Inicio / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 31 — สิ่งที่ยังไม่ได้บอก

Compartir

บทที่ 31 — สิ่งที่ยังไม่ได้บอก

last update Fecha de publicación: 2026-10-19 22:53:39

หลังกลับจากหลินอัน เยว่ซีพบว่าการเดินผ่านประตูสำนักพร้อมหลิงยวนยากกว่าตอนออกเดินทางเล็กน้อย

ตอนออกไป นางยังไม่รู้ว่าจะวางมือไว้ที่ใด

ตอนกลับมา กลับรู้ดีเกินไป

ทั้งสองปล่อยมือก่อนถึงลานหน้า แต่ศิษย์เฝ้าประตูมองเห็นแล้ว เขารีบก้มตรวจป้ายผ่านทางนานผิดปกติ ทั้งที่ชื่อของหลิงยวนไม่จำเป็นต้องอ่านซ้ำถึงสามรอบ

อาจารย์ฉินเดินผ่านไปก่อนอย่างไม่สนใจ

“ถ้าตรวจเสร็จแล้ว ตามมารับยา”

เยว่ซีสะดุ้ง

“ข้าหรือเจ้าคะ”

“ทั้งคู่”

หลิงยวนรับป้ายคืนแล้วเก็บลงแขนเสื้อ

เมื่อเดินพ้นประตู เยว่ซีจึงกระซิบ

“เขาเห็นหรือไม่”

“เห็น”

นางหันขวับ

“ท่านตอบเร็วไปแล้ว”

หลิงยวนมองใบหน้านางซึ่งเริ่มแดงขึ้น

“เจ้าต้องการให้ข้าโกหกหรือ”

เยว่ซีเม้มปาก ก่อนเดินหนีไปสองก้าว

เขาตามมาทันโดยไม่ต้องเร่ง

คราวนี้มือของทั้งสองไม่ได้แตะกัน แต่ชายแขนเสื้อเสียดกันเบา ๆ ตลอดทางขึ้นเรือนโอสถ

⸻

เสี่ยวถังรออยู่ในห้องพัก

ตรงหน้ามีกระถางบัวใบเล็กที่เยว่ซีฝากไว้ก่อนเดินทาง ยอดอ่อนสีเขียวโผล่พ้นน้ำขึ้นมาแล้ว ปลายใบยังม้วนแน่น

เยว่ซีวางห่อสัมภาระแล้วรีบเข้าไปดู

“มันงอกแล้ว!”

“ข้าเห็นเจ้ามองตั้งแต่ประตู คิดว่าจะถามถึงคนรดน้ำก่อนเสียอีก”

“ขอบใจ”

เยว่ซีหันไปกอดเพื่อนครั้งหนึ่ง แล้วกลับมามองต้นบัวต่อ

เสี่ยวถังเท้าคาง

“กลับบ้านเป็นอย่างไรบ้าง”

นางค่อย ๆ เล่าเรื่องโต๊ะหมาก ชายชราร้านซ่อมไม้ และแผนซ่อมเรือนเล็ก เสี่ยวถังฟังจนจบโดยไม่ขัด

แต่พอเยว่ซีหยุดพูด อีกฝ่ายกลับยังมองอยู่อย่างรอคอย

“มีอะไรหรือ”

“ข้ากำลังรอส่วนที่ทำให้เจ้ายิ้มตอนแก้ห่อผ้า”

มือเยว่ซีหยุดตรงปมเชือก

เสี่ยวถังยิ้มกว้างขึ้นทันที

“อ้อ มีจริงด้วย”

“ข้ายังไม่ได้พูดอะไร”

“หน้าเจ้าพูดแล้ว”

เยว่ซีคว้าหมอนขึ้นมา แต่สุดท้ายเพียงกอดไว้แนบอก

“ข้าบอกเขาว่าอยากจับมือ”

เสี่ยวถังเงียบไปหนึ่งอึดใจ

แล้วตบเข่าตนเองเบา ๆ

“ในที่สุด!”

“เบาหน่อย!”

“แล้วศิษย์พี่โม่ตอบว่าอย่างไร”

เยว่ซีก้มมองรอยปักบนหมอน

“เขาบอกว่าอยากอยู่ข้างข้า”

เสี่ยวถังไม่พูดต่อทันที

เมื่อเยว่ซีเงยหน้า จึงเห็นรอยยิ้มของเพื่อนอ่อนลง

“ดีแล้ว” นางกล่าว “เจ้าไม่ต้องเดาทุกเรื่องเสียที”

เยว่ซีพยักหน้า

ขณะนั้นสายตานางเหลือบเห็นจดหมายพับอยู่ใต้ตำราของเสี่ยวถัง มุมกระดาษเปื้อนคราบคล้ายฝน

“ที่บ้านส่งข่าวมาหรือ”

เสี่ยวถังรีบเลื่อนตำราทับ

“อืม เรื่องเล็กน้อย”

“มีอะไรให้ช่วยหรือไม่”

