หน้าหลัก / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 79 — ทางที่ต้องเลือกเอง

แชร์

บทที่ 79 — ทางที่ต้องเลือกเอง

ผู้เขียน: อวี้จวิน (玉君)
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-23 13:38:24

แสงขาวซึ่งดับไปครึ่งวงกลับสว่างขึ้นจากอีกด้าน

เสี่ยวถังกดแผ่นอาคมลงในตำแหน่งใหม่ ก่อนเลื่อนแผ่นข้างตะเกียงเข้ามาปิดทางเดิม

ปราณที่ถูกส่งย้อนกลับกระแทกแนวป้องกันดังปะทุ

เปลวไฟเอนจนแทบแนบปากตะเกียง

แต่ยังไม่ดับ

หญิงสาวฝั่งตรงข้ามเงยหน้ามองนางเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มประลอง ก่อนขยับแผ่นไม้สองชิ้นแยกออกจากกัน

แสงของเสี่ยวถังถูกบังคับให้เลี้ยวอีกครั้ง

คราวนี้นางไม่รีบตามไปแก้

เสี่ยวถังมองนิ้วของคู่ต่อสู้

ทุกครั้งที่นางส่งปราณเข้าเส้นกลาง อีกฝ่ายจะหมุนแผ่นทางขวาก่อน แล้วจึงเลื่อนแผ่นทางซ้ายมารับ

หากโจมตีทางเดิมอีก ผลก็คงไม่ต่างกัน

นางถอนปราณจากเส้นกลางจนเหลือเพียงแสงบาง ๆ

แล้วส่งพลังส่วนใหญ่ไปตามขอบวง

เสียงฮือดังขึ้นเมื่อเส้นแสงแยกออกเป็นสองทาง

หญิงสาวอีกฝั่งเลื่อนแผ่นมาขวางทางด้านข้างทันที

เสี่ยวถังรอจังหวะนั้นอยู่แล้ว

นางกดฝ่ามือลงบนฐาน

เส้นกลางสว่างวาบ!

ปราณพุ่งผ่านช่องที่เพิ่งเปิด ตรงเข้าหาตะเกียงฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็ว

เยว่ซีเผลอก้าวเข้าใกล้แนวกั้น

แสงไปถึงแล้ว!

ทว่าหญิงสาวฝั่งตรงข้ามยกแผ่นไม้ชิ้นหนึ่งขึ้น พลิกด้านแล้ววางขวางหน้าตะเกียง

ปราณของเสี่ยวถังแตกออกเป็นประกายเล็ก

เปลวไฟของอีกฝ่ายไหวแรง ก่อนตั้งตรงขึ้นใหม่

เสียงถอนหายใจดังรอบลาน

เสี่ยวถังกัดริมฝีปาก

เกือบแล้ว

แต่คราวนี้คู่ต่อสู้ไม่ปล่อยให้นางเป็นฝ่ายเริ่มอีก

แผ่นไม้ทั้งหกสว่างขึ้นพร้อมกัน

ปราณสามสายแล่นเข้ามาคนละทิศ!

⸻

เสี่ยวถังดึงมือกลับมาป้องกันตะเกียง

นางปิดทางขวา ส่งแรงผลักทางซ้าย แล้วใช้แผ่นกลางรับปราณสายสุดท้าย

แรงกระแทกส่งขึ้นมาตามฝ่ามือจนชาถึงข้อมือ

คู่ต่อสู้ไม่ได้ส่งพลังมากกว่านางอย่างท่วมท้น

แต่ทุกสายมาถึงห่างกันเพียงนิดเดียว บีบให้นางต้องขยับมือไม่หยุด

เมื่อปิดทางหนึ่ง อีกทางก็เปิด

เมื่อดึงแผ่นกลับมาป้องกัน ตำแหน่งสำหรับบุกก็หายไป

เสี่ยวถังเริ่มหายใจเร็วขึ้น

ข้างลาน จ้าวเฉิงโน้มตัวไปด้านหน้า

“นางถูกบังคับให้ตามมืออีกฝ่ายแล้ว”

เยว่ซีเห็นเช่นกัน

เสี่ยวถังกำลังมองแสงที่พุ่งเข้ามาทีละสาย จนไม่มีเวลาเงยดูทั้งวง

นางอยากบอกให้เพื่อนหยุดตาม

แต่บนลานนั้น เสี่ยวถังต้องหาทางเอง

แสงอีกสายพุ่งเข้าหาตะเกียง

เสี่ยวถังยื่นมือไปคว้าแผ่นป้องกัน ทว่าครั้งนี้กลับหยุดกลางทาง

หากยังทำเช่นนี้ต่อ นางจะค่อย ๆ เสียทุกตำแหน่งจนเหลือเพียงนั่งรอให้ตะเกียงดับ

นางปล่อยทางด้านขวา

แล้วรวบปราณส่งสวนกลับไปทางซ้ายทั้งหมด!

