Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 32 — ก่อนคำลวงจะพาใครไปตาย

Share

บทที่ 32 — ก่อนคำลวงจะพาใครไปตาย

last update publish date: 2026-10-19 23:17:51

“เหตุใดเจ้าจึงถาม”

เสี่ยวถังก้มมองเสื้อคลุมในมือ

นางพับมันไปแล้วสองครั้ง แต่ชายเสื้อยังเหลื่อมกันอยู่

“ข้าเพียงคิดว่า… ช่วงนี้ข้างนอกไม่ค่อยสงบ”

“ลำธารอยู่ในเขตสำนัก”

“ถึงอย่างนั้นก็เถิด”

เยว่ซีวางถ้วยรดน้ำลง

เมื่อครู่เสี่ยวถังยังบอกว่าไม่มีเรื่องใด พอนางเสนอให้ไปหาอาจารย์ฉิน อีกฝ่ายกลับตกใจ คราวนี้ยังถามถึงนัดวันพรุ่งนี้เป็นครั้งที่สอง

เยว่ซีขยับเก้าอี้มานั่งตรงหน้า

“ตอนลงเขา มีใครพูดอะไรกับเจ้าหรือไม่”

มือที่จับเสื้อหยุดนิ่ง

คำตอบอยู่ในอาการนั้นแล้ว

“เสี่ยวถัง”

“อย่าถามเลย”

เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน

เยว่ซีเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเลื่อนถ้วยน้ำอุ่นให้

“ถ้าเจ้ากำลังกลัว ข้าจะนั่งอยู่ตรงนี้”

เสี่ยวถังไม่แตะถ้วย

นอกหน้าต่างมีเสียงศิษย์เดินกลับเรือนพัก คนหนึ่งหัวเราะเรื่องอาหารเย็น อีกคนบ่นว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นไปกวาดลานแต่เช้า ทุกอย่างดำเนินต่ออย่างธรรมดา ราวกับใต้เสื้อของนางไม่ได้ซ่อนมีดของพี่ชายเอาไว้

“ถ้าข้าทำเรื่องผิดไปแล้วเล่า”

เยว่ซีมองนาง

“เรื่องอะไร”

ริมฝีปากเสี่ยวถังสั่น

นางคิดถึงคำขู่ของชายสวมเสื้อคลุม คิดถึงมือพี่ชายที่เคยจับขอบหน้าต่างไว้ให้นางปีนหนีน้ำฝน คิดถึงเยว่ซีที่เพิ่งเสนอเงินซึ่งเก็บไว้ซ่อมบ้านของตน

“เขาจับพี่ชายข้า”

คำพูดหลุดออกมาในที่สุด

เยว่ซีไม่ได้ขยับเข้ากอดทันที

นางถามอย่างระวัง

“ใคร”

“ข้าไม่รู้ชื่อ”

เสี่ยวถังวางเสื้อคลุมลง แล้วหยิบห่อผ้าออกจากอกเสื้อ มีดเล่มเล็กตกลงบนโต๊ะ ด้ามไม้มีรอยบิ่นเป็นรูปสามเหลี่ยม

จากนั้นคำพูดที่อัดแน่นอยู่ก็พรั่งพรูออกมา

จดหมายฉบับแรก เรื่องนายจ้าง เงินที่ส่งไป จดหมายฉบับที่สอง ร้านน้ำชาที่เชิงเขา และรายละเอียดในจดหมายส่วนตัวซึ่งมีเพียงพี่ชายควรรู้

เยว่ซีฟังจนถึงตอนที่ชายผู้นั้นถามถึงนัดหมาย

หัวใจของนางค่อย ๆ เย็นลง

“เจ้าบอกเขาว่าอย่างไร”

เสี่ยวถังยกมือปิดปาก น้ำตาหยดลงบนหลังมือ

“ข้าบอกเรื่องลำธาร”

ห้องเงียบสนิท

“กับเวลา” นางกล่าวต่อ “หลังเจ้าฝึกเสร็จ”

เยว่ซีมองใบหน้าคนที่ตนไว้ใจให้นั่งข้างหลังขณะฝึกปราณ คนที่ช่วยถือห่อผ้าในวันแรก และเคยรออยู่ปลายบันไดโดยไม่รู้ว่านางจะเดินลงมาได้หรือไม่

“เจ้ารู้ว่าเขาจะใช้มันทำร้ายข้าได้”

เสี่ยวถังพยักหน้าทั้งน้ำตา

“ข้ารู้”

คำตอบนั้นทำให้เยว่ซีเจ็บยิ่งกว่าข้อแก้ตัว

นางลุกขึ้นช้า ๆ

เสี่ยวถังรีบจับชายแขนเสื้อไว้

“อย่าออกไป หากเขารู้ว่าข้าบอก—”

เยว่ซีหยุด แล้วก้มมองมือนั้น

เสี่ยวถังค่อย ๆ ปล่อย

“เขาให้เจ้าทำอะไรอีกหรือไม่”

“ยังไม่มี”

“นัดให้กลับไปเมื่อใด”

“พรุ่งนี้ก่อนเที่ยง เขาจะรอที่ร้านเดิม”

