Se connecterอรุณรักเดินตัวลีบๆ เข้ามาในห้องนอนของอรรถพลอย่างประหม่า เธอไม่เคยอยู่กับเขาสองต่อสองตอนกลางคืนเช่นนี้ เธอจะเข้ามาในห้องของเขาได้ตอนที่มาทำความสะอาดเท่านั้น
"มานี่สิอ้ายยืนหลบมุมอยู่ทำไมล่ะ" อรรถพลกวักมือเรียกเธอให้เดินเข้ามาหา ร่างบางค่อยๆ เดินเข้าไปหาเขาช้าๆ ด้วยความระแวดระวัง "นั่งรอตรงนี้ก่อนสิเดี๋ยวฉันหาเสื้อผ้าก่อน" อรรถพลบอกให้อรุณรักนั่งรอที่เตียงตัวเองอย่างไม่นึกรังเกียจ เขาไม่เหมือนแพรพรรณที่ชอบกลั่นแกล้งเธอ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้อรุณรักแอบรักเขาเพราะเขาอ่อนโยนกับเธอต่างจากคนอื่นๆ "ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวอ้ายรอตรงนี้ดีกว่า" ว่าจบร่างเล็กก็รีบนั่งลงกับพื้นห้องจนอรรถพลมองอย่างเอ็นดู "จริงๆ แล้วอ้ายก็เหมือนน้องสาวฉันอีกคนนะ" "ไม่เหมือนหรอกค่ะ" เสียงหวานรีบตอบกลับทันควันเธอไม่กล้าเอาตัวเองไปตีเสมอกับเขา "ทำไมจะไม่เหมือนล่ะ อ้ายก็อายุเท่าลูกแพรฉันก็มองอ้ายเหมือนน้องสาวคนหนึ่งมาตลอด" อรุณรักถึงกับหน้าซึมไปเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด เขาไม่เคยมองเธอเป็นอย่างอื่นเลยนอกจากเด็กในบ้านกับน้องสาว "แต่อ้ายไม่ได้คิดกับคุณพลแบบนั้นนะคะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างเลื่อนลอย "หืม? หมายความว่าไง?" "กะ..ก็..อ้ายคิดว่าคุณพลเป็นเจ้านายคนหนึ่งไงคะ" ร่างบางตาโตตกใจที่จู่ๆ ก็เผลอพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาเสียงดังจนอรรถพลได้ยิน อรรถพลมองอย่างไม่ค่อยเชื่อนักเพราะอรุณรักมองออกง่ายจะตาย โกหกใครเป็นที่ไหน เขาเองก็พอจะรู้ว่าอรุณรักคิดอย่างไรกับเขา "งั้นเหรอ" "ค่ะ" อรุณรักก้มหน้าอย่างอายๆ แก้มขาวแดงระเรื่อจนเห็นได้ชัด อรรถพลทำเป็นไม่สนใจเพราะไม่อยากให้เรื่องมันบานปลาย "นี่ เสื้อผ้า ฝากเอาไปให้คุณเฉิงที่ห้องด้วยนะ ฉันอยากพักสักหน่อย" อรรถพลยื่นเสื้อผ้าของตัวเองที่ยังไม่ถูกใช้งานให้อรุณรักนำไปให้อีกคนที่อยู่ในห้องนอนแขก "ได้ค่ะคุณพล พักผ่อนเยอะๆ นะคะ" อรุณรักยิ้มร่าก่อนจะออกมาจากห้องของเขา เธอยังอ่อนหัดเรื่องความรักมากแค่ได้อยู่ใกล้คนที่แอบรักเท่านี้ก็พอใจแล้ว ก๊อก! ก๊อก! มือเล็กยกขึ้นเคาะประตูเรียกคนด้านในห้องแต่ผลลัพธ์คือเงียบสนิท "ขอโทษนะคะ ฉันเอาเสื้อผ้ามาให้ค่ะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพเพราะเกรงว่าอีกคนอาจจะหลับหรือทำงานอยู่ พรึ่บ! ประตูบานใหญ่เปิดออกพร้อมกับคนตัวโตซึ่งเป็นแขกของบ้าน ชายหนุ่มมองคนตรงหน้าอย่างพิจารณาก่อนจะแอบลอบยิ้ม เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ถูกปลดกระดุมออกจนทำให้เห็นแผงอกแกร่งอย่างตั้งใจทำให้คนตัวเล็กที่สูงระดับอกของเขามองไม่วางตา "มองอะไร?" ชายหนุ่มแกล้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้มจนอีกคนสะดุ้ง "ปะ..