เปลวไฟของตนสะบัดจนยอดไฟขาดเป็นช่วง

เสียงร้องดังจากกลุ่มผู้ชม

คู่ต่อสู้ต้องถอนมือที่กำลังบุกกลับไปป้องกันทันที

เสี่ยวถังได้เวลาหายใจหนึ่งครั้ง

นางรีบเลื่อนแผ่นสองชิ้นกลับเข้าที่ ก่อนเงยหน้ามองอีกฝ่าย

หญิงสาวผู้นั้นขมวดคิ้วแล้ว

เสี่ยวถังยิ้มออกมานิดหนึ่ง แม้เหงื่อจะไหลเข้าหางตา

นางยังทำให้อีกฝ่ายต้องเปลี่ยนแผนได้

⸻

การโจมตีครั้งต่อมาเงียบกว่าครั้งก่อน

แสงจากฝั่งคู่ต่อสู้ลดลง เหลือเพียงสายบางที่ไหลมาตามขอบวง

เสี่ยวถังไม่ไว้ใจ

นางรักษาแผ่นป้องกันไว้ข้างตะเกียง แล้วค่อย ๆ ขยับทางบุกทีละช่วง

ช่องตรงกลางเปิดอยู่

กว้างพอให้ส่งปราณเข้าไปได้โดยไม่ต้องชนแนวป้องกัน

นางมองมันอยู่อึดใจ

จากนั้นจึงส่งปราณเพียงเล็กน้อยไปทดสอบ

แสงแล่นผ่านได้จริง

คู่ต่อสู้รีบเลื่อนแผ่นเข้าขวาง

เสี่ยวถังตัดสินใจทันที

นางเร่งปราณตามเข้าไป ก่อนอีกฝ่ายจะปิดช่องได้สนิท!

แสงขาวพุ่งข้ามกลางลาน

ขณะเดียวกัน เส้นบางที่อยู่ตามขอบวงกลับสว่างขึ้น

เสี่ยวถังหันขวับ

ปราณของคู่ต่อสู้ไม่ได้หยุดอยู่ตรงที่นางเห็นเมื่อครู่

มันไหลอ้อมมาถึงด้านหลังแผ่นป้องกันแล้ว

นางคว้าแผ่นข้างตะเกียง เลื่อนกลับมาปิดทาง

ช้าไปหนึ่งจังหวะ

ลมเย็นวูบหนึ่งผ่านหน้า

เปลวไฟดับลง

เสี่ยวถังค้างมืออยู่กลางอากาศ

อีกฝั่ง ตะเกียงของคู่ต่อสู้เอนแรงจากปราณที่นางส่งไป เปลวไฟเล็กลงจนเหลือเพียงจุดส้ม ก่อนค่อย ๆ ลุกขึ้นอีกครั้ง

เสียงระฆังยุติการประลองดังขึ้น

เสี่ยวถังมองตะเกียงที่ดับของตน

ควันเส้นเล็กลอยผ่านปลายนิ้ว

นางแพ้แล้ว

⸻

หญิงสาวฝั่งตรงข้ามเก็บปราณออกจากวง ก่อนคำนับให้นาง

เสี่ยวถังคำนับตอบ แล้วก้มเก็บแผ่นไม้ของตน

นางเก็บผิดช่องไปหนึ่งชิ้น ต้องหยิบออกมาจัดใหม่

“เมื่อครู่เจ้าบังคับให้ข้าใช้แผ่นป้องกันก่อนกำหนด”

เสียงจากอีกฝั่งทำให้นางเงยหน้า

คู่ต่อสู้ชี้แผ่นไม้ซึ่งพลิกด้านไว้

“ข้าตั้งใจเก็บมันไว้ตอนท้าย”

เสี่ยวถังมองแผ่นนั้น ก่อนถาม

“แต่ตอนสุดท้าย ท่านจงใจเปิดทางกลางให้ข้าใช่หรือไม่”

อีกฝ่ายพยักหน้า

“เจ้าตรวจทางก่อนบุกแล้ว แต่ยังมองไม่ครบ”

เสี่ยวถังก้มมองตำแหน่งขอบวง

นางจำได้ทันทีว่าตนละสายตาจากตรงนั้นเมื่อใด

“ข้ามัวแต่มองมือท่าน”

“ครั้งแรกเจ้ามองมือข้าจึงเกือบชนะ ครั้งหลังข้าจึงขยับให้เจ้ามอง”

เสี่ยวถังนิ่งไป แล้วหัวเราะเบา ๆ อย่างเสียดาย

“ข้าถูกหลอกด้วยสิ่งที่คิดว่าตนจับได้เสียแล้ว”

นางคำนับอีกครั้ง คราวนี้ลึกกว่าเดิม

ก่อนเดินลงจากลานพร้อมกล่องแผ่นอาคมในอ้อมแขน

เยว่ซีรออยู่ด้านล่าง

เสี่ยวถังเดินมาหยุดตรงหน้า แล้วเอ่ยทันที

“ข้าอยากนั่งเงียบ ๆ สักครู่”

“ได้”

เยว่ซีรับกล่องมาถือ

ทั้งสองเดินไปนั่งใต้ร่มไม้ด้านหลังที่นั่งผู้ชม จ้าวเฉิงตามมาวางกระบอกน้ำไว้บนม้านั่ง ก่อนนั่งลงอีกด้านโดยไม่เอ่ยล้อ

เสียงการประลองคู่ถัดไปดังอยู่ไกล ๆ

เสี่ยวถังก้มมองฝ่ามือตนเอง

ผ่านไปพักหนึ่ง นางจึงพูดขึ้น

“ตอนตะเกียงของนางเกือบดับ ข้านึกว่าจะทำได้”