เยว่ซีหยิบเสื้อคลุมของตน

“เราต้องบอกผู้ที่ช่วยพี่ชายเจ้าได้”

“เขาบอกว่าสั่งฆ่าได้ก่อนข้ากลับถึงยอดเขาเสียอีก”

“แล้วเขาพิสูจน์ให้เจ้าเห็นหรือไม่”

เสี่ยวถังชะงัก

เยว่ซีเองก็กลัว หากอีกฝ่ายทำได้จริง ทุกเวลาที่ผ่านไปย่อมมีความหมาย แต่นางยิ่งไม่อาจเอาชีวิตคนไปฝากไว้กับคำรับรองของผู้จับตัวเขา

“ข้าไม่รู้ว่าคำขู่ส่วนใดจริง” นางกล่าว “เพราะอย่างนั้นเราจึงต้องหาคนช่วยคิด”

⸻

หลิงยวนเปิดประตูด้วยตนเอง

เขาสวมเสื้อคลุมหลวม ข้อมือซ้ายยังพันผ้าอยู่ เมื่อเห็นสีหน้าของคนทั้งสองก็หลีกทางทันที

“เข้ามา”

เยว่ซีเล่าเพียงสั้น ๆ ก่อนให้เสี่ยวถังพูดต่อด้วยตนเอง

ไม่มีเสียงตำหนิแทรกขึ้นระหว่างนั้น

หลิงยวนถามตำแหน่งโต๊ะ ทางออกของร้าน ลักษณะรองเท้า สำเนียง และสิ่งที่ชายผู้นั้นจับต้อง เขาให้เสี่ยวถังวาดเครื่องหมายบนซองจดหมาย แล้วส่งคนไปเชิญเจ้าสำนักอย่างเงียบ ๆ

เสี่ยวถังประสานมือแน่นอยู่บนตัก

“ท่านจะปิดประตูเขาหรือไม่เจ้าคะ”

“ยังไม่ปิด”

“เพราะกลัวพวกมันรู้ตัวหรือ”

“ใช่”

คำตอบชัดเจนทำให้นางยอมเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย

หลิงยวนวางมีดลงบนผ้าขาว

“มีดพิสูจน์ได้ว่าพวกมันเข้าถึงของของพี่ชายเจ้า เรื่องในจดหมายทำให้คำขู่น่าเชื่อขึ้น แต่เรายังต้องหาตัวเขา”

“เขาทำงานที่ร้านซ่อมเกวียนในเมืองตงเหอ” เสี่ยวถังรีบกล่าว “ข้าส่งจดหมายไปที่นั่นมาตลอด”

เจ้าสำนักมาถึงพร้อมผู้ดูแลหอวินัย

คำสั่งถูกส่งออกไปทีละข้อ คนหนึ่งตรวจร้านซ่อมเกวียน อีกกลุ่มเฝ้าร้านน้ำชาโดยแต่งกายเป็นชาวบ้าน ส่วนศิษย์เวรคืนนี้ยังเดินตามรอบเดิม

เยว่ซีมองมือของหลิงยวนขณะเขาเปิดแผนผังสำนัก

“ท่านจะลงเขาหรือ”

“ยังไม่จำเป็น”

เขาสบตานาง

“มีคนที่ทำหน้าที่นี้ได้ดีอยู่แล้ว”

นางพยักหน้า ก่อนเลื่อนตะเกียงให้ใกล้แผนผัง

ลำธารหลังลานฝึกไหลผ่านแนวกำแพงชั้นใน ลงสู่ทางน้ำเก่าที่ใช้ระบายฝน ช่องทางนั้นมีตะแกรงเหล็กกับอาคมตรวจปราณขวางอยู่

ผู้ดูแลหอวินัยลากนิ้วไปตามแนวคลอง

“เดือนก่อนมีคนงานเข้ามาขุดตะกอน ข้าจะตรวจรายชื่อ”

“ตรวจของที่พวกเขาทิ้งไว้ด้วย” หลิงยวนกล่าว “หากตั้งใจรออยู่แล้ว อาจไม่ต้องเข้ามาใหม่ในวันพรุ่งนี้”

เสี่ยวถังหน้าซีดลงอีก

ก่อนหน้านี้นางพยายามบอกตนเองว่าลำธารอยู่ในสำนัก คงไม่มีใครทำอะไรได้

บัดนี้คนตรงหน้ากลับต้องตรวจทุกช่องทาง เพราะคำพูดเพียงประโยคเดียวของนาง

เจ้าสำนักหันมาถาม

“พรุ่งนี้เจ้าพอจะไปพบคนผู้นั้นตามนัดได้หรือไม่”

เยว่ซีขยับตัวทันที

“จำเป็นต้องให้นางไปหรือเจ้าคะ”

“ไม่จำเป็น หากนางทำไม่ได้ เราจะใช้ทางอื่น”

เสี่ยวถังมองนางอย่างตกตะลึง

เยว่ซีไม่ได้หันไปสบตา

เจ้าสำนักกล่าวต่อ “เราจะไม่ให้เจ้าออกจากร้านไปกับเขา และจะบอกแผนให้เจ้ารู้ก่อน เจ้าปฏิเสธได้”