เปล่าค่ะ ฉันเอาเสื้อผ้ามาให้ค่ะ นี่ค่ะ" ร่างบางยื่นเสื้อผ้าที่ถูกพับอย่างเป็นระเบียบส่งให้เขา คนตัวโตรับมาแต่ยังไม่ยอมปิดประตูแถมยังเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างพร้อมเอ่ยชวนให้อีกคนเข้ามาด้านใน "เข้ามาสิ?" "คะ? เข้าไปทำไมคะ" อรุณรักรีบถามอย่างกลัวๆ เธอไม่ค่อยไว้ใจผู้ชายคนไหนนอกจากอรรถพล "ก็ฉันไม่ใช่เจ้าของบ้าน ฉันเปิดน้ำในห้องน้ำไม่เป็น เธอมาเปิดให้หน่อยสิ" ข้ออ้างข้างๆ คูๆ ที่ฟังดูไม่น่าเชื่อถูกเอ่ยออกมาจากปากของคนตัวโตตรงหน้า "ฉันก็ไม่ใช่เจ้าของบ้านค่ะ" "ก็คุณหญิงวาสนาบอกว่าเธอเป็นเด็กที่อุปการะมาก็ต้องเป็นเจ้าของบ้านด้วยสิ" คนตัวโตแกล้งถามด้วยความอยากรู้ แต่พอได้ยินคำถามของเขาสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป "คือ...ฉัน..เฮ้อ เดี๋ยวฉันเปิดน้ำให้ค่ะ" อรุณรักไม่อยากพูดอะไรไปมากกว่านี้เพราะกลัวเขาจะมองท่านอดิศรกับคุณหญิงวาสนาในทางที่ไม่ดี จึงไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด แกร๊ก! ประตูห้องถูกกดล็อกเมื่อคนตัวเล็กเดินเข้ามาด้านในโดยไม่ทันระวังตัว "นี่ค่ะ ถ้าจะใช้น้ำอุ่นเปิดตรงนี้นะคะ ส่วนตรงนี้เป็นน้ำเย็นค่ะ" อรุณรักอธิบายให้คนที่เข้าใจอยู่แล้วแต่แกล้งทำไม่เป็นฟัง ชายหนุ่มทำท่าตั้งอกตั้งใจฟังอย่างดี หมับ! อกแกร่งชนกับแผ่นหลังของของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว เขายืนซ้อนอยู่ด้านหลังเธอพร้อมกับเอื้อมมาจับมือเธอที่กำลังสาธิตการเปิดน้ำให้เขาอยู่ "เอ่อ...คุณเปิดเป็นแล้วใช่ไหมคะ" ร่างเล็กรีบพาตัวเองออกมาจากวงแขนของเขาอย่างรวดเร็ว "ก็พอได้" ว่าจบคนตัวโตก็จัดการถอดเสื้อตัวเองออกจนเหลืออกแกร่งเปล่ากับกางเกงขายาวสีดำเท่านั้น "คะ..คะคุณถอดเสื้อทำไมคะ" "ก็จะฝากเธอเอาไปซักไง" เฉิงฟาหยางแทบหลุดขำเมื่อเห็นสีหน้าตื่นกลัวของเธอ "แล้วไป ฟู่ว" ร่างบางแอบลอบถอนหายใจ "แล้วไปอะไร" "เปล่าค่ะ" "เธอคิดว่าฉันจะทำอะไรเธอหรือไง" คนตัวโตยื่นหน้าเข้ามาใกล้เธอจนแก้มขาวเริ่มแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง "ไม่ได้คิดค่ะ ฉันไม่กล้าคิดอะไรแบบนั้นหรอกค่ะ" อรุณรักเสมองไปทางอื่นพยายามไม่มองแผงอกขาวที่ดูแข็งแกร่งของเขา "งั้นเหรอ" "ค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวก่อนนะคะ" ร่างบางฉวยโอกาสหยิบเสื้อในมือของเขามาแล้วกำลังจะเดินออกจากห้องน้ำ "ว้าย!" เสียงหวานร้องลั่นเมื่อถูกแขนแข็งแรงรั้งเอาไว้ก่อนจะดึงเธอเข้าไปจนใบหน้าของเธอชนเข้าแผงอกเปลือยเปล่าของเขา "จะรีบไปไหน ฉันกำลังอารมณ์ขึ้นเลย" ว่าเสร็จก็จับใบหน้าสวยขึ้นมารับจูบแสนดูดดื่ม คนตัวเล็กไร้ประสบการณ์ได้แต่ตาโตตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ทันไรลิ้นหนาก็ฉวยโอกาสสอดเข้ามาในโพรงปากเล็ก ก่อนจะควานหาลิ้นเล็กๆ ของเธอแล้วจัดการเกี่ยวกระหวัดอย่างพอใจ ร่างบางไร้ประสบการณ์ที่กำลังเคลิบเคลิ้มถูกจับพลิกตัวให้หันหลังหน้าแนบชิดกำแพงห้องน้ำ อรุณรักกลับมามีสติอีกครั้งรีบดันตัวเองออกมาทันทีแต่ไม่เป็นผล "ปล่อยนะคะ!" "ชู่! เบาหน่อยสิ เธออยากให้หวานใจของเธอมาเห็นสภาพเราสองคนตอนนี้หรือไง" คนตัวโตแสนเจ้าเล่ห์เอ่ยขึ้นอย่างถือไพ่เหนือกว่า "หวานใจอะไรคะ ฉันไม่มี" คนตัวเล็กที่ถูกจับกดแนบชิดผนังห้องน้ำรีบตอบปฏิเสธทันควัน "ก็ไอ้หน้าอ่อนที่เธอกระดี๊กระด๊านั่นไงหรือว่าเธอแอบรักเขาข้างเดียวงั้นเหรอ น่าสงสารจัง" เฉิงฟาหยางพูดเองเออเอง แต่คำพูดของเขาทำเอาอรุณรักหยุดดิ้นทันทีเพราะกำลังอึ้งที่เขามองออกกางเกงขายาวถูกมือหนากระชากออกจนพ้นสายตา ชั้นในตัวน้อยก็ตามไปติดๆ ร่างกายเนียนขาวไร้ที่ติประจักษ์ต่อสายตาของคนตัวโตที่กำลังหื่นกระหาย"อย่ามองนะคะ" แขนเล็กยกขึ้นมาปิดหน้าตัวเองอย่างอายๆ เธอไม่เคยแก้ผ้าต่อหน้าใครมาก่อน เธอไม่อยากให้เขาเห็นหน้าเธอตอนนี้เลย มันน่าอายจนอยากจะมุดแผ่นดินหนี"หึ! เด็กน้อย" ร่างหนาจัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมด แผงอกกว้างกับกล้ามหน้าท้องที่ดูแข็งแรงแนบลงบนผิวกายของเธอ ร่างบางสะดุ้งจนเผลอเปิดหน้ามาดู"ฉันหนัก ลุกออกไปนะคะ" ร่างบางใช้มือยันแผงอกของเขา แต่ไร้การตอบสนองแรงเท่ามดอย่างเธอจะไปทำอะไรเขาได้"กางขาออก" มือหนาจับขาของเธอยกขึ้นลอย ก่อนจะกางออกกว้างจนเห็นอะไรต่อมิอะไรจนทั่ว"อย่านะคะ!..อ๊าย!" พูดไม่ทันขาดคำนิ้วชี้ใหญ่ก็จัดการกรีดลงกลางรอยแยกช้าๆ เนินอูมได้รูปสวยทำเอาเขาเก็บอาการแทบไม่อยู่"แล้วเธอจะชอบ เชื่อฉันสิ" ว่าจบก็ก้มหน้าลงไปจัดการชิมสิ่งที่เย้ายวนอยู่ตรงหน้า"อ๊ะ..ทำอะ..อ๊าย!" เสียงหวานร้องลั่น ร่างกายสะดุ้งเกร็งเมื่อถูกลิ้นหนาของเขาสัมผัสเบาๆ ที่ส่วนนั้นของเธอ"คุณเฉิง..
อรุณรักเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ช้าๆ ทุกคนในบ้านหันมามองเธอเป็นตาเดียว ตอนนี้เธอกลายเป็นจุดสนใจไปเสียแล้ว"สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหนิงอันหรือจะเรียกหนิงก็ได้ค่ะ คุณเฉิงให้ฉันพาคุณไปที่ห้องนอนค่ะ" แม่บ้านคนหนึ่งที่อายุไม่ห่างกับเธอมากนัก พูดกับเธอเป็นภาษาไทยอย่างสุภาพ"ไม่ต้องเรียกคุณหรอกค่ะ เรียกว่าอ้ายก็พอค่ะ" อรุณรักยิ้มหวานให้อย่างจริงใจ"ค่ะ" แม่บ้านยังคงแสดงท่าทีอ่อนน้อมกับเธอ ก่อนจะเดินนำไปยังชั้นบน ระหว่างทางอรุณรักสังเกตเห็นแม่บ้านคนอื่นๆ พูดแล้วหันมองมาที่เธอ แต่เธอแปลไม่ออกว่าพวกเขาพูดว่าอะไรเพราะทุกคนที่นี่สื่อสารกันเป็นภาษาจีนหมด ก็เธอมาอยู่ประเทศจีนนี่นะไม่แปลกที่ทุกคนจะพูดภาษาจีน"อ้ายเรียกว่าพี่หนิงได้ไหมคะ คุณน่าจะเป็นรุ่นพี่ของอ้าย""ตามสะดวกเลยค่ะ" หนิงอันเอ่ยออกมา เธอไม่ได้ติดขัดอะไรถึงจะรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าเธอมาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไรก็ตาม"พี่หนิงเป็นคนไทยเหรอคะ""ใช่ค่ะ" หญิงสาวตอบไปตามความจริง เธอเป็นคนไทยที่มาทำงานในประเทศจีนจึงเปลี่ยนจากชื่อไทยเป็นชื่อจีน แต่ก็ยังคงชื่อเดิมเอาไว้ด้วย"ดีจังคะ แล้ว
เฉิงฟาหยางเดินทางกลับประเทศจีนไปก่อนโดยเขาสั่งให้เลขาส่วนตัวจัดการเรื่องเอกสารต่างๆ ของอรุณรัก เพราะเธอไม่มีเอกสารอะไรแม้แต่อย่างเดียวจึงใช้เวลาหลายวันกว่าจะเดินทางได้ เฉิงฟาหยางจึงกลับไปก่อนหลังจากรู้ข่าวจากอรรถพลว่าอรุณรักยอมตกลง"อิจฉาจังเลยอ้ายจะได้ไปประเทศจีนด้วย อย่าลืมซื้อขนมมาฝากพวกพี่นะ" เหล่าแม่บ้านพากันอิจฉาอรุณรักที่จะได้ไปต่างประเทศอย่างกะทันหัน โดยไม่มีใครรู้เลยว่าเธอไปในฐานะอะไร แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่รู้"อ้ายไปทำงานนะพี่ดวงไม่ได้ไปเที่ยวสักหน่อยแค่หกเดือนก็กลับแล้ว" อรุณรักตอบอย่างยิ้มๆ เอาเข้าจริงเธอเองก็หวั่นใจไม่น้อยที่ต้องจากบ้านไปไกลและนานพอสมควร แล้วยิ่งต้องไปอยู่ใกล้คนน่ากลัวแบบเขาเธอก็ยิ่งกังวล แต่เธอก็แค่ทำงานและคอยหลบหน้าเขาก็คงพอแล้วในบ้านหลังใหญ่ของตระกูลศิวะโสภาพานิช คุณหญิงวาสนานั่งทำหน้าไม่สบอารมณ์เมื่อรู้ข่าวจากลูกชายว่าจะส่งอรุณรักไปให้เฉิงฟาหยาง"ทำไมแกไม่ให้น้องไปตาพล""แม่! ไปเป็นผู้หญิงแก้ขัดนะครับจะให้ส่งลูกแพรไปได้ยังไง" อรรถพลกระซิบกระซาบกับผู้เป็นแม่ให้ได้ยินแค่สองคนเพราะกลัวคนอื่นได้ยินแล้วไปบอก
อรรถพลเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องนอนของแขกที่ครอบครัวเชื้อเชิญให้มาพักอย่างเต็มใจ ชายหนุ่มกำลังชั่งใจที่จะมาขอโทษเขาเรื่องวันนั้นที่ร้านกาแฟ ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายวันแต่เขาเองก็รู้สึกไม่ดีถ้าหากยังไม่ได้เอ่ยขอโทษอย่างจริงจังพรึ่บ! ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกโดยฝีมือของคนด้านใน อรรถพลสะดุ้งตกใจก่อนจะทำหน้าเจื่อนๆ แล้วก้มหัวให้อีกคน"มีอะไรหรือเปล่าครับ?" เสียงทุ้มถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นลูกชายเจ้าของบ้านทำท่าเหมือนมีอะไรจะพูด"คือ...