เยว่ซีหันมอง

“ข้าก็ลุ้นอยู่ตรงนั้น”

เสี่ยวถังยกมือปิดหน้า ถูแรง ๆ หนึ่งครั้ง

“ข้าอยากย้อนกลับไปเลื่อนแผ่นสุดท้ายใหม่”

จ้าวเฉิงพิงเสา

“หากหาวิธีย้อนกลับได้ พาข้าไปด้วย ข้าขอย้อนก่อนเจ้านิดหนึ่ง”

เสี่ยวถังลดมือลง

นางมองเขา ก่อนหลุดหัวเราะออกมาสั้น ๆ

ความเสียดายยังอยู่

แต่คราวนี้นางยกกระบอกน้ำขึ้นดื่มได้แล้ว

⸻

เหยียนอวี้หนิงมาตามพวกเขาก่อนการประลองของตนเริ่ม

“ข้าบอกให้มาดู มิได้บอกให้มานั่งหลบแดด”

เยว่ซีรีบลุก

“ยังทันใช่หรือไม่”

“หากเจ้าเดินตอนนี้”

เสี่ยวถังยกกล่องขึ้นตาม แต่เยว่ซีรับไปถือเสียก่อน

อวี้หนิงเหลือบมองดวงตาแดงเล็กน้อยของเสี่ยวถัง แล้วไม่ได้ถามถึงผล

นางเพียงกล่าวขณะเดินนำ

“คู่ของข้าใช้ปราณลม หากใครเห็นกระโปรงข้าปลิวแล้วหัวเราะ ข้าจะจำไว้”

จ้าวเฉิงก้มมองชุดฝึกซึ่งนางรัดชายไว้อย่างเรียบร้อย

“เจ้าเตรียมมาดีถึงเพียงนี้ คงไม่เปิดโอกาสให้พวกข้า”

อวี้หนิงหันมาค้อน

แต่เมื่อเดินถึงบันได นางกลับมองผ่านกลุ่มคนไปด้านหลัง

โม่หลิงยวนเพิ่งมาถึงพร้อมเสิ่นซูเหอ

สายตาของอวี้หนิงหยุดที่เขาเพียงครู่เดียว ก่อนนางจะหันกลับขึ้นลาน

เยว่ซีเห็น

นางไม่ได้พูดอะไร เพียงเลือกที่ยืนซึ่งมองการประลองได้ชัดที่สุด

⸻

คู่ต่อสู้ของอวี้หนิงไม่ยอมให้ปราณดินแตะตัวง่าย ๆ

ทันทีที่เริ่ม เขาก็ใช้แรงลมส่งตัวออกด้านข้าง หลบแนวดินที่ยกขึ้นจากพื้น แล้วโจมตีจากระยะห่าง

อวี้หนิงยกกระบี่รับ

แรงลมกระแทกแขนเสื้อจนสะบัด

นางถอยหนึ่งก้าวแล้วหยุด ส่งปราณลงพื้นอีกครั้ง

สันดินพุ่งขึ้นตัดทาง

ชายผู้นั้นกระโดดข้ามอย่างคล่องแคล่ว ปลายกระบี่สะบัดส่งลมเข้าใส่นางกลางอากาศ

อวี้หนิงต้องหมุนตัวหลบ

ชายเสื้อด้านข้างขาดเป็นรอย

“เขาไม่ยอมลงตรงที่นางเตรียมไว้” เสี่ยวถังพึมพำ

เยว่ซีมองพื้นลาน

สันดินแต่ละแห่งสูงไม่เท่ากัน

บางแห่งสูงพอขวางทาง บางแห่งต่ำจนแทบไม่มีประโยชน์

นางหรี่ตา

อวี้หนิงไม่เคยเสียแรงยกดินเล่น

บนลาน ชายผู้ใช้ปราณลมเร่งโจมตีอีกครั้ง เขากระโดดผ่านสันดินเตี้ยทางซ้าย ก่อนเหยียบลงในพื้นที่ว่างข้างตัวอวี้หนิง

เป็นตำแหน่งที่เข้าประชิดได้เร็วที่สุด

ปลายเท้าแตะพื้น

ดินใต้ฝ่าเท้ายุบลงทันที!

เขารีบส่งลมยกตัว แต่กระบี่ของอวี้หนิงเข้าถึงแล้ว

คมแรกบังคับให้เขายกแขนป้องกัน

คมถัดมาตัดทางหมุนตัว

อวี้หนิงก้าวขึ้นสันดินเตี้ยที่ตนสร้างไว้ ส่งตัวสูงกว่าอีกฝ่ายครึ่งช่วงอก แล้วฟันกดลงอย่างหนัก

ชายผู้นั้นต้องลงเท้ารับแรง

ตรงที่เขาลง กลับเป็นแอ่งดินอีกแห่ง

เข่าเขาทรุด

ปลายกระบี่ของอวี้หนิงหยุดตรงหัวไหล่ก่อนเขาจะตั้งหลักได้

เสียงประกาศผลดังขึ้นท่ามกลางเสียงปรบมือ

เยว่ซียกมือขึ้นเหนือศีรษะ

อวี้หนิงมองมาแล้วส่ายหน้านิดหนึ่ง เหมือนจะบอกให้นางลดมือลงเสียที

แต่ตอนเดินลงบันได รอยยิ้มของนางกลับซ่อนไม่มิด

⸻

“เจ้าเลือกทางลงให้เขา”