เสี่ยวถังนิ่งอยู่นาน ก่อนพยักหน้า

“ข้าจะไปเจ้าค่ะ”

⸻

คืนนั้นเยว่ซีไม่ได้กลับเรือนพักพร้อมเสี่ยวถัง

นางนั่งอยู่ใต้ชายคาเรือนหลิงยวน ฟังเสียงคนเดินเข้าออกจนค่อย ๆ ห่างไป ผู้ดูแลหอวินัยพาเสี่ยวถังไปบันทึกคำให้การเพิ่มเติม และจัดห้องให้นางพักใกล้ศิษย์เวร

ถ้วยน้ำอุ่นถูกวางลงข้างมือเยว่ซี

“หนาวหรือไม่”

นางส่ายหน้า

หลิงยวนนั่งลงข้างกัน เว้นระยะพอให้ชายแขนเสื้อไม่ทับมือของนาง

“ข้าเข้าใจว่านางกลัว” เยว่ซีพูดหลังเงียบอยู่นาน “ถ้าเป็นยายหวัง ข้าก็คงกลัวมาก”

เขาฟังโดยไม่ขัด

“แต่ตอนนางถามว่าพรุ่งนี้ข้าจะไปจริงหรือไม่ ข้ายังยิ้มให้นางอยู่เลย”

เสียงท้ายประโยคสั่นเล็กน้อย

เยว่ซีก้มมองถ้วย

“นางรู้แล้วว่ามีคนรอทำอะไรบางอย่างกับข้า”

หลิงยวนขยับมือมาวางใกล้ ๆ

นางจึงเป็นฝ่ายจับไว้

“ข้าต้องให้อภัยนางเพราะนางยอมบอกหรือไม่”

“เจ้ายังไม่ต้องตัดสินใจคืนนี้”

“ข้าอยากให้พี่ชายนางปลอดภัย”

“เรากำลังช่วยเขา”

นางพยักหน้า น้ำตาหยดหนึ่งตกลงบนหลังมือของตน

หลิงยวนไม่ได้บอกให้นางหยุดร้อง

เขานั่งอยู่ตรงนั้น จนมือที่เย็นจัดค่อย ๆ อุ่นขึ้น

⸻

ก่อนฟ้าสาง คนของหอวินัยพบห่อผ้าน้ำมันอยู่หลังหินริมทางน้ำเก่า

ข้างในมีหน้าไม้ขนาดเล็ก ลูกดอกสี่ดอก และตะไบเหล็ก ตะแกรงด้านนอกถูกเลื่อยไว้แล้วสองซี่ ก่อนทารอยตัดด้วยดินกับยางไม้ให้ดูเหมือนสนิม

อาจารย์ฉินตรวจปลายลูกดอกแล้วขมวดคิ้ว

“ยากดเส้นปราณ ใช้กับคนทั่วไปอาจทำให้หยุดหายใจ”

เยว่ซีมองห่อผ้านั้นจากอีกฝั่งโต๊ะ

ตำแหน่งที่พบอยู่ต่ำกว่าลำธารหลังลานฝึก หากผู้ใช้หน้าไม้ซ่อนตัวอยู่ใต้ตลิ่ง คนที่เดินมาจากลานจะมองไม่เห็นจนเข้าใกล้

หลิงยวนอ่านรายงานจนจบ

“ผู้ที่นำของมาซ่อนรู้ทาง แต่ยังไม่รู้วันเวลาแน่นอน จึงต้องถามผ่านคนใกล้ตัว”

ข่าวจากเมืองตงเหอมาถึงในเวลาไล่เลี่ยกัน

พี่ชายเสี่ยวถังหายจากร้านซ่อมเกวียนมาสามวัน นายจ้างคิดว่าเขากลับบ้าน เพราะมีคนมาบอกว่ามารดาป่วย

ส่วนชายสวมเสื้อคลุมสีเทายังอยู่ที่เชิงเขา

คนเฝ้าติดตามเห็นเขาออกจากร้านน้ำชาไปยังโรงย้อมผ้าร้างริมคลอง ก่อนกลับมาพักในเรือนเช่า

เจ้าสำนักคลี่แผนผังเมืองออก

“ตรวจโรงย้อมก่อน อย่าเพิ่งจับคนส่งข่าว”

⸻

เสี่ยวถังลงเขาก่อนเที่ยงเล็กน้อย

คราวนี้ถุงผ้าในมือมีเพียงขนมสองชิ้น ไม่มีอาวุธ ไม่มีเครื่องส่งปราณซึ่งอาจถูกตรวจพบ

คนขายถ่านหน้าร้านเป็นศิษย์หอวินัย

ชายชราที่นั่งหลับข้างถนนเป็นผู้อาวุโสผู้หนึ่ง

นางรู้ตำแหน่งของทั้งสอง แต่ถูกกำชับว่าไม่ต้องหันไปมอง

ชายเสื้อคลุมสีเทารออยู่โต๊ะเดิม

“เจ้าดูเหมือนไม่ได้นอน”

เสี่ยวถังนั่งลง

“ข้าจะนอนได้อย่างไร”

