Beranda / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 62 — ก่อนเสียงสุดท้ายจะเงียบ

Share

บทที่ 62 — ก่อนเสียงสุดท้ายจะเงียบ

last update Tanggal publikasi: 2026-10-22 16:01:28

“จุดรับของหมายเลขนี้อยู่ที่ใด”

โม่หลิงยวนวางกระดาษกลับลงตรงหน้าเผยเหวินซู

มือที่กำลังเลื่อนตามรหัสหยุดอยู่เหนือเลขสามตัว

“เดิมเป็นลานพักเกวียนทางตะวันออกของคลอง แต่ข้าไม่อาจรับรองว่าพวกมันยังใช้ที่เดิม”

หลิงยวนหันไปสั่งศิษย์หน้าประตู

“แจ้งคนที่เฝ้าคลอง ให้ตรวจลานเกวียนและทางน้ำใกล้กัน ห้ามรอข้า”

เมื่อศิษย์ออกไป เขาจึงกลับมาถามต่อ

“ถ้าสถานที่ถูกเปลี่ยน คนขนส่งจะรู้ได้อย่างไร”

เผยเหวินซูมองวงหมึกตรงมุมกระดาษ สีหน้ายังซีดอยู่

“จะมีเครื่องหมายทิ้งไว้ที่จุดเดิม ใต้เสารับชายคาด้านที่หันเข้าถนน”

“เครื่องหมายแบบใด”

“สามขีดบอกให้ไปต่อ สองขีดให้รอ ถ้าเป็นวงกลม…”

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง

หลิงยวนรอโดยไม่เร่งคำถามซ้ำ

“ให้ทำลายของที่พามา ณ จุดนั้น”

ผู้จดบันทึกก้มหน้าลง

เสียงพู่กันครูดกระดาษดังชัดในห้องเงียบ

หลิงยวนดึงแผนที่มาวาง

“เขียนทุกทางออกที่เจ้าจำได้ แยกให้ชัดว่าเห็นเองหรือเพียงเคยได้ยิน”

เผยเหวินซูรับพู่กันทันที

คราวนี้มือเขาเคลื่อนไหวเร็วกว่าเมื่อก่อน

⸻

ลานพักเกวียนอยู่ห่างจากถนนใหญ่เข้าไปในดงหลิว

ยามปกติ คนขับรถมักหยุดให้ม้ากินน้ำที่นั่นก่อนข้ามคลอง ทว่าคืนนี้กลับไม่มีตะเกียงแขวนอยู่แม้แต่ดวงเดียว

รถคันที่หายไปจอดชิดเรือนไม้ด้านหลัง

หญิงผู้หนึ่งถูกลากลงจากกระบะ นางใช้เท้าที่สวมรองเท้าเหลือเพียงข้างเดียวถูพื้นอย่างไร้แรงต่อต้าน

“ข้าจำหน้าใครไม่ได้เลย…”

ชายที่จับแขนนางไม่ตอบ

“ข้าจะไม่พูด ขอเพียงให้ข้ากลับบ้าน…”

นางถูกผลักเข้าไปในห้อง

ข้างในมีคนอยู่ก่อนแล้วสองคน คนหนึ่งนอนขดกับพื้น อีกคนพิงผนัง เอามือกดปากไม่ให้เสียงไอหลุดออกมา

กลอนถูกเลื่อนปิดจากด้านนอก

หญิงผู้นั้นหันกลับไปทุบประตู

“ข้ายังมีลูก!”

เสียงฝีเท้าหยุดอยู่ครู่หนึ่ง

แล้วเดินห่างออกไป

⸻

หลิงยวนไม่ได้ตรงเข้าลานเกวียน

เขาสมทบกับศิษย์ที่ติดตามมาถึงก่อนบนเนินเตี้ยฝั่งคลอง

“เห็นคนเฝ้าสี่คนขอรับ มีคนถูกพาเข้าเรือน แต่ไม่เห็นว่ากี่คน”

“ทางน้ำ?”

“มีเรือผูกอยู่หลังเรือน คนสองคนกำลังขนหีบลงไป”

หลิงยวนก้มดูแผนที่ซึ่งเผยเหวินซูร่างให้

ใต้เรือนไม้เคยมีทางระบายน้ำ เชื่อมออกไปยังตลิ่ง ผู้ส่งของใช้ช่องนั้นซ่อนห่อสินค้ายามมีคนมาตรวจถนน

เขาไม่ถือว่าแผนที่เก่าบอกสภาพปัจจุบันได้ทั้งหมด จึงส่งศิษย์อ้อมไปดูจากฝั่งน้ำ

ไม่นานสัญญาณก็มาถึง

ช่องระบายยังอยู่ แต่มีคนเทน้ำมันลงไปแล้ว

หลิงยวนเงยหน้าขึ้นทันที

“พวกมันจะจุดจากใต้พื้น”

เขาแบ่งกำลังสองคนไปตัดทางเรือ อีกสองคนเข้าช่วยผู้ถูกขังจากผนังด้านหลัง ส่วนตนจะหยุดคนจุดไฟ