เยว่ซีพูดทันทีที่อวี้หนิงมาถึง

“ข้าวางทางที่เขาอยากใช้ไว้ต่างหาก” นางตอบ “หากทำให้เห็นว่าอันตรายทั้งหมด เขาย่อมไม่ลงมา”

เสี่ยวถังมองกลับไปยังลาน

“เหมือนช่องกลางเมื่อครู่ของข้าเลย”

อวี้หนิงหันมอง

เสี่ยวถังไม่ได้หลบตา คราวนี้นางเริ่มเล่าได้แล้วว่าตนพลาดอย่างไร

ทั้งสองคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเสียงหลิงยวนจะดังขึ้น

“เจ้าคุมแรงที่กระบี่สุดท้ายได้ดี”

อวี้หนิงหยุดพูด

นางหันไปคำนับเขา รอยแดงจาง ๆ ปรากฏตรงใบหู

“ขอบคุณศิษย์พี่”

หลิงยวนพยักหน้า ก่อนหันมารับกล่องอาคมจากเยว่ซีซึ่งกำลังเปลี่ยนมือเพราะหนัก

อวี้หนิงเห็นการเคลื่อนไหวนั้น

รอยยิ้มของนางลดลงเพียงเล็กน้อย

จากนั้นนางก็ก้มดูป้ายผ่านรอบในมือตน แล้วเก็บมันเข้าชายแขนเสื้ออย่างระมัดระวัง

วันนี้นางชนะ

เรื่องนั้นยังทำให้นางดีใจได้ แม้คนที่อยากให้มองจะหันไปมองคนอื่นแล้วก็ตาม

⸻

ช่วงพักกลางวัน ยายหวังยึดม้านั่งใต้ร่มไม้ไว้ให้ทุกคน

เมื่อเสี่ยวถังกับจ้าวเฉิงมาถึง หญิงชราก็เลื่อนชามอาหารไปตรงหน้าโดยไม่ถามผล

เสี่ยวถังนั่งลงแล้วบอกเอง

“ยาย ข้าแพ้”

“ได้ยินคนเล่าแล้ว”

“เร็วถึงเพียงนั้นเลยหรือ”

ยายหวังพยักหน้าไปทางจ้าวเฉิง

“คนนี้ก็มีคนมาเล่า”

จ้าวเฉิงถอนหายใจ

“ข่าวข้าเร็วกว่าเจ้าด้วยซ้ำ”

ยายหวังใช้ตะเกียบชี้ชาม

“ผู้ใดจะเล่าใหม่ก็ให้กินก่อน ยายตื่นมาทำตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ไม่ได้เตรียมไว้เลี้ยงเฉพาะคนชนะ”

เสี่ยวถังก้มลงกินทันที

เยว่ซีเห็นยายตักผักใส่ชามเพื่อนเพิ่ม แล้วนึกถึงวันเก่า ๆ ที่เสี่ยวถังมานั่งกินข้าวด้วยกัน

วันหนึ่งทั้งสองแอบไปเก็บผลไม้จนกลับค่ำ

เสี่ยวถังรับปากว่าจะเป็นคนอธิบายเอง แต่พอเห็นยายยืนรออยู่หน้าประตู กลับผลักนางออกไปก่อน

เยว่ซีหลุดยิ้ม

“เจ้าจำได้หรือไม่ ครั้งที่เรากลับมืด เจ้าบอกจะช่วยข้าพูดกับยาย”

เสี่ยวถังชะงักตะเกียบ

“เหตุใดต้องนึกเรื่องนั้นวันนี้”

“เจ้าพูดเพียงว่าเยว่ซีมีเรื่องจะบอก แล้วก็วิ่งเข้าครัว”

จ้าวเฉิงหัวเราะทันที

เสี่ยวถังรีบแก้

“ข้าไปเอาน้ำมาให้ยาย จะได้ใจเย็นลงก่อน!”

ยายหวังส่ายหน้า

“ข้าให้พวกเจ้าถือโคมไปตามหาไม้เท้าที่ลืมไว้ต่างหาก จำกันได้คนละครึ่งจริง ๆ”

เยว่ซีมองเสี่ยวถัง

อีกฝ่ายมองกลับมา ก่อนทั้งสองจะหัวเราะพร้อมกัน

ครั้งนี้ไม่มีใครต้องระวังว่าจะพูดถึงอดีตส่วนใดได้บ้าง

เสี่ยวถังหยิบผักในชามตนคืนใส่ชามเยว่ซีหนึ่งชิ้น

“ผู้ใดขุดเรื่องเก่าขึ้นมา ผู้นั้นกินเพิ่ม”

“นั่นผักที่เจ้าไม่ชอบ”

“เจ้าจำแม่นแต่เรื่องเช่นนี้”

ยายหวังตักกลับใส่ชามเสี่ยวถังสองชิ้น

เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้งใต้ร่มไม้

⸻

หลังอาหาร หลิงยวนถูกศิษย์หอวินัยมาตามไปยังเรือนรักษาด้านใน

เยี่ยจื้อหยวนกับผู้อาวุโสสวี่รออยู่ข้างเตียงเถียนลู่

ชายที่ถูกจับจากโรงสีฟื้นแล้ว ใบหน้าซีด ริมฝีปากแห้ง เขามองถ้วยน้ำซึ่งวางอยู่ข้างเตียง แต่ไม่ยอมแตะ

“เขาขอให้ตรวจน้ำใหม่” ผู้อาวุโสสวี่บอก

หลิงยวนมองชายบนเตียง

“เจ้าคิดว่ามีสิ่งใดอยู่ในนั้น”

เถียนลู่กำผ้าปูเตียงแน่น

“พวกเขาบอกว่ายาจะทำให้ข้าทนปราณได้มากขึ้น”

เยี่ยจื้อหยวนเลื่อนถ้วยไปให้ผู้รักษาเปลี่ยน

“สิ่งที่อยู่ในตัวเจ้าเกือบฆ่าเจ้าเมื่อถูกจับ เจ้าเคยรู้เรื่องนี้หรือไม่”

ชายผู้นั้นส่ายหน้าเร็วเกินกว่าจะรักษาท่าทีได้

หลิงยวนไม่ปลอบเขา

“คนที่เจ้าทำร้ายยังนอนอยู่อีกห้อง พวกเขาก็ไม่ได้รู้ว่าจะเกิดสิ่งใดกับตนเช่นกัน”

เถียนลู่หลบตา

ความเงียบทอดอยู่ชั่วครู่ ก่อนเขาจะเอ่ยขึ้น

“ข้าจะบอกที่รับยา”

ผู้อาวุโสสวี่เรียกผู้จดคำให้การเข้ามา

เถียนลู่กลับมองประตูอย่างหวาดระแวง

“แต่คนที่ให้ยาข้าไม่ใช่เฉินซู่”

หลิงยวนยืนอยู่ปลายเตียง

“บอกสิ่งที่เจ้าเห็นเอง”

ชายผู้นั้นกลืนน้ำลาย

“เขาเคยพาคนไปพบเซี่ยจิ้งเหิง ข้าไม่รู้ชื่อจริง…แต่เผยเหวินซูรู้จักหน้าเขา”

หลิงยวนหันไปสั่งศิษย์หอวินัย

“ให้เขาบรรยายรูปพรรณก่อน แยกสอบเรื่องสถานที่กับวันรับยา แล้วจึงนำไปเทียบคำให้การเดิม”

เถียนลู่รีบพูด

“ข้าจำมือเขาได้ นิ้วก้อยข้างขวาขาดไปข้อหนึ่ง”

พู่กันของผู้จดเคลื่อนทันที

ครั้งนี้พวกเขามีสิ่งให้ตามมากกว่าชื่อที่อาจถูกยืมมาใช้

⸻

เยว่ซีใช้เวลาช่วงบ่ายดูการประลองปราณคู่ที่เหลือ

นางพบชายเสื้อเขียวที่อวี้หนิงเคยชี้ให้ดูอีกครั้ง

เขาถอยสามก้าวติดกัน หลบกระบี่ของคู่ต่อสู้จนเกือบถึงขอบลาน ก่อนเปลี่ยนทิศอย่างฉับพลัน

ลมพุ่งจากด้านข้าง

คู่ต่อสู้เสียหลักเพียงครู่เดียว กระบี่ก็ถูกตีหลุดจากมือ

ทุกอย่างจบเร็วจนคนข้างลานยังไม่ทันลดมือที่ยกเชียร์

เยว่ซีมองจุดที่ชายผู้นั้นหยุดเท้า

จากนั้นจึงก้มลงจดบางอย่างในสมุดเล็ก

“เจ้าจดว่าข้าถอยสามก้าวหรือ”

เสียงใกล้ตัวทำให้นางเงยหน้า

ชายเสื้อเขียวเดินลงจากลานมาแล้ว เขาถือกระบี่พาดแขน รอยยิ้มดูเป็นมิตร แต่สายตาคมกว่าท่าทางมาก

เยว่ซีปิดสมุด

“ข้าจดว่าท่านชอบให้คนอื่นคิดว่าถอยจนไม่มีทางไป”

เขาหัวเราะ

“เช่นนั้นคงต้องระวังหน่อย”

“ท่านเห็นข้าประลองด้วยหรือ”

“เห็นตั้งแต่ก่อนเจ้าจะเกี่ยวข้อเท้าหานรั่วหลัน”

เยว่ซีชะงักเล็กน้อย

ชายผู้นั้นมองไปยังประกาศรายชื่อซึ่งผู้ดูแลเพิ่งนำมาแขวน

นางหันตาม

ชื่อของตนอยู่ตรงข้ามกับเขาในรอบถัดไป

กำหนดประลองพรุ่งนี้เช้า

“ข้าชอบวิธีที่เจ้าเปลี่ยนจากน้ำเป็นไม้” เขากล่าว “แต่ระหว่างนั้น ยังมีช่วงที่เจ้าใช้ได้เพียงกระบี่”

