้รางวัลรับรองเลยว่าจะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง"
เหลียนฟ่งกระซิบเสียงเบาตอนท้ายถึงกับเป่าลมเข้าหูของเขาเบา ๆ
"จริง ๆ นะ ผมเรียนมาน้อยอย่าหลอกกันนะคราวนี้สู้ตายเลยโว้ย"
คราวนี้ฉินฟ่านยิ้มแก้มแทบปริเพราะคำว่ารางวัลเพียงคำเดียว
เธอบอกว่าอะไรนะ เมื่อครู่ฟังไม่ค่อยชัดสักเท่าไหร่ เต้น…รูด…เสาใช่คำนี้เลย
กึ๋ย แค่คิดก็เสียวแล้วโว้ยบางทีอาจจะได้รางวัลใหญ่ ถึงขนาดบิ๊กโบนัสเลยก็ได้ตอนนี้ต่อให้เดินซื้อของอีกสามชั่วโมง เขาก็จะไม่บ่นซักคำ
"นี่ ดูสิ ดูสิ ตรงนั้นมีตู้ถ่ายสติกเกอร์ด้วย พวกเราไปถ่ายรูปกันเถอะตั้งแต่กลับมาซูโจว ฉันยังไม่เคยถ่ายรูปเลย นะ ๆ"
อิ๋งอิ๋งปั้นหน้าตาน่าสงสารทุกคนหันไปมองเจ๊ฟ่งเป็นตาเดียวกัน เจ๊ใหญ่ว่ายังไงทุกคนก็ว่ายังงั้นเหลียนฟ่งวางมาดชี้นิ้วไปข้างหน้าเหมือนแม่ทัพใหญ่สั่งให้ทหาร
บุกโจมตีข้าศึกที่อยู่เบื้องหน้า
"จัดไป เลทโก"
"เอาล่ะฟังนะนี่คือกติกา ห้ามทุกคนเก๊กหล่อเก๊กสวยโดยเด็ดขาดต้องทำหน้าทะเล้น ๆ ยิ่งแปลกประหลาดจนหลุดโลกยิ่งดีเข้าใจไหม"
อิ๋งอิ๋งดี๊ด๊าออกหน้าออกตาด้วยความดีใจพลางอธิบายกฎกติกามารยาท
ในการถ่ายรูปสติ๊กเกอร์ให้ทุกคนฟัง
“ให้ฉันถ่ายก่อน”
“นี่อย่าบังฉันสิ”
“ยิ้มหวาน ๆ กันหน่อย”
“เดี๋ยวขอแต่งหน้าก่อน รอด้วยสิ”
ในที่สุดรูปตลก ๆ น่ารัก ๆ ก็ถูกถ่ายออกมาทั้งแลบลิ้นปลิ้นตา ทำปากจู๋ออกแนวเซ็กซี่ แอ๊บแบ๊วทำตาโต ใส่วิกผมสีแดงสีเขียวทำท่างัดข้อ รูปที่ถูกถ่ายออกมาเป็นที่พอใจของทุกคน
แต่คนที่พออกพอใจมากที่สุดกลับเป็นฉินฟ่านเพราะเขาไม่เคยประสบการณ์แบบนี้มาก่อน พอกลับถึงบ้านสี่สาวช่วยกันทำกับข้าว เขาเอาแต่นั่งบนโซฟาดูรูปไป หัวเราะเสียงดังลั่นบ้านไปอยู่คนเดียว
บางทีทนขำไม่ไหว ถึงขนาดเอามือทุบหมอนอิงจนดังพลั่ก พลั่ก! สี่สาวเมื่อได้
ยินเสียงหัวเราะของเขา พวกเธอก็พลอยมีความสุขไปด้วย
พระจันทร์คืนนี้ทอแสงสว่างดูนวลตา ให้ความรู้สึกทั้งสวยงามทั้งเปลี่ยวเหงา คืนนี้จะมีคู่รักที่นั่งแนบชิดอิงแอบ พร่ำพลอดบอกรักกันสักกี่คน จะมีคนสมหวังใน
ความรัก จนโลกทั้งใบกลายเป็นสีชมพูเยอะไหมนะ แล้วจะมีคนที่ผิดหวัง จนต้องนอนร้องไห้ หมอนเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาบ้างรึเปล่า
แต่ว่าในค่ำคืนที่สุดแสนจะโรแมนติกนี้ สาวสวยหุ่นดีอย่างมู่ปิงปิงคนนี้ กำลังนั่ง
ด่าคนอย่างไฟแล่บแบบสาดเสียเทเสียอยู่บนดาดฟ้าเพียงลำพังคนเดียว