“เมื่อข้าเปิดทาง ให้พาคนออกมาก่อน อย่าหยุดไล่จับคนหนี”

ศิษย์ทุกคนรับคำ

หลิงยวนชักกระบี่

แสงสีเงินอมฟ้าปรากฏเพียงเส้นบางตามแนวคม ก่อนดับลงเมื่อเขาเคลื่อนออกจากเงาไม้

⸻

ที่สำนักชิงเสวียน หลินเยว่ซีเพิ่งยกโคมดวงสุดท้ายแขวนหน้าห้องรับผู้ป่วย

จ้าวเฉิงกำลังช่วยศิษย์เรือนรักษาขยับเตียงให้เว้นช่องระหว่างกัน ส่วนเสี่ยวถังนำผ้าปูสะอาดมาวางเรียงบนโต๊ะ

ผู้ป่วยสามคนจากรถคันแรกมาถึงแล้ว ทุกคนถูกตรวจและแยกดูอาการ ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าไปช่วยตามใจตนเอง

เยว่ซีรับหน้าที่จดสิ่งที่ผู้ป่วยบอกได้ก่อนหมดแรง แล้วส่งให้ผู้รักษา

หญิงวัยกลางคนบนเตียงใกล้ประตูคว้าแขนเสื้อนางไว้

“อย่าให้เขาเอายามาอีก”

เยว่ซีวางพู่กัน

“ท่านอยู่ในสำนักชิงเสวียนแล้วเจ้าค่ะ”

หญิงผู้นั้นส่ายหน้าแรงขึ้น

“ทุกแห่งก็บอกว่ารักษา ข้ากินแล้วก็หลับ พอตื่น คนข้างข้าหายไป…”

เยว่ซีไม่ได้รีบแกะมือออก

นางนั่งลงให้สายตาอยู่ระดับเดียวกัน

“ถ้ามีใครจะให้ยา ข้าจะขอให้เขาบอกท่านก่อนว่ายาอะไร ท่านอยากถามสิ่งใดก็ถามได้”

มือที่จับแขนเสื้อยังไม่คลาย แต่นางหยุดส่ายหน้าแล้ว

“เจ้าจะอยู่หรือไม่”

เยว่ซีเหลือบมองเสิ่นซูเหอที่กำลังตรวจเตียงถัดไป

อีกฝ่ายพยักหน้าให้

“ข้าจะอยู่จนผู้รักษาตรวจท่านเสร็จ”

เสี่ยวถังยกเก้าอี้มาวางข้างเตียงโดยไม่ต้องเรียก

จ้าวเฉิงหันไปหยิบผ้าห่มเพิ่ม

คราวนี้เขาไม่ได้พูดเล่นให้คนที่กำลังกลัวต้องฝืนหัวเราะ

⸻

ประกายไฟเพิ่งแตะปากกระบอก

คมกระบี่ก็ตัดผ่านข้อมือผู้ถือ

ชายผู้นั้นร้องลั่น กระบอกจุดไฟกระเด็นลงกลางคลอง เสียงน้ำดังตูมพร้อมร่างที่ถูกหลิงยวนเตะพ้นช่องใต้พื้น

“มีคนบุก!”

เสียงตะโกนดังจากลาน

ลูกดอกสองดอกพุ่งออกจากชายคา

หลิงยวนเบี่ยงกระบี่ ปัดมันลงดินโดยไม่หยุดเคลื่อนตัว เขาพุ่งถึงเสาเรือน ใช้ฝักกระบี่กระแทกหัวเข่าคนซุ่มยิงจนทรุด แล้วกดจุดไหล่ตัดกำลังแขน

ด้านหลัง เสียงไม้แตกดังสนั่น

ศิษย์หอวินัยเปิดผนังห้องขังแล้ว

หญิงที่ร้องหาลูกถูกส่งออกมาเป็นคนแรก ตามด้วยชายที่ไอจนยืนไม่ไหว

แต่คนที่นอนขดอยู่บนพื้นไม่ยอมขยับ

เมื่อศิษย์แตะไหล่ เขากลับพลิกตัวฟาดแขนใส่

เงาดำแล่นจากคอเสื้อขึ้นข้างแก้ม

“ถอยจากมือเขา!” หลิงยวนสั่ง

ศิษย์หลบทัน แต่ต้องปล่อยคนเจ็บลงบนพื้น

ชายผู้นั้นพยายามคลานกลับเข้ามุมห้อง ดวงตาเบิกกว้าง มองคนตรงหน้าอย่างหวาดกลัว

“อย่าฆ่าข้า…”

เสียงเป็นของเขาเอง

ทว่าแขนขวากลับยกขึ้นบิดในท่าที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจ

หลิงยวนก้าวเข้าหา ใช้ฝักกระบี่กดแขนไว้ แล้ววางแผ่นผนึกลงตรงหัวไหล่

ร่างนั้นสั่นสะท้าน

ใต้พื้นมีแสงส้มวาบขึ้น

คนจุดไฟไม่ได้มีเพียงคนเดียว

⸻

เปลวไฟวิ่งมาตามร่องน้ำมันจากอีกฝั่งของเรือน

หลิงยวนกวาดตามองทางออก

คนเจ็บสองคนถูกพ้นเรือนไปแล้ว เหลือชายใต้มือเขา กับศิษย์หนึ่งคนที่กำลังประคองขาอีกฝ่าย

หากยกออกตามช่องผนังเดิม ต้องผ่านแนวไฟที่กำลังลามขึ้นจากพื้น

หลิงยวนเปลี่ยนมือจับกระบี่

คมสีเงินอมฟ้าฟันผ่านผนังด้านติดคลองเป็นรูปกากบาท ก่อนแรงปราณจะผลักแผ่นไม้ออกทั้งช่วง

ลมเย็นพุ่งเข้ามา

เขาหันไปสั่งศิษย์

“ลงทางนี้ ข้ารับตัวเขาเอง”

ศิษย์กระโดดลงตลิ่ง แล้วกางแขนเตรียมช่วยรับ

หลิงยวนช้อนคนเจ็บขึ้น คงปราณผนึกไว้ตรงไหล่ ก่อนก้าวพ้นผนังที่เปิดออก

ไฟพุ่งตามหลัง

ม่านปราณสีเงินอมฟ้ากางขึ้นขวางระหว่างคนกับเรือน

ความร้อนกระแทกจนชายเสื้อสะบัด แต่คนบนตลิ่งไม่ได้รับเปลวไฟ

เมื่อส่งคนเจ็บให้ศิษย์เรียบร้อย หลิงยวนจึงหันกลับไปมองเรือ

เชือกผูกถูกตัดแล้ว

ชายสวมเสื้อคลุมยืนอยู่ท้ายเรือ ด้านหน้ามีคนใช้ไม้ถ่อออกจากฝั่ง

เขายกมือขึ้น

เข็มดำสามเล่มพุ่งเข้าหากลุ่มคนเจ็บ

หลิงยวนฟันกระบี่ขวาง

เข็มทั้งสามถูกตรึงค้างกลางม่านปราณ แต่จังหวะที่ต้องป้องกันคนเปิดโอกาสให้เรือพ้นแนวตลิ่งไป

ชายสวมเสื้อคลุมหันมามองเพียงครั้งเดียว

แล้วใช้เท้าถีบหีบใบหนึ่งลงน้ำ

น้ำกระเซ็นสูง

จากหีบนั้น เงาดำแตกกระจายออกเป็นหลายสาย

“ขึ้นจากริมน้ำ!”

หลิงยวนยกกระบี่ลงตรงหน้า

แสงสีเงินอมฟ้าพาดขวางคลองเป็นแนว กั้นเงาที่พยายามเลื้อยเข้าหาฝั่ง

ศิษย์รีบพาคนเจ็บถอยขึ้นเนิน

เขาไม่ได้ละสายตาจากผิวน้ำเพื่อไล่ตามเรือ

เมื่อคนทั้งหมดพ้นระยะ หลิงยวนจึงพลิกข้อมือ กดแนวแสงลงลึกแล้วปิดเข้าหากัน

เสียงแหลมบาดหูดังขึ้นใต้ผิวน้ำ

ระลอกคลื่นกระแทกตลิ่ง ก่อนทุกอย่างค่อย ๆ สงบ

เรือของชายสวมเสื้อคลุมหายพ้นโค้งคลองแล้ว

หลิงยวนลดกระบี่ หายใจช้าลงหนึ่งจังหวะ

จากนั้นจึงหันกลับมานับคนที่พาออกมาได้

สามคน

ยังหายใจครบ

⸻

ใกล้เที่ยงคืน เปลชุดใหม่มาถึงสำนัก

เยว่ซีเห็นหลิงยวนเดินอยู่ข้างคนเจ็บ เสื้อด้านหนึ่งเปียกถึงเอว แต่ฝีเท้ายังมั่นคง

นางถอยเปิดทางก่อนถามสิ่งใด

เสิ่นซูเหอกับอาจารย์ฉินเข้ารับตัวทันที ผู้ถูกเงาครอบงำถูกนำไปยังห้องแยก ส่วนหญิงกับชายอีกสองคนส่งเข้าตรวจบาดแผล

หญิงที่นั่งบนเปลกอดรองเท้าข้างที่เหลือไว้แน่น

“ข้าขอกลับไปหาลูกได้หรือไม่”

เยว่ซีรับผ้าห่มจากจ้าวเฉิงมาคลุมให้นาง

“บอกชื่อกับหมู่บ้านให้เจ้าหน้าที่ก่อนเจ้าค่ะ พวกเขาจะช่วยติดต่อครอบครัว”

อีกฝ่ายจับชายผ้าห่มไว้

“ข้าไม่ได้หนีออกจากบ้าน ข้าแค่ออกมาซื้อยา…”