เยว่ซีหันกลับมาช้า ๆ

เขาไม่ได้พูดข่มขู่

เพียงบอกตรง ๆ ว่าเห็นจุดอ่อนของนางแล้ว

“หวังว่าพรุ่งนี้เจ้าจะปิดช่วงนั้นได้”

ชายเสื้อเขียวคำนับ ก่อนเดินจากไปหากลุ่มศิษย์ร่วมสำนัก

เยว่ซีก้มมองสมุดในมือ

นางเคยชนะด้วยการเลือกจังหวะที่คู่ต่อสู้ไม่ทันระวัง

แต่คนพรุ่งนี้รู้แล้วว่านางทำอะไรได้บ้าง

เสียงฝีเท้าหยุดข้างตัว

หลิงยวนกลับมาทันเห็นนางมองประกาศ

“ได้คู่แล้วหรือ”

เยว่ซีพยักหน้า

“เขาเห็นตอนข้าเปลี่ยนปราณ”

หลิงยวนอ่านรายชื่อ ก่อนหันมาหานาง

“เจ้าจะทำอย่างไร”

เยว่ซีเปิดสมุดอีกครั้ง

ภาพการประลองเมื่อครู่ยังชัดอยู่ในหัว ทั้งทางถอย จังหวะหมุนตัว และลมที่พุ่งจากด้านข้าง

นางลากเส้นผ่านทางบุกเดิมที่ตนเพิ่งวาดไว้

“ถ้าข้ามัวแต่พยายามเปลี่ยนให้เร็วขึ้น พรุ่งนี้คงไล่ตามเขาทั้งลาน”

ปลายพู่กันหยุดตรงจุดที่ชายเสื้อเขียวลงเท้าก่อนสวนกลับ

เยว่ซีเงยหน้า

“คราวนี้ข้าจะทำให้เขาต้องหยุดรอข้าบ้าง”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 81 — คนที่ถูกนับวัน

    “เขาชื่อหูเซิ่ง”เผยเหวินซูวางพู่กันลงข้างภาพมือที่นิ้วก้อยขาดไปข้อหนึ่ง“เคยรับคนจากเรือนพักของเซี่ยจิ้งเหิงไปส่งยังโรงยาหลายแห่ง ข้าเป็นผู้จ่ายค่าเดินทางให้เขา”โม่หลิงยวนเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วนั่งลง“คนที่ถูกส่งไปเป็นใคร”“คนป่วย คนที่มีปราณแต่ควบคุมไม่ได้ บางคนถูกบอกว่าจะได้รับการรักษาโดยไม่เสียเงิน”“เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกเขาถูกนำไปทำอะไร”เผยเหวินซูมองกระดาษตรงหน้า“ตอนแรกข้าเห็นเพียงรายการยา ต่อมาจึงพบว่ามีการจดจำนวนวันที่ทนยาได้”“แล้ว?”“ข้ายังจ่ายเงินให้เขาต่อ”ผู้จดคำให้การก้มลงเขียนในห้องไม่มีผู้ใดช่วยพูดให้ประโยคนั้นเบาลงหลิงยวนเปิดบันทึกที่ยึดมาได้จากโรงยาแห่งเก่าของเซี่ยจิ้งเหิง วางหน้าที่มีตัวเลขเรียงกันตรงหน้าเขา“โรงยาที่เถียนลู่บอกยังเปิดอยู่ คนของเราไปถึงแล้ว แต่ห้องด้านหน้ามีเพียงคนงานกับยาทั่วไป ผู้ป่วยถูกย้ายออกไปก่อนหน้านั้น”เผยเหวินซูรีบเลื่อนสายตาตามแผนที่“โรงยาอยู่ริมทางขึ้นเขาหรือ”“ใช่”“มีเรือนอบสมุนไพรด้านหลังหรือไม่”หลิงยวนหันไปหาศิษย์ที่นำรายงานมา“มีขอรับ คนงานบอกว่าเลิกใช้แล้ว ประตูถูกปิดตาย”เผยเหวินซูชี้ทางเล็กซึ่งผ่านหลังโรงยา“หูเซิ่งไม่ชอบขนคนผ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 80 — จังหวะที่สายลมต้องหยุด