อ้อ ขออภัยลืมไปว่ามีแมลงสาบห้าหกตัวที่ไต่ข้างฝาผนังดาดฟ้าอยู่เป็นเพื่อนเธอ เธอยกเบียร์กระป๋องขึ้นดื่มอั่ก อั่ก อั่กแบบไม่บันยะ บันยัง
"ฮึ…ไป…ไปให้พ้นหน้าฉันเลย ไอ้บ้า
ไอ้หมอเถื่อนไอ้คนลามกเฮงซวย ไอ้คนเลวบัดซบ"
นี่เธอเริ่มเมาแล้วรึไง ทำไมถึงได้มี
แต่ใบหน้าของไอ้คนเจ้าเล่ห์ฉินฟ่าน ลอย
ไปลอยมาอยู่เบื้องหน้าเธอเดี๋ยวโผล่ตรงโน้น เดี๋ยวโผล่มาตรงนี้
บางครั้งเธอยังเห็นแมลงสาบที่มีหัวเป็นฉินฟ่านยิ้มอย่างกรุ้มกริ่มอีกด้วย จนเธอทนไม่ไหวต้องเอากระป๋องเบียร์ขว้างมัน
แต่อาการไข้ใจแบบนี้เธอเป็นมาสามสี่วันแล้วนี่นาไม่ใช่เพราะความเมาแน่ ๆ ไม่ว่าเธอจะทำอะไร ก็คิดถึงแต่ไอ้คนเจ้าชู้คนนี้อยู่ตลอดเวลา ความรู้สึกนี้ราวกับที่เขาเรียกกันว่าลมหายใจแห่งความคิดถึง
หูของเธอแว่วเสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามา
จนเธอต้องหันหน้าไปดูด้วยสายตาที่หรี่ปรือเพราะความเมา เธอมองเพ่งแล้วเพ่งอีกจึงเห็นว่าเป็นฉินฟ่านไอ้คนเจ้าชู้
เธอไล่ไอ้ภาพลวงตาเฮงซวยด้วยน้ำเสียง
ที่อ้อแอ้
"ชิ้ว ๆ…ไปเล้ย ไม่ต้องมาสนใจ
ช้าน ดื่ม…วันนี้ต้องมาวกันไปข้างหนึ่ง"
ฉินฟ่านเดินเข้าไปหาเธอช้า ๆ มู่ปิงปิงวันนี้ไม่เหมือนหมวดมู่ที่เขารู้จัก เธอนั่งบนแคร่ไม้ สีหน้าเริ่มแดงกล่ำเพราะฤทธิ์เบียร์ เธอไม่กลัวเขาทำมิดีมิร้ายบ้างเลยรึไงถึงได้โทรเรียกให้เขามาตอนเธอเมา แต่ท่าทางในวันนี้ของเธอ ดูอ่อนแอแปลก ๆ พิกลเหมือนลูกนกตัวน้อยที่ตากฝนจนเนื้อตัวหนาวสั่นต้องการไออุ่นจากใครสักคน
"คุณเมาแล้วไปนอนเถอะตื่นขึ้นมาคุณจะรู้สึกดีขึ้นเอง"
ฉินฟ่านมองดูกระป๋องเบียร์ ที่ทิ้งเกลื่อนอยู่บนพื้นกว่าสิบกระป๋อง พร้อมอุ้มเธอขึ้นมาโดยไม่ฟังเสียงคัดค้าน ที่อยากจะดื่มต่ออีกสักยกไม่ว่าจะทุบตีร้องโวยวายยังไงเขาก็ไม่สน ยังคงอุ้มพาเธอไปส่งที่ห้องนอน
เขาวางเธอลงบนเตียงนอนอย่างเบามือ แล้วยืดตัวขึ้นกำลังจะเดินออกไปแต่เธอกลับดึงมือเขาอย่างแรงจนเขาเสียหลักล้มลงมาข้าง ๆ ตัวเธอเธอพลิกตัวขึ้นคร่อมทับบนตัวเขาสายตาทั้งคู่ประสานกัน
"ฉันสวยไหม"
เธอถามด้วยเสียงอ้อแอ้กลิ่นเบียร์เตะจมูกของเขา
"สวย คุณเป็นผู้หญิงที่สวยมาก แล้วก็เมามากด้วย ควรที่จะนอนพักผ่อนได้แล้ว"
"คุณรักฉันรึเปล่า"
"รัก รักมาก รักมากที่สุดของหัวใจเลย"
เธอยิ้มด้วยความพอใจแล้วไม่พูดพล่ามทำเพลงก้มลงกัดหัวไหล่ของเขาอย่างแรง เขาก็นอนนิ่งปล่อยให้เธอกัดซะงั้น
"ถ้าคุณทำให้ฉันเสียใจฉันจะกัดคุณให้ตายไปเลย"