คำตอบเป็นความจริง จึงออกมาได้ง่ายกว่าที่คิด

อีกฝ่ายรินชาให้

“นางยังไปตามนัดหรือไม่”

เสี่ยวถังก้มมองน้ำชา

“ข้าไม่ได้ยินว่านางจะเปลี่ยนใจ”

ชายผู้นั้นพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนหยิบกระดาษพับครึ่งส่งมา

“ช่วงบ่าย เจ้าหาเหตุให้โม่หลิงยวนได้รับสิ่งนี้ก่อนออกจากเรือน”

เสี่ยวถังไม่ยื่นมือไปรับ

“ท่านบอกว่าแค่ถามสถานที่”

“เพิ่มอีกเรื่องเดียว”

“ในนั้นเขียนว่าอะไร”

“เรื่องที่เขาอยากรู้”

นางมองกระดาษ แล้วเข้าใจอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกว่า ต่อให้เมื่อวานนางทำตามทุกอย่าง วันนี้ก็ยังมีสิ่งที่ต้องทำเพิ่ม

“พี่ชายข้าอยู่ที่ใด”

“ทำงานให้เสร็จก่อน”

“ข้าอยากเห็นเขา”

รอยยิ้มบนใบหน้าชายผู้นั้นหายไป

เขายื่นมือข้ามโต๊ะ จับข้อมือนางแน่น

เสี่ยวถังสะดุ้ง แต่ไม่ลุก

เพราะหากลุกตามแรงดึง เขาจะพานางออกประตูหลัง ซึ่งไม่มีผู้ใดรับรองได้ว่าปลอดภัย

“ปล่อย” นางพูด

“อย่าทำให้เรื่องยุ่งยาก”

ถ้วยชาข้างมือถูกปัดตกแตก

คนขายถ่านเงยหน้าขึ้น

แทบจะพร้อมกันนั้น กระบอกไม้เล็กจากฝั่งตรงข้ามถนนถูกวางตั้งบนขอบหน้าต่าง

สัญญาณที่รออยู่มาถึงแล้ว

มือของชายเสื้อคลุมถูกบิดออกจากข้อมือเสี่ยวถัง ก่อนร่างทั้งร่างจะถูกกดลงกับโต๊ะ

เขาพยายามกัดบางอย่างในปาก แต่ผู้อาวุโสผู้ปลอมเป็นชายชราจับกรามไว้ทัน

“เก็บไว้ตอบคำถามเถิด”

เสี่ยวถังถอยจนชนผนัง

คนขายถ่านหันมาหานาง

“พบพี่ชายเจ้าแล้ว”

นางอ้าปาก ทว่าไม่มีเสียงออกมา

“เขายังมีชีวิต”

⸻

พี่ชายเสี่ยวถังถูกขังอยู่ในห้องอบผ้าด้านหลังโรงย้อม

มีคนเฝ้าสองคน คนหนึ่งพกดาบ อีกคนถือกุญแจประตู ช่วงที่ชายเสื้อคลุมออกมารับข่าว ทั้งคู่ยังนั่งกินอาหารอยู่หน้าเตา

หน่วยช่วยเหลือเข้าทางช่องขนฟืนที่เลิกใช้

คนเฝ้าถูกจับก่อนจะไปถึงตัวประกัน

เมื่อเสี่ยวถังมาถึงเรือนรักษาที่เชิงเขา พี่ชายกำลังนอนให้หมอตรวจข้อมือ เขามีรอยช้ำบนใบหน้า ริมฝีปากแตก และอ่อนแรงจากการขาดอาหาร แต่บาดแผลไม่มีแห่งใดเป็นอันตรายถึงชีวิต

“เหตุใดเจ้าจึงผอมลง”

เขาเป็นฝ่ายถามก่อน

เสี่ยวถังยืนอยู่ตรงประตู น้ำตาไหลจนมองใบหน้าเขาไม่ชัด

“ท่านยังจะมาพูดเรื่องข้าอีกหรือ”

พี่ชายพยายามหัวเราะ แล้วเจ็บมุมปากจนต้องหยุด

นางเดินเข้าไปคุกเข่าข้างเตียง จับชายผ้าห่มไว้

“ข้าทำเรื่องเลวร้ายไปแล้ว”

เขามองนางอย่างไม่เข้าใจ

เสี่ยวถังก้มหน้าลง

ครั้งนี้นางเล่าตั้งแต่ต้น โดยไม่ตัดตอนที่ตนเป็นผู้เลือกออกไป

⸻

คนงานที่เคยรับหน้าที่ขุดตะกอนถูกจับระหว่างมารอใกล้ทางน้ำเก่า

เขายังไม่ทันผ่านแนวอาคมชั้นนอก

จากคำให้การเบื้องต้น ผู้จ้างเป็นอดีตผู้คุมสถานสงเคราะห์แห่งหนึ่ง ซึ่งหลบหนีไปพร้อมเงินและเอกสารหลังเซี่ยจิ้งเหิงถูกจับ ชายผู้นั้นต้องการเยว่ซีไว้ต่อรองขอทางหนี และเชื่อคำเล่าต่อกันมาว่านางรักษาผู้ติดปราณมารได้