    กระบี่ไม้หลุดจากมือหลินเยว่ซีเป็นครั้งที่สามมันตกลงบนพื้นลานฝึก ห่างจากปลายรองเท้าโม่หลิงยวนไม่ถึงคืบนางมองมือว่างของตน ก่อนเงยหน้ามองเขา“ข้าบอกให้ท่านลองปัด มิได้บอกให้เอาไปทั้งเล่ม”“ข้าใช้แรงน้อยกว่าคู่ต่อสู้ของเจ้าแล้ว”หลิงยวนก้มเก็บกระบี่ส่งคืนเยว่ซีรับมาอย่างจำใจนางไม่ได้ตั้งใจฝึกหนักก่อนวันประลอง เพียงอยากรู้ว่าแผนในสมุดจะทำได้จริงหรือไม่ แต่พอลองใช้กับคนตรงหน้า กระบี่กลับหลุดมือทุกครั้งก่อนถึงจังหวะที่นางต้องการหลิงยวนชี้ตำแหน่งที่นางยืน“เจ้ามัวแต่รอให้เขาเข้ามาตรงนี้”“ถ้าเขาไม่เข้ามา ข้าก็เปลี่ยนตำแหน่งได้”“เมื่อครู่เจ้าเปลี่ยนหรือไม่”เยว่ซีเงียบนางรอจริง ๆรอจนเขามีเวลาปัดกระบี่หลุดจากมือหลิงยวนวางกระบี่ของตนลง“แผนช่วยให้เจ้ารู้ว่าจะทำอะไร แต่คนตรงหน้าจะไม่เดินตามเส้นที่เจ้าวาดทุกครั้ง”เยว่ซีมองรอยรองเท้าบนพื้น ก่อนใช้ปลายกระบี่ไม้ลบจุดที่ขีดไว้“อีกครั้งเจ้าค่ะ”“ครั้งสุดท้าย”นางพยักหน้าคราวนี้เมื่อหลิงยวนขยับเข้ามา เยว่ซีไม่รอให้เขาถึงตำแหน่งเดิม นางก้าวเฉียงออก ใช้กระบี่ขวางทางมือของเขาก่อน แล้วจึงหมุนตัวไปอีกด้านหลิงยวนยกข้อมือรับกระบี่ไม้ของนางยังถูกก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 79 — ทางที่ต้องเลือกเอง

    แสงขาวซึ่งดับไปครึ่งวงกลับสว่างขึ้นจากอีกด้านเสี่ยวถังกดแผ่นอาคมลงในตำแหน่งใหม่ ก่อนเลื่อนแผ่นข้างตะเกียงเข้ามาปิดทางเดิมปราณที่ถูกส่งย้อนกลับกระแทกแนวป้องกันดังปะทุเปลวไฟเอนจนแทบแนบปากตะเกียงแต่ยังไม่ดับหญิงสาวฝั่งตรงข้ามเงยหน้ามองนางเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มประลอง ก่อนขยับแผ่นไม้สองชิ้นแยกออกจากกันแสงของเสี่ยวถังถูกบังคับให้เลี้ยวอีกครั้งคราวนี้นางไม่รีบตามไปแก้เสี่ยวถังมองนิ้วของคู่ต่อสู้ทุกครั้งที่นางส่งปราณเข้าเส้นกลาง อีกฝ่ายจะหมุนแผ่นทางขวาก่อน แล้วจึงเลื่อนแผ่นทางซ้ายมารับหากโจมตีทางเดิมอีก ผลก็คงไม่ต่างกันนางถอนปราณจากเส้นกลางจนเหลือเพียงแสงบาง ๆแล้วส่งพลังส่วนใหญ่ไปตามขอบวงเสียงฮือดังขึ้นเมื่อเส้นแสงแยกออกเป็นสองทางหญิงสาวอีกฝั่งเลื่อนแผ่นมาขวางทางด้านข้างทันทีเสี่ยวถังรอจังหวะนั้นอยู่แล้วนางกดฝ่ามือลงบนฐานเส้นกลางสว่างวาบ!ปราณพุ่งผ่านช่องที่เพิ่งเปิด ตรงเข้าหาตะเกียงฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็วเยว่ซีเผลอก้าวเข้าใกล้แนวกั้นแสงไปถึงแล้ว!ทว่าหญิงสาวฝั่งตรงข้ามยกแผ่นไม้ชิ้นหนึ่งขึ้น พลิกด้านแล้ววางขวางหน้าตะเกียงปราณของเสี่ยวถังแตกออกเป็นประกายเล็กเปลวไฟของอ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 78 — กระบี่ที่ช้ากว่าหัวใจ

    “เจ็บหรือไม่”อาจารย์ฉินกดนิ้วลงเหนือข้อมือจ้าวเฉิง ก่อนให้เขาหมุนแขนออกด้านข้าง“ไม่ขอรับ”“ออกแรงต้านมือข้า”จ้าวเฉิงทำตามคราวนี้อาจารย์ฉินตรวจอยู่นานกว่าเดิม ทั้งให้กำมือ เหยียดนิ้ว และยกกระบี่ค้างในระดับไหล่ เมื่อไม่พบอาการที่ต้องห้ามลงประลอง จึงคืนป้ายให้“ลงได้ หากมีอาการเจ็บแปลบหรือชา ให้หยุด”จ้าวเฉิงรับป้ายมา“วันนี้ท่านพูดเพียงเท่านี้หรือ”อาจารย์ฉินเก็บสมุด“เจ้าอยากฟังเพิ่ม?”“ไม่ขอรับ เท่านี้จำได้ครบพอดี”เขารีบคำนับแล้วเดินออกจากเรือนตรวจหลินเยว่ซีกับเสี่ยวถังรออยู่ใต้ชายคา คนหนึ่งถือห่ออาหาร อีกคนถือกระบี่ของเขา ทันทีที่เห็นป้ายผ่านตรวจ เสี่ยวถังก็ยิ้มออกมา“ทันคู่ที่สามแน่นอน”จ้าวเฉิงยื่นมือรับกระบี่เยว่ซีส่งห่ออาหารให้แทน“กินก่อน”“ข้าต้องใช้มือข้างนี้ถือกระบี่”“เช่นนั้นข้าจะเก็บอาหารกลับ”เขาคว้าห่อไว้ทันที“เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ อย่าเพิ่งตัดสินใจเร็ว”เสี่ยวถังหัวเราะแล้วคืนกระบี่ให้เขาอีกข้างเมื่อทั้งสามเดินมาถึงทางแยก โม่หลิงยวนยืนรออยู่แล้วสายตาของเขาเลื่อนผ่านป้ายในมือจ้าวเฉิง ก่อนหยุดตรงกระบี่“ลองชักออกแล้วเก็บกลับ”จ้าวเฉิงวางห่ออาหารไว้บนขอบกำแพง ทำ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 77 — คนที่อยู่ข้างลาน

