กระบี่ไม้ของจ้าวเฉิงหลุดจากมือเป็นครั้งที่สาม
มันหมุนกลางอากาศ ก่อนโม่หลิงยวนจะใช้ปลายกระบี่เกี่ยวด้ามไว้แล้วส่งกลับมา
จ้าวเฉิงรับทัน แต่ใบหน้าเริ่มร้อน
“ข้าเปลี่ยนท่าแล้ว”
“เท้ายังอยู่ที่เดิม”
หลิงยวนใช้ปลายไม้แตะพื้นข้างรองเท้าเขา
“เจ้าแก้กระบวนท่าด้านบน แต่เปิดทางด้านล่างให้ข้าเข้าถึงเหมือนเดิม”
จ้าวเฉิงก้มมอง ก่อนถอยเท้าขวาครึ่งก้าว
“เช่นนี้หรือ”
“ลองดู”
คราวนี้เขาไม่รีบฟัน
กระบี่ตั้งเฉียงคุมหน้าอก ฝีเท้าขยับตามหลิงยวนโดยไม่ก้าวยาวเกินไป เมื่ออีกฝ่ายเข้าประชิด จ้าวเฉิงจึงบิดข้อมือรับแล้วหมุนออกทางด้านข้าง
เสียงไม้กระทบกันดังติดกันสามครั้ง
เขารักษากระบี่ไว้ได้
แต่ปลายกระบี่ของหลิงยวนหยุดอยู่ใต้ชายโครงแล้ว
จ้าวเฉิงนิ่งไป ก่อนถอนหายใจ
“อย่างน้อยครั้งนี้ไม่หลุด”
“เพราะเจ้ารู้แล้วว่าต้องรักษาสิ่งใด”
เสียงตบมือดังจากริมลาน
หลินเยว่ซียืนอยู่ข้างเสี่ยวถัง ในมือมีถุงผ้ากับกระบอกน้ำ
จ้าวเฉิงหันไปทันที
“เจ้ามาตั้งแต่เมื่อใด”
“ก่อนกระบี่เจ้าจะบินรอบที่สาม”
“เช่นนั้นเจ้าพลาดสองรอบแรก”
“น่าเสียดายจริง ๆ”
เขาใช้กระบี่ชี้นาง
“ข้าหมายถึงพลาดตอนที่ข้ายังมีแรง”
หลิงยวนลดอาวุธลง
“พักก่อน อีกครู่ลองใหม่”
จ้าวเฉิงคารวะอย่างจริงจัง ครั้นเดินพ้นลานจึงกลับมาทำหน้าขึงขังใส่เยว่ซี
“เจ้าหัวเราะแล้ว”
“ข้าตบมือให้ เจ้าแยกไม่ออกหรือ”
“หน้าเจ้าไม่ได้ตบมือด้วย”
เสี่ยวถังหลุดหัวเราะจนต้องหันไปอีกทาง
เยว่ซีส่งกระบอกน้ำให้เขา
“ดื่มเสีย ก่อนจะเอาแรงที่เหลือมาเถียงหมด”
จ้าวเฉิงรับไว้
นางหันกลับไปหาหลิงยวนทันที ถามว่าเขาใช้แรงมากหรือไม่ ขณะที่อีกฝ่ายหยิบผ้าในมือนางไปเช็ดเหงื่อเพียงเล็กน้อยตรงขมับ
จ้าวเฉิงเปิดกระบอกน้ำแล้วดื่ม
ความรู้สึกแปลก ๆ ยังอยู่เหมือนเมื่อวาน แต่คราวนี้เขาไม่มัวหลบตามัน
พอนางหันกลับมา เขาจึงยกกระบอกขึ้น
“น้ำธรรมดาหรือ ข้านึกว่าเจ้าจะเอายาห้ามพูดมาให้”
“อาจารย์ฉินยังปรุงไม่สำเร็จ”
“ถ้าสำเร็จ เจ้าคงซื้อคนแรก”
“ข้าจะขอให้เขาปรุงหม้อใหญ่”
จ้าวเฉิงหัวเราะ น้ำเกือบหกใส่เสื้อ
⸻
หลังจบการฝึก หลิงยวนเรียกเยว่ซีไปคุยตรงศาลาข้างลาน
เสี่ยวถังเดินไปส่งของคืนผู้ดูแล ส่วนจ้าวเฉิงเก็บอาวุธเข้าที่
“คนที่หลบออกจากเรือนรักษายังจับไม่ได้” เขาบอก “แต่เรารู้แล้วว่าตะกร้าจะถูกส่งไปที่ใด สำนักส่งคนตามไปตรวจแล้ว”
เยว่ซีพยักหน้า
“เขาไม่ได้บันทึกเรื่องผนึกไปใช่หรือไม่”
“ไม่ได้ แต่เขาเห็นว่าเจ้าใช้ปราณไม้ได้ เรื่องนี้อาจมีคนอื่นส่งข่าวออกไปเช่นกัน”
นางก้มมองฝ่ามือตน
หลิงยวนวางสำเนากติกาประลองลงบนโต๊ะ
“เมื่อเจ้าลงสนาม คนย่อมเห็นวิชาที่เจ้าใช้ เราปิดทุกสายตาไม่ได้ แต่รายละเอียดการรักษาจะไม่ถูกส่งให้ผู้จัดงาน”
“แล้วพวกเขาจะตรวจว่าข้าลงประลองได้อย่างไร”
“รับคำรับรองจากผู้รักษาของสำนักกับผลประเมินตามกติกา หากมีข้อสงสัย ให้สอบถามผ่านเจ้าสำนัก”
เยว่ซีเปิดกระดาษอ่าน
นางยังเข้ารับการประเมินได้ตามเดิม ไม่มีข้อใดกำหนดว่าผู้เข้าสอบต้องยอมเปิดเผยวิชาประจำตัวหรือผนึกทั้งหมด
“วันนี้ข้าจะลองให้ผ่าน”
หลิงยวนมองนาง
“เพราะพร้อม หรือเพราะมีคนกำลังจับตา”
เยว่ซีคิดก่อนตอบ
“ข้าฝึกเพื่อให้พร้อมตั้งแต่ยังไม่มีหนังสือปลอม”
เขาพยักหน้า แล้วเลื่อนกระดาษกลับให้นาง
“เช่นนั้นไปทำเรื่องของเจ้า”
นางรับมา ก่อนเห็นรอยแดงบางตรงโคนนิ้วเขา
“ข้อมือท่านล่ะ”
“ฝึกกระบี่ไม้เพียงเท่านี้ยังไหว”
เยว่ซีจับมือเขาพลิกดูเอง
หลิงยวนปล่อยให้นางตรวจอย่างตั้งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถาม
“ได้เรียนจับชีพจรเพิ่มแล้วหรือ”
“ยัง ข้าดูว่าท่านยอมให้จับหรือไม่”
เขาหัวเราะเบา ๆ
นิ้วที่กำลังจะปล่อยกลับถูกเขารั้งไว้
“ถ้าเจ้าใช้วิธีนี้ตรวจทุกครั้ง ข้าคงไม่อยากหายเร็ว”
เยว่ซีเงยหน้าขึ้นทันที
เขายิ้มอยู่แล้ว
นางจึงบีบมือเขาหนึ่งทีแล้วรีบเดินออกจากศาลา
⸻
การประเมินจัดในลานฝึกชั้นใน
เสิ่นซูเหอเป็นผู้ตรวจอาการ ผู้คุมลานดูแลกติกา ส่วนหลิงยวนยืนสังเกตอยู่นอกเส้นเขต ไม่เป็นผู้ตัดสินผล
เยว่ซีต้องผ่านด่านเคลื่อนไหวสามช่วง ใช้ปราณไม้และปราณน้ำสลับกันตามโจทย์ ระหว่างทางจะมีสัญญาณให้หยุดโดยไม่บอกล่วงหน้า
หลังจากนั้นจึงทดสอบรับมือคู่ประลอง
นางอ่านกติกาจบแล้วส่งคืน
“พร้อมเจ้าค่ะ”
กระบี่ไม้ยกขึ้น
หุ่นฝึกตัวแรกกวาดแขนเข้ามาขวางทาง
เยว่ซีหลบออกด้านข้าง ส่งเถาวัลย์จากกระถางรั้งข้อศอกหุ่นไว้ชั่วครู่ ก่อนปล่อยทันทีที่ผ่านพ้นระยะ
เถาคลายลง
นางก้าวถึงอ่างน้ำในช่วงถัดไปพอดี
ลูกไม้ทรงกลมถูกปล่อยจากรางด้านบน เยว่ซียกน้ำเป็นแผ่นเฉียงรับแล้วเบี่ยงให้ตกลงในตะกร้าข้างทาง
ลูกแรกสำเร็จ
ลูกที่สองกระทบขอบตะกร้าแล้วกระเด็นออก
นางไม่ไล่ตาม
เบื้องหน้ามีลูกที่สามกำลังตก
แผ่นน้ำยกขึ้นต่ำกว่าเดิม ส่งลูกไม้ลงกลางตะกร้า ก่อนเยว่ซีถอนปราณแล้วข้ามไปยังหลักผ้า
เสียงระฆังดัง
ปลายเท้านางหยุดห่างเส้นเพียงเล็กน้อย
น้ำตกกลับลงอ่าง
เถาวัลย์ด้านหลังไม่ขยับ
ผู้คุมลานตรวจร่องแสงบนฐานแล้วพยักหน้า
“ผ่านช่วงหยุดปราณ ไปต่อได้”
เยว่ซีผ่อนลมหายใจออก
คราวนี้นางไม่ได้หันไปมองว่าใครยิ้มให้หรือไม่
ยังเหลืออีกช่วงหนึ่ง
⸻
จ้าวเฉิงเดินเข้ามาในลาน
เขาหมุนกระบี่ไม้หนึ่งครั้ง ก่อนตั้งท่า
“ข้าเพิ่งถูกศิษย์พี่โม่สอนมา เจ้าระวังตัวให้ดี”
เยว่ซีขยับเท้า
“ข้าก็ดูอยู่”
“นั่นแหละที่ข้ากังวล”
สิ้นเสียงเริ่ม เขาก็พุ่งเข้าหา
จ้าวเฉิงไม่เปิดศอกสูงอย่างเดิมแล้ว กระบี่คุมระยะอยู่ใกล้ตัว ฝีเท้าสั้นลงจนเยว่ซีใช้วิธีหมุนลอดแขนไม่ได้ง่าย ๆ
นางรับกระบี่สองครั้ง ถอยออกจากแนวหลักผ้า
เขาตามมาแต่ไม่ประชิดจนเกินไป
เถาวัลย์พุ่งจากด้านซ้าย
จ้าวเฉิงฟันปัด แล้วเปลี่ยนทิศกระบี่เข้าหาไหล่นางทันที
เยว่ซีย่อตัว ปล่อยเถาเส้นแรก ก่อนขยับออกทางขวา
นางไม่ได้ส่งเถาใหม่เข้ารัดเขา
ยอดเถากลับดันกระบอกไม้เปล่าข้างหลักให้กลิ้งขวางทางก้าว
จ้าวเฉิงเห็นทัน ยกเท้าข้าม
แต่จังหวะเปลี่ยนน้ำหนักทำให้เขาต้องชะลอกระบี่
เยว่ซีเข้าถึงหลัก
มือซ้ายกำลังจะคว้าผ้าแดง
ระฆังดังขึ้นอีกครั้ง
นางหยุด
จ้าวเฉิงหยุดตาม
ปลายนิ้วเยว่ซีอยู่ห่างชายผ้าเท่าเดิมกับวันก่อนแทบทุกอย่าง
มีเพียงเถาวัลย์ที่ทิ้งตัวลงทันที
ผู้คุมลานเดินตรวจรอบหลัก ก่อนประกาศ
“ผ่าน”
เยว่ซีค่อย ๆ ลดมือลง
จ้าวเฉิงมองผ้าที่นางยังไม่ได้หยิบ แล้วกล่าว
“วันนี้ข้าป้องกันผ้าไว้ได้”
นางหันมาหาเขา
“ส่วนข้าผ่านการประเมิน”
“เช่นนั้นเราชนะทั้งคู่?”
“หากเจ้าจะคิดเช่นนั้น ข้าก็ไม่ขัด”
จ้าวเฉิงยิ้ม ก่อนลดกระบี่คารวะอย่างถูกต้อง
เยว่ซีคารวะตอบ
เสียงปรบมือจากเสี่ยวถังดังขึ้นเป็นคนแรก
⸻
เสิ่นซูเหอตรวจชีพจรและการฟื้นตัวอยู่พักหนึ่ง ก่อนเขียนคำรับรอง
เยว่ซีผ่านเกณฑ์เบื้องต้นสำหรับสมัครประเภทปราณ โดยใช้เฉพาะสองสายที่ฝึกอยู่ ต้องเข้ารับการตรวจตามนัด และยังไม่อนุญาตให้ฝืนใช้พร้อมกัน
นางอ่านเงื่อนไขจนครบแล้วลงชื่อ
เสี่ยวถังยืนอยู่ข้างโต๊ะ รอจนหมึกแห้งจึงช่วยเก็บกระดาษเข้าซอง
“เจ้าจะลงทั้งกระบี่กับปราณเลยหรือ”
“ข้าจะดูเวลาของแต่ละประเภทก่อน ถ้าติดกันจนพักไม่พอ คงต้องเลือก”
“แล้วอาคม?”
เยว่ซีมองนาง
เสี่ยวถังยกมือขึ้นทันที
“ข้าไม่ได้ชวนให้เจ้าส่งโต๊ะรมควันเข้าประลอง”
เยว่ซีหัวเราะ
“ประเภทนั้นข้าจะไปดูให้มากก่อน เรายังอ่านทางกลับเกือบผิดอยู่เลย”
ผู้ดูแลลานเดินเข้ามาพร้อมแผ่นอาคมฝึกสองชุด
ก่อนเลิก เขาจะให้ศิษย์ที่ผ่านการประเมินลองเคลื่อนผ่านฉากกั้นตามคำบอกทางของคู่ฝึก ใช้เพียงฝีเท้ากับการอ่านอาคม ไม่ต้องส่งปราณเพิ่ม
เยว่ซีเหลือบไปหาเสี่ยวถัง
อีกฝ่ายก็หันมาพอดี
“เจ้ายังมีเวลาไหม”
เสี่ยวถังมองแสงแดดนอกหน้าต่าง
“มี ข้าส่งงานเสร็จแล้ว”
เยว่ซีจึงหยิบป้ายคู่ฝึกยื่นให้นาง
ครั้งนี้ไม่มีการถามซ้ำว่าพร้อมจริงหรือไม่
⸻
ภายในแนวฉากไม้มีทางเดินแคบสามสาย
ผู้ฝึกด้านในจะเห็นเพียงกำแพงตรงหน้า ส่วนคู่ฝึกด้านนอกมองแผ่นอาคมซึ่งแสดงตำแหน่งช่องเปิด ช่องเหล่านั้นจะเปลี่ยนทุกสิบลมหายใจ
ถ้าเลือกผิด จะติดอยู่ในทางตันและเสียเวลาเท่านั้น ผู้คุมสามารถหยุดฐานได้ทุกเมื่อ
เยว่ซีก้าวเข้าไปก่อน
ฉากไม้เลื่อนปิดด้านหลัง
“ได้ยินข้าหรือไม่” เสี่ยวถังเรียก
“ได้ยิน”
“ข้างหน้าเจ้าจะมีสองทาง รอให้แสงบนพื้นเปลี่ยนก่อนแล้วไปตะวันออก”
เยว่ซีมองเส้นแสงใต้เท้า
มันเปลี่ยนจากเหลืองเป็นขาว
นางก้าวผ่านช่องเปิด
ด้านนอก เสี่ยวถังไล่นิ้วตามแผ่นอาคมอย่างตั้งใจ
ทางช่วงแรกผ่านไปอย่างราบรื่น
จนถึงทางแยกสุดท้าย ช่องด้านขวาเปิดออก เผยให้เห็นธงปลายทางอยู่ห่างเพียงไม่กี่ก้าว
เยว่ซีเกือบก้าวไปแล้ว
“อย่าเพิ่งไปทางนั้น” เสี่ยวถังบอก “มันจะปิดก่อนเจ้าถึง”
นางหยุด
“ให้ข้าไปทางไหน”
“หันหลัง เดินกลับสองก้าว แล้วรอทางตะวันตก”
เยว่ซีมองธงที่เห็นอยู่ตรงหน้า
เสียงไม้เลื่อนดังขึ้นจากด้านหลัง
ชั่วขณะหนึ่ง ความทรงจำเก่าผุดขึ้นโดยไม่ได้รับเชิญ
ครั้งที่นางเคยเดินตามเพื่อนโดยไม่รู้ว่ากำลังถูกพาไปที่ใด
มือเยว่ซีกำแน่น
แต่เสียงเสี่ยวถังดังมาอีกครั้ง ชัดเจนและไม่เร่งเร้า
“ทางตะวันตกจะอ้อมออกหลังธง ข้าเห็นช่องเปิดแล้ว เหลืออีกสามลมหายใจ หากเจ้าไม่ทัน เรารอรอบต่อไปได้”
เยว่ซีผ่อนนิ้ว
นางหันกลับ เดินสองก้าวตามที่บอก
หนึ่ง
สอง
ช่องตะวันตกเปิดออก
นางก้าวเข้าไปโดยไม่ย้อนมองทางเดิม
แสงแดดส่องผ่านปลายฉาก
เสี่ยวถังยืนอยู่ข้างธงจริง ๆ
เยว่ซีเดินออกมาแล้วแตะธง เสียงระฆังจึงดังขึ้น
“สำเร็จ!”
เสี่ยวถังวางแผ่นอาคมลง วิ่งเข้ามาหา
“เมื่อครู่เจ้าหยุด ข้านึกว่าได้ยินไม่ชัด”
เยว่ซีมองเพื่อน
นางไม่จำเป็นต้องเล่าความกลัวที่แล่นผ่านทุกครั้งให้กลายเป็นคำสารภาพยาวนานอีก
วันนี้เสี่ยวถังบอกสิ่งที่เห็น
และนางเลือกฟัง
“ข้ากำลังตัดสินใจอยู่”
“แล้วเป็นอย่างไร”
เยว่ซียื่นป้ายคืนให้อีกฝ่าย
“คราวหน้าเจ้าเข้าไป ข้าจะบอกทางให้”
เสี่ยวถังรับป้าย ดวงตาค่อย ๆ สว่างขึ้น
“ตกลง”
⸻
ก่อนแยกกัน เสี่ยวถังหยุดอยู่ตรงทางเดินลงเรือนพัก
“เย็นนี้พี่ชายข้าจะมาพบผู้ดูแลเรื่องงาน ข้าจะไปเจอเขาที่เรือนรับรอง”
เยว่ซีพยักหน้า
เสี่ยวถังบอกต่ออย่างเป็นธรรมชาติ
“ข้าคงกลับมาฝึกไม่ทัน อย่ารอ”
นางไม่ได้พูดเหมือนขออนุญาต และไม่ได้ปิดบังจนต้องมีคนมาถามภายหลัง
เยว่ซีจึงตอบได้โดยไม่ต้องฝืน
“เช่นนั้นพรุ่งนี้”
“พรุ่งนี้ข้าจะมาแต่เช้า”
“ไม่ต้องเช้าเกินไป ยายหวังชวนเจ้ามากินข้าวด้วย”
เสี่ยวถังนิ่งไป
“ท่านยายชวนข้า?”
“นางถามถึงเจ้าหลายครั้งแล้ว ข้าบอกว่าพรุ่งนี้จะพาไป”
อีกฝ่ายก้มมองป้ายในมืออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
“ข้าจะไป”
เยว่ซีเดินมาถึงทางแยกจึงหยุดอีกครั้ง
ถุงผ้าบนไหล่มีทั้งตำรา กระบอกน้ำ และซองผลประเมิน นางต้องกลับไปคืนกระบี่ไม้ก่อนเข้าพบเสิ่นซูเหอ
“เสี่ยวถัง ฝากเอาถุงนี้ไปวางที่เรือนข้าหน่อยได้หรือไม่ ข้าจะตามไป”
มือที่ยื่นมารับชะงักเล็กน้อยเมื่อสัมผัสน้ำหนัก
“ข้างในมีผลประเมินด้วย”
“อยู่ในซอง อย่าให้เปียกก็พอ”
เยว่ซีส่งสายถุงให้ แล้วเดินกลับไปทางลาน
นางได้ยินเสี่ยวถังเรียกจากด้านหลัง
“เยว่ซี”
นางหันมา
เพื่อนยกถุงขึ้นเล็กน้อย
“ข้าจะวางไว้บนโต๊ะข้างหน้าต่าง”
“ได้”
คราวนี้เยว่ซีเดินต่อโดยไม่หันกลับไปตรวจอีก
⸻
ยามบ่าย หลิงยวนได้รับข่าวจากผู้ที่ตามรถตะกร้าลงเขา
สถานที่ปลายทางเป็นร้านรับส่งสมุนไพร เจ้าของร้านให้ความร่วมมือและนำห่อของที่มีคนฝากไว้ออกมาให้ตรวจ
ภายในไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเยว่ซี
มีใบสั่งยาหลายฉบับในนามคนที่พวกเขายังไม่รู้จัก และแผ่นกระดาษซึ่งระบุเวลารับของในอีกสามวัน
สิ่งที่สะดุดตาคือเครื่องหมายข้างชื่อยาบางชนิด
หลิงยวนเคยเห็นมันในเอกสารที่ยึดจากโรงยาของมู่เฉิงเจ๋อ
เขาวางของทั้งหมดต่อหน้าเจ้าสำนัก
“ยังยืนยันไม่ได้ว่าเป็นคนกลุ่มเดียวกัน แต่เส้นทางนี้ควรตรวจต่อ”
“คนรับของจะมาถึงในสามวัน?”
“ตามเวลาที่เขียนไว้ขอรับ ข้าจะให้คนเฝ้าโดยไม่เคลื่อนย้ายห่อจริง”
เจ้าสำนักอ่านใบสั่งยาแล้วขมวดคิ้ว
“ปริมาณนี้มากกว่ารักษาคนคนเดียว”
หลิงยวนพยักหน้า
ยาบางชนิดใช้บรรเทาอาการปราณปั่นป่วน บางชนิดกดอาการไว้ชั่วคราว หากใช้ร่วมกันผิดสัดส่วน ผู้กินอาจดูสงบทั้งที่อาการข้างในกำลังหนักขึ้น
“ให้หมอตรวจสำเนาก่อน” เจ้าสำนักกล่าว “อย่าเพิ่งให้ผู้ใดแตะของที่อาจเป็นหลักฐาน”
หลิงยวนรับคำ
ครั้งนี้เขาไม่ได้มองเพียงเส้นทางที่จะนำข่าวของเยว่ซีออกไป
มีบางคนกำลังขนสิ่งอื่นกลับเข้ามาด้วย
⸻
เยว่ซีพบหลิงยวนอีกครั้งตอนฟ้าเริ่มมืด
นางนั่งอยู่หน้าต่างเรือน ซองผลประเมินวางบนโต๊ะตรงที่เสี่ยวถังบอกไว้ ถุงผ้าถูกแขวนข้างเก้าอี้อย่างเรียบร้อย
หลิงยวนเคาะกรอบประตู
“คนผ่านการประเมินยังไม่นอน?”
“เพิ่งหัวค่ำเอง”
นางหยิบกระดาษขึ้นโบก
“ท่านยังไม่ได้ชมข้า”
เขาเดินเข้ามา รับกระดาษไปอ่านเงื่อนไขอีกครั้ง
“เจ้าแก้จุดที่พลาดได้ครบ และตอนลูกไม้ตกนอกตะกร้า เจ้าก็ไม่เสียจังหวะไล่ตาม”
เยว่ซีรอฟัง
หลิงยวนวางกระดาษลง
“วันนี้เจ้าทำได้ดีมาก”
รอยยิ้มของนางปรากฏทันที
“ประโยคท้ายควรพูดก่อน”
“เช่นนั้นครั้งหน้าข้าจะเริ่มด้วยประโยคท้าย”
นางหัวเราะแล้วเลื่อนเก้าอี้ให้เขา
ลมค่ำพัดผ่านหน้าต่าง กระดาษบนโต๊ะเผยอมุมขึ้น หลิงยวนยกถ้วยเปล่าทับไว้ให้
เยว่ซีมองซองนั้น ก่อนเอ่ย
“วันนี้ข้าฝากของไว้กับเสี่ยวถัง”
เขาหันมาฟัง
“ข้าไม่ได้คิดล่วงหน้าว่าจะทำ แค่ต้องไปคืนกระบี่ จึงฝากนางเอามาให้”
“แล้วเจ้ากังวลภายหลังหรือไม่”
เยว่ซีส่ายหน้า
นางเพิ่งรู้ตัวตอนกลับมาเห็นถุงอยู่ในเรือน ว่าตลอดทางจากลานฝึก นางไม่ได้คอยถามตนเองว่าของจะหายหรือไม่
“ข้าคงเริ่มเชื่อใจนางได้แล้ว”
หลิงยวนวางมือบนโต๊ะใกล้มือนาง
เยว่ซีเป็นฝ่ายขยับไปจับ
ไม่มีคำเตือนยืดยาวจากเขา มีเพียงนิ้วที่กระชับตอบอย่างอ่อนโยน
นางมองออกไปนอกหน้าต่าง
พรุ่งนี้มีทั้งการฝึก มื้อเช้ากับยายหวัง และคำแหย่ที่จ้าวเฉิงคงเตรียมไว้แล้ว
หลังผ่านมาหลายวัน นางเพิ่งรู้สึกว่าการรอวันใหม่ไม่จำเป็นต้องมีแต่ความระแวง
⸻
สามวันก่อนเวลานัดรับของ
ใต้ชายคาเรือนเก่าหลังหนึ่งนอกเมือง ชายสวมเสื้อคลุมยืนอ่านข่าวที่เพิ่งมาถึง
ไม่ได้บันทึกเส้นปราณ
คนที่ส่งเข้าไปถูกจับหนึ่งคน อีกคนยังไม่กลับ
เขาขยำกระดาษช้า ๆ
คนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าก้มศีรษะต่ำกว่าเดิม
“จะให้ส่งคนไปอีกหรือไม่ขอรับ”
“พอแล้ว สำนักกำลังระวังตัว”
ชายผู้นั้นหันไปมองหีบยาที่วางเรียงชิดผนัง
“ย้ายของก่อนรุ่งสาง”
“แล้วคนที่เฝ้าอยู่—”
“พาไปด้วย ใครเดินไม่ไหวให้ใช้รถ”
คำสั่งยังไม่ทันจบ เสียงกระแทกหนักก็ดังจากห้องด้านใน
ประตูไม้สั่นทั้งบาน
ชายที่คุกเข่าอยู่สะดุ้งเฮือก
เสียงครูดช้า ๆ ลากผ่านอีกฝั่งของประตู ก่อนเงียบลง
ชายสวมเสื้อคลุมเก็บเศษกระดาษเข้าแขนเสื้อ
“และเพิ่มยาอีกหนึ่งส่วน”
จากช่องใต้ประตู เงาดำสายหนึ่งค่อย ๆ เลื้อยออกมา
คนเฝ้าประตูรีบกดแผ่นยันต์ลงกับพื้น
เงานั้นถอยกลับ
แต่คราวนี้ มันทิ้งรอยไหม้ไว้บนไม้