Beranda / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 61 — คนที่ถูกทิ้งไว้

Share

บทที่ 61 — คนที่ถูกทิ้งไว้

last update Tanggal publikasi: 2026-10-22 15:26:47

ก่อนฟ้าสาง รถม้าคันสุดท้ายหยุดอยู่หน้าเรือนเก่านอกเมือง

ชายสวมเสื้อคลุมมองคนสองคนที่ช่วยกันลากร่างผู้ป่วยออกมา ข้อเท้าของคนผู้นั้นครูดพื้น ทิ้งรอยเลือดจาง ๆ บนขั้นบันได

“คนนี้ขึ้นรถไม่ได้แล้วขอรับ”

ผู้คุมคนหนึ่งเปิดชายเสื้อให้ดู

เส้นดำลามจากชายโครงขึ้นถึงลำคอ แม้ถูกกรอกยาไปสองครั้ง นิ้วมือของผู้ป่วยยังคงเกร็งกระตุก

“เหลืออีกกี่คน”

“ข้างในอีกหนึ่ง คนที่เคาะประตูเมื่อคืน”

ชายสวมเสื้อคลุมหันไปมองเรือน

ประตูห้องด้านในถูกตอกไม้ขวางเพิ่ม รอยดำใต้ธรณีแผ่ออกมากกว่าเดิม

“เอาคนนี้ขึ้นรถ ทิ้งคนข้างในไว้”

ผู้คุมชะงัก

“แต่หากคนของสำนักมาพบ—”

“พวกมันจะมัวช่วยคน”

คำตอบทำให้ไม่มีใครถามต่อ

ชายสวมเสื้อคลุมหยิบแผ่นยันต์ออกมาสองแผ่น ส่งให้ลูกน้องที่ยังยืนอยู่

“วางไว้ข้างเตา เมื่อได้ยินคนเปิดประตู ให้จุดไฟ”

จากในห้อง เสียงแหบพร่าดังขึ้น

“อย่า…ทิ้งข้า…”

ชายผู้นั้นขึ้นรถโดยไม่หันกลับ

เสียงล้อบดผ่านดินชื้น กลบเสียงขอร้องจนหมด

⸻

“นั่งลงก่อน ข้าวจะเย็น”

ยายหวังเลื่อนชามมาตรงหน้าเสี่ยวถัง

นางยืนอยู่ข้างโต๊ะตั้งแต่เข้าประตู มือจับชายแขนเสื้อแน่นจนเยว่ซีต้องดึงเก้าอี้ให้

“ยายบอกเจ้า ไม่ได้บอกชาม”

เสี่ยวถังรีบนั่ง

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

ยายหวังไม่ได้ถามถึงเรื่องเก่า เพียงมองมือที่พันผ้าบางของนางแล้วเลื่อนจานกับข้าวมาใกล้

“มือยังไม่หายก็อย่าเพิ่งยกของหนัก กินให้หมดก่อนค่อยไปทำงาน”

เสี่ยวถังก้มหน้า พยักหน้าหลายครั้ง

เยว่ซีนั่งลงข้างกันแล้วส่งตะเกียบให้

บรรยากาศซึ่งเกร็งมาตั้งแต่หน้าประตูค่อย ๆ ผ่อนลง ยายหวังบ่นเรื่องเยว่ซีตากเสื้อไม่กลับด้านอยู่สองประโยค เสี่ยวถังก็เผลอหัวเราะออกมา

“นางยังทำเหมือนเดิมหรือเจ้าคะ”

“เจ้าก็ด้วย วันก่อนใครเอาถุงผ้าเปียกไปแขวนติดผนัง”

เสี่ยวถังหุบยิ้มทันที

เยว่ซีหัวเราะแทน

มื้อเช้าเกือบผ่านไปอย่างสงบ จนเสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังจากด้านนอก

ศิษย์ผู้หนึ่งหยุดหน้าประตู

“แม่นางหลิน อาจารย์เสิ่นให้แจ้งว่างดฝึกเช้านี้ มีผู้บาดเจ็บจากนอกเมืองกำลังถูกส่งมา”

เยว่ซีวางตะเกียบ

“เกิดอะไรขึ้น”

“คนเฝ้าเส้นทางยาพบรถออกก่อนกำหนด ศิษย์พี่โม่ลงเขาไปแล้วขอรับ”

ยายหวังมองสีหน้านาง แล้วเลื่อนห่อขนมที่เตรียมไว้มาให้

“กินไปเพียงครึ่งชาม เอานี่ไปด้วย”

เยว่ซีรับห่อขนมกุ้ยฮวา ก่อนหันไปหาเสี่ยวถัง

“ข้าจะไปเรือนรักษา”

“ข้าจะนำชามไปเก็บแล้วตามไปช่วยงานที่เขาอนุญาต”