“ยังไม่มี”

อีกฝ่ายลุกไปหยิบกาน้ำ

เยว่ซีมองตามครู่หนึ่ง แต่ไม่ได้ซักต่อ

คนเราคงมีบางเรื่องที่อยากจัดการเองก่อนเล่าให้ผู้อื่นฟัง

นางเคยเป็นเช่นนั้น จึงไม่อยากเร่งเพื่อน

⸻

วันต่อมา เสิ่นซูเหอเปลี่ยนอุปกรณ์ฝึก

บนโต๊ะไม่มีเมล็ดบัว

มีเพียงถ้วยน้ำตื้น แท่นผลึก และแผ่นไม้บางซึ่งขีดเส้นเล็กไว้ตรงกลาง

“วันนี้จะฝึกปราณสายธาร”

เยว่ซีเงยหน้าทันที

“ข้าทำได้แล้วหรือเจ้าคะ”

“เจ้าหยุดสายไม้ได้ต่อเนื่องหลายครั้ง ชีพจรหลังเดินทางก็สงบ เราจึงเริ่มลองแยกสายถัดไปได้”

เสิ่นซูเหอวางแผ่นไม้ข้างถ้วย

“หนึ่งลมหายใจ ไม่ต้องยกน้ำให้สูง เพียงให้มันเคลื่อนถึงเส้นนี้”

หลิงยวนนั่งอยู่ด้านข้าง เขาได้รับอนุญาตให้สอนตามปกติแล้ว แต่ยังห้ามใช้ปราณรับแรงสะท้อนแทนฐานผลึกโดยไม่จำเป็น

เยว่ซียื่นมือเหนือถ้วย

นางจำความเย็นที่เคยแทรกมาตอนฝึกสายไม้ได้ จึงพยายามตามหาความรู้สึกนั้น

น้ำในถ้วยไม่ขยับ

ผ่านไปครู่หนึ่งกลับมีไอน้ำบาง ๆ ลอยขึ้น

“หยุด” เสิ่นซูเหอกล่าว

เยว่ซีถอนมือทันที

ริมถ้วยอุ่นขึ้นเล็กน้อย

นางมองอย่างผิดหวัง

“ข้าคิดถึงความเย็นแท้ ๆ”

“เจ้ากำลังบังคับให้มันเป็นอย่างที่คิด” หลิงยวนกล่าว “จึงเกร็งจนพลังอีกสายแทรกขึ้นมา”

เขาหยิบถ้วยอีกใบ เทน้ำลงบนแผ่นไม้เอียง

หยดน้ำไหลผ่านรอยเส้นอย่างง่ายดาย

“อย่าเริ่มจากลากน้ำ เจ้าต้องรู้ก่อนว่าปราณของเจ้าเคลื่อนไปทางไหน”

เยว่ซีมองหยดน้ำที่เกาะปลายไม้

“ข้าควรปล่อยให้มันไหล?”

“ในทางที่เตรียมไว้”

นางลองอีกครั้ง

ครั้งนี้ไม่ได้จ้องน้ำในถ้วย แต่รับรู้ความเย็นบางเบาที่เคลื่อนขึ้นมาตามแขน ปล่อยให้มันออกผ่านปลายนิ้วเพียงนิดเดียว

ผิวน้ำสั่น

แล้วหยดหนึ่งก็ไหลข้ามขอบถ้วยลงบนโต๊ะ

เยว่ซีรีบหยุด

“หกแล้วเจ้าค่ะ”

เสิ่นซูเหอก้มดูรอยเปียก

“อย่างน้อยคราวนี้เป็นน้ำ”

นางไม่แน่ใจว่าควรดีใจหรือไม่

หลิงยวนกลับยื่นผ้าให้ด้วยสีหน้าคล้ายกลั้นยิ้ม

⸻

การฝึกสายธารไม่ได้สำเร็จในวันเดียว

สามวันแรก เยว่ซีทำได้เพียงให้น้ำกระเพื่อม บางครั้งหยดน้ำไหลออกผิดด้าน บางครั้งไม่ขยับเลย

นางจดสิ่งที่รู้สึกก่อนปราณเปลี่ยนสายทุกครั้ง

อุ่นตรงข้อศอกเมื่อเกร็ง

เย็นที่ปลายนิ้วเมื่อหายใจสม่ำเสมอ

ความหนักในอกเมื่อพยายามดึงกลับเร็วเกินไป

วันที่สี่ นางเลิกจ้องเส้นบนแผ่นไม้ แล้วยอมให้หยดน้ำเคลื่อนสั้นกว่าที่กำหนด

หยดนั้นหยุดกลางทาง

ไม่แตกกระจาย

ไม่เปลี่ยนเป็นไอ

เยว่ซีมองมันจนลืมหายใจ ก่อนรีบถอนมือและผ่อนลมหายใจออกตามที่ฝึกไว้

ผลึกรับปราณสว่างเพียงจุดเล็กแล้วดับ

เสิ่นซูเหอตรวจชีพจร จากนั้นทำเครื่องหมายลงในบันทึก

“ครั้งนี้ใช้ได้”