เขากำลังจะร้องบอกอีกครั้งว่าเธอนั้นเมาแล้ว แต่เธอกลับจูบปิดปากเขาเสียก่อน แล้วจัดการถอดเสื้อผ้าของเขาและของเธอ เสียงสวบซาบจากการถอดเสื้อผ้าทำให้รู้สึกราวกับอุณหภูมิในห้องเริ่มร้อนผ่าว
นี่เธอกำลังเล่นกับไฟเองนะ เขาเองก็มีใจให้เธอเต็มร้อยอยู่แล้วเธอยังจะมาทำแบบนี้อีกเขายังจะทนไหวอีกหรือ
ในบรรดาสาวงามของเขา ทุกคนล้วนมีเสน่ห์ความงามกันคนละแบบ แต่มู่ปิงปิงมี
ทรวดทรงองค์เอวที่ทรงเสน่ห์อวบเร้าใจเป็นที่สุด พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ นมเป็นนม ตูดเป็นตูดเอวบางเหมือนมดตะนอย โดยเฉพาะเวลาที่เธออยู่ในชุดเครื่องแบบตำรวจ
ภายใต้แสงโคมไฟสีหน้าแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์เบียร์ยิ่งงดงามชวนมอง มือของฉินฟ่านค่อย ๆ ลูบไล้เรียวขาได้รูปของเธออย่างเบามือ ทั้งสองตอนนี้ต่างเหลือแค่ชุดชั้นใน เขายื่นมือไปค่อย ๆ ปลดตะขอยกทรงแล้วถอดมันออก เธอหลับตาลงด้วยความอาย แต่ก็ยินยอมแต่โดยดี
ไม่ทราบว่าเป็นเพราะแอร์เย็นเกินไปรึเปล่า หน้าอกใหญ่กลมกลึงได้รูปอวบอัดเต่งตึงไม่หย่อนคล้อยของมู่ปิงปิงพลันสั่นสะท้านเบา ๆ จนยอดอกอวบอิ่มสีชมพูที่ชูชันสั่นไหวไปมา
เขาค่อย ๆ บรรจงดูดกลืนมันอย่างช้า ๆ จนร่างของเธอสั่นระริกเพราะไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องผู้ชาย นี่เป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเธอ เขาไม่เร่งรีบค่อย ๆ เล้าโลมให้เธอผ่อนคลายขาของทั้งคู่เสียดสีกันไปมาเบา ๆ มือของเขาลูบไล้เรียวขางามของเธอไปมา เขาค่อย ๆ ลูบคลำบีบเค้นอกอวบอึ๋มของเธอ พร้อมขบกัดติ่งหูของเธอเบา ๆ จนเธออดไม่ไหวต้องส่งเสียงร้องครวญครางออกมา
ไรขนอ่อนของเธอกระทบแสงไฟที่สาดส่องมาดูงดงามแปลกตา ปลายลิ้นของเขาลากเลื้อยไปมาอย่างช่ำชองเริ่มจากจากซอกคอร่องอก สะดือ ไล่ต่ำลงไปเรื่อย
เธอมอบกายมอบใจให้เขาจนหมดสิ้นยินยอมให้เขาลิ้มรสความหวาน จากตัวเธอทุกกระเบียดนิ้วตามที่เขาต้องการจนเธอเริ่มเกิดอารมณ์ขึ้นมาทีละน้อยจนรู้สึกฉ่ำแฉะมือของเขาล้วงไปถอดกางเกงในเธอออกแล้วค่อย ๆ จับขาเธอแยกออกแล้วยัดกระบองทองเข้าไปอย่างช้า ๆ
ช่วงเวลาชวนระทึกขวัญนี้ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นราวกับขึ้นรถไฟเหาะตีลังกา เขาผ่านสนามรักมาอย่างโชกโชนมากมายจึงรู้จุดกระตุ้นที่ไวต่อความรู้สึกของผู้หญิงเป็นอย่างดี