ไม่มีใครคว้าแขนอีกคนให้หยุด และไม่มีใครต้องเดาว่าอีกฝ่ายกำลังจะไปไหน

เยว่ซีพยักหน้าแล้วรีบออกจากเรือน

⸻

โม่หลิงยวนมาถึงทางแยกนอกเมืองพร้อมศิษย์หอวินัยหกคน

ผู้เฝ้าดูร้านรับส่งสมุนไพรแจ้งข่าวตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง มีคนมารับห่อเร็วกว่านัดสามวัน แต่เมื่อเห็นเจ้าของร้านออกมาช้า ชายผู้นั้นกลับทิ้งเงินไว้แล้วเดินหนี

ศิษย์จึงติดตามไปจนพบเรือนเก่า

รถม้าสองคันออกจากที่นั่นก่อนกำลังเสริมมาถึง ส่วนผู้ติดตามอีกคนถูกลูกดอกยิงเข้าที่ไหล่ระหว่างส่งข่าว

“รถไปทางเหนือขอรับ เราส่งคนตามห่าง ๆ แล้ว”

หลิงยวนรับแผนที่จากศิษย์

ทางเหนือแยกเป็นถนนขนสินค้าและทางเลียบคลอง หากไล่ตามตรง ๆ อีกฝ่ายอาจเปลี่ยนทางก่อนถึงด่าน

เขาชี้สะพานหินกับท่าน้ำสองแห่ง

“ส่งข่าวให้ด่านปิดทางรถ อย่าปิดทางคนเดิน ให้ตรวจทีละคน ส่วนท่าน้ำห้ามเรือบรรทุกออกจนกว่าจะตรวจใต้ท้องเรือกับห้องเก็บของ”

“ขอรับ”

“คนที่ตามรถอย่าเข้าปะทะจนกว่าจะรู้ว่าข้างในมีใคร”

หลิงยวนพาศิษย์ที่เหลือเข้าหาเรือน

หน้าต่างทุกบานปิดสนิท ทั้งที่ประตูใหญ่กลับเปิดค้าง

กลิ่นน้ำมันลอยออกมา

เขายกมือให้ทุกคนหยุด

เสียงบางอย่างกระแทกจากด้านใน

หนึ่งครั้ง

แล้วอีกครั้ง

“ยังมีคนอยู่ขอรับ”

หลิงยวนมองรอยรองเท้าบนพื้นดิน ก่อนเลื่อนสายตาขึ้นไปยังชายคา

มีหยดน้ำมันเกาะอยู่ตรงขอบไม้

เขาไม่เดินผ่านประตู

แสงสีเงินอมฟ้าตัดขึ้นอย่างฉับพลัน กระเบื้องสามแผ่นแตกออกพร้อมเสียงร้อง ชายผู้หนึ่งกลิ้งตกจากหลังคา กระบอกจุดไฟหลุดจากมือ

ศิษย์หอวินัยเข้าจับตัวทันที

แต่ประกายไฟเล็กจุดหนึ่งตกลงบนชายคาแล้ว

เปลวไฟวิ่งตามแนวน้ำมัน

หลิงยวนฟันกระบี่อีกครั้ง ตัดชายคาส่วนนั้นขาดจากตัวเรือน ก่อนผลักมันออกไปตกกลางลานว่าง

“ดับไฟข้างนอก ตรวจหลังเรือน อย่าให้ใครเข้ามาเพิ่ม”

เขาก้าวผ่านผนังส่วนที่เปิดออก

คราวนี้เสียงจากห้องด้านในชัดเจนขึ้น

“ช่วย…ข้า…”

⸻

ผู้บาดเจ็บถูกนำเข้าประตูสำนักในช่วงสาย

เยว่ซีช่วยศิษย์เรือนรักษาเปิดทางให้เปลผ่าน ก่อนเห็นปลายลูกดอกซึ่งยังฝังอยู่ตรงไหล่คนเจ็บ

เลือดที่ซึมออกมาเป็นสีแดงตามปกติ แต่แขนข้างนั้นเย็นจนผิวซีด

อาจารย์ฉินเดินมาถึงแล้วสั่งทันที

“ห้ามดึงลูกดอก ยกเข้าห้องด้านตะวันออก”

เสิ่นซูเหอรับถาดเครื่องมือจากเยว่ซี

“เจ้าช่วยดูทางนี้ อย่าให้คนมามุง บอกผู้ที่รอตรวจให้ย้ายไปเรือนข้างกัน”

นางรับคำแล้วออกไปจัดคน

จ้าวเฉิงมาถึงพร้อมห่อยาและผ้าสะอาด เขาวางของลง ก่อนเหลือบมองห่อขนมที่โผล่จากแขนเสื้อนาง

“เจ้าซ่อนเสบียงไว้ด้วยหรือ”

“ยายให้มา ยังไม่ได้กิน”

“ดี หากข้าหิวจนเป็นลม จะได้ไม่ต้องหามไปไกล”

เยว่ซีหยิบขนมส่งให้หนึ่งชิ้น

เขามองอย่างประหลาดใจ

“วันนี้ใจดีผิดปกติ”