เยว่ซีหันไปหาหลิงยวนทันที

เขาพยักหน้า

“เห็นแล้ว”

“ข้ายังไม่ได้ถามเลยเจ้าค่ะ”

“เจ้ากำลังจะถาม”

นางก้มมองหยดน้ำด้วยรอยยิ้มที่ปิดไม่อยู่

พลังนั้นเล็กจนทำให้ชายแขนเสื้อเปียกยังแทบไม่ได้

แต่มันเป็นครั้งแรกที่นางเรียกปราณสายที่สองออกมา แล้วส่งมันกลับได้ด้วยตนเอง

⸻

บ่ายวันเดียวกัน ข่าวเด็กที่ยังสูญหายมาถึงสำนัก

พบเพิ่มอีกสี่คนในโรงทอผ้าชานเมือง ทุกคนยังมีชีวิต อีกสองคนถูกส่งต่อไปก่อนกำลังค้นหาจะถึง

เยว่ซีช่วยแก้จำนวนในบัญชี

สิบสามคนพบแล้ว

สองคนยังไม่พบ

นางวางพู่กันเมื่อเห็นจ้าวอันยืนอยู่ตรงประตู

“อาเจี๋ยอยู่ในกลุ่มนี้หรือไม่”

เยว่ซีตรวจรายชื่ออีกครั้งก่อนตอบ

“อยู่ เขามีแผลที่เท้า หมอกำลังดูแล อีกสองวันจะพามาที่นี่หากเดินทางไหว”

เด็กชายยืนนิ่งไป

ครู่หนึ่งจึงก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว

“ขอบคุณ”

เยว่ซีไม่ได้เรียกให้เขาเงยหน้า

นางเพียงเลื่อนเก้าอี้ให้ แล้วนั่งคัดรายชื่อต่อจนเขาสงบลงเอง

ในรายการคำให้การท้ายเอกสาร มีชื่อเผยเหวินซูเป็นผู้ระบุเครื่องหมายของเกวียนที่ใช้ส่งเด็ก

เยว่ซีอ่านแล้วจดไว้ตามจริง

ความช่วยเหลือครั้งนี้ควรถูกบันทึก

เช่นเดียวกับสิ่งที่เขาเคยทำกับเด็กเหล่านั้น

⸻

ลั่วชิงเหยาได้ยินข่าวจากผู้สอบสวนก่อนนำอาหารเข้าไปส่ง

เผยเหวินซูยืนรออยู่ข้างลูกกรง

เมื่อเห็นนาง เขาถามทันที

“พบหรือไม่”

“พบสี่คน”

ไหล่ของเขาคลายลงเล็กน้อย

ลั่วชิงเหยาวางถาด

“เหลืออีกสองคน”

“ข้าจำตราบนใบรับส่งได้อีกแห่งหนึ่ง ข้าบอกผู้สอบสวนแล้ว”

นางพยักหน้า แต่ยังไม่เดินออกไป

เผยเหวินซูมองใบหน้านาง

“เจ้ามีอะไรจะถาม”

“ตอนเจ้าชวนข้าช่วยย้ายหนังสือ เจ้าคิดหรือไม่ว่าข้าจะถูกลงโทษ”

เขาเงียบ

“คิดใช่หรือไม่”

“คิด”

ลั่วชิงเหยาก้มมองมือของตน

คำตอบนั้นไม่ได้ต่างจากที่คาด แต่พอได้ยินจริงกลับเจ็บกว่าการคาดเดา

“แล้วเหตุใดยังให้ข้าทำ”

เผยเหวินซูยืนอยู่อีกด้านของลูกกรง

ผ่านไปนานจึงตอบ

“เพราะข้ารู้ว่าเจ้าจะยอม”

นางเงยหน้าขึ้นทันที

เขาไม่ได้ยิ้มเหมือนเมื่อก่อน

“ข้าบอกเช่นนี้ไม่ได้ทำให้สิ่งที่ข้าทำดีขึ้น แต่ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องฟังคำว่าไม่ตั้งใจจากข้าอีก”

ลั่วชิงเหยาถอยหนึ่งก้าว

“ข้าควรเกลียดเจ้า”

“ข้ารู้”

นางรอคำขอร้อง

รอให้เขาเรียกชื่ออย่างอ่อนโยนหรือบอกว่าเหลือเพียงนาง

แต่เขากลับยกถาดอาหารไปวางบนโต๊ะ แล้วกล่าวเพียงว่า

“วันไหนไม่อยากมา ไม่ต้องมา”