เขาค่อย ๆ บรรเลงเพลงรักอย่างนุ่มนวล ช่วงเวลาที่เปี่ยมสุขเช่นนี้แม้แต่เทพเซียนยังต้องอิจฉา เสียงร้องครวญคราง เสียงเตียงที่ดังเอี๊ยดอ๊าด เสียงหัวใจของทั้งสองคนที่พร่ำพรอดบอกรักกัน หากหยุดเวลาในช่วงเวลานี้ไว้ได้จะวิเศษถึงเพียงไหนกันนะ
รัก…คำเดียวสั้น ๆ แต่ความหมายของมันช่างยิ่งใหญ่จริง ๆ แล้วเขาก็พาเธอเสพความสุขตามประสาหนุ่มสาวที่มีไฟรักให้กัน
จิ๊บ ๆ
แสงแดดอุ่น ๆทะลุม่านหน้าต่างเข้ามาพร้อมกับเสียงนกร้อง มู่ปิงปิงในอ้อมกอดของฉินฟ่านพลันรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา จากการถูกเขาแกล้ง โดยใช้ไรหนวดแข็ง ๆ ของเขาถูไปมาเบา ๆ ที่ต้นคอ มันทำให้เธอรู้สึกจั๊กจี้
"ตื่นแล้วเหรอแมวน้อยขี้เซา"
"อืมคุณตื่นนานแล้วเหรอคะ"
"อื้อ ตื่นนานแล้ว แต่ยังอยากนอนกอดคุณอยากมองดูคุณนาน ๆ ให้หายคิดถึง
ทำไงได้ก็ผมรักคุณนี่นา
เฮ้อ พูดไปใครจะเชื่อคุณไม่รู้หรอกว่าที่ผ่านมาผมทรมานมากน้อยสักเพียงไหนผมได้แต่เฝ้ารอคอยอย่างเงียบ ๆ รอว่าสักวันหนึ่งคุณจะรักผมบ้าง สักนิดก็ยังดี ในที่สุดสวรรค์ก็คงซาบซึ้งในความรักที่
โง่งมงายของผม
“เซอร์ไพรส์เลยนะเนี่ย”
เธอกลั้นยิ้มมองดูเขา
“เซอร์ไพรส์เรื่องอะไรเหรอครับ”
“ก็เรื่องที่คุณปากหวาน กะล่อนปลิ้นป้อนได้ใจซะขนาดนี้ค่ะ”
“ปากโหวงปากหวานอะไรกันผมพูดออกมาจากใจต่างหาก”
“เมียหลวงเมียน้อย เมียคนโต เมียคนเล็ก คุณก็ปากหวานกับพวกเธอแบบนี้ทุกคนเหรอคะ”
พอมู่ปิงปิงแซะเรื่องฮาเร็มของเขา เขาก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ
“ผมรักพวกคุณทุก ๆ คนรับรองได้เลยว่าไม่มีรักลำเอียง ผมพยายามที่จะ
ทนุถนอมความสุขของพวกเราเอาไว้ จะได้ไม่ราญน้ำใจสวรรค์ที่เอ็นดูผม”
“คุยกันให้เข้าใจตรงกันก่อนถึงฉันจะเป็นเมียคุณ แต่ฉันจะเป็นตำรวจต่อ เพราะว่าฉันรักงานนี้เข้าใจไหมคะ”
“เยสเซอร์ มาดาม”
เขาตะเบ๊ะใส่เธอพร้อมกับหอมแก้มเธออย่างมันเขี้ยว
“แต่ถ้าจะให้ดี ผมว่าคุณย้ายไปอยู่บ้านของเราเถอะนะ ผมจะได้ช่วยนวดขาให้ เวลาคุณไปเดินลาดตระเวนมาจนเมื่อย จะได้คอยพะเน้าพะนอเอาใจคุณ ก่อนคุณไปทำงาน จะได้ไปช่วยถือหมูเห็ดเป็ดไก่เวลาคุณไปจ่ายตลาดหลังเลิกงาน ดีไหม…ว่าไงครับ"
เขาหอมแก้มเธอไปอีกฟอดใหญ่
"แล้วพวกสาว ๆ ในฮาเร็มของคุณจะไม่เคืองฉันเหรอคะ"
"ไม่หรอก เพราะพวกเธอคิดว่าความรักใคร่ปรองดองของครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ ผมเองก็หวังว่าพวกคุณจะเข้ากันได้ดี คุณไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องนี้"
"แต่ว่า…"
เพี๊ยะ!