กระดาษที่ให้เสี่ยวถังนำไปส่งเป็นข้อความอ้างว่าพบเด็กอีกสองคนที่ยังสูญหาย ระบุจุดนัดหมายคนละด้านกับลำธาร

ไม่มีหลักฐานว่าเขาพบเด็กจริง

หลิงยวนอ่านแล้วส่งให้ผู้ดูแลหอวินัยเก็บ

“เขาคิดว่าข้าจะไปคนเดียว”

เจ้าสำนักมองลูกศิษย์

“เมื่อก่อนเจ้าอาจไป”

หลิงยวนเงียบไปครู่หนึ่ง

“ตอนนี้ข้าจะให้คนตรวจข่าวก่อน”

เยว่ซีซึ่งนั่งอยู่อีกข้างโต๊ะเหลือบมองเขา

เขาหันมาสบตาพอดี

นางจึงก้มลงอ่านรายงานต่อ แต่ปลายนิ้วที่กำชายแขนเสื้อคลายออกเล็กน้อย

⸻

เสี่ยวถังกลับขึ้นเขาหลังตะวันคล้อย

หอวินัยสั่งให้นางพักงานที่เกี่ยวข้องกับเอกสารและการเข้าออกเรือนสำคัญ ระหว่างสอบสวนต้องพักในเรือนรับรองภายใต้การดูแล ส่วนโทษจะพิจารณาหลังตรวจข้อเท็จจริงครบ ทั้งการเปิดเผยข่าว การถูกข่มขู่ และการยอมแจ้งเหตุก่อนลงมือ

นางรับคำทุกข้อ

ก่อนย้ายของ เสี่ยวถังขอพบเยว่ซี

ทั้งสองยืนอยู่หน้ากระถางบัวใบเดิม

ต้นอ่อนเพิ่งแตกใบใหม่ ขอบใบยังม้วนเข้าหากัน

“พี่ข้าปลอดภัยแล้ว” เสี่ยวถังกล่าว

“ข้าทราบแล้ว”

“เขาฝากขอบคุณเจ้า”

เยว่ซีพยักหน้า

เสี่ยวถังเม้มปากแน่น ก่อนบังคับตนเองให้พูดต่อ

“ข้าขอโทษที่บอกเวลาและสถานที่ให้เขา ข้ารู้ว่ามันอาจทำให้เจ้าบาดเจ็บ แต่ตอนนั้นข้าก็ยังบอก”

นางไม่ยกเรื่องพี่ชายขึ้นมาซ้ำ

เยว่ซีมองคนตรงหน้าอยู่นาน

“ข้าดีใจที่เจ้าบอกข้าทัน”

ดวงตาเสี่ยวถังแดงขึ้น

“แต่ข้ายังไว้ใจเจ้าเหมือนเดิมไม่ได้”

นางก้มหน้ารับ

“ข้ารู้”

“ช่วงนี้ข้าจะไม่เล่าเรื่องการฝึกหรือเรื่องที่ข้าจะไปไหนให้เจ้าฟัง และข้ายังไม่พร้อมพักห้องเดียวกับเจ้า”

“ได้”

คำตอบเบามาก แต่ชัดเจน

เยว่ซีหยิบห่อเสื้อผ้าที่พับเสร็จแล้วส่งให้

เสี่ยวถังรับไว้ด้วยสองมือ

นางอยากถามว่าในวันหนึ่งจะกลับมาได้หรือไม่ ทว่าเมื่อมองใบหน้าของเยว่ซี ก็รู้ว่าตนยังไม่มีสิทธิ์เร่งคำตอบนั้น

“ต้นบัว…” นางเริ่มพูด แล้วหยุด

เยว่ซีเหลือบมองกระถาง

“ข้าจะรดน้ำเอง”

เสี่ยวถังพยักหน้า ก่อนอุ้มห่อผ้าเดินออกไป

ครั้งนี้เยว่ซีไม่ได้เดินไปส่งถึงประตู

⸻

ลำธารถูกปิดเพื่อตรวจค้นต่อ

การฝึกช่วงบ่ายก็ยกเลิก เพราะอาจารย์ฉินบอกว่าเมื่อคืนคนเรียนแทบไม่ได้นอน ต่อให้ฝืนฝึก สิ่งที่จะควบคุมได้ดีที่สุดคงเป็นการหาว

เยว่ซีจึงนั่งอยู่ที่ระเบียงเรือนหลิงยวนแทน

ถาดไม้ใบใหม่วางอยู่บนโต๊ะ ร่องเล็ก ๆ ที่เขาให้ช่างทำยังแห้งสนิท

“วันนี้ข้าไม่ได้ใช้มันเลย” นางกล่าว

หลิงยวนวางขนมลงข้างถาด

“มันรอได้”

เยว่ซีลากปลายนิ้วไปตามขอบไม้เรียบ

“นัดของเราก็พังไปด้วย”

เขามองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสี

“เจ้าอยากเดินหรือไม่”

“อาจารย์ฉินบอกให้พัก”

“จากโต๊ะไปถึงปลายระเบียง”

เยว่ซีเงยหน้ามองเขา ก่อนหลุดหัวเราะเบา ๆ เป็นครั้งแรกของวัน

“ไกลถึงเพียงนั้นเชียว”

หลิงยวนยื่นมือขวาให้

นางจับไว้ แล้วลุกเดินไปกับเขา

ปลายระเบียงมองเห็นแนวต้นสน แสงยามเย็นลอดผ่านกิ่งไม้ลงบนขั้นบันได ไม่มีเสียงน้ำ ไม่มีต้นหลิวอย่างที่นางวางแผนเอาไว้

แต่เขายืนอยู่ข้าง ๆ

เยว่ซีเอนหน้าผากลงกับต้นแขนของเขาอย่างช้า ๆ

หลิงยวนขยับตัวรับ แล้วปล่อยให้นางพักอยู่อย่างนั้น

“ข้าวันนี้ไม่ค่อยน่าพูดด้วยเลย” นางพึมพำ

“ข้าไม่ได้รอให้เจ้าร่าเริงก่อนจึงอยากพบ”

เยว่ซีหลับตาลง

ความเสียใจยังอยู่ ความระแวงก็ยังไม่หาย นางรู้ว่าพรุ่งนี้คงเผลอหันไปหาเสี่ยวถังเวลาพบเรื่องน่าขัน ก่อนนึกได้ว่าที่ข้างตัวว่างอยู่แล้ว

มือของหลิงยวนกระชับมือของนางเบา ๆ

ครู่หนึ่ง เยว่ซีจึงเงยหน้าขึ้น

“ขนมบนโต๊ะมีไส้อะไรเจ้าคะ”

“ถั่วแดง”

“ท่านกินแล้วหรือยัง”

“รอเจ้า”

นางมองทางสั้น ๆ กลับไปยังโต๊ะ ก่อนดึงมือเขาให้เดินตาม

วันนี้นางยังมีขนมสองชิ้นที่อยากแบ่งให้ใครสักคน

และคนผู้นั้นก็อยู่ตรงนี้แล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 68 — คนที่ยังไม่หลับ

    “หยุดคณะเดินทางทั้งสามก่อนถึงเรือนพัก” เจ้าสำนักชิงเสวียนวางคำให้การของเผยเหวินซูลงบนโต๊ะ ศิษย์หอวินัยรับตราคำสั่งแล้วออกไปทันที อีกสองคนแยกนำข่าวไปยังด่านใต้เขาและทางแยกฝั่งตะวันออก โม่หลิงยวนก้มมองชื่อบนกระดาษ เรือนรับรองชิงเหอ สถานที่พักสำหรับศิษย์ต่างสำนักซึ่งเดินทางมาร่วมงานประลอง อยู่ห่างจากตลาดใต้เขาออกไปไม่ถึงยี่สิบลี้ “ส่งคนไปตรวจจากภายนอกแล้วขอรับ” หัวหน้าหอวินัยรายงาน “หน้าประตูยังมีคนเฝ้า โรงครัวก่อไฟตามปกติ ไม่มีคณะศิษย์เข้าพักก่อนกำหนด” “คนงานเล่า” หลิงยวนถาม “ผู้ดูแลแจ้งไว้สิบสองคน” “ยืนยันว่าอยู่ที่ใดบ้าง อย่าให้ความสนใจเฉพาะห้องรับรอง” เจ้าสำนักเลื่อนภาพสะพานที่เผยเหวินซูเติมรายละเอียดมาให้ เสาหินสองต้น รอยร้าวใต้ฐานด้านขวา และทางน้ำใต้สะพานซึ่งลึกพอให้เรือเล็กลอดผ่าน “เขาระบุว่าของถูกส่งเข้าทางนี้” หลิงยวนมองข้อความอีกบรรทัด แผ่นรองพื้นไม่ได้ปูบนพื้น ทุกแผ่นติดอยู่ใต้เตียง “ให้คนเฝ้าปลายน้ำทั้งสองฝั่งด้วย” เขาหยิบกระบี่ขึ้น คราวนี้สิ่งที่พวกเขาต้องไปให้ถึงก่อน ไม่ใช่ขบวนรถ แต่เป็นเวลาที่คนในเรือนดับตะเกียงเข้านอน ⸻ หลินเยว่ซีพบเสิ่นซูเหอตรงทางเดิ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 67 — อย่าเปิดให้เสียงนั้น