“กินแล้วช่วยยกม้านั่งไปทางนั้น อย่าให้ขวางเปล”

จ้าวเฉิงรับขนมไปกัด ก่อนยกม้านั่งตามที่บอกโดยไม่เถียงอีก

ไม่นานเสี่ยวถังตามมาสมทบ นางรับหน้าที่พาคนไข้ที่เดินไหวไปยังเรือนข้างกัน และช่วยจดชื่อผู้ย้ายห้องให้ครบ

ทุกอย่างเริ่มเข้าที่

แล้วคนเจ็บด้านในก็ร้องขึ้นอย่างเจ็บปวด

เสียงถาดกระแทกพื้นดังตามมา

เยว่ซีหันกลับทันที

⸻

ภายในเรือนเก่า หลิงยวนพบชายผู้หนึ่งถูกตรึงกับเก้าอี้

เชือกรัดข้อมือจนผิวถลอก แผ่นยันต์ติดอยู่รอบขาเก้าอี้ บางแผ่นไหม้ดำไปแล้ว

ใต้ชายเสื้อมีเงาบางอย่างขยับสวนกับแสงจากหน้าต่าง

ชายผู้นั้นเงยหน้ามองเขา

“อย่าให้ข้าหลับ…”

หลิงยวนหยุดห่างจากเก้าอี้สองก้าว

“เจ้าชื่ออะไร”

“ถาน…ถานอัน…”

“ที่นี่มีคนเช่นเจ้าอีกกี่คน”

ริมฝีปากซีดสั่น

“พวกเขาพาไป…ข้าเดินไม่ไหว…”

เงาดำกระตุกขึ้นถึงลำคอ

ถานอันแอ่นตัวอย่างรุนแรง เชือกเส้นหนึ่งขาดผึง แขนขวาฟาดเข้าหาหลิงยวนด้วยแรงที่ไม่เหมือนคนอ่อนล้า

คมกระบี่พลิกกลับ

หลิงยวนใช้สันกระบี่กดข้อมืออีกฝ่ายลงกับพนักเก้าอี้ ก่อนแตะสองนิ้วตรงหัวไหล่ ส่งปราณสีเงินอมฟ้าปิดทางที่เงาดำกำลังไหลผ่าน

เสียงกรีดร้องดังขึ้นสองเสียงซ้อนกัน

เสียงหนึ่งเป็นของคน

อีกเสียงต่ำแหบจนศิษย์ที่ยืนเฝ้าประตูขนลุก

หลิงยวนกางม่านปราณล้อมเก้าอี้

“เอาผนึกเคลื่อนย้ายมา ห้ามใช้เชือกอย่างเดียว”

ถานอันหอบแรง ดวงตาเริ่มกลับมามองเขาได้อีกครั้ง

“มัน…ออกไปหรือยัง”

“ยัง ข้ากั้นมันไว้ชั่วคราว”

น้ำตาไหลจากหางตาชายผู้นั้น

“ข้าไม่ได้ยอม พวกเขาบอกว่าเป็นยารักษา…”

หลิงยวนเหลือบมองชามแตกข้างเท้า

ใต้ก้นชามมีคราบยาดำข้น

เขาสั่งให้เก็บทั้งชามกับห่อยาที่เหลือ ก่อนก้มลงบอกคนเจ็บ

“พวกเราจะพาเจ้าออกไป อย่าฝืนรวบรวมปราณ”

ศิษย์สองคนเข้าประจำตำแหน่งพร้อมแผ่นผนึก

ทันใดนั้น เงาดำใต้เก้าอี้พุ่งออกจากแนวแสง มันไม่ได้มุ่งใส่หลิงยวน แต่เลื้อยเข้าหารอยเลือดบนข้อมือศิษย์ที่เพิ่งถูกกระเบื้องบาด

หลิงยวนสะบัดกระบี่ลง

แสงสีเงินอมฟ้าตรึงเงานั้นกับพื้นก่อนถึงตัวคน

ไม้ใต้เงายุบไหม้เป็นรอยยาว

ถานอันกรีดร้องแล้วหมดสติ

หลิงยวนคุกเข่าตรวจชีพจรทันที

ยังเต้นอยู่

เขาจึงหันไปสั่งด้วยเสียงหนักแน่น

“ปิดบาดแผลทุกคนก่อนเคลื่อนย้ายมัน”

⸻

ในห้องรักษา อาจารย์ฉินเพิ่งถอนลูกดอกออก

สิ่งที่ติดมากับปลายเหล็กไม่ใช่เพียงเลือด

เส้นดำบางเท่าเส้นผมพันอยู่รอบเงี่ยง และกำลังเลื้อยเข้าหานิ้วของผู้รักษา

เสิ่นซูเหอคว่ำถ้วยครอบมันไว้ทันที

ถ้วยสั่นดังแกรก

“ถอยจากโต๊ะ!”