ลั่วชิงเหยาออกจากห้องโดยไม่ได้ตอบ

และนั่นกลับเป็นครั้งแรกที่นางเดินจากมาแล้วต้องหยุดอยู่หลังประตูเพื่อสงบใจ

⸻

เย็นนั้น หลิงยวนมาที่เรือนพักศิษย์พร้อมห่อกระดาษยาว

เยว่ซีออกมารับใต้ชายคา

ในห่อเป็นแผ่นไม้สำหรับฝึกปราณสายธาร ขอบทั้งสองด้านถูกขัดจนเรียบ มีร่องตื้นทอดไปยังถ้วยรองเล็ก ๆ

นางพลิกดู

“ท่านทำหรือเจ้าคะ”

“ให้ช่างตัด ข้าขัดขอบ”

เยว่ซีมองมือซ้ายของเขาโดยอัตโนมัติ

หลิงยวนยกมือขวาขึ้นให้ดู

“ใช้ข้างนี้”

“ข้ายังไม่ได้ว่าอะไรเลย”

“ข้าก็ตอบไว้ก่อน”

นางหัวเราะแล้วลองวางแผ่นไม้บนโต๊ะ

ความลาดพอดีทำให้น้ำไหลลงถ้วยได้โดยไม่หกออกด้านข้าง

ด้านใต้มีคำสั้น ๆ เขียนไว้ด้วยหมึก

จบเมื่อยังหยุดได้

เยว่ซีใช้นิ้วแตะตัวอักษร

“ท่านกลัวข้าฝึกเกินเวลา?”

“เจ้าชอบลองอีกครั้ง”

“เพียงครั้งเดียว”

“แล้วอีกครั้ง”

นางเงยหน้าค้อนเขา

หลิงยวนมองกลับด้วยดวงตาสงบ แต่รอยยิ้มตรงมุมปากทำให้นางรู้ว่าเขาจงใจ

“ข้าจะใช้ตอนมีผู้ดูแลเจ้าค่ะ”

เขาพยักหน้าแล้วเตรียมกลับ

เยว่ซีเรียกไว้

“พรุ่งนี้หลังฝึก ท่านว่างหรือไม่”

“ว่าง”

“ข้าอยากไปดูต้นหลิวข้างลำธาร ได้ยินว่าช่วงนี้ใบเริ่มผลิ”

หลิงยวนมองนาง

“ไปด้วยกันหรือ”

“หากข้าจะไปคนเดียว ข้าคงไม่ถามท่าน”

เขานิ่งไปชั่วครู่

คราวนี้เป็นเยว่ซีที่ได้เห็นเขาหันหน้าหลบสายตาก่อน

“ข้าจะมารับ”

⸻

เสี่ยวถังยืนอยู่ในห้อง ได้ยินบทสนทนาเกือบทั้งหมด

เมื่อเยว่ซียกแผ่นไม้เข้ามา นางก็ยิ้มให้ตามปกติ

“คราวนี้น้ำคงไม่หกถึงรองเท้าข้าแล้ว”

“พรุ่งนี้ข้าไม่ได้ฝึกในห้องเสียหน่อย”

เยว่ซีวางของอย่างทะนุถนอม ก่อนหันมาสังเกตถุงผ้าในมือเพื่อน

“เจ้าจะลงเขาหรือ”

“ไปรับของที่บ้านส่งมา”

“ให้ข้าไปด้วยหรือไม่”

“ไม่ต้องหรอก เจ้าเพิ่งกลับจากเรือนโอสถ พักเถิด”

เสี่ยวถังตอบเร็วไปเล็กน้อย

เยว่ซีมองใบหน้านาง

“เรื่องในจดหมายวันนั้นเรียบร้อยแล้วหรือ”

อีกฝ่ายชะงัก ก่อนยิ้ม

“ใกล้แล้ว”

“ถ้าขาดเงิน ข้ามีไม่มาก แต่แบ่งให้ได้”

รอยยิ้มของเสี่ยวถังสั่นนิดหนึ่ง

“เจ้าเก็บไว้ซ่อมบ้านเถิด”

นางหยิบป้ายผ่านทาง เดินออกจากห้องโดยไม่รอให้เยว่ซีถามต่อ

⸻

จุดรับพัสดุเชิงเขายังเปิดอยู่

ศิษย์เฝ้าประตูตรวจป้ายของเสี่ยวถังแล้วให้ผ่าน นางเดินไปตามถนนจนถึงร้านขายน้ำชาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเขตคุ้มกัน

ชายในเสื้อคลุมสีเทานั่งรอที่โต๊ะริมหน้าต่าง

ตรงหน้ามีห่อผ้าเล็ก

เสี่ยวถังไม่ได้นั่ง

“พี่ชายข้าอยู่ที่ใด”

ชายผู้นั้นเปิดห่อผ้า

ข้างในเป็นมีดเหลาไม้ด้ามเก่า ปลายด้ามมีรอยบิ่นรูปสามเหลี่ยม

เสี่ยวถังจำได้

พี่ชายทำรอยนั้นตอนแงะหน้าต่างห้องนางที่ติดฝนเมื่อสองปีก่อน

ข้างมีดมีจดหมายอีกฉบับ ลายมือหยาบเขียนชื่อเล่นของนางตรงมุมกระดาษอย่างที่คนในบ้านเรียกกัน