    “นางบอกว่าครั้งนี้…หากข้าไม่ไป นางจะออกมาหาข้าเอง” เสิ่นซูเหอมองรอยประตูที่ศิษย์หนุ่มวาดบนโต๊ะ น้ำตรงส่วนอื่นเริ่มแห้งแล้ว แต่เส้นใต้ประตูยังเปียก ราวกับมีใครลากนิ้วซ้ำอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่มือของเขาวางอยู่บนตัก นางเลื่อนถ้วยออกจากรอยนั้นอย่างสงบ “เจ้าชื่ออะไร” ชายหนุ่มกะพริบตา “หลิวอันขอรับ” “หลิวอัน มองข้า ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ใด” “ชิงเสวียน” “ดี วางเท้าทั้งสองลงบนพื้น อย่ามองโต๊ะ” เขาทำตาม ทว่าดวงตายังเหลือบกลับไปหารอยน้ำ เสียงเคาะดังขึ้นสามครั้ง ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผู้คุมหน้าประตูหันขวับ เสียงไม่ได้มาจากด้านนอก มันดังจากใต้โต๊ะ เสิ่นซูเหอกดกระดาษยันต์ลงเหนือรอยประตู แสงอ่อนสว่างขึ้นทันที เสียงเคาะขาดหายไป แต่หลิวอันกลับสะดุ้งสุดตัว “อย่าปิด!” เขาพุ่งมือไปหากระดาษ เสิ่นซูเหอจับข้อมือไว้ ผู้คุมเข้าช่วยประคองไหล่โดยไม่กดเขาลงกับพื้น ชายหนุ่มดิ้น หอบจนคำพูดแตกเป็นช่วง “ท่านแม่อยู่ข้างใน…นางกลัวความมืด…” เสิ่นซูเหอสั่งผู้คุมอีกคนทันที “เชิญท่านเจ้าสำนักกับโม่หลิงยวนมา นำของที่มีอาคมออกจากห้องข้างเคียง แล้วปิดทางเดินนี้” ใต้แผ่นยันต์ รอยน้ำค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ⸻ เยว่

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 66 — วันนี้ข้านัดเจ้าไว้

    หลินเยว่ซีเพิ่งพบว่าการเดินลงเขาอาจยากกว่าการฝึกกระบี่โดยเฉพาะเมื่อโม่หลิงยวนจับมือนางมาตลอดทางศิษย์คู่แรกที่เดินสวนมาค้อมศีรษะตามปกติ คู่ถัดไปมองมือทั้งสองแล้วรีบก้มหน้า ส่วนคนสุดท้ายเดินผ่านไปแล้วถึงกับหันกลับมา จนเกือบชนต้นไม้ข้างทางเยว่ซีลองขยับนิ้วหลิงยวนก้มมอง“เจ็บหรือ”“มีคนมอง”เขาหันไปทางศิษย์ที่เพิ่งชนกิ่งไม้ คนผู้นั้นรีบยกแขนคารวะแล้วเดินเร็วกว่าเดิม“ตอนนี้ไม่มีแล้ว”เยว่ซีเม้มปาก“ท่านแก้ปัญหาเช่นนี้หรือ”“เจ้าต้องการให้ข้าปล่อย?”เขาคลายมือเล็กน้อย เปิดโอกาสให้นางดึงออกเยว่ซีกลับเป็นฝ่ายจับไว้หลิงยวนไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงรอยยิ้มตรงมุมปากของเขาทำให้นางอยากเหยียบรองเท้าคู่นั้นสักครั้ง⸻เสี่ยวถังวิ่งมาถึงประตูสำนักพร้อมป้ายอนุญาตออกนอกเขตงานช่วงเช้าส่งต่อเรียบร้อยแล้ว นางขอลงตลาดในเวลาพักตามข้อกำหนดของหอวินัย จึงไม่ได้แอบหนีเวร แต่เหตุผลที่บอกผู้ดูแลมีเพียงซื้อด้ายกับของใช้จ้าวเฉิงมองตะกร้าในมือเพื่อน“เจ้าจะซื้อด้ายจริงหรือ”“จริง”“แล้วเหตุใดต้องเดินหลบหลังข้า”“ศิษย์พี่โม่ยังอยู่ข้างหน้า”จ้าวเฉิงถอนหายใจข้างกันมีศิษย์หนุ่มจากเรือนครัวติดมาด้วย เขามีหน้าที่ซื้

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 65 — ราคาของคำตอบ

    “อย่าส่งหนังสือกลับฉางเยวี่ย”หานจิ้นพูดทันทีที่เจ้าสำนักชิงเสวียนเข้ามาในห้องสอบสวนแขนขวาของเขาถูกดามไว้ ห่วงผนึกปราณตรึงข้อมือทั้งสองกับโซ่บนโต๊ะ ใบหน้าที่เคยวางท่าสุภาพตอนผ่านด่านเหลือเพียงเหงื่อเย็นเจ้าสำนักนั่งลง“เจ้ากลัวผู้ใด”หานจิ้นเหลือบมองผู้จดคำให้การ ก่อนหันกลับมา“รองเจ้าสำนัก เฉินซู่”โม่หลิงยวนวางกระดาษที่พบในฝักกระบี่ตรงหน้าเขา“เขาสั่งให้เจ้ามาพบมู่เฉิงเจ๋อ?”“ใช่”“คำสั่งอยู่ที่ใด”“ข้าเผาแล้ว”“เช่นนั้นเริ่มจากสิ่งที่พิสูจน์ได้”หานจิ้นก้มมองข้อความด้านหลังกระดาษ ดวงตาหยุดตรงคำว่าเด็กสกุลหลิน“กระดาษนี้ข้าเขียนเอง แต่คำถามเป็นของเขา เขาต้องการรู้ว่าร่างของนางรับพลังต่างสายได้อย่างไร”หลิงยวนไม่ขยับ ทว่าสายตาเย็นลงจนหานจิ้นรีบพูดต่อ“ข้าไม่ได้รับคำสั่งให้จับนางในครั้งนี้!”“ครั้งนี้?”เสียงเจ้าสำนักทำให้เขาชะงักความเงียบยาวนานพอให้ได้ยินเสียงพู่กันลากผ่านกระดาษ“หากได้คำตอบ…เขาจะตัดสินใจอีกที”หลิงยวนเลื่อนบัญชีรายชื่อชาวบ้านไปทับคำร้อง“คนในบัญชีนี้ก็ถูกใช้หาคำตอบเดียวกันหรือ”หานจิ้นหลบตา“พวกเขามีเส้นปราณรับพลังได้มากกว่าคนธรรมดา ข้าเพียงตรวจว่า—”“หญิงคนหนึ่ง