เยว่ซีหยุดอยู่ตรงธรณีประตู

ศิษย์ผู้ช่วยคนหนึ่งถอยชนชั้นวาง ผ้าพันแผลร่วงลงมา ส่วนคนเจ็บบนเตียงเริ่มเกร็งแขน มือคว้าขอบผ้าปูแน่นจนข้อนิ้วขาว

อาจารย์ฉินกดจุดหัวไหล่ไว้

“เยว่ซี ช่วยประคองแขนเขา อย่าให้กระแทกแผล ไม่ต้องใช้ปราณ”

นางเข้าไปจับท่อนแขนด้านที่ไม่บาดเจ็บ จ้าวเฉิงตามมารับขาทั้งสองข้างไม่ให้ถีบเตียง

“ข้าจะกดมากกว่านี้ได้หรือไม่” เยว่ซีถาม

“รองไว้ก็พอ อย่าฝืนหักข้อ”

นางเปลี่ยนตำแหน่งมือทันที

เสี่ยวถังหยิบผ้าพับสอดรองตรงข้อศอกตามคำบอกของผู้รักษา แล้วถอยไปเปิดทาง

บนโต๊ะ เสิ่นซูเหอวางแผ่นผนึกรอบถ้วยสามด้าน

ด้านที่สี่อยู่ชิดถาดโลหะซึ่งมีเลือดของคนเจ็บติดอยู่

ทันทีที่นางขยับถาด เสียงครูดใต้ถ้วยก็ดังตามมา

เยว่ซีหันมอง

“มันตามถาดเจ้าค่ะ”

เสิ่นซูเหอหยุดมือ

นางเลื่อนถาดออกไปอีกนิด

ถ้วยกระตุกตามทิศนั้นจริง

อาจารย์ฉินมองแผลบนไหล่คนเจ็บ ก่อนสั่งให้ยกถาดเลือดไปไว้ในอ่างหินซึ่งเตรียมผนึกแล้ว

เสิ่นซูเหอใช้คีมยกขอบถ้วยเพียงเล็กน้อย

เส้นดำพุ่งออกมา

มันเลื้อยตรงเข้าหาถาด แล้วถูกม่านผนึกกดลงกลางอ่าง

เสียงแหลมสั้นดังขึ้นก่อนเงานั้นจะหดเหลือเพียงจุดเล็ก

คนเจ็บบนเตียงผ่อนแขนลงในเวลาใกล้กัน

เยว่ซีไม่ปล่อยทันที รอจนผู้รักษาบอกจึงค่อยถอนมือ

นางพบว่าฝ่ามือตนชื้นไปด้วยเหงื่อ

จ้าวเฉิงหันมาถามเบา ๆ

“เจ้าถูกอะไรหรือไม่”

นางส่ายหน้าแล้วมองข้อมือเขา

“เจ้าเล่า”

เขาพลิกให้ดูทั้งสองข้าง

เสี่ยวถังยืนอยู่ปลายเตียง มือจับขอบผ้าที่เหลือแน่น แต่เมื่อเสิ่นซูเหอเรียก นางก็รีบนำผ้าสะอาดมาเปลี่ยนให้โดยไม่ต้องบอกซ้ำ

ครั้งนี้ไม่มีผู้ใดหัวเราะแล้ว

⸻

หลิงยวนส่งข่าวมาก่อนนำถานอันถึงสำนัก

ห้องรับตัวถูกแยกออกจากเรือนรักษาหลัก อาจารย์ฉินกับเสิ่นซูเหอเตรียมผนึกและอุปกรณ์ไว้เรียบร้อย จึงไม่มีการหามคนเจ็บผ่านผู้ป่วยทั่วไป

เยว่ซีเห็นเขาจากระเบียง

ชายเสื้อขาวมีเขม่าติดอยู่ ใบหน้าเคร่งกว่าตอนออกจากสำนัก

เขาส่งตัวถานอันให้ผู้รักษา แล้วหันมาตรวจกลุ่มศิษย์ที่ช่วยงาน

เมื่อมาถึงนาง เขามองมือทั้งสองก่อน

“มีแผลหรือไม่”

“ไม่มี พวกเราประคองคนเจ็บตามที่อาจารย์ฉินบอก”

เยว่ซีเล่าเรื่องเส้นดำใต้ถ้วยอย่างรวบรัด

หลิงยวนฟังจนจบ แล้วเรียกศิษย์หอวินัยมารับคำสั่ง

“คนที่แตะลูกดอกกับของจากเรือนนั้นต้องตรวจทุกคน เก็บแยกจากอาวุธอื่น ห้ามส่งต่อด้วยมือเปล่า”

เยว่ซีมองห้องที่เพิ่งปิดประตู

“คนที่ท่านพากลับมาเป็นคนของพวกนั้นหรือ”

“เขาบอกว่าถูกหลอกให้กินยา ต้องรอให้ฟื้นจึงจะสอบถามได้”

“ยังมีคนอื่นอยู่กับพวกมัน?”