“นี่คือคำสั่งเข้าใจไหม"
เขาตีก้นเธอเสียงดังฉาดใหญ่แก้มก้นขาวผ่องเป็นรอยแดงขึ้นมาทันทีนี่คงไม่ใช่ว่าเขาเสพติดการตีก้นผู้หญิงไปแล้วใช่ไหม
บางครั้งเขาก็นึกสงสัยตัวเองเหมือนกัน
เธอหน้าแดงด้วยความอาย เพราะไม่เคยมีผู้ชายตีก้นเธอมาก่อน เอ๋…ไม่ใช่สิ
เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ตอนสอบปากคำเขาที่สถานีตำรวจ เขาก็เคยตีก้นเธอมาแล้ว แถมเมื่อคืนเขาทำกับเธอตั้งหลายอย่างมากกว่าตีก้นซะอีก
"คุณคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงใจง่ายรึเปล่าคะ
แถมยังเป็นคนเริ่มก่อนด้วย"
"คุณก็ดูเป็นคนหัวสมัยใหม่นี่นาทำไมถึงได้คิดแบบคนรุ่นเก่าล่ะจำไว้ คุณคือคนที่ซื่อสัตย์ ต่อความรู้สึกของตัวเองต่างหาก กล้ารักกล้าชัง ผมดีใจมากเลยนะที่คุณยอมรับความรักจากผม ผมถึงขนาดบนบานต่อสวรรค์เลยนะ ว่าถ้าคุณไม่รักผม ผมจะไปบวชเป็นหลวงจีนเฒ่า ไม่ยอมสึกชั่วชีวิต”
“คุณนี่พูดได้เรื่อยเปื่อยจริง ๆ”
ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว
ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม
ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย
เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ
พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก
แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า
ชายชราดีใจที่ได้ยินว่าซีเหมินคังจะไม่ร่วมวงต่อสู้ด้วย งานนี้ย่อมง่ายขึ้นเขายืนแยกเท้าเล็กน้อย มือทั้งสองข้างกางกรงเล็บมือขวายกงอหักศอกเสมอปลายคางมือซ้ายกางกรงเล็บเหยียดตรงมาเบื้องหน้าเสมอหน้าอกนี่เป็นกระบวนท่าไม้ตายของมัน"ฮ่ะ ๆ กรงเล็บลูกไก่น้อยจะร้ายกาจสักแค่ไหนอยาก
ทั้งสองยังคงนอนกอดก่ายกันพูดคุยเล่นกันอยู่บนเตียงคุยเรื่องนั้นคุยเรื่องนี้เขาใช้ปลายนิ้วชี้ไล้พวงแก้มของเธอเบา ๆ"เรามีลูกกันสักสองคนชายหนึ่งหญิงหนึ่งดีไหมคะ"มู่ปิงปิงสบตาเขา อยากรู้ว่าเขาจะตอบยังไง"ไม่ดี ไม่ดี""ทำไมล่ะ คุณไม่อยากมีลูกกับฉันอย่าง
ลู่เจี้ยนเล่าเรื่องข้อตกลงของทั้งสองให้ฉินฟ่านฟังฉินฟ่านไม่ได้ฟังเรื่องราวจากปากพี่ใหญ่เลยสักกะนิดเขาเอามือลูบคางพลางครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดเหมาะ…เหมาะเหม๋งเลย ช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้ยังกับผีเน่ากับโลงผุเอ๋…เปรียบเปรยคู่ที่เหมาะสมกันแบบนี้รึเปล่า อ้อ...
รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมากแต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจ