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 64 — ผู้มาเลือกคน

    “เขาไม่ได้มารักษา…เขามาเลือกคน”หลินเยว่ซีเลื่อนถาดออกจากมือหญิงบนเตียง ก่อนเศษถ้วยจะบาดนิ้วที่กำลังสั่นธงด้านนอกถูกม้วนเก็บแล้ว แต่หญิงผู้นั้นยังจ้องหน้าต่าง ราวกับคนที่นางหวาดกลัวกำลังยืนอยู่อีกฟากเยว่ซีขยับไปบังช่องหน้าต่าง“คนถือธงเป็นศิษย์ของชิงเสวียนเจ้าค่ะ เขาเพียงขนของผ่านไป”หญิงผู้นั้นหายใจติดขัด“ลายนั้น…ข้าจำได้”“ข้าจะให้คนเก็บไว้ ท่านไม่ต้องรีบเล่า”ศิษย์หอวินัยมาถึงพร้อมเสิ่นซูเหอ เยว่ซีจึงถอยให้ผู้รักษาตรวจชีพจร ส่วนผู้จดคำให้การนั่งลงห่างจากเตียง ไม่วางธงให้นางเห็นซ้ำผ่านไปครู่หนึ่ง หญิงผู้นั้นจึงยอมคลายมือจากผ้าห่ม“มันอยู่บนถุงใส่เข็มของเขา”“ท่านเห็นเขาทำอะไรบ้าง” เยว่ซีถาม“จับข้อมือเรา กดตรงคอ แล้วให้กลืนยา คนที่อาเจียนถูกแยกไปอีกห้อง”นางกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น“ข้าอาเจียน เขากลับหัวเราะ บอกว่าคนเช่นข้าหาได้ยาก”ปลายพู่กันหยุดไปชั่วขณะ“ท่านจำลักษณะของเขาได้หรือไม่” ศิษย์หอวินัยถาม“ผอม ไว้เคราสั้น…นิ้วนางมือขวางอไม่สุด ตอนจับคางข้า เขาใช้สามนิ้ว”เยว่ซีมองมือของหญิงผู้นั้นซึ่งยกขึ้นเลียนท่า“เขาพูดชื่อหรือเรียกใครหรือไม่เจ้าคะ”“คนเฝ้าประตูเรียกเขาว่าผู้ดูแลห

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 63 — ชีวิตที่เรียกคืนไม่ได้

    เข็มเล็กกดลงกลางแผ่นผนึกในห้องรักษาของสำนักชิงเสวียน ถานอันลืมตาโพลงลมหายใจขาดห้วง ร่างบนเตียงแอ่นขึ้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกระชากจากข้างใน รอยอักขระใต้ชายโครงเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ก่อนเลือดจะซึมออกตามเส้นที่เคยแห้งแล้วเสิ่นซูเหอคว้าข้อมือเขาชีพจรเต้นเร็วขึ้นอย่างผิดปกติแล้วเสียงร้องจากห้องข้างกันก็ดังตามมาหนึ่งคนสองคนกระทั่งครบทั้งเจ็ดคนที่ถูกช่วยกลับมา“แจ้งเจ้าสำนัก ปิดเขตเรือนรักษา!”นางสั่งศิษย์หน้าประตู ก่อนดึงแผ่นผนึกกั้นปราณมาติดข้างเตียงแสงขาวกางขึ้นร่างถานอันหยุดกระตุกไปครู่หนึ่ง ทว่าเส้นแดงใต้ผิวกลับยิ่งชัดสิ่งที่อยู่ในตัวเขาไม่ได้พยายามหนีออกมาทางประตูมันกำลังถูกดึงผ่านรอยบนร่าง⸻โม่หลิงยวนออกจากห้องสอบสวนตั้งแต่เผยเหวินซูพูดจบคำเตือนถูกส่งล่วงหน้าไปแล้ว แต่เสียงระฆังจากเรือนรักษาดังขึ้นก่อนเขาจะไปถึงเมื่อก้าวผ่านประตู เขาเห็นเสิ่นซูเหอกำลังกดจุดบนไหล่ถานอัน ขณะที่อาจารย์ฉินย้ายจากเตียงหนึ่งไปอีกเตียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“เจ็ดคนเกิดอาการพร้อมกัน” เสิ่นซูเหอบอกทันที “ผนึกข้างเตียงกันสิ่งภายนอกได้ แต่หยุดแรงดึงในรอยไม่ได้”หลิงยวนคุกเข่าข้างเตียงเขาไม่ได้เต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status