“มี รถที่พาออกไปกำลังถูกตามอยู่”

นางเม้มปาก

หลิงยวนเห็นแต่ไม่ได้ปลอบด้วยคำรับรองที่ยังทำไม่ได้

เขาเพียงบอก

“เราพาคนนี้กลับมาได้แล้ว”

เยว่ซีมองผ่านหน้าต่าง เห็นเสิ่นซูเหอกำลังตรวจชีพจรถานอัน

นางพยักหน้าช้า ๆ

อย่างน้อยเขาไม่ได้ถูกทิ้งไว้ในเรือนที่กำลังจะไหม้

⸻

ก่อนค่ำ ข่าวจากด่านเหนือมาถึง

พบรถหนึ่งคันจอดทิ้งไว้ในสวนร้าง มีผู้ป่วยสามคนอยู่ด้านใน คนคุ้มกันหลบหนีไป ส่วนรถอีกคันเปลี่ยนเส้นทางก่อนถึงสะพาน

ไม่มีผู้ใดรู้ว่ารถคันที่หายไปพาคนไปเท่าใด

เจ้าสำนักส่งผู้รักษาพร้อมกำลังคุ้มกันไปรับสามคนนั้นทันที และแจ้งสำนักใกล้เคียงให้ตรวจผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายกัน

บนโต๊ะประชุมมีลูกดอก ชามยา และสำเนาใบสั่งยาวางแยกกัน

อาจารย์ฉินชี้รายชื่อสมุนไพร

“ยาส่วนหนึ่งกดอาการจริง แต่มีของอีกชนิดปนอยู่ในชาม ข้ายังบอกไม่ได้ว่าเป็นอะไร”

เสิ่นซูเหอวางบันทึกอาการลงข้างกัน

“ถานอันยังมีสติเป็นช่วง ๆ เขาจำได้ว่ามีคนเรียกผู้จัดยาว่าผู้ดูแล แต่ไม่เห็นชื่อสำนัก”

หลิงยวนมองเครื่องหมายข้างใบสั่งยา

มันเหมือนที่พบในเอกสารโรงยาของมู่เฉิงเจ๋อ แต่เลขกำกับด้านล่างกลับเรียงไม่ตรงกับจำนวนยา

“เลขนี้อาจไม่ได้ใช้บอกขนาดยา”

เจ้าสำนักเลื่อนกระดาษเข้าหาตน

“ใครอ่านได้”

“คนที่เคยทำบัญชีร่วมกับเซี่ยจิ้งเหิงอาจรู้”

ห้องเงียบลงครู่หนึ่ง

หลิงยวนไม่ได้เสนอให้ปล่อยใคร

เขาแยกสำเนาเฉพาะส่วนเครื่องหมายออกมา ไม่ใส่ข้อมูลคนเจ็บหรือแผนติดตาม

“ข้าจะให้เผยเหวินซูอธิบาย แล้วตรวจเทียบกับหลักฐานเดิม”

เจ้าสำนักพยักหน้า

“ให้บันทึกทุกคำตอบ”

⸻

เผยเหวินซูรับกระดาษภายใต้สายตาผู้คุม

เขาอ่านเพียงครู่เดียวก็เงยหน้า

“พบสิ่งนี้จากที่ใด”

หลิงยวนไม่ตอบคำถามนั้น

“เจ้ารู้จักเครื่องหมายหรือไม่”

เผยเหวินซูก้มลงอีกครั้ง

นิ้วที่แตะขอบกระดาษหยุดอยู่ตรงเลขเล็กใต้ชื่อยา

“ข้าเคยใช้มัน”

ผู้จดบันทึกยกพู่กันขึ้นทันที

“ใช้อย่างไร”

“แยกของที่ไม่ต้องการลงบัญชีปกติออกจากรายการซื้อขาย”

หลิงยวนมองเขานิ่ง

“สิ่งใดที่เจ้าซ่อนไว้”

เผยเหวินซูเงียบไป ก่อนตอบเสียงต่ำ

“เงินที่จ่ายให้คนเฝ้าสถานที่ และค่าเคลื่อนย้ายผู้ถูกกักขัง”

ปลายพู่กันเคลื่อนต่อ

คราวนี้เขาไม่ได้อ้างว่าเป็นเพียงผู้ทำตามคำสั่ง

หลิงยวนชี้เลขบนกระดาษ

“อ่านให้ข้าฟัง”

เผยเหวินซูเลื่อนกระดาษเข้าหาแสง

“เลขด้านหน้าเป็นจุดรับของ เลขท้ายเป็นลำดับการส่ง ส่วนขีดคั่นนี้…”

เขาหยุด

“หมายถึงให้ย้ายคนก่อนส่งของตามไป”

หลิงยวนหันไปเรียกศิษย์หน้าประตู

“นำสำเนาไปให้ผู้ตามรถเดี๋ยวนี้ ให้ตรวจจุดพักคนก่อนโกดัง”

เมื่อเสียงฝีเท้าห่างออกไป เผยเหวินซูจึงเอ่ยขึ้นอีก

“ยังมีด้านหลัง”