“เขาสบายดี” ชายผู้นั้นกล่าว “ตราบใดที่เจ้าฟังคำพูดรู้เรื่อง”

“เขาไม่ได้ติดหนี้พวกเจ้า”

“ตอนแรกไม่ได้ติด”

นิ้วของเสี่ยวถังกำป้ายผ่านทางจนเจ็บ

จดหมายฉบับแรกบอกเพียงว่าพี่ชายมีเรื่องกับนายจ้าง นางส่งเงินเก็บกลับไปและรอข่าว

ฉบับที่สองมาพร้อมคำสั่งให้มาที่นี่ตามลำพัง

ตอนนี้นางรู้แล้วว่าเงินไม่ใช่สิ่งที่พวกมันต้องการ

“ข้าจะไปแจ้งสำนัก”

ชายเสื้อเทามองป้ายในมือนาง

“แจ้งสิ แต่ก่อนเจ้าขึ้นถึงยอดเขา ข้าส่งข่าวออกไปได้แล้ว”

เสี่ยวถังเหลือบมองถนน

ศิษย์ลาดตระเวนเดินผ่านปลายทางอยู่สองคน นางเพียงเรียก พวกเขาคงมาถึงในเวลาไม่กี่ลมหายใจ

แต่มีดเล่มนั้นวางอยู่ตรงหน้า

พี่ชายอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้

ชายเสื้อเทารินชาให้ถ้วยหนึ่ง

“ข้าไม่ให้เจ้าขโมยคัมภีร์ ไม่ให้เปิดประตูสำนัก เพียงตอบเรื่องที่เจ้าได้ยินอยู่แล้ว”

“เรื่องอะไร”

“หลินเยว่ซี”

เสี่ยวถังเงยหน้าทันที

อีกฝ่ายยิ้มบาง

“พรุ่งนี้นางมีนัดกับโม่หลิงยวนหรือไม่”

เสียงรอบร้านคล้ายเบาลง

เสี่ยวถังนึกถึงแผ่นไม้ที่เยว่ซีวางบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง นึกถึงรอยยิ้มซึ่งเพิ่งกลับมาหลังผ่านเรื่องร้ายมามากมาย

“ข้าไม่รู้”

ชายผู้นั้นพับจดหมายกลับ

“เช่นนั้นเจ้ากลับไปคิด”

เขาหยิบมีดเหลาไม้ขึ้น กดนิ้วลงบนรอยบิ่นที่ด้าม

“พี่ชายเจ้าบอกว่าเจ้าจำของชิ้นนี้ได้แน่ เขาฝากถามด้วยว่าแผลที่นิ้วตอนหั่นผักเมื่อเดือนก่อนหายหรือยัง”

เสี่ยวถังหน้าซีด

เรื่องนั้นนางเพิ่งเขียนเล่าให้พี่ชายฟังในจดหมายส่วนตัว

เขาอยู่ในมือพวกมันจริง ๆ

“พวกเจ้าจะทำอะไรนาง”

“เราเพียงต้องการรู้ว่าจะพบตัวได้ที่ใด”

“นางไม่ได้ลงเขา”

“ที่ใด”

เสี่ยวถังยืนเงียบอยู่นาน

ศิษย์ลาดตระเวนเดินพ้นร้านไปแล้ว

ริมฝีปากนางขยับในที่สุด

“ลำธารหลังลานฝึก… หลังเลิกฝึกช่วงบ่าย”

ชายเสื้อเทาวางมีดคืนลงในห่อ

“ดีมาก”

คำชมสั้น ๆ ทำให้เสี่ยวถังคลื่นไส้

นางรู้ว่าตนเพิ่งทำอะไรลงไป

แต่ยังยื่นมือไปรับห่อผ้านั้นอยู่ดี

⸻

เมื่อกลับถึงห้อง เยว่ซีกำลังเปลี่ยนน้ำในกระถางบัว

“ได้ของแล้วหรือ”

เสี่ยวถังพยักหน้า

นางวางห่อผ้าไว้ใต้หมอน รีบเกินไปจนเยว่ซีหันมอง

“เจ้าไม่สบายหรือเปล่า หน้าซีดมาก”

“เดินเร็วไปหน่อย”

เยว่ซีวางกระถางแล้วรินน้ำให้

เสี่ยวถังรับถ้วยมา มือสั่นจนผิวน้ำกระเพื่อม

“ให้ข้าเรียกอาจารย์ฉินหรือไม่”

“ไม่ต้อง”

คำตอบหลุดออกมาแรงกว่าที่ตั้งใจ

เยว่ซีชะงัก

เสี่ยวถังรีบก้มหน้า

“ข้าขอโทษ แค่เหนื่อยจริง ๆ”

อีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนดึงเก้าอี้มานั่งใกล้

“เช่นนั้นพักก่อน ข้าจะเก็บของให้”

เสี่ยวถังมองมือของเพื่อนที่เอื้อมไปพับเสื้อคลุมซึ่งนางทิ้งไว้บนเตียง

นางอยากจับมือนั้นไว้

อยากบอกทุกอย่างตั้งแต่ประโยคแรกในจดหมาย

แต่ภาพมีดเหลาไม้กับคำถามเรื่องแผลที่นิ้วกลับผุดขึ้นมาอีกครั้ง

“เยว่ซี”

“หืม”

นางกำถ้วยแน่น

“พรุ่งนี้… เจ้าจะไปลำธารจริงหรือ”

เยว่ซีหันกลับมา ใบหน้าค่อย ๆ มีรอยยิ้ม

“อืม”

เสี่ยวถังมองรอยยิ้มนั้น

แล้วพบว่าตนไม่อาจยิ้มตอบได้อีกต่อไป

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 102 — คราวนี้ข้าจะไปให้ทัน

    “ตอนนั้นท่านแม่อยู่ข้างข้า แล้วข้ากำลังเรียกใคร”หลินเยว่ซีวางบันทึกลงกลางโต๊ะประโยคสุดท้ายยังติดอยู่ในสายตา นางอายุเพียงสี่ขวบ แต่กลับได้ยินเสียงเรียกจากคนที่ไม่มีตัวตน ก่อนเหตุการณ์เมืองหลินอันถูกทำลายถึงหนึ่งปีผู้อาวุโสสวี่เลื่อนกระดาษส่วนที่พับไว้ออก“วันต่อมาบิดาเจ้าพาออกจากเรือนด้านตะวันตก อาการก็สงบ เขาเขียนไว้เท่านี้”เยว่ซีอ่านต่อจนถึงปลายหน้า แล้วพลิกด้านหลังเองไม่มีข้อความอื่นนางหันหาโม่หลิงยวน“ท่านเคยได้ยินเรื่องนี้หรือไม่”“ไม่เคย ตอนข้าพบเจ้า เจ้าห้าขวบแล้ว”“เช่นนั้นอย่าเพิ่งถือว่าเป็นอาคมเดียวกับที่ใช้จับคนเหล่านั้น”เยี่ยจื้อหยวนเงยหน้ามองนางเยว่ซีชี้ข้อความเรื่องย้ายเรือน“คนเจ็บที่เราช่วยกลับมายังมีอาการหลังออกจากที่ขัง แต่ข้าสงบลงทันทีที่เปลี่ยนสถานที่ อย่างน้อยมันก็ต่างกันตรงนี้เจ้าค่ะ”“ถูกต้อง” เขาตอบ “เก็บข้อแตกต่างนี้ไว้ตรวจต่อ”นางพยักหน้า ก่อนขอกระดาษมาคัดข้อความส่วนของบิดาระหว่างเขียน สายตากลับสะดุดลายหมึกที่คนอื่นเพิ่มลงในบันทึกฉบับใหญ่ ตรงที่บิดากำชับให้หยุดเมื่อผู้ป่วยเจ็บ มีคำสั่งให้ฝืนส่งปราณต่อเขียนทับอยู่พู่กันในมือนางหยุด“คนเขียนส่วนนี้ถูกจ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 101 — ลายมือที่กลับมาถึงนาง

    เผยเหวินซูหันกลับมาเมื่อได้ยินคำถามผู้คุมหยุดตาม เขามองบันทึกที่เยว่ซีประคองอยู่ ก่อนเดินกลับเข้ามาใต้ชายคาโดยมีคนตามประกบ“ตอนที่เซี่ยจิ้งเหิงสั่งให้ข้านำไปส่ง มันอยู่ในห้องหนังสือของเขาแล้ว”“เขาเคยบอกหรือไม่ว่าได้มาอย่างไร”“ไม่เคย”คำตอบสั้นจนเยว่ซีเผลอกำขอบกระดาษเผยเหวินซูเห็น แต่ไม่ได้รีบเติมสิ่งที่ตนไม่รู้ลงไปเพื่อให้นางพอใจ“ข้าจำได้ว่าตอนรับมา ปกกับเนื้อในหลุดจากกัน เขาให้คนเย็บใหม่ก่อนส่งออก ข้าเห็นเพียงหน้าที่เปิดค้างอยู่กับข้อความที่เขาสั่งให้ตรวจ”ผู้อาวุโสสวี่พลิกดูสันบันทึกทันทีด้ายสองแนวซ้อนกันอยู่จริง แนวหนึ่งสีซีดเกือบกลืนกับกระดาษ อีกแนวใหม่กว่าและร้อยห่างอย่างลวก ๆเยว่ซีมองรอยเย็บนั้นสิ่งที่บิดาเคยเขียนเพื่อช่วยคน ถูกใครบางคนถอดออก เปลี่ยนคำสอน แล้วเย็บกลับเข้าเล่มเหมือนไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น“ส่วนที่ใช้เสียงเรียกคน…” นางถาม “เป็นของท่านพ่อด้วยหรือไม่เจ้าคะ”เยี่ยจื้อหยวนเลื่อนบันทึกเข้าหาแสง“ที่อ่านพบตอนนี้ บิดาเจ้าใช้สิ่งคุ้นเคยช่วยให้ผู้ป่วยแยกความทรงจำออกจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ส่วนผู้แก้ไขกลับใช้ความคุ้นเคยนั้นหลอกให้คนยอมเปิดเส้นปราณ”เขาชี้ข้อความซึ่งถูก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 100 — โอกาสที่ต้องเดินกลับมา

    “เจ้าจะออกจากที่คุมขังเพื่อช่วยคนครั้งนี้เท่านั้น”เจ้าสำนักกล่าวพลางเลื่อนคำสั่งแผ่นหนึ่งมาตรงหน้าเผยเหวินซู“เครื่องผนึกปราณยังอยู่ ห้ามพกอาวุธ ห้ามแยกจากผู้ควบคุม หากพบสิ่งใดต่างจากที่เคยให้การ ต้องแจ้งทันที เมื่อเสร็จงานให้กลับมารับโทษตามเดิม”เผยเหวินซูก้มอ่านจนจบ“ข้ายอมรับ”ผู้คุมวางพู่กันให้ เขาจึงลงชื่อใต้คำสั่ง มือข้างที่ถูกเครื่องผนึกเสียดสีมีรอยแดง แต่ไม่ได้ร้องขอให้คลายออกจ้าวเฉิงมองลายมือบนกระดาษแล้วหันหาเจ้าสำนัก“ข้ามีเรื่องจะถามขอรับ”เผยเหวินซูวางพู่กันลง“ถามข้าเถิด”จ้าวเฉิงมองเขาตรง ๆ“จะให้พวกเราไว้ใจเจ้าได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าก็เคยหักหลังพวกเรา”ห้องเงียบลงทันทีเผยเหวินซูไม่ได้หลบสายตา แต่คำตอบกลับช้ากว่าตอนรับเงื่อนไข“ข้าไม่มีคำใดทำให้เรื่องนั้นหายไป”“แล้วหากข้างในมีทางหนีที่เจ้าจงใจไม่เขียน—”“จ้าวเฉิง”เยว่ซีเรียกเบา ๆเขาหันมา สีหน้ายังคงเคร่งเครียด“ข้าไม่ได้ค้านเพราะไม่อยากช่วยคน แต่หากเขาพาหลิงยวนกับผู้อาวุโสเข้าไปติดกับ เราจะเสียคนเพิ่มอีกเท่าไร”“ข้าก็กลัวเรื่องนั้น”คำตอบทำให้เขานิ่งเยว่ซีมองเผยเหวินซู ก่อนพูดต่อ“ข้ายังจำสิ่งที่เขาทำได้ แต่คำเตือน

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 99 — เสียงของคนที่ไม่อยู่

    “ตรวจสายเลือด?”หลินเยว่ซีเงยหน้าจากจดหมายเสียงเก็บเก้าอี้จากลานพิธีรับรางวัลยังดังลอดหน้าต่างเข้ามา ป้ายรางวัลบนฝักกระบี่ของหลิงยวนยังผูกด้วยเชือกเส้นที่นางเพิ่งจัดให้ แต่บนโต๊ะตรงหน้ากลับมีคำขอเลือดของนางวางอยู่เรียบร้อยแล้วเจ้าสำนักเลื่อนจดหมายอีกสามฉบับมารวมกัน“บางสำนักเชิญเจ้าไปพักฟื้น บางแห่งเสนอช่วยฝึกควบคุมปราณ ข้าเรียกมาถามความประสงค์ของเจ้า มิได้รับปากผู้ใด”เยว่ซีวางจดหมายคืน“ข้าไม่ไปเจ้าค่ะ”“อาจารย์ฉินกับท่านเยี่ยดูแลข้าก็เพียงพอแล้วเจ้าค่ะ”เจ้าสำนักพยักหน้า ก่อนส่งจดหมายให้ศิษย์รับรอง“แจ้งตามนี้ แล้วส่งแขกกลับไปพัก ไม่ต้องรอพบเยว่ซี”ศิษย์รับคำแล้วออกจากห้องไม่มีใครขอให้นางคิดใหม่เยว่ซีจึงคลายมือที่กำชายแขนเสื้อโดยไม่รู้ตัว หลิงยวนเห็น แต่เพียงขยับเก้าอี้ให้นางลุกสะดวกทั้งสองเดินออกทางประตูข้าง ระหว่างผ่านระเบียง เสียงสนทนาจากห้องรับรองดังขึ้นพอดี“แม้แต่พบสักครู่ก็ไม่ได้หรือ”“ศิษย์พี่หลินต้องพักขอรับ”“ข้าเพียงอยากช่วยให้นางรู้ว่าพลังนั้นมาจากไหน”เยว่ซีชะลอฝีเท้า เหลือบมองไปเพียงครู่เดียวหลิงยวนหยุดรออยู่ข้างหน้า“กลับหรือไม่”เยว่ซีเดินไปจับมือเขาเอง“กลับเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 98 — วันที่เสียงปรบมือกลับมา