    เสียงกระบี่สั้นถูกชักออกจากฝักทำให้ผู้ชมแถวหน้าเงียบลงชายร่างสูงบนลานถือกระบี่ยาวด้วยมือขวา ส่วนมือซ้ายกลับคมกระบี่สั้นให้แนบไปตามท่อนแขน เขาลองขยับเท้าสองครั้ง ก่อนมองโม่หลิงยวนซึ่งเพิ่งหยุดยืนตรงตำแหน่งของตน“ได้ยินชื่อศิษย์พี่โม่มานาน วันนี้ขอรับคำชี้แนะ”หลิงยวนประสานมือ“เชิญ”หลินเยว่ซีขยับนั่งตรงขึ้นโดยไม่รู้ตัวตอนอยู่บนลานเอง นางยังมีสิ่งที่ต้องคิด มีคมกระบี่ให้มอง มีทางให้เลือก แต่พอนั่งอยู่ตรงนี้กลับทำได้เพียงมองคนที่ตนเป็นห่วงยืนอยู่กลางวงอาคมจ้าวเฉิงนั่งลงข้างเสี่ยวถังแล้วเอ่ยเบา ๆ“เจ้ากำลังจะบีบป้ายผ่านรอบหัก”เยว่ซีก้มมองมือนางคลายนิ้วทันที“ข้าไม่ได้กลัวเขาแพ้”“ข้ายังไม่ได้ถามเลย”เสี่ยวถังหันไปตีแขนข้างที่ไม่เคยบาดเจ็บของจ้าวเฉิงเบา ๆ“ดูการประลองเถิด”บนลาน ผู้ตัดสินยกมือขึ้นแสงอาคมรอบขอบสนามสว่างเป็นเส้นบาง“เริ่มได้!”คู่ต่อสู้ของหลิงยวนพุ่งเข้าหาทันทีกระบี่ยาวฟันเฉียงจากไหล่ลงเอว ขณะที่กระบี่สั้นซึ่งซ่อนอยู่ข้างแขนกลับแทงออกจากมุมต่ำแทบพร้อมกันเสียงโลหะกระทบกันดังเพียงครั้งเดียวหลิงยวนเบี่ยงกระบี่ยาวออก แล้วถอยเท้าข้างหนึ่งให้ปลายกระบี่สั้นผ่านหน้าอกไปห่า

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 76 — อย่าหยุดเพียงเพราะเกือบชนะ

    เสียงน้ำฉีกผ่านอากาศดังอยู่ข้างหูหลินเยว่ซีเห็นหานรั่วหลันถอย เห็นช่องว่างใต้แขน และรู้ว่าหากแทงต่อ ปลายกระบี่จะถึงตัวอีกฝ่ายก่อนน้ำด้านหลังจะกระแทกนางเต็มแรงแต่ถึงก่อน…ไม่ได้แปลว่านางจะรับแรงกระแทกหลังจากนั้นไหวเยว่ซีเปลี่ยนมุมกระบี่คมที่พุ่งตรงพลิกเข้าขัดอาวุธของหานรั่วหลัน นางก้าวเฉียงผ่านไหล่อีกฝ่ายแทนที่จะตามแทงสายน้ำกระแทกเฉียดสะบักความเจ็บแล่นวาบ ร่างนางเซไปครึ่งก้าว แต่แรงส่วนใหญ่พุ่งผ่านช่องว่างที่นางเพิ่งหลบออกมาน้ำตรงเข้าหาเจ้าของปราณเองหานรั่วหลันยกมือซ้ายหยุดมันเพียงชั่วจังหวะนั้น เยว่ซีก็กดกระบี่อีกฝ่ายลงแล้วหมุนเข้าด้านข้างได้สำเร็จเสียงฮือดังขึ้นทว่าหานรั่วหลันกลับใช้ศอกขวาดันแขนเยว่ซีออก พลิกด้ามกระบี่แล้วถอนตัวพ้นระยะทั้งสองแยกจากกันไม่มีเสียงประกาศผลเยว่ซีหอบหนัก ปลายกระบี่สั่นเล็กน้อย สะบักข้างหนึ่งปวดตุบจนรู้สึกได้ทุกครั้งที่หายใจหานรั่วหลันยกกระบี่ขึ้นใหม่“ข้านึกว่าเจ้าจะแลก”เยว่ซีไม่ละสายตาจากมือซ้ายอีกฝ่าย“ข้ายังอยากแข่งรอบหน้า”หานรั่วหลันยิ้มบาง ๆ“ข้าก็เช่นกัน”น้ำบนพื้นเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง⸻คราวนี้หานรั่วหลันไม่ส่งน้ำพุ่งสูงนางแยกมันเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status