หลิงยวนพลิกกระดาษ

ตรงมุมล่างมีวงเล็กซึ่งถูกหมึกทับจนเกือบมองไม่เห็น

“หมายถึงอะไร”

เผยเหวินซูมองมันอยู่นานกว่ารอยอื่น

สีหน้าเขาค่อย ๆ ซีดลง

“ของที่ถึงแล้ว…ไม่ต้องส่งกลับ”

“ข้าถามว่าหมายถึงอะไร”

เสียงโซ่ดังเบา ๆ เมื่อเผยเหวินซูกำมือ

“ในบัญชีที่ข้าเคยทำ หากเป็นสิ่งของ หมายถึงให้ทำลายหลังใช้”

เขาเงยหน้าขึ้น

“หากเป็นคน หมายถึงไม่เก็บพยาน”

หลิงยวนลุกทันที

ในมือเขายังมีกระดาษเพียงแผ่นเดียว

แต่เวลาที่เหลือสำหรับคนบนรถคันนั้น อาจน้อยกว่าที่ทุกคนคิด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 70 — หนึ่งครั้งที่ต้องเอื้อมถึง

    ปลายกระบี่ไม้แตะหน้าผากหลินเยว่ซี ก่อนกระบี่ในมือนางจะยกพ้นเอวเสียอีกนางยืนนิ่งโม่หลิงยวนลดมือลง“อีกครั้ง”“เมื่อครู่ข้ายังไม่ได้ตั้งท่า”“ข้าเห็นแล้ว”เยว่ซีหรี่ตาใส่เขาลานฝึกด้านตะวันออกยังปกคลุมด้วยหมอกบาง แสงเช้าส่องผ่านยอดไม้ลงบนพื้นหินซึ่งมีรอยกระบี่เก่าพาดอยู่หลายแนว รอบลานมีรางน้ำตื้นและแปลงไม้เลื้อยสำหรับศิษย์ฝึกปราณ ไม่มีแผ่นอาคมให้เลื่อน ไม่มีโต๊ะหรือแบบแปลนให้ก้มอ่านมีเพียงเขา กระบี่สองเล่ม และระยะห่างสามก้าวก่อนเริ่ม หลิงยวนตรวจแผลที่มือนางแล้ว รอยข่วนไม่ลึก ไหล่ยังตึงเล็กน้อยแต่ขยับได้ตามปกติ เขาจึงกำหนดให้ฝึกช่วงสั้น สลับพัก และยังไม่ใช้ปราณจนกว่าจะอุ่นร่างกายพอเยว่ซีขยับเท้าขวาไปด้านหลังคราวนี้นางยกกระบี่ทันทีเสียงไม้กระทบกันดังแปะกระบี่ของนางถูกปัดออก ปลายกระบี่อีกฝ่ายหยุดตรงหัวไหล่“อีกครั้ง”นางสูดลมหายใจครั้งที่สาม เยว่ซีไม่รอให้เขาลงมือก่อนนางแทงตรงเข้าหาหน้าอกหลิงยวนขยับเพียงครึ่งก้าว คมไม้ของนางผ่านชายเสื้อไป ขณะที่กระบี่เขาแตะข้อมือนางเบา ๆนิ้วคลายโดยไม่ตั้งใจกระบี่ร่วงลงพื้นเยว่ซีก้มมองมัน แล้วเงยหน้ามองเขา“ท่านทำเช่นนี้กับศิษย์ทุกคนหรือ”“คนท

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 69 — คนที่เรียกอยู่ข้างหลัง

    “ของที่ช่วยให้หลับสบายอยู่ที่ใด”โม่หลิงยวนถามทันทีที่ก้าวเข้าประตูเรือนพักหลังใหม่ผู้อาวุโสผู้ดูแลคณะจากสามสำนักลุกขึ้นจากโต๊ะ ใบหน้ามีแววไม่พอใจจากการถูกเปลี่ยนที่พักกลางดึก แต่เมื่อเห็นกระดาษในมือเขา สีหน้าก็เปลี่ยนไป“เกิดอะไรขึ้นอีก”หลิงยวนวางสำเนารายชื่อบนโต๊ะ“คนเหล่านี้ได้รับของก่อนเดินทางมาหรือไม่”อีกฝ่ายก้มอ่าน ก่อนชี้ชื่อศิษย์สองคนของตน“ได้รับหมอนสมุนไพร บอกว่าเป็นของรับรองจากเรือนชิงเหอ ข้าให้ตรวจแล้ว มีแต่ใบยาแห้งกับดอกไม้”“ใครเป็นผู้ตรวจ”คำถามนั้นทำให้ห้องเงียบลงผู้อาวุโสหันไปมองชายชุดน้ำตาลที่ยืนอยู่ข้างหีบเดินทางชายผู้นั้นค่อย ๆ วางถ้วยชา“ข้าเอง”หลินเยว่ซีหยุดอยู่หลังหลิงยวนครึ่งก้าว นางเห็นมือขวาของชายชุดน้ำตาลหายเข้าไปในแขนเสื้อ“มือเขา!”ถ้วยชาถูกปาใส่ตะเกียงทันทีหลิงยวนชักกระบี่แสงสีเงินอมฟ้าตัดถ้วยกลางอากาศ เศษกระเบื้องยังไม่ทันตกถึงพื้น ชายชุดน้ำตาลก็ถีบหีบเดินทางใส่ผู้อาวุโสแล้วพุ่งไปทางประตูด้านข้างจ้าวเฉิงยืนขวางอยู่ก่อนแล้ว“ข้าอุตส่าห์เลือกประตูที่ลมไม่โกรก”ปลายฝักกระบี่กระแทกข้อมืออีกฝ่ายของชิ้นเล็กหลุดออกจากแขนเสื้อเป็นหลอดกระดูกยาวเพียงครึ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 68 — คนที่ยังไม่หลับ