    “อย่าให้ผู้ใดตามเสียงเข้าไปตามลำพัง”เยี่ยจื้อหยวนกล่าวหลังอ่านรายงานจบ เขาพลิกกระดาษกลับไปดูคำให้การของผู้รอดชีวิตอีกครั้ง ก่อนวางลงตรงหน้าเจ้าสำนัก“ยังสรุปไม่ได้ว่าเสียงมาจากคน อาคม หรือสิ่งอื่น แต่หากมันดังจากห้องที่ตรวจแล้วว่าไม่มีใคร ต้องรักษาระยะไว้ก่อน”ผู้อาวุโสสวี่เตรียมแผ่นอาคมลงกล่อง“ข้าจะไปกับคนส่งข่าว ตรวจทางเชื่อมใต้ดินและรอยสลักในห้อง ส่วนผู้รอดชีวิตให้ย้ายออกมาก่อน”หลิงยวนเลื่อนแผนที่เข้ามา“ใช้ทางเกวียนด้านใต้ เส้นทางสั้นกว่า และไม่ต้องผ่านช่องเขา ข้าจะให้คนไปสมทบที่ปากทาง”เจ้าสำนักอนุญาตทันที พร้อมส่งหมอและผู้คุ้มกันเพิ่มเมื่อจัดการเสร็จ ฟ้าด้านนอกเริ่มสว่างแล้วผู้อาวุโสสวี่ปิดกล่อง หันมองหลิงยวนซึ่งยังยืนอยู่ข้างแผนที่“เรื่องทางนี้มีคนรับแล้ว วันนี้เจ้ามีหน้าที่บนลาน”หลิงยวนพยักหน้าเขารอจนกลุ่มเดินทางพ้นประตู ก่อนหยิบกระบี่ขึ้นมาสายรัดข้อมือที่เยว่ซีผูกให้ยังเรียบร้อย⸻เยว่ซีมาถึงลานเหนือพร้อมยายหวังวันนี้เสี่ยวถังเลือกพักช่วงเช้า เพื่อเก็บแรงมาร่วมพิธีมอบรางวัลในตอนบ่าย จ้าวเฉิงรับปากจะจำกระบี่สุดท้ายไปเล่าให้ฟังอย่างละเอียด“ข้าบอกนางแล้วว่าจะไม่แต่งเต

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 97 — ก้าวกลับเข้าสู่ลาน

    เสียงกระบี่ไม้กระทบกันดังขึ้นสามครั้งครั้งที่สี่ เหยียนอวี้หนิงหยุดมือก่อนปลายกระบี่จะถึงไหล่จ้าวเฉิง“เจ้าเปลี่ยนเท้าเร็วเกินไป”จ้าวเฉิงก้มมองเท้าตนเอง“ข้าฝึกมาทั้งชีวิตเพื่อให้เร็วขึ้น วันนี้กลับต้องช้าลงอีก”“ข้าขอให้เจ้าจำลองจังหวะของเขา มิได้ขอให้เจ้าชนะข้า”“คำขอของเจ้าทำร้ายความมั่นใจข้ามาก”เยว่ซีซึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งหลุดหัวเราะ ก่อนใช้ปลายกิ่งไม้ขีดเส้นบนดิน“ตอนเขายกกระบี่หนัก ไหล่จะขยับก่อน แต่ตอนส่งปราณดิน เขาจะกดส้นเท้า”อวี้หนิงลดกระบี่แล้วเดินมาดู“หากเขาใช้สองอย่างพร้อมกัน?”เยว่ซีวางกิ่งไม้ทาบเส้นหนึ่ง“ครั้งก่อนเราคิดแต่ทำให้เขาลงเท้าไม่เต็มฝ่าเท้า แต่ถ้าเขายืนมั่นคงอยู่แล้ว เจ้าจะทำอย่างไร”อวี้หนิงมองภาพบนดิน ก่อนใช้รองเท้าลบเส้นตรงกลางทิ้ง“ข้าไม่จำเป็นต้องทำให้เขาล้ม”นางขีดเส้นใหม่ออกไปด้านข้าง“ให้กระบี่เขาไปถึงตำแหน่งที่ต้องการ แล้วข้าไปอีกทาง”จ้าวเฉิงชะโงกมอง“ดี เช่นนั้นคนที่ต้องยืนรับคือข้าหรือ”อวี้หนิงยื่นกระบี่ไม้คืนให้“เจ้าฉลาดขึ้นแล้ว”⸻สิบสองวันผ่านไปนับจากเหตุที่เรือนรักษาคนทั้งสามที่พยายามลักพาตัวผู้ป่วยถูกแยกสอบ บัญชีคลังอาวุธของสำนักต้นสังก

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status