ผมจะมาขอโทษคุณเฉิงน่ะครับ""ขอโทษ? เรื่องอะไรครับ" เฉิงฟาหยางทำเป็นจำไม่ได้ แต่ที่จริงแล้วเขาน่ะเป็นประเภทแค้นฝังหุ่นใครเคยทำอะไรไว้เขาไม่เคยลืม"ระ..เรื่องที่ร้านกาแฟเมื่อวันก่อนน่ะครับ ผมไม่รู้ว่าคุณคือคุณเฉิง" อรรถพลก้มหัวอย่างรู้สึกผิด แต่อีกคนกลับไม่แสดงสีหน้าใดๆ"ถ้าไม่ใช่ผมคุณก็คงทำแบบนั้นกับใครก็ได้สินะครับ" เฉิงฟาหยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ทำเอาอีกคนถึงกับหน้าเสียไปต่อไม่ถูก"แต่ช่างมันเถอะครับ ผมก็ไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นอะไร ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปครับ" คนตัวสูงใช้คำพูดที่ให้ตัวเองดู
เช้าวันรุ่งขึ้นอรุณรักตื่นขึ้นมาทำความสะอาดเหมือนทุกวัน แต่ที่ต่างไปจากทุกวันก็คือท่าทีระแวดระวังของเธอที่มองซ้ายมองขวาอยู่ตลอดเวลา"อ้าย! แกเป็นอะไรท่าทางล่อกแล่ก ไปทำอะไรผิดมาหรือเปล่า" แม่บ้านวัยกลางคนเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทีของเธอ"เปล่าจ้ะพี่ดวง เดี๋ยวอ้ายไปถูชั้นบนก่อนนะ" ร่างบางหิ้วถังน้ำที่ใช้สำหรับถูพื้นเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนของบ้าน"อะไรของมัน?" แม่บ้านพากันสงสัยในพฤติกรรมของอรุณรักจนพากันยืนเกาหัวอย่างมึนงง ทุกวันอรุณรักจะขยันตั้งใจทำงานแต่ไหนวันนี้ดูหลงๆ ลืมๆ เหม่อลอยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแปลกๆ"อ้าย""คะ คุณพล" อรรถพลเอ่ยเรียกคนที่กำลังถูพื้นอยู่หน้าห้องของตัวเอง อรุณรักรีบวางไม้ถูพื้นแล้วเข้าไปหาอรรถพลทันที"เมื่อคืนที่ฉันให้เอาเสื้อไปให้คุณเฉิง เธอเอาไปให้แล้วใช่ไหม""หะ..หะ..ให้แล้วค่ะ" อรุณรักตอบอย่างคนติดอ่างเข้าสิง ทำให้อรรถพลนึกถึงสิ่งที่ตนสงสัย เมื่อคืนเขาลุกขึ้นมากลางดึกจะลงไปหาอะไรในห้องครัวกินแก้หิว แต่กลับเจออรุณรักออกมาจากห้องของเฉิงฟาหยางด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลนคล้ายกำลังตื่นกลัวอะไรบางอย่าง
"คุณไม่มีสิทธิ์มาว่าคุณพลนะคะ" คนตัวเล็กยอมไม่ได้ที่เขามาเรียกคนที่เธอรักว่าไอ้หน้าอ่อน"โมโหแทนขนาดนี้รักมากเลยหรือไง นี่! ฉันจะบอกอะไรให้นะเด็กน้อย คนอย่างนายนั่นน่ะไม่มาสนใจเธอหรอก" มองแค่ปราดเดียวก็รู้แล้วว่าอรรถพลไม่ได้คิดอะไรกับอรุณรัก"เงียบแบบนี้แสดงว่าจริงสินะ" คนตัวโตรู้สึกเป็นผู้ชนะขึ้นมาทันที เมื่อพูดแทงใจดำคนตัวเล็กได้สำเร็จ"อ๊าย! คุณจะทำอะไรคะ" เสียงหวานร้องลั่นเมื่อมือหนาของเขาค่อยๆ ลูบวนที่ก้นของเธอเบาๆ"ก็แค่ลองจับเฉยๆ เอง""ปล่อยเถอะค่ะ ไม่งั้นฉันจะไปบอกคุณหญิง" อรุณรักยกคุณหญิงวาสนาขึ้นมาอ้างเพราะคิดว่าเขาคงเกรงใจอยู่บ้าง"เอาสิ ขืนเธอบอกไปฉันก็ไม่เดือดร้อนอะไรหรอกนะคนที่เดือดร้อนน่าจะเป็นเธอมากกว่า""เธอคิดว่าคุณหญิงจะเชื่อใครล่ะระหว่างฉันหรือว่าเธอ" ร่างบางทำหน้าคิดตาม ก่อนจะคิดได้ว่าคุณหญิงคงหาว่าเธอไปให้ท่าเขาก่อนแน่ๆ เพราะในบ้านหลังนี้ไม่มีใครเข้าข้างหรือปกป้องเธอสักคน"ทำไมคุณต้องทำกับฉันแบบนี้ด้วย เราไม่ได้รู้จักกันเสียหน่อย""ก็เพราะไม่รู้จักกันไง ฉันไม่ชอบมีอะไรกับคนรู้จักน่