เสียงนางขาดหาย

เสี่ยวถังย่อตัวลงเก็บรองเท้าที่ตกจากมือ ก่อนวางไว้ข้างเปล

“ให้ผู้รักษาดูท่านก่อนนะเจ้าคะ ของของท่านจะอยู่ตรงนี้”

หญิงผู้นั้นพยักหน้าอย่างหมดแรง

เมื่อเปลถูกยกเข้าไป เยว่ซีจึงหันกลับมาหาหลิงยวน

“ได้มาทั้งหมดหรือไม่”

“สามคนที่อยู่ในเรือน ส่วนคนคุมหนีไปทางน้ำ”

เขาหยุด ก่อนกล่าวต่อ

“เรายังไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้มีคนถูกส่งไปที่อื่นอีกเท่าใด”

เยว่ซีมองประตูห้องรักษา

นางอยากถามว่าเหตุใดคนพวกนั้นจึงทำเช่นนี้ แต่คำถามคงไม่ได้ช่วยให้ใครหยุดเจ็บในคืนนี้

จึงเปลี่ยนเป็นถามเรื่องที่ทำได้ก่อน

“ยังต้องเตรียมที่เพิ่มหรือไม่”

หลิงยวนมองนางแล้วพยักหน้า

“เผื่อไว้อีกห้อง ข้าส่งคนตรวจตามทางแล้ว”

⸻

รอยผนึกบนตัวผู้ป่วยรายใหม่ทำให้อาจารย์ฉินเรียกหลิงยวนกลับเข้าไป

หลังตัดเสื้อที่ขาดออก พวกเขาพบรอยอักขระเล็กใต้สะบัก

มันไม่ได้เกิดจากเงาดำ

มีคนกรีดลงไปก่อน แล้วใช้ยาทาทับจนผิวรอบแผลด้านชา

เสิ่นซูเหอกำลังเปรียบเทียบกับรอยบนตัวถานอัน

ตำแหน่งต่างกัน แต่ส่วนปลายของอักขระเหมือนกัน

“มันขยับตามชีพจร” นางกล่าว “ตอนคนเจ็บสงบ รอยจางลง พอเริ่มรวบรวมปราณ เงาก็กลับมาดิ้น”

หลิงยวนก้มดูโดยไม่แตะ

“กั้นปราณจากภายนอกไว้ก่อน อย่ากระตุ้นให้เขาฝืนขับมันเอง”

อาจารย์ฉินพยักหน้า

“ข้าต้องรู้ว่ารอยนี้ทำไว้เปิดทางหรือยึดสิ่งที่อยู่ข้างใน หากตัดผิด อาจทำให้มันหลุดเข้าชีพจรส่วนอื่น”

เยว่ซีได้รับอนุญาตให้เข้ามาวางผ้าสะอาดตรงโต๊ะด้านนอก

นางเห็นภาพรอยอักขระที่เสิ่นซูเหอวาดไว้ แล้วหยุดมอง

เส้นนั้นขาดเป็นช่วง คล้ายมีทางซ่อนอยู่ระหว่างช่องว่าง

นางไม่ได้เอื้อมไปลองส่งปราณ

“อาจารย์เสิ่นเจ้าคะ ลองวาดส่วนที่ไม่มีรอยได้หรือไม่”

เสิ่นซูเหอหันมา

เยว่ซีชี้กระดาษโดยไม่แตะคนเจ็บ

“ตอนฝึกอาคม ข้ามองแต่เส้นที่เห็น จึงอ่านทางกลับผิด บางทีช่องว่างตรงนี้อาจเป็นส่วนที่พวกเขาตั้งใจเว้น”

เสิ่นซูเหอหยิบกระดาษอีกแผ่น ไล่ร่างช่องว่างตามภาพ

เส้นใหม่เชื่อมกันเป็นวงแคบ

หลิงยวนมองแล้วขยับเข้ามาใกล้

“คัดภาพนี้ไว้ด้วย อย่าเพิ่งแตะรอยจริง”

สิ่งที่เยว่ซีเสนอไม่ได้บอกวิธีรักษา

แต่ทำให้พวกเขามีอีกส่วนหนึ่งให้ตรวจ แทนการจ้องเพียงรอยกรีดซ้ำไปมา

นางถอยออกไปเมื่อส่งผ้าเรียบร้อย

คราวนี้นางรู้ว่าตนช่วยได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ปราณทุกครั้ง

⸻

ที่บันไดหน้าเรือน จ้าวเฉิงกำลังแบ่งน้ำอุ่นใส่ถ้วย

เขายื่นถ้วยหนึ่งให้เยว่ซี

“เจ้าหาวไปสองครั้งแล้ว”

นางรับมา

“เจ้าก็นับด้วยหรือ”

“ข้ากลัวเจ้าหลับแล้วทำถาดตก ข้าอยู่ใกล้ที่สุดคงต้องเก็บ”

เยว่ซีดื่มน้ำ ก่อนมองเสื้อเขาซึ่งมีคราบโคลนติดตรงชาย

“เมื่อครู่ใครทำชามหก”

จ้าวเฉิงหยุดมือ

เสี่ยวถังเดินผ่านมาพอดี

“เขาเอง”

“เจ้าไม่จำเป็นต้องตอบเร็วเพียงนั้น”

เสี่ยวถังยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินต่อไป

เยว่ซีหัวเราะเบา ๆ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่คนเจ็บชุดหลังมาถึง

จ้าวเฉิงเห็นแล้วจึงก้มจัดถ้วยต่อ

เสียงหัวเราะสั้น ๆ ไม่ได้ทำให้เรื่องในห้องรักษาเบาลง แต่ช่วยให้คนที่ยืนรออยู่ข้างนอกหายใจได้สะดวกขึ้นบ้าง

ไม่นานหลิงยวนออกมาจากประตู

เขาบอกว่าคนเจ็บทุกคนพ้นอันตรายเฉพาะหน้าแล้ว และมีศิษย์เวรดึกมารับงานต่อ

เยว่ซีวางถ้วย

“ข้าช่วยเก็บของก่อน”

“คนมาแทนแล้ว”

นางมองผ่านประตูเข้าไปอีกครั้ง

หลิงยวนรอจนศิษย์เวรใหม่รับถาดจากมือนางจริง ๆ จึงยื่นเสื้อคลุมให้

“กลับไปพัก พรุ่งนี้ยังมีคนต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า”

เยว่ซีสวมเสื้อคลุม แล้วถามเบา ๆ

“ท่านจะพักเมื่อใด”

“หลังส่งภาพให้หอวินัย”

นางเงยหน้ามองเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อ

หลิงยวนจึงเสริม

“จากนั้นกลับเรือน”

“ข้าจะดูว่าตะเกียงท่านดับหรือยัง”

“เช่นนั้นข้าคงต้องรีบ มิฉะนั้นเจ้าจะไม่ยอมนอน”

เขาดึงปกเสื้อให้นางพ้นลม

เยว่ซีจับมือเขาไว้ครู่หนึ่ง ก่อนปล่อยให้ไปทำงานต่อ

⸻

เผยเหวินซูยังไม่ได้นอน

เมื่อผู้คุมเปิดช่องส่งของ เขาลุกขึ้นทันที

“พบคนหรือไม่”

ผู้คุมวางสำเนาภาพลงบนโต๊ะ

“ช่วยออกมาได้สามคน ยังมีชีวิต”

เผยเหวินซูหลับตาลงชั่วครู่

คำตอบนั้นทำให้ไหล่ซึ่งเกร็งมาตลอดค่อย ๆ ลดลง

แต่เมื่อเห็นภาพ เขากลับนิ่งไปอีกครั้ง

หลิงยวนเดินเข้ามาพร้อมผู้จดบันทึก

“ภาพแรกเป็นรอยบนตัวผู้ถูกกักขัง ภาพที่สองเป็นช่องว่างระหว่างรอย เจ้ารู้จักหรือไม่”

เผยเหวินซูวางภาพทั้งสองเทียบกัน

เขาไม่ได้ตอบทันที

คราวนี้หลิงยวนเห็นชัดว่าอีกฝ่ายไม่ได้กำลังเลือกราคาที่จะต่อรอง

เขากำลังกลัวสิ่งที่จำได้

“เซี่ยจิ้งเหิงเคยให้ข้าตรวจรายการแผ่นผนึกแบบนี้” เผยเหวินซูกล่าวในที่สุด “แต่ตอนนั้นมันถูกใช้กับภาชนะ”

“ภาชนะใส่อะไร”

“เศษปราณที่เก็บจากฐานพิธี”

หลิงยวนชี้ส่วนปลายของวง

“ตรงนี้ทำหน้าที่ใด”

“เป็นทางเรียกกลับ เมื่อเปิดฐานต้นทาง สิ่งที่ถูกเก็บไว้จะไหลตามรอยนี้”

ผู้จดบันทึกหยุดมองเขา ก่อนก้มเขียนต่ออย่างรวดเร็ว

หลิงยวนถาม

“หากเปลี่ยนภาชนะเป็นคน?”

เผยเหวินซูเงยหน้า

ริมฝีปากเขาซีดลง

“ข้าไม่เคยเห็นการทำเช่นนั้น”

“เช่นนั้นอย่าเดา เขียนส่วนที่เจ้าแน่ใจทั้งหมด”

พู่กันถูกเลื่อนมาตรงหน้า

เผยเหวินซูรับมันไว้ แต่ก่อนเริ่มเขียน เขากลับชี้ช่องว่างในภาพที่สอง

“มีสิ่งหนึ่งที่ต้องตรวจเดี๋ยวนี้”

หลิงยวนรอ

“ปลายวงตรงนี้ไม่ควรเปิดค้าง หากบนตัวคนเหล่านั้นเป็นเช่นภาพจริง ต่อให้พวกท่านกั้นเงาดำไว้ได้…”

เสียงเขาเบาลง

“คนที่ถือฐานต้นทางอาจยังเรียกมันกลับได้”

⸻

ใต้ท้องเรือที่แล่นผ่านความมืด ชายสวมเสื้อคลุมเปิดหีบใบสุดท้าย

ภายในมีแผ่นผนึกเรียงอยู่หลายช่อง

สามแผ่นแตกร้าว

อีกเจ็ดแผ่นยังมีแสงริบหรี่

คนถ่อเรือเหลือบลงมามอง

“คนถูกชิงไปแล้ว เราจะตามกลับมาหรือขอรับ”

ชายผู้นั้นใช้นิ้วแตะแผ่นที่อยู่ใกล้ที่สุด

แสงในร่องอักขระสั่นขึ้น

“ไม่ต้อง”

เขาหยิบเข็มเล็กออกมา วางปลายลงตรงกลางแผ่น

“ให้พวกมันเก็บร่างไว้”

เข็มกดลึกลงช้า ๆ

“ข้าจะเอาสิ่งข้างในคืน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 102 — คราวนี้ข้าจะไปให้ทัน

    “ตอนนั้นท่านแม่อยู่ข้างข้า แล้วข้ากำลังเรียกใคร”หลินเยว่ซีวางบันทึกลงกลางโต๊ะประโยคสุดท้ายยังติดอยู่ในสายตา นางอายุเพียงสี่ขวบ แต่กลับได้ยินเสียงเรียกจากคนที่ไม่มีตัวตน ก่อนเหตุการณ์เมืองหลินอันถูกทำลายถึงหนึ่งปีผู้อาวุโสสวี่เลื่อนกระดาษส่วนที่พับไว้ออก“วันต่อมาบิดาเจ้าพาออกจากเรือนด้านตะวันตก อาการก็สงบ เขาเขียนไว้เท่านี้”เยว่ซีอ่านต่อจนถึงปลายหน้า แล้วพลิกด้านหลังเองไม่มีข้อความอื่นนางหันหาโม่หลิงยวน“ท่านเคยได้ยินเรื่องนี้หรือไม่”“ไม่เคย ตอนข้าพบเจ้า เจ้าห้าขวบแล้ว”“เช่นนั้นอย่าเพิ่งถือว่าเป็นอาคมเดียวกับที่ใช้จับคนเหล่านั้น”เยี่ยจื้อหยวนเงยหน้ามองนางเยว่ซีชี้ข้อความเรื่องย้ายเรือน“คนเจ็บที่เราช่วยกลับมายังมีอาการหลังออกจากที่ขัง แต่ข้าสงบลงทันทีที่เปลี่ยนสถานที่ อย่างน้อยมันก็ต่างกันตรงนี้เจ้าค่ะ”“ถูกต้อง” เขาตอบ “เก็บข้อแตกต่างนี้ไว้ตรวจต่อ”นางพยักหน้า ก่อนขอกระดาษมาคัดข้อความส่วนของบิดาระหว่างเขียน สายตากลับสะดุดลายหมึกที่คนอื่นเพิ่มลงในบันทึกฉบับใหญ่ ตรงที่บิดากำชับให้หยุดเมื่อผู้ป่วยเจ็บ มีคำสั่งให้ฝืนส่งปราณต่อเขียนทับอยู่พู่กันในมือนางหยุด“คนเขียนส่วนนี้ถูกจ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 101 — ลายมือที่กลับมาถึงนาง

    เผยเหวินซูหันกลับมาเมื่อได้ยินคำถามผู้คุมหยุดตาม เขามองบันทึกที่เยว่ซีประคองอยู่ ก่อนเดินกลับเข้ามาใต้ชายคาโดยมีคนตามประกบ“ตอนที่เซี่ยจิ้งเหิงสั่งให้ข้านำไปส่ง มันอยู่ในห้องหนังสือของเขาแล้ว”“เขาเคยบอกหรือไม่ว่าได้มาอย่างไร”“ไม่เคย”คำตอบสั้นจนเยว่ซีเผลอกำขอบกระดาษเผยเหวินซูเห็น แต่ไม่ได้รีบเติมสิ่งที่ตนไม่รู้ลงไปเพื่อให้นางพอใจ“ข้าจำได้ว่าตอนรับมา ปกกับเนื้อในหลุดจากกัน เขาให้คนเย็บใหม่ก่อนส่งออก ข้าเห็นเพียงหน้าที่เปิดค้างอยู่กับข้อความที่เขาสั่งให้ตรวจ”ผู้อาวุโสสวี่พลิกดูสันบันทึกทันทีด้ายสองแนวซ้อนกันอยู่จริง แนวหนึ่งสีซีดเกือบกลืนกับกระดาษ อีกแนวใหม่กว่าและร้อยห่างอย่างลวก ๆเยว่ซีมองรอยเย็บนั้นสิ่งที่บิดาเคยเขียนเพื่อช่วยคน ถูกใครบางคนถอดออก เปลี่ยนคำสอน แล้วเย็บกลับเข้าเล่มเหมือนไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น“ส่วนที่ใช้เสียงเรียกคน…” นางถาม “เป็นของท่านพ่อด้วยหรือไม่เจ้าคะ”เยี่ยจื้อหยวนเลื่อนบันทึกเข้าหาแสง“ที่อ่านพบตอนนี้ บิดาเจ้าใช้สิ่งคุ้นเคยช่วยให้ผู้ป่วยแยกความทรงจำออกจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ส่วนผู้แก้ไขกลับใช้ความคุ้นเคยนั้นหลอกให้คนยอมเปิดเส้นปราณ”เขาชี้ข้อความซึ่งถูก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 100 — โอกาสที่ต้องเดินกลับมา

    “เจ้าจะออกจากที่คุมขังเพื่อช่วยคนครั้งนี้เท่านั้น”เจ้าสำนักกล่าวพลางเลื่อนคำสั่งแผ่นหนึ่งมาตรงหน้าเผยเหวินซู“เครื่องผนึกปราณยังอยู่ ห้ามพกอาวุธ ห้ามแยกจากผู้ควบคุม หากพบสิ่งใดต่างจากที่เคยให้การ ต้องแจ้งทันที เมื่อเสร็จงานให้กลับมารับโทษตามเดิม”เผยเหวินซูก้มอ่านจนจบ“ข้ายอมรับ”ผู้คุมวางพู่กันให้ เขาจึงลงชื่อใต้คำสั่ง มือข้างที่ถูกเครื่องผนึกเสียดสีมีรอยแดง แต่ไม่ได้ร้องขอให้คลายออกจ้าวเฉิงมองลายมือบนกระดาษแล้วหันหาเจ้าสำนัก“ข้ามีเรื่องจะถามขอรับ”เผยเหวินซูวางพู่กันลง“ถามข้าเถิด”จ้าวเฉิงมองเขาตรง ๆ“จะให้พวกเราไว้ใจเจ้าได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าก็เคยหักหลังพวกเรา”ห้องเงียบลงทันทีเผยเหวินซูไม่ได้หลบสายตา แต่คำตอบกลับช้ากว่าตอนรับเงื่อนไข“ข้าไม่มีคำใดทำให้เรื่องนั้นหายไป”“แล้วหากข้างในมีทางหนีที่เจ้าจงใจไม่เขียน—”“จ้าวเฉิง”เยว่ซีเรียกเบา ๆเขาหันมา สีหน้ายังคงเคร่งเครียด“ข้าไม่ได้ค้านเพราะไม่อยากช่วยคน แต่หากเขาพาหลิงยวนกับผู้อาวุโสเข้าไปติดกับ เราจะเสียคนเพิ่มอีกเท่าไร”“ข้าก็กลัวเรื่องนั้น”คำตอบทำให้เขานิ่งเยว่ซีมองเผยเหวินซู ก่อนพูดต่อ“ข้ายังจำสิ่งที่เขาทำได้ แต่คำเตือน

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 99 — เสียงของคนที่ไม่อยู่

    “ตรวจสายเลือด?”หลินเยว่ซีเงยหน้าจากจดหมายเสียงเก็บเก้าอี้จากลานพิธีรับรางวัลยังดังลอดหน้าต่างเข้ามา ป้ายรางวัลบนฝักกระบี่ของหลิงยวนยังผูกด้วยเชือกเส้นที่นางเพิ่งจัดให้ แต่บนโต๊ะตรงหน้ากลับมีคำขอเลือดของนางวางอยู่เรียบร้อยแล้วเจ้าสำนักเลื่อนจดหมายอีกสามฉบับมารวมกัน“บางสำนักเชิญเจ้าไปพักฟื้น บางแห่งเสนอช่วยฝึกควบคุมปราณ ข้าเรียกมาถามความประสงค์ของเจ้า มิได้รับปากผู้ใด”เยว่ซีวางจดหมายคืน“ข้าไม่ไปเจ้าค่ะ”“อาจารย์ฉินกับท่านเยี่ยดูแลข้าก็เพียงพอแล้วเจ้าค่ะ”เจ้าสำนักพยักหน้า ก่อนส่งจดหมายให้ศิษย์รับรอง“แจ้งตามนี้ แล้วส่งแขกกลับไปพัก ไม่ต้องรอพบเยว่ซี”ศิษย์รับคำแล้วออกจากห้องไม่มีใครขอให้นางคิดใหม่เยว่ซีจึงคลายมือที่กำชายแขนเสื้อโดยไม่รู้ตัว หลิงยวนเห็น แต่เพียงขยับเก้าอี้ให้นางลุกสะดวกทั้งสองเดินออกทางประตูข้าง ระหว่างผ่านระเบียง เสียงสนทนาจากห้องรับรองดังขึ้นพอดี“แม้แต่พบสักครู่ก็ไม่ได้หรือ”“ศิษย์พี่หลินต้องพักขอรับ”“ข้าเพียงอยากช่วยให้นางรู้ว่าพลังนั้นมาจากไหน”เยว่ซีชะลอฝีเท้า เหลือบมองไปเพียงครู่เดียวหลิงยวนหยุดรออยู่ข้างหน้า“กลับหรือไม่”เยว่ซีเดินไปจับมือเขาเอง“กลับเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 98 — วันที่เสียงปรบมือกลับมา

    “อย่าให้ผู้ใดตามเสียงเข้าไปตามลำพัง”เยี่ยจื้อหยวนกล่าวหลังอ่านรายงานจบ เขาพลิกกระดาษกลับไปดูคำให้การของผู้รอดชีวิตอีกครั้ง ก่อนวางลงตรงหน้าเจ้าสำนัก“ยังสรุปไม่ได้ว่าเสียงมาจากคน อาคม หรือสิ่งอื่น แต่หากมันดังจากห้องที่ตรวจแล้วว่าไม่มีใคร ต้องรักษาระยะไว้ก่อน”ผู้อาวุโสสวี่เตรียมแผ่นอาคมลงกล่อง“ข้าจะไปกับคนส่งข่าว ตรวจทางเชื่อมใต้ดินและรอยสลักในห้อง ส่วนผู้รอดชีวิตให้ย้ายออกมาก่อน”หลิงยวนเลื่อนแผนที่เข้ามา“ใช้ทางเกวียนด้านใต้ เส้นทางสั้นกว่า และไม่ต้องผ่านช่องเขา ข้าจะให้คนไปสมทบที่ปากทาง”เจ้าสำนักอนุญาตทันที พร้อมส่งหมอและผู้คุ้มกันเพิ่มเมื่อจัดการเสร็จ ฟ้าด้านนอกเริ่มสว่างแล้วผู้อาวุโสสวี่ปิดกล่อง หันมองหลิงยวนซึ่งยังยืนอยู่ข้างแผนที่“เรื่องทางนี้มีคนรับแล้ว วันนี้เจ้ามีหน้าที่บนลาน”หลิงยวนพยักหน้าเขารอจนกลุ่มเดินทางพ้นประตู ก่อนหยิบกระบี่ขึ้นมาสายรัดข้อมือที่เยว่ซีผูกให้ยังเรียบร้อย⸻เยว่ซีมาถึงลานเหนือพร้อมยายหวังวันนี้เสี่ยวถังเลือกพักช่วงเช้า เพื่อเก็บแรงมาร่วมพิธีมอบรางวัลในตอนบ่าย จ้าวเฉิงรับปากจะจำกระบี่สุดท้ายไปเล่าให้ฟังอย่างละเอียด“ข้าบอกนางแล้วว่าจะไม่แต่งเต

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 97 — ก้าวกลับเข้าสู่ลาน

    เสียงกระบี่ไม้กระทบกันดังขึ้นสามครั้งครั้งที่สี่ เหยียนอวี้หนิงหยุดมือก่อนปลายกระบี่จะถึงไหล่จ้าวเฉิง“เจ้าเปลี่ยนเท้าเร็วเกินไป”จ้าวเฉิงก้มมองเท้าตนเอง“ข้าฝึกมาทั้งชีวิตเพื่อให้เร็วขึ้น วันนี้กลับต้องช้าลงอีก”“ข้าขอให้เจ้าจำลองจังหวะของเขา มิได้ขอให้เจ้าชนะข้า”“คำขอของเจ้าทำร้ายความมั่นใจข้ามาก”เยว่ซีซึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งหลุดหัวเราะ ก่อนใช้ปลายกิ่งไม้ขีดเส้นบนดิน“ตอนเขายกกระบี่หนัก ไหล่จะขยับก่อน แต่ตอนส่งปราณดิน เขาจะกดส้นเท้า”อวี้หนิงลดกระบี่แล้วเดินมาดู“หากเขาใช้สองอย่างพร้อมกัน?”เยว่ซีวางกิ่งไม้ทาบเส้นหนึ่ง“ครั้งก่อนเราคิดแต่ทำให้เขาลงเท้าไม่เต็มฝ่าเท้า แต่ถ้าเขายืนมั่นคงอยู่แล้ว เจ้าจะทำอย่างไร”อวี้หนิงมองภาพบนดิน ก่อนใช้รองเท้าลบเส้นตรงกลางทิ้ง“ข้าไม่จำเป็นต้องทำให้เขาล้ม”นางขีดเส้นใหม่ออกไปด้านข้าง“ให้กระบี่เขาไปถึงตำแหน่งที่ต้องการ แล้วข้าไปอีกทาง”จ้าวเฉิงชะโงกมอง“ดี เช่นนั้นคนที่ต้องยืนรับคือข้าหรือ”อวี้หนิงยื่นกระบี่ไม้คืนให้“เจ้าฉลาดขึ้นแล้ว”⸻สิบสองวันผ่านไปนับจากเหตุที่เรือนรักษาคนทั้งสามที่พยายามลักพาตัวผู้ป่วยถูกแยกสอบ บัญชีคลังอาวุธของสำนักต้นสังก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status