    “หยุดคณะเดินทางทั้งสามก่อนถึงเรือนพัก” เจ้าสำนักชิงเสวียนวางคำให้การของเผยเหวินซูลงบนโต๊ะ ศิษย์หอวินัยรับตราคำสั่งแล้วออกไปทันที อีกสองคนแยกนำข่าวไปยังด่านใต้เขาและทางแยกฝั่งตะวันออก โม่หลิงยวนก้มมองชื่อบนกระดาษ เรือนรับรองชิงเหอ สถานที่พักสำหรับศิษย์ต่างสำนักซึ่งเดินทางมาร่วมงานประลอง อยู่ห่างจากตลาดใต้เขาออกไปไม่ถึงยี่สิบลี้ “ส่งคนไปตรวจจากภายนอกแล้วขอรับ” หัวหน้าหอวินัยรายงาน “หน้าประตูยังมีคนเฝ้า โรงครัวก่อไฟตามปกติ ไม่มีคณะศิษย์เข้าพักก่อนกำหนด” “คนงานเล่า” หลิงยวนถาม “ผู้ดูแลแจ้งไว้สิบสองคน” “ยืนยันว่าอยู่ที่ใดบ้าง อย่าให้ความสนใจเฉพาะห้องรับรอง” เจ้าสำนักเลื่อนภาพสะพานที่เผยเหวินซูเติมรายละเอียดมาให้ เสาหินสองต้น รอยร้าวใต้ฐานด้านขวา และทางน้ำใต้สะพานซึ่งลึกพอให้เรือเล็กลอดผ่าน “เขาระบุว่าของถูกส่งเข้าทางนี้” หลิงยวนมองข้อความอีกบรรทัด แผ่นรองพื้นไม่ได้ปูบนพื้น ทุกแผ่นติดอยู่ใต้เตียง “ให้คนเฝ้าปลายน้ำทั้งสองฝั่งด้วย” เขาหยิบกระบี่ขึ้น คราวนี้สิ่งที่พวกเขาต้องไปให้ถึงก่อน ไม่ใช่ขบวนรถ แต่เป็นเวลาที่คนในเรือนดับตะเกียงเข้านอน ⸻ หลินเยว่ซีพบเสิ่นซูเหอตรงทางเดิ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 67 — อย่าเปิดให้เสียงนั้น

    “นางบอกว่าครั้งนี้…หากข้าไม่ไป นางจะออกมาหาข้าเอง” เสิ่นซูเหอมองรอยประตูที่ศิษย์หนุ่มวาดบนโต๊ะ น้ำตรงส่วนอื่นเริ่มแห้งแล้ว แต่เส้นใต้ประตูยังเปียก ราวกับมีใครลากนิ้วซ้ำอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่มือของเขาวางอยู่บนตัก นางเลื่อนถ้วยออกจากรอยนั้นอย่างสงบ “เจ้าชื่ออะไร” ชายหนุ่มกะพริบตา “หลิวอันขอรับ” “หลิวอัน มองข้า ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ใด” “ชิงเสวียน” “ดี วางเท้าทั้งสองลงบนพื้น อย่ามองโต๊ะ” เขาทำตาม ทว่าดวงตายังเหลือบกลับไปหารอยน้ำ เสียงเคาะดังขึ้นสามครั้ง ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผู้คุมหน้าประตูหันขวับ เสียงไม่ได้มาจากด้านนอก มันดังจากใต้โต๊ะ เสิ่นซูเหอกดกระดาษยันต์ลงเหนือรอยประตู แสงอ่อนสว่างขึ้นทันที เสียงเคาะขาดหายไป แต่หลิวอันกลับสะดุ้งสุดตัว “อย่าปิด!” เขาพุ่งมือไปหากระดาษ เสิ่นซูเหอจับข้อมือไว้ ผู้คุมเข้าช่วยประคองไหล่โดยไม่กดเขาลงกับพื้น ชายหนุ่มดิ้น หอบจนคำพูดแตกเป็นช่วง “ท่านแม่อยู่ข้างใน…นางกลัวความมืด…” เสิ่นซูเหอสั่งผู้คุมอีกคนทันที “เชิญท่านเจ้าสำนักกับโม่หลิงยวนมา นำของที่มีอาคมออกจากห้องข้างเคียง แล้วปิดทางเดินนี้” ใต้แผ่นยันต์ รอยน้ำค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ⸻ เยว่

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 66 — วันนี้ข้านัดเจ้าไว้

    หลินเยว่ซีเพิ่งพบว่าการเดินลงเขาอาจยากกว่าการฝึกกระบี่โดยเฉพาะเมื่อโม่หลิงยวนจับมือนางมาตลอดทางศิษย์คู่แรกที่เดินสวนมาค้อมศีรษะตามปกติ คู่ถัดไปมองมือทั้งสองแล้วรีบก้มหน้า ส่วนคนสุดท้ายเดินผ่านไปแล้วถึงกับหันกลับมา จนเกือบชนต้นไม้ข้างทางเยว่ซีลองขยับนิ้วหลิงยวนก้มมอง“เจ็บหรือ”“มีคนมอง”เขาหันไปทางศิษย์ที่เพิ่งชนกิ่งไม้ คนผู้นั้นรีบยกแขนคารวะแล้วเดินเร็วกว่าเดิม“ตอนนี้ไม่มีแล้ว”เยว่ซีเม้มปาก“ท่านแก้ปัญหาเช่นนี้หรือ”“เจ้าต้องการให้ข้าปล่อย?”เขาคลายมือเล็กน้อย เปิดโอกาสให้นางดึงออกเยว่ซีกลับเป็นฝ่ายจับไว้หลิงยวนไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงรอยยิ้มตรงมุมปากของเขาทำให้นางอยากเหยียบรองเท้าคู่นั้นสักครั้ง⸻เสี่ยวถังวิ่งมาถึงประตูสำนักพร้อมป้ายอนุญาตออกนอกเขตงานช่วงเช้าส่งต่อเรียบร้อยแล้ว นางขอลงตลาดในเวลาพักตามข้อกำหนดของหอวินัย จึงไม่ได้แอบหนีเวร แต่เหตุผลที่บอกผู้ดูแลมีเพียงซื้อด้ายกับของใช้จ้าวเฉิงมองตะกร้าในมือเพื่อน“เจ้าจะซื้อด้ายจริงหรือ”“จริง”“แล้วเหตุใดต้องเดินหลบหลังข้า”“ศิษย์พี่โม่ยังอยู่ข้างหน้า”จ้าวเฉิงถอนหายใจข้างกันมีศิษย์หนุ่มจากเรือนครัวติดมาด้วย เขามีหน้าที่ซื้

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 65 — ราคาของคำตอบ

    “อย่าส่งหนังสือกลับฉางเยวี่ย”หานจิ้นพูดทันทีที่เจ้าสำนักชิงเสวียนเข้ามาในห้องสอบสวนแขนขวาของเขาถูกดามไว้ ห่วงผนึกปราณตรึงข้อมือทั้งสองกับโซ่บนโต๊ะ ใบหน้าที่เคยวางท่าสุภาพตอนผ่านด่านเหลือเพียงเหงื่อเย็นเจ้าสำนักนั่งลง“เจ้ากลัวผู้ใด”หานจิ้นเหลือบมองผู้จดคำให้การ ก่อนหันกลับมา“รองเจ้าสำนัก เฉินซู่”โม่หลิงยวนวางกระดาษที่พบในฝักกระบี่ตรงหน้าเขา“เขาสั่งให้เจ้ามาพบมู่เฉิงเจ๋อ?”“ใช่”“คำสั่งอยู่ที่ใด”“ข้าเผาแล้ว”“เช่นนั้นเริ่มจากสิ่งที่พิสูจน์ได้”หานจิ้นก้มมองข้อความด้านหลังกระดาษ ดวงตาหยุดตรงคำว่าเด็กสกุลหลิน“กระดาษนี้ข้าเขียนเอง แต่คำถามเป็นของเขา เขาต้องการรู้ว่าร่างของนางรับพลังต่างสายได้อย่างไร”หลิงยวนไม่ขยับ ทว่าสายตาเย็นลงจนหานจิ้นรีบพูดต่อ“ข้าไม่ได้รับคำสั่งให้จับนางในครั้งนี้!”“ครั้งนี้?”เสียงเจ้าสำนักทำให้เขาชะงักความเงียบยาวนานพอให้ได้ยินเสียงพู่กันลากผ่านกระดาษ“หากได้คำตอบ…เขาจะตัดสินใจอีกที”หลิงยวนเลื่อนบัญชีรายชื่อชาวบ้านไปทับคำร้อง“คนในบัญชีนี้ก็ถูกใช้หาคำตอบเดียวกันหรือ”หานจิ้นหลบตา“พวกเขามีเส้นปราณรับพลังได้มากกว่าคนธรรมดา ข้าเพียงตรวจว่า—”“หญิงคนหนึ่ง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status